ตอนที่ 239: ของกำนัลจากผู้อาวุโสไม่อาจปฏิเสธ
“ข้าคงไม่บังอาจ ผู้อาวุโสฟางโปรดอย่าลังเล เชิญกล่าวมาเถอะ”
ถังฉียังคงถ่อมตัวอย่างมากต่อหน้าฟางจื่อโจว
เขาคือปราชญ์ผู้เป็นที่กล่าวขาน ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ปลูกฝังพรสวรรค์แก่บรรดาศิษย์มาแล้วนับไม่ถ้วน
ทำให้นางหวนนึกถึงครูบาอาจารย์ของตนในโลกก่อน ผู้ที่คอยชี้นำนางในชีวิต
คนเหล่านี้อุทิศตนเพื่อชาติ บ่มเพาะผู้มีความสามารถโดดเด่น สมควรได้รับความชื่นชมและความเคารพไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนใด
"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหล่านี้ พกพาได้ดังที่เจ้ากล่าวจริงหรือไม่?"
“เป็นจริงดังนั้นเจ้าค่ะ”
ถังฉีคล้ายจะคาดเดาคำถามของฟางจื่อโจวได้ ประหนึ่งนักมายากล นางหยิบห่อกระดาษน้ำมันออกจากแขนเสื้อ
แน่นอนว่าห่อกระดาษนี้มาจากห้วงมิติ แต่นางทำทีหยิบออกจากแขนเสื้อก็เพื่อการอำพรางเท่านั้น
"ผู้อาวุโสฟาง นี่คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ท่านเพิ่งกินไปเจ้าค่ะ ห่อด้วยกระดาษน้ำมัน และท่านสามารถเพิ่มผักแห้งและเนื้อสัตว์ลงไปได้"
ถังฉีอธิบายอย่างจริงจัง
'กระดาษน้ำมัน*' ทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อบรรจุเส้นบะหมี่และเครื่องปรุงได้อย่างลงตัวโดยไม่หกเลอะเทอะ
* กระดาษน้ำมัน วิธีการทำเช่นเดียวกับการทำร่มกระดาษของจีน นำกระดาษมาทาน้ำมันเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการกันน้ำ
นางไม่สามารถเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์เดิมของยุคอนาคตออกมาได้
“นี่คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างนั้นหรือ?”
ฟางจื่อโจวบีบห่อกระดาษ ได้ยินเสียงคมชัดด้านใน
ผู้ที่ชอบบีบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อคลายเครียด ย่อมเข้าใจถึงความอิ่มเอมในการทำเช่นนี้
"เจ้าค่ะ ผู้อาวุโสฟาง เส้นบะหมี่เหล่านี้ผ่านการแปรรูปและทำให้แห้งด้วยวิธีพิเศษ ทำให้มีน้ำหนักเบาและพกพาสะดวก เช่นเดียวกับข้าวห่อเนื้อ (ฟ่านถวน) แม้แต่ในฤดูหนาวก็สามารถกินได้"
“ยอดเยี่ยม! เหตุใดในแผ่นดินเป่ยโจวของเราจึงไม่เคยมีใครคิดค้นวิธีอันชาญฉลาดเช่นนี้มาก่อน!”
ฟางจื่อโจวถึงกับปรบมือ มองดูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
“หากพวกทหารแนวหน้ามีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหล่านี้ คงช่วยได้หลายชีวิตทีเดียว! แม้จะถูกศัตรูโอบล้อม พวกเขาก็สามารถต้านทานได้จนกว่าการช่วยเหลือจะมาถึง!”
ฟางจื่อโจวกล่าวพลางนึกเสียดาย
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
"เสี้ยนจู่ เจ้ายินดีจะแบ่งปันวิธีการทำบะหมี่แก่ข้าได้หรือไม่? พวกทหารแนวหน้าต้องการสิ่งนี้จริงๆ..."
ฟางจื่อโจวทราบดีว่าตนอาจร้องขอมากเกินไป แต่สำหรับเหล่าทหารกล้าที่เสียสละต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง เขาจำเป็นต้องทำ
"ยินดีเจ้าค่ะ แต่ข้าขอเรียนตามตรง เรื่องเครื่องปรุงของบะหมี่นั้นต้องขอเป็นความลับ ท่านทราบดีว่าข้าเป็นเพียงเสี้ยนจู่ เสี้ยนจู่ที่ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง น้องชายของข้ากำลังเติบโตและต้องใช้เงินมากขึ้นในภายภาคหน้า..."
ถังฉีเอ่ยตอบด้วยความเสียใจ
แม้ฟางจื่อโจวจะขอให้นางแบ่งปันสูตรเครื่องปรุง แต่นางทำไม่ได้จริงๆ
"ไม่มีปัญหา แค่เติมเกลือลงในเส้นบะหมี่ก็พอแล้ว!" ฟางจื่อโจวโบกมือ ความกังวลของเขาคือการทำอย่างไรก็ได้ให้พวกทหารไม่หิวโหย
ถังฉีพยักหน้าเห็นด้วย นางเคยเห็นสภาพเลวร้ายบริเวณชายแดน และยินดีให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้
เมื่อเห็นท่าทางการตอบรับของอีกฝ่าย ฟางจื่อโจวรู้สึกพึงพอใจ
เขาตัดสินใจจะเขียนฎีกาถวายฮ่องเต้ ยกย่องถังฉีสำหรับความช่วยเหลืออันแสนประเสริฐของนาง
"ฮ่าฮ่าฮ่า... เสี้ยนจู่ ข้าขอขอบคุณเจ้าแทนพวกทหารแนวหน้าเหล่านั้นด้วย!" ฟางจื่อโจวกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน
จากนั้น เขาสั่งให้คนของเขานำไข่มุกเม็ดงามที่เขาชื่นชอบ มอบให้เป็นของกำนัลแก่ถังฉี
ถังฉีรู้สึกประหลาดใจกับของกำนัลแสนมีค่าชิ้นนี้และพยายามปฏิเสธ
"เสี้ยนจู่ ของกำนัลจากผู้อาวุโสไม่อาจปฏิเสธ หากเจ้าไม่ยอมรับ เท่ากับเจ้าไม่ให้เกียรติข้า" ฟางจื่อโจวยืนกราน
ถังฉีจึงจำต้องยอมรับไข่มุกซึ่งเป็นสมบัติอันประเมินค่าไม่ได้เม็ดนั้น
แม้แต่ถังฉีที่เคยเห็นสิ่งต่างๆมามากมาย ยังรู้สึกปลาบปลื้มใจกับไข่มุกที่เปล่งประกายเงางามในมือ
“ผู้อาวุโสฟาง ข้ามีเรื่องอยากขอร้อง...”
ถังฉีกำลังใคร่ครวญว่าจะกล่าวอย่างไรดี ทว่าฟางจื่อโจวก็พยักหน้ารับไม่รอช้า
"ในยามว่างหลังเกษียณ ข้าคิดว่าการรับศิษย์รุ่นสุดท้ายสักสองสามคนคงเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม ข้าคงไม่อยู่ในเมืองชิงเหลียงนานนัก ตั้งใจจะลงหลักปักฐานในเฟิงโจวเร็วๆนี้"
"ผู้อาวุโสฟาง นั่นไม่ใช่ปัญหาเจ้าค่ะ ข้าสามารถส่งน้องชายของข้าไปที่เฟิงโจวกับท่านได้" ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
น้องชายของนางเพิ่งผ่านการสอบระดับถงเซิง และจำเป็นต้องเรียนต่อในสำนักศึกษาที่เฟิงโจวอยู่แล้ว
สถานการณ์เช่นนี้ เรียกว่าเป็นโอกาสทองก็ไม่ผิด
"ดี ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาผ่านการสอบระดับถงเซิงแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาต้องไปเข้าสำนักศึกษาของเฟิงโจว" ฟางจื่อโจวพยักหน้า
"อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก ที่ข้าจะประกาศรับน้องชายของเจ้าเป็นศิษย์อีกที"
"เจ้าค่ะ พวกเราเข้าใจดี" ถังฉีเห็นพ้อง
เวลานี้ ผู้คนมากมายในเมืองชิงเหลียงรวมทั้งที่อื่นๆ ต่างกระตือรือร้นที่จะให้บุตรหลานของตนได้เป็นศิษย์ของฟางจื่อโจว
หากประกาศออกไปเวลานี้ สามพี่น้องถังก็จะตกเป็นเป้าหมายให้ผู้คนพากันริษยา
และความริษยา อาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้คนกล้าทำเรื่องเลวร้าย
"เอาละ" ฟางจื่อโจวกล่าวเสียงดังขึ้นเล็กน้อย พี่น้องตระกูลถังคุกเข่าต่อหน้าเขาด้วยความเคารพ ทำพิธียกน้ำชามอบตัวเป็นศิษย์
ฟางจื่อโจวรับจอกชาด้วยรอยยิ้ม และดื่มในอึกเดียว แม้ว่าท้องของเขาจะรู้สึกอิ่ม แต่เขายังรักษาท่าทีอันสุขุม พึงพอใจกับศิษย์คนใหม่ของตนเอง
ถังฉีไม่ได้คาดหวังว่าเรื่องราวจะราบรื่นเช่นนี้ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางอย่างสมบูรณ์แบบ
"ตอนนี้ข้าจะทดสอบความรู้ของพวกเจ้า" ฟางจื่อโจวกล่าวพลางมองไปยังถังฉี
เมื่อตระหนักว่าตนเองหมดหน้าที่ ถังฉีจึงเสนอ
"ผู้อาวุโสฟาง ท่านมีคนที่ไว้ใจได้ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้หรือไม่เจ้าคะ? ข้าสามารถสอนวิธีทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เขาได้"
"ดี ข้าจะส่งคนไปช่วยเจ้า"
ฟางจื่อโจวสั่งคนรับใช้ที่เชื่อถือได้ให้ติดตามถังฉีไปที่ห้องครัวของโรงเตี๊ยมทันที
ถังฉีใช้เวลาทั้งวันในการทำเส้นบะหมี่ให้แห้ง
ตกเย็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชุดแรกก็เสร็จเรียบร้อย
เพื่อให้เส้นบะหมี่แห้งอย่างรวดเร็ว ถังฉีต้องตากบะหมี่บนเตียงเตาของโรงเตี๊ยมหลายเตียงทีเดียว
ก่อนเดินทางกลับ นางยกชามบะหมี่ที่ทำสดใหม่มาให้ฟางจื่อโจว
“ยอดเยี่ยม!”
ฟางจื่อโจวชมขณะลองลิ้มชิมรส
แม้ว่าบะหมี่จะไม่อร่อยเท่าตอนเช้า แต่รสชาติก็พอเทียบเคียงได้
Comments
Post a Comment