บทที่ 351: ไข่มุกจากหอยเฒ่า?
เรื่องของเส้นสมพงศ์ เหยาเหยายังไม่ได้บอกความจริง เพราะเธอรู้ว่าแท้จริงแล้วพรหมลิขิตต้องให้คนทั้งคู่เดินมาพบกันเองในที่สุด
แต่ก่อนหน้านั้น เพื่ออนาคตความสุขของพี่ห้าของเธอ เหยาเหยาก็ได้ยืนยันกับเจ้าตัวเล็กน้อยเพื่อความแน่ใจ
“พี่สาวแน่ใจนะคะว่าไม่ชอบผู้หญิงจริงๆใช่ไหม?”
“แน่นอนว่าไม่ชอบ!” เฉียวจิงจิงรีบส่ายหัวรัวเร็วอย่างกับกลอง ตอบกลับอย่างหนักแน่น
ไม่ใช่ว่าเธอรังเกียจรสนิยมแบบนั้น เธอเข้าใจดีว่ารสนิยมเป็นสิทธิส่วนบุคคล ถึงจะไม่เข้าใจก็ต้องเคารพกัน แต่ตัวเธอเองไม่ใช่และคงไม่ยอมรับว่าเป็น
ถ้าเธอชอบผู้หญิงจริงๆ คงไม่ปล่อยตัวให้เข้าถึงง่ายแบบนี้ เพราะขอบเขตของเพื่อนกับคนรักต่างกันมาก
นึกถึงเรื่องนี้ทีไร เธอก็อดหวาดกลัวคำว่า ‘ชอบผู้หญิง’ ไม่ได้
“อืมม งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ นี่เบอร์โทรของตำรวจนะคะ คนร้ายที่หลอกลวงพี่ถูกจับแล้วค่ะ!”
“พี่สาว ถ้าอยากไปดูก็โทรหาพี่ตำรวจได้เลยค่ะ เหยาเหยาได้บอกพวกเขาไว้แล้วว่าอาจจะมีคนไปเยี่ยมค่ะ!”
เหยาเหยาก็รู้สึกสงสารพี่สาวคนนี้อยู่ไม่น้อย ถ้าไม่ได้ผูกพันก็แค่ไปดูจุดจบของคนร้ายสักหน่อย ก็คงช่วยให้หายแค้นได้ไม่มากก็น้อย
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำของผีร้ายส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญจริงๆมาจากเพื่อนในโลกออนไลน์ของพี่สาวที่เลี้ยงผีตนนั้นไว้เอง เพื่อใช้มันสาปแช่งเธอ
ถ้าจะให้พูด เธอคือตัวการสำคัญ ผีร้ายมีทีมงานลงโทษแล้ว แต่สำหรับเพื่อนคนนั้นตำรวจคงจะต้องจัดการเอง
“จริงเหรอ? ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณหนูเก่งกว่าทนายกู้เยอะเลย!”
เฉียวจิงจิงดีใจจนตาเป็นประกาย คนถูกหลอกขนาดนี้ก็ต้องรู้สึกแค้นใจเป็นธรรมดา
ถ้าสถานการณ์เหมาะสม เธอคงอยากวิ่งไปสถานีตำรวจเดี๋ยวนั้น เธออยากเห็นหน้าคนที่คิดร้ายกับเธอเหลือเกิน!
“ฮ่าๆ งั้นแลกเบอร์กันนะคะ วันหลังมาเล่นกับเหยาเหยาได้บ่อยๆเลยนะคะ”
เหยาเหยาพูดเสียงเล็กเสียงน้อย
ที่เธอแสดงออกมาแบบนี้ก็มีเจตนาแอบแฝงเล็กน้อย คืออยากสร้างโอกาสให้พี่ห้าของตัวเอง
ถึงจะพูดเรื่องเส้นสมพงศ์ตรงๆไม่ได้ แต่การสร้างโอกาสให้เจอกันบ่อยๆก็ไม่ผิดอะไร
แบบนี้ไม่เป็นการแทรกแซงโชคชะตา แต่กลับจะช่วยกระชับความรู้สึกด้วยซ้ำ เหยาเหยาภูมิใจในความชาญฉลาดของตัวเองมาก
“ได้ค่ะ ถ้ามีโอกาสจะมาหาคุณหนูอีกนะคะ!”
เฉียวจิงจิงยิ้มพลางแลกเบอร์ติดต่อ รู้สึกตื่นเต้นเบาๆ เพราะนี่คืออาจารย์ที่สามารถปราบผีร้ายได้ เธอได้เบอร์มาโดยง่ายแบบนี้ได้ยังไงกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอบีบฝ่ามือจนเจ็บคงคิดว่าฝันไปแล้ว
หลังจากนี้เรื่องก็เรียบร้อยดี เหยาเหยาก็ออกไปส่งแขก แต่พอหันหลังกลับมาก็ตกใจเพราะเจอพี่ห้าของเธอยืนเงียบอยู่
“พี่ห้าทำไมเดินไม่มีเสียงเลยเนี่ย น่ากลัวจัง!” เหยาเหยาบ่นอย่างไม่พอใจ
กู้หลี่ได้ยินก็ยิ่งสงสัยในเมื่อระดับพลังของน้องสาว เขาแน่ใจว่าเธอต้องรู้ตัวแน่ถ้าใครเดินเข้าใกล้ มีทางเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้ คือในใจเธอมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คิดฟุ้งซ่าน
เขานึกอยู่เงียบๆ จนสายตาเริ่มมองน้องสาวอย่างจับผิด
“อ้าว นึกขึ้นได้ว่าพี่เสี่ยวเสี่ยวมีนมอัดเม็ดให้กิน! พี่ห้าค่อยๆคิดนะคะ เดี๋ยวหนูกินนมแป๊บ!”
เหยาเหยาเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหนีไปอย่างไม่ลังเล จนพี่กู้หลี่หันไปมองก็เจอแต่ความว่างเปล่า ยิ่งแน่ใจว่าต้องมีอะไรซ่อนอยู่ในเรื่องนี้
ดูท่าคงจะเกี่ยวกับผู้หญิงคนเมื่อครู่อย่างแน่นอน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนะ?
กู้หลี่ลูบคิ้วตัวเองแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักน่าสนุกขึ้นทุกที
สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะถ้าน้องสาวอยากพูดก็คงพูดไปแล้ว ยังไงวันเวลาก็ยังอีกยาวไกล ถึงเวลาที่เขาต้องรู้ก็จะรู้เอง
แม้ว่าเขาจะเตรียมใจไว้ แต่ตอนที่ได้รู้ความจริงก็ยังทำให้เขาตกใจจนได้
เรื่องนี้ขอยังไม่กล่าวถึงต่อไป
เพราะอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เหยาเหยาเลยไปหาพี่สาวๆ ที่สำนักงานทนายความอยู่เรื่อยๆในช่วงนี้
พี่ห้าบอกว่าในเวลาไม่กี่วัน เธอได้ลองกินขนมชื่อดังแทบทุกอย่าง
แล้วทำไมกู้หลี่ถึงไม่ห้าม? ง่ายมาก เพราะน้องสาวของเขาแข็งแรงจนสู้วัวไหว ขนมไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย
ถ้ากินแล้วมีความสุขก็ปล่อยให้กินเถอะ!
แต่ไม่รู้ว่าการเปิดประเด็นไปแบบนี้ จะเป็นบรรทัดฐานหรือเปล่า เพราะไม่นานสำนักงานทนายความก็ดันเจอคดีแปลกๆที่ไม่ค่อยถูกชะตาเข้าจนได้
“หยุดอย่าทะเลาะกันอีกเลย ในเมื่อเลือกไกล่เกลี่ยนอกรอบ ก็มาเจรจากันดีๆ เวลาผมมีจำกัด ไม่มีเวลาฟังพวกคุณทะเลาะกันหรอก”
“ถ้าจะทะเลาะกันก็กลับไปทะเลาะกันที่บ้านนะ ตอนนี้ใครมีอะไรก็พูดมาเลย”
กู้หลี่มองครอบครัวสามคนที่ทะเลาะกันเสียงดังจนเขารู้สึกมึนหัว เขาฝืนใจระงับความโกรธแล้วพูดเสียงเย็นชา
ในตอนนี้เขารู้สึกว่าโชคคงไม่เข้าข้างเสียแล้ว เขาทำงานมาเป็นสิบปี ยังไม่เคยเจอเรื่องแปลกๆมากมายเท่าช่วงนี้เลย
เขาหันไปมองน้องสาว พร้อมเปลี่ยนมาใช้เสียงนุ่มนวล
“เหยาเหยาช่วยดูหน่อยสิว่า คุณป้าท่านนี้มีอะไรติดตัวมาหรือเปล่า?”
กู้หลี่หันมองสตรีสูงวัยที่อยู่เบื้องหน้า เธออายุหกสิบกว่า แม้ว่าอายุจะเยอะ แต่เพราะฐานะทางบ้านดีจึงดูอ่อนกว่าวัยมาก
ผมลอนสีแดงสะดุดตา แถมแต่งตาเขียนคิ้วเป็นสีเขียวเข้มทั้งคู่ ยิ่งทำให้เธอดูเฉียบคมและดุดัน
“ได้เลยค่ะพี่ห้า เรื่องนี้ปล่อยให้เหยาเหยาจัดการเอง!”เหยาเหยาตอบรับอย่างมั่นใจ พร้อมตบอกตัวเองเบาๆ
เมื่อพูดจบ เธอก็หันมามองสตรีสูงวัยตรงหน้า พอได้มองชัดๆก็ขมวดคิ้วทันที
เนื่องจากสถานะของผู้หญิงคนนี้ดูแปลกไปสักหน่อย แม้ว่ารูปร่างของเธอจะไม่ได้ผอมแห้ง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับอ้วนท้วนเช่นกัน
แต่ในตอนนี้ ร่างกายของเธอดูอืดอ้วนมาก โดยเฉพาะบริเวณท้องที่ถึงแม้จะใส่เสื้อผ้าหลวมแค่ไหน ก็ยังปกปิดไม่มิด คล้ายกับคนที่กำลังตั้งครรภ์
สำหรับผู้หญิงอายุหกสิบที่ท้องโตเหมือนคนตั้งครรภ์ ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก
และเหตุที่สองฝ่ายต้องการฟ้องร้องกันนี้ ก็เพราะ ‘ซุปบำรุงครรภ์’
คุณย่าท้องโตคนนี้ ต้องการฟ้องลูกสะใภ้ของเธอว่าไม่รู้คุณค่า เพราะซุปบำรุงครรภ์ที่ตนเองอุตส่าห์ไปหามาอย่างยากลำบาก ลูกสะใภ้กลับแอบใส่ยาลงไปในยาของเธอ ทำให้ตนเองซึ่งเป็นแม่ม่ายที่สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ต้องมาเสียเกียรติตอนแก่
ส่วนลูกสะใภ้ก็โต้แย้งกลับ เธอต้องการฟ้องว่าคุณแม่สามีของเธอใช้ยามนตร์ดำหมายจะเอาชีวิตกัน
เพราะแค่ดื่มยา คุณย่าก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาเลย มันไม่มีทางเป็นไปได้!
ด้วยอายุของคุณย่าเองก็ผ่านวัยหมดประจำเดือนไปนานแล้ว จะมาท้องได้เพียงเพราะซุปบำรุงครรภ์ถ้วยเดียวเนี่ยนะ? แบบนี้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นไปไม่ได้เลย นี่น่าจะเป็นยาพิษของมนตร์ดำมากกว่า เพราะคุณย่าหามาให้ตนเองดื่ม แล้วจะให้ไม่คิดว่าต้องการวางยาเธอได้อย่างไร!
แต่ฝ่ายคุณย่าก็ปฏิเสธไม่ยอมรับ ในขณะที่ฝ่ายลูกสะใภ้ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ ทำให้เรื่องราวต้องคาราคาซังอยู่อย่างนี้
เดิมทีทั้งสองตั้งใจจะขึ้นศาลตัดสินความกัน แต่ระหว่างทางไม่รู้ว่าคุยกันอย่างไร จู่ๆก็เกิดอยากจะลองมาขอคำปรึกษากับผู้รู้แทน
พวกเขาอยากจะให้ตรวจสอบว่าซุปบำรุงครรภ์นี้มีอะไรแปลกๆหรือไม่!
ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานกฎหมายที่พวกเธอมาปรึกษา ก็คือสำนักงานของกู้หลี่พอดี
คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ซับซ้อนที่สุดในช่วงนี้
ด้วยเหตุนี้ วันนี้กู้หลี่จึงพาเหยาเหยามาที่สำนักงาน ซึ่งก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น
บทที่ 352: คุกคามร่างกาย จักรพรรดิมนุษย์!
“แค่เด็กตัวนิดเดียว จะมองเห็นอะไรได้กันล่ะ!”
“ทนายคนนั้น เธอคงรับเงินจากผู้หญิงคนนี้มาใช่ไหม ฉันบอกเลยนะว่าเงินนั่นน่ะเป็นของลูกชายฉัน สัญญาที่เธอให้ไปก็ไม่มีความหมายทั้งนั้น”
“ถ้าอยากได้เงิน ก็ช่วยเปิดโปงหน้าตาที่แท้จริงของนังผู้หญิงนี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่จ่ายค่าทนายให้แม้แต่บาทเดียว”
หญิงชราคนนี้แม้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส แต่ท่าทางแข็งกร้าว ตาจิกมองด้วยสายตาคมและเจ้าเล่ห์
เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กและแฝงด้วยความหยิ่งยโส ทำให้ทุกคนฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ
กู้หลี่ถึงกับสีหน้าเปลี่ยน พยายามจะตอบโต้ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หญิงชราคนนั้นก็ร้อง “โอ๊ย” ออกมา ท่าทางเจ็บปวดจับท้องของตนไว้ สูดลมหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่
การแสดงนี้มาแบบไม่ทันตั้งตัว ชวนให้คิดว่าเธออาจตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจ คำพูดของกู้หลี่จึงหยุดอยู่แค่นั้น
เขาเองไม่อยากตกเป็นเหยื่อของการตบตาครั้งนี้ เพราะดูยังไงหญิงชราคนนี้ก็ดูเหมือนจะเอาเรื่อง
แต่แม้กู้หลี่จะอดทนไว้ได้ น้องสาวของเขากลับไม่อาจอดทนไหว
“คุณย่าคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ ถ้าคุณย่ายิ่งโกรธ เจ้าตัวประหลาดในท้องจะยิ่งดิ้นแรงขึ้นนะคะ!”
“ถ้ามันทะลุท้องออกมาเมื่อไหร่ คุณย่าต้องตายแน่ๆเลยค่ะ!”
เหยาเหยาเอียงคอเล็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้จะเป็นเสียงเล็กๆน่ารัก แต่กลับฟังเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจทุกคนที่ได้ยิน
ทุกคนถึงกับตกใจยืนอึ้ง โดยเฉพาะหญิงชราที่ท้องโตเหมือนตั้งครรภ์ เธอจ้องเหยาเหยาด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“เจ้าหนู! พูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ!”
“ในท้องฉันมีลูกชายชัดๆ แกกล้าดูถูกลูกชายฉัน ฉันจะฉีกปากแกให้ขาด!”
หญิงชราตวาดเสียงดัง ยื่นมือผอมแห้งคว้าจะไปหาเหยาเหยา
การกระทำนั้นรวดเร็วมากจนทุกคนไม่ทันตั้งตัว ดูท่าทีเธอจะเอาเรื่องเต็มที่
ลูกสะใภ้ของหญิงชราเองก็รู้ดีถึงนิสัยของแม่สามีว่ามักจะกระทำการรุนแรงแค่ไหน เธอกลัวว่าเหยาเหยาที่ดูตัวเล็กน่าทะนุถนอมจะบาดเจ็บ แต่ตัวเองก็ยืนอยู่ไกลเกินกว่าจะเข้ามาปกป้องได้ทัน
“คุณทนายกู้ช่วยห้ามแม่สามีของฉันทีค่ะ!” เธอเห็นกู้หลี่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด จึงร้องขอให้ช่วยเหลือ
แต่กู้หลี่กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง แถมยังแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่าทางแปลกประหลาดนี้ทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของแม่สามีก็ดังขึ้น เธอหันไปมองก่อนจะเบิกตากว้าง
เหยาเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ยกมือขึ้นเบาๆ และหญิงชราก็ลอยขึ้นจากพื้นเหมือนถูกยกด้วยแรงที่มองไม่เห็น
ด้วยท้องที่หนักอึ้งและความสูงจากพื้น ทำให้หญิงชราหวาดกลัวและร้องกรี๊ดสุดเสียง
“นี่แกทำอะไรน่ะ! ปล่อยแม่ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
ชายหนุ่มที่เป็นลูกชายของหญิงชราเห็นแม่ของตัวเองถูกยกขึ้นไปกลางอากาศ ร้องตะโกนด้วยความโกรธ แต่ถึงแม้เสียงจะดังแค่ไหน แต่เขากลับไม่กล้าเข้ามาใกล้แม้แต่ก้าวเดียว
คงเพราะการเห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติแบบนี้ทำให้เขากลัวจนตัวแข็ง
“คุณลุงคะ คุณเสียงดังเกินไปแล้วนะคะ เหยาเหยาขอให้เงียบสักพักนะคะ!”
เหยาเหยาพูดเสียงเย็นชาพร้อมกับโบกมือทีหนึ่ง พลังที่มองไม่เห็นก็ผลักชายหนุ่มกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร
เขาล้มลงกับพื้นจนลุกไม่ขึ้นและยังถูกคาถาปิดปากทำให้ร้องก็ไม่ออก
สิ่งที่เหยาเหยาทำทั้งหมดนี้เหมือนกับเรื่องง่ายๆสำหรับเธอ เธอไม่แม้แต่จะมองคนที่ถูกผลัก แต่กลับจ้องมองไปยังหญิงชราที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ
ทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้ามา เหยาเหยาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพลังวิญญาณ ซึ่งแผ่ออกมาจากบริเวณท้องของหญิงชรานั้น
พลังนี้คล้ายกับอะไรบางอย่างที่เธอเคยเจอมาก่อน แต่ยังนึกไม่ออกในตอนนั้น
"เจ้าหนูนี่รู้ทันเสียด้วย เกือบแล้วเชียว เกือบจะจับจุดอ่อนของมันได้อยู่แล้ว"
"แค่เวลาไม่ถึงร้อยปี สำนักเสวียนก็กำเนิดมันออกมา เห็นทีว่าผู้หญิงคนนี่แหละที่เป็นผู้ถือโชคชะตาของสำนัก ขัดขวางข้าได้ดีจริงๆ"
ยังไม่ทันให้เหยาเหยาได้คิดไตร่ตรองเพิ่มเติม พลังนั้นก็เผยตัวออกมาเอง
ทันใดนั้นหญิงชราก็ร้องเสียงหลง ท้องของเธอฉีกออก เผยให้เห็นตัวหนอนขนาดเท่าแขนเด็กที่ค่อยๆโผล่ออกมา
หนอนตัวนี้มีลักษณะสว่างใส แต่ที่น่ากลัวคือหลังของมันปรากฏเป็นใบหน้าคนที่มองเห็นได้รางๆ
ใบหน้านั้นขยับปากพูดอย่างชัดเจนและเสียงเมื่อครู่ก็คือมันที่เป็นผู้พูดนั่นเอง
หลังจากพูดจบ มันก็พ่นแสงสีแดงออกมาเป็นกลุ่มก้อน แสงนั้นห่อหุ้มร่างของหญิงชราที่ถูกผ่าออก เสียงเคี้ยวกลืนดังขึ้นอย่างน่าสะอิดสะเอียน
ไม่นานร่างหญิงชราที่เคยแข็งแรงก็กลับกลายเป็นโครงกระดูกซูบผอม
เลือดเนื้อทั้งหมดถูกดูดกลืนไปยังหนอนตัวนั้น ซึ่งเมื่ออิ่มท้องเต็มที่ มันก็เริ่มบิดตัวแปรสภาพเป็นหนอนแมลงวัน
แม้จะเปลี่ยนรูปร่าง แต่มันกลับแผ่พลังออกมาในระดับขั้นที่เก้าทันที
"หนอนสิงร่าง? ต้องเป็นแกแน่!"
ในที่สุดเหยาเหยาก็นึกออกถึงต้นตอของพลังนี้ มันคือจักรพรรดิปีศาจที่เคยต่อสู้กับเธอมาก่อน
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือตัวหนอนสิงร่างที่มีพลังสามารถรองรับวิญญาณและกลายเป็นตัวแทนของจักรพรรดิปีศาจนั่นเอง
ดูเหมือนครั้งนี้มันตั้งใจมาเพื่อจัดการกับเธอโดยเฉพาะ
หนอนตัวนี้มีพลังในขั้นที่เก้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าร่างหลักของมันใกล้จะมาถึงแล้ว เหยาเหยาถึงกับสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที
"งั้นข้าจะได้ดูซิว่า ครั้งนี้โชคชะตาของสำนักเสวียนจะมีฝีมือพอจะขัดขวางข้าได้อีกหรือไม่!"
เสียงของมันดังก้องไปทั่วราวกับดังมาจากทุกทิศทาง สร้างบรรยากาศน่าขนลุกจนทุกคนในที่นั้นถึงกับตัวสั่น
"ก็มาลองดูสิ! คราวนี้ถึงตาหนูที่จะเล่นงานคุณกลับแล้ว!" เหยาเหยาตอบกลับอย่างโกรธแค้น
เธอยังจำได้ดีว่าครั้งก่อนจักรพรรดิปีศาจคนนี้ทำให้เธอตกใจกลัวไปมากแค่ไหน คราวนี้เธอเองก็อยู่ในระดับขั้นที่เก้าแล้ว เธอจะไม่ยอมปล่อยผ่านแน่
แต่ถึงจะต่อสู้ เธอก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นที่นี่
ก่อนที่ฝ่ายจักรพรรดิปีศาจจะได้ลงมือ เหยาเหยาก็ชิงลงมือก่อน เธอเรียกยันต์ออกมา โบยบินพลิ้วไหวไปตามอากาศแล้วลุกไหม้ขึ้น
ยันต์เหล่านั้นเมื่อทำงาน ไม่มีแสงเสียงอันใด แต่กลับมีอำนาจย้ายสถานที่ราวกับกลับตาลปัตร
เหยาเหยาเลือกที่จะทำเช่นนี้เพราะที่นี่เป็นสำนักงานกฎหมาย มีคนธรรมดาอยู่เยอะมาก
แม้พลังของจักรพรรดิปีศาจที่ส่งผ่านหนอนสิงร่างนี้จะมีจำกัด แต่หากเขาใช้พลังได้เต็มกำลัง แม้จะเป็นเพียงการโจมตีครั้งเดียว ผลลัพธ์ก็คงจะร้ายแรงถึงขั้นทำให้คนจำนวนมากต้องตาย
เป้าหมายของมันคือตัวเธอ ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่จะเข่นฆ่าผู้อื่นอย่างไร้จุดหมาย แค่ประหยัดพลังและทดสอบฝีมือเธอเท่านั้น
นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์สอนเธอไว้ การใช้พลังในสถานการณ์จำกัดต้องใช้ให้คุ้มค่า
และผลก็ออกมาเป็นตามคาด จักรพรรดิปีศาจไม่ได้ขัดขืนคาถาย้ายสถานที่นั้น
ทันทีที่ยันต์ทำงาน ร่างของเหยาเหยาและจักรพรรดิปีศาจก็หายวับไปจากที่เดิม
บทที่ 353: กำจัดให้สิ้นซาก ความชั่วก็คือความชั่ว!
“คุณทนายกู้ อาจารย์น้อยจะไม่เป็นไรจริงๆใช่ไหมคะ?”
เจ้าทุกข์ขยี้ตาด้วยความตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่หายจากความช็อกที่เกิดจากวิชาที่เปลี่ยนคนตายให้มีชีวิตเมื่อครู่
แม้จะเคารพและเปลี่ยนคำเรียกเหยาเหยาเป็น ‘อาจารย์น้อย’ ด้วยความเคารพ แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้ เพราะแม่สามีของเธอตายด้วยวิธีที่น่าขนลุกเหลือเกิน
ไม่ไกลนัก มีโครงกระดูกนอนอยู่บนพื้นและกองตัวหนอนดิ้นกระดุกกระดิก ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง
เด็กหญิงตัวเล็กขนาดนี้ เจอกับสิ่งชั่วร้ายขนาดนี้ จะปลอดภัยจริงหรือ?
“ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องสาวผมน่ะเก่งมาก ไม่ต้องเป็นห่วง!”
กู้หลี่ลุกขึ้นช้าๆจากมุมหนึ่ง ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกจากตัว
เขาไม่ได้หลบ แต่เป็นการหลีกเลี่ยงอันตราย เพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าเข้าไปขวางน้องสาว ก็จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์มากกว่า
เขามั่นใจว่า หากน้องสาวของเขารับมือกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้ ต่อให้เขาลองทำอะไร ก็คงไม่มีประโยชน์
ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือแจ้งตำรวจเพื่อจัดการสถานที่และแก้ไขคดีความ
“อีกอย่างนะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องให้คุณช่วยบันทึกคำให้การกับตำรวจ สำนักงานของเรามีกล้องวงจรปิด ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานป้องกันคุณไม่ให้ยุ่งยากไปกว่านี้ได้ครับ”
“พูดไปตามจริงได้เลยครับ!”
กู้หลี่เดินไปสองสามก้าว คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับมาบอก
พอได้ฟัง เจ้าทุกข์ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นโครงกระดูกบนพื้น เธอก็ทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น
ถ้าวันนั้นเธอยอมทำตามและดื่ม ‘น้ำซุปบำรุงครรภ์’ ตอนนี้คนที่นอนอยู่บนพื้นก็คงเป็นเธอเอง
แม้จะไม่รู้ว่าแม่สามีของเธอถูกใครใส่ร้าย แต่ยาก็เป็นของที่เธอเอามาเอง ถ้าเธอไม่ยึดติดอยากให้มีลูกชาย เรื่องนี้ก็คงไม่เกิด
รวมถึงสามีที่นอนสลบอยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอมทำอะไรเลย ทำให้เธอจมอยู่ในความทุกข์นี้
ผ่านเรื่องราวนี้มา หัวใจที่เคยลังเลก็ไม่มีเหลืออีกแล้ว เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะกลับไปและยุติชีวิตแต่งงานนี้เสียที
ขณะที่สถานการณ์ที่สำนักงานทนายความเริ่มสงบ เหยาเหยากำลังต่อสู้อย่างหนักกับหนอนกู่
เพื่อไม่ให้คนธรรมดาตกใจ เหยาเหยาจึงย้ายการต่อสู้ไปยังป่าลึก
ท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่มและบรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟ้าผ่าดังเป็นระลอกระลอก ทำให้นกนับไม่ถ้วนบินกระจายออกจากป่า
“เป็นไปได้อย่างไร! ทำไมถึงเข้าถึงขั้นที่เก้าได้เร็วนัก!”
หนอนกู่ร้องโว้ยวายอย่างไม่เชื่อสายตาและพยายามหลบแต่ก็ไม่สามารถหนีจากสายฟ้าที่ฟาดเข้ามา
ภายในสายฟ้าประกอบด้วย ‘คาถาอัญเชิญเทพ’ ที่เต็มไปด้วยพลังขั้นสูงสุด ทำให้ร่างของหนอนกู่แทบจะกระจายออกเป็นชิ้นๆ
พอเห็นท่าว่าจะหนีไม่รอด วิญญาณผู้ครองตำแหน่งจักรพรรดิในร่างกู่ก็ตัดสินใจหาทางหลบหนี
เขาวางแผนใช้ร่างของหญิงชราเพื่อลองทดสอบเด็กหญิงคนนี้ เพราะมองเห็นความเก่งกาจของเด็กคนนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่คราวก่อน คาดว่าเธอจะถึงขั้นที่แปดเท่านั้น ซึ่งขนาดตามตำราลัทธิเต๋ายังไม่เคยมีตัวอย่างเช่นนี้มาก่อนเลย
ดังนั้นเมื่อเรียกกู่นี้มา เขาจึงแยกวิญญาณออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นพลัง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเด็กหญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ขั้นที่แปด แต่เป็นถึงขั้นที่เก้า และเป็นถึงครึ่งทางของขั้นนี้แล้ว
การทดสอบจึงกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ ถ้าไม่มาด้วยร่างจริง ก็คงไม่มีทางสู้เธอได้
หากกู่ถูกทำลาย วิญญาณที่แฝงมาก็จะดับสูญไปด้วย และวิญญาณเหล่านี้จะส่งผลให้ร่างจริงของเขาบาดเจ็บอย่างหนัก
ทันทีที่คิดได้แบบนั้น เขาก็พยายามจะหนี
แต่เหยาเหยาที่เตรียมแผนสำรองไว้ตั้งแต่เริ่ม ก็ไม่คิดจะปล่อยให้หนีไปง่ายๆ
เห็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยยกมือประกอบท่ามืออย่างรวดเร็ว เสียงนุ่มๆของเธอแผ่วเบาราวกับลอยมาในอากาศ
“ทวยเทพเรียงราย สถิตทั่วห้าทิศ นักรบทะลวงกลาง จงสังหารความชั่วร้าย!”
คาถานี้มาจากลัทธิเต๋า ‘เป่าผู่จื่อ’ *[1] ผู้ร่ายใช้พลังหยางบริสุทธิ์จากร่างกายเพื่อข่มปราบพลังอัปมงคล
ถ้าร่างจริงของจักรพรรดิมาเอง คาถานี้อาจไม่ทำอันตรายมากนักเพราะคาถาเหมาะกับการปราบสิ่งชั่วร้าย ไม่ใช่ผู้มีพลังขั้นสูง แต่เพราะผู้มานี้เป็นหนอนกู่ซึ่งเป็นสิ่งชั่วร้ายโดยธรรมชาติ คาถานี้จึงทรงพลังเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้เหยาเหยาวางยันต์พิเศษเอาไว้ พอร่ายคาถา ‘เก้าคำแห่งความจริง’ ยันต์เหล่านั้นก็ลุกเป็นไฟสร้างวงล้อมรอบตัวกู่ปิดเส้นทางหลบหนี
“แค่นี้จะขวางข้าหรือ! หลีกไป!”
หนอนกู่ร้องอย่างร้อนรน แต่ขณะที่พุ่งชนวงล้อมนั้นก็ถูกขวางไว้
นี่เป็นเรื่องปกติ เพราะมันมีพลังขั้นเก้า แม้จะถูกสายฟ้าทำให้พลังลดลงไปบ้าง แต่แค่กับดักชั่วคราวนี้ยังขวางมันไม่อยู่
แค่ช่วงเสี้ยววินาทีที่ถูกขวางไว้ เหยาเหยาก็มาถึงตัวพร้อมกับพลังหยางบริสุทธิ์ที่สาดใส่ร่างของมัน
“อ๊ากกก หยุดมือซะ เจ้าเด็กน้อย!”
“ถ้าทำลายวิญญาณข้าในร่างนี้ ร่างจริงของข้าจะมาแก้แค้น ฉีกหนังของเจ้าและจุดไฟวิญญาณของเจ้า!”
“อ๊ากก นี่มันน่าตาย น่าตายจริงๆ!”
เสียงสาปแช่งดังมาอย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่เหยาเหยาไม่แม้แต่จะลังเล เธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะทำลายกู่นี้ให้สิ้นซาก
ความรุนแรงแผ่กระจายออกไป...
เมื่อรู้สึกว่าวิญญาณของตนเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จักรพรรดิในร่างกู่นั้นก็ตระหนักได้ว่ามันไม่มีทางรอด เขาเกลียดตัวเองที่เคยตัดสินใจผิดพลาดถึงขั้นอยากจะฆ่าตัวเองซ้ำเสียให้ตาย
ทำไมถึงต้องมาทดสอบด้วยตัวเองด้วย? วิญญาณที่ส่งมาไม่น้อยเลย การถูกทำลายหมายความว่าร่างจริงของเขาจะฟื้นตัวได้ก็ต่อเมื่อพลังของโลกกลับมาฟื้นฟูอีกครึ่งทาง แม้จะดูเหมือนไม่นาน แต่มันก็ทำลายแผนทั้งหมดที่เขาเตรียมไว้ แล้วจะไม่แค้นได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กคนนี้น่าพิศวงยิ่งนัก ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ความแข็งแกร่งของเธอก็เพิ่มขึ้นถึงขนาดนี้ หากผ่านไปอีกปีสองปี ใครจะมั่นใจได้ว่าเธอจะไม่ก้าวไปอีกขั้น? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ วันใดที่เขาปรากฏตัว ข้อได้เปรียบของเขาก็อาจหายไปหมดสิ้น
“เจ้าเด็กน้อย! จำไว้ ข้าจะกลับมาทวงคืนความอับอายในวันนี้!”
ในจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ามือหนึ่งฟาดลงมา การต่อต้านของกู่ก็ถึงจุดสิ้นสุด เกราะป้องกันถูกทำลายลงพร้อมเสียงดัง เศษไฟหยางบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวไฟแผ่ซ่านไปทั่ว เผาผลาญร่างของกู่จนสิ้นซาก เหลือเพียงเสียงแห่งความแค้นของวิญญาณร้ายที่ยังคงก้องกังวาน
“ฮึ! มาเมื่อไหร่ก็มา ฉันจะอัดแกให้แหลกอีกครั้ง!”
เหยาเหยาเหลือบมองกองขี้เถ้าสีดำบนพื้นแล้วขยับกำปั้นเล็กๆด้วยท่าทีไม่หวั่นเกรงเลยสักนิด เธอไม่สนใจคำขู่ของฝ่ายตรงข้ามเพราะรู้ดีว่า ต่อให้ปล่อยตัวร้ายไป มันก็ไม่มีทางรักษาสัญญาที่ให้ไว้
เธอเคยได้ยินเรื่องราว ‘ชาวนาและงู’ มานับไม่ถ้วน และรู้ว่าความชั่วจะไม่เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะความเมตตาของใคร
“ยุ่งยากจริงๆ แฮะ คงต้องรีบสะสมบุญกุศลให้เยอะๆแล้ว!”
เหยาเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะมั่นใจและไม่กลัว แต่เธอก็ยังมีคนที่ต้องปกป้อง นั่นคือพ่อ แม่ พี่ชาย และอาจารย์ ความชั่วร้ายของศัตรูยังแข็งแกร่งมาก หากเธอไม่เข้มแข็งขึ้น ก็จะยากที่จะปกป้องครอบครัวได้
การสะสมบุญกุศลและพัฒนาพลังเป็นหนทางที่เร็วที่สุดที่เธอสามารถทำได้ ดังนั้นเหยาเหยาจึงไม่รอช้า ร่างเล็กๆของเธอจางหายไปในอากาศทันที
และในขณะเดียวกับที่กู่ถูกกำจัด สุดยอดองค์กรผู้ใช้พลังชั่วร้ายอย่าง ‘โลหิตฆาต’ ก็ได้รับคำสั่งทันที คำสั่งนั้นมีเพียงสองคำ แต่กลับน่าหวาดหวั่น นั่นคือคำว่า ‘บูชายัญด้วยเลือด!’
[1] เป่าผู่จื่อ เป็นคัมภีร์สำคัญในลัทธิเต๋าที่เขียนโดยเก่อหง
บทที่ 354: การหลอกลวงด้วยข้อเสนองาน
เหยาเหยาไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในองค์กรของนักพรตสายมาร
การปะทะกับจักรพรรดิมนุษย์ในครั้งนี้ แม้จะเผยให้เห็นถึงพลังฝีมือของตัวเอง แต่เธอก็ทำลายวิญญาณส่วนหนึ่งของเขาได้ ถือว่าเป็นวิธีที่ยืดเวลาการมาถึงของเขาออกไปได้บ้าง
เหยาเหยาคิดคำนวณด้วยนิ้วของเธอ ดูแล้วก็ถือว่าไม่เสียเปรียบ จึงทำให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
แต่ความปรารถนาที่จะรวบรวมบุญบารมีก็ยิ่งทวีความเร่งด่วนขึ้นไปอีก ดังนั้นในคืนนั้นเอง เหยาเหยาจึงจับเอาป้ายรูปปั้นมนุษย์ของพี่เจ็ดมาเปิดไลฟ์สด
[อ๊ากกกก ไลฟ์ครั้งนี้ไม่มีบอกล่วงหน้าเลย เกือบพลาดไปแล้วนะ!]
[เพิ่งเห็นสปอยล์ว่าคุณชายไปอัดรายการอยู่ กำลังสงสัยอยู่พอดีว่าจะมาไลฟ์ทันไหม ปรากฏว่าได้มาเป็นแค่ป้ายแทน!]
[คุณชายเจ็ดนี่มัน... ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ฮ่าฮ่า]
ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยความครึกครื้น บ้างก็ดีใจที่ไลฟ์เปิดแบบไม่ทันตั้งตัว บ้างก็ติดตลกกับป้าย เพราะป้ายตัวละครใหญ่โตจนเด่นสะดุดตา
“พี่ๆลุงๆป้าๆทุกท่าน สวัสดีตอนเย็นค่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องไลฟ์ของเหยาเหยาค่า!”
เหยาเหยาปรับตำแหน่งตัวเองให้เห็นฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบอย่างน่ารัก เพื่อดูแลทุกคนในห้องไลฟ์ เธอเลยเรียกทุกคนออกมายาวเหยียด ทำเอาชาวเน็ตอดขำไม่ได้ ชมว่าสามารถประคองบรรยากาศได้ดีทีเดียว
“ทุกคนดูจะสนุกกันมาก งั้นเรามาสนุกไปด้วยกันเลยดีกว่า เริ่มสุ่มหาผู้โชคดีกันเลย!”
“ฮ่าๆ ขอเหยาเหยาดูหน่อยนะว่า ใครจะเป็นห่านนำโชคตัวแรกในคืนนี้!”
เมื่อพูดจบ เหยาเหยาก็ไม่รีรอ จิ้มที่หน้าจอไม่กี่ที เธอก็ปล่อยลิงก์สุ่มผู้โชคดีออกมา
ชาวเน็ตที่ห่างหายจากการสุ่มผู้โชคดีไปนาน ก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ถึงแม้จะเรียกผู้โชคดีว่าผู้โชคร้าย แต่ในใจทุกคนก็รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ได้โชคร้ายจริงๆ
เหล่าเซียนมีแต่ชี้ทางเท่านั้น หากชี้ไม่ชัด เรื่องจะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า? คำตอบคือไม่ได้อยู่แล้ว!
ดังนั้นแม้ผู้โชคดีจะเสียหน้าบ้าง แต่ถ้าไม่เป็นผู้โชคดีอาจต้องเสียชีวิต เทียบกันดูแล้วการเป็นผู้โชคดีก็ถือเป็นเรื่องดี ใครจะพลาดโอกาสนี้ก็คงจะเป็นคนโง่เท่านั้น
เมื่อช่วงชิงกันเสร็จสิ้น ผู้โชคดีคนแรกก็ปรากฏตัวขึ้น
ผู้โชคดีเป็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบต้นๆ ใบหน้าดูดี สวมชุด ‘เครื่องแบบ’ ตำรวจสีกรมท่า
เบื้องหลังเขามีเสียงอึกทึก ดูจากฉากแล้วเหมือนจะเป็นสวนสนุก
ด้วยสัดส่วนรูปร่างที่ดีเยี่ยม ทำให้เสื้อผ้าธรรมดาดูโดดเด่นขึ้นไปถึงระดับเพดานเลยทีเดียว ชาวเน็ตเลยตื่นเต้นกันใหญ่
[โอ๊ย หล่อเกินไปแล้วค่ะ พี่ชาย ขอวีแชตหน่อยไหมคะ? ฉันโสดนะ!]
[ใจเย็นๆกันก่อน ฉันอายุมากแล้วนะ ขอให้ฉันได้จีบก่อน แฟนเก่าจะเลิกกันตอนนี้ก็ได้ แค่ผู้โชคดีพยักหน้าทุกอย่างก็คุยกันได้หมด]
[ฮ่าฮ่าฮ่า คนบนกับล่างนี่สุดยอดจริงๆนะ]
ผู้โชคดีในห้องไลฟ์ดูเหมือนจะมีหลากหลายอาชีพ แต่ส่วนมากจะมาในรูปแบบของผู้เสียหาย
ผู้โชคดีที่ดูมีชีวิตชีวาแบบนี้จึงเป็นที่แปลกตา ชาวเน็ตเลยอดแซวไม่ได้
“พี่ชายคะ มีเรื่องอะไรที่อยากให้หนูดูดวงให้ไหม?” เหยาเหยาถามด้วยเสียงใสและน่ารัก
ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ สำหรับพี่ชายหน้าตาดีคนนี้ เธอเองก็ชอบมากเหมือนกัน
“สวัสดีครับอาจารย์น้อย!” ผู้โชคดีเห็นว่าถูกถาม เขาเกาหัวเล็กน้อยและยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ครั้งนี้ผมไม่ได้ดูดวงตัวเองหรอกครับ ผมอยากขอให้คุณช่วยดูดวงเรื่องการงานของเพื่อนผมหน่อย”
ผู้โชคดีรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิ่งใดขาด เขาทำงานเป็นนักแสดงประกอบในสวนสนุกพร้อมทำบล็อกเกอร์ควบคู่ไปด้วย มีรายได้ต่อเดือนที่ดีมาก
ตนเองก็ไม่รู้สึกกังวลในเรื่องความรัก เพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องความสัมพันธ์โรแมนติก ครั้งนี้ที่มาเข้าร่วมสุ่มผู้โชคดีก็เพราะเพื่อนของเขาขอให้มาเป็นตัวประกอบเท่านั้น
ใครจะไปรู้ว่าคราวนี้เข้ามาด้วยแรงเชียร์จากเพื่อน กลับกลายเป็นผู้โชคดีจนได้ เขาคิดว่าในเมื่อมาเพราะเพื่อน ก็ถือว่ามาช่วยเพื่อนขอถามดวงไปในตัวก็แล้วกัน
“ได้ค่ะ พี่ชายส่งรูปของเพื่อนพี่มาให้หนูทางหลังบ้านก็พอ!”
เหยาเหยาพยักหน้าจากนั้นเอื้อมมือไปหยิบแก้วเล็กๆข้างตัว ดื่มน้ำส้มคั้นสดรสหวานชื่นใจ
ระหว่างนั้น ผู้โชคดีก็เลือกรูปของเพื่อนแล้วส่งไปทางหลังบ้านเรียบร้อย
เหยาเหยาเปิดดูรูป เห็นว่าในภาพก็เป็นผู้ชายอีกคนหนึ่ง ผมหยิกหยักศกทรงคล้ายเส้นบะหมี่ ดูมีน้ำมีนวล
ชายหนุ่มในภาพมีใบหน้ากลม แว่นหนาๆสีดำที่พาดบนสันจมูกทำให้เขาดูเหมือนคนซื่อๆ
เพียงแค่เห็นภาพ เหยาเหยาก็แทบจะถูก ‘กลุ่มเมฆเลือด’ สีแดงบนใบหน้าของอีกฝ่ายทำเอาเวียนหัว สีหน้าจึงเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม
“พี่ชายคะ ลองโทรหาเพื่อนพี่ดูว่ายังติดต่อได้ไหม!”
คำพูดนี้ทำให้ผู้โชคดีอึ้งไปทันที
เขากำลังคาดหวังว่าจะได้ฟังข่าวดีแล้วกลับไปปลอบใจเพื่อนที่หางานจนเครียดในช่วงนี้ แต่จากน้ำเสียงของเหยาเหยา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดี เขาไม่ลังเล รีบขอยืมโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมงาน
แล้วก็กดเบอร์โทรทันที แต่ใครจะคาดคิดว่าโทรแล้วหลายครั้ง กลับไม่มีคนรับสาย ผู้โชคดีเริ่มใจไม่ดี
“อาจารย์! ผม...ผมโทรไม่ติด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ!”
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ บริษัททั่วไปคงไม่เรียกสัมภาษณ์ในวันนี้ โทรหาแล้วไม่น่าจะติดต่อไม่ได้ ยิ่งนึกถึงสีหน้าของอาจารย์ตัวน้อย ผู้โชคดีก็เริ่มใจคอไม่ดี และไม่ผิดคาด เสียงของอาจารย์ก็ดังขึ้น
“พี่ชายคะ ตอนนี้เพื่อนของพี่กำลังถูกส่งตัวไปต่างประเทศนะคะ ถ้าไม่ช่วยเขา เขาจะต้องตายแน่ๆเลยค่ะ”
เหยาเหยาพอเห็นเคราะห์ร้ายที่ปกคลุมอยู่บนตัวเขา เธอจึงทำนายออกมาได้ครบถ้วน พร้อมบอกถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องราว
ที่แท้เพื่อนของพี่ชายผู้โชคดีรีบหางานเกินไป จนไม่ทันระวังตัวเลยหลงเข้าไปในกระบวนการค้ามนุษย์
บริษัทนี้ไม่มีสถานที่ทำงานแน่นอน ทุกครั้งที่เปิดรับสมัครงานก็ใช้สถานที่ชั่วคราว เน้นล่อลวงคนออกไปต่างประเทศ
เพราะเป็นบริษัทหลอกลวง คำพูดตอนสัมภาษณ์จึงเป็นคำชมหวานหู แฝงด้วยการให้ความสำคัญกับผู้สมัครอย่างสูง
เพื่อนของผู้โชคดีหางานมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับคำชมแบบนี้ เลยเผลอหลงเข้าไปเต็มๆ
บริษัทนั้นยังบอกอีกว่า สองสามวันนี้บริษัทกำลังย้ายออฟฟิศ แล้วให้ที่ตั้งใหม่กับเพื่อนของผู้โชคดี เป็นอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่ง
เพื่อนของเขาไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เลยดันไปที่นั่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยความตื่นเต้น คิดว่าเข้าทำงานแล้วจะได้เซอร์ไพรส์เพื่อนผู้โชคดีคนนี้
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ถูกวางยาสลบจนหมดสติไป ตอนนี้กำลังถูกส่งตัวไปต่างประเทศ
ถ้าผู้โชคดีไม่รู้เรื่องราวนี้ก่อน วันนี้เขาคงถูกส่งข้ามประเทศไปแล้ว
เมื่อถึงต่างแดน เขาจะถูกแยกส่วนร่างกายเหมือนหมูถูกเชือดเพื่อขายเป็นชิ้นๆ ส่วนชีวิตของเขาก็คงไม่มีทางรอดอยู่แล้ว
เพราะเขาตกอยู่ในเคราะห์ที่ไม่มีทางรอด เมฆเลือดบนใบหน้าของเขาจึงไม่จางหาย เหยาเหยาถึงได้มองเห็นได้ชัดเจนในทันที
เมื่อเรื่องราวถูกเล่าจนจบ ห้องไลฟ์ก็แทบจะระเบิด
บทที่ 355: พี่ชายระวังตัวด้วยนะคะ!
[โว้ว นี่มันอาจจะเป็นพวกเดนจากต่างประเทศหรือเปล่านะ ข่าวที่ออกมาทุกปีมีเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยๆ]
[แต่ว่าส่วนใหญ่พวกนั้นก็ทำพวกต้มตุ๋นออนไลน์จากต่างประเทศนี่นา? ไม่น่าใช่แบบที่เพื่อนของเธอโดนจับตัวไปแบบนี้ น่ากลัวจริงๆ]
[การกระทำพวกนี้มันนับวันยิ่งบ้าบิ่นขึ้น อาจเป็นเพราะผู้คนระแวดระวังมากขึ้น การหลอกลวงออนไลน์ทำได้ยากขึ้น เลยพัฒนาไปเป็นการจับตัวคนแบบนี้แทน]
[เห็นแล้ว นึกถึงตอนที่ฉันไปสัมภาษณ์งานบริษัทหนึ่ง มันดูแปลกๆ ตอนนั้นคิดดูแล้วก็ดีใจที่ไม่ได้ไปร่วมงานด้วย ไม่งั้นไม่มีทางที่อาจารย์จะช่วยฉันได้!]
[การไปสัมภาษณ์งานแล้วโดนจับตัวไป คิดดูแล้วน่ากลัวสุดๆไปเลย โดยเฉพาะตอนนี้ที่สภาพเศรษฐกิจและการจ้างงานแย่ลง คนจำนวนมากก็เลือกที่จะถอย ไม่ยึดติดกับงานที่มีสวัสดิการดีอีกต่อไป]
[ตลาดการจ้างงานตอนนี้ยุ่งเหยิงมาก คิดว่าแค่พวกบริษัทหลอกลวงก็แย่พอแล้ว นี่คนร้ายมาจับตัวคนไปเลย]
“อาจารย์ครับ ช่วยเพื่อนของผมด้วยนะครับ เขามีไขมันเกาะตับ หัวใจเต้นผิดปกติ กรดยูริกในเลือดสูง แล้วก็น้ำตาลในเลือดสูงด้วยครับ”
น้ำเสียงของผู้โชคดีเต็มไปด้วยความสั่นเครือ อ่านชื่อโรคออกมาเหมือนกำลังอ่านเวชระเบียน ผู้ชมแทบจะหัวเราะจนหยุดไม่อยู่
แย่ตรงที่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพื่อนของเขาป่วยจริงๆ แล้วพวกคนร้ายจะจับตัวไปแบบนี้ก็นับว่าน่ากลัวจริงๆ
“พี่ชายไม่ต้องกังวลนะคะ หนูได้ติดต่อพี่ตำรวจให้แล้วค่ะ เขาจะไปดักพวกคนร้ายตรงเส้นทางที่พวกเขาต้องผ่านแน่นอน”
เหยาเหยาถึงกับอึ้งในความตรงไปตรงมาของพี่ชายผู้โชคดีเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ หลังจากที่หยุดนิ่งไปชั่วครู่
รอบนี้ คนที่โดนจับไปไม่ใช่แค่เพื่อนของผู้โชคดี ยังมีพี่ชายพี่สาวคนอื่นๆอีกหลายคน
เมื่อครู่ระหว่างที่ผู้โชคดีตกใจ เหยาเหยาก็ส่งเส้นทางออกนอกประเทศของพวกคนร้ายให้พี่สามของเธอไปแล้ว
ท่านอาจารย์บอกไว้ว่าแต่ละคนมีความสามารถเฉพาะด้าน เหยาเหยาเชื่อว่าพี่สามจะสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้แน่นอน
ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันความคิดของเหยาเหยา เมฆสีแดงบนหน้าผากของเพื่อนผู้โชคดีเริ่มจางหายไปทีละนิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภัยร้ายครั้งนี้กำลังคลี่คลาย
“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณอาจารย์ ถ้าเพื่อนของผมกลับมา ผมจะไปกราบขอบคุณท่านอาจารย์ด้วยตัวเองแน่นอนครับ”
ผู้โชคดีได้ยินคำพูดของอาจารย์จึงค่อยๆโล่งใจ
ใครจะรู้ว่าเมื่อครู่เขากลัวจะได้รับข่าวร้ายมากแค่ไหน เนื่องจากเขาไม่ค่อยจะมีเพื่อนนัก เพื่อนคนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนที่สนิทที่สุดของเขาแล้ว
ก่อนจะเกิดเรื่อง เพื่อนคนนี้ก็ยังมาคุยกับเขาเรื่องสัมภาษณ์งานที่ต้องไป แต่ตอนนั้นเขาติดธุระ จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
หากจะว่ากันตรงๆ การหายตัวไปของเพื่อนก็ถือว่ามีส่วนที่เป็นความรับผิดชอบของเขาด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เขาคงจะไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ
โชคดีที่ทุกอย่างยังคงทันเวลา
“พี่ชายไม่ต้องเกรงใจไปนะคะ เรื่องของเพื่อนพี่ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่พี่เองก็มีปัญหานิดหน่อยนะคะ!”
"ก่อนหน้านี้ พี่ชายไปที่ไหนมาหรือเปล่าคะ?”
สายตาของเหยาเหยาจับจ้องที่ผู้โชคดีนิ่งๆไม่ละสายตา
เมื่อครู่เธอกำลังยุ่งกับการดูรูปภาพ จึงไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก เพิ่งจะสังเกตเห็นว่ายังมีบางอย่างไม่สะอาดติดอยู่บนหน้าผากของผู้โชคดี
อันนี้แม้จะไม่รุนแรง แค่โดนแดดจังก็สามารถขับไล่ได้ แต่เมื่อเหยาเหยาคำนวณดูแล้ว เธอกลับพบบางอย่างที่น่าสงสัย
เพราะกลิ่นอายนี้อ่อนมาก และโดยทั่วไปแล้วไม่สามารถคงอยู่ได้นาน แต่กลับมีอยู่บนตัวของผู้โชคดี นั่นหมายความว่าเขาเพิ่งไปเจอมันไม่นาน
กลิ่นอายนี้เป็นพลังของวิญญาณ มีเพียงภูตผีเท่านั้นที่มีพลังแบบนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน ก็ไม่ใช่เรื่องดีที่จะมาปะปนกับมนุษย์
ในฐานะผู้ทำหน้าที่เป็นคนเก็บวิญญาณของยมโลก เหยาเหยาตั้งใจจะรักษาความสงบเรียบร้อยของทั้งสองโลก เธอจึงเอ่ยปากเตือนทันที
คำถามที่จู่ๆก็ถามออกมา ทำให้ผู้โชคดีรวมถึงผู้ชมทั้งหลายงุนงง
[โอ้โห พลิกอีกแล้ว! ฉันคิดว่าเรื่องนี้จบแล้วซะอีก!]
[โคตรตื่นเต้นเลย! เห็นชัดเลยว่าทุกคนในไลฟ์นี้ที่ถูกสุ่มมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ]
[ขอให้พี่ชายคนนี้ไม่เกิดอะไรหนักๆเลยนะ หล่อขนาดนี้ถ้าเกิดเป็นอะไรไป ฉันคงเศร้าแน่ๆ ฮือๆ!]
การที่ผู้โชคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทำให้ชาวเน็ตยิ่งสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างตื่นเต้น เต็มไปด้วยอีโมติคอนรอเกาะติดสถานการณ์ ซึ่งทำเอาผู้โชคดีถึงกับรู้สึกคันตาเพราะความกดดัน
"เมื่อชั่วโมงที่แล้วเหรอ? เอ่อ ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ!"
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงถามแบบนี้ ผู้โชคดีก็ตอบกลับด้วยความจริงใจ
ปกติแล้วงานของเขาคือเป็นมาสคอตประจำจุด โดยทั่วไปไม่ต้องย้ายไปไหน มีเพียงถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเท่านั้น
"อ้อ ใช่ เพื่อนร่วมงานของผมปวดท้องเลยเข้าห้องน้ำไป ผมเลยต้องทำหน้าที่แทนช่วงหนึ่ง แบบนี้นับไหมครับ?"
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ผู้โชคดีก็นึกขึ้นได้จึงรีบเสริมขึ้น
ที่เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในทีแรกก็เพราะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที หากไม่ใช่เพราะจุดยืนของเขาที่ห้ามทิ้งหน้าที่ไปไหน เขาเองก็คงไม่ต้องทำแทนด้วยซ้ำ
“นับสิคะ!” เหยาเหยาพยักหน้าตอบเสียงใส
เพราะสายตาที่ใสซื่อของเธอ ทำให้ผู้โชคดีมั่นใจว่าอาจารย์เป็นห่วงเขาจริงๆ จึงไม่กล้าปิดบังอะไร
สถานที่ที่เพื่อนร่วมงานของเขาทำงานอยู่ก็คือบ้านผีสิงธีมใหม่ของสวนสนุก
บ้านผีสิงนี้ได้รับการตกแต่งให้มีลูกเล่นน่ากลัวและสมจริง เรื่องราวที่สร้างขึ้นในบ้านผีสิงทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาลองท้าทายความกลัวกันที่นี่
เนื่องจากได้รับความนิยมจนเกินควร เพื่อนร่วมงานของเขาจึงทำงานหนักจนแทบไม่ได้หยุดพัก
และวันนี้อาหารในโรงอาหารดูเหมือนจะไม่ค่อยสดเท่าไหร่ พอทานเข้าไปก็เลยท้องเสีย
เนื่องจากหน้าที่ในบ้านผีสิงไม่สามารถขาดคนได้ เขาจึงขอให้ผู้โชคดีมาช่วยแทน
[บ้านผีสิงเนี่ยนะ มีสิ่งชั่วร้ายอยู่หรือเปล่า!]
[เห็นเขาพูดแล้วแอบรู้สึกกลัวเหมือนกัน ตอนนั้นฉันเคยไปเล่นห้องลับแนวผีๆมา เกือบช็อก กลับบ้านไปฝันร้ายหลายคืนเลยทีเดียว]
[บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศชวนขนลุกก็ได้ เพราะอยู่ในที่มืดๆ โดนแกล้งตกใจใส่ มีใครบ้างที่จะรับมือไหว?]
"อาจารย์มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?" ผู้โชคดีหน้าซีดลงเล็กน้อย
ตอนนี้ความทรงจำของเขาเริ่มย้อนกลับมา แม้ว่าตอนอยู่ในบ้านผีสิงเขาจะอยู่ไม่นาน แต่บรรยากาศภายในนั้นก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวจริงๆ
พอมาได้ยินชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเย็นสันหลังวาบๆ
จากมุมมองของเขา ถ้าอาจารย์ยังไม่พยักหน้า เขาก็จะยังไม่กลัวเพื่อเก็บอารมณ์ไว้
แต่ถึงจะพยายามไม่คิดมาก ความหวังสุดท้ายของเขาก็ยังไม่เป็นผล เมื่อได้ยินเสียงใสๆของเหยาเหยาดังขึ้น
“พี่ชาย มีพลังชั่วร้ายติดตัวมานิดหน่อยนะคะ ถ้าเหยาเหยาเดาไม่ผิด บ้านผีสิงที่เพื่อนพี่ชายทำงานอยู่มีผีจริงๆด้วยค่ะ!”
“พี่น่าจะเจอเขาเข้าแล้วเลยโดนพลังของเขาติดมา ช่วงนี้พี่ลองออกไปตากแดดเยอะๆนะคะ!”
เหยาเหยาพูดเสียงใสแจ๋ว
สำหรับคนทั่วไป พลังชั่วร้ายนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย การได้ขับไล่ออกไปจึงเป็นเรื่องดีมาก
พลังชั่วร้ายธรรมดาหากเข้าสู่ร่างกาย การตากแดดจัดๆ ก็เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการขับไล่พลังออกไป
แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ซับซ้อน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ผู้โชคดีถึงกับขวัญเสีย
เขากลืนน้ำลายลงไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เพราะถึงอาจารย์จะพูดอย่างนั้น แต่นี่คือผีเชียวนะ!
ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงต้องกลัวอยู่แล้ว เขาจึงพยายามสุดกำลังที่จะไม่แสดงอาการออกมา
บทที่ 356: อาชีพผี โลกออนไลน์ในนรก
"อาจารย์ครับ เพื่อนร่วมงานของผมจะเป็นอันตรายหรือเปล่า?"
แม้ว่าจะกลัว แต่ผู้โชคดีก็ยังคงมีสติคิดถึงปัญหาอื่นที่ตามมา เพียงแค่เขาทำหน้าที่แทนเพื่อนแค่ช่วงสั้นๆ ก็ได้รับพลังชั่วร้ายติดตัวมาแล้ว
เพื่อนของเขาที่ต้องอยู่ในบ้านผีสิงทั้งวันสิบสองชั่วโมงทุกวัน จะไม่ถูกพลังชั่วร้ายซึมเข้าไปจนถึงกระดูกเลยหรือ?
ถ้าแค่การออกไปตากแดดก็พอจะขับไล่ได้ แล้วเพื่อนเขาล่ะ จะทำยังไง? เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผู้โชคดีถึงกับสูดหายใจลึกด้วยความหวั่นใจ
เพื่อให้อาจารย์ได้ตัดสินอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เขารีบส่งรูปถ่ายที่เพื่อนเขาโพสต์ในกลุ่มตอนเช้าไปให้ทางหลังบ้านทันที
"พี่ชายคะ เพื่อนของพี่มีปัญหานิดหน่อยนะ"
เหยาเหยาหันมามอง รูปที่เห็นทำให้มือเล็กๆของเธอบีบเข้าหากันแน่น เสียงพูดก็แผ่วเบาลง
เพียงแค่มองก็เห็นว่าพี่ชายในรูปภาพนั้นมีพลังชั่วร้ายปกคลุมอยู่มากแล้ว
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ คงเหมือนกับเห็นภาพเจ้าหน้าที่ในละครที่มีรอยจันทร์เสี้ยวสีดำตรงหน้าผาก แถมพลังชั่วร้ายยังเริ่มส่งผลกระทบกับร่างกายแล้วด้วย
เรื่องนี้ไม่ใช่วิญญาณตัวนั้นที่ทำร้ายเขาหรอก เพราะจากโหงวเฮ้งแล้ว เพื่อนของผู้โชคดีไม่มีเคราะห์ร้ายถึงชีวิต
เหยาเหยาลองคำนวณดู ก็พอจะเดาได้ว่าปัญหาคือวิญญาณในบ้านผีสิงตัวนั้นเห็นว่าสนุกเลยไม่ยอมจากไป แถมยังช่วยงานให้บรรยากาศน่ากลัวสมจริงขึ้นไปอีก นี่จึงเป็นเหตุที่บ้านผีสิงได้รับความนิยมอย่างมาก
“นี่มันเป็นอาชีพผีที่แท้จริง!” ผู้โชคดีฟังแล้วถึงกับปวดหัวขึ้นมาทันที
ชาวเน็ตยิ่งขำหนัก บอกว่าผีตัวนี้สมควรไปต่อสัญญาจ้างใหม่เลย ถ้ามีงานก็คือตั้งใจทำเต็มที่!
“พี่ชายคะ ส่งที่อยู่ของบ้านผีสิงนั้นมาให้เหยาเหยาหน่อยค่ะ เหยาเหยาจะเชิญพี่ผีให้ออกไปเองค่ะ”
เหยาเหยาถึงกับปวดหัว เพราะนอกจากครั้งก่อนที่วิญญาณในบ้านแอบเปิดทีวีตอนดึกๆ ทำให้คนรอบตัวของผู้โชคดีตกใจ เรื่องนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่เจออะไรแบบนี้
ครั้งนี้ยิ่งเกินคำบรรยาย เพราะคุณพี่ผีในบ้านผีสิงนั้นอาศัยอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสุดๆ
ผู้ที่มาบ้านผีสิงก็ต้องการความตื่นเต้น พอพี่ผีขยับตัวออกมาก็ไม่มีใครสังเกตเห็นอะไรแปลกๆเลย แถมยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นเพิ่มขึ้นอีก
หากไม่ใช่เพราะผู้โชคดีเผลอไปทำหน้าที่แทนเพื่อนร่วมงาน และบังเอิญเปิดไลฟ์ ผู้โชคดีก็คงแย่แน่ๆ
เพราะพลังชั่วร้ายจะส่งผลให้ไฟชีวิตทั้งสามในร่างกายอ่อนลง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้น คนก็จะรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เสี่ยงที่จะเผชิญกับสิ่งไม่สะอาดได้
ถึงผีตนนั้นจะไม่ทำร้ายใคร แต่ก็อาจส่งผลให้เพื่อนร่วมงานของผู้โชคดีตกเป็นเหยื่อไปด้วย ปละในท้ายที่สุดผลกรรมสุดท้ายก็จะตกไปถึงพี่ผีตนนั้นด้วยอยู่ดี
"โอเค โอเค ผมจะรีบส่งไปให้ครับ!" ผู้โชคดีก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเจอเรื่องร้าย รีบส่งข้อความไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่เหยาเหยากำลังคิดหาวิธีใช้ยันต์เรียกคนช่วย อากาศรอบตัวก็เย็นลงกะทันหัน
เธอหันไปเห็นบานประตูทองเหลืองปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ และจากในประตูก็มีเงาสีขาวในชุดคลุมที่สวมหมวกเขียนคำว่า ‘เจอหน้ารับทรัพย์’ เดินออกมา
ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือท่านยมทูตไป๋อู๋ฉางที่ไม่ได้เจอมานาน
เหยาเหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปิดไมโครโฟนแล้วกระโดดลงจากเก้าอี้
“ว้าว ท่านยมไม่ได้เจอกันนานเลย เหยาเหยาคิดถึงท่านมากๆเลย!”
การเข้าหาผู้อื่นเป็นทักษะที่อาจารย์สอนเธอไว้ เพื่อให้สามารถเข้ากันได้ง่ายๆ เหยาเหยารีบวิ่งตรงเข้าไปหาทันที
ท่านยมทูตเป็นคนโบราณ สมัยมีชีวิตก็ชำนาญเรื่องวาจาคำพูดอยู่แล้ว เมื่อตายไปนานหลายปี ฝีมือการใช้คำพูดก็พัฒนาขึ้นไปอีก
ท่านจึงหลบหลีกหลบการเข้าไปใกล้ของเหยาเหยาได้อย่างชำนาญ
“เจ้าเหยาเหยาน้อย เด็กๆไม่ควรพูดโกหกนะ ถ้าเจ้าคิดถึงข้าจริง ทำไมไม่มาหาข้าที่นรกบ้างเล่า?”
“อย่าบอกว่าไม่มีเวลาเลย ข้ารู้นะว่าเจ้าแอบไปที่นรกของท่านชิงหานหลายรอบแล้ว คิดถึงข้ารึ ยมทูตอย่างข้าควรจะเชื่อไหมนะ?”
ท่านยมมองหน้ากลมๆที่ยังคงงุนงง ก่อนจะค่อยๆจัดแจงชุดของเขาด้วยท่าทีสบายๆ
คำพูดที่เผยความจริงอย่างไร้เยื่อใยนี้ทำให้แก้มของเหยาเหยาร้อนผ่าว เมื่อเห็นว่าคำหวานใช้ไม่ได้ผล เธอรีบเปลี่ยนมาเป็นความจริงใจในทันที!
“ท่านยมทูต จะให้อภัยเหยาเหยาได้ไหมคะ เหยาเหยารับรองว่าคราวหน้าจะไปหาให้ได้เลย!”
เธอทำตาโตใสๆมองยมทูต ท่านยมทูตมองเห็นท่าทางน่ารักนั้นจนอดไม่ได้ เขายกมือขึ้นมาบีบแก้มกลมๆของเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู
“ก็คงพอจะได้อยู่… แต่ขอดูผลงานต่อไปก่อนแล้วกัน” เขาเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิ ปล่อยคำพูดลอยๆออกมาจากริมฝีปากบาง
แม้คำพูดจะดูเย็นชา แต่เหยาเหยาก็พอจะรู้จักนิสัยของท่านยมอยู่บ้าง จึงเข้าใจได้ว่าท่านยทูตเริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
เหยาเหยายิ้มพลางพูดชื่นชมอีกนิดหน่อย ก่อนจะถามขึ้นว่า “ท่านยมทูตมาวันนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
"ก็มีเรื่องนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรหรอก ข้าแค่มาช่วยแก้ปัญหาให้เจ้าเท่านั้น"
"เจ้าลองส่งตราประจำตัวของเจ้ามาให้ข้าก่อน ข้าจะทำอะไรนิดหน่อย แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง"
ไม่ผิดไปจากที่คิด ยมทูตพอใจจากคำชื่นชม จึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป พูดตรงประเด็นทันที
เหยาเหยาที่ยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ควักตราประจำตัวออกมาแล้วยื่นให้เขา จากนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงตอกเหล็กก้องขึ้นมา จนสักพักตราประจำตัวก็ถูกส่งคืนมาให้เธอ
“เสร็จแล้ว ตอนนี้ใช้งานได้ง่ายมาก ใช้เหมือนโทรศัพท์สมาร์ทวอชของเจ้าเลย”
ท่านยมทูตพูดพร้อมสาธิตให้ดู
ตราประจำตัวเดิมที่ใช้รับรู้พลังงาน ตอนนี้กลับมีหน้าจอสัมผัสโผล่ขึ้นมา ที่หน้าจอมีเพียงไอคอนเดียวให้แตะเข้าไปดู
เมื่อแตะเข้าไปก็พบว่าเป็นแอปพลิเคชันเล็กๆ ที่มีไว้สำหรับโพสต์ภารกิจจับผี
ท่ายมทูตอธิบายอย่างช้าๆว่า "ช่วงนี้มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทางการเลยทำงานไม่ทัน"
"ตราประจำตัวแบบเดิมทำให้การแจ้งภารกิจลำบาก เวลามีเหตุการณ์เกิดขึ้น บางครั้งเหล่ายมทูตก็ไม่สามารถรับรู้และตามไปที่เกิดเหตุได้ทัน"
"จึงมีการตั้งทีมพัฒนาระบบขึ้นมา เพื่อผลักดันให้ทางการใต้พิภพใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น"
ในแอปพลิเคชันนี้ ผู้แจ้งเหตุสามารถโพสต์รายละเอียดปัญหาได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ระดับอันตราย ไปจนถึงสถานที่เกิดเหตุ
เมื่อโพสต์แล้ว ทุกคนในแวดวงจะเห็นภารกิจนี้ ใครที่อยู่ใกล้ที่สุดจะได้รับมอบหมายโดยอัตโนมัติ เป็นระบบที่ยืดหยุ่นมาก
ช่วงแรกๆยังติดปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างโลกกับใต้พิภพอยู่ เพราะสัญญาณไม่สามารถเชื่อมถึงกันได้
แต่ไม่นานมานี้มีผู้เชี่ยวชาญที่มากความสามารถมาร่วมงานหลายคน พวกเขาช่วยกันแก้ปัญหานี้จนได้ และสุดท้ายก็สามารถพัฒนาแอปให้ใช้งานได้เสถียร
เซี่ยปี้อันจึงต้องเดินทางมาที่นี่เพื่อติดตั้งให้เหยาเหยา เพราะนับตั้งแต่โลกใต้พิภพมีอินเทอร์เน็ตแล้ว พวกเขาก็ดูไลฟ์สดได้ด้วย
เขาจึงรู้ดีว่าเหตุการณ์ผีหลอกในไลฟ์นั้นมีบ่อยแค่ไหน แม้เหล่ายมทูตคนอื่นอาจไม่ค่อยได้ใช้ฟีเจอร์นี้ แต่สำหรับเหยาเหยาคงได้ใช้บ่อยแน่ๆ
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด เมื่อเหยาเหยาได้ฟังคำอธิบาย ดวงตากลมโตของเธอก็สว่างไสวด้วยความดีใจ
เพราะเธอกำลังคิดหาวิธีขอความช่วยเหลือในการจัดการกับ ‘พี่สาวผี’ ในบ้านผีสิงอยู่พอดี แล้วจู่ๆก็เหมือนสวรรค์ส่งของขวัญมาให้ถึงที่เลย!
เหยาเหยาดีใจมาก รีบลองใช้แอปทันที
บทที่ 357: ลักษณะของผู้สูญเสียบุตร ผู้โชคดีคนที่สอง
"ท่านยมทูต! ท่านมาช่วยได้ถูกจังหวะมากเลยค่ะ เหยาเหยากำลังอยากจะใช้งานแอปนี้พอดี!"
เหยาเหยากดปุ่มในแอปอย่างคล่องแคล่วด้วยนิ้วอวบๆ ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กที่เพิ่งลงจากเขาและไม่รู้อะไรอีกต่อไป เพราะเธออายุสี่ขวบแล้ว!
เธอได้เห็นพี่เจ็ดเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยๆ จึงเรียนรู้การใช้โทรศัพท์ สมาร์ทวอช และการไลฟ์สดได้อย่างชำนาญ
เซี่ยปี้อันมองเด็กน้อยที่โพสต์ภารกิจได้อย่างรวดเร็วกว่าเขาเองเสียอีก หัวใจที่อยากสอนก็แทบแหลกสลายไปในทันที
“เรียบร้อยแล้วค่ะ มีคุณยมทูตคนหนึ่งรับภารกิจแล้วนะคะ!”
เหยาเหยาพูดด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าหงุดหงิดของเซี่ยปี้อัน ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายเมื่อเห็นสัญลักษณ์สีแดงแจ้งว่าภารกิจได้รับการตอบรับแล้ว
“ก็แน่นอนสิ! ใต้พิภพลงทุนไปมากในการพัฒนาแอปนี้ จะไม่ดีได้ยังไงกัน!”
“ช่วงนี้ใต้พิภพรับคนเพิ่มจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละเขตอย่างน้อยสามคน และยังมียมทูตกับผู้ดูแลตามแต่ละพื้นที่อีกด้วย”
“เหยาเหยาเจ้าต้องระวังให้ดีนะ เมื่อโพสต์ภารกิจ ต้องประเมินระดับความยากด้วย เพราะถ้าผีแรงๆแล้วไปเจอเจ้าหน้าที่อ่อนๆ อาจเกิดอันตรายได้”
เซี่ยปี้อันกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง เขาอุตส่าห์มาสั่งสอนด้วยความหวังดีจึงต้องบอกกล่าวเรื่องสำคัญให้ชัดเจน
“รับทราบค่ะ ท่านไม่ต้องห่วงเลย เหยาเหยาจะระวังค่ะ!”
เหยาเหยาพยักหน้าอย่างตั้งใจ ในฐานะนักพรตของสำนัก เธอรู้ดีว่าผีมีความรุนแรงต่างกันไป ถ้าเป็นผีที่มีพลังอ่อน การส่งยมทูตไปช่วยก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นผีที่รุนแรงและมีพลังมาก เจ้าหน้าที่ธรรมดาจะรับมือไม่ไหวแน่ๆ
“ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ทำพลาดแน่นอน แต่ข้าแค่เตือนเอาไว้เท่านั้นเอง”
“ไม่มีอะไรแล้ว ถ้าเจ้าอยากไลฟ์สดต่อก็กลับไปเถอะ”
เซี่ยปี้อันโบกมือเบาๆให้เธอไป เขามาตรงเวลาพอดี ตอนนี้ธุระเสร็จแล้วหากยังดึงตัวเธอไว้ยาวไปอีก เหล่ายมทูตในใต้พิภพคงพากันโกรธแน่ เพราะหลายคนมีมือถือและนั่งรอดูไลฟ์สดอยู่ คนที่ไม่มีมือถือก็ดูของเพื่อนรวมกันอยู่
เขารู้ดีว่าเหล่าผีมองไม่เห็นประตูมิติ แต่มองเห็นเซี่ยปี้อันเดินเข้ามาในไลฟ์สดแน่นอน หากเขาลากเวลาไปมากกว่านี้ เขาคงโดนบ่นแน่ๆ
“แล้วเจอกันนะคะ คราวหน้าจะไปคุยกับท่านอีกค่ะ!”
เหยาเหยาโบกมือลาท่านยมทูตก่อนจะกลับไปนั่งไลฟ์ต่อ
ทันทีที่กลับมาหน้าจอ เธอสังเกตเห็นว่าห้องแชทของเธอเต็มไปด้วยข้อความขำขัน
[ท่านอาจารย์จะหายตัววับไปแบบครั้งที่แล้วไหมเนี่ย จำได้เลยว่าครั้งนั้นมาสายหนูน้อยช่วยชีวิต!]
[เพื่อน นายกำลังจะได้ลายเซ็นหนูน้อยอาจารย์ตัวจริง! อย่าลืมเอาลายเซ็นมาให้พี่ล่ะ จะส่งที่อยู่ให้เลย!]
[ฮ่าๆๆ ใครมันจะไปคิดว่าภารกิจหนูน้อยช่วยชีวิตครั้งนั้นจะฮามาก!]
เหยาเหยาเองก็อดขำไม่ได้ เธอรู้ดีว่าหลายคนเคยเห็นการหายตัวไปของอาจารย์ จึงเริ่มเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ผู้ชมที่เคยเห็นเหตุการณ์นั้นเริ่มเล่าความรู้สึกของตนเองอย่างเต็มที่
แต่พอเหยาเหยากลับมาหน้าจอ คนดูก็ถึงกับตกตะลึง
[แย่ละ อธิบายไปก่อนหน้านี้เหมือนจะเร็วเกินไป ตอนนี้โดนแซวซะแล้ว!]
แม้จะโดนแซว แต่คนดูก็ไม่มีใครรู้สึกแย่เลย เพราะสำหรับพวกเขา การโดนแซวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรแล้ว
ผู้ชมจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และพากันพิมพ์ ‘111’ อย่างหน้าตาเฉย ราวกับจะกลบเกลื่อนเหตุการณ์ให้เร็วที่สุด
เหยาเหยามองเห็นพวกพี่ๆที่ตั้งใจปิดบังความเขินอาย เธอก็เลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และหันไปพูดกับผู้โชคดีว่า
"พี่ชายคะ ครั้งนี้มีเพื่อนร่วมงานของเหยาเหยามาด้วยนะคะ อีกเดี๋ยวเขาก็จะมาช่วยแก้ไขปัญหาแล้วค่ะ!"
"ส่วนพี่ชายที่โดนพลังชั่วร้ายเกาะติด ขอแนะนำให้ใช้กิ่งหลิวตีตัวเองสักหน่อย แล้วก็กินอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังหยางให้เยอะๆนะคะ"
“อีกสักพักหลังจากจบไลฟ์ เหยาเหยาจะส่งยันต์คุ้มครองไปให้ค่ะ ใส่ไว้ติดตัวทั้งสองคนนะคะ จะได้ปลอดภัย!"
ผู้ชมคนนั้นรู้สึกซาบซึ้งใจและขอบคุณเหยาเหยาที่ช่วยเหลือ จากนั้นเขาก็ปล่อยให้เธอทำไลฟ์ต่อ
หลังจากที่การสนทนาจบลง ภาพไลฟ์ก็ตัดกลับมาเป็นภาพของเหยาเหยาคนเดียว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ปัญหาของผู้โชคดีท่านแรกได้รับการแก้ไขแล้ว มาดูกันนะคะว่าผู้โชคดีท่านที่สองจะเป็นใคร อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ!"
เหยาเหยาพูดเลียนแบบคำโฆษณาที่เห็นจากทีวีเมื่อวันก่อน ท่าทางของเธอดูน่ารักมาก ทำให้ผู้ชมพากันหัวเราะลั่น
บางคนที่ลืมจับสลากพอรู้สึกตัวก็เจ็บใจ แต่ก็ทำได้แค่ร้องโอดครวญ
"สวัสดีค่ะ คุณน้า อยากจะให้เหยาเหยาช่วยเรื่องไหนคะ?"
เหยาเหยาไม่สนใจคอมเมนต์พวกนั้นและถามตามปกติ
แต่พอเธอเงยหน้ามองผู้โชคดีคนนี้ เธอก็ถึงกับหยุดชะงัก เพราะเห็นลักษณะบนใบหน้าของผู้ชมที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ
หญิงสาวที่นั่งอยู่หน้ากล้องอายุราวสี่สิบปี ผิวค่อนข้างคล้ำจากแดดและมีรอยคล้ำหนาอยู่ใต้ตา แสดงถึงการนอนหลับไม่เพียงพอ
สีหน้าเธอดูอ่อนล้า แต่พอได้ยินเสียงเหยาเหยา แววตาก็มีประกายขึ้นมาบ้าง เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังและรีบเร่ง
“หนูหนูช่วยน้าหาลูกชายได้ไหม ลูกน้าหายไปสองอาทิตย์แล้ว โทรไปที่โรงเรียนเขาก็บอกว่าลูกลาไปแล้ว”
“แต่ว่าเขาก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย ลูกน้าเป็นแค่เด็ก มัธยมต้น ไม่มีเงินติดตัว ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน”
ผู้โชคดีเริ่มเล่าอย่างร้อนรน ลูกชายของเธอไปเรียนมัธยมที่ตัวอำเภอ เนื่องจากบ้านอยู่ไกลและต้องเดินทางไปกลับจึงพักที่หอพักในโรงเรียน
ตามปกติเขาจะกลับมาบ้านทุกวันศุกร์ แต่สัปดาห์นั้นลูกชายบอกว่าอยากอยู่ที่โรงเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบกลางภาค หญิงคนนั้นเห็นว่าลูกตั้งใจเรียนเสมอ จึงไม่กังวลและให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
แต่เมื่อสอบเสร็จแล้วลูกก็ยังไม่กลับ เธอจึงเริ่มสงสัยและรีบโทรไปที่โรงเรียน
สิ่งที่ได้รับรู้คือโรงเรียนแจ้งว่าลูกชายของเธอลาหยุดไปตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน และไม่ได้เข้าสอบด้วยซ้ำ
เธอรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่เพราะเวลาผ่านมานานแล้ว จึงไม่รู้จะเริ่มต้นหาจากที่ไหน เธอได้แต่ร้อนใจและทุรนทุราย
หลังจากได้รับคำแนะนำจากเพื่อนว่ามีหนูน้อยอาจารย์ในไลฟ์สดที่ช่วยทำนายโชคชะตาได้แม่น เธอก็เลยตัดสินใจลองดู เผื่อจะมีปาฏิหาริย์
หญิงคนนั้นตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าลูกชายอาจจะกลับมาเร็วๆนี้ และไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเหยาเหยาที่เริ่มซีดเผือด
เหยาเหยาตกใจอย่างยิ่ง เพราะเธอมองเห็นชัดเจนว่าคุณน้าคนนี้มีลักษณะของ ‘การสูญเสียลูกชาย’ บนใบหน้า!
ลูกชายที่คุณน้าคนนี้กำลังตามหา แท้จริงแล้ว...เสียชีวิตไปแล้ว
บทที่ 358: ทวงความยุติธรรม
"อาจารย์น้อย ลูกชายของฉัน เสี่ยวจินเกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่าคะ!"
"อาจารย์ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย พวกเราก็อยากรู้คำตอบ อย่างน้อยเราก็ต้องพาเขากลับบ้าน"
ความเงียบในห้องถ่ายทอดสด รวมถึงใบหน้าจริงจังของอาจารย์น้อยตรงหน้า ทำให้หัวใจของผู้โชคดีเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด
ความจริงแล้ว ก่อนที่เธอจะมาที่นี่ เธอก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เด็กปกติที่หายตัวไปโดยไร้ร่องรอยเป็นเวลาสองสัปดาห์ ไม่มีทางเป็นเรื่องดีแน่นอนเหตุผลที่ยังคงพยายามอย่างสุดความสามารถเช่นนี้ ก็เพราะสมกับคำพูดที่ว่า ‘ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องเจอตัว ถ้าตายแล้วก็ต้องเจอศพ’
[เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทำเอาฉันรู้สึกจุกจนจมูกแสบ แม้จะรู้ว่ามันอาจจะไม่มีปาฏิหาริย์ แต่ก็อยากให้มันเกิดสักครั้ง ขอให้อาจารย์ช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่]
[ขอให้ลูกปลอดภัย ขอให้มีปาฏิหาริย์จริงๆ!]
ผู้ชมหลายคนที่เป็นแม่เข้าใจดีถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูก
ทุกคนต่างอธิษฐานให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น แต่เมื่อความจริงที่โหดร้ายได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเรื่องนี้ก็เลวร้ายยิ่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้
“คุณน้าคะ น้าเดาถูกแล้วค่ะ พี่ชายเขาได้จากไปแล้วจริงๆค่ะ”
“การจากไปของเขานั้นแสนเจ็บปวด เขาถูกตีด้วยพลั่วจนกะโหลกแตก แล้วถูกคนใจร้ายใช้ตะปูไม้ตอกจนวิญญาณแตกสลาย คุณน้า..ไม่สามารถพาเขากลับบ้านได้อีกแล้วค่ะ”
เหยาเหยาหยุดไปครู่หนึ่ง แม้จะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงออกไป
ตามพื้นดวงของผู้โชคดีนั้น เธอควรจะได้อยู่เป็นสุขไปตลอดชีวิต ลูกชายของเธอควรจะเติบโตและประสบความสำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ชะตานั้นถูกตัดขาด
เหยาเหยาคำนวณแล้วพบว่าการตายของเด็กชายไม่ใช่เพียงแค่การเสียชีวิตธรรมดา เพราะโดยปกติเมื่อคนตาย วิญญาณจะได้ไปสู่การเกิดใหม่
แต่ลูกชายของผู้โชคดีกลับถูกตะปูไม้ตอกจนวิญญาณดับสูญ ชีวิตและวิญญาณถูกทำลายพร้อมกัน
การฆ่าคนและทำลายวิญญาณ หากเป็นนักพรตในสายวิชามารก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นจอมมาร แต่ครั้งนี้ผู้ที่ก่อเหตุโหดร้ายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเด็กคนหนึ่งที่เป็นเพียงเพื่อนนักเรียนเท่านั้น
คำว่า ‘ปีศาจ’ ผุดขึ้นในใจของเหยาเหยา ใบหน้าเล็กๆของเธอแสดงความโกรธอย่างเห็นได้ชัดเป็นครั้งแรก
“คนเราจะโหดร้ายได้ขนาดนี้ได้ยังไง พี่ชายเป็นแค่เด็ก เขาไปทำอะไรให้ถึงต้องโกรธแค้นกันขนาดนี้!”
ผู้โชคดีเมื่อได้ยินคำว่า ‘ตายและวิญญาณดับสูญ’ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด ความเศร้าโศกทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาบนใบหน้าทำให้สภาพของคุณน้าผู้โชคดีน่าสงสารยิ่งกว่าเดิม
[ใครกันที่ทำให้คนแยกไม่ออกว่าใครเป็นคน ใครเป็นปีศาจ!]
[ต้องลงโทษให้สาสม คนแบบนี้อยู่ไปก็เหมือนระเบิดเวลา อาจทำร้ายคนอื่นได้อีก]
มีคนมากมายที่รู้สึกเห็นใจผู้โชคดี เพราะเด็กดีๆทำไมถึงต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ได้แต่คิดว่า ‘นรกว่างเปล่า ปีศาจจึงเต็มแผ่นดิน’
ความโหดเหี้ยมที่ทำให้แทบหายใจไม่ออก ทุกคนที่มีหัวใจคงจะรู้สึกทนไม่ได้ ผู้ชมในไลฟ์สดอยากจะลงโทษคนชั่วด้วยตัวเอง
“น้าคะ เหยาเหยารู้ว่าน้าเจ็บปวดใจมาก แต่เราต้องทำให้คนร้ายรับโทษ จะปล่อยให้พวกเขาลอยนวลไม่ได้ค่ะ”
“น้าต้องรีบแจ้งตำรวจค่ะ เหยาเหยาจะช่วยพาไปจับคนร้าย ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะหนีไปจริงๆ”
เสียงของเหยาเหยาที่เต็มไปด้วยความโกรธก็ดังขึ้น เธอเพิ่งคำนวณได้ว่าเพื่อนที่ร่วมมือฆ่าพี่ชายของเธอกำลังจะหลบหนีไปต่างประเทศด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัว
พวกเขารู้ว่าเรื่องราวจะปิดไม่อยู่ หลังจากฆ่าคนไปแล้วจึงเล่าให้ครอบครัวฟังคร่าวๆ
แต่พวกเขากลับบิดเบือนความจริง พูดแค่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ
แม้ว่าพ่อแม่ของคนร้ายจะรู้สึกหวาดกลัว แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการให้ลูกชายต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุก จึงรีบใช้อิทธิพลเพื่อเร่งจัดการเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศ
หลังจากวันนี้ พวกเขาทุกคนจะหนีไปต่างประเทศ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่และใช้ชีวิตใหม่ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น การตามหาคงยากราวกับงมหาเข็มในมหาสมุทร
แต่วันนี้พวกเขามาเจอกับเธอ เหยาเหยาจะไม่ยอมให้พวกเขามีโอกาสหนีได้แน่นอน!
“พวกคนเลวเหล่านี้แม้จะได้รับกรรมหลังความตาย แต่คนที่โหดเหี้ยมขนาดนี้ จะให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ยังไง?”
เธอจะจับคนเลวเหล่านี้ให้ได้!
“ใช่แล้ว จับพวกมันให้ได้ คนเลวพวกนี้ทำร้ายและฆ่าลูกของฉัน ทำไมจะต้องปล่อยให้พวกมันใช้ชีวิตสบายๆด้วย!”
ผู้โชคดีที่กำลังโศกเศร้าและสิ้นหวังได้ยินคำนี้ก็ราวกับได้รับพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนี้สิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่คือการล้างแค้นให้ลูก เธอต้องการเห็นคนร้ายเหล่านี้ได้รับผลกรรม
กลัวว่าพวกมันจะหนีไปได้ ผู้โชคดีจึงรีบตั้งสติและสื่อสารกับตำรวจตามที่อาจารย์น้อยบอก
ตำรวจตกใจเมื่อได้ยินว่ามีคดีฆาตกรรม หากเป็นเรื่องจริง คดีนี้มีความร้ายแรงมาก
“เราจะส่งเจ้าหน้าที่สองทีม ทีมหนึ่งจะไปกับคุณเพื่อหาศพ อีกทีมจะไปที่สนามบิน หากพบศพในที่ซ่อน เราจะดำเนินการจับกุมทันที!”
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้แจ้งให้ข้อมูลผิดๆ ตำรวจจึงวางแผนอย่างรอบคอบ ซึ่งเหยาเหยาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคือง เธอกลับให้ความช่วยเหลือในการชี้นำตำแหน่ง ‘ร่างไร้ชีวิต’ อย่างตั้งใจ
แม้ว่าก่อนหน้านี้เหยาเหยาจะบอกว่าลูกชายของผู้โชคดีนั้นถูกทรมานก่อนเสียชีวิต แต่การได้เห็นศพกับตาตัวเองนั้นมีผลกระทบมากกว่าที่เคยบรรยายไว้
เพราะศพถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน เนื้อหนังที่เคยอยู่ก็ย่อยสลายไปแล้ว เหลือเพียงกระดูกที่มีรอยแตกหักอย่างชัดเจน
นั่นเป็นบาดแผลที่เกิดจากของมีคม พวกมันกระจัดกระจายอยู่บนใบหน้าทั้งหมด ทำให้ภาพที่เห็นดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
ผู้โชคดีทนไม่ไหวหมดสติไปในทันที ตำรวจจึงต้องขอความช่วยเหลือจากเหยาเหยา เพราะเด็กคนนี้ดูเหมือนเป็นหมอดูตัวน้อยของเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กคนนี้สามารถชี้นำตำแหน่งศพได้อย่างแม่นยำ พวกเขาจึงถามเธอถึงรายละเอียดเพื่อเป็นเบาะแสในการสืบสวนคดี
“ก็ประมาณนี้ค่ะ”
เหยาเหยาเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา และด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงกันได้อบ่างลงตัวทำให้เจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ฟังแล้วรู้สึกราวกับกำลังฟังบันทึกคดี
“ขอบคุณมากสำหรับรายละเอียดเหล่านี้ ถ้าคดีมีความคืบหน้าเราจะแจ้งให้คุณทราบทันที”
สำหรับเหยาเหยา ตำรวจไม่มีท่าทีดูหมิ่นแม้แต่น้อย เนื่องจากเด็กวัยนี้ตามปกติแล้วจะมีเหตุผลและตรรกะที่สมบูรณ์แบบได้ยาก
แต่เหยาเหยากลับเล่าเหตุการณ์ได้อย่างมีระเบียบ ประกอบกับความสามารถในการสืบสวนที่เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าแท้จริงจะเป็นอาจารย์น้อยหรือไม่ ความสามารถของเธอก็สมควรได้รับความเคารพอย่างสูง
“อืมๆ ขอบคุณนะคะพี่ๆตำรวจ” เหยาเหยาไม่รู้ว่าตัวเองในสายตาของตำรวจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว
เธอดีใจที่ได้เห็นความยุติธรรมถูกคืนมา และคนเลวเหล่านั้นจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในคุก
เมื่ออายุถึงเกณฑ์ พวกมันจะถูกตัดสินประหารชีวิต และนั่นจะเป็นความเจ็บปวดที่แท้จริง
ส่วนความทรมานในนรกทั้งสิบแปดชั้น พวกมันก็จะต้องรับกรรมทุกอย่าง
บทที่ 359: คนที่มีโชคมาพบกันเป็นคนที่สาม คือ แมว
[ก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องที่ว่า ‘สันดานมนุษย์ชั่วร้ายลึกล้ำ’ แต่เหตุการณ์ของปีศาจทั้งสามตัวนี้ทำให้ฉันเชื่อว่าซุนจื้อ *[1] พูดไว้ถูกต้อง บางคนชั่วร้ายโดยพื้นฐานจริงๆ สงสารลูกชายของผู้โชคดีจริงๆ]
การดูไลฟ์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกอึดอัดและโกรธมาก ถึงแม้ตำรวจจะยืนยันว่าจับฆาตกรทั้งสามได้แล้ว แต่ชาวเน็ตก็ยังรู้สึกอัดอั้น
ในจุดนี้ เหยาเหยาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะกรรมที่เกิดมักไม่ได้ถูกชำระเร็วเท่ากับการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ซึ่งแม้การใช้ความรุนแรงจะช่วยปลดปล่อยความแค้นได้ แต่มันก็จะทำให้เกิดกรรมใหม่ขึ้นมา สุดท้ายก็จะเหมือนกระต่ายที่ติดอยู่ในโคลนตม ไม่อาจหลุดพ้นออกมาได้
เหยาเหยาทำได้เพียงให้คำมั่นกับพี่ๆในไลฟ์ว่า ความยุติธรรมจะมาถึงอย่างแน่นอน
“เอาล่ะค่ะ เรื่องของพี่ชายคนนั้นให้ผ่านไปก่อน ตอนนี้เราจะสุ่มหาผู้โชคดีคนที่สามกัน!”
เมื่อเห็นบรรยากาศในไลฟ์ที่หม่นหมองลง เหยาเหยาหยุดสักครู่ ให้ทุกคนได้ตั้งสติก่อนจะดำเนินต่อไป การสุ่มจับฉลากช่วยสร้างความกระตือรือร้นให้กับชาวเน็ตได้ดี ผู้ชมในไลฟ์ต่างคิดว่าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นสามารถรอจนจบไลฟ์ได้
เมื่อเวลาผ่านไปสองนาที ผู้โชคดีคนที่สามก็ปรากฏตัวขึ้น
ผู้โชคดีคนนี้เป็นผู้หญิงอายุยี่สิบกว่า มีผมยาวลอนเป็นคลื่นรอยยิ้มสดใส และเมื่อเธอยิ้มก็มีลักยิ้มเล็กๆบนริมฝีปากที่ทำให้ดูน่ารัก
“ว้าว! ฉันถูกเลือกจริงๆด้วย! มิมิไม่ทำให้ผิดหวังเลย เป็นแมวนำโชคจริงๆ ฉันโชคดีมากเลย!”
เธอเห็นตัวเองปรากฏในไลฟ์แล้วดูตื่นเต้นมาก วางมือถือไว้บนโต๊ะ และเมื่อกล้องขยับก็มีเจ้าแมวสั้นขาสั้น มันเดินเข้ามาหน้ากล้องพร้อมกับร้องเสียงเบาๆที่น่ารักมาก เสียงนั้นทำให้ชาวเน็ตระเบิดความตื่นเต้นขึ้นทันที
[โอ้โห! แมวน่ารักอะไรอย่างนี้!]
[ทาสแมวมือใหม่คนนี้อยากรู้ว่าแมวพันธุ์อะไร น่ารักมาก อยากเลี้ยงบ้างเลย!]
[ดูจากโปรไฟล์เหมือนว่าเธอยังเป็นนักเรียน? น้องๆนักเรียนอาจจะยังไม่เหมาะกับแมวพันธุ์นี้นะ]
[แมวพันธุ์มันช์กิ้นค่อนข้างบอบบาง และแมวพันธุ์นี้ที่มีลักษณะดีๆแบบนี้ถ้าไม่ถึงเลขห้าหลักก็ยากที่จะหาได้ อีกทั้งการเลี้ยงยังต้องการความใส่ใจมาก]
[ดูจากแมวของผู้โชคดีแล้ว บอกได้เลยว่าได้รับการดูแลอย่างดี ขนสวยเงางามมาก การดูแลแมวตัวนี้ค่าใช้จ่ายน่าจะสูงมากเลยทีเดียว]
“พี่สาวค่ะ อยากให้ช่วยทำนายเรื่องอะไรไหมคะ?” เหยาเหยาถามอย่างนุ่มนวล
สายตาของเธอกวาดมองไปเห็นแมวของผู้โชคดี ดูน่ารักกว่าแมวเสวียนจิ่วมากๆ น่าอุ้มจริงๆ
เจ้าแมวมีสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่แขวนอยู่ที่คอ อีกทั้งยังมีจี้หยกเก่าแก่แขวนอยู่ที่คอด้วย มันนั่งอยู่บนตักของผู้โชคดี ยืดคออย่างภูมิใจ
เมื่อได้รับการแนะนำจากพี่สาวผู้โชคดีบอกว่าเจ้าแมวน่ารักนี้มีชื่อว่า ‘มิมิ’
เหยาเหยาก็พยายามเก็บความตื่นเต้นไว้และทำไลฟ์ต่อไปโดยไม่ให้ล่าช้า
“เอ่อ อาจารย์คะ ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไรอยากให้ทำนายหรอกค่ะ ครั้งนี้ถือว่าเป็นมิมิที่ได้รับเลือก ดังนั้นให้มันเป็นพระเอกแทนแล้วกันค่ะ!”
“ช่วยทำนายให้หน่อยค่ะว่าฉันควรจะให้มันมีลูกสักครอกหรือพามันไปทำหมันในสองวันนี้ดีคะ?”
เมื่อถูกถาม ผู้โชคดีรู้สึกลังเลเล็กน้อย เธอเข้าร่วมไลฟ์เพราะอยากลองดูเฉยๆ เพื่อนของเธอบอกว่าแมวมีสัมผัสที่ดี สามารถนำโชคดีมาให้เจ้าของได้ เธอเลยลองเข้าร่วมสุ่มจับฉลากดู และไม่คาดคิดว่าจะได้จริงๆ
เพราะไม่ได้เตรียมตัวไว้ จึงไม่รู้จะให้ทำนายอะไรดี แต่พอคิดไปสักพักก็มีคำถามเกี่ยวกับเจ้าแมวตัวน้อยว่าเธอควรจะให้มันมีลูกหรือพามันไปทำหมัน
เธอเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของแมว ดังนั้นจึงคิดว่าในเมื่ออาจารย์สามารถทำนายให้คนได้แม่นขนาดนี้ ทำนายให้แมวก็น่าจะง่ายกว่า ถือว่าเป็นโอกาสที่มิมิได้มาเอง
ทันทีที่เธอพูดออกมา คนในไลฟ์ถึงกับหัวเราะกันลั่น
[ฮ่าๆๆ ปกติเราเคยเห็นแต่การทำนายดวงคนอื่นแทน แต่คราวนี้ทำนายดวงแมวแทน นี่เป็นเป็นครั้งแรกในไลฟ์เลยนะ!"]
ทุกคนต่างคิดว่าถึงแม้จะเชื่อในความสามารถของเหยาเหยา แต่การทำนายให้สัตว์เลี้ยงแบบนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะอย่างไรเสีย แมวก็ไม่ใช่คน ถ้าหากมีข้อผิดพลาดบ้างชาวเน็ตก็เข้าใจ เพราะการทำนายข้ามเผ่าพันธุ์แบบนี้มันไม่ง่ายเลย
แต่แล้วทุกคนก็ประเมินความสามารถของเหยาเหยาต่ำเกินไป
"ได้เลยค่ะ แมวก็สามารถทำนายได้เหมือนกัน!"
เหยาเหยาไม่ได้ปฏิเสธ แต่หันไปมองที่น้องแมว โดยปกติแล้วสัตว์จะไม่มีดวงชะตาแบบคน การทำนายดวงชะตาของสัตว์จึงต้องใช้การพิจารณาตามเส้นทางของชีวิต การคำนวณโดยอิงจากเส้นทางที่จะนำไปสู่ทะเลแห่งภพชาติ ยิ่งใกล้ทะเลแห่งภพชาติมากเท่าไร โชคชะตาก็จะยิ่งปรากฏชัดเจน จนสามารถทำนายชะตาตั้งแต่เกิดจนตายได้
เหยาเหยาเองไม่จำเป็นต้องคำนวณทั้งหมด เพียงแค่ตรวจสอบตามคำขอของพี่สาวเพื่อดูว่าแมวควรมีลูกหรือทำหมัน
"พี่สาวคะ วันนี้พี่สาวจะพาน้องแมวออกไปข้างนอกใช่ไหม?"
หลังจากเริ่มทำนาย เหยาเหยาก็หน้าเปลี่ยนสีและมองไปที่พี่สาวผู้โชคดีด้วยสีหน้าไม่ดี เธอค่อยๆถามออกไป
“ใช่ค่ะ มิมิมีอาการท้องเสียหลังจากกินเนื้อดิบเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ถ่ายไม่เป็นก้อน ฉันเลยคิดจะพาไปหาหมอค่ะ”
“อาจารย์คะ โรคของมิมิเป็นเรื่องใหญ่หรือคะ?”
คำถามนี้ทำให้พี่สาวผู้โชคดีเริ่มกังวลขึ้นมา เธอเคยศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวสายพันธุ์มันช์กิ้นมาก่อน และรู้ว่ามันมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้เธอดูแลเป็นพิเศษ ครั้งนี้ที่มิมิท้องเสียต่อเนื่องหลายวันก็ทำให้เธอวิตกและนัดสัตวแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ
เหยาเหยาส่ายหัวเบาๆ “พี่สาวคะ จริงๆแล้วน้องแมวของพี่ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะ คนที่มีปัญหาจริงๆ คือพี่ต่างหากค่ะ”
เหยาเหยามองไปที่พี่สาวด้วยความเศร้าใจพร้อมกล่าวว่าพี่สาวคนนี้โชคร้ายจริงๆ เธอแค่พาน้องแมวไปตรวจอาการ แต่กลับนัดกับคลินิกสัตวแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์เครื่องมือก็มีปัญหา และในระหว่างการรักษาเครื่องมือได้ระเบิดขึ้น เศษโลหะพุ่งมาโดนใบหน้าของเธอจนใบหน้าทั้งหมดเสียหาย และเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ทันที
ในดวงชะตายังเห็นตำแหน่งคู่ครองที่มีดอกท้อ แสดงว่าก่อนหน้านี้เธอได้พบเนื้อคู่ที่แท้จริงแล้ว แต่รากเหง้าของเคราะห์ครั้งนี้เกิดจากแมวตัวนี้ ถ้าแมวไม่ได้ออกจากบ้านในวันนี้ ภัยพิบัตินี้ก็จะไม่ส่งผลถึงเธอ
“ยังไงก็ตาม วันนี้พี่สาวห้ามไปที่คลินิกเด็ดขาดนะคะ!”
เหยาเหยาพูดอย่างจริงจังทันที เธอต้องการช่วยให้พี่สาวหลบเลี่ยงเคราะห์กรรมที่รุนแรง
[1] ซุนจื้อ : นักปราชญคนสำคัญในลัทธิขงจื้อ
บทที่ 360: บนหัวของผู้โชคดีที่มีดวงชะตาสีเขียวนิดๆ
"พี่สาวคะ ถ้าไม่อยากให้ตัวเองกับเจ้าเหมียวต้องเดือดร้อน ก็อย่าไปเลยนะ!"
"ถ้าทำได้ แนะนำว่าให้พี่สาวควรโทรแจ้งความดีกว่าจะได้ไม่มีผู้เคราะห์ร้ายอื่นๆ และแมวน้อยตัวอื่นจะได้ไม่เจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ด้วย"
ผู้โชคดีของเจ้าแมวตัวนี้ มีสามีที่รักเธอมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น จิตใจของทั้งคู่กระทบกระเทือนอย่างหนัก ส่วนฝ่ายชายถึงขั้นจิตใจพังทลาย ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ใจไปตลอดชีวิต
บางทีคำที่ผู้โชคดีเคยพูดว่า ‘แมวมีเซนส์’ อาจจะเป็นจริงก็ได้ เพราะเหมือนเจ้าเหมียวมีลางบางอย่างจึงได้มาเสี่ยงทายดวงชะตาในไลฟ์สดของเหยาเหยา
เหยาเหยาไม่มีทางปล่อยให้ ‘เซนส์’ ของเจ้าเหมียวไร้ผล เพราะเมื่อพยากรณ์ไปแล้วก็ต้องทำให้มั่นใจว่าเหตุการณ์จะไม่ซ้ำรอยเดิม
แต่ไม่ใช่แค่ช่วยให้ผู้โชคดีหลบหนีจากภัยเท่านั้น หัวใจสำคัญคือการทำให้คลินิคที่มีจิตใจดำมืดนั้นต้องปิดตัวไปด้วย เพราะหากยังปล่อยไว้ ผู้เคราะห์ร้ายและแมวตัวอื่นๆก็คงไม่มีโชคดีแบบนี้
[โอ๊ย! วันนี้ไลฟ์สดมีแต่พวกขยะสังคมทั้งนั้นเลย!]
[จู่ๆก็อยากดูหนังผีขึ้นมาเลย คนพวกนี้น่ากลัวยิ่งกว่าผีซะอีก ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คงต้องสงสัยแล้วว่าเงินในบัญชีสิบเก้าหยวนของตัวเองจะได้ใช้หรือเปล่า กลัวจะตายไปแล้วแต่เงินยังอยู่น่ะสิ]
[ฮ่าๆๆ โอ๊ย ฝากสิบเก้าหยวนแบบนี้ ไม่น่าต้องห่วงขนาดนั้นหรอกนะ แค่ไก่ทอดยังซื้อได้ครึ่งตัวเอง ไม่น่ารีบกลัวไปเลย!]
ผู้โชคดีที่หน้าซีดเผือดเพราะข่าวว่าน่ากลัวของตัวเอง แต่กลับหัวเราะออกมาเพราะมุกตลกของชาวเน็ต
เมื่ออารมณ์ถูกเบี่ยงเบนไป เธอก็ไม่จมอยู่ในวงวนความกลัวอีกต่อไป ความมีสติทำให้เธอสงบลงได้อย่างรวดเร็ว
“น้องเหยาเหยา หนูพูดถูก! ฉันจะไปแจ้งคลินิคเฮงซวยนั่น ให้มันปิดไปเลย ไม่งั้นฉันก็จะเขียนชื่อกลับหัว!”
โดยปกติผู้โชคดีเป็นคนทำอะไรใจเด็ดอยู่แล้ว ที่นิ่งไปเมื่อครู่ก็แค่ตกใจ
พอตั้งสติได้ เธอก็ราวกับดอกไม้ไฟที่ระเบิดออกมา ถ้าไม่กลัวว่าจะโดนแจ้งความจับ คงจะวิ่งไปปิดคลินิคเองแล้ว
ร้านที่ใช้อุปกรณ์มีปัญหาแบบนี้ ปกติจะไม่ยอมตรวจสอบง่ายๆ การไปแจ้งที่สำนักงานตรวจสอบจะทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแบบไม่ให้ตั้งตัว
ผลลัพธ์คือเจอแน่นอน ตอนนั้นถึงจะมีร้อยปากก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะทั้งพยานและหลักฐานพร้อม
อีกทั้งการแจ้งความสามารถทำแบบนิรนามได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องโดนแก้แค้น การจัดการแบบนี้น่าจะทำให้คลินิคเฮงซวยนั้นปิดถาวรได้
"อืมๆ พี่สาวทำแบบนี้แหละถูกแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไร มาหาหนูได้เลย เหยาเหยาจะช่วยพี่แก้ปัญหาเอง!"
เมื่อเสียงของผู้โชคดีจบลง ดวงชะตาของเจ้าเหมียวก็เริ่มพลิกผัน รวมถึงชะตาของพี่สาวเองก็เปลี่ยนไป
ดูท่าแล้ว พี่สาวคงฟังคำแนะนำดีๆนี้ จึงตัดสินใจเลิกพาเจ้าเหมียวไปคลินิคสัตวแพทย์เฮงซวยนั้นโดยเด็ดขาด
เหยาเหยาก็พลอยยิ้มไปด้วย
"ขอบคุณนะคะ ท่านอาจารย์ หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากฉัน"
ผู้โชคดีที่แสนกระตือรือร้น จัดการโอนเงินมอบรางวัลให้ในไลฟ์สดถึงแสนหยวน
สำหรับคนทั่วไป จำนวนนี้ถือว่าเยอะมาก แม้ผู้โชคดีจะอดใจหายไม่ได้ แต่หากเทียบกับชีวิตของตัวเองแล้ว จำนวนนี้ก็นับว่าเล็กน้อย
เพราะงั้น เธอจึงให้เงินอย่างไม่ลังเล ส่วนอาจารย์จะหลอกเงินเธอหรือเปล่า?
เธอไม่กังวลเรื่องนี้เลย เพราะแค่เครื่องประดับบนตัวอาจารย์ ก็น่าจะราคาเริ่มต้นหกหลักทั้งนั้น
ยังไม่นับว่าอาจารย์คือคุณหนูบ้านเศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองหลวงอีก
และที่สำคัญ ไลฟ์สดมีคนดูเป็นล้าน ถ้าไม่ใช่ของจริง คงถูกด่าจนจมทะเลไปนานแล้ว จะรอถึงวันนี้ได้ยังไง
“ขอบคุณพี่สาวมากนะคะ ไว้เจอกันใหม่นะ!” เหยาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม
เงินจำนวนนี้ เหยาเหยาคงไม่เก็บไว้เอง แต่จะนำไปมอบให้เด็กๆในพื้นที่ห่างไกลเพื่อสะสมแต้มบุญ เพื่อลดทอนผลกระทบจากการทำนายชะตา
แม้ว่าผลกระทบนี้เหยาเหยาเองจะไม่กลัว แต่เมื่อไม่ขาดเงินแล้ว การลดเวรกรรมที่เข้ามาก็ถือเป็นการเตรียมพร้อมไปในตัว
โดยเฉพาะการเตรียมตัวเพื่อทะลวงขั้นครั้งใหญ่ในอนาคต ตามที่อาจารย์เฒ่าบอกไว้ การรอบคอบไม่ใช่เรื่องเสียหาย!
“พี่สาวจะได้พบกับครอบครัวที่โชคดีและอบอุ่นแน่ๆค่ะ!”
“ต่อไปเรามาช่วยผู้โชคดีคนที่สามกันเถอะ!”
เหยาเหยาปรับอารมณ์พร้อมต้อนรับผู้โชคดีคนใหม่อย่างมีความสุข
หลังจากที่ผู้โชคดีสองคนแรกเจอปัญหาใหญ่ ทำให้ชาวเน็ตที่ดูไลฟ์สดต่างเริ่มตระหนักถึงภัยในสังคมมากขึ้น
ความคิดที่จะทำนายดวงชะตาเพื่อตัวเองก็เลยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนตอนสุ่มดวง คนแทบจะจิ้มหน้าจอจนทะลุ
[ฮ่าๆๆ โอ้พระเจ้า! ได้คิวแล้ว!]
สองนาทีต่อมา ผู้โชคดีคนใหม่ก็ปรากฏขึ้น และดูเหมือนเขาจะเป็นสมาชิกเดนตายของ ‘สมาคมโชคร้าย’ มาก่อน
ใครจะไปรู้ว่างานนี้เขาจะพลิกกลายเป็นคนดวงเฮง เพียงแค่คำตอบไม่กี่คำ ก็ทำให้ชาวเน็ตสัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะที่แทบจะทะลุออกมาจากหน้าจอ
ก็เพราะเป็นแฟนคลับขาประจำ พอเชื่อมต่อไลฟ์สำเร็จ เขาจึงไม่ต้องรอให้เหยาเหยาถาม แต่รีบยิงคำถามใส่ทันที
“ท่านอาจารย์ครับ ผมอยากให้ท่านช่วยดูให้หน่อยว่าผมมีดวงลงทุนแล้วร่ำรวยบ้างหรือเปล่า?”
ผู้โชคดีรายนี้เป็นชายวัยสามสิบกว่า รูปพรรณหน้าตาไม่โดดเด่นนัก จะว่าไปก็คือดูเป็นคนกลางๆทั่วไป
เขาสวมแว่นหนาหนักบนสันจมูก ทำให้บุคลิกดูล้าสมัยไปหน่อย
คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยและหางตาที่เชิดขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยพอใจในสถานะปัจจุบันของตัวเอง
เมื่อคนที่ระมัดระวังและกระวนกระวายเช่นนี้ถามเรื่องดวงการลงทุน เหยาเหยาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเลย
ทว่าเมื่อเหยาเหยามองไปที่ ‘ตำหนักทรัพย์’ ของเขา กลับเห็นรอยแตกยาวพาดผ่านตำหนักนั้น
นั่นแปลว่าเขาไม่เพียงไม่มีโอกาสสะสมเงินออมได้เลย แต่ยังจะต้องสูญเสียหนัก หากคิดลงทุนเมื่อไหร่ ก็คงมีแต่ขาดทุนย่อยยับเท่านั้น
ดังนั้นเหยาเหยาจึงเอ่ยตามตรง “พี่ชายคะ ตำหนักทรัพย์ของพี่มีรอยแตก แสดงว่าพี่ไม่มีสายตาในการลงทุนเลยค่ะ!”
“ถ้าอยากลงทุนจริงๆล่ะก็ ขอบอกเลยว่ามีแต่สูญเปล่า ถ้าจะฝันว่าลงทุนแล้วรวยสู้เอาเวลาไปเขียนนิยายให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ!”
พี่ชายคนนี้มีอาชีพเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ เหยาเหยาเห็นว่าในตำหนักอาชีพของเขามีดาวนำโชคอยู่ แปลว่าเขามีพรสวรรค์มาก
เพียงแต่ยังไม่พบโอกาสเท่านั้น ถ้าเวลาที่เหมาะสมมาถึง เขาจะต้องมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยเขาก็น่าจะมีผลงานสร้างชื่อ ที่จะกลายเป็นแหล่งรายได้ให้เขาใช้ไปตลอดชีพ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป
แต่สิ่งที่ทำให้เหยาเหยาขมวดคิ้วไม่ใช่ตรงนี้ แต่เป็นจุดที่รอยแตกในตำหนักทรัพย์นั้น มีต้นเหตุมาจาก ‘ตำหนักคู่ครอง’ ของเขา
เมื่อดูจากจุดนี้ลงไปอีก เหยาเหยาก็เห็น ‘ดอกท้อ’ ที่สว่างอยู่ในตำหนักคู่ครองของเขา
ถ้าจะใช้คำพูดของพี่เจ็ดมาบอกก็คือ ตอนนี้บนศีรษะของผู้โชคดีคนนี้ มีหญ้าสีเขียวสดปกคลุมอยู่เต็มไปหมดเลยทีเดียว!
จบตอน
Comments
Post a Comment