ตอนที่ 225: ลูกไก่ในกำมือ
ถังฉียืนอยู่หน้าประตู มองเข้าไปข้างในบ้าน
"พวกเขา... ออกไปข้างนอก! ฉีเอ๋อร์ เจ้ามาทันเวลาพอดี..."
ถังเฉวียนชะงักไปครู่หนึ่ง
"เอ๊ะ? ท่านบอกให้ข้ามาเจรจากับท่านปู่ท่านย่าเองไม่ใช่หรือ? แต่ในเมื่อพวกเขาไม่อยู่บ้าน ข้ากลับก่อนก็แล้วกัน"
ถังฉีกล่าวจบก็หันหลังเตรียมกลับไป ทำให้นักรบเดนตายในบ้านพากันกระสับกระส่าย
คนร้ายคนหนึ่งดึงผ้าที่อุดปากของนางฉินออก
"เจ้า ออกไปและพานางเข้ามาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ไม่เช่นนั้น เราจะฆ่าพวกเจ้าทั้งบ้าน!"
เมื่อถูกแก้มัด ใบหน้าของนางฉินเผยความแตกตื่น นางพยักหน้ารับหงึกหงัก
ก่อนจะตะเกียกตะกายออกไปอย่างรวดเร็ว
"ฉีเอ๋อร์!"
ถังฉีก้าวออกจากลานบ้านเพียงไม่กี่ก้าว นางฉินรีบวิ่งออกมาคว้าแขนของนางไว้
"ท่านย่า? ท่านออกไปข้างนอกไม่ใช่หรือ?"
ถังฉีไม่คาดคิดว่าจู่ๆ นางฉินจะปรากฏตัวต่อหน้านาง
"อันที่จริง ข้าขอให้อาสามของเจ้าเรียกเจ้ามาที่นี่ ข้าคิดทบทวนทุกอย่างแล้ว ที่ผ่านมาเป็นความผิดของข้าเอง!"
นางฉินกล่าว น้ำตาจระเข้*ไหลอาบใบหน้า
* สำนวน 'น้ำตาจระเข้' หมายถึง การเสแสร้งแกล้งทำ น้ำตาที่ไหลออกมาเพื่อเรียกร้องความสงสารหรือกลบเกลื่อนความผิด
นางตัดสินใจอย่างแน่วแน่ วันนี้นางจะต้องหลอกถังฉีให้เข้าไปข้างในให้ได้ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของนางจะตกอยู่ในอันตราย!
หนึ่งชีวิต แลกกับชีวิตของคนทั้งครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจได้ยากนัก
ด้วยความคิดนี้ นางฉินจึงจับแขนของถังฉีแน่นขึ้นกว่าเดิม
เห็นดังนั้น ดวงตาของถังฉีก็ฉายประกายวาบ แววอันอบอุ่นในดวงตาของนางอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ท่านย่า อดีตก็คืออดีต ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเคือง หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน"
น้ำเสียงของถังฉีเย็นชายิ่งกว่าเดิม
ในทีแรกนางรู้สึกผิดที่คนในบ้านตระกูลเก่าต้องมาเดือดร้อนเพราะนาง แต่ยามนี้เมื่อเห็นพฤติกรรมของนางฉิน นางจึงตระหนักได้ว่าตนเองใจดีเกินไป
หากแม้เพียงนางฉินพยายามส่งสัญญาณอย่างลับๆ หรือแม้แต่บอกด้วยสายตา ถังฉีอาจเปลี่ยนความคิดที่มีต่อหญิงชราผู้นี้
อย่างไรก็ตาม จระเข้ก็ยังคงเป็นจระเข้ และแม้แต่น้ำตาก็เป็นเพียงน้ำตาของจระเข้เท่านั้น
"ไม่นะ! อย่าเพิ่งไป! ถ้าออกไปตอนนี้ แสดงว่าเจ้ายังไม่ยกโทษให้ข้าจริงๆ! ข้าต้องอกแตกตายแน่ๆ!"
นางฉินเห็นสีหน้าของถังฉีก็ยิ่งลนลาน
"กล่าวกันว่า ชีวิตและความตายล้วนเป็นชะตาฟ้าลิขิต หากพญามัจจุราชต้องการชีวิตของท่าน จะอย่างไรก็ไร้ซึ่งหนทางรอด ท่านย่า หากท่านถูกลิขิตให้ต้องตายจริงๆ ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ คนเราไม่อาจฝืนชะตาฟ้า"
ถังฉีกล่าวอย่างเรียบเฉย
นางฉินไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะกล่าวเช่นนี้จึงผงะไปชั่วขณะ ถังฉีจึงฉวยโอกาสชักแขนกลับมาจนหลุดจากพันธนาการของหญิงชรา
นางฉินรู้สึกได้ในทันใดว่ามือของตนเองว่างเปล่า
"เจ้าออกไปไม่ได้!!!"
เมื่อมาถึงจุดนี้ นางฉินตัดสินใจสลัดทิ้งข้ออ้าง และเผยสีหน้าที่แท้จริง
ไม่ว่าอย่างไร นางก็ปล่อยให้ถังฉีกลับไปไม่ได้เด็ดขาด!
"หึ"
ถังฉีแค่นเสียงอย่างดูถูก
"เหตุใดข้าจะออกไปไม่ได้?"
หญิงสาวกล่าวแล้วหันหลังก้าวออกไป
นักรบเดนตายในบ้านแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว
"ไร้ประโยชน์! เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่มีปัญญาจัดการ!"
กวนจื่อกล่าวอย่างเย็นชา
"เราต้องลงมือเดี๋ยวนี้แล้ว นางมาคนเดียว เป็นโอกาสจู่โจมที่เหมาะที่สุด"
ด้วยเหตุนี้ กวนจื่อและนักรบเดนตายคนอื่นๆ จึงรีบวิ่งกรูกันออกไป
ถังเฉวียนซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้องเฝ้ามองอย่างเงียบๆ เมื่อทุกคนออกไปแล้ว เขาจึงลอบเข้าไปในห้องโถง และตัดเชือกที่มัดคนข้างในด้วยมีดทำครัว
“โฮโฮ”
หลังจากแก้มัดแล้ว นางหลิวก็กอดบุตรของนางทันที
จากนั้นนางเดินไปหาถังฝูพร้อมน้ำตานองหน้า
ถังฝูรู้สึกโล่งใจจากประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้
"เลิกร้องไห้ก่อน หากคนพวกนั้นกลับมาเราจะเดือดร้อน ฉวยโอกาสนี้หลบหนีกันเถอะ!"
ถังต้าสี่กล่าว โดยไม่สนใจภรรยาและสตรีในห้อง เขารีบพุ่งไปทางประตูหลังทันที
"ท่านอาสาม"
ถังฝูรู้สึกอับจนหนทาง มองไปยังถังเฉวียน
"พวกเจ้าทุกคนไปซ่อนตัวอยู่ที่โถงบรรพชน ข้าต้องไปช่วยฉีเอ๋อร์!"
ถังเฉวียนออกคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปพร้อมกับมีดทำครัว
เมื่อได้ยินคำกล่าวของอาสาม ถังฝูและภรรยาก็เริ่มมีความหวัง และวิ่งออกไปทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว
"เสี่ยวเสวี่ย เจ้ารีบเข้าเมืองไปตามหมอ!"
"แต่...แต่ว่า..."
ถังเสวี่ยใบหน้าซีดเผือดและตัวสั่นเทิ้ม
"ไม่มีแต่! รีบไป! เราต่างได้ยินว่าเป้าหมายของพวกมันคือถังฉี เวลานี้เราปลอดภัยแล้ว"
ถังฝูกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ตราบใดที่ชีวิตของพวกเขาไม่ตกอยู่ในอันตราย เขาก็ไม่สนใจชะตากรรมของถังฉี
เมื่อได้ยินวาจาของบิดา ถังเสวี่ยก็หันหลังและวิ่งไปที่เมือง
….......................................
ไม่นานนัก ถังฝูและภรรยาก็มาถึงโถงบรรพชน และซ่อนตัวตามคำสั่งของถังเฉวียน
แม้ถังหยาและคนอื่นๆจะถามคำถามไปเท่าไร พวกถังฝูก็ไม่ตอบอะไรเลย
"เมื่อท่านอาสามกลับมา พวกเจ้าก็จะได้รู้เองว่าเกิดอะไรขึ้น"
ไม่อาจให้คำตอบที่ดีกว่านี้ ถังฝูจึงตอบอย่างไม่ใส่ใจ และเริ่มส่งเสียงครวญครางแสดงถึงความเจ็บปวด
ถังหยาต้องการตามหาถังเฉวียน แต่ก็กลัวพลาดข่าวสำคัญ นางจึงเดินเข้าไปในห้องอย่างกระวนกระวาย
….........................................
บริเวณโดยรอบบ้านตระกูลเก่าเงียบสงบอย่างน่าขนลุก
นักรบเดนตายล้อมรอบถังฉี ใบหน้าของพวกเขาล้วนเผยจิตสังหาร
ทว่าถังฉีกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"ฆ่านาง!"
กวนจื่อกล่าวลอดไรฟันและพุ่งเข้าไป
ถังฉีย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขาเข้าใกล้ โชคดีที่นางได้เรียนรู้วรยุทธ์ขั้นพื้นฐานมาบ้าง
แม้นางจะไม่อาจเอาชนะพวกเขาได้ แต่นางก็สามารถป้องกันตัวเองได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
นักรบเดนตายเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียงดังมากเกินไป ด้วยเกรงว่าพวกชาวบ้านจะได้ยิน
พวกเขายังกังวลด้วยว่าจ้าวไป่จืออาจปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
ทุกวันนี้ จ้าวไป่จือเดินเข้าออกบ้านของถังฉีอย่างเปิดเผย
หลังจากหลบการโจมตี ถังฉีก็เผยรอยยิ้มประหลาด
"รู้หรือไม่ เหตุใดข้าถึงกล้ามาคนเดียว?"
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่านักรบเดนตายต่างกระวนกระวาย
"หากข้าเดาไม่ผิด พวกเจ้าก็เป็นพวกเดียวกับกลุ่มที่พยายามจะฆ่าข้าในครั้งก่อนสินะ"
ถังฉีกล่าวอย่างเย็นชา
นางกำขวดเล็กที่จ้าวไป่จือมอบให้ไว้ในมือ หากคนเหล่านี้เคลื่อนไหว นางจะทำลายขวดทันที
นักรบเดนตายไม่สังเกตเห็นการกระทำของถังฉี
สำหรับพวกเขาแล้ว ถังฉีเปรียบเสมือนลูกไก่ที่ไม่อาจหนีรอดจากเงื้อมมือของพวกเขาได้
Comments
Post a Comment