sister ep631-640 Get link Facebook X Pinterest Email Other Apps ตอนที่ 631: ไม่ต่างจากตบหน้าตัวเอง“ฝ่าบาท...”สดับวาจาของโจวเจา ขันทีก็เผยสีหน้าวิตกกังวลทันทีฮ่องเต้เพิ่งจะไอเป็นเลือด! พระองค์จะเสวยอาหารได้อย่างไร?“เจ้าขันทีเฒ่า จะมายุ่งอะไรกับพวกเราสองพ่อลูก? ไปๆๆ รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”ฮ่องเต้เขม็งมองขันที ใบหน้าเผยคำเตือนอย่างชัดเจน“แต่ว่า.....”“ออกไป! ตลอดหลายปีมานี้ ข้าคงเมตตาเจ้ามากเกินไปเสียแล้ว”โทสะบนใบหน้าของฮ่องเต้นั้นชัดเจนยิ่งกระจ่างถึงความนัยของฮ่องเต้ ขันทีจึงจำใจถอยออกไปเงียบๆ“เสด็จพ่อ เหตุใดวันนี้ท่านจึงทำตัวแปลกๆ?” โจวเจาสังเกตเห็นสีหน้าหดหู่ของขันทีเช่นกันจากนั้น นางจึงมองฮ่องเต้ด้วยความสับสนและเอ่ยปากถาม“ขันทีเฒ่าผู้นั้นคงจะกังวลเรื่องที่ลูกบุญธรรมของเขาทำผิด ตอนนี้จึงกระวนกระวายใจว่าจะขอความเมตตาจากข้าอย่างไร!”ฮ่องเต้กล่าว รอยยิ้มน้อยๆผุดบนใบหน้า“ข้าจะทำเป็นไม่สนใจ และปล่อยให้เขาวิตกกังวลไปสักพัก เช่นนี้แล้ว เขาจะได้รู้ว่าต้องอบรมสั่งสอนลูกบุญธรรมของตนเองอย่างไร!”สดับวาจา โจวเจาก็พยักหน้า แม้ว่านางจะรู้สึกว่านี่อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่นางก็คิดไม่ออกว่าจะมีคำอธิบายใดที่สมเหตุสมผลกว่านี้เห็นความสงสัยบนใบหน้าของโจวเจาค่อยๆจางหาย ฮ่องเต้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่นาน นางกำนัลของห้องเครื่องก็มาถึงขันทีชราเกรงว่าพวกนางจะทำผิดพลาดต่อหน้าองค์หญิง จึงไล่พวกนางกลับ แล้วถือกล่องอาหารเข้าไปด้วยตนเอง“องค์หญิง นี่คือบะหมี่ที่เพิ่งส่งมาจากห้องเครื่อง กระหม่อมตรวจดูแล้ว ไม่มีปัญหาอันใดพ่ะย่ะค่ะ”กล่าวจบ ขันทีก็ยกชามบะหมี่ออกจากกล่องอาหารเมื่อเห็นดังนั้น โจวเจาก็หยิบชามน้ำแกงไข่ปูที่ถังฉีเตรียมไว้ให้ ในกล่องอาหารของนางเองออกมาใช้ช้อนหยกตักน้ำแกง ราดบนเส้นบะหมี่ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน!ฉับพลันทันใด กลิ่นหอมของไข่ปูก็อบอวลในอากาศทีแรกนั้น ฮ่องเต้ไร้ซึ่งความอยากอาหาร แต่เมื่อได้กลิ่นหอม เขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที“เพียงได้กลิ่น แม้แต่กระหม่อมยังแทบอดใจไม่ไหวพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม“สิ่งนี้ถือว่าล้ำค่าอย่างยิ่ง มันคือไข่ปูจากปูจักรพรรดิที่จ้าวซื่อจื่อนำกลับมาจากตงอิ๋ง พี่สาวคนสวยก็ไม่มีมากเช่นกัน แต่เห็นแก่ที่ท่านจงรักภักดี และดูแลรับใช้เสด็จพ่อมานานหลายปี ข้าจะแบ่งให้ท่านด้วย!”โจวเจาช่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยิ่งนัก“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงเมตตา กระหม่อมจะไม่อยู่รบกวนแล้ว” กล่าวจบ เขาก็รับน้ำแกงไข่ปูที่โจวเจามอบให้ด้วยความยินดีและจากไปฮ่องเต้เสวยบะหมี่ไข่ปูจนหมดชาม สีหน้ายังบ่งบอกว่าไม่หนำใจ“แม่หนูฉีผู้นั้น นึกไม่ออกเลยว่าสมองของนางทำงานอย่างไร แต่นางช่างมีพรสวรรค์ในการทำอาหารรสเลิศ ข้าช่างโชคดีจริงๆ”ยามนี้ ฮ่องเต้เอนกายอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม“พี่สาวคนสวยมีพรสวรรค์แต่กำเนิด เสด็จพ่อ นางยังเป็นลูกสาวบุญธรรมของท่านลุงเฉียวแห่งหุบเขาร้อยพิษอีกด้วย!” โจวเจากล่าวอย่างภาคภูมิใจ“โอ้? ไม่คิดเลยว่าตาแก่นั่นจะรับบุตรสาวบุญธรรม คล้ายว่าเราจะมีบางสิ่งที่เหมือนกันเสียแล้ว”ฮ่องเต้คลี่ยิ้มจางๆในที่สุด เขาก็รู้สึกวางใจอย่างสมบูรณ์!เมื่อเวลาของเขาหมดลง โจวเจาจะยังมีถังฉีคอยอยู่เคียงข้าง และไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับเรื่องใดๆหลังจากพูดคุยกันสักพัก โจวเจาก็จากไปในที่สุดเฝ้ามองร่างของโจวเจาที่คล้อยหลังไป เส้นสายตาของฮ่องเต้กลับเริ่มพร่ามัวในช่วงเวลาที่ยังพอหลงเหลืออยู่ เขาต้องทำบางสิ่งที่มีความหมายสำหรับโจวเจาและราษฎรเป่ยโจวเมื่อถึงช่วงสายๆในที่สุด ถังฉีก็ก้าวออกจากห้องของนางกล่าวได้ว่านางเป็นองค์หญิงที่เป็นอิสระมากที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์เป่ยโจว นางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดต่อหน้าฮองเฮาทุกวัน และไม่มีนางกำนัลพี่เลี้ยงคอยจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องมารยาทกับนาง“องค์หญิง ท่านต้องไม่ทราบแน่! ทั้งเมืองหลวงกำลังพูดถึงงานเลี้ยงที่ท่านจัดเมื่อคืนนี้! สตรีสูงศักดิ์เหล่านั้นคงนำไปบอกต่อจนรู้กันถ้วนทั่วแล้ว!”ตู้เยว่เหนียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เอ๊ะ จริงหรือ?” ถังฉีมีสีหน้าประหลาดใจ“จะเป็นอื่นได้อย่างไร? บางคนถึงกับยอมจ่ายเพื่อมาลองชิมอาหารที่ท่านทำเมื่อวานให้ได้ด้วยซ้ำ พวกเขายังบอกอีกว่าต่อให้ต้องทุ่มเงินนับหมื่นตำลึงทองก็ยินดี”“หมื่นตำลึงทอง?”ดวงตาของถังฉีเป็นประกายทันที!นางมีอาหารทะเลกักตุนอยู่ในห้วงมิติมากจนกองรวมกันเป็นภูเขาเล็กๆหมื่นตำลึงทอง --- ช่างเป็นจำนวนที่ยั่วยวนใจจริงๆ!“น่าเสียดายที่อาหารทะเลที่เหลือจากเมื่อวานนำไปเลี้ยงพวกคนรับใช้ในจวนหมดแล้ว ไม่เช่นนั้น เราคงเอาไปขายที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลได้”ตู้เยว่เหนียงห่อปากด้วยความเสียดาย“ใครบอกว่าไม่มีเหลือจริงๆเล่า?”ริมฝีปากของถังฉีหยักยกเป็นรอยยิ้มจางๆ“องค์หญิง ท่านหมายความว่าอย่างไร?” ตู้เยว่เหนียงคล้ายจะคิดตามไม่ทัน"นางหมายความว่า นางยังมีอาหารทะเลเหลืออยู่!"ถังซันเดินเข้ามา“แต่...องค์หญิง...เมื่อวานนี้ท่าน...”"เมื่อวานน่ะใช่"ถังฉีกะพริบตาอย่างซุกซน"เอ๊ะ..."ตู้เยว่เหนียงพยายามเค้นสมอง แต่อย่างไรก็คิดไม่ออกแล้วจู่ๆนางก็ตระหนักได้ว่า นางจะยังมีอาหารทะเลให้กินอีกในวันหน้า!“องค์หญิง คุณชายฉีมาถึงแล้ว”จู่ๆ ถังซันก็มองออกไปข้างนอก เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นทันทีที่นางพูดจบ คนรับใช้ผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอก"องค์หญิง คุณชายฉีมาขอพบขอรับ!"“รู้แล้ว เชิญเขาเข้ามาเถอะ!”ทันทีที่ถังฉีกล่าวจบ ฉีเซิ่งก็ก้าวเข้ามาพร้อมสีหน้าร้อนใจ“พี่ฉี มีธุระด่วนอะไรหรือ?” ถังฉียิ้มให้ฉีเซิ่ง นางทราบจุดประสงค์ที่เขามาอยู่แล้ว“ฉีเอ๋อร์ ด้วยสมองที่ฉลาดเป็นกรดของเจ้า อย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้เลยว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไร!”เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของถังฉี ฉีเซิ่งก็หยุดวิตกกังวลทันทีแทนที่ด้วยความคาดหวังเล็กๆน้อยๆที่ผุดขึ้นในใจ“พี่ฉี เห็นท่านรีบร้อนปานนี้ หรือว่าโรงเตี๊ยมเยว่ไหลกำลังลุกเป็นไฟ?”ถังฉียังคงยิ้มเยาะ นางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นฉีเซิ่งมีท่าทีวิตกกังวลเช่นนี้คือเมื่อใด“แย่พอๆกับไฟไหม้ทีเดียว! ฉีเอ๋อร์ เจ้ายังมีอาหารทะเลเหลืออยู่อีกเท่าไร? โดยเฉพาะปูจักรพรรดิ! เมื่อวานข้าได้ยินมาว่าแม้แต่ฮ่องเต้ยังหยุดสรรเสริญมิได้ ตอนนี้ผู้คนมากมายแห่กันไปที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหล ยอมทุ่มเงินสูงลิบลิ่ว แต่ข้ากลับไม่มีสิ่งใดจะเสนอให้! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารู้สึกอย่างไร?”“มันเหมือนกับเห็นกองทองอร่ามตาอยู่ตรงหน้า แต่กลับคว้าไว้ไม่ได้!” ฉีเซิ่งกังวลมากจนแทบกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ“พี่ฉี ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เมื่อวานข้าเพิ่งลั่นวาจาไปว่าไม่มีอาหารทะเลเหลือแล้ว หากวันนี้จู่ๆข้าก็หามาเพิ่ม คงไม่ต่างจากการตบหน้าตัวเอง? อีกอย่าง ของยิ่งหายาก ยิ่งเพิ่มมูลค่า”สดับวาจา ฉีเซิ่งก็สงบลงทันทีเมื่อครู่ เขายังตกใจไม่หายกับราคาสูงลิบลิ่วที่คนเหล่านั้นเสนอให้แต่หลังจากฟังคำอธิบายจากถังฉี เขาก็กระจ่างทันที!ที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถบอกได้ว่า ถังฉีไม่เพียงแต่มีอาหารทะเล แต่นางยังมีเก็บตุนไว้อีกมากมาย! ตอนที่ 632: ความมั่นใจเต็มเปี่ยม“แล้วเราจะนำมาขายอีกเมื่อไร?”ไม่นาน ทั้งสองคนก็นั่งอยู่ในห้องหนังสือ ฉีเซิ่งจิบชาที่ถังฉีชงให้ด้วยตัวเอง ก่อนจะถามอย่างใจเย็น“รออีกสักสองสามวันแล้วกัน บอกไปว่าอาหารทะเลชุดใหม่กำลังลำเลียงมาจากตงอิ๋ง และเราก็เริ่มเปิดให้จองได้แล้ว” ถังฉีเน้นคำว่า 'จอง' ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหมายฉีเซิ่งเข้าใจความหมายของนางทันที!“เช่นนั้นข้าจะประกาศให้รู้กันทั่วในวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าการเดินทางจากตงอิ๋งมายังที่นี่ เป็นระยะทางที่ไกลไม่น้อย ดังนั้นราคาที่ค่อนข้างสูง จึงถือเป็นเรื่องปกติ” เวลานี้ ใบหน้าของฉีเซิ่งแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส“แม้ข้าจะเก็บอาหารทะเลสำรองไว้บ้าง แต่นี่ก็ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว! แคว้นตงอิ๋งอยู่ไกลแสนไกล และยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอีกมากมายระหว่างการเดินทาง” ทันใดนั้น สีหน้าของถังฉีก็ดูจริงจังขึ้นมาเพราะในยุคสมัยนี้ นอกจากเกวียนเทียมม้า ลา และวัวแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ยังอาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก“ใช่แล้ว นั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด แม้แต่รถม้าที่เร็วที่สุด การเดินทางไปกลับระหว่างเมืองหลวงและตงอิ๋งยังใช้เวลานานหลายเดือน” ฉีเซิ่งขมวดคิ้วขณะกล่าวเช่นเดียวกับที่ถังฉีกล่าวไว้ มีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอีกมากมายระหว่างนั้นหากประสบภัยธรรมชาติหรืออุบัติเหตุระหว่างเดินทาง คงเสียหายมหาศาล!“ดังนั้น เราควรหาพื้นที่ชายฝั่งในแผ่นดินเป่ยโจวที่เราสามารถจับสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้สะดวก” ถังฉีมองไปยังฉีเซิ่งที่กำลังขมวดคิ้ว และไม่ได้ยับยั้งความคิดของนางไว้อีกต่อไป“เจ้าพูดถูก! เหตุใดข้าจึงคิดไม่ถึง!”ฉีเซิ่งตบต้นขาของตนเองเมื่อคิดได้“ว่าแต่...เราคงไม่อาจพึ่งโชคในการหาคนที่รู้วิธีจับสัตว์ทะเลเหล่านี้กระมัง?”“ข้าเองก็พิจารณาเรื่องนั้นไว้แล้ว เมื่อถึงเวลา ข้าจะเขียนจดหมายถึงท่านเอคิ ขอให้เขาช่วยคัดเลือกชาวประมงชาวตงอิ๋งที่มีทักษะสักจำนวนหนึ่ง หรือไม่เราก็ไปที่หมู่บ้านริมฝั่งทะเลตงอิ๋ง แล้วพาชาวประมงท้องถิ่นและครอบครัวของพวกเขามาที่นี่เสียเลย”ถังฉีคิดเรื่องเหล่านี้มานานแล้วอย่างไรก็ตาม ห้วงมิติของนางไม่สามารถเปิดเผยต่อผู้ใด การขายอาหารทะเลในช่วงสั้นๆ ยังพอทำได้ แต่หากยังทำเช่นนี้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ผู้คนจะต้องสงสัยอย่างแน่นอน!“เช่นนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ส่วนเรื่องคนของตงอิ๋งก็ลืมไปเสียเถอะ ข้าไม่ไว้ใจพวกเขา!” ฉีเซิ่งลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักว่าข้อเสนอของถังฉีนั้นเหมาะสมที่สุดหลังจากสนทนากับถังฉีสักพัก และรับส่วนแบ่งอาหารทะเลสำหรับตัวเองมาแล้ว ในที่สุด ฉีเซิ่งก็จากไปด้วยสีหน้าอิ่มอกอิ่มใจแม้แต่ถังฉีเองก็รู้สึกสบายใจไร้กังวลในขณะเดียวกัน ณ จวนเจิ้นกั๋วกง บรรยากาศกลับตึงเครียดและเต็มไปด้วยความอึดอัด!ประตูห้องของจี้ซื่อเฉินถูกปิดแน่นภายใน บรรยากาศก็กดดันไม่แพ้กัน!“เจ้าเด็กเวรนั่นสืบสาวมาถึงข้าได้อย่างไร? ทั้งยังจับตัวแม่นมของข้าไปอีก!” เมื่อใคร่ครวญเรื่องนี้ ใบหน้าของจี้ซื่อเฉินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวตามปกติแล้ว แม่นมของนางจะต้องมาเยี่ยมนางทุกวัน แต่วันนี้นางไม่ได้มา ทีแรก จี้ซื่อเฉินเพียงคิดไปว่าครอบครัวของแม่นมอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งในช่วงบ่ายก็ยังไม่เห็นวี่แววของแม่นม หรือแม้แต่มีใครมาแจ้งให้นางทราบท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นแม่นมที่คอยอยู่เคียงข้างจี้ซื่อเฉินมาตั้งแต่เยาว์วัยเมื่อส่งคนไปตรวจสอบ กลับพบว่าแม่นมออกไปตั้งแต่เช้า และไม่ได้อยู่ที่บ้านอีกด้วย!เมื่อนั้น จี้ซื่อเฉินจึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!นางรีบส่งคนไปสืบข่าวของแม่นมผู้นั้นทันที!กระทั่งยืนยันได้ว่า แม่นมหายตัวไปจากภายในจวนเจิ้นกั๋วกงแห่งนี้เอง!จี้ซื่อเฉินตื่นตัวอย่างมากในทันที!เมื่อนางสืบรู้ว่าคนของจ้าวไป่จือจับตัวแม่นมไป นางก็ตกใจและหวาดกลัวไปพร้อมๆกัน! ชั่วขณะหนึ่ง นางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปทีแรกนั้น นางตั้งใจจะไปเรียกร้องให้คืนตัวนางกลับมา แต่แล้ว นางก็ทราบว่าซื่อจื่อกำลังสืบสวนเหตุการณ์วางยาพิษที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนเพียงประโยคนี้ประโยคเดียว ก็ทำให้จี้ซื่อเฉินตกใจแทบสิ้นสติแล้ว!นางจึงไม่กล้าไปพบจ้าวไป่จือเมื่อกลับมา นางเรียกคนรับใช้ที่นางไว้ใจมากที่สุดรวมถึงคนเก่าคนแก่เข้ามาในห้องทันที แน่นอนว่าไม่ลืมสั่งยามคุ้มกันให้ยืนเฝ้าอยู่นอกห้อง“นายหญิง บางที นี่อาจเป็นเพียงหลุมพรางของซื่อจื่อก็ได้นะเจ้าคะ ข้าคิดว่าตั้งแต่เขากลับมา เขาก็จ้องเล่นงานท่านอย่างชัดเจน เพียงแต่หาหลักฐานไม่ได้”หญิงรับใช้ใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างจริงจังเวลานี้ นอกจากจี้ซื่อเฉินแล้ว ในห้องมีคนเพียงสามคน หากนับรวมแม่นมที่ถูกจับตัวไป ก็มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ทราบว่าจี้ซื่อเฉินเคยก่อเรื่องอะไรในอดีตส่วนหมอที่จ่ายยาให้ ก็หายตัวไปหลายปีแล้ว“ถึงอย่างนั้น เหตุใดจู่ๆเขาถึงมาจับตัวแม่นมของข้าไป? หรือว่าเขารู้บางอย่างเข้าแล้ว?” จี้ซื่อเฉินใคร่ครวญอย่างระมัดระวังย้อนกลับไปในอดีต เมื่อครั้งที่จ้าวไป่จือยังเป็นเด็กน้อย นางวางแผนอย่างพิถีพิถัน แม้แต่เหล่าฮูหยินจ้าวและกั๋วกงเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้!เดิมที นางคิดว่าจะสามารถกำจัดจ้าวไป่จือได้อย่างเงียบเชียบ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แต่นางไม่คาดคิดว่าเขาจะดวงแข็งเกินคน เวลานี้ เขาถึงกับหายเป็นปลิดทิ้ง! เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ จี้ซื่อเฉินแทบจะกระอักเลือดด้วยความหงุดหงิด!“ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ควรประมาท เจ้าเด็กเวรนั่นรับมือยากมาแต่ไหนแต่ไร และตอนนี้เมื่อกลับมาจากตงอิ๋ง อำนาจของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอีก!”แม้ยากจะยอมรับ แต่จี้ซื่อเฉินก็รู้อยู่แก่ใจว่าจ้าวไป่จือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นจริงๆ"เช่นนั้น...เราทำได้เพียงนั่งอยู่เฉยๆ รอชะตากรรมเท่านั้นหรือเจ้าคะ?คนรับใช้ในห้องต่างก็หวาดกลัวจนเสียขวัญ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จี้ซื่อเฉินก็เป็นนายหญิงของพวกเขา หากความจริงถูกเปิดเผย พวกเขาก็อาจถูกสังเวยในฐานะแพะรับบาป!ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ทราบดีกว่าใครว่าจี้ซื่อเฉินใจคอโหดเหี้ยมเพียงใด!เวลานี้ พวกเขาทำได้เพียงภาวนาให้จ้าวไป่จือไม่ได้ข้อมูลใดๆจากแม่นม“ซื่อจื่อ โปรดเลิกถามข้าเถอะเจ้าค่ะ บ่าวชราผู้นี้ไม่รู้เรื่องที่ท่านกล่าวถึงเลยจริงๆ!”เวลานี้ แม่นมถูกคุมขังอยู่ในคุกที่มีเพียงแสงสลัวลอดผ่านซี่ลูกกรงแม้จะหวาดกลัวจับใจ แต่นางยังคงปิดปากเงียบ“โอ้? หากเป็นข้าที่กุเรื่องขึ้นมา เจ้าคิดว่าตัวเองจะมาอยู่ที่นี่งั้นหรือ? และเหตุใดจี้ซื่อเฉินถึงไม่มาพาตัวเจ้ากลับไป? เพราะว่านางไม่สามารถปกป้องตัวเองได้อีกแล้ว”จ้าวไป่จือก้มลงมองลงแม่นมจากด้านบนสีหน้าของเขาเฉยชา มิอาจรู้ได้เลยว่ากำลังคิดอันใดอยู่สดับวาจา แม่นมก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมาก แต่นางก็ยังไม่ยอมปริปากบอกความจริงนางทราบว่าจ้าวไป่จือจะไม่ทรมานนางให้รับสารภาพ ไม่เช่นนั้น นางอาจฟ้องร้องต่อเจิ้นกั๋วกง นอกจากนี้ จ้าวไป่จือยังไม่โง่พอที่จะทำเช่นนั้น“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมพูด ก็ใช้เวลาใคร่ครวญอยู่ที่นี่สักพัก เจ้าพร้อมเมื่อไร ข้าจะกลับมา แต่เจ้าจะมีสหายมาเยี่ยมทุกวัน อย่างไรเสีย เจ้าก็รับใช้จี้ซื่อเฉินมานานหลายปี แม้จะไม่มีความดีความชอบ แต่เจ้าก็ทุ่มเททำงานไม่น้อย และข้าก็ไม่ปฏิบัติต่อผู้จงรักภักดีอย่างไม่เป็นธรรม”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างไม่ใส่ใจแม่นมยังคงไม่ขยับเขยื้อนนางรู้สึกยินดีในใจลึกๆ เมื่อทราบว่าจ้าวไป่จือไม่มีหลักฐานใดจะยืนยันได้ เมื่อถึงเวลา จี้ซื่อเฉินจะต้องหาวิธีพาตัวนางกลับไปอย่างแน่นอน!เมื่อเห็นสีหน้าของนาง จ้าวไป่จือก็ยังคงสงบนิ่งเมื่อตัดสินใจลงมือแล้ว เขาก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เช่นกัน! ตอนที่ 633: เหตุใดจึงจับตัวเขามาด้วย?“อยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วไตร่ตรองให้ดี พรุ่งนี้จะมีคนมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้า”กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็ไม่ได้สนใจแม่นม และหันหลังเดินจากไปหญิงชรากวาดตามองห้องขังที่มืดสลัว สีหน้าปราศจากความเดือดเนื้อร้อนใจ ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นแม่นมของจี้ซื่อเฉิน หลังจากถูกขังอยู่ที่นี่เพียงวันสองวัน จ้าวไป่จือก็จะปล่อยตัวนางในที่สุด ไม่เช่นนั้น นางคงไม่ผ่านด่านความไว้เนื้อเชื่อใจของจี้ซื่อเฉินมาจนบัดนี้เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ สีหน้าของนางก็ค่อยสงบและผ่อนคลายอย่างไรก็ตาม ในวันรุ่งขึ้น เมื่อบุตรชายของนางถูกผู้ใต้บัญชาของจ้าวไป่จือพาตัวมา สีหน้าของแม่นมก็เปลี่ยนไป“ให้ข้าพบซื่อจื่อเถอะ ข้าอยากถามว่าลูกชายของข้าทำผิดอะไร ทำไมต้องพาตัวเขามาขังด้วย?”เมื่อเห็นท่าทางสับสนของบุตรชาย แม่นมก็ไม่อาจใจเย็นได้อีกต่อไป“เลิกส่งเสียงน่ารำคาญเสียที! เจ้าคิดว่าคนอย่างเจ้าจะพบซื่อจื่อเมื่อไรก็ได้งั้นหรือ? รออยู่ที่นี่ไปเถอะ เมื่อซื่อจื่อมีเวลา เขาจะเข้ามาไต่สวนเจ้าเอง”เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดหญิงชราผู้นี้รนหาที่ตายแท้ๆ! เมื่อวานนี้ ซื่อจื่อให้โอกาสนางแล้ว แต่นางกลับไม่แยแส ยามนี้มาทำเป็นเดือดเนื้อร้อนใจ จะมีประโยชน์อันใด?“ท่านแม่ ท่านไปขัดใจซื่อจื่อได้อย่างไร? พวกเราคิดว่าท่านอยู่ที่จวนเจิ้นกั๋วกงมาโดยตลอด จนกระทั่งนายหญิงมาตามหาท่านเมื่อวาน”บุตรชายของแม่นมกวาดตามองคุกที่มืดมิดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“แม่... แม่ก็ไม่รู้ว่าไปทำให้ซื่อจื่อไม่พอใจตอนไหน แม่ถูกขังไว้ที่นี่โดยไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำ! ลูกแม่ อย่ากังวลไปเลย นายหญิงจะช่วยพวกเราออกไปแน่นอน เราอดทนรออยู่ที่นี่เงียบๆก็พอ”แม่นมพยายามสงบใจมาโดยตลอด แต่เมื่อบุตรชายถูกจับตัวมาด้วย ความเยือกเย็นของนางก็เริ่มจางหาย และรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา“เช่นนั้นเราก็รออีกสักหน่อย”สดับวาจาของมารดา สีหน้าตื่นตระหนกของชายผู้นั้นก็ผ่อนคลายลงอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวของพวกเขารู้ดีที่สุดว่านายหญิงใส่ใจพวกเขามากเพียงใดเมื่อเห็นท่าทางผ่อนคลายของบุตรชาย แม่นมก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเวลานี้ นางได้แต่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับนายหญิงของตนเองทว่าล่วงเข้าวันที่สาม บุตรชายอีกคนของนางก็ถูกผู้ใต้บัญชาของจ้าวไป่จือจับตัวมา แม่นมที่เยือกเย็นพลันแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“พี่ใหญ่ ท่านแม่ ไยพวกท่านถึงถูกขังไว้ที่นี่? ที่นี่คือที่ไหน? เหตุใดซื่อจื่อต้องขังพวกเราไว้ที่นี่ด้วย?”“นั่นสิ ท่านแม่ ท่านบอกว่านายหญิงจะช่วยพวกเรา แต่ท่านถูกขังอยู่ที่นี่มาสองวันแล้ว ข้ากับน้องรองก็โดนจับมาด้วย เหตุใดนายหญิงถึงยังไม่ช่วยพวกเราอีก?”บุตรชายคนโตของแม่นมเริ่มเสียขวัญ ทีแรกนั้น เขาเชื่อคำพูดของมารดา แต่เมื่อน้องชายคนรองถูกจับตัวมาด้วย ความสงบเยือกเย็นของเขาก็เริ่มสั่นคลอนน้องชายคนรองของเขาเปิดกิจการในเมืองอื่น แต่มาวันนี้ เขากลับถูกขังอยู่ที่นี่“เลิกโวยวายเสียที! หากอยากรำลึกความหลังกันนักละก็ พวกเจ้ายังมีเวลาอีกเยอะ พรุ่งนี้ก็มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนอีก”บุตรชายทั้งสองวิตกกังวลมากเสียจนเปล่งเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเจ้าหน้าที่เดินอาดๆเข้ามาอีกครั้ง สีหน้ารำคาญใจอย่างเห็นได้ชัดซื่อจื่อพบหลักฐานแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผย ดูเหมือนเขาต้องการใช้แผนหมาหยอกไก่ ปั่นหัวอีกฝ่ายพลั้งพลาด ทำลายการป้องกันของจี้ซื่อเฉินอย่างช้าๆบางที เขาอาจต้องการให้นางสับสน และเปิดเผยความผิดเพิ่มเติมณ จวนเจิ้นกั๋วกง จ้าวไป่จือนั่งอยู่ในลานบ้าน จิบชาอย่างสบายอารมณ์ ชมดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งในสวน“งานประมูลของโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเริ่มวันนี้กระมัง?”กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็วางถ้วยชาลง ทอดสายตาไปทางโรงเตี๊ยมเยว่ไหล“ขอรับ ได้ยินมาว่างานนี้จัดขึ้นเพียงเดือนละสี่ครั้งเท่านั้น วันนี้จะมีอาหารทะเลชุดหนึ่งส่งมาถึงจากตงอิ๋ง”หมิงรื่อเอ่ยตอบ เขายืนอยู่ข้างๆจ้าวไป่จือด้วยความเคารพ“ซื่อจื่อ องค์หญิงจัดการเรื่องการขนส่งอาหารทะเลจากตงอิ๋งมาตั้งแต่เมื่อไร? เหตุใดข้าจึงไม่ทราบ?”แม้หมิงรื่อจะไม่ได้อยู่ข้างกายจ้าวไป่จือและถังฉีในตงอิ๋งเสมอไป แต่เขาก็พอทราบเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำอยู่บ้าง“หากเป็นเรื่องที่เจ้าไม่ควรรู้ ก็อย่าถามเลย ไม่ใช่กงการของเจ้า” จ้าวไป่จือตอบด้วยสีหน้าเฉยเมย ก่อนจะหันไปมองหมิงรื่อด้วยสายตาแข็งกร้าว“ซื่อจื่อ ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าเพียงนึกสงสัยเท่านั้น รับปากว่าจะไม่ทำเรื่องโง่ๆเช่นนี้อีก!”เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวไป่จือ หมิงรื่อก็รีบคุกเข่าลงบนพื้น สีหน้าหวาดหวั่นจากใจจริงแม้จ้าวไป่จือจะปฏิบัติต่อเขาอย่างดี แต่เขาก็ยังเข้าใจความต่างชั้นระหว่างนายบ่าว ความอยากรู้อยากเห็นเมื่อครู่ เป็นเพียงการเผลอพลั้งปากเท่านั้น“อืม ไปสำนึกผิดเสีย สองสามวันนี้เจ้าไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้าในเรือน ส่วนเรื่องอื่นๆ เว้นแต่ข้าจะสั่ง เจ้าไม่มีสิทธิ์สอบถามหรือแทรกแซงอะไรทั้งนั้น หาไม่แล้ว ข้าจะลงโทษตามกฎทหาร!”ใบหน้าของจ้าวไป่จือยิ่งเย็นชาและเฉยเมย เขารู้ดีว่าถังฉีเก็บงำความลับสำคัญบางอย่าง และหากมีคนใส่ใจมากเกินไป อาจมีคนที่ล่วงรู้เรื่องนั้นในที่สุดได้ยินดังนั้น หมิงรื่อก็รู้สึกโล่งใจ เขาพยักหน้าก่อนจะถอยออกไปรับโทษของตนเอง“ฉีฉี...คราวนี้เจ้าใจร้อนเกินไปหรือไม่?”จ้าวไป่จือพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าอับจนหนทางจากนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้พบหน้าถังฉีมาพักใหญ่แล้ว จึงรู้สึกโหยหานางสุดหัวใจเขาผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะกระโดดข้ามกำแพง และหายตัวไปในจวนเจิ้นกั๋วกง“องค์หญิง วันนี้ท่านจะไม่ไปที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลจริงๆหรือ? ท่านว่าการประมูลครั้งแรกจะได้ราคาสักเท่าไร?”“มีอะไรให้สนใจกัน? ข้าบอกแล้วว่าของพวกนั้นมีคุณค่าเพียงเพราะความหายาก เราเอาเวลาไปหาเงินเพิ่มยังดีกว่า เมื่อเราเจอที่เหมาะๆในการเพาะเลี้ยงพวกสัตว์ทะเลแล้ว เราก็ค่อยป่าวประกาศออกไป”สีหน้าของถังฉียังคงสุขุมเยือกเย็น ราวกับไม่มีสิ่งใดมาดึงดูดความสนใจของนางได้“จริงอยู่ เมื่อมีคุณชายฉีอยู่ที่นั่นด้วย อาหารทะเลคงไม่ขายในราคาถูกๆแน่! ข้ายังได้ยินมาว่าในราชสำนักมีเสนาบดีบางคนที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ต่างต้องการเสนอราคาเพื่อเอาชนะกันเอง นี่เป็นวิธีที่ดีในการกำราบคู่ต่อสู้ของพวกเขา”ตู้เยว่เหนียงที่ยืนอยู่ข้างๆถังฉีชวนคุยไม่หยุด คล้ายว่านางจะได้ยินเรื่องนี้จากที่ไหนสักแห่ง“หมู่นี้ดูเจ้าจะใส่ใจข่าวบ้านการเมืองไม่น้อยเลยนะ!” ตอนที่ 634: เมื่อแม่นมไม่อาจนิ่งเฉยถังฉีจ้องมองตู้เยว่เหนียงที่อยู่ข้างๆด้วยสีหน้าขุ่นเคือง“ฮิฮิ…ก็ที่จวนองค์หญิงไม่ค่อยมีอะไร ข้าก็เลยออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้างเท่านั้นเอง!”ตู้เยว่เหนียงกล่าวพลางเดินมานวดไหล่ให้ถังฉีอย่างอ่อนโยน พร้อมกับสีหน้าประจบประแจง“เอาละ เอาละ ตอนนี้สถานการณ์ออกจะหนักหนาไปสักหน่อย ดังนั้นอยู่แต่ในจวนจะดีกว่า อย่างไรเสีย เราก็เพิ่งลงหลักปักฐานในเมืองหลวงได้ไม่นาน”ถังฉีเห็นสีหน้าของนางแล้ว ก็อดส่ายศีรษะมิได้ ดูเหมือนว่าสาวใช้เหล่านี้จะถูกนางตามใจจนเคยตัว!“องค์หญิง ข้ารู้ดี แต่พวกพี่สาวคนอื่นๆในจวนก็อยากทราบเรื่องนี้เช่นกัน ข้าแค่ออกไปหาข้อมูลมานิดๆหน่อยๆ!”ตู้เยว่เหนียงกล่าว มองถังฉีด้วยท่าทางวิงวอน“เอาละ เอาละ ไม่ต้องนวดข้าแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามจะพูดอะไร ถ้าอยากไปก็ไปเถอะ แค่อย่าลืมเล่าให้ข้าฟังทุกอย่างเมื่อเจ้ากลับมาก็พอ”สดับวาจาของถังฉี ใบหน้าของตู้เยว่เหนียงพลันเป็นประกายด้วยความยินดี นางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว“องค์หญิง ข้าเอาน้ำอุ่นมาให้ท่านสักถ้วยดีหรือไม่เจ้าคะ?”ตู้เยว่เหนียงรีบสวมบทบาทสาวใช้ตามเดิมทันทีและยิ้มกว้างให้ถังฉี“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ได้กระหายน้ำตอนนี้ เจ้าเองก็รีบไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้น ถ้ามัวชักช้าจนการประมูลจบไปเสียก่อน เจ้าจะเสียใจ”กล่าวจบ ถังฉีก็รีบโบกมือเมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของตู้เยว่เหนียงก็เผยความยินดี และนางก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว“อันที่จริง ไม่ใช่แค่นางคนเดียว แต่เจ้าเองก็อยากไปเหมือนกัน ใช่หรือไม่?”เมื่อตู้เยว่เหนียงจากไปแล้ว จ้าวไป่จือจึงเหาะลงมาจากชายคา พร้อมกับยิ้มขณะมองไปยังถังฉี“พี่จ้าว ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร?”เมื่อเห็นจ้าวไป่จือ ประกายแวบผ่านดวงตาของถังฉี นางรีบลุกขึ้น เดินไปหาเขาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข“ข้าเพิ่งมาถึงและเห็นว่าเจ้ากำลังตำหนิสาวใช้ตัวน้อยอยู่ จึงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะ ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะปล่อยนางไป”จ้าวไป่จือกล่าวยิ้มๆ“อย่างไรเสีย ในจวนก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำมากมาย ขังพวกนางเอาไว้แต่ข้างในไม่ใช่เรื่องดี ปล่อยให้พวกนางได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ไม่เสียหาย”ถังฉีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจผู้คนในยุคสมัยนี้มีความน่าเวทนามากพออยู่แล้ว และสาวใช้หลายคนยังต้องผูกพันกับกฎเกณฑ์และข้อจำกัดอีกมากมายแม้ถังฉีจะมีอำนาจ นางก็ไม่เคยปฏิบัติต่อคนของนางอย่างเลวร้าย“แล้วเหตุใดวันนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ปัญหาในจวนท่านใกล้จะเรียบร้อยแล้วหรือ?”ถังฉีตระหนักได้ว่านางไม่ได้พบหน้าจ้าวไป่จือมาหลายวันแล้ว รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าของนางมีเพียงผู้ที่ตกหลุมรักอย่างสุดหัวใจเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของการแยกจากแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ“แก้ไขไปได้เพียงครึ่งทาง ข้าจับแม่นมของจี้ซื่อเฉินไว้แล้ว ทุกวันข้าจะส่งคนในครอบครัวของนางเข้าไปอยู่ในคุกด้วย อยากรู้นักว่านางจะเริ่มวิตกกังวลเมื่อไร”จ้าวไป่จือเล่าให้ฟังด้วยเสียงแผ่วเบาเขาไม่ชอบต่อปากต่อคำกับคนเฒ่าคนแก่ แต่หญิงชราผู้นี้รู้ดีเกินไป การควบคุมนางได้เท่านั้น จึงจะทำให้เขามีอำนาจต่อรองเพื่อล้มล้างอำนาจของจี้ซื่อเฉิน!ท้ายที่สุดแล้ว อิทธิพลของตระกูลฝั่งมารดาก็ไม่อาจประเมินต่ำเกินไป! จ้าวไป่จือจำเป็นต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ก่อนจะดำเนินการใดๆ“การเคลื่อนไหวของท่านฉลาดมาก บางที แม่นมคนนั้นอาจจะกลัวและต้องการต่อรองกับท่านแล้วก็ได้”รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าของถังฉี ขณะที่นางเดินไปที่ด้านข้าง รินน้ำอุ่นใส่ถ้วยให้จ้าวไป่จือและยื่นให้เขา“ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร แต่ข้าให้คนไปดูสัญญาแต่งงานของเราแล้ว”นี่ต่างหากที่ทำให้จ้าวไป่จือกังวลอย่างแท้จริง ส่วนปัญหาของจี้ซื่อเฉินนั้นขึ้นอยู่กับเวลา“รีบอะไรนักหนา? ข้ายังไม่พร้อมเลย”เมื่อถังฉีได้ยินจ้าวไป่จือกล่าวเช่นนี้ สีหน้าของนางก็เริ่มแดงขึ้นเล็กน้อยแม้นางจะเตรียมตัวเตรียมใจที่จะแต่งงานกับจ้าวไป่จือมานานแล้ว แต่การได้ยินเขาพูดออกมาดังๆ ก็ยังทำให้นางรู้สึกตั้งตัวไม่ติดอยู่ดี“เจ้าไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น แค่เดินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเมื่อถึงเวลา ข้าจะจัดการส่วนที่เหลือเอง”จ้าวไป่จือหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าลนลานของถังฉี“เอาละ เอาละ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย เมื่อไรเรื่องในจวนท่านจะคลี่คลายได้เสียที?”ถังฉีรีบเปลี่ยนหัวข้อทันที“เวลานี้ ข้าแค่เพียงรอจังหวะ เรื่องที่ข้าถูกพิษก็ได้รายงานให้ท่านตาของข้าทราบแล้ว ที่เหลือก็รอให้ปลาตัวนั้นกินเหยื่อ เมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่ตระกูลของจี้ซื่อเฉินก็ไม่สามารถปกป้องนางได้”แววตามุ่งมั่นปรากฏบนใบหน้าของจ้าวไป่จือ อาจเป็นเพราะติดที่ต้องไว้หน้าตระกูลใหญ่ พวกเขาจึงไม่เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนเหล่านี้ก็ยังต้องรับการลงโทษที่สาสมอยู่ดีสดับวาจาของจ้าวไป่จือ ถังฉีก็พยักหน้า“หากท่านต้องการความช่วยเหลือจากข้า ไม่ว่าเรื่องใด ขอแค่บอกมา เรื่องในอดีตจะผ่านพ้นไป และเมื่อเรื่องนี้ได้รับการแก้ไข ท่านก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงมันอีก”ถังฉีกล่าวด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ นางตระหนักดีว่าอดีตของจ้าวไป่จือเจ็บปวดเพียงใด"อืม เมื่อมีเจ้าอยู่ข้างๆข้า ข้าก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว"จ้าวไป่จือกล่าวพลางยื่นมือไปจับมือของถังฉีไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความรักใคร่“ข้าคงรั้งอยู่นานไม่ได้ ไม่อย่างนั้น จี้ซื่อเฉินอาจวางแผนอะไรสักอย่างในจวนอีก เพราะอย่างไรนางก็มีรากฐานที่นั่นมั่นคงพอตัว”ได้ยินคำกล่าวของจ้าวไป่จือ ถังฉีก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจเดิมที นางคิดว่านางจะมีเวลามากกว่านี้เมื่ออยู่กับจ้าวไป่จือ“อืม ข้ารู้แล้ว ท่านไปจัดการอะไรอะไรให้เรียบร้อยเถอะ ข้าเองอยู่ในจวนก็สุขสบายดี”จ้าวไป่จือพยักหน้า แม้ว่าเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีในตงอิ๋ง แต่การเดินทางอันยาวนานทำให้ถังฉีดูซูบผอมกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย“องค์หญิง สาวใช้ส่วนตัวของจี้ซื่อเฉินจากจวนเจิ้นกั๋วกงมาที่นี่เพื่อพบท่านเพคะ!”ตอนนั้นเอง ถังซันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็น ไม่แสดงอาการแปลกใจเมื่อเห็นจ้าวไป่จือ“คนของจวนเจิ้นกั๋วกง?”เมื่อได้ยินคำกล่าวของถังซัน ถังฉีก็หันกลับมาสบตากับจ้าวไป่จือทั้งคู่ต่างเห็นถึงความสนุกสนานเล็กน้อยในแววตาของกันและกัน“ดูเหมือนแม่นมของท่านจะนั่งไม่ติดเสียแล้ว ไม่อย่างนั้น นางคงไม่ส่งใครมาที่นี่”ถังฉีกล่าวและพยักหน้าให้ถังซัน“พานางมาที่ห้องหนังสือ ข้าเองก็อยากรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากข้า”สดับวาจาของถังฉี ถังซันก็ผงกศีรษะและเดินออกไป“จ้าวซื่อจื่อ ท่านจะอยู่ที่นี่ฟังข้ากับสาวใช้นินทาท่านจริงๆหรือ? ท่านจะทำให้สาวใช้ตัวน้อยผู้นี้ประหม่าได้”“ไม่เห็นต้องรีบไล่กันเลย?”แม้จ้าวไป่จือจะกล่าวเช่นนี้ แต่เขาก็ยังยืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม ตอนที่ 635: จ้องจะเล่นงาน“เช่นนั้นข้าจะไปรออยู่ใกล้ๆ”แม้จ้าวไป่จือจะกล่าวเช่นนี้ แต่แววตาที่เฉียบคมพลันฉายวาบในดวงตา เขาไม่คาดคิดว่าจี้ซื่อเฉินจะพยายามจ้องเล่นงานถังฉีไม่นาน เมื่อจ้าวไป่จือหายตัวไปจากลานบ้าน ถังซันก็เข้ามาพร้อมกับสาวใช้วัยประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปีเดินตามหลังมาเมื่อถึงจุดนี้ ถังฉีเก็บถ้วยชาที่จ้าวไป่จือเพิ่งใช้ออกไป“องค์หญิง นี่เป็นเทียบเชิญจากนายหญิงของเรา เชิญให้ท่านไปเยี่ยมเยือนจวนเจิ้นกั๋วกงเพคะ”สาวใช้คุกเข่าลงพร้อมเสียงดังตึงต่อหน้าถังฉี จากนั้นก็ชูเทียบเชิญในมือขึ้นสูง“เอ๊ะ? เจิ้นกั๋วกงจะจัดงานเลี้ยงงั้นหรือ?” ถังฉีร้องถาม สีหน้าใคร่รู้ขณะเปิดเทียบเชิญที่จี้ซื่อเฉินส่งมาให้อย่างช้าๆในจดหมายเพียงเชิญนางไปดื่มชาและชมดอกไม้“คือ... บ่าวไม่แน่ใจ แต่นายหญิงกำชับว่ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องหารือกับท่าน เมื่อท่านไปถึงแล้ว นางจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังเพคะ”แม้ใบหน้าของสาวใช้จะแสดงถึงความเคารพอย่างลึกซึ้ง แต่นางก็อดเหลือบมองท่าทางของถังฉีมิได้ก่อนมา จี้ซื่อเฉินกำชับนางให้จำขึ้นใจเมื่อเห็นทั้งท่าทางประหลาดใจและสีหน้าสับสนของถังฉี สาวใช้คล้ายจะเดาได้ว่าระหว่างนางกับจ้าวไป่จือไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันมากนัก“ฮูหยินกล่าวว่าเมื่อตอนที่ท่านมาถึงเมืองหลวงใหม่ๆ นางได้พบท่านและรู้สึกถูกชะตา ดังนั้นนางจึงเชิญท่านไปพูดคุยสายไมตรีกันสักเล็กน้อย”สดับวาจา ถังฉีก็มีสีหน้าลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดนางก็พยักหน้า“เอาล่ะ ข้าจะไปเตรียมตัวก่อน แล้วเราค่อยไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงพร้อมกัน ถังซัน ช่วยพานางออกไปก่อน เมื่อข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เจ้าค่อยกลับมาช่วยข้า”ถังฉีไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติใดๆ ได้ยินดังนั้น สาวใช้ก็รู้สึกลิงโลด ด้วยทราบว่างานที่จี้ซื่อเฉินมอบหมายให้เสร็จสิ้นแล้วนางเดินตามถังซันออกไปอย่างมีความสุข“ดูเหมือนว่านางจ้องจะเล่นงานเจ้าจริงๆ เพราะน้องชายของเจ้าเคย ‘ช่วย’ ท่านย่าของข้าไว้”ขณะที่สาวใช้เดินออกมา จ้าวไป่จือก็ปรากฏตัวต่อหน้าถังฉี พร้อมกับแสดงสีหน้าเย้ยหยัน“ในเมื่อนางจ้องจะเล่นงานข้าอยู่แล้ว ข้าก็จะไปดูสักหน่อยว่านางวางแผนจะทำอะไรต่อไป เพื่อให้ท่านเตรียมรับมือได้”“อืม เช่นนั้นก็ไปที่จวนเถอะ แล้วค่อยไปเยี่ยมท่านย่าทีหลัง ช่วงนี้ท่านย่าถามหาจ้าบ่อยมากทีเดียว”หลังจากกล่าวเช่นนี้ จ้าวไป่จือก็ยื่นมือไปลูบศีรษะของถังฉีเบาๆ"ข้าไม่ได้เจอท่านย่ามานานแล้วจริงๆ"ถังฉีไม่ปฏิเสธ เพราะอีกไม่นานนางก็จะแต่งงานกับจ้าวไป่จือ ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะพบปะกับสมาชิกในครอบครัวบ่อยขึ้นยิ่งไปกว่านั้น เหล่าฮูหยินจ้าวก็ปฏิบัติต่อนางอย่างดีเสมอ และนางก็ไม่มีเวลามาเยี่ยมนางเลยนับตั้งแต่กลับมาจากตงอิ๋งหลังจากที่จ้าวไป่จือให้คำแนะนำอีกเล็กน้อย เขาก็ออกจากจวนองค์หญิง ส่วนถังฉีก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกไปในไม่ช้า“องค์หญิง เมื่อฮูหยินเห็นท่าน นางจะต้องดีใจมากแน่ๆ นางพูดเสมอว่าถ้าลูกชายของนางมิได้เยาว์วัยเกินไป ให้เขาแต่งงานกับท่านก็คงจะเป็นเรื่องที่สมบูรณ์แบบไม่น้อย”เมื่อสาวใช้กล่าวเช่นนี้ ถังฉีก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมา แต่อดไม่ได้ที่จะกลอกตาภายในใจตอนที่นางยังเป็นเพียงเสี้ยนจู่ที่ไร้ซึ่งอำนาจ พวกเขาไม่ต้องการให้นางแต่งงานกับจ้าวไป่จือเลยมิใช่หรือ?ยามนี้ นางเป็นองค์หญิงที่มีทั้งตำแหน่งสูงศักดิ์และที่ดินศักดินามากมาย น้องชายของนางยังเป็นศิษย์สายตรงของหุบเขาร้อยพิษ แล้วสตรีผู้นี้ยังกล้าจะเล่นงานนางอีกครั้งงั้นหรือ?การคำนวณของนางดังพอที่จะทำให้ผู้คนในหมู่บ้านตระกูลถังได้ยิน“การแต่งงานของข้า ผู้อาวุโสในครอบครัวของข้าจะเป็นผู้ตัดสินตามธรรมเนียม ข้าเป็นเพียงลูกหลานรุ่นเยาว์ที่ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น”ถังฉีพูดอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อสาวใช้ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าอึดอัดอย่างไรก็ตาม นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดูถูกเล็กน้อย ใครจะคิดว่าหลังจากกลายเป็นองค์หญิงแล้ว นางจะยังคงถูกควบคุมโดยครอบครัวของนางเอง!แต่เมื่อคิดถึงว่าสตรีในยุคสมัยนี้ยังต้องพึ่งพาครอบครัวอยู่เสมอแม้ว่าจะมีอำนาจแล้วก็ตาม นางก็รู้สึกเข้าใจมากขึ้นเล็กน้อย“องค์หญิง ท่านกล่าวได้ถูกแล้ว การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ และตอนนี้ข้าเองก็พูดมากเกินไป!”สาวใช้กล่าวโดยยังคงแสดงท่าทีเคารพเกรงว่าถังฉีอาจลงโทษนางในภายหลัง“ไม่เป็นไรหรอก! สตรีคนไหนบ้างที่ไม่เคยโหยหาอิสระ? ข้าก็อยากทราบเช่นกันว่าคู่ครองในอนาคตของข้าจะเป็นอย่างไร แต่ทว่า...”ถังฉียังไม่ทันกล่าวจบประโยค สาวใช้ก็ไม่กล้าถามต่อ และเดินนำหน้าไปทันทีอย่างถ่อมตัวไม่นานหลังจากนั้น พวกนางก็มาถึงเรือนที่จี้ซื่อเฉินพำนักอยู่นี่ไม่ใช่การมาเยือนครั้งแรกของถังฉี ดังนั้นนางจึงคุ้นเคยกับโครงสร้างของบริเวณนี้พอสมควรบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยดอกไม้ แต่กลับมีบรรยากาศอึดอัด“ฮูหยิน ฮูหยินเจ้าคะ องค์หญิงมาแล้วเจ้าค่ะ”เมื่อสาวใช้ก้าวเข้าไปในลานบ้าน นางก็วิ่งเข้าไปด้วยความยินดีเพื่อประกาศข่าวดีภายในลานบ้าน จี้ซื่อเฉินกำลังพูดคุยเรื่องบางอย่างกับแม่บ้านชราผู้หนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงของสาวใช้คนสนิท รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง“ข้าบอกแล้วว่าถังฉีจะต้องมาแน่ๆ หากนางไม่มา เราจะแพร่ข่าวออกไปทันที และบางที ผู้คนในเมืองหลวงอาจพากันนินทานางไม่หยุดปาก”ใบหน้าของจี้ซื่อเฉินเผยเห็นถึงความมุ่งมั่น“แม้ตอนนี้นางจะสนิทกับองค์หญิงอันหยางมากเพียงใด แต่นางก็เป็นเพียงลูกสาวชาวนาเท่านั้น”สาวใช้ชรากล่าวอย่างเฉยเมย คล้ายว่านางไม่เห็นค่าของถังฉีเลย“นางมีน้องชายอยู่ที่หุบเขาร้อยพิษ ทั้งยังเป็นศิษย์สายตรง หาไม่แล้ว สตรีสูงศักดิ์คนใดจะสนใจนาง?”ได้ยินคำกล่าวของสาวใช้ เฉินก็อดยิ้มมิได้“เฮ่อ... หยุดพูดเถอะ หากองค์หญิงอันเหอได้ยินเรื่องนี้เข้า คงต้องแย่แน่ๆ เก็บความคิดนี้ไว้ไว้กับตัวเถอะ”จี้ซื่อเฉินกล่าว ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ตำหนิคนอื่นๆก็ตามเมื่อคนรับใช้ได้ยินดังนั้น ก็ยืนเงียบปากอยู่ข้างๆไม่นานหลังจากนั้น ถังฉีก็เดินเข้ามาในลานบ้านอย่างใจเย็น“อา ผ่านไปเสียนาน ไม่คิดว่าเจ้าจะดูสดใสมากขึ้นเป็นกอง! ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่าเจ้าล้มป่วย ข้าอยากจะส่งคนไปเยี่ยม แต่ถูกคนของเจ้าก็ห้ามไว้”เมื่อเห็นถังฉีเดินเข้ามา จี้ซื่อเฉินก็ยิ้มอย่างอบอุ่นและต้อนรับนางอย่างกระตือรือร้น มองดูนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่าทั้งสองเป็นญาติห่างๆที่แยกจากกันมานาน ตอนที่ 636: มิใช่แค่เรื่องนี้?“ขอบคุณฮูหยินที่เป็นห่วงเป็นใย ก่อนหน้านี้ข้าป่วยหนักมาก ไม่สามารถต้อนรับแขกได้ ดังนั้นพวกคนรับใช้จึงขัดขวางไม่ให้ใครเข้าไปในจวนองค์หญิง”ถังฉีเผยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าเช่นกันท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็นเพียงการแสดง ในโลกเดิม นางเคยชมละครโทรทัศน์และอุปรากรมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนางมีความสนใจในการแสดงด้วยเช่นกัน และเวลานี้ บทสนทนาระหว่างนางและจี้ซื่อเฉินก็ดูกลมกลืนกันดี“เวลานี้อาการป่วยดีขึ้นแล้ว ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก และทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆต่อไปจากนี้”กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็ยื่นมือมาตบมือของถังฉีเบาๆ แต่ถังฉีชักมือออกอย่างแนบเนียนจี้ซื่อเฉินย่อมสังเกตเห็น แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อระลึกถึงจุดประสงค์การมาเยือนในวันนี้ นางก็ระงับความรู้สึกนั้นไว้อย่างรวดเร็ว“ดูเจ้าสิ เด็กน้อย ข้าแสดงความห่วงใยเช่นนี้เพราะข้าคิดว่าเจ้าเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าอย่ารังเกียจข้าเลย”จี้ซื่อเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม และเมื่อถังฉีเห็นสีหน้าของนาง พลันนึกถึงสัตว์ชนิดหนึ่งขึ้นมาทันทีงู...ความรู้สึกที่ถูกอสรพิษจ้องมองเช่นนั้น ทำให้นางรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว“ข้าจะรังเกียจได้อย่างไร? ในเมื่อฮูหยินก็เป็นคนแรกๆที่ข้าพบเมื่อมาถึงเมืองหลวง และท่านก็เปี่ยมเมตตาไม่น้อย”ถังฉีคลี่ยิ้มจางๆได้ยินดังนั้น จี้ซื่อเฉินก็รู้สึกพึงพอใจยิ่ง“พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่? รีบรินน้ำชาให้องค์หญิงเร็วเข้า ปล่อยให้แขกผู้มีเกียรติรอได้อย่างไร”ตอนนั้นเอง จี้ซื่อเฉินก็หันไปตำหนิสาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ"เจ้าค่ะ!"หญิงชราคนหนึ่งรีบนำถ้วยชามาวางตรงหน้าถังฉี จากนั้นก็โค้งคำนับและถอยหลังไปช้าๆ“คนรับใช้ในจวนของข้าอยู่กับข้ามาตั้งแต่เด็กๆนี่อาจเป็นครั้งแรกที่พวกนางได้เห็นสาวงามอย่างองค์หญิง ดังนั้นพวกนางจึงเสียสมาธิไปชั่วขณะ”จี้ซื่อเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มถังฉีเพียงยิ้มตอบเมื่อได้ยิน และมิได้โต้แย้งแม้ไร้ซึ่งวรยุทธ์ แต่นางก็หูตาไวไม่น้อย และได้ยินบทสนทนาของผู้คนในลานบ้านเช่นกันทั้งสองคนยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆมากมาย ถังฉีก็มีความอดทนไม่แพ้กันในที่สุด จี้ซื่อเฉินก็ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไปหากมิใช่เพราะสถานการณ์ฉุกเฉิน นางคงไม่กล้านำเรื่องนี้ไปรายงานต่อเจิ้นกั๋วกง จะเป็นอย่างไรหากเขารื้อฟื้นและสืบสาวราวเรื่องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต...?"เฮ่อ..."เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ จี้ซื่อเฉินก็อดถอนหายใจเบาๆมิได้ ร่องรอยของความกังวลปรากฏชัดบนใบหน้า“ฮูหยิน ท่านมีอะไรไม่สบายใจงั้นหรือ?” ถังฉีที่แม้จะทราบเจตนาของจี้ซื่อเฉินอยู่แล้ว ยังคงแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ“ฉีเอ๋อร์ ข้าขอเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่? ทีแรกข้าก็ไม่อยากพูด แต่เพราะเราเข้ากันได้ดี ข้าจึงคิดว่าหากไม่เล่าให้ฟัง จะยิ่งไม่เหมาะสมเสียมากกว่า อย่างไรเสีย เจ้าก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล”ได้ยินดังนั้น ถังฉีก็ทราบทันทีว่าจี้ซื่อเฉินไม่ยั้งใจได้อีกต่อไป จึงแสดงท่าทีกระตือรือร้นและพร้อมรับฟัง“ฮูหยิน โปรดอย่าลังเล ท่านสามารถบอกข้าได้ทุกเรื่อง”ถังฉีวางถ้วยที่นางถืออยู่ลงบนโต๊ะ“เฮ่อ ข้ามีแม่นมอยู่คนหนึ่ง และข้าก็ไม่รู้ว่านางไปทำอะไรผิดถึงทำให้ซื่อจื่อไม่พอใจ ไม่กี่วันก่อน เขาพาตัวแม่นมของข้าไป ป่านนี้ยังไม่ปล่อยตัวออกมาเลย อย่างที่เจ้าเห็น ข้าเองก็แก่มากแล้ว และแม่นมของข้าก็ใกล้จะลาโลกเต็มที ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางถูกซื่อจื่อพาตัวไปไว้ที่ไหน ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว”หลังจากกล่าวเช่นนี้ จี้ซื่อเฉินก็ตีหน้าเศร้า บีบน้ำตาออกมาสองสามหยดเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ“ซื่อจื่อพาตัวแม่นมของท่านไปหรือ? นี่มัน...ช่าง..." ถังฉีอยากต่อให้จบประโยคว่า ช่างน่าพอใจเสียนี่กระไรแม้ถังฉีจะทราบอยู่แล้ว แต่นางยังคงแสดงสีหน้าประหลาดใจ“ใครจะไปคิด? ทีแรกข้าก็คิดว่าเขาแค่เล่นสนุก ขังแม่นมสักสองสามวันเพื่อข่มขู่นางแล้วค่อยปล่อยตัว แต่หลังจากนั้น เขาก็จับตัวพวกลูกชายของนางมาเพิ่มอีก ข้าจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว”กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่"นี่..."ถังฉีไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกไปโดยตรง แต่กลับแสดงสีหน้าครุ่นคิดและขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นดังนั้น จี้ซื่อเฉินก็แน่ใจแล้วว่าถังฉีและจ้าวไป่จือไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากนัก มิฉะนั้น นางคงไม่แสดงสีหน้าเช่นนี้“เฮ่อ ข้าเองก็หนักใจ ไม่รู้ว่าจะร้องเรียนกับใครได้ หากข้าเล่าให้พวกสตรีสูงศักดิ์คนอื่นๆ ยังไม่ทันจะถึงพรุ่งนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงก็คงทราบถึงกระทำอันไร้สาระของจ้าวไป่จือแล้ว”หลังจากกล่าวเช่นนี้ จี้ซื่อเฉินก็อดไม่ได้ที่จะข่มผู้อื่น ขณะที่ยกตัวนางเองให้สูงขึ้นความหมายที่อยู่เบื้องหลังประโยคนี้ชัดเจน — ในสายตาของนาง จ้าวไป่จือก็ไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่ง!เด็กเกเรที่ทำผิดพลาดมามากมาย แต่ในฐานะมารดา นางก็สามารถให้อภัยเขาได้อย่างแน่นอนถังฉีผงกศีรษะเมื่อได้ยิน“ฮูหยิน ท่านคงไม่ได้เชิญข้ามาวันนี้ เพียงเพื่อเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังกระมัง?”ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของจี้ซื่อเฉินก็เผยความยินดีทันที!นางรู้ว่ากับดักของนางได้ผล และถังฉีก็มีแนวโน้มที่จะหลงกลง่ายๆ“ฉีเอ๋อร์ เหตุผลจริงๆที่ข้าเชิญเจ้ามาวันนี้ ก็คือข้ามีคำขอที่น่าลำบากใจข้อหนึ่ง! อย่างไรเสีย จ้าวไป่จือก็ติดค้างครอบครัวของเจ้าอยู่ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะไปขอให้เขาปล่อยแม่นมของข้าได้หรือไม่? อย่างไรเสีย นางก็แก่มากแล้ว หากเกิดล้มป่วยขึ้นมา นางก็คง...”แม้จี้ซื่อเฉินจะกล่าวไม่จบประโยค แต่ความหมายก็ชัดเจนมากแล้ว“แต่ว่า... ข้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับซื่อจื่อเลย เรื่องนี้ บางทีเขาอาจไม่ฟังข้าด้วยซ้ำ”ได้ยินดังนั้น จี้ซื่อเฉินก็รู้สึกลิงโลดใจ!จากสีหน้าว้าวุ่นของถังฉี ชัดเจนว่านางยอมไปพูดแทนให้“ฉีเอ๋อร์ แค่ขอให้ปล่อยตัวแม่นมของข้าก็พอ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ข้าเชื่อว่าหากเป็นเจ้าที่ร้องขอ ซื่อจื่อต้องไม่ปฏิเสธเจ้าแน่ หาไม่แล้ว หากปัญหาบานปลายไปกว่านี้ มันจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเขาเลย!”เมื่อเห็นว่าถังฉียังคงมีสีหน้าครุ่นคิด จี้ซื่อเฉินจึงกลอกตา“ข้าอยากบอกเรื่องนี้กับท่านกั๋วกงมานานแล้ว แต่หากข้าทำ มันคงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกอย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากเห็น แม้ข้าจะต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้ แต่ข้าจะทำอย่างไรได้อีก?”กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็ถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง“ไม่รู้เลยว่าแม่นมของข้าถูกขังไว้ที่ไหน ทั้งๆที่นางก็อายุปูนนี้แล้ว หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นกับนาง?” ตอนที่ 637: ข้ายังไม่ตายสักหน่อย!กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตา แสดงถึงความรักใคร่ระหว่างนายบ่าวอย่างลึกซึ้งระหว่างนั้น นางก็ลอบสังเกตสีหน้าท่าทางของถังฉีในสายตาของจี้ซื่อเฉิน ถังฉีเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอกธรรมดาคนหนึ่ง และเมื่อได้ยินความคับข้องใจของนาง นางแน่ใจว่าเด็กสาวผู้นี้จะต้องเห็นอกเห็นใจและรู้สึกโกรธแทนนางอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม หลังจากร้องไห้ไปสักพัก จี้ซื่อเฉินก็เห็นว่าถังฉียังคงมีสีหน้าสงบและเฉยเมย“เฮ่อ... หากไม่เกิดกับครอบครัวของตัวเอง คงไม่มีใครเข้าใจเจ็บปวดของข้า! แม้นางจะเป็นเพียงแม่นม แต่สายสัมพันธ์ที่ข้าเติบโตมาด้วยกันกับนาง ใช่ว่าใครก็สามารถเทียบได้ ยามนี้ ข้าทำได้เพียงนั่งอยู่ตรงนี้อย่างไร้ทางออก และไม่มีทางแก้ไขเรื่องนี้ได้เลย!”“ฮูหยิน ชีวิตของท่านผ่านความยากลำบากมามาก นับเป็นวาสนาแล้วที่ท่านยังมีชีวิตอยู่และครองคู่กับท่านกั๋วกง แม้ท่านจะช่วยแม่นมไม่ได้ นางก็ไม่ตำหนิท่านหรอกเจ้าค่ะ!”เมื่อเห็นดังนั้น สาวใช้ผู้รู้งานที่อยู่ข้างๆ รีบกล่าวเสริมด้วยเสียงสั่นเครือมองดูคนเหล่านี้แสดงละครอย่างสมบทบาท ถังฉีอดรู้สึกขบขันในใจมิได้ช่างพยายามเรียกร้องความสงสารจากถังฉีเสียเหลือเกินพวกนางคิดจริงๆหรือว่านางเป็นสาวบ้านนอกไร้เดียงสาที่มองเรื่องแค่นี้ไม่ออก?“องค์หญิง โปรดอภัยที่ข้าบังอาจกล่าวเช่นนี้ แต่ข้าทราบว่าน้องชายของท่านเป็นผู้มีพระคุณของซื่อจื่อ โปรดช่วยพูดแทนฮูหยินของเรา และขอให้ซื่อจื่อปล่อยตัวแม่นมด้วยเถอะเพคะ”ตอนนั้นเอง สตรีวัยห้าสิบกว่าปีคนหนึ่งคุกเข่าลงต่อหน้าถังฉีด้วยสีหน้าวิงวอนนางทราบว่าหากนายหญิงออกปากเองจะดูไม่เหมาะสม แต่หากนางเป็นผู้พูด ถังฉีก็จะไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องได้อีกต่อไป“ตายจริง ท่านจะคุกเข่าทำไมกัน? รีบลุกขึ้นเถอะ! ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่างหาก!”เมื่อถังฉีกล่าวเช่นนี้ สีหน้าของนางเผยความลำบากใจอย่างยิ่ง“หากฮูหยินเองยังทำไม่ได้ แล้วคนนอกอย่างข้า จะทำสำเร็จได้อย่างไร?”ถังฉีกล่าว บิดผ้าเช็ดหน้าในมือของนางด้วยความกังวลนี่เป็นเพียงการแสดง นางกำลังรอดูว่าใครจะแสดงได้แนบเนียนกว่ากันในสถานการณ์นี้ — นางหรือพวกเขา?“องค์หญิง ท่านจะเป็นคนนอกได้อย่างไร? น้องชายของท่านช่วยรักษาเหล่าฮูหยิน! หากท่านลองขอร้อง ซื่อจื่อต้องปล่อยแม่นมอย่างแน่นอน! ด้วยวิธีนี้ ฮูหยินของเราจะไม่ต้องบาดหมางกับเขา และท่านกั๋วกงก็ไม่ต้องลำบากใจอีกด้วยเพคะ!”เห็นว่าสีหน้าของถังฉีเปลี่ยนไป สาวใช้จึงรีบกล่าวต่อทันทีเมื่อจี้ซื่อเฉินเห็นเช่นนี้ นางก็คลายใจลงเล็กน้อย คิดว่าเวลานี้ ถังฉีคงจะตกลงตามคำขอแล้ว“ข้าจะไม่ปฏิเสธ แต่จะเป็นอย่างไรหากซื่อจื่อไม่ยอมรับปาก?”สีหน้าของถังฉีเต็มไปด้วยความลังเล ทว่าภายในใจ นางกำลังยิ้มเยาะหากนี่เป็นเพียงเรื่องง่ายๆ พวกนางคงไม่ต้องลำบากเรียกตัวถังฉีมาจากจวนองค์หญิงเวลานี้ พวกนางยังคาดหวังให้ถังฉียื่นมือเข้าแทรก“ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ฮูหยินของเราก็จะจดจำความเมตตาขององค์หญิงไว้เจ้าค่ะ”สาวใช้รีบกล่าวเสริม“ใช่แล้ว องค์หญิง ต่อให้ไม่สำเร็จ ข้าก็เป็นหนี้บุญคุณเจ้าอยู่ดี! และหากคำขอร้องของเจ้าได้ผล ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน!”เมื่อจี้ซื่อเฉินเห็นว่าถังฉีหันมามอง นางจึงรีบเสริมเพื่อตอกย้ำความมั่นใจ“ใช่แล้ว องค์หญิง ฮูหยินของเราไม่เคยโกหกเพคะ แม่นมท่านอายุมากแล้ว หากเราหานางไม่พบ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่อาจทราบ นางอาจ...ถึงขั้นสิ้นลมก็ได้เพคะ!”เมื่อถึงจุดนี้ สาวใช้ทุกคนก็เริ่มร้องห่มร้องไห้ ราวกับว่าพวกนางคาดเดาสิ่งเลวร้ายที่สุดไว้แล้ว“ร้องไห้ปานจะขาดใจอะไรขนาดนั้น? ข้ายังไม่ตายสักหน่อย!”ขณะที่ถังฉีกำลังจะกล่าว จู่ๆสุ้มเสียงอันอ่อนแรงทว่าทรงพลังดังมาจากนอกประตู ตามมาด้วยไม้เท้าด้ามทองที่ปรากฏต่อหน้าทุกคน"เหล่าฮูหยินจ้าว!""ท่านแม่?"ทั้งถังฉีและจี้ซื่อเฉินอุทานออกมาพร้อมกันจี้ซื่อเฉินประหลาดใจไม่น้อย เพราะเหล่าฮูหยินจ้าวผู้ไม่เคยกรุณาปรานีกับนางเลยสักครั้ง กลับมาปรากฏตัวที่เรือนของนางอย่างกะทันหันถังฉีก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เนื่องจากนางเพิ่งมาถึงจวนเจิ้นกั๋วกง และเหล่าฮูหยินจ้าวก็ทราบเรื่องนี้แล้ว นางยังมาหาถังฉีด้วยตัวเองแน่นอนว่าถังฉีทราบเรื่องราวหลังบ้านของครอบครัวนี้เป็นอย่างดีนางได้ยินมาจากจ้าวไป่จือว่า เหล่าฮูหยินจ้าวไม่ชอบจี้ซื่อเฉินแม้แต่น้อย นางไม่ยอมให้จี้ซื่อเฉินมาคารวะยามเช้าและยามเย็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการเหยียบย่างมาที่เรือนของนางนางคงโกรธที่มีลูกสะใภ้เช่นนี้“ท่านแม่ เหตุใดจึงเดินมาถึงที่นี่? ท่านแม่เพิ่งฟื้นตัว หากมีธุระ ส่งคนมาเรียกข้าก็ได้!”จี้ซื่อเฉินรีบเดินเข้าไปหา ใบหน้าเสแสร้งเต็มไปด้วยความกังวล“แล้วข้ามาที่นี่ไม่ได้? แม้แต่เรื่องใหญ่โตอย่างองค์หญิงมาเยือนจวนเจิ้นกั๋วกง เจ้ายังไม่แจ้งให้ข้าทราบ!”เหล่าฮูหยินจ้าวแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็เดินไปยังเก้าอี้ประธานและนั่งลงสดับวาจา จี้ซื่อเฉินก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที นางไม่คิดว่าเหล่าฮูหยินจ้าวจะแสดงท่าทางไม่เคารพต่อหน้าองค์หญิงถึงเพียงนี้!“ท่านแม่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงสังเกตว่าช่วงนี้ท่านนอนไม่ค่อยหลับ ข้าจึงไม่อยากรบกวน องค์หญิงเองก็มาเพื่อดื่มชาและพูดคุยกันเล็กน้อยเท่านั้น”จี้ซื่อเฉินรีบอธิบาย“จริงหรือ? ดูเหมือนว่าข้าจะมารบกวนตอนที่เจ้ากำลังบีบคั้นองค์หญิงเสียมากกว่า!”สีหน้าของเหล่าฮูหยินจ้าวยังคงสงบนิ่ง แต่จี้ซื่อเฉินทราบดีว่านางกำลังไม่พอใจอย่างมากถังฉีเฝ้ามองการต่อสู้อันเงียบงันระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้อย่างเงียบเชียบกล่าวได้ว่าจี้ซื่อเฉินอดกลั้นได้ดีทีเดียว แม้วาจาของเหล่าฮูหยินจ้าวค่อนข้างอย่างรุนแรง แต่นางเพียงนั่งเงียบๆด้วยรอยยิ้ม“เปล่าเลย ท่านแม่ ข้าดีใจที่ท่านมา”จี้ซื่อเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่จริงใจเลยสักนิดอย่างไรก็ตาม ถังฉีสังเกตเห็นว่ามือของจี้ซื่อเฉินกำลังกำแน่น“ดีแล้ว ได้ยินว่าองค์หญิงอุตส่าห์มาเยือน และเป็นเพราะครอบครัวขององค์หญิงช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจึงคิดว่าควรมาพบสักหน่อย”หลังจากกล่าวเช่นนี้ เหล่าฮูหยินจ้าวก็หันไปมองถังฉีด้วยรอยยิ้มรักใคร่“ได้ยินมาว่าเจ้าล้มป่วย ข้าจึงไม่สามารถไปเยี่ยมได้ ยามนี้เจ้าหายดีแล้ว ต้องมาเยือนจวนกั๋วกงบ่อยๆนะ!”“ขอบคุณที่นึกถึงข้า เหล่าฮูหยินจ้าว ข้าจะมาเยี่ยมอย่างแน่นอน” ถังฉีตอบ ใบหน้าเกลื่อนยิ้มจริงใจจี้ซื่อเฉินและสาวใช้ของนางคิดว่าถังฉีเพียงทักทายเหล่าฮูหยินจ้าวตามมารยาทมีเพียงพวกนางสองคนเท่านั้นที่ทราบว่าทุกสิ่งที่กล่าว ล้วนมาจากใจจริง“เจ้าสองคนคุยกันเสร็จหรือยัง? หากเสร็จแล้ว องค์หญิง เชิญเจ้าไปที่เรือนของข้า ข้าเตรียมชาชั้นดีไว้ให้แล้ว ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะย้ายไปที่นั่นได้หรือไม่?” ตอนที่ 638: ข้ารับมือนังงูพิษผู้นั้นมากว่าสิบปีแล้ว“นี่…”จี้ซื่อเฉินไม่คาดคิดว่าจู่ๆเหล่าฮูหยินจ้าวจะมาพาตัวถังฉีไป ความไม่พอใจปรากฏบนใบหน้าของนางทันทีถังฉียังไม่ทันตอบรับคำเชิญ ถ้าเหล่าฮูหยินจ้าวพานางไปจริงๆ หากมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกนางจะไม่มีวันรู้“ทำไม? เจ้ากับองค์หญิงยังมีเรื่องต้องพูดคุยกันอีก? หรือเจ้าพยายามจะจับคู่ให้นางอยู่กันแน่? แต่เท่าที่ข้าทราบ มีบุรุษสูงศักดิ์เพียงไม่กี่คนในเมืองหลวงที่คู่ควรกับนาง อยากรู้นักว่าเจ้าวางแผนจะให้นางแต่งเข้าตระกูลไหนกันแน่?”เหล่าฮูหยินจ้าวเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนางทราบความเคลื่อนไหวของจ้าวไป่จือทั้งหมด ดังนั้น นางย่อมทราบว่าเหตุใดจี้ซื่อเฉินจึงเชิญถังฉีมาในครั้งนี้“ไม่ใช่แบบนั้น ข้าจะมีคุณสมบัติใดมาจับคู่ให้องค์หญิงได้? ข้าเพียงชวนนางมาพูดคุยสานไมตรีเท่านั้น”อย่างไรก็ตาม หลังจากกล่าวเช่นนี้แล้ว จี้ซื่อเฉินก็กัดฟันแน่น หากเหล่าฮูหยินจ้าวอยู่ที่นี่ นางจะไม่สามารถรับคำตอบจากถังฉีตามที่คาดหวังได้ในวันนี้“เช่นนั้น ข้าแค่นั่งฟังอยู่ตรงนี้ คงไม่มีปัญหาอะไรกระมัง? อย่างไรเสีย คนเฒ่าคนแก่อย่างข้าก็ชอบมีเพื่อนคุยอยู่แล้ว อยู่คนเดียวในเรือนช่างน่าเบื่อเหลือเกิน”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย จี้ซื่อเฉินแทบจะกัดฟันด้วยความหงุดหงิด“ท่านแม่ ข้าคุยกับองค์หญิงมาพอแล้ว หากท่านแม่ต้องการสนทนากับนางต่อ ข้าย่อมไม่คัดค้าน”กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็มองไปยังถังฉีด้วยสีหน้าคาดหวังเห็นท่าทางของนาง ถังฉีก็ผงกศีรษะเบาๆ ใบหน้าของจี้ซื่อเฉินพลันเป็นประกายด้วยความยินดี“ในเมื่อพวกเจ้าสองคนคุยกันเสร็จแล้ว ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะไปที่เรือนกับข้าได้หรือไม่?”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าว มองถังฉีด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู ดวงตาของนางเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อาจบรรยายเป็นคำพูดคล้ายว่านางจะมีเรื่องมากมายที่ปรารถนาจะพูดคุยกับถังฉีเนื่องจากหันหลังให้จี้ซื่อเฉิน ดังนั้นนางจึงมองไม่เห็นความอ่อนโยนในดวงตาของเหล่าฮูหยินจ้าวเหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง“แน่นอน ข้ายินดี ข้าก็อยากพูดคุยกับเหล่าฮูหยินเช่นกัน” ถังฉีกล่าวด้วยความเคารพ บ่งบอกว่าทั้งตัวตนและตำแหน่งของนางสมควรได้รับความเคารพ“ฮาฮา... ดีๆๆ! อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อจริงๆ พอเจ้ามาแล้ว เรือนของข้าจะได้คึกคักขึ้นหน่อย!”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าวอย่างอบอุ่น ก่อนจะจับมือของถังฉีด้วยความรัก และทั้งสองก็เดินออกไปด้วยกันเห็นพวกนางคล้อยหลังไป จี้ซื่อเฉินก็เต็มไปด้วยความเดือดดาลทันที“ฮูหยิน ท่านคิดว่าเหล่าฮูหยินพยายามจับคู่องค์หญิงกับซื่อจื่ออยู่หรือไม่เจ้าคะ?” หลังจากร่างของทั้งสองลับตาไปแล้ว สาวใช้คนหนึ่งของจี้ซื่อเฉินก็กล้าเอ่ยขึ้นในที่สุด“เฮอะ! คนอายุสั้นเช่นนั้นไม่คู่ควรเลยสักนิด แม้กำพืดจะเป็นแค่สตรีบ้านนอก แต่น้องชายของนางก็มีฐานะไม่ธรรมดา ขุนนางชั้นสูงมากมายในเมืองหลวงต่างกระเหี้ยนกระหือรืออยากให้นางแต่งเข้าตระกูลตัวเองให้ได้ คนอายุสั้นอย่างเขาจะไปมีค่าอะไร?”จี้ซื่อเฉินกล่าวพลางกัดฟันนางเองก็ไม่คาดคิดว่าสถานะของถังฉีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในระยะเวลาสั้นๆเดิมที นางเคยวางแผนให้ถังฉีแต่งงานกับจ้าวไป่จือด้วยซ้ำด้วยวิธีนั้น หากเจ้าคนอายุสั้นแต่งงานกับสตรีบ้านนอกที่ไร้ซึ่งอำนาจ ย่อมไม่มีอำนาจมากพอจะต่อกรกับนางในอนาคต!เมื่อคิดเช่นนี้ จี้ซื่อเฉินก็อดรู้สึกโล่งใจมิได้ นางดีใจที่แผนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเสียก่อน ไม่เช่นนั้น หากจ้าวไป่จือแต่งงานกับถังฉี ก็เท่ากับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเขา!“ฮึ่ม เจ้าคนอายุสั้นผู้นั้นช่างไม่มีโชคเอาเสียเลย หากตอนนั้นเขาแต่งงานกับถังฉีจริงๆ ข้าคงเสียใจจนอกแตกตายไปแล้ว!”จี้ซื่อเฉินกล่าวอย่างเย็นชา“ยายแก่มาดึงตัวถังฉีไปเช่นนี้ ต้องวางแผนสานสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้นอีกครั้งแน่ๆ” จี้ซื่อเฉินกล่าวด้วยสีหน้ากระจ่างใจ“ฮูหยิน หากเป็นเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรดี? เราจะปล่อยให้นางทำสำเร็จไม่ได้นะเจ้าคะ”สาวใช้ได้ยินคำกล่าวของจี้ซื่อเฉินก็เผยความกังวลทันที“จะร้อนใจไปไย? เจ้าคิดจริงๆหรือว่าถังฉีจะยอมแต่งงานกับคนอายุสั้นเช่นนั้น? แม้เขาจะทำความดีความชอบใหญ่หลวงเมื่อกลับมาจากตงอิ๋ง แต่เรื่องแค่นั้นสำคัญตรงไหน? ในเมืองหลวงก็มีบุรุษสูงศักดิ์อีกมากมายที่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน”สีหน้าของจี้ซื่อเฉินเผยความเฉยชา“ถังฉีสัญญากับข้าก่อนจากไปแล้วว่านางจะช่วยพูดเรื่องแม่นมให้ เราแค่ต้องรอดูกันต่อไป หากเขายอมปล่อยตัวแม่นมจริงๆ เราก็ไม่ต้องทนกับปัญหาพวกนี้อีกแล้ว”กล่าวจบ จี้ซื่อเฉินก็นั่งลง หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์เมื่อเหล่าสาวใช้ได้ยินเช่นนั้น ก็มีสีหน้าพึงพอใจเช่นกัน“เหตุใดเจ้าถึงยอมมา เพียงเพราะนางส่งคนไปเชิญเจ้า?”เวลานั้น เหล่าฮูหยินจ้าวยังคงจับมือของถังฉีไว้แน่น ใบหน้าเผยความไม่พอใจ“เหล่าฮูหยิน ข้าเพียงต้องการทราบเพียงว่าเหตุใดเฉินฮูหยินจึงเชิญข้า นี่เรียกว่าแผนการแทรกซึมเข้าไปในค่ายศัตรู แล้วจับนางโดยไม่ทันตั้งตัว”ถังฉีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มนางบอกได้ว่าความห่วงใยของเหล่าฮูหยินจ้าวนั้นมาจากใจจริง“เจ้าจะเสี่ยงเช่นนี้ไม่ได้ หากนางคิดหาทางหลอกใช้เจ้าจะว่าอย่างไร?”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าว ใบหน้าของนางแฝงความหวาดกลัว“อย่างไรเสีย ข้าก็ทนรับมือกับนังงูพิษผู้นั้นมากว่าสิบปีแล้ว ข้ารู้ดีกว่าใครว่านางเป็นคนเช่นไร”หลังจากกล่าวเช่นนี้ จู่ๆ เหล่าฮูหยินจ้าวก็ชะงักฝีเท้าถังฉีหยุดเดินเช่นกัน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสับสนขณะมองไปยังเหล่าฮูหยินจ้าว“ฉีเอ๋อร์ จำไว้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนกั๋วกง เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง! ไป่จือและข้าจะจัดการทุกอย่างเอง เมื่อถึงเวลา พวกเจ้าจะได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข”“เหล่าฮูหยิน…”ใบหน้าของถังฉีเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง“ข้าไม่ชอบให้เรียกว่าเหล่าฮูหยิน ต่อไปนี้เรียกข้าว่าท่านย่าเหมือนเมื่อก่อนเถอะ เจ้าไม่ได้เรียกข้าแบบนั้นมานานแล้ว เหตุใดยามนี้ถึงทำตัวห่างเหินนัก? เห็นที เจ้าคงต้องมาเยี่ยมข้าบ่อยๆแล้ว!”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย“ข้าเพียงระวังตัวไว้ก่อนเท่านั้น หากพวกเขาล่วงรู้ ความสัมพันธ์ของข้ากับพี่จ้าวอาจไม่ราบรื่นนัก!”ถังฉีเขย่ามือของเหล่าฮูหยินจ้าวเบาๆ และกล่าวอย่างซุกซน"เอาละ เอาละ เช่นนั้นก็ได้..."ในที่สุด รอยยิ้มจางๆก็ปรากฏบนใบหน้าของเหล่าฮูหยินจ้าว เมื่อมองไปยังถังฉี หัวใจของนางก็อ่อนลงอย่างสมบูรณ์“รีบไปกันเถอะ ไป่จือกำลังรอเจ้าอยู่!” ตอนที่ 639: เจ้าลูกเนรคุณยังเข้าข้างจี้ซื่อเฉิน“พี่จ้าวก็อยู่ที่เรือน?”ใบหน้าของถังฉีฉายแววประหลาดใจ นางคิดว่าจ้าวไป่จือจะออกไปสืบสวนในวันนี้“ก็เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่หรือ เด็กน้อย! เขาออกไปตั้งแต่เช้า แต่พอรู้ว่านางเฉินเชิญเจ้ามา เขาแทบจะพุ่งตัวกลับมาทันที”เหล่าฮูหยินจ้าวยิ้มกล่าว หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงลานบ้านอันเขียวชอุ่ม"พี่จ้าว!"เมื่อเห็นจ้าวไป่จือ ใบหน้าของถังฉีก็เป็นประกายด้วยความดีใจแม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันอย่างเปิดเผย ถังฉีก็คิดถึงเขามิรู้คลาย“เจ้านี่ช่างเป็นกังวลไม่เข้าเรื่องจริงๆ ทำไมต้องไปสนใจนางด้วย? นางรังแกเจ้าบ้างหรือไม่?”แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่จ้าวไป่จือก็ยังกวาดตามองถังฉีด้วยความกังวล“อะไรจะเกิดขึ้นกับข้าได้? แม้นางอยากจะเล่นงานข้า นางก็ต้องคำนึงถึงตัวตนของข้าด้วย”ถังฉีเชิดดวงหน้าเล็กๆของนางอย่างภาคภูมิใจ“เอาละ เอาละ เจ้าตัวแสบน้อยทั้งสองมานี่เถอะ ข้าเตรียมชาชั้นดีไว้ให้พวกเจ้าแล้ว!”ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เสียงของเหล่าฮูหยินจ้าวก็ดังออกมาจากในห้องถังฉีแลบลิ้นใส่จ้าวไป่จืออย่างซุกซน ก่อนจะดึงแขนเสื้อของเขาแล้วพากันเดินเข้าไปในห้องทันทีที่ถังฉีก้าวเข้ามา นางก็สัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆของกล้วยไม้“ไป่จือบอกว่าเจ้าชอบกล้วยไม้ ดังนั้นวันนี้ข้าจึงเปลี่ยนธูปในห้องเป็นกลิ่นกล้วยไม้”เมื่อเห็นถังฉีและจ้าวไป่จือเดินเข้ามา ทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เหล่าฮูหยินจ้าวยิ้มกว้างทันที"ท่านย่า..."จ้าวไป่จือมองย่าของเขาอย่างจนใจ“จะมัวเหนียมอายไปทำไม? หากเจ้าชอบเด็กสาวคนนี้ก็บอกย่ามาตรงๆเถอะ ย่ารู้ว่านางจิตใจดีแค่ไหน”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าว ก่อนจะเมินจ้าวไป่จือ และหันไปโบกมือเรียกถังฉีแทน“ฉีเอ๋อร์ มานี่เถอะ อย่าไปสนใจเขาเลย เขาก็แค่คนปากแข็งที่ชอบเก็บทุกอย่างไว้ในใจ!”แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่เหล่าฮูหยินจ้าวก็ยังพอใจกับหลานชายของนางมาก“มาๆๆ ลองชิมชาที่ข้าชงสิ รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”กล่าวจบ เหล่าฮูหยินจ้าวก็ยื่นถ้วยชาให้ถังฉีด้วยตัวเอง พร้อมกับมองนางด้วยความคาดหวัง“ท่านย่า ข้าหยิบเองได้...”เหล่าฮูหยินจ้าวกระตือรือร้นมาก จนถังฉีรู้สึกกระดากเล็กน้อย“ที่นี่ก็เหมือนกับบ้านของเจ้านั่นแหละ ทำตัวตามสบายเถอะ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจย่าของเจ้าหรอก”ได้ยินดังนั้น ถังฉีก็ผงกศีรษะและจิบชาจากถ้วยในมือ"อืม ชาถ้วยนี้ รสชาติชื่นใจดีจริงๆ!ดวงตาของถังฉีเป็นประกายในทันที“ท่านย่า ไม่นึกเลยว่าท่านจะชงชาเก่งถึงเพียงนี้” ถังฉียิ้มกล่าว ก่อนจะจิบชาในถ้วยอีกครั้งอย่างช้าๆ“สมัยที่ข้ายังสาว ข้ามีชื่อเสียงด้านนี้ไม่น้อยในเมืองหลวง”สดับคำชมของถังฉี เหล่าฮูหยินจ้าวก็อดยิ้มมิได้“เวลานี้ข้าอายุมากแล้ว ทำได้เพียงนั่งเหงาอยู่ในสวน ได้แต่จุดธูป สวดมนต์ ปลูกดอกไม้ ให้อาหารนกอาหารปลาไปวันๆ”กล่าวจบ เหล่าฮูหยินจ้าวก็เผยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองถังฉี“แต่หลังจากที่เจ้าและไป่จือแต่งงานกัน มีหลานชายหรือหลานสาวให้ข้า ลานบ้านเล็กๆของข้าก็จะไม่เงียบเหงาอีกต่อไป”เหล่าฮูหยินจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม ราวกับกำลังจินตนาการถึงวันข้างหน้าได้ยินดังนั้น ใบหน้าของถังฉีก็แดงเล็กน้อย"แค่ก… ฉีฉี เฉินฮูหยินเรียกเจ้ามาที่นี่เพื่อปรึกษาเรื่องแม่นมของนางงั้นหรือ?” จ้าวไป่จือกระแอมไอเบาๆ จากนั้นก็มองไปยังถังฉี“ใช่แล้ว ข้าไม่คิดว่าท่านจะจับตัวแม่นมของนางไว้ นางกังวลใจมาก จึงอยากใช้เรื่องที่น้องชายของข้า ‘ช่วยชีวิต’ ท่านไว้ มาขอให้ปล่อยตัวแม่นมของนาง”ถังฉีจิบชาหมดถ้วย จากนั้นจึงยิ้มกล่าว“นางวิตกกังวลจนนั่งไม่ติดทีเดียว อันที่จริง ท่านไม่น่าจะจับตัวแม่นมของนางเพียงอย่างเดียว ท่านคงทำอย่างอื่นด้วยกระมัง?”ถังฉีมองจ้าวไป่จือด้วยสีหน้ามั่นใจ“ข้าไม่สามารถปิดบังอะไรจากเจ้าได้จริงๆ ใช่แล้ว แต่ข้าไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ส่งลูกหลานของนางไปอยู่เป็นเพื่อนนางทุกวันก็เท่านั้น”จ้าวไป่จือกล่าวอย่างใจเย็น ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของถังฉีก็เผยความกระจ่างไม่แปลกใจเลยที่จี้ซื่อเฉินวิตกกังวลมากถึงเพียงนั้นนางถึงกับพยายามหลอกใช้ถังฉี ดูเหมือนว่าแผนการปั่นหัวศัตรูของจ้าวไป่จือจะได้ผลไม่น้อย“เช่นนั้น จ้าวซื่อจื่อ นางเรียกข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว ท่านคิดว่าเราควรปล่อยตัวนางเมื่อไร?”กล่าวจบ ถังฉีก็กะพริบตาให้จ้าวไป่จือ ดวงตาของนางฉายแววซุกซน“แน่นอนว่ารอจนกว่านางจะยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด หรือข้ารวบรวมหลักฐานได้มากกว่านี้”จ้าวไป่จือตอบอย่างเฉยเมย"เข้าใจแล้ว"สดับวาจา ถังฉีก็ผงกศีรษะ พลางคิดว่าควรจะตอบสนองอย่างไรเมื่อคนของจี้ซื่อเฉินมาถึง“เอาละ เอาละ เลิกพูดถึงนางได้แล้ว นางช่างอัปมงคลจริงๆ”ยามนี้ เหล่าฮูหยินจ้าวค่อยๆวางถ้วยชาลง ใบหน้าเผยความไม่พอใจเล็กน้อยได้ยินดังนั้น ถังฉีก็อดยิ้มมิได้ เหล่าฮูหยินจ้าวดูจะไม่ชอบใจจี้ซื่อเฉินเอามากๆ“ท่านย่า อย่าโกรธไปเลย เราแค่กำลังช่วยกันคิดว่าจะจัดการนางอย่างไรเท่านั้น ท่านไม่อยากให้ข้าหาทางให้ฉีฉีแต่งงานกับข้าหรือ?”กล่าวจบ จ้าวไป่จือก็ถอนหายใจเบาๆจากนั้น เขาก็ส่งสายตาเปี่ยมความหมายไปยังถังฉี"แค่ก..."ถังฉีกระแอมเบาๆ นางไม่คิดว่าจ้าวไป่จือจะกล้าหยอกเย้านางต่อหน้าท่านย่าของเขา“เรื่องนั้นก็จริงอยู่”ได้ยินดังนั้น ความโกรธของเหล่าฮูหยินจ้าวก็ค่อยๆจางหายไป“ตามที่ข้าเคยบอก ไปหาพ่อของเจ้าแล้วบอกเขาเรื่องนี้เถอะ ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าลูกอกตัญญูผู้นี้จะยังเข้าข้างจี้ซื่อเฉินอยู่!”เหล่าฮูหยินจ้าวเริ่มโกรธเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้แม้บุตรชายของนางจะเป็นคนดีในหลายๆด้าน แต่เขากลับใจอ่อนเกินไปเมื่อเป็นคำบอกกล่าวของจี้ซื่อเฉินหลายปีมานี้ พ่อแท้ๆเช่นเขาไม่ทราบเลยว่าหลานชายสุดรักของนางต้องทนทุกข์ทรมานมากเพียงใดในบรรดาลูกสะใภ้ของนาง คนหนึ่งเป็นสตรีสูงศักดิ์อย่างแท้จริง ส่วนอีกคนเป็นเพียงบุตรสาวอนุภรรยาของท่านโหวตระกูลหนึ่งในฐานะลูกสะใภ้ที่แต่งเข้ามาในฐานะภรรยาเอก เหล่าฮูหยินจ้าวจึงทราบดีว่าผู้ใดควรได้รับการปฏิบัติอย่างดี นอกจากนี้ มารดาของจ้าวไป่จือยังเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับความรู้ ความสุภาพ และความกตัญญูกตเวทีกลับกัน จี้ซื่อเฉินมีจิตใจคับแคบ ชอบคิดร้ายต่อผู้อื่น ซึ่งเหล่าฮูหยินจ้าวไม่ชอบใจอย่างยิ่ง“ท่านย่า ในเมื่อฉีฉีอยู่ที่นี่กับท่านแล้ว ข้าก็วางใจ หลังจากนี้ ข้าจะให้ใครสักคนไปส่งนางตอนขากลับ ตัวข้าเองยังมีธุระต้องจัดการอีกมาก” ตอนที่ 640: ไม่อาจสงบใจได้สดับวาจาของจ้าวไป่จือ เหล่าฮูหยินจ้าวก็ไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแต่โบกมือ“ไปๆๆ รีบไปเถอะ อย่าทำให้ข้าเสียเวลาคุยกับฉีเอ๋อร์เลย”เมื่อเห็นท่าทางของเหล่าฮูหยินจ้าว จ้าวไป่จือและถังฉีต่างก็มองหน้ากันและยิ้มด้วยความเหลือเชื่อ เพราะตั้งแต่ที่จ้าวไป่จือกลับมา เหล่าฮูหยินจ้าวก็รู้สึกวิตกกังวลทุกครั้งที่ไม่พบหน้าเขาทว่ายามนี้ เมื่อถังฉีอยู่ที่นี่ นางกลับลืมหลานชายสุดรักของนางไปอย่างสิ้นเชิงถังฉีอยู่ที่จวนกั๋วกงอีกสักพัก ก่อนจะเดินทางกลับเมื่อจี้ซื่อเฉินได้ยินข่าว นางก็รีบส่งคนตามไปทันทีอย่างไรก็ตาม เมื่อคนรับใช้เห็นว่าถังฉีมีหมิงรื่อ หนึ่งในผู้ใต้บัญชาคนสนิทของจ้าวไป่จือคอยคุ้มกัน พวกเขาจึงหันหลังกลับอย่างเงียบๆ และรายงานต่อจี้ซื่อเฉิน“เช่นนั้น เราจะรอให้องค์หญิงกลับถึงจวนก่อน แล้วค่อยส่งคนไปสอบถามเรื่องนี้”จี้ซื่อเฉินไม่คาดคิดว่าจ้าวไป่จือจะส่งผู้ช่วยคนสนิทไปคุ้มกันถังฉี จึงเริ่มใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง“ข้าคิดผิดจริงๆ ข้าไม่ควรเชิญถังฉีมาที่จวนกั๋วกงเลย ข้าน่าจะไปหานางที่จวนองค์หญิงมากกว่า!”เมื่อจี้ซื่อเฉินกล่าวเช่นนี้ ความเสียใจก็ปรากฏบนใบหน้าของนาง“เป็นเพราะยายแก่จากเรือนซงหรงนั่นแท้ๆ นางคงถูกใจถังฉี และคิดจะใช้ประโยชน์จากนางเช่นกัน!”จี้ซื่อเฉินใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยความมั่นใจ“ต้องใช่แน่ๆเจ้าค่ะ หาไม่แล้ว เหล่าฮูหยินคงไม่เหน็บแนมว่าท่านกำลังช่วยหาคู่ครองให้องค์หญิงอยู่”สาวใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆกล่าวเสริมคนอื่นๆต่างมีสีหน้ามั่นใจ ราวกับว่าการคาดเดาของจี้ซื่อเฉินนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว“เรื่องนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด! ยายแก่นั่นเพ้อเจ้อเกินไปแล้ว!”ใบหน้าของจี้ซื่อเฉินเคร่งขรึมทันที“อู๋มามา ไปที่จวนองค์หญิงแล้วสอบถามว่านางได้สอบถามเรื่องแม่นมหรือไม่!”สดับวาจาของจี้ซื่อเฉิน สาวใช้ชราคนหนึ่งผงกศีรษะและรีบออกไปด้วยทัศนคติของจี้ซื่อเฉินที่มีต่อแม่นม ทัศนคติที่นางจะมีต่อเหล่าสาวใช้ในภายภาคหน้าก็คงไม่แตกต่างกัน ดังนั้นพวกนางจึงเอาใจใส่มากเป็นพิเศษเมื่อต้องช่วยนางทำงานต่างๆ“วันนี้ที่เรือนเหล่าฮูหยินจ้าว ข้ากินขนมจนแน่นท้องไปหมดเลย”เมื่อกลับมาถึงจวนองค์หญิง ถังฉีเอนกายสบายๆบนเก้าอี้ รู้สึกอิ่มเอมใจไม่น้อย“เช่นนั้นองค์หญิง ท่านจะรับประทานอาหารเย็นหรือไม่เจ้าคะ?” ตู้เยว่เหนียงถามด้วยรอยยิ้ม“ทำไมข้าถึงจะไม่กิน? เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนเราต้องกินเพื่ออยู่ ข้าแค่กินขนมหวานมากไปนิดหน่อย ดังนั้นมื้อเย็นขอเป็นอาหารเบาๆก็พอ”ทันทีที่ถังฉีกล่าวจบ ถังซันก็เดินเข้ามา“เฉินฮูหยินจากจวนกั๋วกงส่งใครมาอีกหรือ?” เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา ถังฉีจึงถามอย่างเกียจคร้าน“องค์หญิง ท่านช่างปราดเปรื่องนัก พวกนางไม่อาจสงบใจได้เลยจริงๆ”ถังซันอดชื่นชมสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของถังฉีมิได้“ไม่ใช่ว่าข้าปราดเปรื่องอะไร แต่ข้ารู้ว่าเวลานี้เฉินฮูหยินคงนั่งไม่ติดแล้ว ออกไปบอกนางว่าข้ากำลังอาบน้ำแต่งตัว ดังนั้นนางคงต้องรอสักหน่อย”ถังฉีไม่ได้เร่งรีบ แต่นางทราบดีว่าจี้ซื่อเฉินกำลังเฝ้ารอคำตอบอย่างกระวนกระวายใจอยู่ที่จวนกั๋วกง"เพคะ"ได้ยินคำสั่งของถังฉี ถังซันก็ผงกศีรษะและออกไปอย่างรวดเร็ว“เยว่เหนียง ข้าต้องอาบน้ำแต่งตัว หลังจากนั้นเตรียมผลไม้ให้ข้าสักจาน” ถังฉียังคงนั่งบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้านขณะออกคำสั่งเวลานี้ ถังฉีรู้สึกว่าชีวิตในยุคนี้ไม่ได้แย่ถึงเพียงนั้น อย่างน้อยหลังจากหาเงินได้ และได้รับสถานะบางอย่าง ชีวิตของนางค่อนข้างดีทีเดียว เพียงแค่เอ่ยปาก นางก็สามารถได้ทุกอย่างที่นางต้องการ"เจ้าค่ะ!"เมื่อท่าทางเกียจคร้านขององค์หญิง ตู้เยว่เหนียงก็อดยิ้มมิได้ จากนั้นก็หมุนกายจากไปอู๋มามายืนรออยู่ในลานบ้านเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของถังฉี นางอดวิตกมิได้และเริ่มเดินไปเดินมาขณะที่นางกำลังจะถามถังซันว่าถังฉีจะมาเมื่อใด นางก็ยั้งปากไว้ เตือนตัวเองถึงสถานะของตนหลังจากรอสักพัก เงาร่างสายหนึ่งก็ค่อยๆปรากฏตัวตรงหน้านางในที่สุด“องค์หญิงอาบน้ำเสร็จแล้ว มามาโปรดมาด้วยกันเถอะ” ได้ยินคำกล่าวของตู้เยว่เหนียง ใบหน้าของอู๋มามาพลันยินดีและตื่นเต้น นางรีบเดินตามไปอย่างกระตือรือร้น"ถวายบังคมองค์หญิง!เมื่ออู๋มามาเข้าไปในห้องของถังฉี นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เพียงคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความเคารพ“ท่านมาจากจวนเจิ้นกั๋วกงกระมัง?”ถังฉีถามอย่างรู้ทัน“ทูลองค์หญิง บ่าวชราผู้นี้รับใช้เฉินฮูหยิน นางต้องการส่งคนไปรับท่านกลับ แต่ไม่คาดคิดว่าเหล่าฮูหยินจะส่งคนมาคุ้มกันท่านแล้ว”อู๋มามายิ้มอย่างกระดาก แม้ถังฉีจะให้นางรอในลานบ้านนานพอควร แต่นางก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจแต่อย่างใดนางรู้จักสถานะของตนเองเป็นอย่างดีหากนางมีจี้ซื่อเฉินคอยหนุนหลังเช่นที่จวนกั๋วกง บางที นางคงรู้สึกใจกล้ามากกว่านี้“ไม่เป็นไร เฉินฮูหยินไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้”ถังฉียิ้มจางๆ แม้รอยยิ้มจะมิได้ปรากฏชัดในดวงตา“ฮูหยินคงส่งท่านมาที่นี่เพราะเรื่องอื่น ไม่ใช่แค่เรื่องนี้กระมัง?”ถังฉีถามพลางหยิบถ้วยชาจากโต๊ะ และจิบเบาๆเมื่อเห็นเช่นนี้ อู๋มามาก็เข้าใจทันทีว่าถังฉีส่งสัญญาณให้นางเข้าประเด็น นางจึงผงกศีรษะและกล่าวทันที“เพคะ องค์หญิง ฮูหยินต้องการทราบความคืบหน้า แม่นมจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อใด?”อู๋มามาเอ่ยถาม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง“ข้าได้สอบถามจ้าวซื่อจื่อแล้ว” ถังฉีตอบอย่างเฉยเมย"เขาบอกว่าจะปล่อยตัวนางภายในไม่กี่วัน"ได้ยินดังนั้น สีหน้าตึงเครียดของอู๋มามาก็ผ่อนคลายลงทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อนางได้ยินประโยคสุดท้าย หัวใจของนางก็ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง“เหตุใดต้องรออีกสองสามวัน? แม่นมอายุปูนนี้แล้ว หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น...?”สีหน้าวิตกกังวลของอู๋มามานั้นชัดเจนยิ่ง“หากฮูหยินกังวลจริงๆ นางก็ไปบอกท่านกั๋วกงและให้เขาหารือเรื่องนี้กับจ้าวซื่อจื่อเองดีกว่า อย่างไรเสีย พวกเขาก็เป็นพ่อลูกกัน น่าจะเจรจากันได้”ถังฉีกล่าวอย่างเย็นชา อู๋มามาไม่รู้จริงๆว่าเมื่อใดควรหยุด กล้าพูดจาเอาแต่ได้ต่อหน้านางได้อย่างไร?เมื่อถึงจุดนี้ อู๋มามาก็สังเกตเห็นแววขุ่นเคืองในดวงตาของถังฉี ทันใดนั้น นางก็คุกเข่าลง“องค์หญิงโปรดอภัย หม่อมฉันเพียงกังวลมากเกินไปเพคะ!” ใบหน้าของอู๋มามาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น**************************[1] มามา (嬤嬤) เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกสาวใช้หรือนางกำนัลรับใช้อาวุโส โดยจะเรียกตามหลังแซ่จบตอน Comments
Comments
Post a Comment