sister ep461-465 Get link Facebook X Pinterest Email Other Apps ตอนที่ 461: เสียสละตนเอง“หึ… เจ้าต่างหากที่เหมาะกับนาง ทั้งตระกูลเจ้าก็เหมาะกับนาง” ฉีเซิ่งเย้ยหยัน เมื่อนึกถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของฉีอันโหวและบุตรสาว เขาก็รู้สึกเจ็บใจไม่น้อยเขาไม่รู้จริงๆ ว่าชาติที่แล้วเขาทำบาปกรรมอะไรไว้ถึงได้ดึงดูดความสนใจของผู้หญิงเช่นนางในชาตินี้!“เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าลูกสาวฉีอันโหวไม่เหมาะกับเจ้า?”จ้าวไป่จือส่ายศีรษะอย่างระอาใจ เวลานี้เขายืนอยู่ตรงหน้าฉีเซิ่งในฐานะผู้ที่ผ่านอะไรมามากมายเมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวไป่จือ ฉีเซิ่งแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะต่อยหน้าอันหล่อเหลาของเขาสักหมัดในตอนนั้นเอง พลุไฟที่พร่างพรายก็พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า“ใครจุดพลุตอนกลางวันแสกๆเช่นนี้? แต่ก็สว่างไสวใช่เล่น หากเป็นตอนกลางคืนคงมองเห็นได้จากระยะสิบลี้”ฉีเซิ่งเงยหน้ามองพลุไฟบนท้องฟ้าทว่าเมื่อจ้าวไป่จือได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเขาพลันหดเกร็งเขารีบเงยหน้ามองภาพที่เกือบจะทำให้เลือดไหลออกจากดวงตา“ฉีฉีตกอยู่ในอันตราย!”กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็พุ่งตัวออกไปราวสายฟ้าฉีเซิ่งตั้งใจจะถามอะไรบางอย่าง แต่ห้องหนังสือกลับว่างเปล่าอย่างไรก็ตาม เขานึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของจ้าวไป่จือ …ถังฉีตกอยู่ในอันตรายหัวใจของเขาเต้นรัว หลังจากลังเลอยู่ชั่วขณะ เขาก็รีบออกจากห้องไปเช่นกันแม้คนอื่นจะรู้ว่าเขามีวรยุทธ์ แต่นั่นก็ไม่สำคัญ อย่างไรเสีย เขาก็เป็นคนสำคัญที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังเห็นคุณค่า และคนอื่นๆ ก็จะปรับเปลี่ยนทัศนคติเช่นกันจ้าวไป่จือเร่งฝีเท้าและมุ่งหน้าไปยังทิศทางของถังฉี ในใจร้อนรนจนทำให้เขาต้องเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อยๆ“น้องสี่!”ถังฉีมองดูฉากตรงหน้าด้วยสีหน้าเจ็บปวด ขณะที่ชายชุดดำหลายคนกระโดดขึ้นมาบนรถม้า เอื้อมมือมาหานางในช่วงเวลาคับขัน ถังเฟิงก้าวขึ้นหน้า ใช้วรยุทธ์พื้นฐานของตนเองปัดป้องคนร้ายชายทั้งสองเผยสีหน้าประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าถังเฟิงจะมีวรยุทธ์ ทำให้การจัดการกับเขายากขึ้นอีกด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่า ไม่นาน ถังซันก็บาดเจ็บและบอบช้ำจากการต่อสู้นางมีบาดแผลเลือดออกหลายแห่ง แต่โชคดีที่สามารถหลีกเลี่ยงบาดแผลที่อันตรายถึงชีวิต ด้วยทักษะการหลบหลีกที่ยอดเยี่ยมของนางมิเช่นนั้น นางคงนอนจมกองเลือดไปแล้ว เพราะคนพวกนี้โจมตีอย่างไร้ปรานี มีเป้าหมายเพื่อคร่าชีวิตเท่านั้น“หึ… ไม่คิดเลยว่าสาวใช้ขององค์หญิงอันเหอจะมีฝีมือถึงเพียงนี้ พวกเราดูแคลนนางเกินไป ยังดีที่พวกเราไม่ประมาท หาไม่แล้วคงล้มเหลวอีกครั้ง!”ฮิราอิก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อปิดบังใบหน้า รู้สึกถึงอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายในโชคยังดีที่เขาเชื่อคำพูดของจิมมุ มิเช่นนั้นคงเผชิญกับหายนะ“ใครคิดจะแตะต้ององค์หญิง ข้ามศพข้าไปก่อน” แม้ถังซันจะเจ็บปวดไปทั่วร่าง แต่นางก็ยังยืนหยัดและปกป้องถังฉีด้วยความเด็ดเดี่ยวเมื่อเห็นเช่นนี้ ดวงตาของถังฉีก็เริ่มพร่ามัว นางไม่คิดว่าถังซันจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อนางจริงๆในตอนนั้นเอง นางเริ่มเข้าใจจิตวิญญาณของผู้คนในยุคนี้“ถังซัน หลบไป!”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง นางจะยอมให้คนที่จงรักภักดีเช่นนี้เสียสละตนเองอย่างสูญเปล่าได้อย่างไร“องค์หญิง ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกมันแตะต้องท่าน!”ถังซันยืนตระหง่าน ไม่หันกลับมา ทำให้ถังฉีไม่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของนาง“ถังซัน อย่าลืมว่าข้าเป็นองค์หญิง ข้าขอสั่งให้เจ้าถอยไปเดี๋ยวนี้! อย่าเสียสละโดยสูญเปล่า คนพวกนี้จะไม่ทำร้ายข้า หลังจากเจ้ากลับไปแล้ว รักษาบาดแผลให้ดี ข้าจะต้องกลับไปหาเจ้าแน่!”หากถังฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถังซันย่อมไม่ฟัง“องค์หญิง ข้าไม่รู้ว่าใครส่งคนพวกนี้มา พวกเขาโหดเหี้ยมอำมหิต คร่าชีวิตผู้คนมานักต่อนัก หากท่านตกอยู่ในเงื้อมมือของคนพวกนี้ ข้ากลัวเหลือเกินว่าท่านจะเป็นอะไรไป!”กล่าวจบ ถังซันก็ตัดสินใจว่าถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิต นางก็จะไม่ยอมให้ถังฉีได้รับอันตรายอย่างเด็ดขาดนี่ถือเป็นหน้าที่สุดท้ายของนางในฐานะองครักษ์เงาสิ่งเดียวที่พูดได้ก็คือนางจะไม่ทำให้องค์หญิงอันหยางผิดหวัง และจะไม่ทำให้องค์หญิงอันเหอผิดหวังเช่นกัน“ฮึ่ม ไม่ต้องแสร้งทำเป็นทุ่มเทถึงเพียงนั้นหรอก อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังถ่วงเวลา!”ฮิราอิเอ่ยเสียงเย็น“หึ นี่เป็นความตั้งใจของข้า เพื่อองค์หญิงอันเหอแล้ว ข้าเต็มใจแลกด้วยชีวิต พวกเจ้าจะไม่ได้เข้ามาใกล้มากกว่านี้!”ทันทีที่กล่าวจบ เลือดก็ไหลออกมาจากมุมปาก และขาของถังซันก็เริ่มสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางหมดแรงแล้วคนอื่นๆก็สังเกตเห็นเช่นกัน พวกเขารู้ว่าหากถ่วงเวลาอีกสักพัก ต่อให้ไม่ ทำอันใด องครักษ์ผู้นี้ก็จะล้มลงเอง!ในการต่อสู้ครั้งก่อน พี่น้องหลายคนต้องจบชีวิตลง ดังนั้นพวกเขาจึงมองถังซันด้วยแววตาเคียดแค้น“เลิกพูดจาเหลวไหลเสียที! ฆ่านางและจับตัวองค์หญิงอันเหอมาให้ได้ ใครขวางก็ฆ่าพวกมันให้หมด เราจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”ฮิราอิมองมือสังหารที่เหลือด้วยแววตาเย็นชาคนเหล่านี้ไม่มีตัวตน ต่อให้ตายอยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครสนใจ“เข้าใจแล้ว!”พวกเขารู้ว่าไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป มิฉะนั้น หากรอจนองครักษ์เงาฟื้นคืนกำลัง หรือกำลังเสริมมาถึง พวกเขาก็จะไม่มีทางหนี!“ฆ่า…!”ขณะที่มือสังหารพุ่งมาข้างหน้า ใบหน้าของถังซันพลันเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง!ฮ่องเต้ไว้วางใจให้นางปกป้ององค์หญิงอันเหอ เพราะนางสามารถต่อสู้กับศัตรูได้นับร้อยคน ทว่าเวลานี้นางเองกลับมีบาดแผลถึงเจ็ดสิบแห่ง!แม้จะถึงขีดจำกัดแล้ว แต่เวลานี้นางก็ยังสามารถใช้วรยุทธ์ได้“ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายกันนัก เช่นนั้นก็ตายอยู่ที่นี่เถอะ ต่อให้ข้าตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำร้ายองค์หญิง”ในตอนนั้นเอง ถังซันก็ตั้งใจจะสละชีวิตตนเอง… ตอนที่ 462: เตรียมธนู!“ถันซัน หลบไปนะ!”เมื่อถังฉีเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นรัศมีสีดำค่อยๆแผ่ออกมาจากร่างของถังซันนางจึงตระหนักได้ว่าลางร้ายกำลังครอบงำ และหากถังซันไม่รีบถอย นางอาจต้องแลกด้วยชีวิต“องค์หญิง ต่อให้ข้าตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรไปเด็ดขาด!”ถังซันแทบจะใช้พลังทั้งหมดของนางในการพูดประโยคนี้สดับวาจา ถังฉีรู้สึกจุกในลำคอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวผู้นี้จะเต็มใจสละชีวิตเพื่อนาง!นางรู้สึกราวกับว่าตนเองต้องช่วยชีวิตคนในโลกเดิมไว้นับไม่ถ้วน ทำให้มีคนมากมายคอยดูแลนางในโลกนี้“ถังซัน หากเจ้าไม่หลีกไปละก็ ข้าจะออกไปเอง หากต้องตาย พวกเราก็จะตายด้วยกัน!”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง จากนั้นก็ก้าวลงจากรถม้าช้าๆ พร้อมกับชักมีดสั้นมาจ่อที่คอของตนเองเมื่อเห็นเช่นนี้ ทั้งถังเฟิงและถังซัน รวมถึงมือสังหารที่รายล้อมพวกเขาต่างก็ตึงเครียดฮิราอิก้มหน้าลง ไม่คาดคิดว่าจะมีการแสดงความรักระหว่างเจ้านายและคนรับใช้ที่ลึกซึ้งเช่นนี้ต่อหน้าเขา!“องค์หญิง อย่าทำเช่นนี้ มันไม่คุ้มกับชีวิตข้าหรอก” แม้จะซาบซึ้งใจอย่างมาก แต่ถังซันก็รีบห้ามถังฉีไว้“พี่ใหญ่!”ถังเฟิงมีสีหน้าวิตกกังวล เขาไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายเช่นนี้“หากข้าปกป้องผู้ที่ข้าต้องการปกป้องในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร? อีกอย่าง ครั้งนี้พวกเขาต้องการตัวข้า เช่นนั้นข้าก็จะตายไปพร้อมเจ้า อย่างไรเสีย ข้าก็เป็นสาเหตุที่เจ้าตกอยู่ในอันตราย”ความสงบเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของถังฉี รอยยิ้มจางๆ ผุดบนริมฝีปากคำว่า ‘ความตาย’ ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกครั่นคร้ามแม้แต่น้อยนางยังคงมั่นใจว่าคนเหล่านี้จะไม่ปล่อยให้นางเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตทั้งยังเดิมพันว่าเป้าหมายในการลักพาตัวของพวกเขาต้องมีเจตนาแอบแฝงเมื่อเห็นเช่นนี้ ฮิราอิก็เริ่มร้อนใจ จิมมุย้ำนักย้ำหนาเพื่อให้แน่ใจว่าถังฉีจะไม่ได้รับอันตรายใดๆทั้งสิ้นหากเกิดอะไรผิดพลาด แม้ว่าคราวนี้เขาจะกลับไปอย่างปลอดภัย ทว่าจิมมุคงทำให้เขานึกเสียใจที่เกิดมาแม้ถังฉีจะจ่อมีดที่คอ แต่สายตายังคงกวาดมองการเคลื่อนไหวของผู้คนรอบข้าง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าแปลกๆของฮิราอิซึ่งแต่งกายเป็นชายชุดดำ นางก็รู้ผลลัพธ์ของการเดิมพันแล้วไม่ไกลนัก จ้าวไป่จือกำลังควบม้าตรงมาที่พวกเขา และในเวลาเดียวกันก็มีองครักษ์เงาอีกกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามายังทิศทางนี้“องค์หญิงอันเหอ ตราบใดที่ท่านวางมีดลงและยอมมากับพวกเราแต่โดยดี ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายคนของท่าน”ฮิราอิตั้งใจลดเสียงลง ทว่าน้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความร้อนใจและวิตกกังวล“หึ ข้าจะเชื่อคำพูดของพวกเจ้าได้อย่างไร? นอกเสียจากว่าพวกเจ้าจะปล่อยพวกเขาไปก่อน!”ถังฉีกล่าว รู้ตัวว่านางกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ“ก็ได้ ปล่อยพวกเขาไป หากท่านกล้าเล่นไม่ซื่อ ข้าจะทำให้ท่านต้องเสียใจ! อย่าลืมว่าท่านยังมีน้องชายอยู่อีก ข้ายังได้ยินมาว่าน้องชายอีกสองคนของท่านเล่าเรียนกับฟางจื่อโจว!”ฮิราอิเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งยังสืบเรื่องของครอบครัวถังฉีอย่างละเอียดได้ยินดังนั้น แววเย็นชาก็เปล่งประกายในดวงตาสีดำขลับของถังฉี“ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะสืบมาได้ละเอียดเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่าข้าพูดคำไหนคำนั้น หากข้าบอกว่าจะไปกับพวกเจ้า ข้าก็จะไป”ถังฉีเอ่ยเสียงเย็น แม้ว่าในใจจะหวาดวิตกแม้ว่ามือสังหารจะเริ่มเจรจาต่อรองกับนาง แต่รัศมีสีดำบนศีรษะของถังเฟิงและถังซันยังคงทวีความรุนแรงขึ้นถังฉีรู้ว่านางต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ ไม่เช่นนั้น ทั้งสองคนอาจตกอยู่ในอันตราย และนางจะเสียใจในภายหลัง“ตกลง!”ฮิราอิส่งสัญญาณ และชายในชุดดำก็เปิดทางให้ทั้งสองผ่านไปทันทีอย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงถือกระบี่และจับจ้องไปที่พวกเขา หากถังซันเคลื่อนไหวกะทันหัน พวกเขาจะลงมือฆ่าทั้งสองทันที“พี่ใหญ่ ข้าไม่ไป!”ถังเฟิงจะทิ้งถังฉีไว้คนเดียวได้อย่างไร?“น้องสี่ เจ้าต้องเชื่อใจข้า ข้าจะไม่เป็นอันตราย ต่อให้ไปกับพวกเขา ข้าก็มีวิธีมากมายที่จะกลับมาหาเจ้า”ถังฉีมองถังเฟิงอย่างจริงจังนางรู้ว่าถ้าไม่กำชับกับน้องชายเช่นนี้ เขาจะต้องปฏิเสธที่จะจากไป“พี่ใหญ่ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับข้า ข้าก็จะอยู่เคียงข้างท่าน พวกเราไม่มีใครกลัวตาย แต่หากปกป้องท่านไม่ได้ เช่นนั้นจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?”ถังเฟิงโต้แย้งนางทุกคำ และเมื่อได้ยินเช่นนี้ ถังฉีก็รู้สึกว่าดวงตาของนางเริ่มร้อนผ่าว“พวกเจ้าเลิกถ่วงเวลาได้แล้ว! ข้าจะนับถึงสิบ ถ้าไม่จากไปก็เตรียมตัวตายอยู่ที่นี่ แล้วอย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาส!”ฮิราอิรู้สึกวิตกกังวล ยิ่งเขาอยู่ที่นี่นานเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้นโดยเฉพาะหลังจากที่ถังฉียิงสัญญาณออกไป เขาก็รู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นตามมาฮิราอิกล่าวจบ ผู้ที่เพิ่งลดอาวุธลงก็กระชับอาวุธของตนอีกครั้ง พวกเขาเล็งไปยังคนทั้งสอง พร้อมที่จะต่อสู้ทุกเมื่อ“เตรียมธนู!”ห่างออกไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง จ้าวไป่จือชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเห็นว่าถังฉีถูกกลุ่มชายชุดดำล้อมไว้ เขาก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดและหยิบคันธนูออกมา เล็งไปยังกลุ่มคนด้านล่าง“เล็งให้ดี! อย่าให้พลาด!” จ้าวไป่จือออกคำสั่ง“ขอรับ!”ทหารเหล่านั้นแทบไม่เคยเห็นสีหน้าจริงจังของจ้าวไป่จือมาก่อน พวกเขาจึงพยักหน้าและรับคำสั่ง“พวกเจ้าไปปิดกั้นทางออกบริเวณนี้ไว้ให้หมด ห้ามปล่อยให้คนร้ายหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”จ้าวไป่จือกล่าวเสียงเย็น หมายมั่นว่าจะสืบหาตัวผู้ที่กล้าลักพาองค์หญิงที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งตอนเวลากลางวันแสกๆสำหรับผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังนั้น เขามุ่งมั่นที่จะจัดการคนผู้นั้นเพื่อขจัดความกังวลในอนาคตถังฉีมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นเงาของจ้าวไป่จือ นางจึงได้แต่ทอดถอนใจเงียบๆ ตอนที่ 463: กินเสียนางเริ่มเป็นห่วงจ้าวไป่จือ เวลานี้นางถูกมือสังหารซุ่มโจมตี แล้วเขาไปอยู่เสียที่ไหน?ขณะที่ถังฉีกำลังจ่อมจมอยู่ในห้วงความคิด ฮิราอิก็ออกคำสั่งกับชายชุดดำอย่างลับๆเขารู้ว่าถังฉีมีแผนการมากมาย และเวลานี้นางคงคิดถึงกลอุบายบางอย่าง หากถังเฟิงและถังซันถูกปล่อยตัวไป เขาก็คงไม่เหลือตัวประกันอีก“พี่ใหญ่!”ในตอนนั้นเอง ถังเฟิงถูกชายชุดดำคนหนึ่งจับตัวไปแม้ว่าเขาจะฝึกฝนวรยุทธ์มาหลายปี แต่เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กเมื่อเทียบกับมือสังหารผู้มากประสบการณ์เหล่านี้ ฝีมือของเขายังห่างชั้นนัก“น้องสี่!”ถังฉีตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าศัตรูจะกลับคำได้รวดเร็วปานนี้“องค์หญิงอันเหอ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา เป็นเพราะท่านฉลาดหลักแหลมเกินไป ข้าจึงต้องพาตัวน้องชายของท่านไปด้วย พวกท่านทั้งสองจะได้ดูแลกันได้”ฮิราอิเอ่ยเสียงเรียบ เขาวางแผนไว้แล้วเหตุผลที่เขาให้คำมั่นไปก่อนหน้านี้ เพียงเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจเท่านั้น“น่ารังเกียจ ไร้ยางอายจริงๆ!”เมื่อเห็นถังเฟิงถูกจับตัวไป สีหน้าของถังฉีพลันเย็นชา และความวิตกกังวลของนางทวีความรุนแรงมากขึ้น“พี่ใหญ่ ต่อให้ข้าต้องตาย ท่านก็ห้ามไปกับคนพวกนี้เด็ดขาด!”ถังเฟิงมีสีหน้าเกรี้ยวกราดกล่าวจบ เขาก็มองไปทางถังซัน เต็มแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังอันแรงกล้า“ถังซัน ต่อให้ข้าตาย เจ้าก็ต้องปกป้องพี่ใหญ่ให้ปลอดภัย นางมีชีวิตที่ยากลำบาก จะปล่อยให้นางทนทุกข์ทรมานต่อไปไม่ได้อีก หากข้าโชคร้ายจริงๆ เจ้าต้องไปบอกพี่จ้าวให้ดูแลนางให้ดี หากเขากล้ารังแกนาง ต่อให้เป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเขาแน่!”ในตอนนั้น ถังเฟิงพอจะเดาได้ว่าเหตุใดถังฉีถึงมีสีหน้าเช่นนั้นเขานึกถึงคำพูดที่พี่ใหญ่เคยบอกเรื่องการทำนายชะตาและการทำนายของนางก็แม่นยำมาก!ดังนั้นเวลานี้ ถังเฟิงจึงคาดเดาว่าการประนีประนอมของถังฉีเป็นผลมาจากการที่นางมองเห็นดวงชะตาของเขา เมื่อตระหนักว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว นางจึงมีท่าทีสงบขึ้นมากฮิราอิเฝ้ามองความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างพี่น้อง จึงเผยรอยยิ้มเย็นชา“องค์หญิงอันเหอ ลูกน้องของข้าจะไม่ยั้งมือ ท่านควรยอมจำนนเสียที!”เวลานี้ ฮิราอิไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกวิตกกังวลถังฉีเฝ้าสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างเงียบๆ พยายามคิดหาวิธีพาน้องชายและถังซันออกไปอย่างปลอดภัย!ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด มือใหญ่คู่หนึ่งก็ยื่นออกมาหมายจะคว้าตัวนางฟิ้ว…!!พลันนั้นเอง ลูกธนูแหลมคมก็พุ่งออกมาจากทิศทางใดไม่ทราบได้ เล็งไปที่มือของศัตรูโดยตรง“มีคนซุ่มโจมตี!”ใครบางคนตะโกนก้อง และมือสังหารชุดดำก็ตื่นตัว“แค่ก แค่ก แค่ก…”ถังเฟิงถูกรัดคอแน่น ทำให้เขาไอออกมา"หึ เล่ห์เหลี่ยมเยอะนักนะ!"ฮิราอิมองถังฉีด้วยรอยยิ้มเย็นชาเขาเดินเข้าไปหาถังเฟิงอย่างช้าๆ ฝ่ามือกำแน่นที่คอของเขา ด้วยแรงกดเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถส่งถังเฟิงไปปรโลกได้“น้องสี่!”ถังฉีมองน้องชาย ซึ่งเวลานี้เขาไม่ต่างจากแมลงในกำมือของผู้อื่น สีหน้าของนางพลันเคร่งขรึม“หึหึ… องค์หญิงอันเหอ ท่านอย่าพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้าจะดีกว่า มิเช่นนั้นก็อย่าโทษข้าที่ไร้ความปรานี”กล่าวจบ เขาก็บีบคอถังเฟิงแรงขึ้น“แค่ก แค่ก แค่ก…”ถังเฟิงไอเสียงดัง สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว“พี่ใหญ่…อย่า…เชื่อเขา!”ถังเฟิงพยายามจะพูดออกมา ทว่าแรงกดรอบคอกลับเพิ่มมากขึ้น“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าพูด หากเจ้าพูดอีกแม้แต่คำเดียว…” ฮิราอิกล่าวเสียงเย็นถังฉีเข้าใจความหมายของเขาดี“ฮึ่ม องค์หญิงอันเหอ ท่านยังมัวคิดอะไรอยู่อีก หากไม่อยากให้น้องชายได้รับอันตรายจริงๆ ท่านควรยอมจำนนแต่โดยดีและบอกให้คนที่ซ่อนอยู่ถอยไปให้หมด!”ฮิราอิยังคงวิตกกังวล ทว่าเวลานี้ เขาจำต้องแสดงท่าทีกล้าหาญ!อย่างไรเสีย ที่นี่คือแผ่นดินเป่ยโจว หาใช่แคว้นตงอิ๋งของตน หากเกิดอะไรขึ้น จะไม่มีความช่วยเหลือใดๆส่งมาเวลานี้ ถังฉีไม่จำเป็นต้องคาดเดาอีกต่อไป นางรู้แล้วว่าใครกำลังช่วยเหลือพวกนางอย่างลับๆไม่ไกลนัก จ้าวไป่จือสังเกตการณ์ด้วยสีหน้าเย็นชา โดยตระหนักว่าลูกศรก่อนหน้านี้ควรจะปักเข้าที่คอของศัตรูเขาไม่คิดว่าศัตรูจะสามารถหลบเลี่ยงได้แม้ว่าเขาจะสามารถช่วยถังฉี แต่การช่วยถังเฟิงกลับยุ่งยากยิ่งกว่า“ซื่อจื่อ…”ลูกน้องของจ้าวไป่จือมองเขาด้วยสีหน้าลำบากใจ"ปกป้ององค์หญิงอันเหอและน้องชายของนาง ห้ามปล่อยคนร้ายให้หลุดรอดไปได้เด็ดขาด"จ้าวไป่จือกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นก็ค่อยๆยืนขึ้นและเดินออกไปเวลานี้ เขาจำต้องอยู่เคียงข้างถังฉีเพื่อปกป้องนาง“ขอรับ!”ทุกคนพยักหน้าจริงจังและรับคำสั่งของจ้าวไป่จือ“องค์หญิงอันเหอ นี่คือยาพิษ ตราบใดที่ท่านกินมันเข้าไปและเชื่อฟังข้า ข้าก็จะปล่อยน้องชายของท่านไป”ฮิราอิโยนขวดยาพิษให้ถังฉีที่รับมันไว้ในมือ“ยาพิษอยู่ที่ข้า หากท่านเชื่อฟัง ข้าก็จะรับรองความปลอดภัยของท่าน”ฮิราอิเริ่มร้อนใจเมื่อรู้ว่ากำลังเสริมกำลังมาถึงเพราะสัญญาณของถังฉีก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะไม่รู้จำนวนคน แต่ฮิราอิก็ตระหนักได้ว่าการอยู่ที่นี่ต่อไปย่อมไม่ปลอดภัย“หากข้ากินยาพิษนี้ เจ้าจะปล่อยน้องชายข้าไปจริงๆหรือ?”ถังฉีเผยสีหน้าคลุมเครือเวลานี้ นางไม่เชื่อคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียว“ใช่แล้ว กินเสีย แล้วข้าจะปล่อยน้องชายท่านไป”เมื่อเห็นสีหน้าของถังฉี ฮิราอิก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาในใจ“ตกลง ข้ารับข้อเสนอของเจ้า หวังว่าครั้งนี้เจ้าจะไม่กลับคำ หาไม่แล้ว…”ก่อนที่ถังฉีจะพูดจบ ทุกคนก็พอจะเดาได้ว่านางหมายถึงอะไร“วางใจเถอะ จุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่คือท่าน ตราบใดที่ท่านไปกับเราอย่างเชื่อฟัง ทุกอย่างก็สามารถตกลงกันได้”ฮิราอิรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของถังฉี“ตกลง”ถังฉีเปิดขวดกระเบื้องใบน้อยอย่างช้าๆ จากนั้นก็เทยาเม็ดสีเขียวออกมาและถือไว้มือ“กินเสีย!”ฮิราอิมีสีหน้าร้อนรน ตราบใดที่ถังฉีกลืนยาเม็ดนี้เข้าไป เขาก็จะพานางกลับไปได้“ตกลง”ถังฉีหยิบยาเม็ดใส่ปากและกลืนลงไปโดยไม่ลังเล“พี่ใหญ่!”เมื่อเห็นว่าถังฉีกลืนยาเม็ดเข้าไป ฮิราอิก็รู้สึกโล่งใจ“ชั่วช้า พวกเจ้ากล้าให้พี่สาวข้ากินยาพิษ ข้าจะฆ่าเจ้า!” ตอนที่ 464: น้องสี่ ระวัง!สีหน้าของถังเฟิงตกตะลึงเมื่อเห็นถังฉีกลืนเม็ดยาลงไป จากนั้นเขาก็คว้ากระบี่ที่อยู่ข้างตัวและพุ่งไปข้างหน้า ราวกับพร้อมจะฟาดฟันศัตรูจนตายไปข้างหนึ่ง!เมื่อเห็นถังเฟิงวิ่งออกไป ถังฉีก็ดูตื่นตกใจ ราวกับว่าหัวใจของนางจะระเบิดด้วยความกังวล“น้องสี่...”สุ้มเสียงอ่อนแรงของถังฉีที่เบาจนแทบไม่ได้ยินเปล่งออกมา ขณะที่นางรู้สึกว่าตนเองกำลังจะหมดสติแต่ถังเฟิงได้ยินเสียงเรียกของนาง จึงรีบวิ่งกลับมาช่วยนาง!“พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่? ทำไมถึงทำเรื่องโง่ๆเช่นนี้ ทำไมท่านต้องกินยาที่เขาให้มาด้วย?”ถังเฟิงรู้สึกวิตกกังวล หากเขาทำได้ เขาจะงัดปากนางและพยายามควักยาเม็ดออกมา“ข้าไม่เป็นไร! เจ้าจำยาที่เสี่ยวเหอเคยมอบให้ข้าไม่ได้หรือ?” ถังฉีกระซิบเบาๆ ที่หูของถังเฟิง ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย แม้ใบหน้าจะยังดูวิตกกังวลอยู่ก็ตาม“องค์หญิง!”ถังซันสังเกตได้ว่าลมหายใจของถังฉีเริ่มแผ่วเบาลง ราวกับว่านางถูกพิษบางอย่างที่ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตชั่วคราวตอนนั้นเอง ถังฉีรู้สึกราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างและล่องลอยอยู่ในอากาศทันใดนั้น แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ทำให้นางกลับมามีสติ อย่างไรก็ตาม นางตระหนักถึงสถานการณ์และหลับตาลงอีกครั้งเมื่อเห็นถังฉีหมดสติ ใบหน้าของฮิราอิก็เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ ยาแก้พิษนี้มีเพียงพวกเขาที่ครอบครอง! เมื่อถังฉีกินเข้าไปแล้ว นางจะอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาตลอดไป!“เฮอะๆ ตอนนี้ที่ถังฉีหมดสติแล้ว คนอื่นๆก็ฆ่าได้เลย ไม่ต้องปรานี! ฮิราอิมิใช่คนที่รักษาสัจจะ เขาต้องการสังหารคนในครอบครัวของถังฉีทั้งหมด แม้นางจะกินยาไปแล้วก็ตาม“เจ้าคนชั่วช้า!” หลังจากได้พักครู่หนึ่งและฟื้นกำลังขึ้นมาบ้าง ถังซันก็เริ่มกังวลเมื่อเห็นศัตรูเคลื่อนตัวมาหาถังเฟิงอย่างไรก็ตาม นางอ่อนแอเกินกว่าที่จะปกป้องตัวเองได้ นับประสาอะไรกับผู้อื่น“ถังซัน เจ้าไปได้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าต้องอยู่กับพี่สาวของข้า!”หัวใจของถังซันสั่นสะท้านเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้านางเคยประสบพบเจอแต่พี่น้องในตระกูลสูงศักดิ์ที่มักสรรเสริญเยินยอกันและกัน แต่ลับหลังกลับหวังให้อีกฝ่ายล่มจมหากตนเองไม่ได้รับความโปรดปรานถังซันถอนหายใจและจ้องมองศัตรูอย่างอาฆาต พร้อมจะสู้จนตัวตายใบหน้าของถังเฟิงก็เคร่งขรึมไม่แพ้กัน เขาจะปกป้องถังฉีโดยไม่ลังเล ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องนาง!“ฮึ่ม รีบส่งตัวนางมาได้แล้ว แล้วเราจะให้เจ้าตายเร็วๆ โดยไม่ต้องทรมาน แต่หากขัดขืนละก็ เจ้าจะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง!”ฮิราอิปรารถนาจะจบการต่อสู้โดยเร็วแต่ไม่มีทางที่ถังเฟิงจะยอมมอบถังฉีให้กับพวกเขา!ถังฉีใช้อุบายแสร้งทำเป็นหมดสติ รอจังหวะเหมาะที่จะจู่โจมอย่างไรเสีย ฮิราอิไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลยสักนิด เขามัวเมากับชัยชนะ ตลอดเวลาที่อยู่ในเป่ยโจว พวกเขาไม่เคยกระทำการอุกอาจเช่นนี้มาก่อน“ฆ่าเจ้าเด็กคนนั้น แล้วข้าจะตกรางวัลพวกเจ้าคนละหนึ่งร้อยตำลึงทองเมื่อเรากลับไป”คำมั่นของฮิราอิทำให้ดวงตาของผู้โจมตีเป็นประกาย ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง“นายน้อยเฟิงจือ ปกป้ององค์หญิงและอย่าปล่อยให้นางได้รับบาดเจ็บ คนสารเลวพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!”ถังซันกระชับดาบในมือ และวิ่งออกไปอย่างไม่ลังเลต่อให้ต้องตาย นางก็จะสู้จนลมหายใจสุดท้ายแม้กำลังตีรันฟันแทงกับเหล่าศัตรู นางยังคงปกป้องถังเฟิงและสังหารทุกคนที่เข้าใกล้เขาเมื่อเห็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของถังซัน ฮิราอิก็อดรู้สึกชื่นชมมิได้“หากสตรีเช่นนี้เกิดมาในแคว้นตงอิ๋งอันยิ่งใหญ่ของเราก็คงดี! น่าเสียดายที่นางเป็นคนของเป่ยโจวและต้องถูกฆ่าทิ้ง!”รอยยิ้มน่ากลัวปรากฏบนใบหน้าของฮิราอิ ราวกับว่าสองพี่น้องกลายเป็นศพไปแล้วฉึก...เสียงคมดาบทะลุเนื้อดังสะท้อนออกมา ขณะที่ถังเฟิงปกป้องถังฉีจากศัตรูแม้แขนของเขาจะถูกฟันและมีเลือดไหล แต่มือยังคงกุมอาวุธไว้แน่นถังฉียังคงมึนงงและรู้สึกถึงฤทธิ์ของยาแก้พิษ ยานี้มีฤทธิ์รุนแรงจนยากจะคุมสติ นางทำได้เพียงรอให้ฤทธิ์ยาหมดไปเมื่อเห็นถังเฟิงได้รับบาดเจ็บ หัวใจของนางก็แตกสลาย แต่นางก็รู้ว่าไม่มีทางออกถังซันสังเกตเห็นบาดแผลของถังเฟิง และรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย“นายน้อยเฟิงจือ แข็งใจไว้! คนของซื่อจื่อใกล้จะมาถึงแล้ว!”ถังซันสังหรณ์ใจเช่นนั้นแม้กองกำลังของฮิราอิจะขวางทางจ้าวไป่จือไว้ด้านนอก แต่นางก็เชื่อมั่นว่าหากเขาบุกทะลวงเข้ามาได้ จะไม่มีผู้ใดทำอันตรายถังฉีได้อีก!พวกนางเพียงต้องยื้อไว้จนกว่าคนของจ้าวไป่จือจะมาถึงร่างกายของถังฉีกำลังสลายฤทธิ์ยาอย่างรวดเร็ว และในอีกไม่กี่อึดใจ นางจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์“เจ้าพวกไร้ประโยชน์!”เมื่อเห็นว่าการต่อสู้เริ่มบานปลาย ใบหน้าของฮิราอิก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเขาชักดาบออกจากฝักและพุ่งเข้าหาถังเฟิง ตั้งใจจะจบชีวิตเขาโดยเร็ววันนี้ หากเขาจับตัวถังฉีไม่ได้ เขาอาจไม่มีโอกาสอีกเลย ความล้มเหลวหมายถึงการเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของจิมมุในแคว้นตงอิ๋ง“พวกเจ้าสมควรตาย!” ฮิราอิคำรามขณะพุ่งเข้าใส่ถังเฟิงการจู่โจมอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนตกตะลึงถังเฟิงจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของฮิราอิด้วยความกลัวชั่วขณะ แต่ยังคงยกดาบขึ้นเพื่อตั้งรับ“นายน้อยเฟิงจือ!”ถังซันกำลังต่อสู้พัวพันกับคนร้ายชุดดำจำนวนมาก เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจของนางราวกับถูกบีบรัดทว่าระยะทางไกลเกินไป และนางไม่อาจไปถึงตัวเขาได้ทันเวลา“นายน้อยเฟิงจือ!”เมื่อถังฉีควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกครั้ง นางเห็นคมดาบที่เล็งไปยังถังเฟิง หัวใจพลันเต้นรัวแรง“น้องสี่ ระวัง!”นางพยายามผลักเขาออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมด แต่นางประเมินตัวเองสูงเกินไปถังเฟิงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้านาง พร้อมจะปกป้องนางไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม“พี่ใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะปกป้องท่านให้ได้ ท่านเคยปกป้องพวกเราตอนเด็กๆ เวลานี้ ถึงคราวที่เราต้องปกป้องท่านแล้ว!” ตอนที่ 465: ส่งเขาไปลงนรกเมื่อถังเฟิงเห็นคมดาบกำลังใกล้เข้ามา รอยยิ้มจำนนก็ผุดที่มุมปาก“ไม่...!”ถังฉีใช้พละกำลังทั้งหมด ขณะที่นางเตรียมจะเรียกรถยนต์ออกมาจากห้วงมิติเพื่อคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง นางก็เห็นลูกศรพุ่งแหวกอากาศเสียบทะลุคอของคู่ต่อสู้ฮิราอิไม่คาดคิดว่าตนเองจะตายอย่างกะทันหันเช่นนี้ดาบร่วงหลุดจากมือของเขาด้วยเสียงดังก้อง และเขากุมคอของตนเองไว้แน่น ทว่าเลือดยังคงไหลออกมาผ่านร่องนิ้ว“อั่ก...” เสียงประหลาดเปล่งออกมาจากปากของเขาทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวจ้าวไป่จือในชุดสีน้ำเงินครามทะยานลงมาและยืนตรงหน้านางเพื่อคุ้มกันแม้ฮิราอิจะมีบาดแผลฉกรรจ์และเลือดไหลทะลักเป็นสาย แต่จ้าวไป่จือก็ยังคงเฝ้าระวัง ด้วยตระหนักดีว่านักรบฝีมือดีเช่นเขามักมีการโจมตีอย่างสิ้นหวังด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ดังนั้นเขาจึงมุ่งมั่นและไม่ปล่อยให้ถังฉีเผชิญกับอันตรายอีกต่อไป“พี่จ้าว!”เมื่อเห็นจ้าวไป่จือ ถังฉีก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด“ฉีฉี เฟิงจือได้รับบาดเจ็บ พาเขาไปหาเสี่ยวเหอเพื่อรักษาบาดแผลเถอะ” เสียงอันนุ่มนวล ของจ้าวไป่จือทำให้นางอุ่นใจขึ้นมาก“อืม พี่จ้าว ท่านก็ระวังตัวด้วย และ... อย่าให้ถังซันได้รับบาดเจ็บ!”ถังฉีได้ประจักษ์ในความภักดีของถังซัน หากนางถูกฆ่าตาย ถังฉีรู้ว่าตนเองจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต“เข้าใจแล้ว”จ้าวไป่จือมองไปยังถังซันที่ยังคงต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด เพียงโบกมือ องครักษ์เงากลุ่มหนึ่งก็เข้าร่วมการต่อสู้และพลิกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วจ้าวไป่จือฉีกหน้ากากของฮิราอิออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างมาก“เจ้าหมอนั่นเองหรือ?”จ้าวไป่จือทราบทันทีว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนการนี้เขาชักกระบี่ออกมาอย่างไม่ลังเล และจบชีวิต ของฮิราอิด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวขณะเดียวกัน การต่อสู้อีกด้านหนึ่งก็สิ้นสุดลงเช่นกันถังซันเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งใหญ่และเล็ก แต่ไม่มีบาดแผลใดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต จ้าวไป่จือจึงส่งนางไปหาเฉียวอวี๋เพื่อรับการรักษาผู้ใต้บัญชาของจ้าวไป่จือคนหนึ่งยื่นมือเข้าไปประคองถังซัน แต่นางปฏิเสธนางมองด้วยสายตามุ่งมั่นและกล่าวว่า “ข้าเดินเองได้” ถังซันในฐานะอดีตองครักษ์เงาระดับหัวกะทิ ย่อมไม่ยอมให้ตนเองล้มลง แม้จะหมายถึงความตายก็ตามทุกคนมองนางด้วยความชื่นชม แม้ร่างกายของนางจะบอบช้ำ แต่นางก็ยืนหยัดอย่างมั่นคงและไม่หวั่นไหวหลังจากที่ถังเหอและเฉียวอวี๋ตรวจอาการของถังซันและถังเฟิงแล้วยืนยันว่าอาการของพวกเขาไม่อันตรายถึงชีวิต ถังฉีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก“เป็นข้าที่ประมาทเอง หากไม่ใช่เพราะความกล้าหาญของพวกเขา ทุกคนอาจจะ…” เสียงของถังฉีขาดห้วงไป ไม่อาจกล่าวจบประโยค สิ่งที่เกิดขึ้นน่าสะเทือนขวัญจนยากจะลืมเลือน“หากข้าเดาไม่ผิด คนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ก็คือจิมมุ และคนที่พยายามฆ่าเฟิงจือก็คือฮิราอิ ทหารคนสนิทของเขา” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“จิมมุผู้นี้ไม่ยอมรามือเลยจริงๆ มิใช่ว่าฮ่องเต้ส่งเขากลับไปยังแคว้นตงอิ๋งแล้วหรือ? ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะยังส่งคนย้อนกลับมาที่นี่ได้!”ถังฉีรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง นางประเมินเจิมมุผู้นี้ต่ำเกินไป“หากจิมมุไม่มีอิทธิพลถึงเพียงนี้ เขาคงไม่อาจรั้งตำแหน่งรัชทายาทแห่งแคว้นตงอิ๋งได้หรอก” จ้าวไป่จือกล่าวอย่างใจเย็นเวลานี้ ถังฉีเพิ่งนึกได้ถึงฐานะของจิมมุ“ฮึ่ม ปล่อยเขาไปง่ายๆเช่นนี้ ปรานีเกินไปแล้ว หากรู้ว่าเขาอาฆาตพยาบาทเช่นนี้ ข้าคงไม่มีวันปล่อยเขาไปอย่างไร้รอยขีดข่วน!” ดวงตาของถังฉีเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าใครก็ตามที่คุกคามครอบครัวของนางจะไม่มีวันได้ลอยนวล!ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของถังฉีในแผ่นดินเป่ยโจว พวกเขาไม่อาจสังหารจิมมุได้โดยไม่เสี่ยงก่อสงครามระหว่างแคว้น แต่หากเขาตายระหว่างทางกลับไปยังแคว้นตงอิ๋ง เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินเป่ยโจวเลยเป็นครั้งแรกที่ถังฉีรู้สึกอาฆาตพยาบาทต่อใครบางคนจากสีหน้าของนาง จ้าวไป่จือคล้ายจะเดาได้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่“ฉีฉี ทำในสิ่งที่เจ้าปรารถนาเถอะ หากต้องการความช่วยเหลือจากข้า เจ้าก็บอกมาได้เลย” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรราวกับว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจวางแผนทำเรื่องเสี่ยงอันตราย เพียงออกไปเที่ยวเล่นเท่านั้น“อืม ข้าต้องเตรียมการและวางแผนทุกอย่างให้รอบคอบเสียก่อน” ถังฉีตอบเพื่อยืนยันเจตนาของตนเองนางไม่อาจปล่อยให้จิมมุเดินเตร่ไปมาอย่างอิสระในแคว้นตงอิ๋งได้ เพราะความชั่วร้ายของเขาอาจย้อนกลับมาหลอกหลอนนางในภายหลังมีแต่เป็นโจรร้อยวัน ไหนเลยจะป้องกันโจรขโมยได้ทั้งร้อยวัน และนางก็ปฏิเสธที่จะใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวตลอดเวลา นางตัดสินใจว่าต้องส่งจิมมุไปลงนรกในระหว่างเดินทางกลับแคว้นตงอิ๋งให้จงได้ด้วยความคิดนั้น ถังฉีไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป จ้าวไป่จือทราบว่านางต้องการทำอะไร จึงไม่พยายามจะห้ามปรามนาง“ฉีฉี บอกข้าด้วยเมื่อเจ้าพร้อมจะออกเดินทาง” ข้าจะจัดการเรื่องต่างๆ ที่นี่และไปกับเจ้า” จ้าวไป่จือกล่าวโดยไม่บอกเจตนา แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจในกันและกัน“ตกลง”ถังฉีผงกศีรษะนางรู้สึกขอบคุณจ้าวไป่จือจากก้นบึ้งของหัวใจ หากไม่มีเขา เฟิงจือคงกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ และบิดาของนางก็ต้องทุกข์ทรมานจากการสูญเสียบุตรชายขณะที่นางกำลังใคร่ครวญ ถังซันก็เข้ามาในห้อง ถังฉีบอกได้จากการเคลื่อนไหวที่แข็งทื่อของนางว่าร่างกายนั้นถูกพันด้วยผ้าพันแผลแม้การเดินของนางจะไม่คล่องตัวเท่าปกติ แต่หลังของนางก็ยังคงตรงและผ่าเผย“องค์หญิง!”ถังซันเข้ามาและคุกเข่าต่อหน้าถังฉีทันที“ถังซัน เจ้าทำอะไร? แผลของเจ้าจะเปิดเอาได้ รีบลุกขึ้นมา!”ถังฉีเอื้อมมือไปประคองถังซัน“องค์หญิง หากข้าระมัดระวังมากกว่านี้ วันนี้ ท่านก็คงไม่ต้องหวาดกลัวจนเสียขวัญ และนายน้อยเฟิงจือก็คงไม่ได้รับบาดเจ็บ”ถังซันโทษตัวเองสำหรับทุกอย่าง ถังฉีเห็นดังนั้นก็รู้สึกปวดใจไม่น้อย“ถังซัน นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า! หากเจ้าเห็นใจข้าจริงๆ เวลานี้เจ้าก็สนใจแต่เรื่องรักษาตัวให้หายดีก็พอ!”จบตอน Comments
Comments
Post a Comment