sister ep446-450 Get link Facebook X Pinterest Email Other Apps ตอนที่ 446: ไร้สี ไร้กลิ่นพวกเสี่ยวเอ้อที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลรู้สึกทั้งเจ็บปวดและดีใจพวกเขาไม่ได้รับค่าจ้างรายเดือนที่แน่นอน ยิ่งโรงเตี๊ยมเยว่ไหลมีรายได้มาก ส่วนแบ่งของพวกเขาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นการเห็นลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้น แต่ละคนพากันคำนวณว่าพวกเขาสามารถซื้ออะไรให้ครอบครัวได้บ้างเมื่อได้รับเงินเดือนของเดือนนี้“ทุกท่าน โปรดบอกต่อๆกันไป คืนนี้เราจะแนะนำรายการอาหารใหม่ และลูกค้าทุกท่านจะได้รับส่วนลดครึ่งหนึ่ง!”ตอนนั้นเอง ฉีเซิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่บันไดชั้นบนของโรงเตี๊ยมเยว่ไหลทันที พร้อมกับยิ้มขณะกล่าว“อะไรนะ? หลังจากเปิดตัวชานมแสนอร่อยนี้ พวกเขายังจะเปิดตัวรายการอาหารใหม่อีกงั้นหรือ? พ่อครัวของโรงเตี๊ยมเยว่ไหลจะมีพรสวรรค์เกินไปแล้ว!”ไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้หรือลูกค้าที่หลั่งไหลมาตามกระแส ทุกคนล้วนตกใจกับคำกล่าวของเขาหลังจากซื้อชานมเสร็จแล้ว พวกเขาก็รีบจากไปทันทีไม่นาน พ่อบ้านจากจวนต่างๆ ก็แห่แหนเข้ามาจองห้องส่วนตัวที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลฉีเซิ่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นและผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจจากนั้น เขาก็สะบัดพัดและเดินออกไป แจ้งข่าวดีนี้กับถังฉีณ เรือนรับรอง จ้าวไป่จือกำลังจิบชานมที่ถังฉีเตรียมไว้ให้เขา ใบหน้าระบายยิ้มบางๆห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอันเข้มข้น“ฉีฉี ข้ารู้สึกเสมอว่าทุกอย่างที่เจ้าทำมีรสชาติดีกว่าที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลมาก”จ้าวไป่จือรู้สึกสดชื่นไปทั้งร่าง ความอบอ้าวของฤดูร้อนแทบอันตรธานไปจนสิ้น'นั่นเพราะข้ารู้ว่าชานมแท้ๆควรมีรสชาติแบบใด จึงเป็นสาเหตุที่ชานมของข้ามีรสชาติโดดเด่นยิ่งกว่า'ถังฉีคิดในใจโดยยังคงสีหน้าสงบเยือกเย็น“พี่จ้าว ข้าก็เตรียมของบางอย่างไว้ให้ท่านย่าเช่นกัน ไม่แน่ใจว่าท่านย่ากินของหวานได้หรือไม่ ข้าจึงทำชานมรสชาติต่างๆ และไม่ทำให้เย็นจนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ควรช่วยให้ท่านย่าคลายร้อนลงได้บ้าง”ถังฉียิ้มอย่างร่าเริงและวางกล่องอาหารไว้ข้างๆจ้าวไป่จือเขาเพิ่งดื่มชานมเสร็จและมองไปยังกล่องอาหารด้วยรอยยิ้มจนใจ“ฉีฉี เจ้าพยายามจะไล่ข้าทางอ้อมใช่หรือไม่?”จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด“เปล่าสักหน่อย ข้าเตรียมของให้ท่านย่าทันทีที่รู้ว่าท่านจะมาต่างหาก”ถังฉีมองจ้าวไป่จือ ชายผู้นี้รู้จักพูดจาเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?อย่างไรก็ตาม ชั่วครู่หนึ่ง ถังฉีรู้สึกเห็นใจเขาเล็กน้อย“ฉีเอ๋อร์ ชานมของเจ้ากลายเป็นปรากฏการณ์ไปแล้ว! ข้าเพิ่งรู้ว่าเมื่อวานนี้หลังจากเจาเอ๋อร์กลับวัง นางชงชานมถวายฮ่องเต้ วันนี้พวกคนใหญ่คนโตพากันส่งคนมาที่โรงเตี๊ยม! แม้แต่ห้องส่วนตัวสำหรับคืนนี้ก็จองเต็มหมดแล้ว ทั้งยังจองเต็มทุกห้องไปอีกครึ่งเดือน!”ฉีเซิ่งกล่าวพลางเดินพรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง โดยไม่อาจระงับความตื่นเต้นไว้ได้ขณะที่เขาเดินเข้าไป เขาสังเกตเห็นจ้าวไป่จือนั่งอยู่ใกล้ๆ“โอ้ สหายไป่จือก็อยู่ด้วยหรือ? เจ้าช่างโชคดีจริงๆ! เมื่อไรเจ้าจะแต่งงานกับฉีเอ๋อร์เสียที?”ฉีเซิ่งซึ่งเป็นสหายของจ้าวไป่จือย่อมรู้สึกกังวลเป็นธรรมดาหากทั้งสองแต่งงานกันเร็ว ๆ เขาก็คงสบายใจขึ้นเช่นกัน“ข้าพร้อมเสมอ สุดแท้แต่ฉีฉีว่าเราควรแต่งงานกันเมื่อใด”จ้าวไป่จือกล่าวพลางมองไปยังถังฉีด้วยสีหน้าคาดหวัง“เอ่อ… ก่อนที่ท่านแม่จะเสียชีวิต นางเคยกำชับข้าว่าอย่าแต่งงานก่อนอายุยี่สิบปี”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง หวังซิ่งฮวามารดาของนางเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ดังคำกล่าว 'คนตายพูดไม่ได้'นางไม่ต้องการเป็นเหมือนเด็กสาวในยุคสมัยนี้ที่แต่งงานและมีลูกก่อนเวลาอันควร“ยี่สิบ! ฉีฉี ป่านนั้นเจ้าก็กลายเป็นสาวทึนทึกแล้ว!” ใบหน้าของฉีเซิ่งเผยความพรึงเพริด ไม่คาดคิดว่าถังฉีจะมีความคิดเช่นนี้จ้าวไป่จือได้ยินดังนั้น เขาก็มองถังฉีอย่างระมัดระวัง ก่อนจะผงกศีรษะเงียบๆประการหนึ่ง ถังฉียังผอมบางเกินไป ย่าของเขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากหญิงสาวผอมเกินไป การคลอดบุตรจะเป็นเรื่องยาก!ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาในครอบครัวของเขาก็ยังไม่ได้สะสางอย่างสมบูรณ์ หากเขาแต่งงานกับถังฉีเร็วเกินไป ใครบางคนอาจมองนางเป็นเสี้ยนหนามก็เป็นได้“หากฉีฉีไม่รีบร้อน ข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นกัน ไม่ว่าจะสิบปีหรือยี่สิบปี ข้าจะรอจนถึงวันที่นางต้องการแต่งงาน”จ้าวไป่จือยิ้มกล่าวพลางมองไปยังถังฉีแม้แต่ถังฉีที่มักเยือกเย็นอยู่เสมอ ยังรู้สึกใจเต้นแรงภายใต้การจ้องมองของเขา“เอาล่ะ คุยเรื่องโรงเตี๊ยมเยว่ไหลกันต่อเถอะ” ถังฉีรีบหาข้ออ้างหลบสายตาของจ้าวไป่จือ และชายหนุ่มทั้งสองก็ไม่ได้กดดันนางต่อ“พี่จ้าว โรงเตี๊ยมเยว่ไหลกำลังไปได้ดี แต่ระวังอย่าปล่อยให้ใครมาฉวยโอกาสจากท่าน!”สีหน้าของถังฉีเริ่มจริงจัง ดังคำกล่าวต้นไม้ใหญ่ย่อมต้านลม และโรงเตี๊ยมเยว่ไหลก็มีผู้คนหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่องทุกวันหากมีพวกไม่ประสงค์ดีลอบวางยาในอาหาร หรือแม้แต่ก่อความวุ่นวาย ผลที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการ!“เข้าใจแล้ว ข้าจะเพิ่มคนคุ้มกันที่ไว้ใจได้สองสามคนคอยแฝงตัวอยู่ในร้านเมื่อข้ากลับไป”ฉีเซิ่งก็เห็นด้วยกับเหตุผลของถังฉีเช่นกัน หลังจากหารือเรื่องอื่นๆอีกสองสามเรื่อง เขาก็จากไปอย่างครุ่นคิดท้ายที่สุดแล้ว การมี 'ก้างขวางคอ' รั้งอยู่ตรงนั้นนานเกินไปคงไม่เหมาะสมนักจ้าวไป่จือมองฉีเซิ่งจากไปและอดยิ้มมิได้ สหายผู้นี้ช่างรู้ใจจริงๆ!“พี่จ้าว ไยคืนนี้เราไม่ไปเยือนโรงเตี๊ยมเยว่ไหลกันสักครา?”หัวใจของถังฉีเต้นแรงเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าเหลือเพียงพวกนางสองคนเท่านั้นที่ยังอยู่ในห้อง“แน่นอน เพื่อเจ้าแล้ว อะไรก็ได้ทั้งนั้น”จ้าวไป่จือผงกศีรษะ ใบหน้าของเขามีเพียงรอยยิ้มขณะมองถังฉี ราวกับปรารถนาให้เวลาหยุดลง เหลือเพียงเงาของทั้งสองอยู่ในดวงตาของกันและกัน“พี่ใหญ่ ข้าทำยาผงชนิดใหม่ขึ้นมาได้แล้ว --- ไร้สี ไร้กลิ่น!”ตอนนั้นเอง ถังเหอวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับถือขวดยาเล็กๆด้วยสีหน้าตื่นเต้นเมื่อเข้ามา เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของจ้าวไป่จือดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก“พี่จ้าว ท่านมาทันเวลาพอดี นี่คือยาผงชนิดใหม่ของข้า --- มันทำให้คนพูดความจริง!”ถังเหอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับอวดยาผงที่เขาเพิ่งพัฒนาขึ้นให้จ้าวไป่จือดูถังฉีมีสีหน้าประหลาดใจกับคำกล่าวของเขา รู้สึกทึ่งที่น้องชายมีความสามารถถึงเพียงนี้! ถึงกับสร้างยาผงลักษณะนี้ออกมาได้!“เสี่ยวเหอ เจ้าคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน?”ถังฉีเดินเข้าไปและหยิบขวดยาผงเล็กๆจากมือของเขาด้วยความระมัดระวัง ตอนที่ 447: แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์“ในหุบเขาร้อยพิษมีดอกไม้ชนิดหนึ่งที่แปลกประหลาดมาก! ข้านำพวกมันติดตัวมาด้วย และข้าก็บังเอิญพัฒนาผงนี้ขึ้นมาจากดอกไม้ชนิดนั้น”ถังเหอกล่าวด้วยความตื่นเต้น มองถังฉีด้วยสีหน้าที่บอกชัดว่า 'ชมข้าสิ'“หุบเขาร้อยพิษช่างพิเศษจริงๆ เต็มไปด้วยดอกไม้และสมุนไพรมหัศจรรย์พันลึกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน”ถังฉีกล่าว สีหน้าเผยความชื่นชมยากจะอำพราง“จริงสิ พี่ใหญ่ ข้าปรับปรุงยาสูตรใหม่โดยใช้น้ำยาที่ท่านให้มาคราวก่อนด้วย หากเป็นหวัด ดื่มเข้าไปแล้วจะช่วยให้หายเร็วขึ้นแม้จะอาการหนักมากก็ตาม”“แต่นั่นเป็นยาน้ำสมุนไพร ข้าไม่ได้เอามาด้วย”“อืม...ผงนี้มหัศจรรย์เหมือนที่เจ้าบอกจริงหรือ?” ถังฉีใคร่รู้เกี่ยวกับยาผงขวดเล็กๆในมือของนางผงที่สามารถทำให้ใครก็ตามยอมคายความจริงทุกอย่าง ภายภาคหน้าอาจมีประโยชน์อย่างไม่คาดฝัน“แน่นอน ข้าลองทดสอบดูแล้ว และมันก็ออกฤทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบ!”สดับวาจา ถังฉีก็เก็บยาผงขวดนั้นไว้ในแขนเสื้อด้วยความระมัดระวัง“เสี่ยวเหอ เย็นนี้เราไปกินข้าวที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลกัน ไปบอกทุกคนที่บ้านว่าวันนี้ไม่ต้องเตรียมอาหาร!”แม้อาหารที่บ้านจะรสเลิศเกือบเทียบเท่าโรงเตี๊ยมเยว่ไหล แต่ถังฉีก็ต้องการสัมผัสบรรยากาศ“อืม ข้าจะไปบอกทุกคน! พี่ใหญ่ พี่จ้าว พวกท่านสองคนอยู่ที่นี่แล้วคุยกันต่อเถอะ แล้วเจอกัน”ถังเหอกล่าวจบก็ออกไปอย่างมีความสุข ตั้งใจจะบอกข่าวดีนี้กับคนอื่นๆเย็นวันนั้น ถังฉีเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมเยว่ไหลโดยปลอมตัวเล็กน้อยถังอู่และคนอื่นๆรออยู่ที่นั่นแล้วเมื่อมาถึง ถังฉีก็เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวของนางทันทีนางยิ้มบางๆ ขณะมองดูฉากอันครึกครื้นด้านนอกความพยายามทั้งหมดของนางในช่วงที่ผ่านมาคล้ายจะไม่สูญเปล่าหากโรงเตี๊ยมเยว่ไหลสาขาอื่นๆได้รับความนิยมเท่ากับสาขาในเมืองหลวง นางคงได้รับผลกำไรมหาศาลแน่นอนว่าเป็นเพราะความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายระหว่างนางและฉีเซิ่งไม่นานหลังจากที่กลุ่มของถังฉีมาถึง บรรดาคนใหญ่คนโตก็เริ่มทยอยกันเข้ามา พวกเขาจองที่นั่งไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงตรงไปยังห้องส่วนตัวของตนเองทันทีอย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของบรรดาโหวและเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่ ณ โรงเตี๊ยมเยว่ไหลถือเป็นภาพที่ดึงดูดความสนใจไม่น้อยเนื่องจากช่วงเย็นนั้นยุ่งอยู่เสมอ อาหารที่พวกถังฉีสั่งจึงได้รับช้าไปเล็กน้อยถังฉีเปิดหน้าต่าง ใครบางคนคล้ายจะจำนางได้ จึงรีบปิดอย่างร้อนรน“ตกใจหมดเลย!”ถังฉีตบหน้าอกของตนเองพลางรู้สึกขบขันไม่เพียงแต่สถานะของนางในฐานะองค์หญิง เพียงรูปลักษณ์ของนางเพียงอย่างเดียวก็มากพอที่จะดึงดูดความสนใจได้แล้ว“พี่ใหญ่ ข้านำสุราองุ่นที่เราหมักเองมาด้วย” ถังเฟิงยิ้มกล่าวอย่างซุกซน“เจ้านี่เหลือเกินจริงๆ แต่ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์เอามา เราก็ดื่มกันเถอะ แต่เสี่ยวเหอและเฉียวอวี๋ พวกเจ้าสองคนห้ามดื่ม”เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของถังเหอและเฉียวอวี๋ ถังฉีก็อดหัวเราะมิได้คืนนั้น ทั้งชานม สุราองุ่น เนื้อย่างเสียบไม้ และกุ้งมังกรน้อย ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญเมื่อทุกคนพร้อมจะเดินทางกลับ โต๊ะอาหารในโรงเตี๊ยมเยว่ไหลก็ว่างลงมากแล้ว“ฉีเอ๋อร์ เจ้าคือดวงดาวนำโชคของข้า!”ฉีเซิ่งทราบว่าถังฉีมาที่โรงเตี๊ยมในเย็นวันนั้น แต่เขาก็ยุ่งเกินกว่าจะมาพบนาง ในที่สุด ก็เจียดเวลาออกมาพอได้พักหายใจแม้จะเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่นท้ายที่สุดแล้ว ใครเล่าจะบ่นเรื่องหาเงินได้มากเกินไป?“ข้าเพียงเสนอความคิดดีๆให้ท่านเท่านั้น เป็นท่านต่างหากที่ทุ่มเททำงานหนักมาตลอด”ถังฉียิ้มกล่าวอย่างร่าเริงยิ่งโรงเตี๊ยมของเขาทำกำไรได้ดี ส่วนแบ่งของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้นแม้นางจะเป็นเจ้าของจวนองค์หญิงในเมืองหลวง แต่นางยังคงต้องการเปิดร้านค้าและซื้อที่ดินดีๆเพิ่มเติม!รวมทั้งเตรียมสินสอดของครอบครัวอย่างเหมาะสมแม้จ้าวไป่จือจะดีกับนางมาก แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตในจวนเจิ้นกั๋วกงจะเป็นอย่างไรหลังจากที่นางแต่งเข้าไปแล้ว?“ฉีเซิ่ง”ท่ามกลางการสนทนาอันคึกคัก เสียงขององค์ชายสามก็ดังขึ้น ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลงทันทีจ้าวไป่จือก้าวมายืนบังหน้าถังฉีโดยสัญชาตญาณ“องค์ชายสาม”เมื่อเผชิญหน้ากับองค์ชายสาม ฉีเซิ่งก็ยังคงแสดงท่าทีเคารพนบนอบ"อืม"องค์ชายสามผงกศีรษะ ก่อนจะหันไปมองจ้าวไป่จือด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งถึง“สหายจ้าว ไม่พบกันเสียนาน ยังคงสง่าผ่าเผยเช่นเดิม”องค์ชายสามกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแรกเริ่มเดิมที เขาไม่เคยวางแผนจะร่วมมือกับจ้าวไป่จือ ทว่าลุงของเขากลับย้ำนักย้ำหนาให้ดึงจ้าวไป่จือมาเป็นพวกอย่างไรเสีย จ้าวไป่จือก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งใครจะรู้ว่าเขาอาจจะมีประโยชน์เมื่อใด“องค์ชายสามยอข้าเกินไปแล้ว เมื่อเทียบกับท่าน ข้ายังห่างชั้นอยู่มาก” จ้าวไป่จือตอบอย่างใจเย็น“องค์ชายสาม ท่านคงจะมารับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหล นี่ก็เริ่มดึกแล้ว ดังนั้นเราคงไม่รบกวนท่านอีก พวกเราขอตัว”จ้าวไป่จือกล่าวพลางส่งสัญญาณให้ถังฉีตามเขาไปตอนนั้นเอง องค์ชายสามก็ก้าวมาคั่นกลางระหว่างทั้งสอง“ด้วยสิทธิ์ของข้า องค์หญิงอันเหอ ข้าควรเรียกเจ้าว่าน้องหญิง”องค์ชายสามมองถังฉีด้วยรอยยิ้ม“อันเหอถวายบังคมเสด็จพี่สาม” ถังฉีกล่าวเสียงเรียบ แววตาห่างเหินเห็นดังนั้น องค์ชายสามก็บันดาลโทสะในใจ ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะแสดงท่าทีเย็นชาต่อหน้าเขาถึงเพียงนี้!เขาเคยเห็นรอยยิ้มเปล่งประกายของถังฉีตอนที่นางอยู่กับฉีเซิ่งและจ้าวไป่จือ“เฮอะๆ…ไม่คิดเลยว่าเสด็จพ่อจะรับพระธิดาบุญธรรมที่งดงามเช่นนี้ สงสัยจริงว่าคราวนี้ท่านตั้งใจจะให้ใครแต่งงานกับเจ้าเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับต่างแดน? อย่างไรเสีย ราชวงศ์เป่ยโจวก็มีองค์หญิงเพียงไม่กี่คน เสด็จพ่อคงไม่ยอมส่งเจาเอ๋อร์ไปยังต่างแดนเป็นแน่ แต่ในเมื่อมีเจ้าเป็นพระธิดาบุญธรรมแล้ว…”วาจาขององค์ชายสามขาดห้วงไป ทว่าทุกคนล้วนเข้าใจสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ“เฮอะๆ…องค์ชายสาม คงจะดีไม่น้อยหากท่านหลีกเลี่ยงวาจาเช่นนี้ หากฝ่าบาทได้ยินเข้า พระองค์จะเคืองพระทัยได้”ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็นองค์ชายสามผู้นี้ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!“อันเหอ อย่าพยายามขู่ข้าเลย คำพูดของข้าผิดตรงไหน?”องค์ชายสามมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าองค์หญิงอันเหอจะกล้าท้าทายเขาต่อหน้าธารกำนัล“องค์ชายสาม แผ่นดินเป่ยโจวเจริญรุ่งเรือง เหล่าทหารชายแดนก็ห้าวหาญและจงรักภักดี บ้านเมืองร่มเย็นเช่นนี้ ไยยังต้องการสตรีเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์?”ถังฉีกล่าวอย่างหนักแน่นใบหน้าขององค์ชายสามซีดเผือด ก่อนจะเรื่อแดงเมื่อได้ยินคำกล่าวของนางเขาไม่คาดคิดว่าถังฉีจะเข้าใจความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างลึกซึ้งจนเขาไม่อาจหาเหตุผลใดมาหักล้างนางได้หากฮ่องเต้พระบิดาได้ยินคำกล่าวนี้ เขาคงจะปรบมือให้นางด้วยความชื่นชมเมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ องค์ชายสามก็รู้สึกสะท้านไปทั้งใจ เมื่อหันไปมองถังฉีอีกครั้ง สีหน้าจริงจังของนางก็หายไปจนสิ้นราวกับว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นเป็นเพียงภาพลวงตาอย่างไรก็ตาม องค์ชายสามตระหนักว่าเมื่อครู่เขาได้เห็นจิตวิญญาณแห่งความท้าทายที่แฝงในตัวหญิงสาวผู้นี้ด้วยตาตนเอง!“น้องหญิงอันเหอกล่าวได้ถูกต้องแล้ว พี่ชายจะจำคำกล่าวของเจ้าให้ขึ้นใจ!” ตอนที่ 448: เยี่ยมเยือนยามราตรีสีหน้าขององค์ชายสามเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มทันที ราวกับว่าความคิดเห็นเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ได้ออกมาจากปากของเขาแม้แต่คำเดียว“มิกล้า ข้าเพียงพูดจากใจจริง แผ่นดินเป่ยโจวของเราทั้งเจริญและเรืองอำนาจ หากจะมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จริงๆ ก็คงเป็นองค์หญิงของอีกฝ่ายที่ต้องแต่งงานมายังแผ่นดินของเรา”ถังฉีเหลือบมององค์ชายสาม รู้สึกประหลาดใจที่เขาสามารถเปลี่ยนท่าทีได้เร็วนักหากเป็นคนอื่น คงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปแล้ว“น้องหญิงอันเหอ ข้ากล่าวเช่นนั้นไม่เหมาะสมจริงๆ! หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา ไว้วันหลังข้าจะไปเยี่ยมเยือนเพื่อขอโทษเจ้าด้วยตนเองอีกครั้ง”ดังคำกล่าว 'ง้างมือไม่ตบผู้ยิ้มตอบ' ในเมื่อองค์ชายสามกล่าวเช่นนี้ ถังฉีจึงตัดสินใจไม่ต่อความยาวสาวความยืด และเหนือสิ่งอื่นใด นางไม่ต้องการมีเรื่องขัดแย้งกับเขา“ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ข้าทราบว่าท่านไม่มีเจตนาว่าร้ายผู้ใด องค์ชายสาม บางทีท่านคงดื่มมากเกินไปเท่านั้น”ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็น“องค์ชายสาม หากท่านเมาสุรา บางทีอาจถึงเวลาที่ท่านต้องกลับวังแล้ว”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างเย็นชา สีหน้าเครียดเคร่งไม่แพ้กันองค์ชายสามเดือดดาล แต่ก็ระงับไว้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักถึงสถานะของจ้าวไป่จือ และความโปรดปรานของฮ่องเต้ในปัจจุบัน“สหายจ้าวพูดถูก ข้าดื่มมากเกินไปจริงๆ คงต้องรีบกลับเสียที”องค์ชายสามกล่าว มองพวกเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะรีบจากไป“ฉีฉี เจ้าต้องระวังไว้ องค์ชายสามทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ คงไม่ดีแน่หากเจ้าหลงกลอุบายของเขา”ฉีเซิ่งซึ่งเคยคลุกคลีอยู่กับองค์ชายสามมาเป็นเวลานานถึงกับออกปากเตือนองค์ชายสามมาที่นี่ในวันนี้ เจตนาก็เพื่อปรากฏตัวต่อหน้าฉีเซิ่งซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญมากขึ้นเรื่อยๆในเมืองหลวงเขาเกรงว่าฉีเซิ่งจะเป็นอิสระมากเกินไปจนไม่อาจทำงานให้เขาได้ทว่าเวลานี้ เมื่อเห็นว่าฉีเซิ่งสนิทสนมกับองค์หญิงอันเหอและจ้าวไป่จือ แผนของเขาถึงกับล้มเหลวไม่เป็นท่า“พี่ฉี ท่านเองก็ต้องระวังตัว ตอนที่องค์ชายสามจากไปเมื่อครู่ เขาดูไม่พอใจมากทีเดียว ข้าเกรงว่าเขาจะมาสร้างปัญหาให้ท่าน”หลังจากสนทนากันต่อครู่สั้นๆ ถังฉีและครอบครัวของนางก็จากไปเมื่อกลับมาถึงจวนองค์หญิง ทุกคนก็ล้างหน้าล้างตาและเตรียมตัวเข้านอนจ้าวไป่จือยังไม่ได้จากไป แต่ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ราวกับทุกคนพร้อมใจกันหลับตาข้างหนึ่ง“ฉีฉี เวลานี้โรงเตี๊ยมเยว่ไหลโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง แม้แต่เจ้าก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญในชั่วข้ามคืน หากคนรู้ว่าเจ้าคือหนึ่งในเจ้าของโรงเตี๊ยม...อาจมีปัญหาตามมาภายหลัง”พระจันทร์เต็มดวงสาดแสงลงมาอาบไล้ร่างของทั้งสอง ขณะที่จ้าวไป่จือกล่าวพลางจับมือของถังฉีด้วยสีหน้าจริงจัง“หากพวกเขารู้เข้า แม้แต่ในจวนองค์หญิง เจ้าก็คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่”จ้าวไป่จือเมื่อนึกถึงความคลั่งไคล้ของฝูงชนที่มีต่อชานม เนื้อเสียบไม้ย่าง และกุ้งมังกรน้อย เขาก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาเขาแน่ใจว่าถังฉียังมีความคิดล้ำเลิศอีกมากมายซ่อนอยู่ หากนางเปิดเผยออกมาทั้งหมด ใครจะรู้ว่าผู้คนจะเรียกร้องอย่างไรให้ได้มาซึ่งของเหล่านั้น?โดยเฉพาะเมื่อมีนักกินตัวน้อยเช่นโจวเจาอยู่เคียงข้าง“อย่ากังวลไปเลย พี่ฉีไม่ทรยศข้าหรอก อีกอย่าง เราก็จ่ายเงินค่าอาหารที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลด้วย!”ถังฉีกล่าวพลางขยิบตาให้จ้าวไป่จืออย่างซุกซน“เจ้าฉลาดรอบคอบมากก็จริง แต่อย่างไรก็ต้องระวังตัวให้มาก”จ้าวไป่จือกล่าว มือข้างหนึ่งเคาะหน้าผากของนางเบาๆ ขณะที่อีกข้างจับมือของนางเดินเอื่อยใต้แสงจันทร์ถังฉีมิได้ขัดขืน ด้วยภายในใจก็ปรารถนาจะรักษาช่วงเวลาอันสงบสุขนี้ไว้ให้นานแสนนาน“ฉีฉี พวกเราเร่งสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นในจวน และพบเบาะแสบางอย่างแล้ว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้เจ้าอย่างอลังการ --- เกี้ยวแปดคนหาม [1] สามหนังสือหกพิธีการ [2] และขบวนรับเจ้าสาวยาวสิบลี้”จ้าวไป่จือมองถังฉีด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นด้วยอารมณ์เขารู้สึกติดหนี้บุญคุณหญิงสาวตรงหน้าผู้นี้มากเหลือเกิน“อย่ากระนั้นเลย ข้าเองไม่ได้รีบร้อนแต่งงาน เสียดายอย่างเดียวคือไม่ได้ยืนเคียงข้างท่านอย่างเปิดเผยเท่านั้น แต่ข้าก็ปกป้องตัวเองได้ ท่านไม่ต้องกังวลมากนักหรอก”ถังฉีกล่าวพลางทอดถอนใจ นางรู้สึกว่าจ้าวไป่จือจริงจังมากเกินไปแล้ว“ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่ามาเสียใจภายหลัง คนเหล่านั้นโหดร้ายป่าเถื่อน ข้าเกรงว่าพวกเขาจะพุ่งเป้ามาที่เจ้า”จ้าวไป่จือกล่าวพลางดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน“เจ้าเป็นสตรีในดวงใจของข้าที่ข้าหวงแหนเหนือสิ่งอื่นใด ข้าจะยอมให้มือสกปรก ๆ ของคนเหล่านั้นมาแตะต้องเจ้าได้อย่างไร? อย่ากังวลไปเลย ข้าจะสะสางเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดและรับเจ้ากลับบ้าน”จ้าวไป่จือกล่าวพลางก้มลงจูบหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความเสน่หาอันแน่นหนักไม่สั่นคลอน“อืม ท่านเองก็กลับได้แล้ว ไม่อย่างนั้นท่านย่าจะเป็นห่วง”ใบหน้าของถังฉีแดงก่ำขณะดันจ้าวไป่จือออกไปเบาๆ มือของทั้งสองที่เคยกุมประสานกันไว้ เวลานี้ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา“ตกลง ข้าจะกลับไปก่อน ข้าจะให้ท่านย่าเริ่มเตรียมงานแต่งงานของเราทันที ขุนนางในเมืองหลวงทุกคนจับตามองเจ้าอยู่”จ้าวไป่จือกล่าว ก่อนจะกระโจนตัวออกไปท่ามกลางความมืด“พี่จ้าว ระวังจะตกจากหลังคาแล้วถูกทหารยามเข้าใจผิดว่าเป็นขโมย!”ถังฉีซึ่งยังคงรู้สึกสับสนจากความเสน่หาของจ้าวไป่จือ กล่าวอย่างหยอกเย้า“อย่ากังวลไปเลย ว่าที่สามีของเจ้าเชี่ยวชาญวิชาตัวเบามาก ต่อให้เป็นกำแพงที่สูงกว่านี้ก็ทำอะไรข้าไม่ได้”จ้าวไป่จือกล่าวพร้อมกับมองถังฉีเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความโหยหา ก่อนจะหายลับไปในม่านของรัตติกาลหัวใจของถังฉีค่อยๆ เต้นช้าลงเมื่อเขาจากไป“องค์หญิง!”ทันใดนั้น ถังซันก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังนางอย่างเงียบๆ ถังฉีตกใจจนแทบสะดุ้ง“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ไยเจ้ายังตื่นอยู่อีก? อยู่ดีๆก็โผล่มาแบบนี้ ข้าตกใจแทบตาย”ถังฉีรู้ว่าถังซันต้องได้เห็นนางจับมือกับจ้าวไป่จือ จึงตำหนิด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยท่าทางของนางราวกับสาวน้อยเจ้าแง่แสนงอน“องค์หญิง ตอนที่จ้าวไป่จืออยู่ที่นี่ ข้าหลบไปอยู่ห่างๆ และไม่ได้เข้ามาใกล้ กระทั่งเห็นเขาจากไปแล้วเท่านั้น”ถังซันรีบอธิบาย เมื่อตระหนักว่าถังฉีกำลังเข้าใจนางผิดหลังจากติดตามถังฉีมาระยะหนึ่ง นางไม่ใช่องครักษ์เงาผู้แสนเย็นชาที่ทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปน้ำเสียงของนางยังเจือความอบอุ่นอีกด้วย“ดึกมากแล้ว ตอนนี้อยู่ในจวนองค์หญิงก็ปลอดภัยดี เจ้าไม่ต้องเฝ้าตลอดเวลาหรอก ไปพักผ่อนบ้างเถอะ”ถังฉีมองสีหน้าจริงจังของถังซันพลางทอดถอนใจ“เจ้าค่ะ องค์หญิง โปรดกลับไปที่ห้องของท่านก่อน แล้วข้าจะไปพักผ่อนสักพัก”ถังซันกล่าวอย่างจริงจัง เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ถังฉีจึงกลับเข้าห้อง ล้างหน้าล้างตาและเข้านอนในที่สุดทว่าถังซันไม่ได้จากไปไหน นางยังคงยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูของถังฉีนางตระหนักดีว่าเกียรติยศที่เพิ่งได้รับของถังฉีอาจดึงดูดอันตรายเข้ามา การเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งจำเป็นระหว่างนั้น หลังจากออกจากโรงเตี๊ยมเยว่ไหล องค์ชายสามไม่ได้กลับไปที่วังหลวง หากแต่มุ่งหน้าไปยังที่พักของจิมมุแทนในห้องหนังสือ ทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากัน จิมมุมององค์ชายสามด้วยสีหน้าเย็นชา อิดหนาระอาใจกับผู้ที่ไร้วาจาสัตย์“ดึกป่านนี้แล้ว ไม่ทราบว่าเหตุใดองค์ชายสามถึงมาที่นี่ ข้ากำลังจะพักผ่อนอยู่พอดี”จิมมุกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางห่างเหิน บอกชัดว่าพร้อมจะส่งองค์ชายสามกลับไปทุกเมื่อองค์ชายสามเข้าใจความคิดของจิมมุ จึงคลี่ยิ้มบางๆ“ท่านจิมมุ ข้าทราบว่าเรามีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง แต่คืนนี้ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อตัวข้าเอง”องค์ชายสามเอ่ยตอบ แววตาแฝงความเจ้าเล่ห์กล่าวกันว่าบุรุษย่อมเข้าใจบุรุษ จิมมุเห็นสีหน้าของเขาจึงอดใคร่รู้มิได้“เอ๊ะ? องค์ชายสาม ท่านควรทราบว่าข้าไม่สนใจสตรีธรรมดา ธรรมดาพวกนั้น”*************************[1] เกี้ยวแปดคนหาม สำหรับงานแต่งงานสุดอลังการของผู้สูงศักดิ์ เกี้ยว4-8คนหาม จะใช้สำหรับงานแต่งงานของขุนนางและชนชั้นสูง ขณะที่สามัญชนจะใช้เพียง2คนหามเท่านั้น[2] สามหนังสือหกพิธีการคื่อ หลักสำคัญที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงานตามความเชื่อของจีนโบราณ 3หนังสือ ได้แก่ หนังสือหมั้นหมาย หนังสือแสดงสินสอด และหนังสือรับตัวเจ้าสาว ส่วน 6พิธีการเป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่เริ่มตั้งแต่การหมั้นกระทั่งถึงพิธีแต่งงาน ได้แก่ การสู่ขอ ขอวันเดือนปีเกิด เสี่ยงทาย มอบสินสอด ขอฤกษ์ และรับเจ้าสาว หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามหลักนี้ไป จะถือว่างานแต่งนั้นไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลร้ายต่อชีวิตคู่ ตอนที่ 449: ปฏิเสธการแต่งงาน“แน่นอน ข้าทราบว่าตั้งแต่ที่ท่านได้พบองค์หญิงอันเหอ นางก็ตราตรึงอยู่ในใจของท่านมาตลอด”เมื่อองค์ชายสามเอ่ยถึงถังฉี ท่าทีของจิมมุจึงอ่อนลง มิได้เฉยชาเช่นก่อนหน้านี้“ท่านมาที่นี่เพื่อคุยกับข้าเรื่ององค์หญิงอันเหอ? หรือฝ่าบาทมีพระประสงค์ที่จะให้นางหมั้นหมายกับข้า?”จิมมุเหลือบมององค์ชายสามอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าสตรีในเป่ยโจวให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเองอย่างลึกซึ้ง หากท่านมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับองค์หญิงอันเหอ ต่อให้นางไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนน”องค์ชายสามกล่าวด้วยสีหน้าที่ฉายแววชั่วร้าย“โอ้? องค์ชายสามมีความคิดดีๆอย่างนั้นหรือ?” จิมมุกระตุกยิ้มมุมปากและรินชาให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง“ข้าเองก็ยังไม่มีความคิดดีๆ แต่ข้ามาเพื่อบอกท่านว่าจ้าวไป่จือ บุตรชายในสมรสของอดีตขุนพลโจมตีตะวันตกเพิ่งเข้ามาสนิทสนมกับองค์หญิงอันเหอ และบิดาของนางก็เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ความผูกพันของพวกเขาย่อมแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ”ท่าทีขององค์ชายสามเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน“ท่านจิมมุ หากท่านมีความตั้งใจจริงก็ควรชิงลงมือก่อน ข้าได้พูดในสิ่งที่ต้องการไปหมดแล้ว และคงต้องขอตัวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น ข้าเชื่อว่าท่านเป็นคนฉลาด และไม่จำเป็นต้องบอกว่าควรทำเช่นไร!”กล่าวจบ องค์ชายสามก็ลุกขึ้นและจากไปอย่างสง่างามมองดูองค์ชายสามจากไป จิมมุก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด“รัชทายาท ท่านจะไว้ใจคนหน้าซื่อใจคดอย่างองค์ชายสามจริงๆหรือ?”ทันใดนั้น ฮิราอิก็ปรากฏตัวออกมาจากความมืดด้านหลังจิมมุ เขาเฝ้ามองร่างที่ลับหายไปขององค์ชายสามด้วยแววตาที่เจือด้วยจิตสังหาร“แม้ว่าเขาจะไม่น่าเชื่อถือ แต่คำพูดของเขาก็มีความจริงอยู่บ้าง ไปสืบหาเกี่ยวกับสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างองค์หญิงอันเหอและจ้าวไป่จือมา แล้วข้าจะพิจารณาว่าควรทำเช่นไรต่อไป”“ขอรับ” ฮิราอิไม่กล้าตั้งคำถามกับจิมมุ เขาจึงหายตัวไปในรัตติกาลอย่างรวดเร็วหลายวันต่อมา ทุกอย่างยังคงสงบเรียบร้อย ในเมืองหลวงมีเพียงโรงเตี๊ยมเยว่ไหลที่คึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวานั่นเป็นเพราะมีฉีเซิ่งอยู่เบื้องหลังระยะหลังนี้ เฉิงเอินโหวปฏิบัติต่อฉีเซิ่งราวกับอัญมณีล้ำค่า เขามักจะแสดงความห่วงใยที่เกินพอดีอยู่ตลอดเวลา ทำให้ฉีเซิ่งรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อยในที่สุด ฉีเซิ่งก็เลิกไปที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหล และซ่อนตัวอยู่ในที่พักลับที่เขาลอบซื้อไว้เงียบๆเวลานี้ เขาได้เพลิดเพลินกับความสงบสุขในที่สุด“ช่างเป็นลูกชายที่อกตัญญูจริงๆ!” เฉิงเอินโหวกระทืบเท้าด้วยความโกรธณ จวนเฉิงเอินโหว หลายคนกำลังรอเขาอยู่ แม้แต่บุตรสาวในสมรสจากตระกูลขุนนางชั้นสูงก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาเฉิงเอินโหวย่อมไม่อยากพลาดโอกาสนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะมองไปทางใดก็ไร้วี่แววบุตรชาย“เจ้าลูกอกตัญญู มีโอกาสแต่งงานดีๆแท้ๆ แต่กลับหายตัวไปเสียอย่างนั้น”เฉิงเอินโหวจ้องมองผู้ใต้บัญชาซึ่งก้มศีรษะด้วยความประหม่า“ออกไปให้พ้น แล้วไม่ต้องกลับมาจนกว่าจะเจอตัวเขา ต่อให้ต้องลากตัวกลับมา พวกเจ้าก็ต้องทำ!”ได้ยินคำสั่งของเฉิงเอินโหว เหล่าผู้ใต้บัญชาก็จากไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าจะต้องรับโทสะของผู้เป็นนายในขณะเดียวกัน ฉีเซิ่งกำลังพักผ่อนในเรือน จิบชานมและเพลิดเพลินกับเนื้อย่างเสียบไม้อย่างสบายอารมณ์“นายน้อย ทั้งจวนกำลังตามหาท่านแทบพลิกแผ่นดิน คนรับใช้ของเฉิงเอินโหวทั้งหมดถูกส่งออกไปไม่เหลือแม้แต่คนเดียวขอรับ”ผู้คุ้มกันของฉีเซิ่งกล่าวด้วยความเคารพ“หึหึ…ชานมไม่อร่อยหรือ? แล้วเนื้อย่างนี่ไม่มีรสชาติหรืออย่างไร? ข้าไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนโหวอีกแล้ว”กล่าวจบ ฉีเซิ่งก็จิบชานมต่อไป“คอยดูให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครรู้ที่อยู่ของข้า” เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจผู้คุ้มกันจากไปทันทีที่ได้ยินคำสั่งขณะที่ฉีเซิ่งเอนหลังบนเก้าอี้ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสงบที่หาได้ยาก ผู้คุ้มกันคนเดิมก็รีบกลับเข้ามา“นายน้อย เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! ท่านโหวเตรียมจัดการแต่งงานให้ท่านกับคุณหนูรอง บุตรสาวในสมรสของฉีอันโหว! ทั้งยังแลกเปลี่ยนสินสอดทองหมั้นกันแล้ว ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้เรื่องนี้!”ฉีเซิ่งลุกพรวดและรีบออกไปโดยมิได้แต่งกายให้เรียบร้อยเมื่อกลับมาถึงจวนโหว สถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยความสุข พวกบ่าวต่างก็ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบฉีเซิ่งไม่เคยใส่ใจพวกบ่าว ในอดีต คนเหล่านี้ปฏิบัติต่อเขาด้วยความดูแคลนเสมอ“เฉิงเอินโหว จากนี้ไปพวกเราก็เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องมากพิธี”ฉีอันโหวประกบมือด้วยสีหน้าพอใจแม้ฉีเซิ่งจะเป็นบุตรชายของอนุภรรยา แต่ความสำเร็จของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นเหนือกว่าความสำเร็จของบุตรชายในสมรสของตระกูลขุนนางอื่นๆการแต่งงานระหว่างฉีเซิ่งและบุตรสาวจึงทำให้เขาวางใจได้มาก“ฮ่าฮ่าฮ่า… จริงอย่างที่ท่านว่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันจึงไม่ต้องมากพิธี”ใบหน้าของเฉิงเอินโหวเปล่งประกายไปด้วยความอิ่มเอมเขาไม่เคยคิดฝันว่าวันหนึ่งบุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยาของตนจะได้แต่งงานกับบุตรสาวในสมรสจากตระกูลขุนนางเมื่อตายไป เขาก็สามารถเผชิญหน้ากับบรรพชนได้อย่างภาคภูมิใจ!“ข้าไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้!”ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ฉีเซิ่งก็บุกเข้ามาพลางหอบหายใจ หยาดเหงื่อหยดรินไหลจากหน้าผาก“บังอาจ!”สีหน้าของเฉิงเอินโหวเคร่งขรึมดุดัน ในขณะเดียวกัน ฉีอันโหวเองก็รู้สึกไม่พอใจ เขาถึงกับยอมให้บุตรสาวในสมรสแต่งงาน แต่เวลานี้นางกลับถูกปฏิเสธ“ท่านพ่อ ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้าไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ หากยืนกรานจะแต่งให้ได้ ท่านก็แต่งกับนางเองเถอะ!”ฉีเซิ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจสีหน้าที่ทวีความเกรี้ยวกราดของฉีอันโหวแต่เขาไม่รู้เลยว่าการหมั้นหมายที่ล้มเหลวนี้จะทำให้เขาเดือดร้อนไม่รู้จบ“ฮึ่ม ในเมื่อลูกชายท่านดูถูกตระกูลของพวกเราเพียงนี้ เช่นนั้นก็ลืมเรื่องแต่งงานเสียเถอะ! เฉิงเอินโหว ส่งคืนสินสอดทองหมั้นมาให้หมด ข้าไม่เชื่อหรอกว่าลูกสาวข้าจะหาคนที่คู่ควรมาแต่งงานด้วยไม่ได้!”ฉีอันโหวกระทืบเท้าออกไปด้วยความเกรี้ยวกราด ไม่ว่าเฉิงเอินโหวจะขอโทษอย่างไรก็ไม่เป็นผล“เฮ้อ… เรื่องมงคลกลับกลายเป็นความบาดหมางอันขมขื่นเสียได้”ขณะเฝ้ามองฉีอันโหวจากไป เฉิงเอินโหวถึงกับทรุดตัวลงนั่งด้วยความโกรธ ทำให้ทั่วทั้งจวนตกอยู่ในความอลหม่านหลังจากยกเลิกการหมั้นหมาย ฉีเซิ่งก็ตระหนักได้ว่าตระกูลนี้จะทำให้ชีวิตของเขาลำบากในภายภาคหน้า ดังนั้นเขาจึงตรงไปที่จวนองค์หญิงเมื่อถังฉีได้ยินว่าฉีเซิ่งปฏิเสธข้อเสนอการแต่งงานของบุตรสาวในสมรส สีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ“พี่ฉี ท่านรู้หรือไม่ว่าชีวิตของสตรีที่ถูกปฏิเสธการหมั้นหมายนั้นเลวร้ายเพียงใด?”ถังฉีถอนหายใจ ไม่คิดว่าฉีเซิ่งจะหุนหันพลันแล่นเช่นนี้“ตอนนั้นข้าโกรธมาก ก็เลยไม่ทันคิด”ฉีเซิ่งเสียใจกับการกระทำของตัวเองเล็กน้อย ถ้าเพียงแต่เขามีไหวพริบมากกว่านี้ บางทีเขาอาจจะไม่ทำร้ายหญิงสาวผู้นั้น“อย่างไรเสีย ท่านก็ทำลงไปแล้ว พี่ฉี ท่านควรหาทางแก้ไขเรื่องนี้ บุตรสาวของฉีอันโหวไม่ได้ทำอันใดผิด”ถังฉีทอดถอนใจอีกครั้งถังอู่ที่กำลังฟังอยู่ จู่ๆก็รู้สึกผิดขึ้นมา เขามุ่งความสนใจไปที่การหาคนมาดูแลบุตรสาวและบุตรชายของตนมากเกินไป และไม่สนใจคำแนะนำของ ถังฉีในตอนนั้นจากนั้นไม่นาน ฉีเซิ่งก็จากไป“ฉีเอ๋อร์ การแต่งงานที่พ่อแม่จัดการให้มักจะนำไปสู่ความทุกข์เสมอหรือ?”ถังฉีครุ่นคิดเมื่อคำถามของบิดาดังก้องอยู่ในโสตประสาท“การคลุมถุงชน หรือการแต่งงานที่บิดามารดาจัดแจงให้ส่วนใหญ่มักนำไปสู่ชีวิตที่ระทมทุกข์ แต่ก็เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ แต่การแต่งงานที่เกิดจากความรักที่ก็ใช่ว่าจะมีความสุขตลอดไป”ถังอู่ไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายในความคิดของถังฉีทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู“ท่านพ่อ ท่านจะไปไหน? ใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว!” ถังฉีถามด้วยความงุนงงและมองเขาจากไป ตอนที่ 450: ไม่มีอะไรที่เขาไม่กล้า“จู่ๆ ข้าก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พวกเจ้ากินข้าวกันไปก่อน ไม่ต้องรอ ข้าจะไปหาอะไรกินข้างนอก”กล่าวจบ ถังอู่ก็จากไปอย่างรวดเร็วแม้ว่าถังฉีจะนึกฉงนสงสัย แต่นางก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของบิดาออกจากจวนองค์หญิง ถังอู่ตรงไปยังจวนเจิ้นกั๋วกง ยามเฝ้าประตูจำเขาได้ทันทีและรีบเชิญเขาเข้าไปข้างใน“นายท่านถัง ท่านมาพบซื่อจื่อหรือ? เขายังอยู่ที่เรือนของเหล่าฮูหยินจ้าว”“ใช่ ข้ามีเรื่องจะหารือกับเขาสักหน่อย ช่วยไปบอกเขาที”ถังอู่กล่าวบ่าวในจวนตระหนักดีถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างถังอู่และจ้าวไป่จือ ดังนั้นการมาเยือนครั้งนี้จึงไม่น่าแปลกใจ“นายท่านถัง ไม่จำเป็นต้องแจ้งขอรับ ซื่อจื่อกำชับไว้ว่าหากคนตระกูลถังมาเยือน ให้เข้าพบได้ทันที”“ขอบใจ”ถังอู่ตามยามเฝ้าประตูเข้าไปข้างในด้วยหัวใจที่หนักอึ้งเมื่อจ้าวไป่จือทราบว่าถังอู่มาที่นี่ หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับถังฉี“ท่านอาถัง เกิดอะไรขึ้นกับฉีฉีหรือ?”เมื่อคนอื่นๆออกจากห้องแล้ว จ้าวไป่จือก็เลิกเสแสร้งแกล้งป่วยและเอ่ยถามด้วยความกังวล“ไม่ต้องห่วง ฉีฉีปลอดภัยดี ข้ามาที่นี่เพื่อหารือกับเจ้า”เมื่อเห็นว่าจ้าวไป่จือใส่ใจถังฉีมากแค่ไหน ถังอู่ก็ลังเลครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของบุตรสาวก่อนหน้านี้ เขาก็รวบรวมความกล้าและจ้องมองจ้าวไป่จือด้วยแววตามุ่งมั่น“ไป่จือ วันนี้ฉีเซิ่งปฏิเสธการหมั้นหมายกับบุตรสาวในสมรสของฉีอันโหว”“ก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับคนอย่างเขา” จ้าวไป่จือเอ่ยตอบอย่างรู้ทันแม้ฉีเซิ่งจะดูไร้ความกังวล แต่เขาก็ยึดมั่นในหลักการของตนเองเสมอมา มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประสบความสำเร็จในดูแลกิจการตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากถังฉีก็ตาม“เมื่อครู่ ข้าได้ยินคำพูดของเขา คล้ายว่าเขาจะไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงานที่พ่อแม่จัดแจงให้”ถังอู่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองจ้าวไป่จือ ตระหนักดีว่าเขามีปฏิภาณไหวพริบและเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อหัวใจของจ้าวไป่จือเต้นรัวและเริ่มสัมผัสถึงลางร้าย“ท่านอาถัง ท่านจะบอกว่า…”เขาไม่กล้าพูดต่อเพราะเกรงว่าจะต้องรับฟังสิ่งที่เขาไม่ต้องการได้ยิน“เฮ้อ ข้ารู้แล้วว่าตอนนั้นข้าวู่วามมากเกินไป คิดว่าหลังจากที่ข้าตายไป จะไม่มีใครดูแลฉีเอ๋อร์กับพวกเด็กๆ ดังนั้นข้าจึงรับปากเจ้า”สีหน้าของถังอู่ฉายแววโศกเศร้าจ้าวไป่จือรู้สึกโล่งใจเมื่อเขาตระหนักได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจของถังอู่“ไป่จือ แม้ว่าข้าจะรู้ว่านี่อาจไม่เหมาะนัก แต่ข้าเชื่อว่าจะเป็นการดีที่สุดที่จะยกเลิกการหมั้นหมายของเจ้ากับฉีฉี แต่หากทั้งสองตั้งใจจะอยู่ด้วยกันจริงๆ ข้าก็จะไม่คัดค้าน”กล่าวจบ ถังอู่ก็ไม่อาจสบตากับจ้าวไป่จือ จึงลุกขึ้นและจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอฟังคำตอบของเขาจ้าวไป่จือยังคงนั่งนิ่ง ทว่าไร้ซึ่งความกังวลใจบนใบหน้า เขารู้ว่าถังฉีเป็นคนเช่นไรเมื่อถังอู่กลับถึงจวน ถังฉีและน้องชายกำลังกินมื้อเย็นอย่างมีความสุข เป็นภาพที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอิ่มเอมใจ“ท่านพ่อ กลับมาเร็วจริง! ท่านยังไม่ได้กินข้าวแน่ๆ รีบมากินด้วยกันเถอะ” ถังฉีร้องเรียกเมื่อเห็นเขาเข้ามา“ใช่ ข้ายังไม่ได้กินอะไรเลย”ถังอู่นั่งลงที่โต๊ะพลางเหลือบมองถังฉี ดูราวกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ลังเล“ท่านพ่อ ไม่ว่าท่านจะพูดอะไร ไว้คุยกันหลังจากที่เรากินข้าวเสร็จแล้วเถอะ” ถังฉีกล่าวหลังจากสังเกตเห็นท่าทางของเขา“ก็ได้ กินข้าวเถอะ”ถังอู่ไม่ต้องการทำลายบรรยากาศที่อบอุ่นและกลมเกลียว เขาจึงเริ่มกินข้าวพวกถังเหอไม่ได้คิดมากเรื่องนี้ ต่อให้บิดาของพวกเขามีเรื่องจะหารือกับพี่สาว พวกเขาก็จะยังคงรับประทานกินอาหารต่อไปอย่างมีสติ“พี่ใหญ่ พี่เยว่เหนียงทำอาหารอร่อยขึ้นทุกวัน อีกไม่นานนางคงทำเก่งกว่าท่านแน่”ถังเหอวางตะเกียบลงบนโต๊ะหลังจากกินเสร็จ“ใช่แล้ว ฝีมือทำอาหารของเยว่เหนียงพัฒนาขึ้นมา ข้าไม่จำเป็นต้องลงมือเองแล้ว” ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม รู้สึกโล่งใจที่ส่งต่อหน้าที่รับผิดชอบให้ผู้อื่นได้“เมื่อท่านแต่งงานกับพี่จ้าว ท่านก็ให้พี่เยว่เหนียงอยู่ที่นี่ พวกเราไม่อยากกินอาหารที่แม่ครัวคนอื่นทำ”ถังเหอยิ้มกว้างถังอู่มีสีหน้าลังเลอีกครั้งเมื่อได้ยินสิ่งนี้“เสี่ยวเหอ พูดเหลวไหลอะไรของเจ้า? อยากถูกตีหรือ?” ใบหน้าของถังฉีแดงก่ำด้วยความเขินอาย“คิกคิก พี่ใหญ่ ไม่ช้าก็เร็วท่านก็ต้องแต่งงาน แต่ต่อให้ท่านแต่งงานกับพี่ จ้าวแล้ว ท่านก็ยังกลับมาได้บ่อยๆ เขาตามใจท่านมาก ข้าแน่ใจว่าเขาจะไม่รังเกียจหากท่านจะมาอยู่ที่นี่บ่อยๆ”ถังเหอยังไม่เข้าใจว่าการแต่งงานหมายถึงอะไรแค่ก แค่ก…ถังอู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขากระแอมไอเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคนก่อนจะหาข้ออ้างส่งคนอื่นๆออกไปจากห้อง“ท่านพ่อ มีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องบอกข้าตอนนี้หรือ? พวกเขาออกไปกันหมดแล้ว พูดมาเถอะ”ถังฉีนั่งลงและมองบิดาด้วยแววตาจริงจัง“ฉีเอ๋อร์ ข้ากำลังคิดถึงสิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดออกไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าคิดผิดที่จะจัดแจงเรื่องการแต่งงานของเจ้าโดยที่เจ้าไม่ได้ยินยอม ข้าจึงไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อยกเลิกการหมั้นหมาย”ถังอู่กล่าวด้วยความจริงใจถังฉีมีสีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าบิดาจะไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อยกเลิกการหมั้นหมายใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกขบขันและจนใจ“เจ้าไม่ต้องกังวล มันเป็นการตัดสินใจของข้าเอง ข้ารู้ว่าข้าเห็นแก่ตัว และต้องขอโทษเจ้ากับไป่จือด้วย จากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าก็จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อเขา”ถังอู่กล่าวถังฉีทอดถอนใจพลางใช้มือลูบหน้าผาก“ท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องข้ากับพี่จ้าว พวกเราไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว”“อย่างไรเสีย การหมั้นหมายก็ถูกยกเลิกแล้ว หากวันหน้าเจ้าตัดสินใจจะแต่งงานกับคนอื่นก็บอกให้ข้ารู้ ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”ถังอู่รีบออกไปจากห้อง ไม่อาจเผชิญหน้าบุตรสาวได้อีกหลังจากที่ถังอู่จากไป เงาร่างที่คล่องแคล่วกระโจนลงมาจากหลังคาแล้วคว้าถังฉีมาไว้ในอ้อมแขน“ฉีฉี เจ้านี่ไร้หัวใจจริงๆ หลังจากที่ได้ยินว่าพ่อของเจ้ายกเลิกการหมั้นหมาย เจ้ากลับไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย”จ้าวไป่จือเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความผิดหวัง“แค่ก… จ้าวซื่อจื่อ ท่านก็ได้ยินท่านพ่อข้าแล้ว พวกเราไม่ได้หมั้นหมายกันอีกต่อไป ดังนั้นโอบกอดข้าไว้เช่นนี้ เห็นทีจะไม่เหมาะสม”ถังฉีแสร้งกล่าวเสียงแข็ง“ท่านพ่อของเจ้ายังบอกอีกว่าการแต่งงานเป็นการตัดสินใจของเจ้า ฉีฉี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะชาตินี้หรือชาติหน้า เจ้าก็เป็นภรรยาของข้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”จ้าวไป่จือกล่าวด้วยความมุ่งมั่น และถังฉีก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเสียหน่อย นี่เป็นเพียงความคิดเอาแต่ใจของท่านฝ่ายเดียว”ถังฉีพยายามจะหยอกเย้า แต่ก่อนที่นางจะพูดอะไรมากกว่านี้ จ้าวไป่จือก็ทำให้นางเงียบเสียงด้วยการจุมพิตบนริมฝีปาก“ฉีฉี หากเจ้ายังพูดจาทำร้ายความรู้สึกข้าอีก อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”แม้จ้าวไป่จือรู้ว่านางล้อเล่น ทว่าความหวาดวิตกยังผุดขึ้นในใจหญิงสาวที่เขาหมายปองงดงามทั้งภายนอกและภายใน เกินกว่าผู้ใดจะมาเปรียบ เขาแน่ใจว่าชีวิตนี้ ไม่มีสตรีคนใดที่จะดึงดูดสายตาของเขาได้อีกแล้ว“ก็ลองดูสิ!”ถังฉีหน้าแดงกับคำพูดของอีกฝ่าย“เจ้าคิดว่าในโลกนี้มีสิ่งใดที่ข้าไม่กล้าทำงั้นหรือ?”จบตอน Comments
Comments
Post a Comment