ตอนที่ 232: บัณฑิตสามคนในครอบครัวเดียว
วาจาของถังจี๋ทำให้แม้แต่หลี่เจิ้งยังหัวเราะร่า
ใบหน้าของถังหม่านกุ้ยเดี๋ยวดำเดี๋ยวขาว อดไม่ได้ที่จะคว้าไม้หนาๆจากด้านข้าง ไล่ตีบุตรชายไปรอบหมู่บ้าน
ภาพฉากนี้กลายเป็นหัวข้อสนทนาของชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังไปพักใหญ่
…................................
ในหมู่บ้านตระกูลหวัง เมื่อนางจางทราบข่าว ก็รีบให้ลูกสะใภ้เตรียมของขวัญเพื่อส่งไปยังหมู่บ้านตระกูลถังทันที
แม้ทราบอยู่แล้วว่าครอบครัวของถังฉีรับทาสของทางการมาหลายคน แต่เมื่อได้เห็นคนเหล่านี้กับตา ครอบครัวหวังก็ยังประหลาดใจ
"ตายจริง เด็กน้อยที่น่าสงสาร ชีวิตของนางจะน่าเวทนาเพียงใดกัน"
นางจางมองไปยังตู้เยว่เหนียงพลางทอดถอนใจ
หลังจากพักฟื้นมาระยะหนึ่ง อาการเจ็บป่วยของตู้เยว่เฉิงก็เกือบจะหายดีแล้ว
ถังฉียังไม่ได้มอบหมายงานใดๆให้กับตู้เยว่เหนียง แต่เด็กสาวก็ใส่ใจหน้าที่ของตนเอง
ถังฉีไม่ต้องกังวลเรื่องงานบ้านอีกต่อไป เพราะคนเหล่านี้ดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยและสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ
"บ่าวโชคดีที่ได้พบกับเสี้ยนจู่ หากเป็นเจ้านายคนอื่น ใครจะรู้ว่าพวกเราพี่น้องจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร..."
หลังจากใช้เวลากับถังฉีมาระยะหนึ่ง ตู้เยว่เหนียงก็เข้าใจนิสัยใจคอของผู้เป็นนาย ดังนั้นเมื่อนางจางเอ่ยถึง นางจึงตอบอย่างมั่นใจ แล้วถอยไปยืนข้างๆ
"ฉีเอ๋อร์ ข้าไม่เคยชินกับการมีคนรับใช้ แต่เมื่อได้เห็นชีวิตของเจ้า ข้าคงไปพบแม่ของเจ้าในปรโลกได้อย่างภาคภูมิใจแล้ว"
นางจางกอดถังฉีอย่างรักใคร่ ปาดน้ำตาโดยที่ถังฉีมองไม่เห็น
"ใช่แล้ว พวกซานจือเองก็เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์! บัณฑิตสามคนในครอบครัวเดียว ไม่ใช่แค่ในอำเภอซิ่วเหอ แต่ยังเป็นหนึ่งในบัณฑิตที่เก่งที่สุดของเขตเฟิงโจว!"
ใบหน้าของป้าสะใภ้หลี่เปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจเช่นกัน
"เราต้องผลักดันลูกหลานทุกคนให้ตั้งใจเรียน โดยเฉพาะสองคนที่มีอายุมากกว่าถังซานกับพวกน้องๆ"
นางจางกล่าวอย่างร่าเริง
เวลานี้ นางพอใจกับชีวิตของตนเองมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องการอุปโภคบริโภค และลูกๆของนางก็กตัญญูรู้คุณ
ในหมู่บ้านตระกูลหวัง หญิงชราหลายคนต่างพากันอิจฉานางจาง
นางหลี่ไม่ได้อารมณ์เสียเมื่อได้ยินวาจาของแม่สามี เพียงแต่ยิ้มและจิบชาในมือต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ราบรื่นมาโดยตลอด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อชีวิตครอบครัวของนางจางดีขึ้น ลูกสะใภ้ก็ยิ่งรู้สึกเคารพแม่สามีมากขึ้นไปอีก
ถังฉีเฝ้ามองพวกนาง รอยยิ้มผุดที่ริมฝีปาก
ตอนนั้นเอง จ้าวไป่จือเดินเข้ามาจากด้านนอก
บุตรชายของฟางป๋อ ฟางหงจื้อและฟางซวี่เสียนเดินตามเขาพร้อมกับหีบใบใหญ่
เมื่อเห็นนางจางและคนในห้อง พวกเขาก็ค้อมกายคารวะ ก่อนจะมองไปยังพวกถังซาน
"ข้าประมาณเวลาในการประกาศผลไว้แล้ว จึงไปที่เมืองชิงเหลียงเพื่อนำของขวัญที่เตรียมไว้มามอบให้"
จ้าวไป่จือกล่าวจบ ทั้งสองก็วางหีบใบนั้นลง
"พี่ไป่จือ นี่คือของขวัญสำหรับพวกเราหรือขอรับ?"
ดวงตาของถังเฟิงเป็นประกายในทันที
"ในนี้มีสำเนาของ 'สี่ตำราห้าคัมภีร์' และตำราหายากอีกหลายเล่ม ข้าให้คนคัดสำเนาด้วยมือไว้หลายฉบับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตำราเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเจ้า"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาที่สดใสของถังเฟิงพลันหม่นหมอง
เขาคาดหวังสิ่งของล้ำค่า พร้อมจะคำนวณมูลค่าของเหล่านั้นเป็นตัวเงิน
แต่กลับต้องนั่งลงด้วยใจห่อเหี่ยว
อย่างไรก็ตาม ถังซานและถังสุ่ยเข้ามาตรวจดูตำราภายในหีบอย่างกระตือรือร้น
ถังฉีไม่คิดว่าจ้าวไป่จือจะมีน้ำใจถึงเพียงนี้
….............................
หลังอาหารกลางวัน นางจางและคนอื่นๆก็เดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลหวังด้วยรถม้า
ถังเฟิงยังคงหดหู่ใจ จึงถูกพี่ชายลากไปอ่านตำราที่ห้องหนังสืออย่างเข้มงวด
ฤดูใบไม้ร่วงนี้ พวกเขาจะต้องสอบอีกครั้ง
ถังอู่เฝ้ามองบุตรชายกำลังตั้งใจอ่านตำราอย่างหนักก็ได้แต่ถอนหายใจ
"คราวก่อน อาจารย์อวิ๋นบอกว่าจะดีกว่าหากหาอาจารย์คนใหม่ให้พวกเขา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จต่อไปในภายภาคหน้า"
ถังฉีกล่าว สีหน้าของนางครุ่นคิด
"อาจารย์อวิ๋นเมตตาพวกเขามาก เราเป็นหนี้บุญคุณเขามากทีเดียว"
ถังอู่กล่าว
ถังฉีพยักหน้าเห็นด้วย
อาจารย์อวิ๋นไม่เหมือนกับอาจารย์คนอื่นๆ ตรงที่ไม่เคยหวงแหนความรู้ ความคิดของเขาเปิดกว้าง ทั้งยังสอนลูกศิษย์แต่ละคนตามศักยภาพของพวกเขา
"ท่านพ่อ เราเตรียมของขวัญให้อาจารย์อวิ๋นดีหรือไม่เจ้าคะ และให้พวกน้องๆเอาไปส่ง"
"จริงด้วย พ่อลืมไปเสียสนิท! พ่อคงมัวแต่ตื่นเต้นเกินไป"
ถังอู่ตบหน้าผาก แล้วรีบออกไปเตรียมของขวัญทันที
นอกจากนี้ เขายังจำของขวัญแสดงความยินดีจากชาวบ้านได้ และด้วยความช่วยเหลือของตู้เยว่เหนียง จึงมีการบันทึกไว้ในบัญชีอย่างละเอียด
น้ำใจเหล่านี้จะต้องได้รับการตอบแทนในภายหน้า
เมื่อถังอู่กลับมาพร้อมของขวัญสำหรับอาจารย์อวิ๋น ถังฉีก็ทำงานของนางเสร็จเรียบร้อย
นางยืดตัวอย่างเหนื่อยล้าขณะออกจากห้องเก็บของ
โชคดีที่มีตู้เยว่เหนียงคอยช่วย ไม่เช่นนั้นคงใช้เวลานานกว่านี้
เมื่อเห็นว่ายังเช้าอยู่ ถังอู่ก็ขนของขวัญใส่รถม้า เรียกพวกถังซานให้รีบไปที่บ้านของอาจารย์อวิ๋น
วันต่อมา ครอบครัวตระกูลถังเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข
พวกเขาไม่ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โตหรือเชิญพวกชาวบ้านมาร่วมงานเลี้ยง เนื่องจากการสอบถงเซิงเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น
มีอยู่วันหนึ่ง ถังหยาแอบมาบอกถังฉีว่า ถังฝูเมาเหล้าแล้วคร่ำครวญถึงความโชคร้ายของตนเองเมื่อทราบข่าวของพวกถังซาน
แม้แต่นางฉินยังประชดประชันไม่หยุดปาก
ถังฉีหัวเราะเบาๆ
คนเหล่านี้คงได้แต่อยู่ในเงามืดเท่านั้น
…....................................
หลังจากนั้น ครอบครัวตระกูลถังก็เสาะแสวงหาทั่วทั้งอำเภอซิ่วเหอและเขตเฟิงโจว เพื่อตามหาอาจารย์ที่เหมาะสมให้แฝดสาม
เวลาไม่คอยท่า เนื่องจากการสอบขุนนางจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น
หลังจากเป็นบัณฑิตถงเซิงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสอบระดับมณฑล ซึ่งจัดขึ้นทุกๆสามปี หรือที่เรียกว่า 'การสอบชิวเหวย' ในฤดูใบไม้ร่วง
สำหรับเวลานี้ สิ่งนี้ยังคงห่างไกลสำหรับพี่น้องตระกูลถัง แม้ว่าในโอกาสพิเศษอาจมีการจัดสอบเพิ่มเติมก็ตาม
วันคืนล่วงเลยผ่าน แต่ตระกูลถังยังไม่สามารถหาอาจารย์ที่เหมาะสมสำหรับพี่น้องได้
วันหนึ่ง ฟางป๋อรีบเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดี
Comments
Post a Comment