sister ep206

 ตอนที่ 206: น้องชายของข้าโตเป็นหนุ่มแล้ว


ถังฝูมองไปยังถังอู่ด้วยสีหน้าขึงขัง

“ซานจือ ใช่ว่าข้าอยากจะสั่งสอนเจ้า แต่ในฐานะลูกชายคนโตของบ้านท่านอารอง เจ้าไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานง่ายๆแค่นี้หรือ? อุตส่าห์ได้เล่าเรียนในสำนักศึกษาตั้งหลายปี หรือว่าทุกสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมาโยนให้พวกสุนัขไปหมดแล้ว?”

ถังฝูมองถังซานและน้องชายด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

ต่อให้เขาไม่ได้รับตำแหน่งบ้างแล้วอย่างไร? ในเมื่อถังซานและน้องชายผู้มีการศึกษากลับปล่อยให้ถังฉีผู้เป็นสตรีมาเซ่นไหว้บรรพชน

แม้แต่เด็กอายุสามขวบในหมู่บ้านตระกูลถังยังรู้ว่าสิ่งใดไม่ควรทำ แต่พี่น้องตระกูลถังกลับทำเรื่องเช่นนี้โดยไม่ลังเล

ถังฉีมองไปยังสีหน้าเย่อหยิ่งของถังฝู รู้สึกเอือมระอาจนพูดไม่ออก

“ถังฝู ครอบครัวของข้าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าเวลาจะทำอะไรด้วยหรือ? แทนที่จะชี้นิ้วสั่งใครไปทั่ว เอาเวลาไปคิดวิธีหาเงินเลี้ยงปู่ย่าของเราให้มีชีวิตที่ดีขึ้นเถอะ

ท่านปู่ ข้าพูดถูกหรือไม่?”

ถังฉีหันไปมองถังต้าสี่ที่หน้าตาบูดบึ้ง

ใบหน้าของถังต้าสี่พลันซีดเผือด เขาจะไม่เข้าใจความหมายของถังฉีได้อย่างไร?

เวลานี้ บุตรชายคนโตถูกเนรเทศไปชายแดน ครอบครัวบุตรชายคนรองตัดความสัมพันธ์ และครอบครัวของบุตรชายคนที่สามก็ย้ายออกไปแล้ว

ถังต้าสี่สามารถพึ่งพาได้เพียงถังฝูเท่านั้น

ชายชราคุ้นเคยกับการได้รับผลประโยชน์ที่บุตรชายมอบให้มาตลอดหลายปี ทว่าเวลานี้ เขาสูญเสียชีวิตอันสุขสบายนั้นไปแล้ว

“ถังฉี อย่าคิดว่าทำเงินได้ไม่กี่ตำลึงจะทำให้เจ้าเหนือกว่าใคร ไม่ว่าอย่างไร ข้าถังฝูยังคงเป็นบุรุษที่สามารถค้ำจุนตระกูลถังได้ ไม่เหมือนน้องชายของเจ้าที่ดีแต่พึ่งพาพี่สาว!”

ถังฝูสาดทอวาจาเหยียดหยาม เหลือบมองถังซานและน้องชาย ตราหน้าว่าพวกเขาต้องพึ่งพาถังฉีเพื่อความอยู่รอด

สีหน้าของถังซานถมึงทึงในทันที ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ถังฉีก็ปรามเขาไว้

“ถังฝู วาจาของเจ้าน่าขันนัก ตอนที่พ่อของเจ้ายังอยู่ เขาไม่เคยหาเงินได้สักอีแปะ ทุกตำลึงที่เขาใช้ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงที่พ่อข้าได้มาจากการล่าสัตว์บนเขา ใครกันแน่ที่คอยค้ำจุนเจ้า?”

ถังฉีกล่าวจบก็มองไปยังถังต้าสี่ซึ่งเวลานี้สีหน้าเริ่มเคร่งขรึม

“ยิ่งไปกว่านั้น น้องชายข้าไม่ได้เกียจคร้านตัวเป็นขนอย่างเจ้า พวกเขาช่วยข้าทำงานที่บ้านตั้งมากมาย และหลายวิธีหาเงินก็เป็นแนวคิดของพวกเขา แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าทำอะไรมาแล้วบ้าง? เจ้ามันก็แค่ปรสิตคอยสูบเลือดสูบเนื้อ! ยังจะกล้าเยาะเย้ยคนอื่นอีกหรือ?”

ถังฉีไม่เคยคิดว่าถังฝูจะน่ารังเกียจถึงเพียงนี้

"เจ้า! เจ้า! เจ้า... เป็นดังว่า สตรีและคนชั่วอยู่ร่วมกันได้ยาก*จริงๆ…”

* 唯女子与小人难养也 เป็นคำสอนของขงจื๊อ หมายถึง การฝึกจิตใจของสตรีและคนชั่วให้มีความซื่อตรงนั้นทำได้ยาก

ถังฝูกล่าวตะกุกตะกัก ไม่อาจหาคำที่เหมาะสมเพื่อตอบโต้ถังฉี จึงหันไปใช้สำบัดสำนวนอย่างผู้ทรงภูมิความรู้

“ถังอู่ เจ้าคิดจะยืนดูนางเด็กเลวทรามผู้นี้เหยียดหยามญาติผู้พี่อยู่เฉยๆหรือ?”

ถังต้าสี่มองไปยังถังอู่

ตั้งแต่ถังอู่กลับมาจากชายแดน ก็ตีตัวออกหากจากพวกเขา

“ท่านพ่อ นี่เป็นเรื่องของพวกเด็กๆคงไม่เหมาะหากข้าจะเข้าไปแทรก และอีกอย่าง ข้าก็ไม่คิดว่าฉีเอ๋อร์พูดผิดตรงไหน”

ถังอู่ขมวดคิ้ว เขาคาดเดาได้ถึงสิ่งที่ผู้เป็นบิดากำลังจะกล่าว

“ได้ ข้อพิพาทของพวกเขาอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ข้าขอพูดตรงนี้ให้ชัดเจน ข้าไม่เห็นด้วยที่เจ้าจะพานางไปเคารพหลุมศพและเซ่นไหว้บรรพบุรุษ!”

ถังต้าสี่กล่าวด้วยความโกรธ ไม่มีสตรีคนใดเคยไปที่สุสานของบรรพบุรุษมาก่อน!

“ท่านปู่ ท่านคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าจะไปเคารพหลุมศพของแม่ข้าต่างหาก!”

ถังฉีรู้สึกระอาใจยิ่งนัก

บรรพบุรุษของถังต้าสี่ ถังฉีไม่ปรารถนาจะเซ่นไหว้พวกเขาด้วยซ้ำ!

“ฮึ่ม! ดีแล้ว อย่าคิดว่าเวลานี้เจ้าเป็นเสี้ยนจู่แล้วจะลืมสถานะของตัวเอง! สตรีก็คือสตรี จะริอ่านตีตัวเสมอกับบุรุษในครอบครัวได้อย่างไร!”

ถังต้าสี่คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ จึงแสดงสีหน้ากระหยิ่มใจ

ถังฉีคร้านจะโต้เถียงกับคนเช่นนี้ จึงเรียกถังซานและน้องชายให้มุ่งหน้าต่อไป

"ช้าก่อนขอรับ"

ถังซานหยุดถังฉีทันที และเดินไปหาถังฝู

"เจ้าต้องการอะไร?"

สีหน้าของถังฝูเผยความหวาดกลัวเมื่อเห็นท่าทีก้าวร้าวของถังซาน แต่กลับมีความฮึกเหิมอีกครั้งเมื่อเห็นชาวบ้านเดินกันขวักไขว่

ท้ายที่สุด ถังซานคงไม่กล้าทุบตีเขาต่อหน้าธารกำนัลในเวลากลางวันแสกๆเช่นนี้กระมัง

“ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากเตือนว่า ในตระกูลของพวกข้า ข้าถือเป็นพี่ชายคนโต อย่าทำยโสโอหังกับพวกข้าให้มากนัก อย่างไรเสีย พวกเราก็ตัดขาดกันแล้ว”

ถังซานมองถังฝูอย่างเย็นชา แม้ร่างกายจะไม่สูงใหญ่เท่าถังฝู แต่ตัวตนของเขากลับน่าเกรงขามกว่าอีกฝ่ายไม่น้อย

“ไปกันเถอะพี่ใหญ่ อย่าปล่อยให้คนหัวทึบพวกนี้มาทำให้เสียอารมณ์เลย”

ถังฉีสัมผัสถึงความภาคภูมิที่พลุ่งพล่านในหัวใจ น้องชายของนางโตเป็นหนุ่มแล้ว ความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องจากพวกเขาชวนให้รู้สึกดีไม่น้อย

ถังฉีรู้จักตำแหน่งหลุมศพของนางหวัง เพราะเคยมาครั้งหนึ่งในช่วงที่จัดงานศพ

ระหว่างทาง พวกชาวบ้านก็ทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่น

ถังฉีตอบรับคำทักทายแต่ละครั้งอย่างสุภาพ

“หากบรรพบุรุษรู้ว่าหมู่บ้านตระกูลถังของเรามีผู้ได้รับตำแหน่งเสี้ยนจู่ พวกท่านคงภูมิใจแม้อยู่ในปรโลก”

ชาวบ้านพากันกระซิบกระซาบ รู้สึกชื่นชมยินดีกับเกียรติยศของถังฉี

หลังจากเดินขึ้นเขาประมาณสองก้านธูป ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงหลุมศพของนางหวัง

ในอดีต ถังต้าสี่เคยปฏิเสธหัวชนฝา ไม่ยอมให้ฝังนางหวังใกล้กับบรรพบุรุษตระกูลถัง แต่โชคดีที่นางจางยืนกรานจนเป็นฝ่ายชนะ

อย่างไรก็ตาม ถังฉีรู้สึกว่าคงดีกว่าหากนางหวังไม่ถูกฝังไว้ใกล้กับบรรพบุรุษตระกูลถัง

ถังฉีและน้องชายเพิ่งจุดแท่งทองคำ ก่อนจะเห็นถังต้าสี่และถังฝูมาถึงพร้อมกับหอบหายใจ

มองเพียงปราดเดียวก็เห็นว่า ห่อของที่เดิมถังฝูเคยถือ เวลานี้อยู่ในมือของถังต้าสี่

รอยยิ้มแฝงความหมายพลันปรากฏบนริมฝีปากของถังฉี

ถังต้าสี่เหลือบมองพวกเขาอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินไปอีกทางพร้อมกับถุงกระดาษทองที่พับไว้

“หลังจากเผากระดาษแล้ว เราต้องไปที่โถงบรรพชน เป็นธรรมเนียมของหมู่บ้านตระกูลถังที่ต้องเล่าเรื่องราวในชีวิตของเราให้บรรพบุรุษทราบ”

ถังอู่เฝ้ามองลูกๆที่กำลังคุกเข่าและกล่าวเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังเนินหลุมศพเล็กๆที่ภรรยาของเขานอนหลับใหลอยู่

ถังฉีและน้องชายเผากระดาษเงินกระดาษทองเสร็จแล้ว พากันก้มกราบก่อนจะลุกขึ้นยืน

“อยู่ที่นี่และคุยกับแม่ของพวกเจ้าไปนะ พ่อจะไปดูตรงโน้นสักหน่อย”

ถังอู่เงยหน้าขึ้น ซ่อนดวงตาแดงก่ำไม่ให้ลูกๆเห็น

“ท่านพ่อไปเถอะ เราจะรอท่านกลับมา”

ถังฉีเดาว่า ถังอู่คงไปเผากระดาษเงินกระดาษทองเซ่นไหว้บรรพบุรุษ

นางและน้องชายนั่งรอบๆหลุมศพของนางหวังโดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าจะสกปรก

ลมหนาวพัดโชยมา แต่ถังฉีและพวกน้องชายยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ผลัดกันเล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอให้มารดาฟัง

ถังฉีอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ในใจนึกสงสัยว่า ครอบครัวของนางในอีกโลกหนึ่งกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่เช่นกันหรือไม่

 

--- จบตอน ---

Comments