sister ep521-530 Get link Facebook X Pinterest Email Other Apps ตอนที่ 521: เป้าหมาย คือ องค์ชายเอคิ“ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถในการเดินทางได้พันลี้ในหนึ่งวันของพวกมันละก็ ข้าคงไม่เสี่ยงเช่นนี้” จ้าวไป่จือพยักหน้า“เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีม้าตัวไหนที่สามารถเดินทางได้พันลี้ในหนึ่งวันมาก่อน” ใต้เท้าโจวส่ายศีรษะ ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ขุนนางคนอื่นๆก็ดูจะไม่เชื่อเช่นกัน“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม พวกท่านจะได้รู้เมื่อเรากลับไปเป่ยโจว หากเป็นเรื่องจริง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กองทัพเป่ยโจวของเราจะมีกองทหารม้าที่พิเศษมาก” จ้าวไป่จือกล่าวพร้อมยิ้ม เมื่อนึกถึงการจัดตั้งกองทหารม้าเหงื่อโลหิตในภายภาคหน้าใต้เท้าโจวอ้าปากจะโต้แย้ง แต่กลับพบว่าตัวเองกำลังรอคอยวิสัยทัศน์ที่จ้าวไป่จือบรรยายอย่างใจจดใจจ่อ“เรื่องม้าเหงื่อโลหิต พอแค่นี้ก่อนเถอะ เข้าไปในห้องหนังสือกัน” จ้าวไป่จือกล่าว จากนั้นเหล่าขุนนางก็เข้าไปด้านในโดยมีถังซันคอยเฝ้าประตู ป้องกันไม่ให้ใครมาแอบฟัง“แผนของเราสามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะข้าพบผู้ที่เหมาะสมแล้ว” จ้าวไป่จือกล่าวอย่างสบาย ๆ พร้อมหยิบถ้วยชาขึ้นมา“ในงานเลี้ยง นอกจากองค์ชายเอคิจะทำให้ตัวเองอับอายแล้ว องค์ชายคนอื่นๆก็ไม่มีใครปรากฏตัวเลย แล้วท่านจะเลือกได้อย่างไร?” ใต้เท้าโจวมองจ้าวไป่จือด้วยความอยากรู้“แล้วถ้าข้าบอกท่านว่า คุณชายถังอ่านสีหน้าได้ล่ะ?” จ้าวไป่จือตอบด้วยรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย“อ่านสีหน้าหรือ? ซื่อจื่อ นี่เรื่องจริงหรือ?” เหล่าขุนนางพากันตกตะลึง ไม่คาดคิดกับเรื่องไม่คาดฝันเช่นนี้“นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ทุกคำที่เขาพูด ข้าเชื่อเขาอย่างหมดหัวใจ เรื่องสำคัญเช่นนี้ เขาจะไม่พูดเล่นเด็ดขาด” สีของจ้าวไป่จือแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเหล่าขุนนางต่างมองหน้ากัน เมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่ถังฉีเคยเปิดโปงสายลับ แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อใจนาง แต่เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย“ซื่อจื่อ คุณชายถัง หวังว่าพวกท่านจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การล่มสลายได้” ขุนนางคนหนึ่งในวัยห้าสิบกว่ากล่าวด้วยท่าทางจริงจัง หากไม่ใช่เพราะความสำเร็จของจ้าวไป่จือ เขาอาจตำหนิทั้งสองโดยตรงและถือว่าเรื่องการอ่านสีหน้านี้เป็นเพียงเรื่องเหลวไหล“ใต้เท้าเฉิน ดูจากสีหน้าของท่าน ดูเหมือนว่าท่านจะมีหลานสะใภ้ที่ใกล้จะคลอดบุตร หากข้าพูดไม่ผิด นางอุ้มท้องเด็กแฝดชายหญิง และพวกเขาก็น่าจะคลอดเมื่อตอนยามจื่อ** ที่ผ่านมา การตั้งท้องครั้งก่อนของนางจบลงด้วยการแท้งบุตร และการคลอดครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก” ถังฉีกล่าว ขณะจ้องมองใต้เท้าเฉิน** ยามจื่อ (子:zǐ) คือ 23.00 – 24.59 น.)ใต้เท้าเฉินกำลังจะคัดค้านแต่ก็หยุดชะงัก เมื่อตระหนักว่าเวลาที่กล่าวมานั้นตรงกับเวลาที่หลานสะใภ้ของเขาจะคลอด นอกจากนี้ การแท้งบุตรครั้งก่อนยังเป็นความลับของครอบครัว และถังฉีกลับพูดถึงเด็กแฝดชายหญิงอีกด้วย“ก่อนที่ข้าจะออกจากเมืองหลวง หลานชายคนโตของข้าบอกว่าภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ลูกแฝด” ใต้เท้าเฉินกล่าวขณะมองถังฉีด้วยสีหน้าจริงจัง“พวกเขาเป็นเด็กชายและเด็กหญิงจริงๆหรือ?” เขาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น“ดูจากโชคลาภบนใบหน้าของท่านแล้ว ใช่ ครอบครัวของท่านจะได้ต้อนรับเด็กแฝดชายหญิง” ถังฉีพยักหน้า“อืม… แค่ท่านพูดเรื่องดีๆไม่ได้หมายความว่าข้าจะเชื่อ ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้เมื่อกลับถึงเมืองหลวง และถ้าท่านพูดถูก ข้าจะขอโทษท่านด้วยตัวเอง!” ใต้เท้าเฉินแม้จะเชื่อไปแล้วบางส่วน แต่ก็ไม่สามารถละเลยเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ง่ายๆ“ใต้เท้าเถียน ข้าเห็นสัญญาณอันตรายบนใบหน้าของท่าน มีอะไรบาดท่านเมื่อเช้านี้หรือไม่?” ถังฉีหันไปหาขุนนางอีกคน“ท่าน…” ใต้เท้าเถียนประหลาดใจ เช้าวันนี้ เขาถูกเศษไม้ใกล้อ่างล้างหน้าบาดและเกือบจะโดนฟาดด้วยคานที่ตกลงมา“มีร่องรอยของเคราะห์ร้ายบนใบหน้าของท่าน แต่ท่านก็รอดพ้นมาได้” ถังฉีเสริม“ใช่แล้ว เช้านี้ข้าเกือบโดนคานที่ตกลงมาฟาดเข้าให้ โชคดีที่มือข้าถูกบาด ข้าจึงหลบได้ทันเวลา”ใต้เท้าเถียนส่ายศีรษะ เห็นได้ชัดว่าตกตะลึงยิ่ง“พวกตงอิ๋งประมาทเกินไปแล้ว ข้านึกว่ามีแต่ห้องข้า แต่ดูเหมือนจะมีความผิดพลาดอยู่ทุกที่” ใต้เท้าโจวพึมพำด้วยความไม่พอใจ“อืม… เมื่อพิจารณาจากจุดประสงค์ของเราในการมาที่นี่ ก็ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะระแวง” จ้าวไป่จือกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ”“นั่นคือความแตกต่างระหว่างเป่ยโจวที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรากับเกาะเล็กๆของพวกเขา!” ใต้เท้าโจวหัวเราะเมื่อพวกเขามองดูถังฉี พวกเขาก็เห็นนางในมุมมองที่แตกต่างออกไป“ข้าไม่รู้ว่าหุบเขาร้อยพิษสอนอะไร ที่นอกเหนือจากทักษะทางการแพทย์” ใต้เท้าโจวกล่าวด้วยความประหลาดใจ“นี่เป็นทักษะดั้งเดิม ศิษย์แต่ละคนจะมีทักษะพิเศษเฉพาะตัว” ถังฉีเอ่ย นางรู้ว่าถังเหอเองก็กำลังฝึกฝนทักษะการอ่านสีหน้า“เช่นนั้นเป้าหมายของพวกเราในครั้งนี้ก็คือ องค์ชายเอคิ!” เมื่อได้เป้าหมายแล้ว จ้าวไป่จือและเหล่าขุนนางก็หารือรายละเอียด ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน“เจ้าจะไปกับข้าไหม?” จ้าวไป่จือเอ่ยถามถังฉี ขณะที่เขาเตรียมตัวจะเปลี่ยนชุด“ข้ารู้สึกว่าองค์ชายเอคิผู้นี้น่าสงสัย หากข้าไปกับท่านด้วย ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงของท่านหรือ?” ถังฉีเอ่ย เกรงว่าตนเองที่ไร้ซึ่งวรยุทธ์จะเป็นภาระของเขา“ไม่มีทาง เจ้าคือกำลังใจและที่ยึดเหนี่ยวของข้า ไม่มีทางเป็นภาระได้ การโอบอุ้มเจ้าไม่ต่างกับการโอบอุ้มก้อนเมฆอ่อนนุ่ม” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม ตอนที่ 522: หญิงงามเหนือบัลลังก์กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็โอบแขนรอบเอวบอบบางของหญิงสาวและอันตรธานหายไปในความมืดของรัตติกาลเมื่อองค์ชายแห่งแคว้นตงอิ๋งบรรลุนิติภาวะ พวกเขาจำเป็นต้องย้ายออกจากพระราชวัง จ้าวไป่จือรู้ว่าองค์ชายเอคิอาศัยอยู่ที่ไหน เมื่อเขาและถังฉีมาถึงที่พักอาศัยของเขา พวกเขาก็พบว่าที่นั่นไม่ได้มีเวรยามที่หนาแน่นแต่อย่างใด“รัชทายาทอาศัยอยู่ในสถานที่ทรุดโทรมเช่นนี้ได้อย่างไร?” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยความประหลาดใจ“องค์ชายที่ไม่ได้รับความโปรดปราน มักได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่นี่มันออกจะเกินไปมาก...”“น่าขันมากหรือ?”เสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้น“องค์ชายเอคิ?” จ้าวไป่จือเห็นเอคิดื่มสุราอยู่ในศาลาใกล้ๆเพียงลำพัง“ตลกมากสินะ? พวกเราต่างก็เป็นลูกชายของเขา ทว่าการปฏิบัตินั้นแตกต่างกันเหลือเกิน ข้าไม่เคยอยากได้ตำแหน่งนี้ด้วยซ้ำ” เอคิกล่าวพลางกระดกดื่ม“ข้ารับใช้ในวังทุกคนล้วนประจบประแจงผู้ที่ได้รับความโปรดปรานและเหยียบย่ำผู้ที่ไม่ได้รับการเหลียวแล พวกเขาอยากจะฝังข้าให้จมโคลน!”รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปาก“ท่านก็คือจ้าวซื่อจื่อแห่งเป่ยโจวสินะ ข้าไม่มีทหารยามหรอก เหตุใดไม่ลงมา แล้วดื่มกับข้าล่ะ?” สีหน้าของเอคิเคลือบแฝงไปด้วยความดูแคลนถังฉีพยักหน้าให้จ้าวไป่จือ จากนั้นทั้งสองก็ลงจากหลังคาและนั่งลงข้างๆเขา“ที่งานเลี้ยง คุณชายท่านนี้คอยเฝ้ามองข้าอยู่ตลอดเวลา แล้วตอนนี้พวกท่านก็มาที่นี่ ต้องการอะไรกันแน่?” เอคิดื่มสุราอึกใหญ่โดยไม่แสดงท่าทีแปลกใจกับการมาเยือนของพวกเขา“ข้าบอกได้ว่า ท่านอยากลองฝึกม้าเหงื่อโลหิตในวันนี้ แต่สุดท้ายท่านก็ยอมแพ้” ถังฉีกล่าว สายตาของนางจ้องไปที่เขา“ข้าก็แค่อยากมีชีวิตรอดต่อไปอีกสักหน่อย การแสดงที่คอกม้าไม่ได้มีความหมายอะไรกับข้า!” เอคิเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ“แต่ท่านไม่พอใจไม่ใช่หรือ? ข้าเชื่อว่าท่านกำลังรอพวกเราอยู่” จ้าวไป่จือกล่าวอย่างมั่นใจ ใครกันที่ร่ำสุราอยู่ข้างนอกในเวลานี้“ฮ่าฮ่าฮ่า… ถ้าข้ารอแล้วอย่างไร?”“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่าท่านมีความทะเยอทะยานและไม่พอใจกับชีวิตของตัวเองในเวลานี้ ท่านต้องการเปลี่ยนแปลง หาไม่แล้ว เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก และพวกเราจะแสร้งทำเป็นว่าการพบกันครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” จ้าวไป่จือกล่าวพร้อมยืนขึ้น ราวกับจะจากไป“จ้าวซื่อจื่อ ท่านมาที่นี่หลังจากพิจารณารอบคอบแล้วมิใช่หรือ? ไม่จำเป็นต้องมีความลับระหว่างพวกเราหรอก” เอคิตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยกลัวว่าพวกเขาจะจากไป“ฮ่าฮ่า… ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งสินะ” จ้าวไป่จือยิ้ม“ใช่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง บอกมาเถอะว่าท่านต้องการอะไร”“สิ่งที่พวกเราต้องการนั้นสอดคล้องกับความปรารถนาของท่าน พวกเราต้องการศีรษะของรัชทายาทจิมมุ” จ้าวไป่จือเอ่ยตอบโดยยืนตัวตรงและมองไปที่เอคิ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็คือ พี่ชายต่างมารดาของจิมมุ“ฮ่าฮ่าฮ่า… จ้าวซื่อจื่อ ท่านพูดได้ตรงประเด็นจริงๆ! แต่ท่านต้องการแค่นั้นจริงๆหรือ?”“แน่นอนว่าไม่ใช่” จ้าวไป่จือส่ายศีรษะ“สำหรับเป่ยโจวแล้ว แคว้นตงอิ๋งเป็นเพียงเกาะเล็กๆ การกำจัดดินแดนเล็กๆแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะต้องใช้ทรัพยากร กำลังคน และเงินทุน”จ้าวไป่จือกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง โดยไม่สนใจว่าเอคิจะโกรธหรือไม่“ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านพัฒนาปืนใหญ่พิสัยไกลด้วย การทำลายเกาะเล็กๆแห่งนี้คงเป็นเรื่องง่าย” เอคิเอ่ยตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน“ข้าประเมินท่านต่ำไป แม้แต่จักรพรรดิและพี่น้องของท่านก็คงไม่รู้ว่าท่านรู้มากแค่ไหน!” จ้าวไป่จือมองเอคิด้วยทัศนคติที่ต่างออกไป“ท่านกังวลแล้วหรือ? กลัวว่าข้าจะไม่ใช่หุ่นเชิดที่ควบคุมได้ง่ายสินะ” เอคิกล่าวด้วยแววตาเยาะเย้ย“เหตุใดข้าต้องกังวลด้วย?” จ้าวไป่จือเอ่ยตอบอย่างใจเย็น ขณะนั่งลงข้างๆเขา“สำหรับข้าแล้ว ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นจักรพรรดิแห่งตงอิ๋ง ใครก็ตามที่โลภในสิ่งที่ไม่ควรโลภ จะต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือความตาย”“เช่นนั้นท่านก็เลยลำบากมาที่นี่เพื่อจัดการกับจิมมุสินะ” เอคิเอ่ยถามด้วยความสงสัย“แน่นอน การฆ่าเขาด้วยมือตัวเองนั้นน่าพอใจกว่าการปล่อยให้คนอื่นทำยิ่งนัก” จ้าวไป่จือกล่าวอย่างหนักแน่น“เข้าใจแล้ว เขาคงทำให้ท่านขุ่นเคืองมากสินะ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เขาถูกเสด็จพ่อเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมจนไม่ตระหนักถึงสถานะของตัวเอง และความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างตงอิ๋งกับเป่ยโจว” เอคิเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย“จ้าวซื่อจื่อ ท่านทำเช่นนี้เพื่อหญิงคนรักหรือ?” เอคิเอ่ยถาม ในประวัติศาสตร์ จักรพรรดิต่างหลงใหลในหญิงงามแม้ว่าเขาจะไม่รู้เกี่ยวกับชีวิตของจ้าวไป่จือในเป่ยโจวมากนัก แต่เขาก็เคยได้ยินมาว่าจิมมุหลงใหลในตัวองค์หญิงอันเหอแห่งเป่ยโจว การเดินทางของจ้าวไป่จือในครั้งนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า องค์หญิงอันเหอมีค่าสำหรับเขามากเพียงใด“หญิงงามเหนือบัลลังก์!” จ้าวไป่จือประกาศอย่างกล้าหาญ เขาไม่สนใจสถานะซื่อจื่อของตน ถ้าไม่มีถังฉีอยู่เคียงข้าง ทุกอย่างก็คงไร้ความหมายเมื่อได้ยินเช่นนี้ ถังฉีก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มจางๆ“หญิงงามเหนือบัลลังก์! ข้าไม่คิดว่าท่านจะเป็นชายผู้ทรงเกียรติเช่นนี้ จ้าวซื่อจื่อ” เอคิกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม ตอนที่ 523: จะเอาสาวงามกลับไปกี่คนเมื่อเอคิมองจ้าวไป่จือ แววตาของเขาพลันเป็นประกาย“ทว่าบัลลังก์แห่งตงอิ๋งนี้ ไม่ได้เย้ายวนใจสำหรับข้า!” เขาหัวเราะร่าเมื่อกล่าวออกมาเช่นนั้น“ข้ามีคำขอเพียงข้อเดียว สืบให้รู้แน่ชัดว่าใครทำร้ายท่านแม่ของข้า มันผู้นั้นจะต้องไม่ได้ตายดี ส่วนอนาคตของตงอิ๋งนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าจะเดินทางท่องยุทธภพ ดีกว่าเป็นกบในบ่อน้ำ!”แววตาของเอคิลุกโชนขณะที่เขาจับจ้องจ้าวไป่จือ “จ้าวซื่อจื่อ ท่านพอจะทำตามคำของ่ายๆของข้าได้หรือไม่?”เขาวางจอกสุราลง ดวงตาจับจ้องจ้าวไป่จือด้วยแววจริงจัง“ตราบใดที่เป้าหมายของเราสอดคล้องกัน เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญ ส่วนใครปกครองแคว้นตงอิ๋ง ข้าเองก็ไม่เห็นความแตกต่าง” จ้าวไป่จือเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขามาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น เพื่อทำให้จิมมุเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการกระทำของเขา"ตกลง! ข้ายอมรับข้อเสนอและยินดีที่จะร่วมมือกับท่าน" เอคิรับคำ ดวงตาของถังฉีหรี่ลงขณะที่นางสังเกตเห็นสีเหลืองเข้มในรัศมีของเขา“คุณชายผู้นี้ เหตุใดท่านมักจะมองข้าด้วยสายตาแปลกๆเช่นนั้น” เอคิสังเกตเห็นสายตาของถังฉี จึงจ้องมองกลับด้วยความฉงน“เพราะข้าเชื่อว่าท่านมีความสามารถมากพอที่จะครองบัลลังก์ ต่อให้ท่านไม่สนใจแคว้นตงอิ๋ง แล้วราษฎรล่ะ? หากคนอื่นขึ้นครองบัลลังก์ พวกเขาจะใช้ชีวิตสงบสุขอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้อีกหรือ?”คำพูดของถังฉีเป็นดั่งค้อนที่ทุบลงกลางใจ ฝังรอยลึกไว้ในใจเขาแม้ว่าเขาจะสวมหน้ากากแห่งความเฉยชา แต่การเลี้ยงดูในราชวงศ์ได้ปลูกฝังความทะเยอทะยานและความคิดมากมายในตัวเขา หาไม่แล้ว เขาคงไม่ต้องอดทนรอมาตลอดหลายปีเพื่อหาโอกาสที่สมบูรณ์แบบในการลงมือถังฉีตระหนักได้ว่าเอคิเป็นคนช่างคำนวณ มิเช่นนั้น เขาคงไม่รออยู่ที่นี่อย่างเปิดเผยเพื่อรอให้พวกเขามาถึง“ฮ่าฮ่าฮ่า… คนพวกนี้จะดำเนินชีวิตอย่างไรก็ช่าง เมื่อข้าหิว ใครบ้างมาสนใจ เมื่อข้าเห็นท่านแม่ตายด้วยโรคร้ายต่อหน้าต่อตา มีใครบ้างที่ยื่นมือเข้าช่วย ข้าต้องคุกเข่าอ้อนวอนหมอหลวง แต่ใครบ้างที่เห็นใจข้า?”ใบหน้าของเอคิเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ความเหงาอันลึกซึ้งปรากฏขึ้นเมื่อเขาพูดถึงมารดา“ข้าเชื่อว่าท่านคงไม่อยากเห็นราษฎรเผชิญกับความโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับที่ท่านเคยเผชิญ” ถังฉีกล่าวและเงียบไป“พิจารณาข้อเสนอของเราให้รอบคอบ เราจะลงมือในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อท่านพร้อม มาหาเราที่โรงเตี๊ยม” จ้าวไป่จือกล่าวพร้อมดึงถังฉีเข้ามาใกล้ จากนั้นพวกเขาก็อันตรธานหายไปในความมืด“จ้าวซื่อจื่อแห่งเป่ยโจวผู้นี้น่าสนใจทีเดียว และคุณชายที่สวมชุดดำคนนั้นก็คงเป็นนักยุทธศาสตร์ของเขา ไม่แปลกใจเลยที่เขาขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ตั้งแต่อายุยังน้อยหากทั้งสองอยู่ด้วยกัน มันจะไม่ใช่แค่ตงอิ๋ง แม้แต่ซีเหลียงก็อาจตกเป็นเหยื่อของพวกเขาสักวัน เป่ยโจวเป็นดินแดนของคนที่มีความสามารถจริงๆ”เอคิพึมพำกับตัวเอง ยกจอกสุราขึ้นกระดกดื่มขณะมองไปยังทิศทางที่พวกเขาจากไปอย่างเงียบๆจ้าวไป่จือและถังฉีหลบเลี่ยงทหารยามที่ลาดตระเวนและสายลับที่ซ่อนตัวอยู่อย่างชำนาญ ก่อนที่จะกลับไปยังห้องพักของพวกเขา“องค์ชายเอคิผู้นี้ซับซ้อนกว่าที่ข้าคาดคิดไว้” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารินน้ำอุ่นลงในถ้วยสองใบและส่งใบหนึ่งให้ถังฉี“แล้วถ้าเขาซับซ้อนกว่าที่เราคิดล่ะ? ท่านไม่มีแผนที่จะจัดการกับเขาหรือ?” ถังฉีกล่าวพร้อมกับยิ้มเมื่อดื่มเสร็จ“เจ้ารู้จักข้าดีเกินไปจริงๆ! ถ้าข้าไม่เก็บงำความคิดของตัวเองไว้ ข้าคงคิดว่าเจ้ากำลังสอดแนมข้า” จ้าวไป่จือกล่าวขณะมองดูหญิงสาวด้วยความน้อยใจ เขามักจะรู้สึกว่าคู่หมั้นของตนเฉียบแหลมเกินไปและสามารถมองทะลุทุกสิ่งได้“หากท่านไม่ได้วางแผนรับมือเอาไว้ ท่านก็คงไม่เข้าหาเขาด้วยความมั่นใจเช่นนี้ อีกอย่าง… ข้ารู้จักท่านดี ท่านจะไม่ไปพบเขา หากไม่มีแผนการที่ชัดเจน” ถังฉีเอ่ยตอบด้วยคำพูดที่น่าประทับใจ แต่ละคำของนางอธิบายความคิดของชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ“ตราบใดที่เขาขึ้นครองบัลลังก์ตงอิ๋ง และไม่มีความทะเยอทะยานที่จะรุกรานเป่ยโจว เขาก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวและสงบสุข” จ้าวไป่จือเอ่ยเสียงเรียบ หากไม่ใช่เพราะถังฉี เขาก็คงไม่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังแคว้นตงอิ๋ง“ใช่แล้ว เขาเป็นคนฉลาดและเหมาะสมที่จะเป็นจักรพรรดิอย่างแท้จริง ดังนั้นเขาคงไม่ทำอะไรโง่ๆหรอก” ถังฉีพยักหน้าอย่างครุ่นคิด“วันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว เจ้าต้องพักผ่อน พรุ่งนี้เรายังต้องแสดงให้จักรพรรดิตงอิ๋งเห็นว่าเป่ยโจวสามารถทำอะไรได้บ้าง” จ้าวไป่จือกล่าวพลางบีบจมูกหญิงสาวอย่างซุกซน“รีบล้างหน้าเถอะ เจ้าดูไม่ได้เลย!”“โอ้… ตอนนี้ข้าดูไม่ได้หรือ? มีหญิงงามจากตงอิ๋งมาสบตาท่านหรืออย่างไร? บางทีข้าน่าจะจัดหาหญิงงามให้ท่านพากลับไปเป็นอนุสักสองสามคน” ถังฉีหยอกเย้าด้วยรอยยิ้มขี้เล่น“ข้าไม่สนใจหญิงงามจากตงอิ๋งหรอก! ข้าสนใจเพียงว่าที่ภรรยาของข้าเท่านั้น” จ้าวไป่จือกล่าวพลางมองถังฉีด้วยรอยยิ้มซุกซน เขาลูบคางและแสร้งทำเป็นครุ่นคิด“ฮึ่ม! จ้าวไป่จือ ท่านนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ!” ถังฉีเอามือเท้าสะเอว พวงแก้มของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงนางรู้ว่าเขาเพียงล้อนางเล่นเท่านั้น“ข้าไม่กล้า! ทำตัวให้สดชื่นเอาไว้นะ มิเช่นนั้นเจ้าจะพลาดการแสดงดีๆในวันพรุ่งนี้” จ้าวไป่จือพูดพร้อมกับหัวเราะ ตอนที่ 524: ตามความปรารถนาของเจ้า“การแสดง?”สดับวาจา ดวงตาของถังฉีก็เป็นประกาย นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!“แน่นอนว่าข้าอยากชมการแสดงดีๆ เช่นนั้นข้าจะไปแช่น้ำพุร้อนเพื่อผ่อนคลายก่อน!”หลังจากกล่าวเช่นนี้ นางก็เข้าไปยังห้องด้านในซึ่งมีอ่างน้ำพุร้อนหรือที่เรียกกันว่า 'อนเซ็น' ตั้งอยู่กล่าวได้ว่าแคว้นตงอิ๋งมีชื่อเสียงสมฐานะประเทศเกาะ เมื่อยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่จำนวนมาก บ่อน้ำพุร้อนจึงกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค!แม้แต่ที่นี่ ห้องพักของโรงเตี๊ยมยังมีอ่างน้ำพุร้อนแทบทุกห้อง!เพียงไม่นาน ถังฉีก็แช่อยู่ในอ่างน้ำพุร้อนอย่างสบายอารมณ์การแช่น้ำพุร้อนในช่วงฤดูนี้ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกดีเกินกว่าจะบรรยายนอกจากนี้ นางยังวางผลไม้และเครื่องดื่มไว้ข้างๆ ขณะแช่น้ำพุร้อนอีกด้วย'กลับถึงเป่ยโจวเมื่อไร ข้าจะหาวิธีตั้งอ่างน้ำพุร้อนในห้องของตัวเองให้ได้เลย'เอนกายอยู่ในบ่อน้ำพุร้อน ถังฉีคิดกับตัวเองในใจวันรุ่งขึ้น เมื่อนางตื่นจากความฝันอันสวยงาม นางก็พบว่าจ้าวไป่จือไม่อยู่ในห้อง หลังจากล้างหน้าล้างตาและแต่งหน้าเข้มๆเหมือนเช่นเคย นางก็เดินออกจากเรือนรับรองถังซันเดินตามหลังนางอย่างใกล้ชิด“วันนี้พี่จ้าวออกไปทำอะไรตั้งแต่เช้า?”ถังฉีหันไปมองถังซันด้วยสีหน้าสับสน“ซื่อจื่อบอกว่าจะขี่ม้าออกไปข้างนอก และจะกลับมาในไม่ช้า ท่านไม่จำเป็นต้องรอกินอาหารเช้าพร้อมเขา”ถังซันเล่าถึงสิ่งที่ซื่อจื่อฝากไว้เมื่อตอนเช้าตรู่“อืม เช่นนั้นก็ออกไปดูสักหน่อยดีกว่า”ขณะกำลังก้าวออกไป ทั้งสองก็ได้ยินสาวใช้ของโรงเตี๊ยมกระซิบกระซาบกันพวกนางพูดคุยกันในภาษาตงอิ๋งอย่างออกรสถังฉียืนอยู่ไม่ไกล เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกสาวใช้ คิ้วของนางก็ขมวดมุ่นโดยไม่รู้ตัวจับใจความคร่าวๆได้ว่า ทุกคนในเมืองหลวงของแคว้นตงอิ๋งต่างทราบข่าวว่ารัชทายาททำเรื่องน่าอับอายเพียงใดในงานเลี้ยงเมื่อวานนี้!“ใช่แล้ว แม้แต่ม้ายังฝึกไม่ได้! ภายภาคหน้าเขาจะปกครองแคว้นตงอิ๋งได้อย่างไร? ข้ายังได้ยินมาอีกว่าผู้ใต้บัญชาของรัฐทายาทจากเป่ยโจว สามารถปราบพยศม้าได้อย่างง่ายดาย และรัฐทายาทเองก็สามารถปราบพยศม้าอันล้ำค่าของแคว้นตงอิ๋งได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆที่เป็นม้าที่ไม่มีใครสามารถฝึกได้มานานหลายปี!”สาวใช้ยังคงพูดคุยกันต่อไป ไม่ทราบว่ามีใครฟังอยู่ใกล้ๆ'ไม่สิ...เอคิไม่น่าลงมือเร็วถึงเพียงนี้!'ถังฉีใคร่ครวญในใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติยิ่งไปกว่านั้น นางยังตระหนักอีกว่าจ้าวไป่จือจะไม่มีวันทำเรื่องเช่นนั้น!แต่ใครกันคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเล่นงานจิมมุ?แล้วคนผู้นั้นจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร?ในขณะที่นางกำลังใคร่ครวญ พวกสาวใช้ก็หันมาเห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมของถังฉีพอดีทันใดนั้น สาวใช้ทั้งสองคนเผยสีหน้าตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นชาวเป่ยโจวที่ไม่น่าจะเข้าใจภาษาตงอิ๋งพวกนางก็รู้สึกโล่งอกพวกนางเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว และคำนับถังฉีด้วยความเคารพท้ายที่สุดแล้ว พวกนางก็ได้รับมอบหมายให้มาที่นี่โดยเฉพาะ เนื่องจากทั้งสองสามารถเข้าใจและพูดภาษาเป่ยโจวได้“ซื่อจื่ออยู่ที่ไหน?”หลังจากผ่านไปนานพอสมควร ถังฉีก็ยังไม่เห็นจ้าวไป่จือ จึงเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสน“เรียนคุณชายถัง จ้าวซื่อจื่อขี่ม้าออกไปแต่เช้า น่าจะใกล้กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”ได้ยินดังนั้น ถังฉีก็ผงกศีรษะท้ายที่สุดแล้ว จ้าวไป่จือก็มีภูมิหลังด้านการทหาร เป็นธรรมดาที่เขาจะหลงใหลในม้าศึก“เข้าใจแล้ว ช่วยเตรียมอาหารเช้าให้ข้าและยกไปที่เรือนรับรองด้วย”“เจ้าค่ะ!”สาวใช้ทั้งสองถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อมั่นใจว่าคุณชายหน้าตาอัปลักษณ์จากเป่ยโจวผู้นี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกนางพูดคุยกันพวกนางตอบรับด้วยความเคารพทันที จากนั้น ถังฉีก็หมุนกายจากไป รอการกลับมาของจ้าวไป่จือแต่หากทราบว่าสาวใช้ทั้งสองคิดว่านางขี้ริ้วขี้เหร่ นางคงรู้สึกหมดอาลัยตายอยากไม่น้อย!ไม่นานหลังจากนั้น มื้อเช้าอันหรูหราก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะทีละอย่างๆเมื่อพวกสาวใช้ออกไปแล้ว ถังฉีก็ไม่ได้ถือตัวและให้ถังซันมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างไรก็ตาม อาหารมากมายถึงเพียงนี้ ต่อให้กินต่อเนื่องถึงสองวัน นางก็คงไม่กินหมด!ถังซันก็ไม่ได้มีท่าทีวุ่นวายใจ หลังจากรับใช้องค์หญิงมานาน นางจึงทราบดีว่าถังฉีมีนิสัยใจคอเช่นไรต่อให้นางร่ำรวยล้นฟ้า นางก็ไม่เคยทำตัวฟุ้งเฟ้ออย่างการทิ้งขว้างอาหารองค์หญิงเคยกล่าวไว้ว่า ในโลกนี้...มีผู้คนมากมายที่ต้องตายเพราะความอดอยาก แม้นางจะไม่สามารถช่วยทุกคนได้ แต่นางก็ต้องให้ความสำคัญกับอาหารให้มากที่สุด'เพราะผู้ที่สวมอาภรณ์แพรไหมชั้นดี ไม่ใช่คนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และผู้ที่กินข้าว ก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจความเหนื่อยยากของชาวนา'นี่คือสิ่งที่ถังฉีเคยเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจครั้งหนึ่ง แต่นางจดจำไว้ขึ้นใจเสมอไม่นานหลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ จ้าวไป่จือก็กลับมาจากข้างนอกสีหน้าของเขาเปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวา ชัดเจนว่าอารมณ์ดีอย่างมาก“ม้าเหงื่อโลหิตช่างสมคำร่ำลือจริงๆ วันนี้พวกขุนนางที่ได้เห็น ต่างชื่นชมพวกมันไม่หยุดปาก!”จ้าวไป่จือเพิ่งเข้ามา คล้ายจะเดาได้ว่าถังฉีต้องการถามอะไร จึงเอ่ยด้วยสีหน้าร่าเริง“ฮาฮา... เจ้าคือผู้มีพระคุณของข้าจริงๆ! หากไม่มีเจ้า ข้าคงไม่มีวันรู้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตน่าอัศจรรย์อย่างม้าเหงื่อโลหิตด้วย!”กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็มองถังฉีด้วยสายตาชื่นชมเขาคิดเสมอว่าถังฉีต่างจากสตรีใดๆในใต้หล้า ทั้งยังมีคุณสมบัติอันน่าพิศวงบางอย่างที่สามารถดึงดูดใจของเขาได้เสมอการชนะใจถังฉีถือเป็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา“แคว้นตงอิ๋งเล็กเกินกว่าจะให้ม้าเหงื่อโลหิตได้แสดงสมรรถภาพอย่างเต็มที่! มีเพียงแผ่นดินเป่ยโจวเท่านั้นที่พวกมันจะสามารถผงาดได้อย่างแท้จริง”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง ด้วยคิดว่าม้าชั้นเลิศเหล่านี้เป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก ที่จะทำให้แผ่นดินเป่ยโจวเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหากเกิดสงคราม ม้าศึกของประเทศอื่นสามารถเดินทางได้เพียงแปดร้อยลี้ต่อวันเท่านั้นแต่หากเป็นม้าเหงื่อโลหิตที่สามารถเดินทางได้วันละหนึ่งพันลี้ คงจะแตกต่างกันมากทีเดียว!“ถูกต้อง!”จ้าวไป่จือผงกศีรษะ“กลางวันแสกๆเช่นนี้ พวกสายลับไม่กล้าเคลื่อนไหวมากนัก และเราเพียงพาม้าเดินยืดเส้นยืดสาย พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นลักษณะพิเศษของม้าเหงื่อโลหิตเหล่านี้”“ดีแล้ว ข้าคิดว่าเราควรส่งคนไปดูแลม้าเหงื่อโลหิตเหล่านี้อย่างลับๆ เพื่อไม่ให้คนของแคว้นตงอิ๋งทราบว่าเราชื่นชมพวกมันมากแค่ไหน เพราะนี่อาจไม่ใช่เรื่องดี”จู่ๆ ถังฉีก็ขมวดคิ้วท้ายที่สุดแล้ว ที่นี่คือแคว้นตงอิ๋ง หากพวกเขาไม่ต้องการให้ม้าเหงื่อโลหิตเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเป่ยโจว สิ่งที่ต้องทำก็คือการแทรกแซงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอย่างเช่น...การวางยาพิษในอาหารม้าใช่ว่านางระแวงเกินเหตุ แต่จะมีสักกี่คนในแว่นแคว้นนี้ที่จิตใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง?“ได้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามความปรารถนาของเจ้า” จ้าวไป่จือผงกศีรษะ“อืม ว่าแต่พี่จ้าว ข้ามีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามท่าน!” ตอนที่ 525: ให้เขาลอง“เรื่องอะไรหรือ?”เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของถังฉี จ้าวไป่จือก็ปรับสีหน้าของตัวเองและถามนางด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน“วันนี้ท่านคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านจิมมุแล้วกระมัง? ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านเอคิจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ เขาทำให้พวกนางกำนัลที่อยู่ในศาลาพักม้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านจิมมุในพระราชวังเมื่อวานนี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่เพิ่งผ่านมาแค่คืนเดียว!”หลังจากกล่าวเช่นนี้ ถังฉีก็มีสีหน้ามั่นใจ“หากท่านเอคิมีความสามารถถึงเพียงนี้ เขาไม่ต้องใช้ชีวิตอันแสนทุกข์ยากในแคว้นตงอิ๋งก่อนที่เราจะมาถึงด้วยซ้ำ!”ถังฉีออกความเห็นอย่างจริงจัง“อืม ข้าก็กำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ไม่ใช่แค่ข้าฝ่ายเดียว แคว้นตงอิ๋งก็อาจส่งคนไปตามสืบอย่างลับๆ”จ้าวไป่จือก็กล่าวอย่างจริงจังเช่นกัน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ถือว่าเอื้อประโยชน์ให้เขาไม่น้อยแม้การโค่นล้มจิมมุลงจากตำแหน่งจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังเพื่อทำให้จิมมุเสียศักดิ์ศรี!การที่สามารถคุกคามรัชทายาทของแคว้นได้ หมายความว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน“อืม ที่นี่คือแคว้นตงอิ๋ง เราต้องคอยระวังให้รอบด้าน! แม้กระต่ายก็กัดได้หากถูกต้อนจนมุม”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะปกป้องตัวเองอย่างดี ไม่เช่นนั้น ข้าจะปกป้องเจ้าได้อย่างไร?”จ้าวไป่จือกล่าว และหากไม่มีถังซันอยู่ข้างๆ เขาคงดึงถังฉีเข้ามากอดในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น“จริงสิ ท่านยังไม่ได้กินข้าวมิใช่หรือ? ข้าจะให้พวกนางกำนัลยกอาหารมาให้”ถังฉีเงยหน้าขึ้นและถามจ้าวไป่จือด้วยความเป็นห่วง“ไม่ต้องหรอก ข้ากินมาจากข้างนอกแล้ว อีกไม่นาน จักรพรรดิตงอิ๋งจะส่งคนมาเรียกพวกเราไปเข้าเฝ้า ข้าจะไปเตรียมตัวสักหน่อย”สดับวาจา ถังฉีก็กลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง มองเงาสะท้อนเพื่อดูว่าการแต่งหน้าของนางแนบเนียนดีแล้วหรือไม่ทราบว่าเมื่อเข้าไปในพระราชวัง นางจะต้องพบกับจิมมุอย่างแน่นอน หากมีจุดบกพร่องใดๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีตามที่จ้าวไป่จือกล่าวไว้ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว ไม่นานก็มีคนจากพระราชวังตงอิ๋งมาถึงจากนั้น คณะก็เดินทางไปยังพระราชวังตงอิ๋งอย่างสมเกียรติเมื่อมาถึงท้องพระโรง พวกเขาก็ถวายบังคมต่อจักรพรรดิตงอิ๋งอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงจิมมุก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน แต่ต่างจากท่าทางถือดีตามปกติ เวลานี้เขาดูไม่พอใจอย่างมากเอคิยกจอกสุราทักทายพวกเขาจากระยะไกล“น้องสิบหก เจ้าไปคุ้นเคยกับทูตจากเป่ยโจวตั้งแต่เมื่อไร ถึงกับทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเองเช่นนี้?”เห็นได้ชัดว่าจิมมุกำลังฉุนเฉียว เมื่อเห็นท่าทางของเอคิ จึงค่อนแขวะอย่างเย็นชาได้ยินดังนั้น จักรพรรดิตงอิ๋งก็หันไปมองพระโอรสที่เขาแทบไม่เคยใส่ใจ อย่างไรเสีย เอคิก็กำเนิดจากนางกำนัลและมีสถานะต่ำต้อยการที่เขาได้รับอนุญาตให้นั่งตรงนี้ ถือเป็นพระกรุณาของจักรพรรดิแล้ว“พี่ใหญ่ล้อเล่นแล้ว สถานะของข้าต่ำต้อยนัก ไม่อาจเทียบกับท่าน ราชทูตที่ได้เดินทางไปเยือนแผ่นดินเป่ยโจว! มีหรือจะสามารถผูกไมตรีกับอาคันตุกะต่างแคว้น? ข้าเพียงคิดว่าเมื่อวานนี้จ้าวซื่อจื่อองอาจผ่าเผยมากเพียงใดบนหลังม้า จึงรู้สึกประทับใจเท่านั้นเอง”เอคิกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะเดียวกันก็ล้อเลียนจิมมุอย่างแยบยล ทำให้เขาไม่สามารถเผยความโกรธออกมาได้“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเจ้าพี่น้องอย่าทะเลาะกันเลย ไม่เช่นนั้นจะเสียมารยาทต่อหน้าแขก”จักรพรรดิตงอิ๋งตำหนิ มองไปยังเอคิด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างไรก็ตาม เอคิเป็นพระโอรสที่ไม่มีอิทธิพลของตระกูลคอยหนุนหลัง แม้จิมมุจะพลาดพลั้งในเรื่องใด เขาก็มีตระกูลฝั่งมารดาที่ทรงอิทธิพลและคอยสนับสนุนเขาเสมอแต่เอคิไม่มีอะไรเลย ดังนั้นจักรพรรดิตงอิ๋งจึงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าผู้ใดสำคัญกว่าจนหลงลืมไปว่า บางครั้งเด็กน้อยที่ไม่ค่อยอยู่ในสายตา ก็สร้างความประหลาดใจอันใหญ่หลวงได้“ทูลสเด็จพ่อ ลูกไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทต่อหน้าทูตจากเป่ยโจว เพียงแต่เมื่อวานนี้ จ้าวซื่อจื่อสามารถปราบพยศม้าของแคว้นเราได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น ลูกจึงอยากลองปราบพยศม้าจากเป่ยโจวดูบ้างพ่ะย่ะค่ะ”เอคิกล่าวด้วยความอ่อนน้อม“เฮอะ ไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย!”จิมมุพ่นลมอย่างเย็นชาเขารู้สึกว่าน้องสิบหกที่มักถูกละเลยผู้นี้ พยายามจะหักหน้าเขาต่อหน้าทุกคน“ทั้งพี่ใหญ่และพี่ชายคนอื่นๆของเจ้าล้วนล้มเหลว เจ้ายังจะอยากลองอีกหรือ?”ในที่สุด จักรพรรดิตงอิ๋งก็ได้มองดูบุตรชายของตนเองผู้นี้ชัดๆเป็นครั้งแรกชายหนุ่มผอมบางไปสักหน่อย แต่หน้าตาก็ละม้ายคล้ายคลึงตัวเขาเองอยู่บ้าง“เสด็จพ่อ หากลูกปราบพยศม้าเหล่านี้ไม่ได้ ศักดิ์ศรีของแคว้นตงอิ๋งจะไม่ถูกบั่นทอนหรือพ่ะย่ะค่ะ? ดังนั้น ลูกขอวิงวอนเสด็จพ่อ อย่าเพิ่งยอมจำนนกับความท้าทายนี้!”เอคิกล่าวขณะคุกเข่าลงด้วยเสียงอันดัง สายตาจ้องมองไปยังบุรุษผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างแน่วแน่“ฮึ่ม…” จิมมุส่งเสียงฟึดฟัดอย่างเย็นชาจากด้านข้าง“หากล้มเหลวอีกครั้ง ศักดิ์ศรีของแคว้นตงอิ๋งจะไม่ยิ่งลดน้อยลงไปอีกหรือ?”จ้าวไป่จือนั่งเงียบๆ มองดูการเผชิญหน้าของพี่น้องทั้งสอง บอกได้ว่าความฉุนเฉียวของจิมมุกำลังปะทุขึ้นเรื่อยๆ“เสด็จพ่อ หากลูกทำพลาด ลูกยินดีสละชีวิตเพื่อชดใช้ความผิด!”เอคิกล่าว ดวงตาแฝงความเย้ยหยันขณะมองไปยังจิมมุเขาสัมผัสได้ว่าพี่ชายผู้ถือดีตรงหน้า กำลังตระหนกตกใจไม่น้อย“พอได้แล้ว พวกเจ้าพี่น้องเลิกเถียงกันได้แล้ว ในเมื่อเอคิยืนกราน ก็ให้เขาลองดูสักตั้ง”จักรพรรดิตงอิ๋งกล่าว เมื่อได้ยินวาจาของเอคิ เขาก็รู้สึกผิดอย่างอธิบายไม่ถูกบุตรชายที่ไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากเขาแม้สักครั้ง กลับยอมทุ่มเทเพื่อศักดิ์ศรีของแคว้นตงอิ๋งถึงเพียงนี้!ถือเป็นการเอาใจใส่ต่อบ้านเมืองมากกว่าบุตรชายคนอื่นๆที่สนใจแต่การประชันขันแข่งกันเองเเท่านั้น“น้องสิบหก ระวังหน่อยก็ดี ม้าของเป่ยโจวดุร้ายมาก ไม่อย่างนั้น พี่น้องของเจ้าคงไม่ได้รับบาดเจ็บกันขนาดนี้”จิมมุกล่าวอย่างเย็นชา นั่งลงและรอให้เอคิทำให้ตัวเองอับอายขายหน้า เมื่อผลลัพธ์ออกมาและทำให้จักรพรรดิไม่พอใจ ชีวิตของเอคิก็จะยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ'ในอดีตข้าคงจะประเมินเขาต่ำเกินไป จนไม่สังเกตเห็นความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของเขา'จิมมุคิดในใจ และตัดสินใจจัดการกับเอคิหลังจากเหตุการณ์นี้เมื่อวานนี้เขาเพิ่งเสียหน้า และตอนนี้ เอคิก็แทบรอไม่ไหวที่จะช่วงชิงความโดดเด่นไปจากเขา! ตอนที่ 526: ข้าไม่เข้าใจถังฉีเงยหน้าขึ้น เห็นเอคิเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็น“จ้าวซื่อจื่อ รบกวนท่านแล้ว!”เอคิกล่าวราวกับได้พบกับจ้าวไป่จือเป็นครั้งแรก“ไม่มีปัญหา!”จ้าวไป่จือตอบ แล้วยืนขึ้น กลุ่มคนทั้งหมดเดินไปยังสนามแข่งม้าหลังจากผ่านไปไม่นาน เอคิก็ยืนอยู่หน้าม้าที่งดงามตัวหนึ่ง“เริ่มได้!”ภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิตงอิ๋ง เอคิเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่นถังฉียืนอยู่ไม่ไกลนัก มองดูชายหนุ่มผู้หัวแข็งตกจากหลังม้าครั้งหนึ่ง ตามมาด้วยครั้งที่...ครั้งที่สาม...ความผิดหวังค่อยๆปรากฏบนใบหน้าของจักรพรรดิตงอิ๋ง ชายหนุ่มยืนขึ้นจากพื้นอีกครั้ง สีหน้ายังคงมุ่งมั่น ไม่ครั่นคร้ามจากนั้น เสียงตกใจและเสียงอุทานก็ลั่นดังจากฝั่งขุนนางตงอิ๋ง“สำเร็จ! เขาทำสำเร็จแล้ว!”จักรพรรดิตงอิ๋งผุดลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดวงตาฉายแววประหลาดใจขณะมองไปยังบุตรชายคนที่สิบหกของเขาบนหลังม้าในขณะนั้น เอคิดูราวกับแม่ทัพผู้คว้าชัยในศึกสงคราม นั่งอย่างสง่าผ่าเผยบนหลังม้า ในขณะที่ม้าสูงศักดิ์ก้มหัวอย่างยอมจำนน“ฮาฮา...”เหล่าขุนนางตงอิ๋งต่างหัวเราะและโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นยินดีพวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าองค์ชายผู้ถูกมองข้ามจะมีความสามารถถึงเพียงนี้!“ทำได้ดีมาก!”จักรพรรดิตงอิ๋งรู้สึกพอพระทัยอย่างยิ่ง“ตกรางวัล! ตกรางวัลให้หนัก!” จักรพรรดิตงอิ๋งยอมรับบุตรชายผู้นี้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกจิมมุซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลมองดูด้วยความโกรธและอับอาย เดิมทีเขาคิดว่าเอคิจะล้มเหลว แต่ความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างแรง!'เจ้าบ้านั่น ไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะซ่อนความสามารถได้แนบเนียนถึงเพียงนี้ แต่ช่างเถอะ อย่าคิดว่าทำให้ทุกคนประทับใจในวันนี้ แล้วข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้!'จิมมุครุ่นคิดอย่างร้ายกาจ เวลานี้ เขามองว่าเอคิคือหนามยอกอกของเขาเอคิขี่ม้าไปหาจักรพรรดิตงอิ๋งภายใต้สายตาของทุกคน“เสด็จพ่อ โอรสของท่านไม่ได้ทำภารกิจล้มเหลว”“ฮ่าฮ่าฮ่า... เอคิเอ๋ย เจ้าได้นำเกียรติยศอันยิ่งใหญ่มาสู่ตงอิ๋งของเรา! พ่อจะตกรางวัลเจ้าอย่างงาม! บอกมาเถอะ เจ้าปรารถนาสิ่งใด พ่อของเจ้าจะมอบให้!”เมื่อจักรพรรดิตงอิ๋งกล่าวเช่นนี้ เขาก็ลูบเคราและมองเอคิด้วยความเอ็นดูมากขึ้น ราวกับเป็นบุตรชายคนโปรดเมื่อจิมมุเห็นดังนั้น เขาก็กำหมัดแน่นภายในใจเดือดพล่านด้วยโทสะ'เกียรติยศครั้งนี้ควรเป็นของข้า แต่เจ้านั่นกลับขโมยมันไปอย่างไร้ยางอาย! เอคิ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราเป็นศัตรูกัน ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้อย่างสาสม!'จิมมุคิด พลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปข้างหน้า แสร้งทำเป็นแสดงความยินดีกับเอคิ“เห็นหรือไม่? จิมมุยังควบคุมตัวเองได้บ้าง ในใจเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังพยายามกลบเกลื่อน”จ้าวไป่จือกระซิบกับถังฉี“นั่นเป็นเพราะเขาประเมินท่านเอคิต่ำมาโดยตลอด จึงเป็นเหตุผลที่เขานิ่งเฉยในวันนี้ และเมื่อท่านเอคิได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิ แน่นอนว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ทำอะไรโง่ๆอีกแล้ว”ถังฉีกล่าวอย่างใจเย็นความขัดแย้งภายในเช่นนี้มักเกิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูง โดยเฉพาะเชื้อพระวงศ์เช่นพวกเขาโชคดีที่แผ่นดินเป่ยโจวมีเพียงองค์หญิงโจวเจาเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อราชบัลลังก์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องพัวพันกับปัญหาเช่นนี้“ใช่แล้ว แผนของเราก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง”จ้าวไป่จือกล่าวจบ จักรพรรดิตงอิ๋งก็ยิ้มและมองมาทางเขา“จ้าวซื่อจื่อ เวลานี้โอรสของข้าปราบพยศม้าตัวนี้สำเร็จแล้ว ไม่ทราบว่าเขาจะจัดการกับม้าตัวอื่นๆอย่างไร...”“แน่นอนว่าม้าเป่ยโจวของเราทุกตัวจะมอบให้กับองค์ชายเอคิ เนื่องจากพวกมันยอมรับเขาในฐานะวีรบุรุษแล้ว”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงหันไปมองเอคิ“องค์ชายเอคิ ข้าขอชื่นชมท่านจากใจ!”“จ้าวซื่อจื่อกล่าวเกินไปแล้ว ราษฎรตงอิ๋งคนใดมีความสามารถ มั่นใจว่าพวกเขาก็จะทำสำเร็จเช่นเดียวกัน ข้าเพียงทำในสิ่งที่พอกระทำได้ อย่างไรก็ต้องขอบคุณจ้าวซื่อจื่อสำหรับม้า!”เอคิตอบอย่างถ่อมตัว และท่าทีของจักรพรรดิตงอิ๋งก็ยิ่งพึงพอใจมากขึ้นเมื่อเห็นเช่นนี้ ขุนนางคนอื่นๆก็ผงกศีรษะเงียบๆ พวกเขาเพิกเฉยต่อองค์ชายผู้นี้เสมอมา แต่เวลานี้ พวกเขากลับต้องประหลาดใจกับวุฒิภาวะและความสุขุมเยือกเย็นของเขาในขณะเดียวกัน ในใจของพวกเขาก็เริ่มการพิจารณาครั้งใหม่ท้ายที่สุดแล้ว การกระทำของจิมมุก็ทำให้ผู้ที่เคยเชื่อมั่นใจตัวเขาเริ่มหวั่นไหว“ฮาฮา... ในเมื่อเรื่องนี้จบลงแล้ว เราก็กลับไปที่ท้องพระโรงกันเถอะ อาหารน่าจะเตรียมไว้พร้อมแล้ว วันนี้ต้องฉลอง ไม่เมาไม่กลับ!”จักรพรรดิตงอิ๋งกล่าวพลางนำจ้าวไป่จือกลับไปที่วัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีเวลานี้ เอคิถูกรายล้อมโดยบรรดาขุนนางตงอิ๋งที่พากันชื่นชมและแสดงความซาบซึ้งหากไม่ใช่เพราะการกระทำของเอคิ ตงอิ๋งคงไม่เหลือซึ่งศักดิ์ศรีใดๆเมื่อเผชิญคำชื่นชม ใบหน้าของเอคิไม่ได้เผยความหยิ่งยโสหรืออวดดี แต่กลับกัน เขายอมรับทุกสิ่งอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งทำให้เหล่าขุนนางรู้สึกประทับใจเกินบรรยายในไม่ช้า ทุกคนก็กลับไปนั่งที่ของตนในท้องพระโรง และจักรพรรดิตงอิ๋งก็จัดให้เอคินั่งใกล้ชิดกับเขา รองจากจิมมุเพียงคนเดียวเท่านั้นใครๆล้วนทราบว่าจักรพรรดิให้ความสำคัญกับบุตรชายคนนี้มากเพียงใด“น้องสิบหก ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะวางแผนไว้แยบยลเช่นนี้ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ”จิมมุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น“พี่ใหญ่ ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านกล่าว ข้าเพียงทำสุดความสามารถเท่านั้น”เอคิตอบด้วยสีหน้าเยือกเย็น ทำให้จิมมุกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดทว่าเวลานี้ ในท้องพระโรงไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถระบายความโกรธได้ไม่นานหลังจากนั้น นางกำนัลก็ยกอาหารอันโอชะมากมายออกมาดวงตาของถังฉีเป็นประกายเมื่อนางเห็นอาหารทะเลตรงหน้าแม้นางจะเคยซื้ออาหารทะเลมาเยอะแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับความหลากหลายของแคว้นตงอิ๋ง!ขุนนางตงอิ๋งก็พอใจมากเช่นกัน หลายคนถึงกับรินสุราให้เอคิ สร้างบรรยากาศคึกคักและสนุกสนานสำราญใจ“จ้าวซื่อจื่อ ท่านคิดอย่างไรกับสุราตงอิ๋งของเรา ข้าได้ยินมาว่าในเป่ยโจว เพิ่งเริ่มมีการทำสุราองุ่นที่อร่อยกว่าสุราของชาวตะวันตกเสียอีก!”จักรพรรดิตงอิ๋งมองจ้าวไป่จือด้วยรอยยิ้ม“เมื่อเทียบกับสุราองุ่นแล้ว ข้ามีบางอย่างที่น่าสนใจยิ่งกว่า ฝ่าบาทสนพระทัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” ตอนที่ 527: จักรพรรดิผู้เปียกชุ่มสดับวาจาของจ้าวไป่จือ จักรพรรดิตงอิ๋งก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที!“โอ้? จ้าวซื่อจื่อ ท่านมีของน่าสนใจมาให้เราชมงั้นหรือ?”เมื่อถึงเวลานี้ จักรพรรดิตงอิ๋งดื่มไปพอสมควร จึงหลงลืมสิ่งที่โอดะบอกกับเขาก่อนหน้านี้!“ทูลฝ่าบาท อันที่จริง มันอาจไม่ได้น่าสนใจถึงเพียงนั้น เป็นเพียงอาวุธใหม่ที่แผ่นดินเป่ยโจวเพิ่งประดิษฐ์คิดค้นขึ้น ฮ่องเต้จึงทรงส่งข้ามาเพื่อนำสิ่งนั้นมาให้พระองค์ทอดพระเนตรพ่ะย่ะค่ะ”สดับวาจา รอยยิ้มของจักรพรรดิตงอิ๋งก็ค่อยๆจางหายจากใบหน้าแม้แต่รอยยิ้มของโอดะก็หายไปทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมพวกเขาประมาทเกินไปจริงๆ ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!“เฮอะๆ... ไม่นึกว่าฮ่องเต้แห่งเป่ยโจวของท่านจะกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ หากเป็นเช่นนั้น จ้าวซื่อจื่อ เชิญแสดงให้พวกเราได้ชมเป็นขวัญตาเถอะ!'จักรพรรดิตงอิ๋งควบคุมอารมณ์และสีหน้าของตนเอง ก่อนจะจิบชาเพื่อกลบเกลื่อนความไม่พอใจในแววตา“พ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์ทรงจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อที่พวกเราจะได้ไม่ทำให้ผู้ใดได้รับอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างจริงจัง“วางใจเถอะ จ้าวซื่อจื่อ จะไม่มีใครจะได้รับอันตรายแน่นอน”จักรพรรดิตงอิ๋งยิ้มกล่าวจากนั้น ทุกคนก็เดินทางไปยังสนามแข่งม้าจ้าวไป่จือไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิตงอิ๋งจะเลือกสถานที่นี้ แต่เมื่อพิจารณาว่าแคว้นตงอิ๋งมีขนาดเล็กเพียงใด เขาก็เข้าใจอย่างรวดเร็วบางที พื้นที่นี้อาจยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำจ้าวไป่จือเหลือบมองจักรพรรดิตงอิ๋งที่นั่งอยู่บนแท่นสูงด้วยสีหน้าจนใจ“ยังไม่กว้างพอหรือ?”จักรพรรดิตงอิ๋งมองดูความยาวของสนามแข่งม้า สีหน้าพลันหม่นหมองยิ่งขึ้น“เช่นนั้น ย้ายไปลงทะเลดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?จ้าวไป่จือแนะนำด้วยรอยยิ้ม“ตกลง ตามที่จ้าวซื่อจื่อเห็นสมควรเถอะ ใครก็ได้ ไปเตรียมเรือใหญ่มาสองลำ!”จักรพรรดิตงอิ๋งกล่าวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิมเหล่าขุนนางตงอิ๋งคล้ายจะตระหนักถึงบางสิ่ง สีหน้าของพวกเขายากจะคาดเดาไม่นานหลังจากนั้น เรือขนาดใหญ่สองลำก็เทียบท่าชาวเป่ยโจวขึ้นเรือลำหนึ่ง ในขณะที่ชาวตงอิ๋งขึ้นเรืออีกลำ ทว่าจ้าวไป่จือชะงักฝีเท้า ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับลงมาที่ท่าเรือ“หลังจากนี้ ทำตามคำแนะนำของคุณชายถังทุกอย่าง อย่าให้ผิดพลาด”จ้าวไป่จือกำชับใต้เท้าโจว ก่อนจะหันไปขึ้นเรือของจักรพรรดิตงอิ๋ง“เพื่อความปลอดภัย ข้าจะอยู่บนเรือลำนี้”จ้าวไป่จือกล่าว ในที่สุดจักรพรรดิตงอิ๋งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อดกังวลมิได้ว่าอีกฝ่ายจะจมเรือของพวกเขาจากนั้น พวกเขาก็ล่องเรือออกสู่ผืนทะเลอันกว้างขวางในเวลานี้ ถังฉียืนอยู่ข้างใต้เท้าโจว เฝ้ามองเรืออีกลำเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆอย่างเงียบๆ“ตั้งระยะยิงให้ไกลที่สุด”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง ใต้เท้าโจวมีสีหน้าสงสัยทันที“คุณชายถัง ไยเราต้องตั้งระยะให้ไกลที่สุด เช่นนั้นจะไม่เปิดเผยความลับทั้งหมดของเราหรือ?”“ใต้เท้าโจว ท่านคิดว่าเปลือกไข่จะปะทะกับก้อนหินได้หรือไม่? เราเพียงขู่ขวัญพวกเขาเท่านั้น”ถังฉีตอบอย่างใจเย็น ใต้เท้าโจวใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะผงกศีรษะ“อีกอย่าง ซื่อจื่อกำชับพวกท่านไว้แล้ว ทำตามที่ข้าบอกเถอะ”ถังฉีกล่าวอย่างมั่นใจ ใต้เท้าโจวและคนอื่นๆจึงไม่มีข้อโต้แย้งอีกต่อไป“เมื่อซื่อจื่อยิงพลุสัญญาณ ให้ยิงปืนใหญ่ไปบริเวณนั้น ระวังอย่ายิงให้โดนเรือ”ถังฉีกล่าวอย่างจริงจังปืนใหญ่ระยะไกลเหล่านี้ได้รับการทดสอบมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตรายใดๆ อย่างไรก็ตาม นางยังอดเป็นห่วงความปลอดภัยของจ้าวไป่จือมิได้“อย่ากังวลไปเลย คุณชายถัง อาวุธเหล่านี้ผ่านการทดสอบมาหลายครั้งแล้ว รับรองว่าไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน!”ใต้เท้าโจวกล่าวอย่างจริงจังพลางลูบเคราขอตนเอง“จ้าวซื่อจื่อ ระยะทางเท่านี้เพียงพอให้หยุดเรือแล้วกระมัง?”จักรพรรดิตงอิ๋งเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเรือออกห่างจากท่าเรือมากขึ้นเรื่อยๆ“ยังไม่พอพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันเป็นอาวุธพิสัยไกล จึงโจมตีได้ไกลมาก!”จ้าวไป่จือมองไปทางท่าเรือพลางส่ายศีรษะ เรือยังคงแล่นต่อไปอีกพักใหญ่กระทั่งเรืออีกลำกลายเป็นจุดเล็กๆบนเส้นขอบฟ้า เขาจึงสั่งให้หยุด“จ้าวซื่อจื่อ ท่านล้อเล่นแล้วกระมัง? นี่ห่างจากท่าเรืออย่างน้อยก็หนึ่งลี้ อาวุธของท่านสามารถยิงมาได้ไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”โอดะกล่าวพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่เชื่อว่าอาวุธของอีกฝ่ายจะโจมตีได้ไกลขนาดนั้นจิมมุที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยิ้มเยาะ คิดว่าความพยายามโอ้อวดของจ้าวไป่จือช่างน่าขัน!เวลานี้ เอคิเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างกระตือรือร้น ปรารถนาจะเห็นสีหน้าตะลึงพรึงเพริดของทุกคนเมื่อลูกปืนใหญ่ถูกยิงออกมา“เชิญทุกท่านชมด้วยตาตนเองเถอะ”จ้าวไป่จือตอบด้วยรอยยิ้ม สังเกตสีหน้าของทุกคน ทว่าไม่ได้อธิบายสิ่งใดเพิ่มเติมจากนั้น เขาก็หยิบพลุสัญญาณหรือที่เรียกขานว่า 'ลูกศรเจาะเมฆ' ออกมา ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะเดียวกัน บริเวณท่าเรือ กลุ่มของถังฉีเห็นสัญญาณของจ้าวไป่จือ นางจึงโบกมือเบาๆทหารปืนใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ รีบหยิบคบเพลิงมาจุดชนวนระเบิดทันทีด้วยเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น ลูกปืนใหญ่ก็ถูกยิงออกไปขุนนางตงอิ๋งที่กำลังรอดูจ้าวไป่จืออับอายขายหน้า พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงระเบิดอันรุนแรงดังมาจากผิวน้ำใกล้ๆคลื่นน้ำที่พุ่งสูงจากแรงระเบิดซัดเข้าใส่เรือของพวกเขาทันที ส่งผลให้ทุกคนเปียกโชก ยกเว้นจ้าวไป่จือและเอคิที่เตรียมพร้อมไว้แล้วบ่าวรับใช้ของจักรพรรดิตงอิ๋งรีบนำเสื้อคลุมตัวใหม่มาให้พระองค์ทันที“นี่...นี่...”แต่จักรพรรดิตงอิ๋งไม่สนใจที่จะเปลี่ยนเสื้อ จ้องมองปลาตายจำนวนมากที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ สุ้มเสียงตะกุกตะกักทั้งระยะโจมตี การระเบิดที่รุนแรง และฝูงปลาที่ตายเกลื่อน --- อาวุธชนิดนี้ทรงพลังเพียงใดกัน?หากอาวุธเหล่านั้นซัดสาดลงมาในแคว้นตงอิ๋ง --- คงพินาศวอดวาย!จักรพรรดิตงอิ๋งตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์นั้น แววตาฉายแววกระวนกระวาย“ฝ่าบาท...”โอดะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล จ้องมองจ้าวไป่จืออย่างหวาดระแวง“เฮ่อ... ไม่คิดเลยว่าแผ่นดินเป่ยโจวจะมีคนที่เก่งกาจมากมายถึงเพียงนี้ อาวุธพิสัยไกลและทรงพลังเช่นนี้... สงสัยจริงว่าในแผ่นดินเป่ยโจวมีอยู่กี่มากน้อย?”จักรพรรดิตงอิ๋งไม่สนใจเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของตนเองอีกต่อไป หันไปมองจ้าวไป่จืออย่างคาดหวังเวลานี้ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จ้าวไป่จือจะตอบว่าในแผ่นดินเป่ยโจวมีอาวุธระเบิดเช่นนี้เพียงหนึ่งหรือสองลูกเท่านั้น! ตอนที่ 528: องค์หญิงแห่งแคว้นตงอิ๋ง“ที่แผ่นดินเป่ยโจว 'ปืนใหญ่' เหล่านี้ เราผลิตขึ้นมานับพันกระบอกแล้ว แต่ละกระบอกล้วนมีพลานุภาพเหมือนกับที่ข้าเพิ่งสาธิตให้ฝ่าบาททอดพระเนตรในวันนี้ ทั้งยังสามารถปรับระยะโจมตีได้อีกด้วย”จ้าวไป่จือกล่าวประหนึ่งการบอกเล่าทั่วไป แต่ในโสตประสาทของคนเหล่านี้ ฟังราวกับฝันร้ายก็มิปานมือของจักรพรรดิตงอิ๋งสั่นสะท้าน แต่เขาก็พยายามสงบสติอารมณ์“ปืนใหญ่เช่นนี้ คงหนักมากกระมัง?”เขาพยายามหยั่งเชิงครั้งสุดท้ายอย่างหมดหวัง“ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ ชิ้นส่วนของมันสามารถถอดประกอบได้ ทำให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายไปทุกที่”แน่นอนว่าจ้าวไป่จือทราบความคิดของอีกฝ่าย จึงตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก“ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประดิษฐ์คิดค้นปืนใหญ่ชนิดนี้คืออัจฉริยะที่มีเพียงหนึ่งเดียว และวัสดุที่ใช้ก็ไม่แพงมาก ตราบใดที่มีคนงานที่เหมาะสม แผ่นดินเป่ยโจวของเราก็สามารถผลิตปืนใหญ่นี้ได้จำนวนมากในวันเดียว”วาจาของจ้าวไป่จือทำให้อีกฝ่ายสิ้นหวังอีกครั้งเป็นถังฉีที่ถวายแบบร่างธนูสงคราม ซึ่งแท้จริงก็คือ 'ปืนใหญ่' แก่ฮ่องเต้เมื่อไม่นานมานี้อย่างไรเสีย ในฐานะองค์หญิงแห่งเป่ยโจว นางจำเป็นต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อบ้านเมือง“เฮอะๆ...แผ่นดินเป่ยโจวแข็งแกร่งกว่าที่เราจินตนาการไว้มากจริงๆ”ขณะที่จักรพรรดิตงอิ๋งกล่าวเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าใบหน้าของเขาชาเล็กน้อยเอคิที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้คนเหล่านี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะในใจ!สีหน้าของพวกเขาช่างน่าขบขันนัก“น้องสิบหก เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วหรือ? ไม่เช่นนั้น เหตุใดเจ้าถึงได้ดูใจเย็นนัก?”เวลานั้น จิมมุเดินเข้ามาหาเอคิ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย“พี่ใหญ่ ในเมื่อวาจาไม่ควรกล่าวออกมาอย่างไร้แก่นสาร คณะทูตจากเป่ยโจวย่อมต้องเตรียมการอย่างยิ่งใหญ่ในการมาเยือนแคว้นตงอิ๋งของเราอยู่แล้ว”เอคิตอบอย่างไม่ใส่ใจ และเมื่อเห็นแววตาฉุนเฉียวของจิมมุ เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง“ฮึ่ม พูดดีไปเถอะ หากข้าสืบพบเรื่องไม่ชอบมาพากลละก็ อย่าแม้แต่จะคิดรักษาตำแหน่งองค์ชายแห่งตงอิ๋งไว้เลย เจ้าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกอันมืดมิดไปตลอดชาติ!”จิมมุจ้องมองเอคิด้วยสายตาเย็นชา ตั้งแต่เมื่อวานที่น้องชายผู้ไม่ค่อยโดดเด่นได้สร้างความดีความชอบต่อหน้าเหล่าขุนนาง เขาก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก“พี่ใหญ่ เชิญสืบได้ตามสบาย ข้าเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกทำนองคลองธรรมอยู่แล้ว!”เอคิยิ้มกล่าว ภายในใจมิได้ยี่หระต่ออีกฝ่าย“ฮึ่ม!”จิมมุแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะรีบเดินไปหาจักรพรรดิตงอิ๋ง“เสด็จพ่ออย่าทรงกังวลไปเลยพ่ะย่ะค่ะ แผ่นดินเป่ยโจวอยู่ห่างไกลจากแคว้นตงอิ๋งของเรามาก! เรา...”“พี่ใหญ่ ท่านลืมไปแล้วหรือ? เมื่อครู่จ้าวซื่อจื่อเพิ่งบอกว่าอาวุธเหล่านี้สามารถถอดประกอบได้! และหากแผ่นดินเป่ยโจวต้องการลงมือกับพวกเราจริงๆ พวกเขาก็เพียงรวบรวมทรัพยากรและระดมกำลังช่างฝีมือ สร้างอาวุธเหล่านี้มาโจมตีพวกเราแล้ว ไยพวกเขาต้องส่งคณะทูตดั้นด้นมาไกลถึงเพียงนี้?”เอคิกล่าวอย่างใจเย็นสดับวาจาของบุตรชายคนเล็ก จักรพรรดิตงอิ๋งก็รู้สึกทั้งโล่งใจระคนกังวลที่แผ่นดินเป่ยโจวคล้ายจะไม่มีเจตนาโจมตีแคว้นตงอิ๋งแต่ในทางกลับกัน เช่นเดียวกับที่เอคิได้กล่าวไว้ หากแผ่นดินเป่ยโจวต้องการโจมตีแคว้นตงอิ๋งจริงๆ พวกเขาก็สามารถทำได้โดยไม่ลำบากแม้แต่น้อยเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นปืนใหญ่หนึ่งหมื่นกระบอกก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอำนาจของแผ่นดินเป่ยโจว“จิมมุเอ๋ย เจ้าควรเรียนรู้จากน้องชายของเจ้าไว้บ้าง สุขุมรอบคอบ น้ำนิ่งไหลลึก อย่าได้หลงลืมตัวตน เจ้าเป็นถึงผู้แทนของแคว้นตงอิ๋งของเรา!”จักรพรรดิตงอิ๋งมองจิมมุด้วยความไม่พอใจเวลานี้ เขาผิดหวังในตัวบุตรชายคนโตของเขาอย่างแท้จริง“พ่ะย่ะค่ะ!”จิมมุทราบว่าตนเองใจร้อนเกินไป ปล่อยให้เอคิกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบจนได้รับความโปรดปรานจากพระบิดา“ฮาฮา... ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องทรงกริ้วถึงเพียงนั้นพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสีย พระโอรสองค์โตของพระองค์ก็ยังเยาว์วัย เป็นเรื่องปกติที่เขาจะทำสิ่งใดโดยมิได้ยั้งคิด”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจ แต่สำหรับจิมมุ มันฟังดูไม่รื่นหูเอาเสียเลยอย่างไรก็ตาม เวลานี้ แม้เขาจะโกรธ เขาก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์แท้จริงออกมาได้มิเช่นนั้น เขาคงโดนจักรพรรดิตำหนิอย่างหนัก“จ้าวซื่อจื่อ ไม่คิดเลยว่าแผ่นดินเป่ยโจวของท่านจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้! ฮาฮา... เอาล่ะ! รีบไปจัดเตรียมงานเลี้ยง ข้าจะเลี้ยงฉลองกับจ้าวซื่อจื่อ!”จักรพรรดิตงอิ๋งคล้ายจะร่วมความยินดีกับจ้าวไป่จือ แต่แท้จริงภายในใจกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลไม่นานหลังจากนั้น เรือก็แล่นกลับมาถึงท่าเรือ และจ้าวไป่จือก็ได้พบกับถังฉีอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจ้าวไป่จือกลับมาอย่างปลอดภัย ถังฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอกครั้งนี้ เมื่อจ้าวไป่จือขึ้นเรือของแคว้นตงอิ๋ง ทั้งสองเตรียมพร้อมสำหรับทั้งสองสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วหากชาวตงอิ๋งพยายามโจมตีจ้าวไป่จือบนเรือ เขาจะกระโดดลงจากเรือทันที เพราะถังฉีเตรียมอุปกรณ์ชูชีพไว้ให้เขาแล้ว แม้ต้องลอยคออยู่ในทะเลเป็นเวลาหลายชั่วยามก็ไม่มีปัญหาโชคดีที่จักรพรรดิตงอิ๋งไม่ได้โง่เขลาถึงเพียงนั้น และอย่างน้อยเขาก็ทำได้ดีในการแสร้งทำเป็นยินดีกับแผ่นดินเป่ยโจว“จ้าวซื่อจื่อ ข้าเตรียมงานเลี้ยงไว้ให้พวกท่านทุกคนแล้ว คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ!”จักรพรรดิตงอิ๋งยิ้มกล่าวในเวลานี้ สตรีงดงามนางหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองจ้าวไป่จืออย่างเสน่หาด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้มก่อนหน้านี้ ตอนที่จักรพรรดิตงอิ๋งบอกให้นางแต่งงานกับบุรุษชาวเป่ยโจว นางเคยคัดค้านหัวชนฝาด้วยการบีบบังคับของราชสำนัก นางจึงต้องยอมรับด้วยใจที่กล้ำกลืนฝืนทน แต่เมื่อได้พบหน้ากับจ้าวไป่จือ นางก็รู้สึกราวกับต้องมนตร์สะกดดวงตาของนางคล้ายจะจับจ้องจ้าวไป่จือโดยไม่อาจกะพริบตา พินิจมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเนื่องจากแคว้นตงอิ๋งมีภูมิประเทศเป็นเกาะ ผู้คนในพื้นที่จึงไม่ค่อยมีรูปร่างสูงสง่ามากนักทั้งสี่ฤดูกาลได้รับอิทธิพลจากทะเล ดังนั้นผู้คนจึงมีสีผิวคล้ำเล็กน้อยเมื่อเห็นจ้าวไป่จือที่หล่อเหลาและร่างกายสูงใหญ่ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของนางก็ละลายจนอ่อนยวบ“แค่ก... ที่แท้จักรพรรดิตงอิ๋งก็ต้องการพระราชทานสมรสให้ท่าน ถึงกับพาองค์หญิงที่พระองค์รักใคร่เอ็นดูที่สุดมาด้วย!”ถังฉีจ้องมองหญิงสาวที่นั่งเคียงข้างจักรพรรดิตงอิ๋งด้วยสายตาขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของนาง จ้าวไป่จือก็เลิกคิ้ว“เจ้ายินดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือที่มีคนพยายามจะพรากว่าที่สามีของเจ้าไป?” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนใจ“จะยินดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ข้าอยากเห็นว่าจักรพรรดิตงอิ๋งจะว่าอย่างไร และองค์หญิงผู้นี้จะมีทีท่าอย่างไรมากกว่า”ในฐานะสตรี สัญชาตญาณของนางบอกว่าองค์หญิงแห่งแคว้นตงอิ๋งผู้นี้หลงเสน่ห์จ้าวไป่จือเรียบร้อยแล้ว“เฮ่อ!”เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของนาง จู่ๆ จ้าวไป่จือก็ขมวดคิ้วอย่างเย็นชาและลุกขึ้นยืน… ตอนที่ 529: คิดว่าแคว้นตงอิ๋งไม่มีศักดิ์ศรี?“จักรพรรดิตงอิ๋ง องค์หญิงของท่านออกจะเสียมารยาทไปสักหน่อย นางจ้องมองข้าที่เป็นราชทูตจากต่างแคว้นตลอดเวลา นี่เป็นวัฒนธรรมปกติของพวกท่านหรือ?” จ้าวไป่จือกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจจักรพรรดิตงอิ๋งชะงักกับคำพูดของจ้าวไป่จือ แต่ไม่นาน เขาก็หัวเราะร่า“จ้าวซื่อจื่อ อย่าเขินอายไปเลย คงเป็นเพราะบุตรสาวข้าประทับใจในตัวท่านจนลืมไม่ลง ตั้งแต่ที่ได้เห็นท่านในสนามแข่งม้า วันนี้นางจึงยืนกรานว่าจะมาพบท่านให้ได้” จักรพรรดิกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ข้าหมั้นหมายแล้ว องค์หญิงของท่านยินดีเป็นอนุภรรยาของข้าหรือ?” จ้าวไป่จือเอ่ยตอบอย่างไม่แยแสที่สำคัญกว่านั้น จ้าวไป่จือมีใจให้ถังฉีเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาตกลงใจมานานแล้วว่าจะแต่งงานกับนางเพียงคนเดียวในชีวิตนี้ หากมีสตรีอื่นมาแทรกแซง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะสิ้นสุดลง“ฮ่าฮ่าฮ่า... จ้าวซื่อจื่อ ท่านล้อเล่นแล้ว บุตรสาวของข้าต้องแต่งงานกับท่านในฐานะผิงชี หรือภรรยาต่างเมืองที่มีฐานะเทียบเท่าภรรยาเอกสิถึงจะถูก” สีหน้าของจักรพรรดิเคร่งขรึมเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงความน่าเกรงขามของแผ่นดินเป่ยโจว เขาจำต้องระงับโทสะไว้หากเขาสามารถสานสัมพันธ์กับจ้าวซื่อจื่อได้ เขาอาจจะได้ข้อมูลเรื่องการผลิตปืนใหญ่ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เขาตกอยู่ในตำแหน่งเสียเปรียบที่ไม่อาจตอบโต้“ฝ่าบาท ข้าเข้าใจความคิดของท่าน แต่ข้ามีคู่หมั้นแล้วและตั้งใจที่จะแต่งงานกับนางเพียงคนเดียวเท่านั้น ข้าคงไม่สามารถพาองค์หญิงของท่านกลับเป่ยโจวในฐานะคนรับใช้ได้กระมัง?”“นี่ท่าน…” องค์หญิงฮิเดโกะกำลังจะตอบโต้ ทว่าจักรพรรดิห้ามนางไว้“ข้าต้องขอโทษด้วย ไม่คิดเลยว่าจ้าวซื่อจื่อจะเป็นคนที่ทุ่มเทและซื่อสัตย์เช่นนี้” จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้ว่าในใจลึกๆจะรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อย ในขณะเดียวกัน สีหน้าขององค์หญิงกลับซีดเผือดด้วยโทสะเมื่อจักรพรรดิใช้คำว่าภรรยาต่างเมือง นางก็รู้สึกไม่พอใจแล้ว แต่เมื่อจ้าวไป่จือใช้คำว่าคนรับใช้ ทำให้นางทนไม่ได้“จ้าวซื่อจื่อ หญิงงามในเป่ยโจวไม่มีแล้วหรือ? ท่านถึงคิดจะแต่งงานกับนางเพียงคนเดียว หรือว่านางขอให้ท่านทำเช่นนั้น?” องค์หญิงยืนขึ้น ดวงตาจับจ้องมาที่จ้าวไป่จือ“หามิได้ นางมิใช่สตรีขี้อิจฉา แต่เป็นสตรีที่ดีที่สุดในใต้หล้า การได้แต่งงานกับนางถือเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า!” จ้าวไป่จือทนไม่ได้กับการที่ถังฉีถูกวิพากษ์วิจารณ์ เขาจับจ้ององค์หญิงฮิเดโกะด้วยแววตาดุดัน“หึ… ต่อให้นางวิเศษวิโสถึงเพียงนั้น นางก็หาได้มีเกียรติเทียบเท่าองค์หญิงกระมัง? ข้าไม่ถือสาที่จะแต่งงานกับท่านในฐานะภรรยาต่างเมือง แล้วท่านยังจะเรื่องมากอยู่อีกหรือ? อย่าคิดว่าจะหลู่เกียรติแคว้นตงอิ๋งของพวกเราได้ง่ายๆนะ”“ฮิเดโกะ!” จักรพรรดิพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาพาองค์หญิงมาโดยหวังจะสานสัมพันธ์กับจ้าวซื่อจื่อ หาได้พามาเพื่อโต้เถียง“เสด็จพ่อ ท่านไม่เห็นหรือว่าซื่อจื่อแห่งเป่ยโจวหยิ่งยโสถึงเพียงนี้? เขาถึงกับกล้าพูดว่าจะพาข้ากลับไปในฐานะคนรับใช้!” ดวงตาขององค์หญิงเป็นประกายด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น พร้อมจะรินไหลออกมา“หากจ้าวซื่อจื่อไม่รังเกียจ ได้โปรดพาลูกสาวเจ้าปัญหาของข้ากลับไปเป่ยโจวด้วยเถอะ ต่อให้ไปในฐานะสาวใช้ก็ตาม ไม่มีใครในตงอิ๋งกำราบนางได้ ส่วนข้าที่เป็นบิดาก็จนปัญญาจะอบรมสั่งสอนนางแล้ว” จักรพรรดิหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับจ้าวไป่จืออย่างตรงไปตรงมาจ้าวไป่จือผงะไปชั่วขณะกับคำพูดของจักรพรรดิ แม้ว่าเขาจะปกปิดความประหลาดใจของตนได้อย่างรวดเร็ว ทว่าถังฉีนั้นเกือบจะสำลักน้ำชา นางจ้องมองจักรพรรดิด้วยรอยยิ้มบางๆ ครุ่นคิดว่าคนเหล่านี้ยอมเสียสละความสุขของบุตรหลานเพื่ออำนาจได้อย่างไร“เสด็จพ่อ!” องค์หญิงมองพระบิดาด้วยความตกตะลึง“ฮิเดโกะ เจ้าเอาแต่ใจเกินไป หากเจ้าตามจ้าวซื่อจื่อกลับไป บางทีเจ้าอาจจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น หากเจ้ายังถือว่าข้าเป็นพ่อก็จงฟังคำข้า” จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดองค์หญิงซึ่งต่อต้านในตอนแรก บัดนี้มีสีหน้าซีดเซียวและคุกเข่าลง เมื่อตระหนักได้ว่าบิดาของนางเอาจริง“ฝ่าบาท จ้าวซื่อจื่อมิได้ขาดแคลนสาวใช้ แต่ข้ายังขาดคนคอยยกน้ำชาอยู่” ถังฉีกล่าวเสริมด้วยสีหน้าสงบนิ่ง จ้าวไป่จือคือชายที่นางเลือก และนางไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาใกล้เขาเด็ดขาดสีหน้าของจักรพรรดิตงอิ๋งเริ่มตึงเครียด เส้นเลือดเต้นเป็นจังหวะเมื่อได้ยินคำพูดของถังฉี“หืม… เจ้าคิดว่าแคว้นตงอิ๋งของเราไร้ศักดิ์ศรีถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถึงจะให้องค์หญิงของเราเป็นสาวใช้ของเจ้า? นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!” ตอนที่ 530: ท่านเข้าใจผิดหรือไม่?“เหตุใดฝ่าบาทต้องทรงกริ้ว? อย่างไรเสีย จุดประสงค์ของพระองค์คือส่งองค์หญิงไปเป่ยโจวเพื่อเป็นคนรับใช้อยู่แล้ว นางจะรับใช้ใคร สำคัญด้วยหรือ?” ถังฉีเอ่ยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ซึ่งทำให้จักรพรรดิตงอิ๋งแทบกระอักเลือดด้วยโทสะ“เหลวไหล! องค์หญิงสูงศักดิ์แห่งตงอิ๋งจะไปเป็นสาวใช้ของคนอื่นได้อย่างไร?”“แต่เมื่อครู่ ฝ่าบาทตรัสเองมิใช่หรือ? ว่าต่อให้นางเป็นสาวใช้ ท่านก็อยากให้ซื่อจื่อพานางไปด้วย?” ถังฉีเอ่ยตอบ สีหน้าเริ่มฉายแววจริงจัง“หรือบางที ท่านอาจต้องการให้ซื่อจื่อแห่งเป่ยโจวซึ่งหมั้นหมายแล้ว ต้องผิดศีลธรรม?”น้ำเสียงของนางเริ่มหนักแน่น ความจริงแล้วถังฉีรู้สึกไม่สบายใจอยู่ก่อนแล้ว สายตาที่องค์หญิงมองจ้าวไป่จือทำให้นางรู้สึกอึดอัด ถึงแม้จะรู้ดีว่าจ้าวไป่จือไม่สนใจองค์หญิงผู้นี้แม้แต่น้อย แต่จักรพรรดิตงอิ๋งก็ล่วงเกินนางอย่างชัดเจน“ใช่แล้ว ฝ่าบาท เช่นนี้ไม่ยุติธรรมเลย” ใต้เท้าโจวเสริม เขาสนับสนุนถังฉีโดยมิได้เข้าใจความกังวลของนางอย่างถ่องแท้แม้ว่าจักรพรรดิตงอิ๋งจะโมโห แต่ก็จำต้องกลืนความเกรี้ยวกราดลงคอเมื่อนึกถึงสัญญาณเตือนจากจ้าวไป่จือ เขาตระหนักดีว่าไม่สามารถปล่อยให้โทสะของตนเองมาทำลายแคว้นตงอิ๋งได้ มิเช่นนั้นเขาอาจกลายเป็นจักรพรรดิในหน้าประวัติศาสตร์ที่นำพาแคว้นตงอิ๋งไปสู่หายนะ“เป็นความผิดของข้าเอง จ้าวซื่อจื่อเป็นวีรบุรุษหนุ่มที่สมควรมีสตรีที่ยอดเยี่ยมอยู่เคียงข้าง! ฮ่าฮ่า… น่าเสียดายที่ลูกสาวของข้ามาช้าเกินไป” จักรพรรดิกล่าวด้วยใบหน้าสลดจากนั้น เหล่าขุนนางก็ยกย่องจ้าวไป่จือว่าเป็นวีรบุรุษหนุ่มผู้เก่งกล้า และถังฉีก็เลือกที่จะไม่กดดันเรื่องนี้ต่อไป นางรู้สึกประหลาดใจที่สามารถโน้มน้าวใจจักรพรรดิตงอิ๋งได้ง่ายดายเช่นนี้ และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็อยู่ที่แคว้นตงอิ๋งไม่นาน สถานการณ์ก็สงบลง และองค์หญิงฮิเดโกะก็ถูกเพิกเฉยโดยสมบูรณ์ ไม่นานหลังจากนั้น ข้ารับใช้ในวังก็นำอาหารเข้ามาในงานเลี้ยง อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาหารทะเลสด และมีอาหารปรุงสุกเพียงไม่กี่จาน เหล่าขุนนางตงอิ๋งดูจะไม่สะทกสะท้าน เพราะคุ้นเคยกับอาหารประเภทนี้ดีแล้ว“จ้าวซื่อจื่อและแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ข้าหวังว่าพวกท่านจะพอใจกับอาหารของแคว้นเรา หากพวกท่านต้องการสิ่งใดก็บอกได้เลย ไม่ต้องลังเล!” จักรพรรดิกล่าวอย่างอบอุ่นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น“กระหม่อมได้ยินมาว่า ตงอิ๋งมีหม้อหินที่ให้ความร้อนด้วยไฟจากด้านล่าง เราใช้หม้อหินที่ว่าได้หรือไม่?” ถังฉีเอ่ยถามด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น“มีสิ แต่หม้อหินไม่นิยมในงานพิธีการนัก” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเยาะ“ท่านจะให้ใช้หม้อหินในงานเลี้ยงเช่นนี้จริงๆหรือ?”“เนื่องจากพวกเรามาจากเป่ยโจว จึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารทะเลสด อีกอย่าง… การย่างอาจช่วยให้ได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น” ถังฉีตอบอย่างใจเย็น“ย่างหรือ?” โอดะทำตาโต“ใช่! หากเป็นไปได้ ข้าจะขอบคุณมากหากท่านจัดหาหม้อหินขนาดประมาณนี้มาได้” ถังฉีทำท่าทางประกอบ และใบหน้าของโอดะก็สว่างวาบด้วยความตื่นเต้น“แต่ว่าคุณชายถัง ท่านบอกว่าใช้เครื่องปรุงพิเศษพวกนั้นไปหมดแล้วมิใช่หรือ?” เขาถามด้วยท่าทีครุ่นคิด ทำให้ขุนนางตงอิ๋งที่อยู่ใกล้ๆ ตั้งใจฟังด้วยความอยากรู้“ใช่แล้ว แต่ข้ายังพอหาได้บ้าง แม้ว่ามันจะแพงมากก็ตาม” นางกล่าว โดยเห็นประกายความตื่นเต้นในดวงตาของโอดะ จึงมั่นใจว่าแผนของนางลุล่วงแล้ว“คุณชายถัง ข้าเต็มใจซื้อ ไม่ว่าจะราคาเท่าไรก็ตาม!” ดวงตาของโอดะเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง โดยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ“คุณชายถัง ท่านพอจะแบ่งให้ข้าบ้างได้หรือไม่?” โอดะยังคงอ้อนวอน“ท่านโอดะ ไม่เสียมารยาทเกินไปหน่อยหรือ?” จักรพรรดิขัดขึ้นด้วยสีหน้าขุ่นเคือง“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมตื่นเต้นเกินไปหน่อย อาหารที่คุณชายถังทำนั้นน่าทึ่งเหลือเกิน ข้าแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อนึกถึงอาหารทะเลเหล่านั้น” โอดะรีบคุกเข่าลง ตระหนักว่าตนเองก้าวล่วงองค์จักรพรรดิและเหงื่อแตกพลั่ก“ท่านเชื่อจริงๆหรือ ว่าไม่มีอาหารใดของตงอิ๋งเทียบได้?” จักรพรรดิเอ่ยถาม รู้สึกไม่พอใจที่โอดะชื่นชมอาหารของต่างแคว้น“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท! กระหม่อมได้ลิ้มรสอาหารของคุณชายถังบนเรือ มันเป็นอาหารอันโอชะที่ไม่เหมือนที่ใด!” โอดะอุทานโดยอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ“โอ้? ถ้ามีอาหารที่ล้ำเลิศเช่นนั้นจริง จงนำหม้อหินที่คุณชายถังร้องขอมา!” จักรพรรดิเริ่มรู้สึกสนใจและสั่งให้นำหม้อหินมาไม่นาน ข้าหลวงก็นำหม้อหินมาวางไว้เบื้องหน้าถังฉี“ขอบพระทัยฝ่าบาท” ถังฉีค้อมกายเล็กน้อย นางพบว่าหม้อหินได้รับการทำความสะอาดอย่างดีแล้ว จึงวางถ่านไว้ด้านล่าง ปล่อยให้หม้อร้อนขึ้น จากนั้นทาด้วยน้ำมันและวางอาหารทะเลไว้ด้านบนเมื่ออาหารทะเลสัมผัสกับหินร้อนก็ส่งเสียงฉ่า“ก็แค่อาหารทะเลย่าง มีอะไรพิเศษนักหนา ท่านโอดะ ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือไม่?” ขุนนางตงอิ๋งคนหนึ่งกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“เฮอะๆ ท่านจะไปรู้อะไร” โอดะเฝ้าดูการกระทำของถังฉีอย่างตั้งใจ“ฝ่าบาท อาหารจานนี้พิเศษจริงๆ และทุกท่านจะเข้าใจในไม่ช้า!”จบตอน Comments
Comments
Post a Comment