ตอนที่ 228: บุญคุณที่ช่วยชีวิตยิ่งใหญ่นัก
การพาเด็กคนนี้กลับไป คอยรับใช้พวกน้องชายในห้องหนังสือ คงเป็นความคิดที่ดี
ด้วยเหตุนี้ ถังฉีจึงเลือกทาสทั้งหมดหกคน
"เสี้ยนจู่ ท่านไม่เลือกคนที่แข็งแกร่งหรือมีวรยุทธ์ไว้ปกป้องคุ้มครองท่านสักคนหรือขอรับ?"
นายอำเภอไม่คาดคิดว่าถังฉีจะเลือกเพียงคนที่ไม่รู้วรยุทธ์
"ไม่เป็นไร ข้ารู้สึกถูกชะตากับพวกเขา เพียงเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว"
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของถังฉี นายอำเภอจึงไม่คัดค้าน
"เสี้ยนจู่ ข้ามีน้องชายคนหนึ่ง เขาป่วยหนักนอนอยู่ในบ้าน โปรดเมตตาพาเขาไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ!"
ขณะที่ถังฉีกำลังจะออกไปพร้อมกับทาสที่คัดสรร เด็กสาววัยแรกรุ่นคนหนึ่งก็คุกเข่าลงต่อหน้านาง
นางจับชายกระโปรงของถังฉีไว้แน่น ก่อนจะโขกศีรษะคำนับจนพื้นเปื้อนเลือด
ทั้งเจ้าหน้าที่และเหล่าทาสที่มองอยู่ต่างรู้สึกสะเทือนใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความเวทนา
แม้ตนเองก็ต้องทุกข์ทรมาน แต่ก็ทนเห็นผู้อื่นเจ็บปวดไม่ไหวเช่นกัน
พวกเขาเคยเห็นภาพฉากนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผู้ที่กล้าเรียกร้องจากเจ้านายมักพบกับจุดจบอันน่าเศร้า
ในแผ่นดินเป่ยโจว ไม่เคยขาดแคลนทาสของทางการอย่างพวกเขา
"บังอาจนัก! กล้าดีอย่างไรถึงเหิมเกริมเช่นนี้! เด็กๆจับทาสคนนี้ไปทุบตีให้ตาย!"
สีหน้าของนายอำเภอเปลี่ยนไปทันที เขาไม่คิดว่าเด็กสาวจะอาจหาญถึงเพียงนี้ หากไม่ใช้ไม้แข็ง ทาสคนอื่นๆอาจเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
เมื่อได้ยินนายอำเภอ เด็กสาวก็ปล่อยชายกระโปรงของถังฉีด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
หากไม่สามารถช่วยน้องชายได้ แล้วนางจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?
ถังฉีเห็นว่ารัศมีของเด็กสาวเปลี่ยนไปกะทันหัน จึงรู้ทันทีว่าการตัดสินใจของนางจะเป็นเครื่องกำหนดอนาคตของเด็กคนนี้
"ช้าก่อน!"
ถังฉีเดินไปประคองเด็กสาวให้ลุกขึ้น ค่อยๆเช็ดรอยสกปรกใบหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้าของนาง
ในไม่ช้า ใบหน้าอันอ่อนใสก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น มองถังฉีด้วยความสับสน
"น้องชายของเจ้ากำลังป่วยหนักเจียนตายอย่างนั้นหรือ?"
"ใช่เจ้าค่ะ!"
ความหวังอันริบหรี่ฉายวาบในดวงตาของเด็กสาวอีกครั้ง
"ท่านนายอำเภอ ข้าขอพาน้องชายของนางไปด้วยได้หรือไม่? ข้าจะจ่ายเงินเพิ่มให้เอง"
ถังฉีกล่าวเสียงเบา
วาจาของนางแม้แผ่วเบา แต่กลับถาโถมใส่เด็กสาวราวกับหินผา ทำให้นางรู้สึกตื้นตันสุดหัวใจ
นายอำเภอไม่คิดว่าถังฉีจะยอมขอร้องแทนคนเหล่านี้
"ในเมื่อท่านต้องการ ข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้ง ไปพาเด็กคนนั้นมา!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของนายอำเภอ ผู้คุมก็รีบปฏิบัติตาม
ในไม่ช้า เด็กชายในสภาพใกล้ตายคนหนึ่งถูกอุ้มออกมา
"เยว่เฉิง!"
เมื่อเห็นน้องชายยังคงไม่ได้สติ ตู้เยว่เหนียงรีบวิ่งไปหา
นายอำเภอทอดถอนใจเมื่อได้เห็น สภาพของเด็กชายใกล้ไปเยือนปรโลกเต็มที
"เสี้ยนจู่ ท่านพาเด็กกลับไปเถอะขอรับ ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแล้ว"
นายอำเภอส่ายศีรษะ แม้เด็กจะได้รับการรักษาก็ยังต้องใช้เงินจำนวนมาก การแสดงน้ำใจของเขาอาจส่งผลดีในภายภาคหน้า
"ขอบคุณท่านนายอำเภอ"
ถังฉีโค้งคำนับนายอำเภอ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
"เสี้ยนจู่ ในเมื่อท่านเลือกคนได้แล้ว นี่คือสัญญาทาสของพวกเขา"
นายอำเภอโบกมือ ผู้คุมนำกล่องไม้กล่องหนึ่งมาให้ถังฉี
ถังฉีเปิดฝากล่อง พบว่าภายในมีสัญญาทาสแปดฉบับ
เมื่อครอบครองสัญญาทาส ชีวิตของผู้คนเหล่านี้จึงอยู่ในมือของนางอย่างสิ้นเชิง
"ขอบคุณเสี้ยนจู่!"
ตู้เยว่เหนียงคุกเข่าเบื้องหน้าถังฉี รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเกินกว่าจะบรรยาย นางเดิมพันด้วยชีวิตของนางและน้องชาย ในที่สุดสวรรค์ก็เป็นใจ
"ท่านพ่อ พาทั้งหกคนนี้กลับไปที่บ้านก่อน พี่จ้าวกับข้าจะไปที่ร้านขายยาจี้ซื่อ"
ทาสที่ถูกเลือกรู้สึกทั้งตื่นเต้นและโล่งใจ การกระทำของถังฉีแสดงให้เห็นว่านางมีจิตใจดี
ถังอู่ไม่กังวลว่าพวกเขาจะหลบหนี ในแผ่นดินเป่ยโจว ทาสที่หลบหนีถูกลิขิตให้เผชิญกับชะตากรรมเดียวเท่านั้น
ไม่มีที่ใดให้หลบซ่อน ดังนั้นตราบเท่าที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะไม่หลบหนีเด็ดขาด
ถังฉีส่งสายตาบอกตู้เยว่เหนียงให้อุ้มน้องชายและตามนางไป
โชคดีที่ร้านขายยาจี้ซื่ออยู่ไม่ไกล เดินมาได้สักพักก็ถึงทางเข้า
ภายในร้านเต็มไปด้วยคนป่วย
เมื่อถังฉีเข้ามา เสี่ยวเอ้อร์ก็สังเกตนางได้และรีบมาต้อนรับทันที
"แม่นางถัง คุณชายจ้าว เถ้าแก่ยังไม่กลับมาเลยขอรับ แต่เขากำชับไว้ว่าให้ผู้น้อยคอยดูแลรับใช้พวกท่านอย่างดี"
"อืม รีบตามหมอมาให้ข้าที จะเสียเวลาไม่ได้"
ถังฉีชี้ไปยังเด็กชายผู้อ่อนแอบนหลังของตู้เยว่เหนียง
"ขอรับ ตามผู้น้อยเข้ามาข้างในก่อน ผู้น้อยจะตามหมอที่ดีที่สุดของเรามาให้"
ถังฉีพยักหน้า นางคุ้นเคยกับร้านขายยาจี้ซื่อ เพราะเคยมาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ ตอนที่เฉียวอวี๋ร่ำเรียนวิชาหมอที่นี่
ไม่นานนัก หมออาวุโสในวัยหกสิบเศษก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมล่วมยาประจำตัว
"ท่านหมอ ช่วยน้องชายของข้าด้วย เขาเป็นความหวังสุดท้ายของวงศ์ตระกูล หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา ข้าคงไม่มีหน้าไปพบท่านพ่อกับท่านแม่ในปรโลก!"
"ให้ข้าดูหน่อย"
หมอรีบตรวจชีพจรของตู้เยว่เฉิง
"น้องของเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว"
ถังฉีสังเกตได้ว่า รัศมีรอบศีรษะของตู้เยว่เหนียงเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งบ่งบอกถึงข่าวดี
ตู้เยว่เหนียงคุกเข่า รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง โขกศีรษะคำนับอีกหลายครั้ง
"ท่านหมอ หลังจากนี้ช่วยทำแผลที่ศีรษะให้นางด้วย เด็กสาวที่มีรอยแผลเป็นคงหาสามีได้ยาก"
ตู้เยว่เหนียงยังคงรู้สึกซาบซึ้งใจ เมื่อกลายเป็นทาสของทางการ นางจึงทิ้งความคิดเรื่องการแต่งงานไปแล้ว
หลังจากตรวจชีพจรอย่างละเอียด คิ้วของหมอก็ผ่อนคลายลง
"เด็กคนนี้ช่างโชคดีนัก หากมาช้ากว่านี้ละก็ แม้แต่เทวดาก็คงช่วยเขาไม่ได้"
หมอเขียนใบสั่งยา และผู้ช่วยของเขาก็ไปจัดยามาให้
เมื่อได้ยินดังนั้น ตู้เยว่เหนียงรู้สึกโล่งใจเป็นปลิดทิ้ง นางทรุดตัวลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง
หมอทำแผลที่ศีรษะให้นางอย่างระมัดระวัง
เมื่อเสร็จสิ้น ตู้เยว่เหนียงยังคงนั่งนิ่ง
ถังฉีถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปส่งท่านหมอ
ไม่นาน ผู้ช่วยนำยาที่ต้มเรียบร้อยแล้วมาให้ กลิ่นหอมของยาดึงสติของตู้เยว่เหนียงกลับมา
นางรีบรับชามแล้วป้อนยาให้น้องชายทีละช้อน
หลังจากนั้น นางก็คุกเข่าต่อหน้าถังฉี
"เสี้ยนจู่ บุญคุณที่ช่วยชีวิต ข้าคงไม่อาจตอบแทนความเมตตาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้ แต่ข้าจะรับใช้ท่านไปจนวันตาย ต่อให้ทำงานหนักเหมือนวัวควายข้าก็ยอม..."
ถังฉีรีบไปประคองให้นางลุกขึ้น
หลังจากนั้นไม่นาน ตู้เยว่เฉิงก็ค่อยๆลืมตาตื่น
Comments
Post a Comment