sister ep431-435 Get link Facebook X Pinterest Email Other Apps ตอนที่ 431: ไม้เงือกสมุทรถังฉีตระหนักดีว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่นางในโลกเดิม นางมักกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับความสำเร็จของตนต่อหน้าผู้คนนับพัน จึงไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใดหญิงสาวนั่งตัวตรง แสดงออกถึงความสงบและความสง่างามที่มีเพียงสตรีสูงศักดิ์ที่แท้จริงเท่านั้นจะถึงมีเมื่อเห็นเช่นนี้ ฮ่องเต้และฮองเฮาก็อดรู้สึกชื่นชมมิได้“นังผู้หญิงชั้นต่ำ เหตุใดถึงได้นั่งข้างหน้าข้า!” โจวเจี๋ยกัดฟันกรอดแม้นางจะเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยา แต่ก็ยังเป็นจวิ้นจู่ที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้ง และในแง่ของภูมิหลังและสถานะทางครอบครัว นางเหนือกว่าสตรีบ้านนอกผู้นี้มาก!“แน่นอนว่าเป็นเพราะความสามารถของข้า ต่างจากท่านที่มัวแต่สนใจสิ่งไร้ประโยชน์ ช่างโง่เขลานัก” ถังฉีตอบอย่างเยือกเย็น พร้อมรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า“เจ้า...” โจวเจี๋ยโกรธจนแทบจะระเบิดออกมา เมื่อถูกสตรีบ้านนอกกล่าวหาว่าโง่เขลา ทำให้นางเดือดดาลจนแทบกระอักเลือดกล้าดีอย่างไรมาเรียกนางว่าโง่เขลา?“กล้าว่าข้าโง่เขลาอย่างนั้นหรือ? เจ้า…” โจวเจี๋ยชะงักกลางคันเมื่อนึกถึงวิธีที่ถังฉีรับมือกับอุบัติเหตุบนเรือบุปผาครั้งก่อน นางถึงกับพูดไม่ออก“ฉีเอ๋อร์ เหตุใดถึงนั่งเงียบนักเล่า? เจ้านั่งห่างจากข้าเกินไปหรือไม่?” ฮ่องเต้พลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อได้ยินเสียงของฮ่องเต้ โจวเจี๋ยก็รีบยืดตัวตรง ทว่าความสงสัยกลับแล่นเข้ามาในหัว เหตุใดคำว่า ‘ฉีเอ๋อร์’ จึงฟังดูคุ้นหูราวกับว่านางเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนขณะที่โจวเจี๋ยครุ่นคิดเรื่องนี้ ถังฉีซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าก็ลุกขึ้นยืนและคำนับ“เสด็จพ่อ หม่อมฉันรู้สึกประหม่าเพคะ…” เสียงของถังฉีแฝงไปด้วยความอึดอัดใจเมื่อมาถึงจุดนี้ นางไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยให้โชคชะตานำพา เดิมทีนางคิดว่าการเป็นพระธิดาบุญธรรมของฮ่องเต้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่คิดเลยว่าฮ่องเต้จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ไม่รู้เลยว่าฮ่องเต้ที่มีพระธิดาเพียงองค์เดียวจะกระตือรือร้นถึงจัดงานเลี้ยงต้อนรับพระธิดาบุญธรรมที่โดดเด่นผู้นี้โจวเจี๋ยถึงกับตกตะลึง เหงื่อเย็นเริ่มผุดพรายบนหน้าผากสตรีสูงศักดิ์คนอื่นๆ ต่างมองนางด้วยรอยยิ้มสาแก่ใจพวกนางรำคาญนิสัยเอาแต่ใจของโจวเจี๋ยมานานแล้ว ทว่าบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลของพวกนางมักย้ำเตือนเสมอว่าอย่าสร้างความขัดแย้งกับตระกูลเป่ยจิ้งอ๋องที่เพิ่งกลับมายังเมืองหลวงและได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายพวกนางไม่คาดคิดมาก่อนว่าหญิงสาวที่โจวเจี๋ยรังแกมาตลอดนั้น แท้จริงแล้วคือพระธิดาบุญธรรมของฮ่องเต้ ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆเสียแล้วหากฮ่องเต้ไถ่ถามถึงเรื่องนี้ในภายหลัง โจวเจี๋ยก็คงหนีไม่พ้นความผิด‘ไม่ เป็นไปไม่ได้! นางเป็นแค่สตรีบ้านนอก จะได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้และกลายมาเป็นพระธิดาบุญธรรมได้อย่างไร!’ โจวเจี๋ยแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินนางคิดไปเองว่าฮ่องเต้คงเลือกสตรีสูงศักดิ์สักคนหนึ่งเป็นพระธิดาบุญธรรม แต่กลับกลายเป็นถังฉีที่นางอาฆาตแค้นมานานถังฉีไม่เพียงแต่เป็นหนามยอกอก แต่ยังเป็นคู่แข่งเรื่องความรักของนางอีกด้วย ตราบใดที่ถังฉียังอยู่ จ้าวไป่จือก็ไม่มีทางหันมามองนาง!และตอนนี้ จู่ๆ ถังฉีก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่เหนือกว่า“ฮาฮา... ไม่เป็นไร นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้ามาร่วมงานเช่นนี้ มาพบเสด็จแม่ของเจ้าสิ” ฮ่องเต้หัวเราะและเรียกให้ถังฉีเข้ามาใกล้ๆ“พี่สาวคนสวย จากนี้ไปท่านจะเป็นพี่สาวของข้า” โจวเจาเอ่ยด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม นางลุกขึ้นยืนโดยไม่รอให้ฮ่องเต้เอ่ยปาก จากนั้นก็เดินเข้าไปหาถังฉี“มาเถอะ ไปหาเสด็จแม่ฮองเฮากัน นางชื่นชมท่านมาก ท่านแม่ของข้าก็เช่นกัน…” โจวเจาเสริมและลดเสียงลงในประโยคสุดท้ายอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นงานสำคัญ ไม่ว่ามารดาของนางจะได้รับความโปรดปรานมากเพียงใด ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเพียงพระสนม และโจวเจาไม่ต้องการให้ฮองเฮาต้องลำบากใจกล่าวจบ โจวเจาก็ขยิบตาให้ถังฉี ก่อนจะจูงมือนางไปยืนเบื้องหน้าฮ่องเต้และฮองเฮา“ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่ฮองเฮา” ถังฉีคุกเข่าลงด้วยความเคารพนอบน้อม จากนั้นนางกำนัลก็รีบยกถ้วยชามาสองใบถังฉีรับถ้วยชาใบแรกยื่นให้ฮ่องเต้ เขารับถ้วยชาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและยกขึ้นจิบจากนั้นก็มอบจี้หยกให้นางชิ้นหนึ่ง“เมื่อมีสิ่งนี้ เจ้าจะสามารถเข้าออกจากวังได้ตามต้องการ”ถังฉีรีบคุกเข่าลงด้วยความซาบซึ้งเมื่อวานนี้ ฮ่องเต้มอบของขวัญมากมายให้นาง และตอนนี้เขาก็มอบจี้หยกให้นางอีกชิ้นหนึ่ง“ฝ่าบาท พระองค์มอบของขวัญล้ำค่าให้ฉีเอ๋อร์มากมายเช่นนี้ เช่นนั้นข้าควรมอบอะไรให้นางดีละเพคะ?” ฮองเฮาหยอกเย้า เห็นได้ชัดว่าทั้งสองมีความผูกพันลึกซึ้ง“ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮองเฮา ข้ารู้ว่าเจ้าก็เตรียมบางอย่างไว้เช่นกัน” ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆฮองเฮามองเขาอย่างรู้ทัน และถังฉีก็ส่งชาถ้วยที่สองให้นาง“เด็กดี ลุกขึ้นเถอะ” ฮองเฮากล่าวพลางประคองถังฉีให้ลุกขึ้นฮองเฮาไม่มีพระธิดา มีเพียงพระโอรสสองพระองค์ และหลานสาวของนางก็แต่งงานออกเรือนกันหมดแล้ว การได้เห็นถังฉีที่มีรูปโฉมหมดจดและสง่างามเช่นนี้ทำให้นางมีความสุขมาก“ของพระทัยเสด็จแม่” ถังฉีเอ่ยพลางยืนขึ้นฮองเฮาจิบชาแล้วสั่งให้นางกำนัลนำของขวัญที่เตรียมไว้มาให้“นี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า” ฮองเฮาแย้มยิ้มและบอกให้ถังฉีเปิดของขวัญบรรดาสตรีผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างมองดูด้วยสายตาอิจฉาริษยา“นี่คือปิ่นหยกชิ้นโปรดที่ท่านแม่มอบให้ข้าตอนแต่งงาน เวลานี้ข้าขอมอบให้เจ้า” ฮองเฮากล่าวขณะดึงปิ่นปักผมสีสันสดใสออกจากศีรษะเห็นได้ชัดว่านางหวงแหนมันมาก“ขอบพระทัยเสด็จแม่” ถังฉีกล่าวตอบ ก่อนจะหยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อกลิ่นหอมจางๆลอยฟุ้งในอากาศทันที“หึ! ฮองเฮามอบของขวัญล้ำค่าให้เพียงนี้ นางกลับนำกล่องไม้ธรรมดาออกมา น่าขำนัก ไม่รู้จักละอายใจเสียบ้างเลย”พวกเขาอยู่ไกลเกินไปที่จะได้กลิ่นหอมจากกล่องไม้“นี่...ทำมาจากไม้เงือกสมุทรงั้นหรือ?” ฮองเฮาร้องออกมาด้วยประหลาดใจ นางเคยเห็นสมบัติล้ำค่ามามาก แต่เคยได้ยินเพียงชื่อของไม้เงือกสมุทรเท่านั้น“เสด็จแม่ ทราบว่าคงไม่มีสมบัติชิ้นใดทำให้ทรงประหลาดใจได้ หม่อมฉันบังเอิญพบไม้เงือกสมุทรชิ้นหนึ่ง จึงสั่งให้ช่างฝีมือทำกล่องใบนี้ขึ้นมาเพคะ” ถังฉีอธิบายพลางเปิดกล่อง เผยให้เห็นไข่มุกขนาดเท่าลูกตาสามเม็ด แต่ละเม็ดมีขนาดและสีสันที่ต่างกันภายใต้แสงแดด พวกมันเปล่งประกายระยิบระยับอย่างงดงามแม้แต่ฮองเฮาซึ่งพบเห็นสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนก็ยังดูประหลาดใจเมื่อเห็นไข่มุกเหล่านี้ พวกมันไม่เหมือนกับไข่มุกใดๆที่นางเคยเห็นมาก่อน! ตอนที่ 432: แสดงความยินดีกับองค์หญิงอันเหอไข่มุกเหล่านี้ล้ำค่าเหลือประมาณ ทว่าสำหรับถังฉีแล้ว พวกมันเป็นเพียงลูกปัดสวยๆไม่กี่เม็ดเท่านั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา หอยกาบที่นางเลี้ยงไว้ในบ่อน้ำของหมู่บ้านตระกูลถังได้ผลิตไข่มุกออกมาได้มากพอสมควร ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นางจะมอบไข่มุกกล่องเล็กๆให้“ฉีเอ๋อร์ ข้าชอบสิ่งที่เจ้ามอบให้จริงๆ” ฮองเฮากล่าวด้วยรอยยิ้ม ความตกตะลึงในคราแรกจางหายไป มีเพียงถังฉีเท่านั้นที่สังเกตเห็นที่นั่งถัดจากฮองเฮาคือพระสนมซึ่งเป็นมารดาของโจวเจา เมื่อเห็นไข่มุกในกล่อง ใบหน้าของนางก็มีแววริษยาเจืออยู่เล็กน้อยอย่างไรก็ตาม นางทราบดีว่าไข่มุกสูงค่าเหล่านี้มีไว้สำหรับฮองเฮา และไม่ว่านางจะได้รับความโปรดปรานเพียงใด นางก็ยังเป็นเพียงพระสนมเท่านั้น“น้องหญิง ไข่มุกเหล่านี้งดงามจริงๆ!” ฮองเฮายิ้มกล่าวพลางหยิบไข่มุกครึ่งหนึ่งจากกล่องไม้วางไว้ในมือของพระสนม“นี่…”พระสนมมีสีหน้าประหลาดใจ“ข้าอายุมากแล้ว และเจ้ายังอยู่ในช่วงวัยอันรุ่งโรจน์ ไข่มุกเหล่านี้เหมาะสมกับเจ้ามากกว่า แต่เพราะเป็นของขวัญจากลูกสาวบุญธรรมของข้า ข้าจึงมอบให้เจ้าได้เพียงครึ่งเดียว มิเช่นนั้นแล้ว เด็กคนนี้คงจะเสียใจไม่น้อย” ฮองเฮากล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้ว่านางจะถือกล่องนั้นไว้แน่นก็ตามเวลานี้ สตรีสูงศักดิ์ได้เห็นไข่มุกขนาดเท่าดวงตาของมังกรในมือของฮองเฮา ใบหน้าของพวกนางพลันเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความอิจฉาริษยาโจวเจี๋ยรู้สึกว่าใบหน้าของนางร้อนผ่าว ไม่คาดคิดว่าถังฉีจะนำเสนอสิ่งล้ำค่าเช่นนี้นอกจากกล่องไม้ใบใหญ่ ไข่มุกหลากสีเหล่านั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริงฮองเฮาเอ่ยถึงไม้เงือกสมุทร และโจวเจี๋ยก็มีความรู้เรื่องนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นนางไม่คาดคิดมาก่อนว่าสตรีบ้านนอกจะสามารถมอบสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้ได้สิ่งที่ไม่มีใครรู้ก็คือ สิ่งที่เรียกกันว่าไม้เงือกสมุทรนี้ แท้จริงแล้วเป็นไม้แปรรูปที่มีกลิ่นหอมจากห้วงมิติของถังฉี มีคุณสมบัติเรื่องกลิ่นหอมที่ติดทนนานนางเคยได้ยินใครบางคนเอ่ยถึงเรื่องนี้ จึงนึกถึงไม้ในห้วงมิติของตนเอง โดยไม่คาดคิดว่ามันจะเหมือนกับไม้เงือกสมุทรในตำนานทุกประการ“ของพระทัยฮองเฮา” พระสนมกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มศีรษะชื่นชมไข่มุกในมือ ใบหน้าเจือแววปลาบปลื้ม“ฉีเอ๋อร์ ข้าชักจะรู้สึกน้อยใจแล้ว ดูสิ แม้แต่พระสนมยังได้รับของขวัญ แล้วข้าเล่า?”ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง น้ำเสียงหยอกเย้าของฮ่องเต้ก็ดังขึ้นอย่างไรเสีย ถังฉีก็เป็นพระธิดาบุญธรรมองค์แรกของเขา ทว่านางกลับมอบของขวัญล้ำค่าให้เพียงฮองเฮา ฮ่องเต้จึงรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อย“เสด็จพ่อ ข้าต้องเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านแน่นอน ทว่ามันไม่เหมาะจะนำมาถวายที่นี่เพคะ” ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มสดับวาจา ท่าทีของฮ่องเต้ก็อ่อนลง ตราบใดที่พระธิดาบุญธรรมยังไม่ลืมเขา เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ทว่าตอนนี้ เขาใคร่รู้ว่านางเตรียมอะไรให้เขาบ้าง“โอ...ใครจะคิดว่าองค์หญิงอันเหอจะร่ำรวยถึงเพียงนี้! ข้าเคยได้ยินมาว่าในแคว้นตงอิ๋ง ไม้เงือกสมุทรชิ้นเล็กๆ สามารถแลกได้กับตำหนักทั้งหลัง!”ขุนนางหนุ่มหลายคนเคยอ่านตำรามากมาย เมื่อได้ยินฮองเฮาเอ่ยถึงไม้เงือกสมุทร พวกเขาจึงอุทานด้วยความชื่นชมจ้าวไป่จือและฉีเซิ่งต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจในตอนนั้น ทั้งสองจำได้ว่าถังฉีเคยถือไม้เงือกสมุทรท่อนใหญ่ หากมันมีค่าถึงเพียงนั้น มิใช่ว่านางสามารถใช้มันซื้อแคว้นซีเหลียงได้ทั้งแคว้นหรอกหรือ?ในตอนนั้นเอง ถังฉีดึงพับกระดาษสีขาวออกมาจากแขนเสื้อและส่งให้ฮ่องเต้ฮ่องเต้เปิดอ่านด้วยสีหน้างุนงง และไม่นาน ใบหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจในมือของเขาคือแบบสำหรับสร้างหน้าไม้ที่ปรับปรุงให้มีอานุภาพยิ่งขึ้น!นอกจากนี้ ยังลือกันว่าถังฉีมอบเกลือบริสุทธิ์ให้เขาถึงสิบชั่งของขวัญเหล่านี้ทำให้ฮ่องเต้ปีติยินดียิ่ง!ถังฉีมียาต้านการอักเสบและยาแก้ปวดอยู่หลายขนาน หากนางส่งมอบยาเหล่านี้ให้กับทหารที่ชายแดน นางอาจช่วยชีวิตทหารได้นับไม่ถ้วน!อย่างไรก็ตาม การแสดงความมั่งคั่งมากเกินไปอาจดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะทูตจากแคว้นตงอิ๋งอยู่ในเมืองหลวง และคณะทูตจากซีเหลียงก็คาดว่าจะมาถึงในเร็ววันหากนางเปิดเผยสมบัติล้ำค่ามากเกินไปในตอนนี้ นางก็จะตกเป็นเป้าได้ง่ายถังฉีทราบว่าฮ่องเต้จะไม่หักหลังนาง แต่นางก็ไม่ต้องการเสี่ยงโดยไม่จำเป็นการที่นางได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิงอันเหอก็ถือว่าดึงดูดความสนใจมากพอแล้วหากมิใช่เพราะนางต้องการให้เกียรติฮองเฮาต่อหน้าธารกำนัล นางคงมอบสิ่งของเหล่านี้ให้เป็นการส่วนตัว“นี่คือ ‘สตรีบ้านนอก’ ที่เจ้าเอ่ยถึงเมื่อครู่นี้หรือ? หากนางเป็นสตรีบ้านนอก แล้วพวกเราเป็นใครกันเล่า?”หลานสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายขวามองโจวเจี๋ยด้วยรอยยิ้มหยันนางพอใจที่ได้เห็นโจวเจี๋ยต้องทนทุกข์ทรมานโจวเจี๋ยมักพึ่งพาบารมีของตระกูลที่สูงกว่า หากเป่ยจิ้งอ๋องมีบุตรสาวอีกคน ตำแหน่งจวิ้นจู่จะตกเป็นของบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาอย่างนั้นหรือ?แม้แต่หลานสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายขวายังถูกบุตรสาวอนุภรรยากลั่นแกล้งในบางครั้งนางสั่งสมความเคียดแค้นมาเป็นเวลานาน และการได้เห็นโจวเจี๋ยอับอายขายหน้าในวันนี้ทำให้นางมีความสุขอย่างเหลือเชื่อนางอดไม่ได้ที่จะล้อเลียนโจวเจี๋ยต่อไป“เงียบนะ!” แน่นอนว่าโจวเจี๋ยสังเกตเห็นความสะใจในแววตาของนาง ทว่าทำได้เพียงพยายามระงับโทสะแม้เสียงของพวกนางจะแผ่วเบา ทว่าฮ่องเต้และฮองเฮาต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจนฮ่องเต้ไม่คาดคิดว่าโจวเจี๋ยซึ่งภายนอกดูอ่อนโยนและใจกว้างจะทำตัวเช่นนี้โจวเจี๋ยตวาด แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน ใบหน้าของนางพลันซีดเผือด“โจวเจี๋ย หากเจ้ารู้สึกไม่สบายก็กลับไปเถอะ” ฮ่องเต้กล่าวอย่างใจเย็น สีหน้ายากจะหยั่งถึง“หม่อมฉัน…”โจวเจี๋ยกำลังจะบอกว่านางไม่ได้ไม่สบาย แต่จู่ๆ โจวเฉิงกวงก็ก้าวออกมาข้างหน้า“ฝ่าบาท น้องสาวของกระหม่อมไม่สบายมาพักหนึ่งแล้ว กระหม่อมจะพานางกลับทันที!” ใบหน้าของโจวเฉิงกวงสงบนิ่ง แม้ตัวเขาเองก็ได้ยินเสียงระเบิดอารมณ์ของน้องสาวเมื่อครู่คนอื่นอาจไม่ทราบ แต่ฮ่องเต้สังเกตเห็นอย่างชัดเจนหากโจวเจี๋ยอยู่ต่อ ฮ่องเต้และฮองเฮาจะยิ่งลำบากใจมากขึ้นเขาจำต้องต้องกลับไปหารือเรื่องนี้กับบิดาใบหน้าของโจวเจี๋ยเริ่มหม่นหมอง นางหันกลับมาจ้องมองหลานสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายขวา โยนความผิดทุกอย่างให้นางและถังฉีฮ่องเต้โบกมือให้โจวเฉิงกวงพาโจวเจี๋ยออกไปโจวเฉิงกวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองถังฉีหญิงสาวที่เคยช่วยเขาในเขตเฟิงโจวมาไกลถึงเพียงนี้!“ขอแสดงความยินดีกับองค์หญิงอันเหอ!”เขาตระหนักดีว่าถังฉีประสบสำเร็จได้ด้วยตัวนางเอง! ตอนที่ 433: จวนองค์หญิง“ขอบคุณโจวซื่อจื่อ! อย่างไรเสีย ข้าสงสัยจริงๆว่านิสัยดื้อรั้นของน้องสาวท่านเหมือนกับใครในจวนเป่ยจิ้งอ๋อง”ถังฉีกล่าวเสียงเรียบ สีหน้าสงบนิ่ง ท่าทีเฉยเมยและห่างเหินแม้ว่าพวกเขาจะเคยผูกพันกันมาก่อนในเขตเฟิงโจว ทว่าสิ่งที่โจวเจี๋ยทำกับนางหมายความว่าพวกเขาไม่อาจสานไมตรีต่อกันได้อีกต่อไป ไม่ว่าความสัมพันธ์ในอดีตจะเป็นเช่นไรก็ตามโจวเฉิงกวงสัมผัสถึงความเย็นชาและห่างเหินในแววตาของถังฉี หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้งยิ่งนัก“องค์หญิงอันเหอ ข้าจะให้ผู้อาวุโสในตระกูลลงโทษนางอย่างเหมาะสมเมื่อกลับไป” โจวเฉิงกวงกล่าวพร้อมโค้งคำนับ กายใจรู้สึกไร้เรี่ยวแรงพวกเขาไม่ได้พบกันมานานมากแล้ว และตอนนี้ ถังฉีก็งดงามขึ้นจนเขาแทบไม่กล้ามองหน้านางตรงๆ “ฝ่าบาท ฮองเฮา กระหม่อมทูลลา” โจวเฉิงกวงเอ่ยขึ้น ไม่ต้องการรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป เมื่อฮ่องเต้ผงกศีรษะ เขาก็เรียกโจวเจี๋ยให้ออกไปพร้อมเขาโจวเจี๋ยไม่ใช่คนโง่ นางตระหนักดีว่าฮ่องเต้ไม่พอใจนางมากขึ้นทุกที และหากนางทำให้พี่ชายโมโห หลังจากเป่ยจิ้งอ๋องสิ้นชื่อ นางก็จะไม่เหลือผู้ใดคอยค้ำจุนสุดท้ายแล้ว นางยังคิดได้เช่นนี้ก็ถือว่าไม่ใช่คนเบาปัญญาเกินไปนักเมื่อโจวเฉิงกวงพานางออกไป งานเลี้ยงก็กลับสู่บรรยากาศปกติอย่างรวดเร็วบรรดาแขกโดยเฉพาะขุนนางหนุ่มที่ภาคภูมิใจในความสง่างามของตนเองต่างคะนึงถึงถังฉี องค์หญิงอันเหอผู้งดงาม“พี่สาวคนสวย อย่าไปสนใจคนอย่างนางเลย นางแค่อารมณ์เสียเพราะไม่ได้สิ่งที่ต้องการเท่านั้น!”โจวเจารู้จักกับโจวเจี๋ยมาตั้งแต่เยาว์วัย และทั้งสองก็ไม่เคยเข้ากันได้เลย“ข้าไม่เป็นไร มีคนเช่นนางอยู่มากมาย หากใส่ใจทุกคน ชีวิตคงน่าเหนื่อยหน่ายไม่น้อย” ถังฉีกล่าวพลางส่ายศีรษะเบาๆได้ยินเช่นนั้น โจวเจาก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง“ฮิฮิ… พี่สาวคนสวย ท่านเห็นหรือไม่? เสด็จแม่ฮองเฮาอยากได้ท่านเป็นลูกสาวจริงๆเสียแล้ว” โจวเจาหยอกเย้าพลางมองไปทางฮองเฮาถังฉีมองตามสายตาของนางและสบตากับฮองเฮาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น จึงยิ้มตอบอย่างสง่างามรอยยิ้มของฮองเฮายิ่งกดลึกนอกจากความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆเพราะโจวเจี๋ยแล้ว งานเลี้ยงก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไร้ซึ่งเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อื่นๆวันรุ่งขึ้น ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็คึกคักไปด้วยข่าวที่ฮ่องเต้รับพระธิดาบุญธรรม ซึ่งเป็นหญิงสาวจากเขตเฟิงโจวที่เคยช่วยเหลือผู้คนในยามเกิดภัยพิบัติทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นใคร และเหตุใดจึงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้และได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิงอันเหอ ถือเป็นเรื่องใหญ่ครั้งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาแผ่นดินเป่ยโจวในขณะเดียวกัน ผู้ที่เป็นจุดสนใจของเรื่องซุบซิบทั้งหมดนี้กำลังวุ่นวายอยู่ในครัวของเรือนรับรอง“องค์หญิง ตอนนี้ท่านมีตำแหน่งสูงส่งแล้ว ไม่ควรมาอยู่ในครัวนะเจ้าคะ” ตู้เยว่เหนียงกล่าวด้วยความวิตกกังวลช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ถังฉีกำลังคิดค้นอาหารที่หลากหลาย นางยังทดลองทำไอศกรีมแท่งรสชาติต่างๆอีกด้วยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ‘ปั้งปิง’ หลากหลายรสชาติที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลวางขายต่างได้รับความนิยมอย่างล้นหลามไปทั่วทั้งเมืองหลวง มิใช่เพียงเด็กๆเท่านั้น แต่แม้แต่กลุ่มสตรีชั้นสูงก็มาที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลเพื่อเพลิดเพลินกับปั้งปิงเช่นกันขณะเดียวกัน ปริมาณกุ้งมังกรน้อยที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลขายนั้นก็ลดลงเรื่อยๆ และไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกต่อไป และร้านอาหารฝั่งตรงข้ามที่มีชื่อว่า ‘หลานเยว่’ ก็เริ่มขายกุ้งมังกรน้อยในราคาที่ถูกกว่ามากปัญหาเดียวคือรสชาติของกุ้งมังกรน้อยด้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติดแต่ก็ทำให้ผู้ที่ไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อกินกุ้งมังกรน้อยในโรงเตี๊ยมเยว่ไหล สามารถกินกุ้งมังกรน้อยที่ร้านหลานเยว่ได้“นายท่าน คนของเราจับกุ้งมังกรน้อยทั้งวัน แต่ก็ได้มาเพียงหนึ่งชั่งเท่านั้น” เถ้าแก่วิ่งเข้าไปในครัวขณะที่ฉีเซิ่งกำลังดีดลูกคิด“ไม่เป็นไร” ฉีเซิ่งตอบพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่สนใจรายงานของเถ้าแก่มากนัก“นายท่าน พวกเราจ่ายเงินเพิ่มให้กับชาวนาที่จับกุ้งมังกรน้อยมาขาย แต่เวลานี้พวกเขาจับได้เพียงวันละหนึ่งหรือสองชั่งเท่านั้น นี่ชักเริ่มจะเป็นปัญหาแล้ว พวกเราไปขอให้ร้านหลานเยว่แบ่งกุ้งมังกรน้อยให้พวกเราบ้างดีหรือไม่?”หากไม่มีปั้งปิงของถังฉีช่วยดึงดูดสตรีชั้นสูงและเด็กๆมาที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหล กิจการของพวกเขาคงซบเซาลงกว่านี้“ไม่จำเป็น อีกไม่นานกุ้งมังกรน้อยก็จะหมดไปเอง” ฉีเซิ่งตอบด้วยความมั่นใจในคำทำนายของถังฉีนอกจากนี้ กุ้งมังกรน้อยที่ลุงซวินเพาะเลี้ยงให้พวกเขาก็เกือบจะพร้อมขายแล้ว“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ เราจะยิ่งเสียเงินมากขึ้น และลูกค้าก็จะเริ่มไม่สนใจเรา” เถ้าแก่กล่าวด้วยความวิตกกังวล เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจ้านายของตนจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้“ถ้าช่วงนี้เราจับกุ้งมังกรน้อยได้น้อยลงก็เลิกขายเถอะ นำกุ้งมังกรน้อยที่มีอยู่ไปย่างและขายให้โต๊ะละสองตัวพร้อมกับปลาย่างไปเลย” ฉีเซิ่งกล่าวอย่างใจเย็นเขาเพียงอดทนอีกสามหรือสี่วัน แล้วกุ้งมังกรน้อยที่ลุงซวินเพาะเลี้ยงก็จะพร้อมขายให้โรงเตี๊ยม เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะมีกุ้งมังกรน้อยมากเกินพอ ต่อให้ลูกค้ากินทิ้งกินขว้างก็ไม่มีผลกระทบใดๆ“แต่ว่านายท่าน…” เถ้าแก่ยังคงไม่วางใจ“ท่านสงสัยในการตัดสินใจของข้าหรือ? ต่อให้พวกเขาจะมีกุ้งมังกรน้อยขายแล้วอย่างไร? พวกเขาจะขายมันได้นานแค่ไหนกัน? ทำตามคำแนะนำของข้าเถอะ ภายในสามวัน ข้าจะทำให้ร้านหลานเยว่ต้องตกตะลึง!” ฉีเซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเห็นเช่นนี้ เถ้าแก่ก็รู้สึกสบายใจขึ้น เขาจึงพยักหน้าก่อนจะจากไป แม้จะยังไม่เข้าใจว่าฉีเซิ่งวางแผนอะไรอยู่ก็ตามเวลานี้ สิ่งที่ฉีเซิ่งต้องการก็คือทำบัญชีให้เสร็จและดูว่าพวกเขาทำกำไรได้เท่าไรในเดือนนี้เขาตั้งใจจะไม่สนับสนุนองค์ชายเหมือนอย่างที่เคยทำในอดีต --- คนบางประเภทก็จำเป็นต้องตีตัวออกห่างทีละน้อยเมื่อกลับจากวังหลวง ถังฉีก็ได้รับการต้อนรับจากน้องชายซึ่งเฝ้ารอการกลับมาของนาง“พี่ใหญ่ ข้าได้ยินว่าฮ่องเต้มอบจวนองค์หญิงให้ท่านด้วย” ถังเฟิงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาเป็นประกายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเดินเตร่ไปทั่วเมืองหลวงและได้เห็นจวนหลังใหญ่โตของตระกูลเศรษฐีมากมาย ครานี้พี่สาวของเขาได้รับพระราชทานจวนองค์หญิงจากฮ่องเต้ เขาแทบระงับความตื่นเต้นของตัวเองไว้ไม่ได้“ใช่แล้ว ข้ายังไม่มีโอกาสไปที่นั่นเลย พรุ่งนี้พวกเราไปด้วยกันดีหรือไม่?” ถังฉีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม นางไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะดีกับนางถึงเพียงนี้“ตกลง” น้องชายตอบพร้อมกันเป็นเสียงเดียว แม้แต่ถังอู่ก็พยักหน้าดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งบุตรสาวของตนจะกลายเป็นองค์หญิงองค์ที่สองของแผ่นดินเป่ยโจว“องค์หญิง ข้าก็อยากไปด้วย ข้าไม่เคยเห็นจวนองค์หญิงมาก่อนเลยในชีวิต” ตู้เยว่เหนียงตื่นเต้น ไม่คาดฝันว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดองค์หญิง“วันนี้เป็นวันดี ดังนั้นข้าจะลงมือทำอาหารมื้อเย็นด้วยตัวเอง” ถังฉีประกาศด้วยรอยยิ้ม ตอนที่ 434: ได้ดิบได้ดีกล่าวจบ ถังฉีก็พับแขนเสื้อขึ้น“องค์หญิง ให้ข้าช่วยเถอะ!”“พี่ใหญ่ ข้าก็จะช่วยด้วย!”ถังเหอ ถังเฟิง และเฉียวอวี๋ ต่างตามมาติดๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้มถังอู่นั่งอยู่ตรงนั้น มองไปทางหมู่บ้านตระกูลถัง ความปลื้มปีติในดวงตายากจะอำพราง“ซิ่งฮวา เจ้าเห็นหรือไม่? ลูกๆของเราช่างน่าภาคภูมิใจเหลือเกิน!” ถังอู่กล่าว น้ำตารินไหลออกมาไม่ขาดสาย“เพียงเท่านี้ เจ้าก็นอนตายตาหลับแล้ว...”อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ ถังฉีและครอบครัวเดินทางมาถึงที่ดินที่ฮ่องเต้พระราชทานให้แต่เช้า“ถวายบังคมองค์หญิง!”ขณะที่กลุ่มของถังฉีเดินเข้ามา ยามเฝ้าประตูก็รีบวิ่งออกมาและคุกเข่า“ยืนขึ้นเถอะ”เมื่อกล่าวจบ ถังฉีก็มอบถุงเงินเล็กๆที่บรรจุก้อนตำลึงเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาแต่ละคนถังฉีเป็นคนใจกว้าง และเนื่องจากเมื่อวานฮ่องเต้พระราชทานของกำนัลมากมาย นางจึงไม่ตระหนี่ถี่เหนียวในการตกรางวัลคนรับใช้ในวันนี้“ขอบคุณองค์หญิง! ข้าจะนำทางให้และไปตามท่านพ่อบ้าน!”ยามเฝ้าประตูหันไปส่งสัญญาณบอกคนรับใช้อีกคนหนึ่งพวกเขาไม่คาดหวังว่าองค์หญิงอันเหอจะมีเมตตาถึงเพียงนี้ ทุกคนตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่งไม่นาน พวกเขาก็มาถึงจวนองค์หญิงพี่น้องตระกูลถังรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เมื่อวาน เวลานี้ทุกคนจึงมีท่าทีสุขุมเยือกเย็น“ข้าคือพ่อบ้านนามว่าจางเฟิง ถวายบังคมองค์หญิง!”พ่อบ้านจางรีบเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าถังฉี“ลุกขึ้นเถอะ”ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็น และมอบถุงเงินให้กับพ่อบ้านจาง“ขอบคุณองค์หญิง!” ใบหน้าของพ่อบ้านจางอาบด้วยรอยยิ้มกว้าง“องค์หญิง ไม่คิดว่าท่านจะเดินทางมาวันนี้ ไม่เช่นนั้นข้าคงไปต้อนรับท่านที่ประตูหน้าแล้ว!”พ่อบ้านจางกล่าวขอโทษด้วยความเคารพ“ไม่เป็นไร ข้าเพียงมาชมรอบๆเท่านั้น มีคนช่วยแนะนำก็เกินพอแล้ว”ถังฉีตอบเรียบๆ ไม่ต้องการทำให้การย้ายเข้าจวนองค์หญิงอันเหอกลายเป็นเรื่องเอิกเกริกใหญ่โตการมาของนางเพียงเพื่อเยี่ยมชมจวนที่นางได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้เท่านั้น“องค์หญิง ท่านจะไม่ย้ายเข้าจวนหรือ?”ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของพ่อบ้านจางเขาได้ยินมาว่าองค์หญิงอันเหอมาจากหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลในเขตเฟิงโจวแต่เมื่อเห็นจวนที่โอ่โถงและหรูหรา นางกลับดูไม่กระตือรือร้นจะย้ายเข้ามาอยู่ นับว่าผิดคาดอย่างมาก“อืม ข้ามีเรือนอีกหลังที่รู้สึกสบายใจดีอยู่แล้ว การย้ายมาที่นี่รังแต่จะทำให้มีคำเชิญหลั่งไหลมาไม่ขาดสายเท่านั้น”ถังฉีไม่ชอบร่วมงานสังสรรค์ในโลกเดิม สถานะทางสังคมกดดันให้นางต้องออกงานสังคมอยู่บ่อยๆ ทว่าในเวลานี้ นางจะหลีกเลี่ยงงานเช่นนี้ทุกครั้งที่มีโอกาสพ่อบ้านจางผงกศีรษะ ตระหนักว่าองค์หญิงอันเหอไม่ชอบความวุ่นวายและต้องการความสงบมากกว่าทั้งกลุ่มเดินชมอาณาบริเวณโดยรอบมาพักใหญ่ พ่อบ้านจางเสนอที่จะนำเกี้ยวมาให้ แต่ถังฉีปฏิเสธในที่สุด หลังจากเดินจนเหนื่อย พวกเขาก็เสร็จสิ้นการชมจวนองค์หญิงเมื่อกลับมาถึงเรือนหลังเดิม พี่น้องตระกูลถังนั่งหมดแรงอยู่บนเก้าอี้“พี่ใหญ่ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าที่ดินที่ฮ่องเต้พระราชทานให้จะกว้างขวางถึงเพียงนี้ --- เกือบครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านตระกูลถัง!”แม้แต่ถังเหอซึ่งคุ้นตากับความอุดมสมบูรณ์ในหุบเขาร้อยพิษยังรู้สึกประหลาดใจ ฮ่องเต้ยังกล่าวอีกว่าตระกูลถังสามารถย้ายเข้าจวนองค์หญิงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ“พี่ใหญ่ หากข้าปลูกสมุนไพรแปลงใหญ่ไว้ที่นั่น เราก็คงได้ผลผลิตสมุนไพรมากมายในวันข้างหน้า”ถังเหอกล่าวด้วยสีหน้าร่าเริง“หากไม่ใช่ให้เกิดประโยชน์ พื้นที่กว้างใหญ่เหล่านั้นคงสูญเปล่า”“อืม หากอยากปลูกอะไรก็ไปหาพ่อบ้านจางพรุ่งนี้ ตราบใดที่เจ้าไม่รื้อจวน ก็ทำตามที่เจ้าต้องการเถอะ”ถังฉีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ด้วยรู้ว่าถังเหอจะไม่หุนหันพลันแล่น อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นของกำนัลจากฮ่องเต้ ทั้งยังมีพืชพรรณและต้นไม้ล้ำค่ามากมายในที่ดินแห่งนี้ระหว่างการเที่ยวชม ถังฉีสังเกตเห็นว่าต้นไม้บางชนิดสามารถขายได้ในราคาหลายแสนหรือแม้แต่หลายล้านหยวนในโลกเดิมของนางแม้นางจะไม่ได้ชื่นชอบต้นไม้เป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าใครก็คงพึงพอใจหากมีงานสะสมอันทรงคุณค่าเช่นนี้อยู่ในที่ดินของตนเอง“เยี่ยมไปเลย! พี่ใหญ่ นึกแล้วว่าท่านต้องเห็นด้วย!”แม้จะรู้คำตอบแล้ว แต่ถังเหอก็ยังคงตื่นเต้นดีใจ“พี่ใหญ่ ท่านคงไม่ลำเอียงจนละเลยน้องชายอีกคนหนึ่งกระมัง?” เฉียวอวี๋ถามด้วยความกระตือรือร้น สายตาจับจ้องไปยังถังฉี“พี่เฉียว หุบเขาร้อยพิษกว้างใหญ่กว่าที่ดินในจวนองค์หญิงตั้งหลายสิบเท่า แล้วท่านยังจะมาแข่งขันกับข้าเพื่อที่ดินเล็กๆเช่นนี้อีกหรือ?”สีหน้าของถังเหอดูหดหู่ทันที“ฮึ่ม นางไม่ใช่พี่ใหญ่ของเจ้าคนเดียวสักหน่อย นางก็เป็นพี่ใหญ่ของข้าด้วยเช่นกัน ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็เป็นหมอ สมุนไพรจึงควรแบ่งกันคนละครึ่ง!”ถังเหอถึงกับพูดไม่ออก“หากพวกเจ้าสองคนชอบสมุนไพรมากถึงเพียงนั้น ข้าซื้อที่ดินสักสองสามร้อยหมู่ดีหรือไม่?”ถังฉียิ้มให้น้องชายทั้งสองซึ่งผงะไปทันที“ฮ่าๆๆ…”ถังเฟิงอดหัวเราะมิได้เมื่อเห็นท่าทางยอมจำนนของทั้งคู่“พี่เฟิงจือ ข้าสังเกตเห็นว่าใต้ตาของท่านคล้ำลง ทั้งยังดูอ่อนเพลียกว่าแต่ก่อน ให้ข้าฝังเข็มให้ท่านสักหน่อยเถอะ!”ถังเหอหยิบกล่องเล็กๆ บรรจุเข็มทองออกมาจากแขนเสื้อเฉียวอวี๋ผงกศีรษะเห็นด้วย“ถังเหอ สายตาเด็กน้อยของเจ้าช่างเฉียบแหลมจริงๆ! ข้าไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าสุขภาพของพี่เฟิงจือย่ำแย่แค่ไหน!”สีหน้าของเฉียวอวี๋จริงจังมากขึ้น ก่อนจะหยิบชุดเข็มทองคำออกมาจากแขนเสื้อของตนเองด้วยเช่นกัน“ฮึ่ม พวกเจ้าสองคนเจตนาร้ายชัดๆ ข้ารู้ดีที่สุดว่าสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างไร ไม่ต้องมาแสร้งเป็นห่วงข้าหรอก!”ถังเฟิงกล่าวและรีบวิ่งออกไป“พี่เฟิงจือ เราเป็นหมอ เชื่อเราเถอะ!”ถังเหอและเฉียวอวี๋รีบไล่ตามเขาไปทันที ตั้งใจว่าวันนี้จะฝังเข็มให้เขาให้ได้!“พี่ใหญ่ ช่วยข้าด้วย!”เมื่อถังเฟิงเห็นเข็มในมือของพวกเขาก็ตัวสั่นด้วยความกลัวภายในห้อง ถังฉีเฝ้าดูน้องชายทั้งสามไล่ตามกันไปรอบๆลานบ้าน รอยยิ้มอ่อนโยนผุดบนริมฝีปากฉากนี้ทำให้รู้สึกเหมือนพวกได้เขาย้อนเวลากลับไปในสมัยก่อน เมื่อพี่น้องต่างพึ่งพากันและกันและเต็มไปด้วยความสุข“พวกเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว...”ใบหน้าของถังอู่เริ่มอ่อนลงเมื่อระลึกถึงอดีต “ในฐานะพ่อ ข้าไม่คู่ควรและไม่ค่อยได้ช่วยเหลือพวกเจ้ามากนัก แต่การได้เห็นพวกเจ้าเติบโตมาอย่างดี… ข้าก็รู้สึกว่าได้ทำในสิ่งที่แม่ของพวกเจ้าต้องการแล้ว”“ท่านพ่อ ข้าทราบดี --- ท่านรักพวกเรา”ถังฉีตอบอย่างจริงจังความสัมพันธ์ระหว่างนางและถังอู่ค่อนข้างอึดอัดเสมอมา และทั้งสองก็ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก“เจ้าคือความภาคภูมิใจของข้า หากไม่มีเจ้า ครอบครัวนี้และน้องชายของเจ้าทุกคนคงไม่ได้ดิบได้ดีอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้” ตอนที่ 435: เราจะมีพี่สะใภ้แล้ว สดับวาจาของถังอู่ ถังฉีก็เงียบลงภาพความทรงจำในอดีตมากมายวาบผ่านนัยน์ตาทันใดนั้น นางก็ยิ้มอย่างโล่งใจ “ท่านพ่อ เวลานี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว และครอบครัวของเราก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้อาวุโสฟางเขียนจดหมายมา บอกว่าในปีนี้ซานจือและสุ่ยจือมีโอกาสผ่านการสอบขุนนางระดับซิ่วไฉ**!”** การสอบเข้ารับราชการของจีน รอบที่หนึ่งเรียกว่า 秀才 (ซิ่วไฉ) เป็นการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น“จริงหรือ?!”เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของถังอู่ก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้นทันที!“สิ่งที่ผู้อาวุโสฟางกล่าวย่อมน่าเชื่อถือแน่นอน” ถังฉีผงกศีรษะ รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้านี่เป็นข่าวดีจริงๆ ประเสริฐยิ่งกว่าข่าวดีใดๆ!“ฮ่าฮ่าฮ่า…ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งลูกชายของข้าจะนำศักดิ์ศรีมาสู่วงศ์ตระกูลในฐานะบัณฑิตซิ่วไฉ!”ถังอู่หัวเราะร่า แม้น้ำตาจะไหลอาบแก้มเขาไม่เคยกล้าแม้แต่จะฝันว่าลูกๆของเขาจะประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้!ลูกชายคนเล็กของเขามีทักษะวิชาหมอที่ยอดเยี่ยม แม้ถังเฟิงจะไม่ได้ฝักใฝ่ด้านวิชาการหรือมีทักษะด้านวรยุทธ์มากนัก แต่เขาก็มีความคิดสร้างสรรค์ด้านการทำมาค้าขายที่โดดเด่นเหนือธรรมดาและเวลานี้ ถังซานและถังสุ่ยกำลังจะได้เป็นบัณฑิตซิ่วไฉ เขาจะขออะไรไปมากกว่านี้?“ดูเหมือนว่าหลังจากประกาศผลการสอบแล้ว ผู้อาวุโสฟางจะพาพวกเขามายังเมืองหลวง แล้วครอบครัวของเราจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง”ถังฉีกล่าวอย่างทอดถอนใจ ด้วยคิดถึงน้องชายทั้งสองที่ไม่ได้พบกันมานานณ อำเภอชิงหยาง ห่างจากเมืองหลวงประมาณพันลี้ ถังซานและถังสุ่ยกำลังอ่านตำราภายใต้แสงไฟยามค่ำคืน ทั้งคู่ต่างตั้งตารอที่จะได้พบกับพี่สาวของตนในเร็ววัน“พี่ถัง ข้าเอาของว่างยามดึกมาให้”ตอนนั้นเอง เด็กสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงสีเขียวยืนอยู่ที่ประตูพร้อมกับขนมสองชาม ยิ้มอย่างเขินอาย“แม่นางฟาง ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าเจ้าไม่ต้องลำบาก หากข้ากับน้องชายหิว เราจะบอกให้คนรับใช้ไปเอามาให้เอง”ถังซานลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว“พวกบ่าวซุ่มซ่ามจะตายไป และอาหารที่พวกเขาทำก็ไม่ค่อยอร่อย ข้าทำขนมให้ท่านแม่และพอมีเหลืออยู่บ้าง จึงแบ่งมาให้พวกท่าน”ใบหน้าของฟางหวานหว่านแดงก่ำ แม้มองเพียงปราดเดียว ไม่ว่าใครก็ต้องตระหนักได้ว่านางมีใจให้ถังซานถังสุ่ยเบือนหน้าไปทางอื่นย้ำกับตนเองในใจว่าครั้งต่อไปที่เขียนจดหมายถึงพี่ใหญ่ เขาจะต้องบอกให้นางทราบเรื่องนี้“ข้าไม่ใช่คนเรื่องมาก จะอร่อยหรือไม่ข้าก็กินได้ทั้งนั้น”การตอบสนองอย่างไม่ใส่ใจของถังซาน ทำให้ถังสุ่ยที่ลอบสังเกตการณ์เงียบๆ รู้สึกกังวลใจไม่น้อย!อย่างไรก็ตาม ในเมื่อฟางหวานหว่านอุตส่าห์ทำอาหารมาให้ คงเสียมารยาทมากหากสองพี่น้องปฏิเสธและผู้อาวุโสฟางก็คงไม่พอใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน!หลังจากที่ฟางหวานหว่านจากไป ทั้งสองพี่น้องก็กลับมาอ่านตำราตามเดิม“พี่รอง ไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะเมินเฉยความรู้สึกของแม่นางฟาง!” ถังสุ่ยบ่นด้วยความหงุดหงิด!พี่ชายของเขาอยู่ในวัยที่แต่งงานได้แล้ว แต่เขากลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย!แม่นางฟางเปิดเผยและตรงไปตรงมา แต่พี่ชายของเขากลับนิ่งเฉยเหมือนเต่า เรื่องนี้ช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ“เจ้ายังเด็ก จะไปรู้อะไร? แม่นางฟางมาจากตระกูลบัณฑิตที่น่าเลื่อมใส แม้ข้าจะร่ำเรียนภายใต้การดูแลของผู้อาวุโสฟาง แต่ความทะเยอทะยานของข้าอยู่ที่อื่น ข้าใฝ่ฝันจะเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรในสนามรบ ไม่ใช่บุรุษที่ฝักใฝ่ในตำราและมีสตรีอยู่เคียงข้าง! ข้าไม่สามารถให้สิ่งที่นางต้องการได้”ถังซานกล่าวพลางถอนหายใจฟางหวานหว่านเป็นสตรีที่จิตใจดีและสง่างาม เหมาะสมจะเป็นศรีภรรยาแต่เขาไม่อาจทนให้นางต้องมาเสียเวลาเพราะเขาดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยและรักษาระยะห่างจากแม่นางฟางข้างนอก ฟางหวานหว่านที่ลืมบางอย่างและกลับมาได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องเข้าพอดี“พี่ถัง ไม่ว่าท่านจะพูดอย่างไร ข้าก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ข้าจะไม่มีวันตัดใจจากท่าน! หากข้าแต่งงานกับท่านไม่ได้ ข้าไปบวชชีบนภูเขายังดีกว่า!”นางไม่รู้ว่าตนเองเอาความกล้าเช่นนี้มาจากไหน แต่หลังจากประกาศออกไปแล้ว นางก็วิ่งหนีไปด้วยความเร็วสุดฝีเท้าถังซานยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความตกตะลึง ไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร“พี่รอง ใช่ว่าท่านจะไม่สนใจนางเสียทีเดียว! ในเมื่อพวกท่านมีใจให้กัน ไยยังต้องปิดบังเรื่องนี้? เราไปขอให้พี่ใหญ่กับท่านพ่อจัดการเรื่องแต่งงานเถอะ ข้าบอกได้ว่าแม่นางฟางชอบท่านมาก เพราะฉะนั้น…”“พอได้แล้ว น้องสาม ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเจ้ามีพรสวรรค์ในการเป็นพ่อสื่อด้วย! ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก ข้าตัดสินใจแล้ว!”อารมณ์ของถังซานสับสนวุ่นวาย เขาจึงรีบขอตัวและกลับห้องไปพักผ่อน“ฮึ่ม คอยดูเถอะ ข้าจะเขียนจดหมายไปบอกพี่ใหญ่เรื่องนี้ จะได้รู้กันว่านางคิดเห็นอย่างไร!”ถังสุ่ยบ่นพึมพำ วางตำราลงแล้วหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น เล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นถังฉีได้รับจดหมายของถังสุ่ยในวันที่รัชทายาทแห่งแคว้นซีเหลียงเดินทางมาถึงเมืองหลวง“ท่านพ่อ ดูสิ ลูกสาวของผู้อาวุโสฟางมีใจให้ซานจือ…”ถังฉียิ้มด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินข่าวว่าบุตรสาวคนเล็กของฟางจื่อโจวและถังซานชอบพอกัน!แต่เด็กคนนั้น — เขามีใจให้นางอย่างชัดเจน แต่กลับแสร้งทำตรงกันข้าม!ถังฉีรู้สึกวิตกกังวล หากนางอยู่ที่นั่น นางคงคุยกับถังซานให้รู้เรื่อง“เรื่องเช่นนี้ ข้าควรไปพบนางด้วยตัวเอง จะปล่อยให้เด็กสาวผู้นั้นรู้สึกเหมือนถูกละเลยไม่ได้”รอยยิ้มของถังอู่ไม่จางหายไป“ท่านพ่อนี่ละก็ พวกเขายังไม่ตกลงปลงใจกันทั้งสองฝ่ายด้วยซ้ำ!” แม้ถังฉีจะกล่าวเช่นนี้ แต่นางก็มั่นใจแล้วว่าอีกไม่นานน้องชายของนางจะหลงเสน่ห์ของฟางหวานหว่าน!นางรู้จักน้องชายของนางดีเกินไป!“ท่านพ่อจะออกเดินทางเมื่อไรหรือ? ข้าต้องเตรียมของให้ว่าที่น้องสะใภ้เสียแล้ว”ถังฉีเริ่มคิดว่าจะเตรียมของกำนัลใดให้ผู้อาวุโสฟางและครอบครัว“พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันเลยเถอะ จดหมายฉบับนี้กว่าจะมาถึงคงใช้เวลาหลายวัน ใครจะรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างตั้งแต่ตอนนั้น”ถังอู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง“ตกลง ข้าจะเตรียมของให้พร้อม แล้วค่อยบอกเสี่ยวเหอกับคนอื่นๆในมื้อเย็นวันนี้”ถังฉีรีบออกไป และถังอู่ก็กลับห้องไปเตรียมของเช่นกันขณะรับประทานอาหารเย็น เมื่อถังฉีเล่าข่าวนี้ น้องชายของนางต่างตะลึงพรึงเพริด“เรากำลังจะมีพี่สะใภ้แล้วหรือ!”ถังเฟิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก!“ข้าจะไปเตรียมสมุนไพรสำหรับการตั้งครรภ์ของพี่สะใภ้!” ถังเหออุทาน ละทิ้งมื้ออาหารแล้วรีบวิ่งออกไป“ข้าจะไปช่วยด้วย!”เฉียวอวี๋รีบตามไปสมทบ ทั้งสองหารือกันว่าควรเตรียมสมุนไพรและวัตถุดิบใดบ้างคืนนั้น ภายในเรือนเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกคนเตรียมของกันจนดึกดื่นเช้าวันรุ่งขึ้น ถังอู่ก็ออกเดินทางโดยนำของกำนัลของถังฉีและน้องชายไปด้วยในขณะเดียวกัน ฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้คณะทูตจากแคว้นซีเหลียงและแคว้นตงอิ๋งเข้าเฝ้าถังฉีไม่แปลกใจเมื่อได้ยินข่าวพร้อมกันนั้นเอง กุ้งมังกรน้อยเลี้ยงของลุงซวินก็ได้ขึ้นโต๊ะอาหารของโรงเตี๊ยมเยว่ไหลฝั่งตรงข้ามถนน ร้านอาหารหล่านเยว่สูญเสียฐานลูกค้าไปทันที เมื่อกุ้งมังกรน้อยเลี้ยงมีปริมาณเนื้อมากกว่ากุ้งมังกรน้อยในธรรมชาติประกอบกับ 'ปั้งปิง' ที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลวางขายเมื่อเร็วๆนี้ ยิ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านอาหารยอดนิยมที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาใช้บริการทุกวันไม่ว่างเว้นก้อนน้ำแข็งที่วางอยู่รอบๆ โรงเตี๊ยมยังช่วยให้อากาศเย็นสบาย กลายเป็นสถานที่พักผ่อนอันสดชื่นแม้ในช่วงหน้าร้อนที่แสนอบอ้าวจบตอน Comments
Comments
Post a Comment