small girl ep361-370

  บทที่ 361: น้ำแข็งหนาสามฟุตสามารถพังทลายลงได้ชั่วข้ามคืนหรือเปล่า


   [ที่แท้ ผู้โชคดีเป็นนักเขียนออนไลน์ ดูจากสภาพผมที่ดกหนาขนาดนี้ น่าจะไม่ใช่นักเขียนที่อัพเดทหนักจนโหมเขียนจนผมบาง อาจจะเป็นนักเขียนที่เขียนค้างไว้ไม่จบด้วยซ้ำ]


   [ฮ่าฮ่าฮ่า พูดอย่างนี้แหละถูกแล้ว!]


   [แม้ว่าเราไม่ได้อ่านเรื่องของเขา แต่การที่นักเขียนค้างไว้ไม่จบเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ แค่ผ่านมาทักว่าให้รีบอัพก็สบายใจแล้ว]


   ชาวเน็ตที่มองหาเรื่องสนุกไม่เคยเบื่อ ยิ่งกว่าการฟังว่าผู้โชคดีจะรวยหรือไม่อีก การกดดันให้เขาอัพเดทสนุกกว่าเยอะ


   “อย่าใส่ร้ายกันสิ ฉันเพิ่งอัพเพิ่มอีกสี่พันตัวอักษรไปนะ!” ผู้โชคดีไม่คิดว่าจะต้องมาทำนายดวงตัวเองแล้วโดนทวงตอนที่ทำอยู่ หน้าเขาเขียวคล้ำไปหมด


   สองสัปดาห์ก่อนเขาอาจจะเลี่ยงๆไม่พูดอะไร เพราะอัพเดทตามใจตัวเอง แต่ช่วงนี้เขาตั้งใจจริง พูดอย่างมั่นใจเต็มที่


   “ท่านอาจารย์ทำไมผมถึงไม่มีสายตาด้านการลงทุนล่ะครับ? ผมเคยลงทุนซื้อกองทุนตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยนะ และเคยได้กำไรมาหลายหมื่นเลย!”


   ผู้โชคดียังไม่ยอมแพ้ ค่อยๆเอ่ยขึ้น พยายามพิสูจน์ตัวเอง


   “แต่ว่าสุดท้าย พี่ก็ไม่ได้ขายออกเพราะเสียดาย จนมันลดลงเหลือแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเงินต้นใช่ไหมล่ะ?”


   เสียงหวานๆของเหยาเหยาทำให้ผู้โชคดีหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาพยายามจะเถียงแต่พบว่าทำไม่ได้เลย หน้าเขาหมองคล้ำในทันที


   เขารู้ว่าอาจารย์เป็นผู้รู้จริง แต่พอรู้ได้กระทั่งว่าเมื่อเจ็ดแปดปีก่อนเขาขาดทุนไปเท่าไร ก็ถือว่าทำให้เขาตกตะลึง


   “พี่ชายคะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเครียดเรื่องการลงทุนหรอกนะคะ แฟนของพี่วันนี้ไม่ได้อยู่บ้านใช่ไหมคะ!”


   เหยาเหยามองเห็นผู้โชคดีรู้สึกท้อใจแล้ว เพราะอย่างนี้เธอจึงทำให้เขาเลิกอยากลงทุนไป ซึ่งถือว่าแก้ปัญหาที่ทำให้เขาเกือบล้มละลายได้สำเร็จ


   ต่อจากนี้ก็ต้องทำให้ผู้โชคดีเห็นความจริงเพื่อให้เขาหลุดพ้นจากการถูกนอกใจ


   ไม่เช่นนั้น หากเขารอจนเขียนเรื่องนั้นจนได้เงินก้อนโต แล้วค่อยคิดเรื่องหย่า การแบ่งทรัพย์สินคงยุ่งยากกว่าเดิมแน่


   พี่ห้าเคยบอกว่า รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างแต่งงาน จะถูกนำมาเป็นทรัพย์สินที่แบ่งในตอนหย่ารวมถึงเงินค่าต้นฉบับด้วย


   เพราะฉะนั้น หากผู้โชคดีเขียนเรื่องจนประสบความสำเร็จ ก็เท่ากับว่าภรรยาของเขาก็เขียนสำเร็จไปด้วย


   ถึงแม้ผู้โชคดีจะไม่เต็มใจและหยุดเขียนเรื่อง พอหย่าแล้วค่อยกลับมาอัพเดทใหม่ ภรรยาของเขาก็ยังมีสิทธิ์เรียกร้องรายได้จากหนังสือที่เขาเขียนในระหว่างที่ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ได้


   หากเหยาเหยาไม่ต้องการให้ผู้โชคดีกลายเป็นคนโง่ที่เสียเปรียบ การเปิดเผยตอนนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุด


   แม้ว่าจะทำให้ผู้โชคดีเจ็บปวด แต่ดีกว่าในอนาคตที่จะเสียทั้งคนและเงิน


   “ใช่ครับ วันนี้เธอบอกว่าจะไปทำเอกสารในเมืองกับเพื่อน กว่าจะกลับก็ค่ำๆ”


   “อาจารย์ที่ถามแบบนี้ หมายความว่าเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”


   ผู้โชคดีเป็นขาประจำของห้องไลฟ์นี้ เขารู้ดีว่าห้องนี้เคยทำนายแม่นขนาดไหน และรู้สึกประหม่าในทันที


   เขาคิดว่าภรรยาอาจจะเจอปัญหาโดยที่ไม่ลังเลเลย เขาลุกขึ้นไปที่ห้องนอนทันที


   เพราะในห้องนอนมีโทรศัพท์บ้าน หากเกิดเรื่องจริงๆ ก็จะได้โทรแจ้งตำรวจได้ทันที แต่ยังไม่ทันไปถึง เสียงของอาจารย์ก็ดังขึ้นมาเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ


   “พี่ชายคะ แฟนพี่ไม่ได้เจออุบัติเหตุอะไรหรอกค่ะ อย่าคิดมากเลย”


   “แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ไปทำเอกสาร แต่ไปนัดเจอกับคนอื่นต่างหาก!”


   เสียงของเหยาเหยาไม่ดัง แต่ทุกคำที่พูดชัดเจนราวกับก้องอยู่ในหูของผู้โชคดี เขากลับไม่เข้าใจความหมาย


   ใครนัดใครกัน? สายตาของผู้โชคดีที่มองมามีแต่ความงุนงงไปหมด


   ไม่ใช่แค่ผู้โชคดีที่ตะลึง ชาวเน็ตในห้องไลฟ์ก็ตกตะลึงเช่นกัน


   พวกเขาในตอนแรกคิดว่าเรื่องนี้เป็นการช่วยหยุดการลงทุนที่เสี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย แต่แล้วจู่ๆก็กลายเป็นว่าผู้โชคดีต้องกลายเป็นผู้ถูกนอกใจในระหว่างการแต่งงาน


   นี่ไม่ใช่แค่พลิกกลับด้านหนึ่งร้อยแปดสิบองศา แต่ทำให้ทุกคนในห้องสนทนาตื่นเต้นราวกับผลแตงโมที่รอการเก็บเกี่ยว ชาวเน็ตที่เข้ามาชมต่างตกใจในเหตุการณ์นี้


   บอกได้เลยว่าผู้โชคดีก็ดูดีอยู่แล้ว ไม่ได้ขาดอะไรทั้งยังมีเงินลงทุน ภรรยาถึงขั้นนอกใจเขาได้อย่างไร!


   เรื่องพวกนี้ใครจะคาดเดาได้ล่ะ? อัตราการนอกใจในหมู่นักเขียนออนไลน์ก็สูงอยู่แล้ว พวกเขาไม่ค่อยแปลกใจถ้านักเขียนหลายคนจะหย่าร้าง!


   มีความเป็นไปได้ไหมที่นักเขียนบางคนพูดเรื่องหย่าเพื่อเป็นข้ออ้างในการหยุดเขียน? แต่ผู้โชคดีเป็นตัวจริง


   คำพูดนี้เป็นดั่งมีดปักลงไปในใจของผู้โชคดี แทงเข้าใจกลางใจอย่างจัง


   ผู้โชคดีที่เริ่มตั้งสติได้ คิดไม่ทันไตร่ตรองก็ส่ายหัว พูดออกมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวว่า


   “เป็นไปไม่ได้ เสี่ยวซีไม่มีทางทำแบบนั้น”


   ควรรู้ไว้ว่าเขากับภรรยาผ่านความรักยาวนานมาเจ็ดปี จนสุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน


   พวกเขาผ่านอุปสรรคมามากมาย อาจไม่ถึงขั้นรักมั่นคงจนเทียบเพชรได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรไปถึงขั้นนอกใจ


   เหตุผลนั้นง่ายมาก เขาเฝ้าดูไลฟ์มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นอาจารย์พูดพลาดสักครั้ง ใครที่ไม่ยอมรับความจริง สุดท้ายก็ถูกอาจารย์ตีแสกหน้าทุกคน


   "อาจารย์ครับ บอกผมได้ไหมว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้?" ผู้โชคดีพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก ราวกับลูกโป่งที่ถูกเจาะรั่ว เขาเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้


   ดังนั้น เขาจึงต้องการคำตอบ คำตอบที่จะทำให้เขายอมรับเรื่องนี้ได้


   เหยาเหยาส่ายหัวเบาๆ แล้วกล่าวว่า "พี่ชายคะ บางเรื่องอธิบายไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าต้องการคำตอบชัดเจน พี่ก็จะรู้อยู่ในใจดีกว่าเหยาเหยานะคะ"


   "หรือไม่ พี่ก็ไปเจอปฟนพี่เลยก็ได้ค่ะ แฟนพี่ไม่ได้ไปที่เมือง แต่ตอนนี้อยู่ในโรงภาพยนตร์ค่ะ"


   มีคำกล่าวว่า ‘น้ำแข็งสามฟุตไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน’ ความสัมพันธ์หลายปีของผู้โชคดีย่อมไม่พังทลายเพียงแค่ข้ามคืน


   แต่เมื่อความรักถูกกร่อนลงทีละนิดจากปัญหาที่สะสมขึ้นมา ความสัมพันธ์แม้จะแน่นแฟ้นเพียงใด ก็ยากที่จะไม่ถูกกระทบ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาผ่านความสัมพันธ์มาเจ็ดปี


   บางทีภรรยาของผู้โชคดีอาจหมดรักไปนานแล้ว เหลือเพียงแค่ยึดติดกับคำว่า ‘ชีวิตคู่’ เท่านั้น


   เมื่อความยึดติดนี้คลายลงและเธอสามารถปรับตัวได้แล้ว เรื่องราวในตอนนี้จึงเกิดขึ้น


   แม้ว่าภายหลังเธอจะมีปากเสียงกับผู้โชคดีอย่างรุนแรงเพราะเรื่องงานเขียนของเขา แต่เหยาเหยาก็ไม่อาจจะตัดสินเธอได้


   เพราะต้นเหตุที่ทำให้เธอหมดใจนั้น แท้จริงแล้วก็คือผู้โชคดีเอง ตัวอย่างเช่นแค่ภาพยนต์เรื่องนี้ เขาก็ผัดผ่อนไปกับเธอเป็นเวลาสามปี


   เมื่อได้ยินคำว่า ‘ภาพยนต์’ ร่างของผู้โชคดีก็แข็งทื่อเหมือนโดนฟ้าผ่า เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น


   หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความขมขื่นที่ปิดไม่มิด


   "อาจารย์ ขอบคุณที่ช่วยไขความสงสัยในใจผมครับ" เขาก้มศีรษะโค้งคำนับให้เหยาเหยาอย่างลึกซึ้ง


   แม้ว่าภายในจิตใจจะพังทลาย แต่เขาก็พยายามควบคุมตัวเองให้สงบ


   ก่อนหน้านี้เขายังไม่เข้าใจ แต่พอเป็นเรื่องหนังเรื่องนี้ มันเหมือนเป็นสวิตช์ที่เปิดให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีตมากมาย


   เขาถามตัวเองอย่างจริงใจว่า ตอนแต่งงานกันเขารู้สึกกับเธอมากกว่าแค่ความรับผิดชอบหรือเปล่า หรือเขาไม่ได้รักอย่างแท้จริง


   เพราะอาชีพของเขาทำให้เวลาการใช้ชีวิตกลับตาลปัตร ชีวิตประจำวันต้องพึ่งพาเธอ ดูแล แต่เขาไม่เคยใส่ใจในความรู้สึกตอบกลับของเธอเลย


   การแตกสลายอาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะนี้แม้เขาจะรู้ว่าภรรยานอกใจ แต่เขากลับพบว่า ตัวเขาเองไม่มีสิทธิ์ที่จะโทษเธอ



 บทที่ 362: พี่ชายคะ พี่กำลังแย่งที่ของมันอยู่นะ


   [ตอนที่มีเงินก็พูดเรื่องความรัก ตอนที่มีความรักก็พูดเรื่องเงิน สองประโยคนี้ถึงจะขัดแย้งกันแต่ก็ไม่มีใครปฎิเสธได้หรอก!]


   [ไม่ใช่นะ ความเห็นข้างบนนั้นเหมือนจะจริงแค่ส่วนหนึ่งเนอะ จริงๆ คนที่มีทั้งเงินและความรักก็เยอะ แค่จะบอกว่ามันอาจเป็นปัญหาจากทั้งสองฝ่ายมากกว่า]


   [พอคนเราเป็นสามีภรรยากันแล้วต้องมาถึงจุดนี้ สุดท้ายแล้วเลิกก็คือเลิกเถอะ ถ้าฝืนอยู่ต่อไป เดี๋ยวรักแรกพบที่เคยมีก็หมดไปอยู่ดี]


   แม้ว่าคนที่เป็นผู้โชคดีจะปิดไลฟ์หนีไปสารภาพกับภรรยาของตัวเองแล้ว แต่คนในไลฟ์ยังถกเถียงกันอย่างดุเดือด


   เรื่องนอกใจนี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นหัวข้อที่ร้อนแรงเสมอ


   ยิ่งคอมเมนต์เริ่มหลุดประเด็นไปไกล ยิ่งเห็นว่าหยุดไม่อยู่แล้ว เหยาเหยาจึงรีบออกมาห้าม


   “พี่ชายพี่สาวทุกท่านคะ เลิกพูดถึงผู้โชคดีได้แล้วค่ะ ภรรยาเขาหนีไปแล้ว ตอนนี้เขาก็น่าสงสารอยู่แล้วนะ!”


   “อย่าเอาเกลือไปโรยบนแผลเขาอีกเลยนะคะ เปลี่ยนไปหาเรื่องใหม่กันเถอะค่ะ!”


   เสียงใสๆของเหยาเหยานั้นพูดอย่างสนิทสนม เหมือนไม่ได้มองว่าคนดูเป็นคนนอกเลย จึงทำให้ทุกคนหัวเราะหนักกว่าเดิม เพราะเรื่องภรรยาหนีไปนั่น ถ้าไม่พูดขึ้นมาก็แค่ขำกันในใจ


   แต่พอพูดขึ้นมาแล้ว กลายเป็นว่าทุกคนหัวเราะออกมากันเต็มที่ โชคดีที่พวกเขาขำกันอย่างเดียวไม่ได้พิมพ์ออกมา ไม่งั้นคงยิ่งโกลาหลหนักแน่


   “ขอบคุณพี่ชายพี่สาวที่เข้าใจนะคะ เรามาเริ่มสุ่มหาผู้โชคดีคนถัดไปกันเถอะ!”


   เหยาเหยาไม่รู้เลยว่าข้างนอกจอทุกคนกำลังยิ้มกว้างแทบจะถึงใบหู คิดว่าเพราะตนออกปากห้ามทุกคนจึงเชื่อฟังเธอ


   ใบหน้าที่ชมพูใสเหมือนลูกพีชจึงมีรอยยิ้มหวาน แล้วก็เริ่มสุ่มหาผู้โชคดีคนต่อไปทันที


   [ฮ่าฮ่า ยินดีต้อนรับผู้โชคร้ายคนใหม่ บรรยากาศวันนี้ดูอึดอัดไปหน่อย งั้นมาหาอะไรสนุกๆทำกันเถอะ!]


   [ฉันเองก็เดาได้ว่า ผู้โชคดีคนต่อไปหน้าผากต้องมืดมนแน่นอน คงมีผีเกาะอยู่รีบเชิญอาจารย์มาช่วยเลย]


   [ฮ่าฮ่า พวกเธอนี่ช่างเหลือเกิน เล่นไปถึงกับมีบทละครกันเลย จะฮากันไปถึงไหนเนี่ย!]


   พูดเลยว่าไลฟ์นี้สนุกกว่าการแสดงอีก มีทั้งคนเล่นมุก มีคนตามมุก สนุกสนานกันหลายกลุ่ม เหลือแค่รื้อเวทีกันแล้วเท่านั้น


   ในจังหวะที่เสียงโห่ร้องดังสนุกสนานนี้ ผู้โชคดีคนที่สี่ก็ถูกเลือกขึ้นมาในที่สุด


   เขาเป็นหนุ่มวัยประมาณยี่สิบสี่ยี่สิบห้าสูงประมาณร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร ใส่เสื้อแขนกุดโชว์แขนกล้ามโตๆ ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ


   ดูจากรูปร่างต้องเป็นคนแข็งแรง แต่หน้าตาน่ารักแบบเด็กๆ ความต่างระหว่างรูปร่างกับหน้าตานั้นค่อนข้างจะชัดเจนมาก


   แต่ทันทีที่เขาปรากฏตัว เหยาเหยาก็ขมวดคิ้วทันที


   เหมือนกับจะตรงกับที่ชาวเน็ตคาดการณ์ไว้จริงๆ เพราะในระหว่างคิ้วของผู้โชคดีคนนี้ ตอนนี้เหมือนมี ‘เงาดำ’ หนาๆ ปกคลุมอยู่


   มันเป็นลักษณะของคนที่มีเคราะห์ ผิดปกติแบบนี้แน่นอนว่าผู้โชคดีคนนี้คงจะเจอเรื่องแปลกๆ


   เขาเองก็ไม่รู้ตัว พอเห็นว่าการเชื่อมต่อสำเร็จ เสียงของเขาก็แสดงความตื่นเต้นทันที


   “ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็ถึงตาฉันซะที ขอบคุณเทพีแห่งโชค ฉันขอประกาศว่าตอนนี้ท่านได้รักษาความทุกข์ของวันนี้ที่ต้องทำงานล่วงเวลาของฉันจนหายไปหมดแล้ว!”


   ท่าทีตื่นเต้นขนาดนี้ในไลฟ์หาได้ยากจริงๆ เห็นชัดว่าประสบการณ์ในไลฟ์น้อย ยังไม่ค่อยเข้าใจความวุ่นวายของไลฟ์เท่าไหร่


   แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ สิ่งที่เจอมักจะยิ่งหักมุม ทุกคนก็เตรียมโซดารอลุ้นกันแล้ว


  “พี่ชายคะ มีอะไรอยากให้ฉันทำนายไหมคะ บอกมาได้เลยค่ะ” เหยาเหยาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ


   ที่ยังไม่บอกไปว่าเขามีเคราะห์ เพราะถึงแม้เคราะห์หนักแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะมีปัญหาเรื่องชีวิต


   อีกทั้งเหยาเหยาเองก็พอจะคาดเดาได้ว่า สิ่งที่พี่ชายคนนี้จะพูดนั้นก็เกี่ยวข้องกับเคราะห์ที่ว่าพอดี


   เมื่อเป็นเรื่องบังเอิญพอดี เหยาเหยาจึงเลือกทำตามขั้นตอนปกติ เพราะแบบนี้จะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น


   “อาจารย์ครับ ผมคิดมานานแล้ว ช่วยดูให้ผมหน่อยได้ไหมว่าช่วงนี้ผมดวงตกหรือเปล่า ทำไมทำอะไรก็ไม่ค่อยราบรื่นเลยครับ!”


   แม้เขาจะตื่นเต้นมาก แต่พอได้ยินคำพูดของอาจารย์ เขาก็มีสะดุดไปนิดหนึ่ง


   แต่เขาก็ยังตระหนักว่าเรื่องสำคัญต้องมาก่อน จึงรีบเก็บอาการตื่นเต้น แล้วค่อยๆเล่าเรื่อง


   เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาโชคร้ายขนาดไหน เขายกตัวอย่างเหตุการณ์หลายเรื่องมาให้ฟังทันที


   เช่น ตอนอาบน้ำอยู่ ฝักบัวดันพ่นแต่น้ำเย็นจนทำให้เขาเป็นไข้ต้องไปนอนโรงพยาบาล


   หรือตอนเดินแฟชั่นโชว์ที่จู่ๆ เสื้อผ้าก็เลื่อนออกไปเองจนเกิดภาพหลุดบ้าง รูปถ่ายหลายรูปในกล้องของช่างภาพกลับมีแต่ภาพ ‘หลุดๆ’ ของเขาเอง


   เรื่องราวที่ฟังดูเหมือนในหนังนี้ทำให้เขามั่นใจว่าตัวเองต้องดวงตกแน่ๆ


   การมาไลฟ์นี้ นอกจากจะมาเพื่อขอคำตอบแล้ว เขาก็ยังหวังว่าจะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้


   “พี่ชายคะ นี่ไม่ใช่แค่ดวงตกนะ แต่เป็นเพราะโดนผีตามต่างหาก!”


   หนุ่มผู้โชคร้ายที่ตั้งใจจะพยายามพลิกสถานการณ์ก่อนทุกอย่างจะมืดมนลงไปกว่านี้ ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของเหยาเหยา


   เหยาเหยาพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เพราะกลัวว่าถ้าพูดอ้อมๆ พี่ชายอาจจะไม่เข้าใจ


   เธออธิบายอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่มีเอกลักษณ์ของเด็กๆที่ไพเราะ แต่สำหรับผู้ที่เป็นตัวเอกในเรื่องนี้แล้ว คงฟังแล้วขนลุกไม่น้อย


   “พี่ชายคะที่พี่โชคร้ายแบบนี้ เพราะพลังหยางในตัวพี่ลดลง เลยดึงดูดพวกผีที่ชอบแกล้งคนให้เข้ามาน่ะค่ะ”


   “เรื่องซวยๆหลายอย่างที่พี่เจอ มันเกิดจากพวกเขาทั้งนั้น อย่างเช่นเรื่องที่พี่ตัดเล็บนิ้วเท้าแล้วตัดเนื้อเข้าไปเมื่อวาน ใช่ไหมคะ?”


   หนุ่มผู้โชคร้ายได้ยินเรื่องตัดเล็บนิ้วเท้าแล้วเผลอตัดเนื้อ ก็ตกใจจนลูกตาขยายกว้างทันที เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง!


   เขาต้องทำงานหนักทั้งวันจนไม่ได้พัก ไม่มีแม้แต่เวลาจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แล้วทำไมเหยาเหยาถึงรู้ได้ขนาดนี้ แม้จะรู้ว่าอาจารย์มีความสามารถ แต่พอได้เจอกับตัวเอง ก็ทำเอาเขาอึ้งจนพูดไม่ออก


   “เจ้าผีหน้าด้านตัวไหนกัน! ถ้ามีปัญหาก็อย่ามัวแต่แอบ มาเจอฉันตรงๆเลยดีกว่า! ฉันจะต่อยกะโหลกมันให้เละ!”


   จากความตกใจ แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจนเขาโมโหขึ้นมาทันที แต่ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าตัวเองดวงตก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นเพราะโดนผีตาม จะให้นิ่งเฉยได้ยังไง!


   “พี่ชาย อยากรู้จริงๆใช่ไหมคะ?”


   เหยาเหยาถามเสียงจริงจัง หนุ่มผู้โชคร้ายพยักหน้าอย่างไม่ลังเล


   “แน่นอน อาจารย์บอกมาเลย ผมพร้อมมากแล้ว!”


   เหยาเหยามองสีหน้าที่จริงจังของเขาแล้วก็ยิ้มเล็กน้อย


   ในเมื่อพี่ชายไม่กลัว เธอเองก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเช่นกัน เหยาเหยายื่นมืออวบเล็กๆของเธอออกมาแล้วชี้ไปที่เก้าอี้ของเขา


   “พี่ชายคะ มันไม่ได้ซ่อนตัวนะคะ แต่เป็นพี่เองที่นั่งทับที่ของมันต่างหากค่ะ”



  บทที่ 363: ผู้โชคดีตัวจริง


   เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ทั้งห้องถ่ายทอดสดก็เงียบกริบในทันที เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก


   "อาจารย์ หมายความว่าอย่างไรครับ?"


   ผู้โชคดีหายใจติดขัดยิ่งขึ้น เขามองตามทิศทางที่นิ้วของเหยาเหยาชี้ไป ผลก็คือเห็นเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังตัวเองนี่เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักการที่ดี เมื่อตอนที่เขาเริ่มเข้าทำงาน เขาก็หมายตามันทันทีที่เห็น


   หลังจากนั้น เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้รับอนุมัติจากฝ่ายบุคคล เขายังจำได้ว่าตอนที่ได้รับเก้าอี้มา เพื่อนร่วมงานทั้งบริษัทต่างก็อิจฉาในโชคดีของเขา


   เพราะเก้าอี้ตัวนี้ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอน ก็ให้ความรู้สึกสบายมากแต่ตอนนี้อาจารย์พูดอะไร? เขาครอบครองตำแหน่งของผีตนนั้นหรือ? เก้าอี้ตัวนี้น่ะหรือ


   "บ้าเอ๊ย!" ผู้โชคดีอดไม่ไหวพ่นคำหยาบออกมาเต็มปาก ทั้งตัวกระโดดพุ่งขึ้นจากเก้าอี้ทันที


   เขาไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น แต่แค่ไม่ได้คิดมาก่อน พอคิดได้ สมองก็สว่างวาบขึ้นมาทันที


   เพราะอย่างนั้นถึงกับระงับอารมณ์หงุดหงิดไว้ไม่อยู่


   ตอนนี้ทั้งออฟฟิศมีเขาอยู่เพียงคนเดียวที่ทำงานล่วงเวลา ไม่งั้นเสียงดังลั่นของเขาต้องทำให้ทุกคนตกใจแน่


   เหยาเหยามองผู้โชคดีกระโดดออกมาจากเก้าอี้ที่แผ่รังสีลี้ลับออกมา น้ำเสียงจึงผ่อนคลายลง


   “พี่ชาย ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ หนูอยู่ที่นี่ พี่จะไม่เป็นอะไร!”


   “แต่พี่ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นี้มีเรื่องราวบางอย่างที่ติดอยู่ หนูต้องการให้พี่ช่วยเรียกเขามา”


   ผู้โชคดีแม้จะถูกปกคลุมด้วยพลังลี้ลับ ไฟสามดวงบนไหล่ก็มอดลง ทำให้เขาดึงดูดสิ่งลี้ลับมากมาย


   แต่สิ่งที่ทำร้ายผู้โชคดีจริงๆ ไม่ใช่พี่ชายที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนี้


   ตรงกันข้าม หากไม่ได้รับการคุ้มครองจากเขา ผู้โชคดีคงไม่สามารถต้านทานการรังแกของวิญญาณร้ายได้


   พูดให้เห็นภาพคือ พี่ชายที่อยู่ในเก้าอี้นี้เหมือนพลาดทำหมึกหกใส่ผู้โชคดี


   พอเช็ดลวกๆ ก็ยิ่งเลอะเทอะขึ้นไปอีก จนตอนนี้เขาก็จะรับมือไม่ไหวแล้ว


   ยังดีที่ผู้โชคดีได้เจอเหยาเหยา ไม่เช่นนั้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่


   “ได้ครับ อาจารย์จะให้ทำอย่างไรก็บอกมาได้เลย!”


   ผู้โชคดีพูดขึ้น แม้ว่าในใจจะมีคำหยาบอีกเป็นถัง แต่พอเห็นสีหน้าของเหยาเหยาก็กลืนกลับไป


   เชื่อฟังคำพูด กินให้อิ่มดี คำนี้เขาก็เข้าใจดีอยู่แล้ว


   ไม่ต้องพูดถึงปัญหาของผู้โชคดีก่อนหน้านี้ที่ถูกแก้ไขอย่างสวยงาม แค่การที่เหยาเหยาบอกเรื่องโชคร้ายของตัวเองได้ ผู้โชคดีก็รู้ว่าเถียงไปคงไม่ดีแน่


   [ฮ่าฮ่าฮ่า ผู้โชคดีที่ซื่อแบบนี้หาได้ยากจริงๆ ความสนุกหายไปนิดหน่อย]


   หลักๆแล้วก็เพราะชื่อเสียงรายการโด่งดังอยู่แล้ว ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการดื้อร้นอย่างชัดเจน


   ถ้าตอนเพิ่งเริ่มต้นออกอากาศทุกคนอาจยังไม่รู้อะไรเลย จะป้องกันตัวเต็มที่ก็ไม่แปลก แต่เมื่อมีคนลองผิดลองถูกไปแล้ว ยังจะไปทำตามอีก?


   มันไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็นการหายนะล้วนๆ แม้ชาวเน็ตจะรู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่ได้หวังให้ผู้โชคดีต้องเจ็บตัวจริงๆ


   “ง่ายๆเลยค่ะ พี่ชายเอาถ้วยใบหนึ่งไปเติมน้ำสะอาดในห้องน้ำ”


   “หลังจากเติมน้ำเสร็จ ก็บาดนิ้วตัวเองให้เลือดหยดลงไป แล้วตัดหนังจากเก้าอี้มาชิ้นหนึ่ง เผาให้เป็นขี้เถ้าลงไปในน้ำ”


   “ทำเสร็จแล้ว ก็ให้ท่องคาถา ‘เชิญผี’ ไปพร้อมกับเหยาเหยาก็พอค่ะ!”


   เหยาเหยาดูเหมือนจะรู้สึกว่าท่านั่งของตัวเองไม่ถูกต้อง จึงหยุดแล้วยืดตัวขึ้น


   ตามปกติแล้ว คาถาเชิญผีแค่ให้เลือดหยดก็พอ


   ที่ให้เติมขี้เถ้าจากเก้าอี้นี้ เพราะเก้าอี้เป็นวัตถุที่วิญญาณตนนั้นสิงอยู่


   มันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ผู้โชคดีก็มีดวงชะตาอ่อนแอ หากคาถาเชิญผีไม่ชัดเจน อาจเรียกสิ่งที่ไม่ควรมาได้


   เหยาเหยาคงไม่ปล่อยให้ผู้โชคดีเป็นอันตราย แต่ถ้าเรียกวิญญาณที่ต้องการไม่สำเร็จ และไม่มีเลือดพอให้หยดไปเรื่อยๆก็คงไม่ดีแน่


   ดังนั้นการใช้พลังจากเก้าอี้ชี้นำ ย่อมเพิ่มความแม่นยำในการเรียกให้มากขึ้น


   “ได้ครับ!” ผู้โชคดีพูดแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก


   ของที่ต้องเตรียมไม่ยากอะไร ในฐานะคนสูบบุหรี่ก็มีไฟแช็กติดตัวอยู่แล้ว


   ผู้โชคดีทำตามที่เหยาเหยาบอกอย่างรวดเร็ว เมื่อเผาหนังจนเป็นขี้เถ้า กลิ่นเหม็นเฉพาะตัวก็ฟุ้งกระจายในห้อง


   “ซ้ายมีหกเจีย ขวามีหกติง ด้านหน้ามีฟ้าผ่า ด้านหลังมีเมฆลม พลังลี้ลับสลายไปเถิด เร่งบัญชา!”


   คาถาเชิญผีค่อนข้างซับซ้อน ผู้โชคดีคิดว่าคงท่องไม่ถูก แต่เสียงของอาจารย์ที่แว่วมา ทำให้ทุกอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด


   เสียงของเหยาเหยาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้โชคดีและวิญญาณร่างนั้น เมื่อเสียงจบลง ผู้โชคดีรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่รอบตัว


   ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของเขา ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นชายวัยยี่สิบกว่าปี ใบหน้าของเขาดูธรรมดาแต่ซีดเซียวจนมีสีเขียวอมน้ำเงิน ทำให้ชวนขนลุกโดยไม่รู้ตัว


   “แกใช่ไหมที่พยายามทำร้ายฉัน? บอกเลยนะ วันนี้ฉันเรียกอาจารย์มาแล้ว คราวนี้จะต้องเอาคืนแน่!” ผู้โชคดีตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ


   เขาดูโกรธมากแต่ก็ไม่ได้ขยับตัวบุ่มบ่าม เพราะเขารู้ดีว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว


   แม้ว่าเขาจะสามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้ แต่ทั้งหมดก็เพราะอาจารย์ให้ ‘สิทธิ์พิเศษ’ แก่เขา ในตอนนี้สัญญาณการเชื่อมต่อดูเหมือนจะดีมากทีเดียว


   อย่างไรก็ตาม วิญญาณหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามใดๆ สายตาของเขามองตรงไปที่เหยาเหยาตั้งแต่แรก


   “คุณเรียกผมมาเหรอ?” เขาก้มหน้าดูไร้พลัง ไม่มีท่าทางดุดันแบบวิญญาณทั่วไป แต่กลับดูอ่อนแรงเสียมากกว่า


   หลังจากถามคำถามแล้ว เขาก็ไอแหบๆอย่างน่าประหลาด ราวกับวิญญาณของเขาจะสลายหายไปในไม่ช้า


   เหยาเหยาพยักหน้า “ถ้าไม่รีบจัดการ ไม่ใช่แค่ผู้โชคดีที่จะเกิดเรื่อง พี่ชายก็คงหนีไม่พ้นเหมือนกันนะคะ”


   ก่อนจะทำพิธี เหยาเหยาได้คาดไว้แล้วว่าสภาพของอีกฝ่ายจะย่ำแย่ แต่เมื่อได้เห็นด้วยตาจริงๆ เธอก็พบว่าประเมินผิดไป สภาพของเขาเข้าขั้นวิกฤตอย่างแท้จริง


   ตอนนี้พลังวิญญาณของเขารั่วไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รูปร่างของเขาสั่นคลอนอย่างมาก นี่เป็นสัญญาณของการบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นทำให้สูญเสียพลังชีวิต


   ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เหยาเหยาสังเกตเห็นคือ เขามีลักษณะของการ ‘ตายอย่างผิดธรรมชาติ’


   หมายความว่า วิญญาณที่ทำให้ผู้โชคดีต้องโชคร้ายนี้ จริงๆแล้วตัวเขาเองก็ถูกฆ่าตายโดยไม่รู้ตัว และจากอาการของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เรื่องการตายของตัวเองเลย


   น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะหากเขารู้ว่าเขาถูกพ่อเลี้ยงวางแผนฆ่าเพราะต้องการเงินประกัน เขาก็คงจะไม่ยังคงเป็นวิญญาณที่ใสสะอาดเช่นนี้ แต่อาจถูกความเคียดแค้นครอบงำจนกลายเป็นวิญญาณร้ายไปแล้ว


   ที่แท้เรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมของเขาเอง สรุปแล้ว คนที่เป็นตัวเอกในงานถ่ายทอดสดครั้งนี้ไม่ใช่ผู้โชคดีแต่เป็นวิญญาณผู้นี้ต่างหาก!


   เมื่อเหยาเหยาคิดได้เช่นนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าประหลาดใจ



  บทที่ 364: คนให้กำเนิดกลับกลายเป็นคนฆ่า


   "เรื่องนี้อย่าโทษฉันนะ ฉันพยายามเตือนเขาแล้วว่าอย่ามานั่งเก้าอี้ตัวนี้ พยายามเข้าฝันหลายครั้งแล้วเหมือนกัน"


   "แต่หมอนี่กลับนอนหลับลึกมาก พอข้าเข้าฝันเตือน ตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย"


   วิญญาณชื่อ ‘ฉินหยาง’ พอได้ยินคำว่าเกิดเรื่องขึ้น ใบหน้าของวิญญาณก็สลดลงทันที พูดระบายอย่างไม่หยุดปาก


   ที่แท้เก้าอี้ตัวนี้เป็นของรักของหวงของเขาตั้งแต่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เขาบำรุงรักษาอย่างดีมาโดยตลอด แต่พอเขาตายกะทันหัน ครอบครัวเห็นว่าเก้าอี้ยังสวยงามดี จึงนำไปขายในอินเทอร์เน็ต


   เพราะราคาไม่แพง บริษัทแห่งหนึ่งก็ซื้อเก้าอี้ตัวนี้ไปในราคาถูก เพื่อนร่วมงานหลายคนต่างก็เคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้ พอถูกวิญญาณของฉินหยางเตือน พวกเขาก็แค่รู้สึกว่าเก้าอี้ดูน่ากลัว จึงไม่ค่อยอยากนั่งเท่าไหร่


   เมื่อมีคนเกิดเรื่องบ่อยขึ้น ทางบริษัทก็เริ่มรู้สึกว่าเก้าอี้ตัวนี้น่าจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เพราะยังไม่มีใครถึงขั้นเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่ได้สนใจนัก


   ยังไงเก้าอี้ตัวนี้ก็ซื้อมาราคาถูก ปล่อยทิ้งไว้ในคลังให้ฝุ่นจับก็ไม่ขาดทุนอะไร


   แต่แล้วไม่นาน ก็มีเจ้าตัวซวยคนหนึ่งเข้ามาทำงานในบริษัท


   "เขาเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วก็ถูกใจเก้าอี้ตัวนี้ทันที เพื่อนร่วมงานหลายคนพยายามเตือนเขาแล้วทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าอย่านั่งเก้าอี้ตัวนี้"


   "แต่รู้ไหมเขาตอบว่าไง? เขาบอกว่าไม่เป็นไร ตั้งแต่เด็กเขาก็ดวงแข็งอยู่แล้ว เก้าอี้นี้ทำอะไรเขาไม่ได้ จะมาโทษฉันได้ยังไง?"


   วิญญาณชายชื่อฉินหยางพูดอย่างตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ จนร่างวิญญาณที่ไม่ค่อยเสถียรของเขาดูเหมือนจะเริ่มสลาย เหยาเหยาต้องรีบลงมือช่วยเธอสร้างตราประทับเลี้ยงวิญญาณและฉีดเข้าไปในร่างวิญญาณของเขาเพื่อทำให้เขาคงสภาพอยู่ได้ก่อน


   จากนั้นเธอก็หันไปมองชายผู้โชคดี ซึ่งตอนนี้หน้าแดงแจ๋ ชัดเจนว่าคำพูดของวิญญาณนั้นเป็นความจริง


   “ก็อย่าโทษผมสิ พวกเขาก็พูดไม่ชัดเจนเอง”


   “บริษัทเขาก็ไม่อยากปิดกิจการ จะบอกคุณตรงๆได้ยังไง? ถ้าคุณรู้ว่าบริษัทมีผีสิง คุณจะยังอยากทำงานที่นี่ไหม?”


   เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มผู้โชคดีก็เงียบไปทันที นี่ถ้าเขารู้เรื่องที่ไม่เป็นมงคลแบบนี้เกิดขึ้นก่อน เขาคงไม่มาทำงานที่นี่แน่นอน


   ไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนร่วมงานจะคอยถามไถ่ว่าเขาสบายดีไหมอยู่บ่อยๆ


   “ลาออก พรุ่งนี้ผมจะยื่นใบลาออก!” ชายผู้โชคดีพูดอย่างโกรธเคือง


   ตัวเขาเองก็อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ต้นเหตุหลัก ถ้าบริษัททิ้งเก้าอี้ตัวนี้ไปตั้งแต่แรกหรือไม่ซื้อมา เรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น


   แถมยังมาบอกเป็นนัยๆแบบนี้อีก เรื่องแบบนี้มันบอกเป็นนัยๆได้ที่ไหน ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย!


   “พี่ชายผู้โชคดี ไม่ต้องกังวลไปนะ ฉันจะช่วยจัดการเรื่องยุ่งยากที่ติดตัวพี่อยู่เอง”


   “ตอนนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือการช่วยพลิกคดีให้พี่ผีคนนี้นะ!”


   ฉินหยางฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ เขาถามอย่างสงสัย “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉันหรือ? เธอไม่ควรจะส่งวิญญาณฉันไปให้ในสงบสุขหรอกหรือ?”


   เด็กน้อยตรงหน้า แม้จะดูไร้เดียงสา แต่ตราประทับเลี้ยงวิญญาณที่ตอนนี้อยู่ในร่างวิญญาณของเขา ช่วยบำรุงรักษาวิญญาณของเขาให้รู้สึกสบายเป็นอย่างยิ่ง


   นี่คือความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกเลยตั้งแต่ตายไป มันสบายเหลือเกิน!


   หากเด็กคนนี้เป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ ในละครโทรทัศน์ พอเจอวิญญาณเร่ร่อนแบบเขา พวกเขาก็จะรีบส่งวิญญาณไปให้สงบสุขไม่ใช่หรือ?


   “พี่ชาย ทำไมพี่ดูละครมากกว่ากู้พ่านพ่านอีกนะ นักพรตของสำนักเสวียนไม่ได้โหดร้ายแบบนั้นหรอก!”


   “ตราบใดที่พี่ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายหรือทำร้ายใคร เราก็จะไม่ส่งวิญญาณไปโดยง่ายหรอก เพราะแบบนั้นถือว่า ‘ผิดกฎหมาย’ นะ”


   เด็กน้อยเหยาเหยาทำหน้าทำตาขัดใจเล็กน้อย ที่พี่ชายคนโชคร้ายคนนี้จับใจความไม่ได้เลย


   จากนั้นก็รู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ ว่าทำไมละครสมัยนี้ถึงถ่ายทำออกมามั่วซั่วเสียเหลือเกิน


   เธอคิดจะไปบอกคุณปู่ที่สำนักเสวียนให้เขาไปเจรจากันสักหน่อย เพื่อกู้ภาพลักษณ์ของนักพรตกลับคืนมาให้ได้


   “โอ้ งั้นลองบอกมาสิว่าฉันจะมีคดีอะไรต้องพลิก?”


   ฉินหยางตอบรับอย่างไร้ความสนใจต่อคดีความของตัวเองสักนิด


   ท่าทางนิ่งเฉยนี้ทำให้เหยาเหยาดูไม่รู้จะทำอย่างไรดี คนผู้โชคดีนี้เรียกได้ว่าเป็นวิญญาณที่ไม่สนใจอะไรตั้งแต่เปิดเรื่องมา


   [ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อาจารย์น้อยยิ้มน่ารักขี้เล่นที่เคยปรากฏ ตอนนี้หายไปสิ้น!]


   [ครั้งแรกที่เจอวิญญาณที่ไม่สนใจอะไรขนาดนี้ จากคำพูดของอาจารย์ การที่เขาช่วยพี่ชายผู้โชคดีไปก็ถือว่าเป็นการกระทำที่กระตือรือร้นที่สุดเท่าที่เคยทำแล้ว]


   ไม่แปลกใจเลยที่เขามองชายผู้โชคดีนี้ด้วยสายตาราวกับมองศัตรู การช่วยให้คนที่เป็นแค่ปลาเค็มคืนชีพขึ้นมาได้ ถือเป็นการผูกเวรผูกกรรมกันจนถึงขั้นศัตรูเลยก็ว่าได้!


   เพราะชายผู้นี้มีความแค้นอยู่ เหยาเหยาจึงจัดวางค่ายกลที่จะทำให้เขาปรากฏตัวได้ให้ทุกคนเห็นผ่านหน้าจอ คนดูจึงสามารถเห็นสีหน้าของเขาได้


   นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นวิญญาณ พวกเขาตื่นเต้นจนบันทึกวิดีโอเอาไว้แทบไม่ทัน ไม่ทันได้ใส่ใจคอมเมนต์เลยด้วยซ้ำ


   “พี่ชายผี ร่างตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่มีปัญหาอะไรเลย การที่พี่ต้องตายกะทันหันนั้น เป็นเพราะมีคนวางแผนฆ่าพี่ และคนนั้นก็คือพ่อบุญธรรมของพี่เอง”


   “เขาฆ่าพี่ เพราะฉะนั้นเขาก็ควรจะได้รับโทษตามกฎหมาย พี่ไม่อยากแก้แค้นหรือ?”


   เหยาเหยาสูดหายใจลึกเข้าไป เตรียมจะบอกความจริงทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับรู้ หวังว่าจะทำให้วิญญาณนี้ตกใจ


   แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด วิญญาณชายหนุ่มตรงหน้าแค่ตอบ “อ้อ” ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


   ใบหน้าขาวซีดดุจแผ่นกระดาษยังคงสงบนิ่ง ท่าทางของเขาทำเอาเหยาเหยานิ่งอึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ


   คิ้วบางของเธอขมวดเข้าหากัน ใบหน้ากลมดุจซาลาเปาบึ้งเป็นตาแก่ตัวน้อยทันที


   วิญญาณตนนี้ต้องมีเรื่องราวบางอย่างแน่นอน ทำไมถึงได้ไม่ใส่ใจสาเหตุการตายของตัวเองเลย?


   เรื่องนี้ดูผิดธรรมชาติ เพราะไม่ว่าเป็นคนหรือวิญญาณ ตามหลักแล้วย่อมต้องไม่สงบนิ่งแบบนี้


   เมื่อเรื่องผิดปกติย่อมมีเบื้องหลังแน่นอน ฉินหยางเห็นท่าทีของเหยาเหยาที่เหมือนจะไม่เข้าใจอะไรนัก แต่ก็เห็นแก่ตราประทับเลี้ยงวิญญาณที่ทำให้เขารู้สึกดี จึงอธิบายอย่างช้าๆ


   “เด็กน้อย เธอเป็นเด็กดี แต่สำหรับการตายของฉัน ฉันรู้เรื่องอยู่แล้ว”


   “จริงๆแล้วฉันรู้ดีว่าคนที่อยากฆ่าฉันไม่ใช่พ่อบุญธรรมหรอก แต่เป็นแม่ของฉันเอง… ผู้หญิงที่ให้ชีวิตกับฉัน”


   ดวงตาที่เรียบเฉยของฉินหยางเริ่มปรากฏร่องรอยความเจ็บปวดขึ้นมาบ้าง แท้จริงแล้วเขารู้อยู่แล้วว่าพ่อบุญธรรมใส่ยาพิษในอาหารให้เขากิน


   เขาเคยโกรธแค้น กระทั่งไปหาแม่เพื่อเปิดโปงใบหน้าที่แท้จริงของพ่อบุญธรรม ทว่าเขาบังเอิญได้ยินการสนทนาของพวกเขา


   พ่อบุญธรรมพูดว่าธุรกิจกำลังย่ำแย่ จนอาจต้องขายบ้านขายที่ดินแล้ว ส่วนแม่ก็นิ่งเงียบอยู่นาน แล้วพูดถึงประกันชีวิตก้อนใหญ่ที่ทำไว้ให้เขา


   “ถ้าเสี่ยวหยางเกิดอุบัติเหตุ ช่องว่างเหล่านั้นจะถูกเติมเต็ม ลูกของเราจะไม่ลำบากแน่นอน”


   “เราต้องใจเย็นและอดทนอีกหน่อย คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


   วินาทีนั้น เขารู้สึกเลือดในกายเย็นเฉียบ ผู้หญิงที่เคยมอบชีวิตให้เขา ตอนนี้กลับมองเขาเป็นแค่เครื่องมือทำเงิน


   เมื่อหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขารู้สึกว่าชีวิตตนไม่มีความหมายอีกแล้ว เพราะแม้แต่แม่แท้ๆก็ยังทอดทิ้งเขา แล้วเขาจะเหลืออะไรให้ยึดมั่นอีกเล่า?


   การตายครั้งนี้ถือว่าเป็นการคืนชีวิตให้เธอ เงินประกันนั้นก็เหมือนเป็น ‘ค่าตอบแทน’ ที่เขามอบให้ นับจากนี้พวกเขาไม่ติดค้างอะไรกันอีก


   ดังนั้น เขาจึงดื่มยานั้นลงไปโดยไม่ลังเล


   คิดว่าพอจบชีวิตทุกอย่างจะสิ้นสุด ใครจะรู้ว่ากลายเป็นวิญญาณ แถมยังต้องมาพัวพันกับเรื่องของเจ้าคนดวงซวยคนนี้อีก



 บทที่ 365: ผู้โชคดีคนสุดท้าย การถ่ายทอดสดจากยมโลก


   [โอ้โห แม่แท้ๆฆ่าลูกชายตัวเองเลยเหรอ? เรื่องแบบนี้มันช่างสะเทือนใจเหลือเกิน]


   [ไม่แปลกใจเลยที่วิญญาณดวงนี้จะดูเฉยชาเกินปกติ เด็กคนไหนเจอแม่ตัวเองทำแบบนี้ ไม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าก็แปลกแล้ว!]


   [ไม่ต้องเสียใจนะ เด็กดี คนแบบนั้นไม่คู่ควรจะเป็นแม่หรอก!]


   หลังจากฉินหยางเล่าเรื่องเสร็จ ความรู้สึกของเหล่าผู้ชมในไลฟ์ก็พลุ่งพล่าน ไม่หัวเราะเยาะเขาที่ดูนิ่งเฉยแบบนี้อีกแล้ว


   "พี่ชายคะ ถ้าเธอไม่เห็นคุณค่าในตัวพี่ สักวันหนึ่งเธอก็ต้องได้รับผลกรรมที่ทำไว้แน่นอนค่ะ" เหยาเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากคำนวณชะตาของเขาเสร็จ


   คำนี้ไม่ใช่แค่คำปลอบโยน แต่เป็นความจริงแท้


   แม่ของพี่ชายคนนี้ได้รับเงินประกันชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่สามีใหม่ของเธอไม่ใช่คนดีนัก ธุรกิจของเขาไม่ได้ย่ำแย่เพราะบริหารไม่ดี แต่เป็นเพราะเขาเป็นคนติดการพนัน


   เงินประกันชีวิตที่ได้มาจากการตายของพี่ชายจะถูกสามีของแม่ถลุงไปจนหมด แถมเขายังแอบทำประกันชีวิตให้ ‘ลูกเมีย’ อีกด้วย


   สุดท้าย แม่ของพี่ชายและน้องชายต่างพ่อของเขาก็จะต้องพบจุดจบแบบเดียวกัน


   ส่วนพ่อบุญธรรมที่ติดการพนันคนนั้นจะไม่สำนึกผิดใดๆ เขาจะสูญเสียทุกอย่างและแบกรับหนี้สินก้อนโต


   ท้ายที่สุด เมื่อเจ้าหนี้มาทวงเงิน เขาก็ถูกพวกนั้นแทงจนเสียชีวิต


   นี่คือผลกรรมที่รอพวกเขาอยู่ หากเหยาเหยาไม่พบความผิดปกติเสียก่อน และแน่นอนว่าฆ่าคนย่อมต้องได้รับโทษประหารชีวิต


   ผู้หญิงที่ทำร้ายลูกของตัวเองแบบนี้ ไม่คู่ควรจะเป็นแม่เลยจริงๆ!


   เมื่อได้ยินจุดจบที่เหยาเหยาเล่า ผู้ชมในไลฟ์รู้สึกสะใจอย่างมาก เหมือนกับว่าได้ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจไปเสียที คนที่ทำผิดย่อมได้รับกรรมที่สาสม และพี่ชายคนนี้ก็อาจได้รับความสบายใจไปบ้าง ไม่งั้นพวกเราคงอัดอั้นตายแน่!


   ผู้ชมในไลฟ์หลายคนอินกับเรื่องราวนี้มาก แม้จะเป็นเรื่องของคนอื่น แต่ฟังแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง


   ดังนั้น พวกเขาจึงอยากได้คำตอบมากกว่าตัวพี่ชายเองเสียอีก


   และคำตอบนี้พวกเขาพอใจมาก แต่สำหรับเจ้าตัวกลับแสดงความเฉยเมย


   “ขอบคุณมากนะครับ” ฉินหยางพยักหน้าเบาๆ ราวกับเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องที่ไม่สำคัญอะไร


   อย่างที่เขาว่า คืนเงินประกันให้พวกเขาไปก็ถือว่าตัดสัมพันธ์กันหมดสิ้นแล้ว


   สำหรับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ความเป็นความตายของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่ต้องใส่ใจ


   ตอนนี้เหยาเหยาก็เข้าใจในนิสัยของพี่ชายคนนี้อย่างชัดเจนแล้ว เธอเลิกคิดที่จะทำให้เขามีอารมณ์อ่อนไหว และหันมาจัดการเรื่องจริงจังแทน


   "พี่ชาย ตอนนี้ดวงวิญญาณพี่ไม่มีพลังจากพลังหยินมาเลี้ยงดูอีกต่อไป สภาพวิญญาณก็ไม่มั่นคงแล้วนะคะ!"


   "พี่ไม่ควรจะอยู่ในโลกคนเป็นอีกแล้ว หนูจะให้คนพาพี่กลับไปยังยมโลก ห้ามหนีนะคะ"


   เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


   แต่พูดจบก็คิดว่าคำพูดของตัวเองดูไร้ความหมาย เพราะจากท่าทีเบื่อหน่ายของพี่ชายคนนี้


   สำหรับเขาแล้ว การอยู่ในโลกคนเป็นหรือลงไปในยมโลกแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย


   "ผมไม่หนีหรอกครับ รีบให้คนมาพาผมไปเถอะ ผมไม่อยากอยู่กับเจ้าตัวปัญหานี่อีกแล้ว"


   ไม่คาดคิดเลยว่า พอพูดถึงการไปยมโลก ดวงตาที่เคยเรียบเฉยของฉินหยางก็เริ่มมีแววต่างออกไป เขาดูเหมือนอยากไปอย่างไร้เหตุผล


   ท่าทางแบบนี้ทำเอาผู้โชตดีถึงกับเครียด เขาใช้ชีวิตมาขนาดนี้ ยังไม่เคยเจอใครรังเกียจตัวเองขนาดนี้เลย


   ถ้าไม่ใช่วิญญาณนี้ตายแบบน่าเวทนา เขาคงจะฟัดกันไปแล้ว


   “โอเคค่ะ พี่ชาย รออีกแป๊บนะคะ พนักงาน ‘ได้ไปเกิดแล้วหรือยัง’ ของพี่ใกล้จะมาถึงแล้วค่ะ!”


   เหยาเหยาพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย


   คำว่า ‘ได้ไปเกิดแล้วหรือยัง’ นี้ทำเอาผู้ชมในไลฟ์แทบขำกลิ้ง


   นี่ไม่ใช่การเล่นมุกของเหยาเหยา แต่มันเป็นชื่อแอปพลิเคชันบนป้ายหยกของยมโลกที่ใช้จริงๆ


   เหยาเหยายังถามไปถึงท่านยมทูตว่าต้องอ่านแบบนี้ไหม ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันมาเรียบร้อย


   คนที่ทำตัวจริงจังแต่แอบเล่นมุก บอกเลยว่าฆ่าคนดูได้เลยทีเดียว


   [จากนี้ไป ไลฟ์ก็มีบริการใหม่ ใครอยากใช้บริการ ‘ได้ไปเกิดแล้วหรือยัง’ ให้กดเรียกเหยาเหยาได้เลย รับประกันเลยว่าไล่ล่าทันแน่ ฮ่าฮ่า]


   [แล้วนี่คือยมโลกมีเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ถ้าฉันตายไป ฉันจะได้เล่นมือถือไหมเนี่ย? โอ้โห ฟินสุดๆ!]


   คอมเมนต์ในไลฟ์มีคนหนึ่งที่สังเกตเห็นจุดสำคัญนี้แล้วพิมพ์คอมเมนต์ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น


   ตามมาด้วยคอมเมนต์จำนวนมากที่กดตอบกลับกันรัวๆ


   เพราะในไลฟ์ก่อนๆ เหยาเหยาก็เคยบรรยายเรื่องยมโลกแบบอ้อมๆมาบ้าง


   ดังนั้น ผู้ชมจึงรับรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของ ‘ยมโลก’ กันมาตลอด


   แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเหมือนว่ายมโลกจะไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่คิด


   [ฮ่าๆๆ ความคิดของคนข้างบนแปลกดีนะ แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหมที่จะได้เห็นยมโลกตอนที่ยังมีชีวิตอยู่!]


   [ถ้าอยากดูเหมือนกัน ขอกด1หน่อย ฉันเป็นคนที่กลัวสถานที่แปลกใหม่ ถ้าได้คุ้นเคยไว้ก่อน ตอนตายจะได้ไม่ต้องกลัวมากขนาดนั้น!]


   [ถ้าเป็นไปได้ อยากจะส่งสัญญาณล่วงหน้าไปถึงหัวหน้าในยมโลกเลย แนะนำตัวไว้ให้รู้จักหน้าค่าตา!]


   [เอาล่ะ เอาล่ะ ทุกคนเล่นกันขนาดนี้ ฉันก็ขอลงชื่อสนับสนุนด้วยแล้วกัน!]


   “ตกลงตามพวกเขาไปก่อน แล้วให้เวลาฉันสักหน่อย ฉันจะทำให้พวกเขาได้เห็นยมโลกแน่นอน”


   เหยาเหยาตั้งใจจะพูดแก้ไข แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเยือกเย็นดังแว่วมา เสียงนั้นเป็นของเซี่ยปี้อัน เธอประหลาดใจมากที่เขายังอยู่


   “รับทราบค่ะ ท่านยมทูต!” เหยาเหยาหยุดคิดไปชั่วครู่ แต่ก็ตอบรับอย่างไม่ลังเล


   แม้จะยังไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นต้องการทำอะไร แต่ช่วยตอบรับไว้ก่อนไม่เสียหาย เพราะท่านนี้คือผู้แทนจากยมโลก


   “พี่ๆทุกคนคะ ความปรารถนาของทุกคนกำลังจะเป็นจริงในอีกไม่นานนี้ค่ะ!”


   หลังจากตอบรับเสร็จ เหยาเหยาหันไปพูดกับผู้ชมในไลฟ์อย่างระมัดระวัง


   คำพูดเรียบๆของเธอทำให้ไลฟ์ถึงกับระเบิดขึ้นในทันที


   ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่พูดเล่นๆ เหมือนคนพูดว่าต้องลดน้ำหนักสามสิบกิโลกรัม แต่กลับเป็นไปได้จริงเสียอย่างนั้น จะไม่ตื่นเต้นได้ยังไงล่ะ


   [ไม่เสียทีที่ติดตามไลฟ์ของอาจารย์น้อย ทุกครั้งต้องมีอะไรให้เปิดหูเปิดตาเสมอ ฮ่าๆๆ!]


   [งั้นพวกเราก็รอที่จะได้เห็นยมโลกกันเถอะ! สะพานไน่เหอ หอหวังเซียง]


   [ไม่รู้ทำไม อยู่ๆก็รู้สึกตื่นเต้นแปลกๆขึ้นมาเลย!]


   มีตำนานเกี่ยวกับยมโลกหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนได้พิสูจน์จริงๆ


   ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้เป็น ‘คนกล้ากินปู’ รุ่นแรก จะให้ใจเย็นยังไงไหว!


   เหยาเหยาพูดอย่างจริงจังว่า “แต่ทุกอย่างเป็นเรื่องของไลฟ์ครั้งหน้านะคะ ตอนนี้เรามาจับสลากหาผู้โชคดีคนสุดท้ายกันก่อนดีกว่า!”


   แม้ว่าเธอเองจะอยากให้ทุกคนได้เห็นกันเร็วๆ แต่ทุกอย่างต้องทำทีละขั้นตอน เธอต้องหาผู้โชคดีคนสุดท้ายให้เสร็จก่อน เพื่อสะสมบุญกุศลให้ครบ


   เหล่าผู้ชมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะยมโลกยังไงก็ต้องได้เห็นแน่ๆอยู่แล้ว ถึงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่อาจารย์น้อยทำเพื่อพวกเขาก็ตาม


   [คิดๆไปแล้ว ช่างเป็นบุญคุณล้นเหลือจริงๆ น้ำตาจะไหล!]


   ด้วยการร่วมมืออย่างเต็มที่ ในที่สุดผู้โชคดีคนสุดท้ายก็ปรากฏตัว


   เธอเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบกว่าๆ มีลักษณะโดดเด่นของสาวชาวเจียงหนาน รูปหน้าสวยหวาน แต่ขณะนี้ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แววตาหมองเศร้า


   เหยาเหยามองไปที่ใบหน้าของเธอ และในเสี้ยววินาทีก็ต้องตกตะลึงกับโหงวเฮ้งของเธอ


   เพราะมันช่างแปลกเกินไป!



  บทที่ 366: พี่สาวคะ ลูกของพี่น่าจะมีปัญหานะ


   "ท่านอาจารย์คะ ที่ฉันถูกเลือกครั้งนี้ แปลว่าฉันสามารถขอให้ดูดวงได้ใช่ไหมคะ?"


   หญิงสาวผู้โชคดีมีสีหน้าสดใสขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าตนเองได้ถูกเชื่อมต่อสำเร็จจริงๆ


   ที่จริงแล้วเธอได้รู้จักไลฟ์นี้จากการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง สามีของเพื่อนเธอแอบนอกใจโดยที่เธอไม่รู้ แต่ก็เป็นท่านอาจารย์ท่านนี้ที่ช่วยจับได้ ทำให้ตอนที่ศาลตัดสินหย่า สามีต้องออกจากบ้านไปแบบตัวเปล่า


   ตอนที่ได้ฟังเรื่องนี้เธอคิดว่าเหมือนกำลังฟังเรื่องเล่าในนิยาย เพราะสามีของเพื่อนเธอปกติดูรักภรรยามาก ไม่เหมือนคนที่คิดจะนอกใจเลย แถมเขายังมีเส้นสายที่แข็งแกร่ง ส่วนเพื่อนเธอมีพื้นเพที่ไม่ค่อยดี เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่เลี้ยงเดี่ยว และแต่งงานทันทีหลังเรียนจบ แทบไม่มีเครือข่ายคนรู้จักมากนัก ถ้าสามีของเธอนอกใจขึ้นมา เธอก็อาจจะเสียเปรียบอย่างมาก


   พอได้รู้ว่าสามีนอกใจ เพื่อนเธอก็เตรียมคนไว้เพื่อจัดการกับเขาเรียบร้อย แต่ใครจะไปคิดว่า ยังไม่ทันได้จัดการ สามีของเธอก็ถูกศาลตัดสินให้แพ้ไปก่อนแล้ว


   ตอนนั้นเธอเองก็ไม่ทันได้ถามรายละเอียดเพราะติดธุระ มารู้เอาภายหลังว่าเพื่อนเธอกำลังประสบปัญหา เพื่อนจึงแนะนำไลฟ์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง


   ผู้โชคดีเองก็มีปัญหาวุ่นวายในใจ จึงตัดสินใจลองเสี่ยงดูเหมือนเป็นทางออกสุดท้าย คิดไม่ถึงว่าจะถูกเลือกจริงๆ


   “แน่นอนค่ะ พี่กำลังอยากจะถามว่า ลูกของพี่มีปัญหาอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ ใช่ไหมคะ?”


   เหยาเหยาพูดขึ้นก่อนที่เธอจะเอ่ยปาก ทำให้ผู้โชคดีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ


   “ท่าน...ท่านรู้ได้อย่างไร?”


   อันที่จริงเธอเตรียมใจไว้แล้วว่าท่านอาจารย์ต้องไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะสามารถเดาได้แม่นยำขนาดนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเชื่อมต่อ ท่านอาจารย์ไม่มีทางรู้ถึงเรื่องในครอบครัวของเธอได้เลย


   “น้องฉง เขามีอะไรแปลกๆค่ะ เขาดูเหมือนจะไม่ชอบแม่เลย ก่อนสองขวบก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เลยนะคะ”


   เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเล่าเรื่องทุกอย่างอย่างละเอียด เพราะเมื่ออาจารย์ดูออกแล้ว เธอก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง


   ช่วงนี้เธอต้องอยู่บ้านเพราะงานมีการเปลี่ยนแปลง บังเอิญมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกับลูกชายมากขึ้น จึงได้สังเกตว่าเขามีท่าทีที่ดูเหมือนจะรังเกียจเธอ


   ในตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้กลับบ้านบ่อย เด็กอาจจะจำเธอไม่ได้ เธอจึงพยายามจะเข้าหาและเอาใจเขา แต่ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลกขึ้นเรื่อยๆ


   ไม่เพียงแต่ลูกจะดึงผมของเธอ แต่ยังจงใจตีไปที่ดวงตาและจุดที่บอบบางของเธอด้วย


   ครั้งหนึ่งตอนเธองีบหลับ ก็เห็นลูกชายถือมีดผลไม้เข้ามาใกล้ๆเตียง พยายามปีนขึ้นมา


   หากไม่ใช่เพราะเตียงสูงเกินไป เด็กน้อยปีนลำบากจนเธอสะดุ้งตื่นเสียก่อน มีดผลไม้นั่นอาจจะทำร้ายเธอไปแล้ว


   ตั้งแต่นั้นมา เธอก็เริ่มรู้สึกกลัวลูกชายอย่างไม่มีเหตุผล


   เรื่องนี้เธอเคยบอกสามี แต่เขากลับไม่ใส่ใจ


   “มันก็แค่เด็กนะ จะไปรู้อะไรมากมาย คงเล่นสนุกนั่นแหละ แต่มีดผลไม้มันอันตรายจริงๆ เธอเครียดเพราะถูกปลดออกจากงานใช่ไหม เดี๋ยวหาเวลาพักผ่อนกันสักหน่อยดีกว่า ปล่อยให้แม่เลี้ยงเด็กไปก่อน”


   เธอเชื่อคำสามี แต่ก็สังเกตเห็นว่าเมื่อลูกอยู่กับพ่อ เขากลับทำตัวน่ารักเรียบร้อย จนเธอเริ่มสงสัยว่าปัญหามาจากตัวเองหรือเปล่า


   แต่พออยู่บ้านนานเข้า เธอก็ยิ่งมั่นใจ ว่าทุกครั้งที่สามีไม่อยู่ ลูกจะมองเธอราวกับเธอเป็นศัตรูจริงๆ จึงแน่ใจว่านี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไปเอง


   “ทั้งคุณแม่สามีและสามีของฉันก็ไม่เชื่อฉันเลยค่ะ ฉันไม่รู้จะทำยังไง อาจารย์ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ?”


   เธอหนาวสั่นทุกครั้งเมื่อนึกถึงแววตาของลูกที่มองเธอ


   ตอนนี้เธอต้องล็อคประตูทุกครั้งก่อนนอน แม้กระทั่งในหน้าร้อน เธอก็ไม่กล้าใส่เสื้อแขนสั้นหรือกางเกงขาสั้น


   เพราะทุกครั้งที่ใส่ จะต้องมีรอยแผลถลอกฟกช้ำเต็มไปหมด เธอเป็นคนที่ผิวบาง แค่โดนกระแทกก็ช้ำเป็นจ้ำๆแล้ว พอมองรอยแผลบนขาแล้วก็รู้สึกสยองใจ


   ถึงขั้นนี้แล้วเธอไม่เพียงสงสัยว่าลูกจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างไม่เหมาะสม แต่ยังคิดว่าอาจจะโดนวิญญาณบางอย่างเข้าสิงด้วยซ้ำ


   เพื่อให้อาจารย์เข้าใจ เธอจึงเลิกแขนเสื้อขึ้น โชว์รอยฟกช้ำบนข้อมือที่มีทั้งสีเข้มและจาง ปรากฏอยู่เต็มไปหมด จนดูน่ากลัวมาก


   [โอ้โห น่ากลัวสุดๆไปเลย!]


   [นี่ถ้าไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าสาวผู้โชคดีโดนสามีทำร้ายเอาน่ะสิ ที่ไหนได้ มาบอกว่าเป็นฝีมือเด็กเนี่ยนะ?]


   [นี่มันไม่ใช่ลูกหรอก แต่มันเหมือนเป็นศัตรูกันชัดๆ!]


   เหล่าผู้ชมในไลฟ์ต่างพากันสูดหายใจลึกอย่างหวาดเสียวเมื่อเห็นรอยช้ำของสาวผู้โชคดี แม้รอยช้ำจะไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่ผลกระทบต่อจิตใจนั้นเรียกได้ว่าสะเทือน


   ฝ่ายสาวผู้โชคดีกลับไม่ได้สนใจคอมเมนต์ เธอจ้องหน้ามองเหยาเหยาอย่างคาดหวัง รอฟังคำตอบอย่างกระวนกระวายใจ


   “พี่สาวสวยคะ พอจะมีรูปถ่ายของลูกไหมคะ ถ้ามีก็ส่งมาให้ที่หลังบ้านได้เลยนะคะ หนูจะได้ช่วยดูปัญหาให้ชัดเจนขึ้น!”


   เหยาเหยาเอ่ยพลางขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด ความจริงเธอพอจะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่ก็อยากยืนยันให้แน่ใจ


   เพราะดวงชะตาของพี่สาวคนนี้มันประหลาดเกินไป เป็นถึงขั้นที่จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัด


   “มีค่ะ เดี๋ยวจะส่งให้เดี๋ยวนี้เลย!” สาวผู้โชคดีรีบส่งรูปไปทันที เธออยากรู้ผลเต็มที่จึงไม่ลังเลเลย


   ข้อมูลหลังบ้านส่งรูปมาอย่างรวดเร็ว เหยาเหยากดเปิดดู ภาพที่เห็นคือเด็กชายตัวน้อยอายุราวสามขวบ สวมเสื้อแขนสั้นลายตารางสีขาวดำ กางเกงสายเอี๊ยมสีน้ำเงิน และหมวกเป็ดน้อยสีเหลือง ดูน่ารักน่าชัง


   ทว่าเหยาเหยากลับมองปราดเดียวก็เห็นปัญหาทันที เพราะวิญญาณในร่างของเด็กคนนี้ไม่ได้สอดคล้องกับร่างกาย


   การที่วิญญาณเข้าครอบครองร่างที่ไม่ใช่ของตัวเองนั้น สามารถพูดได้ว่าเป็นการ ‘ถูกผีเข้าสิง’ ซึ่งความสงสัยของผู้โชคดีก็ถูกต้องแล้ว แต่ความจริงมีรายละเอียดที่มากกว่านั้น เพราะวิญญาณตนนี้ไม่ได้เข้าสิงภายหลัง หากแต่ได้ครอบครองร่างมาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์


   และเรื่องบังเอิญก็คือ วิญญาณที่เข้ามาครอบครองร่างนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นน้องชายของสามีเธอ หรือลูกพี่ลูกน้องของลูกชายเธอเอง


   เพราะเหตุนี้เอง ดวงชะตาของสาวผู้โชคดีจึงมีความสับสน


   เหยาเหยาเมื่อได้เห็นภาพก็ยิ่งมั่นใจในคำทำนายของตัวเอง


   “ท่านอาจารย์ ลูกฉงของหนูมีปัญหาใช่ไหมคะ!”


   ผู้โชคดียังไม่รู้เลยว่า ลูกชายของเธอถูกเปลี่ยนตัวไปตั้งแต่ยังไม่เกิด การถามออกไปจึงเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เพราะผลลัพธ์ในครั้งนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับเธอ


   ถ้าหากเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับวิญญาณก็ยังพอจะมีทางแก้ไขได้ แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องนิสัยโดยกำเนิดเธอคงไม่รู้จะเผชิญหน้ากับลูกชายอย่างไร


   เหยาเหยามองผู้โชคดีที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างรู้สึกเห็นใจ เพราะเข้าใจดีว่าคำตอบนี้มีความสำคัญสำหรับเธอมาก


   ดังนั้น เหยาเหยาจึงสูดหายใจลึก และค่อยๆบอกความจริงออกไป


   เมื่อผู้ชมในไลฟ์สดได้ฟังคำตอบนั้นก็ถึงกับตกตะลึง คอมเมนต์ระเบิดขึ้นทันที



  บทที่ 367: นกพิราบยึดรังของนกกางเขน


   [โอ้โห เรื่องผีนี้ฟังแล้วขนลุกสุดๆ ตัวร้ายมันไม่อายเลยนะ ทำร้ายหลานตัวเองได้ขนาดนี้!]


   [และยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุดนะ คำว่าที่น่ากลัวที่สุดคือมันยังจะมาทำร้ายผู้โชคดีอีก!]


   [โธ่เว้ย อะไรจะขนาดนั้น! คู่อริมีอะไรกับเธอมากถึงขนาดนี้กันนะ ถ้าผู้โชคดีไม่ระวังไว้ล่ะก็ อาจจะถูก ‘ลูกชายปลอม’ ทำร้ายไปแล้วก็ได้!]


   เรื่องนี้สยองขวัญกว่าหนังผีที่ดูในทีวีอีก เพราะในทีวีทุกคนรู้ว่าเป็นเรื่องสมมติ มันก็กลัวอยู่แล้วล่ะ แต่ก็ยังมีเส้นแบ่งระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเท็จ


   แต่ตอนนี้ปัญหาของผู้โชคดี คือมันเป็นเรื่องจริง!


   การที่มันเกิดขึ้นจากการแปลงร่างจากของปลอมมาเป็นของจริงโดยไม่ทันตั้งตัวนี่แหละที่ทำให้กลัวสุดๆ เพราะมันหมายความว่าเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวเราได้!


   โดยเฉพาะคนที่มีลูกเนี่ยนะ พอนึกถึงลูกตัวเองอาจโดนสับเปลี่ยนไป แค่นี้ก็ทำให้ขนลุกชันแล้ว!


   "พี่สาวคะ สามีของพี่มีน้องชายที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้วใช่ไหม ที่เขาขับมอเตอร์ไซค์แล้วพุ่งตกเหวไปตาย?"


   "ก่อนที่เขาจะตาย พวกคุณทะเลาะกันใช่ไหมคะ?"


   เหยาเหยามองคนที่สีหน้าเหมือนผีค่อยๆเปิดปากพูดด้วยเสียงใสๆ ที่ทำให้คนฟังหลุดจากความตื่นตระหนก


   ผู้โชคดีมองตอบด้วยสีหน้าหม่นหมองและพยักหน้า ยอมรับว่าเคยเตือนน้องชายสามีไม่ให้เล่นมอเตอร์ไซค์ เพราะมันเสี่ยงอันตราย


   เธอเคยได้ยินข่าวคนหนุ่มเล่นมอเตอร์ไซค์แล้วตาย หรือบางคนกลับมาเป็นคนพิการทั้งชีวิต กลายเป็นภาระของครอบครัว


   น้องชายสามีของเธอเป็นลูกคนสุดท้องของแม่สามีที่อายุมากแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอกับสามีคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความผิดได้


   ดังนั้นเมื่อเจอกับน้องชายสามี เธอก็เลยคอยบ่นเตือนเสมอ แต่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแย่ลง เจอกันทีไรก็แทบจะไม่พูดจากันดีๆสักคำ


   วันนั้นเอง น้องชายสามียังด่าหาว่าเธอเป็นคนทำให้เขามีแต่เรื่องซวย ไม่ต้องการฟังคำเตือนเลย แล้วต่อมาเธอก็ได้ยินข่าวว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ขับรถมอเตอร์ไซค์ตกเขาไป ตำรวจยังหาไม่เจอศพเจอ


   แม่สามีได้ข่าวนี้แทบจะตาบอดจากการร้องไห้ และบ่นว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป


   เรื่องนี้เกือบจะทำให้เธอกับสามีต้องหย่ากัน แต่สุดท้ายก็เพราะเธอท้องลูกคนแรก ทำให้แม่สามีใจอ่อนลง


   เธอมักจะคิดว่าเป็นหลานที่ทำให้แม่สามีใจอ่อน แต่เมื่อได้ยินคำพูดจากอาจารย์ เธอก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง


   "อาจารย์ค่ะ เรื่องที่น้องชายสามีครอบครองร่างลูกของฉัน มันมีอะไรที่แม่สามีทำไว้บ้างหรือเปล่าคะ?"


   คำถามดูเหมือนจะสงสัย แต่สายตาของผู้โชคดีกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ


   เหยาเหยาเมื่อได้ยินก็ไม่ได้ปิดบังอะไร ตอบกลับด้วยคำตอบที่ตรงไปตรงมา เพราะตอนนี้ผู้โชคดีมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง


   วิญญาณปกติไม่สามารถยึดร่างของคนอื่นได้ง่ายๆ มันสามารถเข้าสิงร่างได้บ้าง แต่การที่จะยึดร่างได้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย


   เพราะวิญญาณในโลกนี้มีจำนวนมาก แต่ถ้าจะต้องยึดร่างคนได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ต้องมีคนมาเกี่ยวข้อง


   แม่สามีของผู้โชคดีได้พบเจอกับผู้ที่ฝึกวิชาความลับหลังจากที่รู้ว่าเธอท้อง และคนนั้นก็ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด


   เมื่อแม่สามีได้ยินว่าอาจจะสามารถทำให้ลูกชายฟื้นคืนชีพได้ เธอก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของเธอ ลูกชายแท้ๆสำคัญกว่า


   "พี่สาวค่ะ เดิมทีน้องชายสามีของเธอมีดวงชะตาที่ดีมากๆค่ะ มีดวงที่จะร่ำรวยมหาศาล"


   "แต่ในรูปที่เธอให้หนูดู ดวงชะตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขามีใบหน้าแคบจมูกและหูที่มีลักษณะผิดปกติ"


   "นี่ไม่ใช่แค่จะทำให้เงินทองหมดไปนะ แต่เขาจะเป็นคนที่ขัดขืนและมีปัญหากับครอบครัวด้วย"


   เรื่องนี้ไม่ได้แค่ทำให้เสียเงิน แต่อาจทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องตกต่ำและลำบากยากจนไปตลอดชีวิต


   พอถึงช่วงที่พวกเขาจะเกษียณ พวกเขาก็ต้องไปทำงานทำความสะอาด


   น้องชายสามีของผู้โชคดี ตอนนี้เขากำลังทำให้ชีวิตของผู้โชคดีตกอยู่ในอันตราย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าฆ่าคนที่เป็นพ่อแม่แท้ๆ


   เขารู้ดีว่าคงไม่สามารถพึ่งพาครอบครัวแท้ๆได้ แต่ก็ไม่อยากทำงาน ตอนนี้เขาก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อให้พี่ชายและพี่สะใภ้เลี้ยงดูเขาต่อไป ช่วงนี้ก็กำลังหาเรื่องทำให้ตัวเองได้ผลประโยชน์


   แต่การคิดไปไกลเกินไปของเขานั้น มันก็ทำให้ผู้โชคดีกลัวว่าลูกของตัวเองอาจจะตกอยู่ในอันตราย ก็เลยรีบไปหาคำแนะนำจากการถ่ายทอดสดนี้


   สุดท้าย ‘ลูกชายปลอม’ ของเธอก็ถูกเหยาเหยาจับได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นผู้โชคดีคงจะตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาไปตลอดชีวิต


   [โอ้โห ชายคนนี้นิสัยไม่ดีจริงๆ น่าขยะแขยงสุดๆ]


   ดูท่าจะมีคนในโลกออนไลน์ที่ออกมาแสดงความเห็นแบบจัดหนัก มันจึงกลายเป็นประเด็นที่โด่งดังขึ้น


   [ฮ่าๆๆๆ คนในเน็ตส่วนใหญ่ก็มีความหรรษาไม่เหมือนคนทั่วไป ขอโทษที่พูดไปแบบตรง ๆ]


   [เพราะเธอไม่เคยเห็นเด็กที่ไหนที่ปฏิเสธแม่ตัวเองขนาดนี้ ตอนนี้รู้แล้วว่า ลูกของเธอถูกแม่สามีและน้องสามีทำให้ตายไปแล้ว]


   ในขณะนั้น ความเจ็บปวดและความโกรธที่เกิดขึ้นแทบทำให้เธอเสียสติไป


   “พี่สาวอย่าร้องไห้เลยนะคะ สิ่งที่พี่ต้องทำตอนนี้คือเปิดเผยแผนการของพวกเขาออกมา”


   “คนร้ายคนนี้ไม่คู่ควรกับการมีร่างกายของเด็กชายที่ยอดเยี่ยมแบบนั้น”


   เสียงของเหยาเหยามั่นคงและหนักแน่น


   “เด็กชายคนนี้ถูกพวกเขาทำให้ตายไปแล้ว คนที่ตอนนี้อยู่ในร่างเขาไม่ใช่ลูกของพี่แล้วค่ะ เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในชื่อของเด็กชายที่ถูกพรากชีวิตไป”


   การปลอมตัวเป็นคนอื่นมันน่ารังเกียจมาก เหยาเหยาจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบแค่นี้แน่ ถ้าเธอได้เจอเรื่องแบบนี้ เธอจะต้องเปิดเผยมันให้หมด


   “ใช่ค่ะ ท่านอาจารย์พูดถูก เขาไม่สมควรใช้ร่างของลูกฉัน”


   ความมีสติของผู้โชคดีกลับคืนมา เมื่อได้ยินคำพูดของเหยาเหยา เธอรู้ว่าเวลานี้ ลูกของเธอคงจะไปเกิดใหม่แล้ว หลายอย่างของลูกในชาตินี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว


   เธอและลูกคงไม่มีวันได้เป็นแม่ลูกกันในชาตินี้ แต่เธอก็ไม่ยอมให้ใครมาทำให้การเวียนว่ายตายเกิดของลูกต้องแปดเปื้อน


   ผู้โชคดีคิดว่าเธอจะต้องทำให้ลูกของเธอเดินทางไปเกิดใหม่อย่างสะอาดหมดจด และสมเกียรติ


   “ดีมากค่ะ พี่สาวต้องเข้มแข็งค่ะ อย่ากังวลไป เดี๋ยวเหยาเหยาจะไปหาพี่แล้วเราจะร่วมมือกันจับตัวคนร้าย” เหยาเหยาพูดอย่างจริงจัง


   ผู้โชคดีเป็นคนสุดท้ายที่ได้สุ่มในไลฟ์วันนี้ หลังจากนี้เหยาเหยาจะมีเวลาว่างอยู่นิดหน่อยพอที่จะช่วยเธอได้


   คนร้ายคนนี้อาจจะไม่พูดตรงไปตรงมา หรืออาจจะหาทางแก้ตัว ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยความจริงได้ทันที แต่เหยาเหยาต้องจัดการกับเขาให้เรียบร้อย


   อีกทั้งคนร้ายนี้ไม่ได้มีสถานะอะไร เขาเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่ควรอยู่บนโลกมนุษย์อีกต่อไปแล้ว เหยาเหยาในฐานะ ‘เจ้าหน้าที่’ ของนรกจึงต้องทำหน้าที่ในการช่วยเหลือ


   สาวผู้โชคดีไม่คิดมาก่อนว่าอาจารย์จะช่วยเธอถึงขนาดนี้ เธอรีบขอบคุณอย่างสุดซึ้ง


   "ขอบคุณมากๆค่ะ ท่านอาจารย์! ขอบคุณที่ช่วยฉัน!"



  บทที่ 368: ในดินแดนลี้ลับ มีภาษาลับของเทพ


   "การถ่ายทอดสดครั้งนี้ขอจบลงแค่นี้นะคะ ต่อไปเพื่อตอบแทนการมีส่วนร่วมของทุกคน เหยาเหยาขอแจกยันต์คุ้มครองสิบแผ่นค่ะ!"


   "พี่ๆลุงป้าที่ไม่ได้รับรางวัลอย่าเพิ่งท้อใจนะคะ มาลองเสี่ยงโชคกันดูค่ะ!"


   เนื่องจากพลังวิญญาณฟื้นคืน ทำให้คนธรรมดาเจอเหตุการณ์ลี้ลับมากขึ้น เหยาเหยาจึงเพิ่มจำนวนรางวัลในการจับฉลากแม้ว่าสิบแผ่นเมื่อเทียบกับความต้องการจริงแล้วจะเหมือนหยดน้ำในทะเลทราย แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น


   ไม่เช่นนั้นในห้องถ่ายทอดสดที่มีคนหลายล้านคน แม้จะมีมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอ เหยาเหยาก็ไม่สามารถวาดได้ทัน ถ้าจริงๆแล้วมีความจำเป็น ก็สามารถไปขอยันต์ที่สำนักได้


   ท้ายที่สุดแล้ว คนที่ต้องการยันต์เพื่อความปลอดภัย กับคนที่จำเป็นต้องใช้ยันต์เพื่อช่วยชีวิต สองสิ่งนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!


   [ครั้งนี้ฉันจะต้องได้ ขอให้เทพีแห่งโชคดีช่วยประทานพรให้ฉันด้วยเถอะ!]


   [ฟ้าดินขอให้บรรพชนสามภพช่วยดลบันดาลให้ฉันประสบความสำเร็จในคราวเดียว]


   [บ้าเอ๊ย พวกแกเชิญเทพทั้งตะวันออกตะวันตกไปหมดแล้ว แล้วฉันจะไปเชิญอะไรล่ะ!]


   เมื่อเห็นว่าในส่วนความคิดเห็นได้เรียกชื่อเทพทั้งหมดไปแล้ว หลายคนที่ตอบสนองช้าก็รู้สึกร้อนรนทันที ตอนนี้ถ้าเรียกชื่อเทพเหมือนกันอีกก็อาจจะซ้ำกันได้


   ดังนั้นในส่วนความคิดเห็นรอบนี้จึงเริ่มประชันความรู้ทางวัฒนธรรมกัน ตั้งแต่สามจักรพรรดิและห้าราชา ไปจนถึงเทพแห่งดินและเทพแห่งหญ้า ทั้งหมดถูกนับรวมเข้าไปด้วย


   คราวนี้เน้นไปที่การดูว่า ‘เทพ’ ของบ้านใครตอบสนองได้เร็วกว่ากัน พลังอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดที่แน่นอน และการแข่งขันนี้ก็ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว


   "ขอแสดงความยินดีกับ ลูกน้องของสามบูรพาจารย์ชิงซู"


   "แฟนคลับตัวน้อยของเทพสายฟ้าแห่งเก้าสวรรค์"


   "ผู้ติดตามน้อยของเทพธิดาแห่งการตอบสนอง"


   "เด็กรับใช้น้อยของแม่ทัพแห่งหยวนถานเจิ้งอี้"


   "ปี่เซียหย่วนจุน เด็กถือดอกไม้น้อยของเทพธิดาหยกแห่งภูเขาไท่ซาน" และผู้โชคดีอีก10ท่าน" หลังจากจบการถ่ายทอดสด อย่าลืมส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งให้เหยาเหยานะคะ หนูจะส่งพัสดุไปให้ทุกคน!"


   เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนเด็ก


   และไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ แต่ผู้ชมที่ถูกรางวัลทั้งหมดล้วนเป็นคนที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อชั่วคราวอย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกลับไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะสิ่งที่ออกอากาศในห้องไลฟ์สตรีมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แล้วจะเป็นไรไปถ้าช่องความคิดเห็นจะเป็นเรื่องไสยศาสตร์?


   เนื่องจากชื่อเรียกของเทพเจ้าที่ชนะรางวัลหลายรายการนั้นไม่คุ้นเคย ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยจึงหันไปค้นหาข้อมูลทันทีในช่วงเวลานี้ พลังแห่งการรับรู้และความเชื่อที่มองไม่เห็นหลายสายได้รวมตัวกันอยู่เหนือท้องฟ้าสีครามเข้ม


   แม้จะเป็นกลางวันที่ท้องฟ้าสดใส แต่กลับมีดาวสิบดวงส่องแสงวูบวาบอย่างลึกลับ แม้จะเพียงแวบเดียว แต่ก็ไม่รอดพ้นการตรวจจับของบางคน


   "ดาวเหล่านี้จะเป็นอะไรกันนะ?"


   หลังจากจบการถ่ายทอดสด เหยาเหยาเตรียมตัวจะออกจากบ้านตระกูลกู้โดยใช้ประตูนรก แต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงแสงดาวเหล่านี้ ดวงตาสวยงามของเธอเปล่งประกายวาววับ เหยาเหยายื่นมือออกมาเพื่อคำนวณ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงความไม่รู้อันกว้างใหญ่ ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้เลย


   "ช่างมันเถอะ ไปช่วยผู้โชคดีก่อนดีกว่า ชะตาชีวิตของเธอยังมีอุปสรรคอีกหนึ่งครั้ง ถ้าไปช้าอาจเกิดเรื่องได้!"


   เหยาเหยาละสายตา ยื่นมือเปิดประตูนรกทองสัมฤทธิ์ตรงหน้า ร่างของเธอหายวับไปจากที่เดิมในทันที


   ในขณะที่เธอหายตัวไป ณ ที่ไกลลิบภายใต้ท้องฟ้าอันสับสนวุ่นวาย จิตวิญญาณหลายสายได้รวมตัวกันและเริ่มสัมผัสกันอย่างบ้าคลั่ง


   "พวกเจ้าสิบคนนี่เป็นอะไรกัน ทำไมถึงได้ไวต่อการถูกเอ่ยถึงขนาดนี้ ถึงกับโผล่หัวออกมากลางวันแสกๆเลยหรือ?"


   "เฮ้ย ไอ้เจ้าไป๋นี่จะโทษพวกข้าได้ยังไง? มันนานมากแล้วนะที่ในที่สุดก็มีคนเริ่มพูดถึงพวกข้า จะตื่นเต้นหน่อยไม่ได้รึ?"


   “ฮ่าๆ ข้าว่าเจ้าแค่อิจฉา อิจฉาที่พวกเขาไม่ได้เลือกเจ้าน่ะสิ!”


   “อ๊าก ต้าเฮย เจ้าว่างเกินไปหรือถึงได้อยากหาคนมาต่อยด้วย? ข้าอยากยืดเส้นยืดสายจริงๆ เรามาลองประลองกันตอนนี้เลยดีไหม”


   สองเสียงทุ้มต่ำปะทะกันอย่างรุนแรง ราวกับกินดินปืนเข้าไป พลังที่มองไม่เห็นในอากาศปะทะกัน ดูเหมือนว่าอีกเพียงครู่เดียวก็จะเกิดการต่อสู้ขึ้น


   แต่ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมา “อย่าทำเสียงดังกันเลย พวกเจ้าอายุมากแล้วยังใจร้อนแบบนี้ เสียเวลาที่มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้”


   เสียงนี้แม้จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เลย แต่กลับทำให้สองคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือดหยุดลงทันที พวกเขาเงียบสนิทราวกับนกกระทา


   ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากพูด แต่เพราะคนคนนี้มีอิทธิพลมากเกินไป ถ้าทำให้โกรธจริงๆ ต่อให้โดนลงโทษก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม


   “ดีละ เด็กน้อยได้เปิดทางให้พวกเจ้าแล้ว การเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินและการตัดขาดระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์จะสลายไป การที่พวกเจ้าจะกลับคืนได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว”


   “ถ้าหากไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ แล้วต้องติดอยู่ในดินแดนนอกเขต เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าได้โทษคนอื่นเลย”


   เสียงนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับของหลักธรรม พร้อมกับพยางค์สุดท้ายที่ดังขึ้น ท้องฟ้าสีครามก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดก่อน จากนั้นจึงยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายได้จากไปแล้ว


   ความคิดหลายสายเริ่มปะทะกันอีกครั้ง พวกเขาสื่อสารกันด้วยเสียงที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง คนทั่วไปไม่สามารถเข้าใจได้เลย แต่ก็สามารถได้ยินว่าเป็นเสียงทะเลาะกัน


   เสียงจอแจวุ่นวาย ราวกับเครื่องกำเนิดเสียงรบกวนนับร้อยเปิดพร้อมกันที่ระดับสูงสุด คนปกติแค่ได้ยินเพียงครู่เดียวก็อาจจะเสียสติได้


   โชคดีที่ในดินแดนที่ไม่รู้จักนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ การปิดประตูแล้วทะเลาะกันก็ไม่เป็นปัญหาใหญ่


   สำหรับความพิเศษของสถานที่นี้ เหยาเหยาไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้เธอกำลังชกต่อย ‘เด็กน้อย’ และเหยียบย่ำ ‘คุณย่า’ ด้วยท่าทางภาคภูมิใจอย่างยิ่ง


   "ฮึ อย่าคิดว่าอายุมากหรืออายุน้อยแล้วจะทำเรื่องไม่ดียังไงก็ได้นะ!"


   "พี่ห้าของหนูบอกแล้วว่า หนูอายุแค่สี่ขวบ ถ้าไม่พอใจก็ต่อยได้ พวกคุณอย่าคิดจะข่มขู่หรือทำให้ผู้โชคดีของหนูลำบากใจ"


   เสียงเล็กๆน่ารักของเธอดังก้องในห้องรับแขกที่เงียบสงัด มือน้อยๆอวบอ้วนและเท้าเล็กๆของเธอกดทับร่างคนสองคนไว้


   อย่าดูถูกเธอว่าตัวเล็ก เพราะมือเท้าเล็กๆนี่แหละ กลับกดให้คนสองคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุขยับตัวไม่ได้เลยแม้สักนิด


   ภาพนี้ทำให้สามีของหญิงผู้โชคดีมองอย่างอดทน แต่เขาก็ไม่ได้ไปห้ามปราม


   เขาเพิ่งรู้มาว่า แม่ของตัวเองร่วมมือกับน้องชายฆ่าลูกชายตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นน้องชายคนนี้ยังคิดหาวิธีทรมานภรรยาของตัวเองอย่างสุดกำลังด้วย


   ในขณะนั้น ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุด หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นแม่แท้ๆของเขา เขาคงลงมือไปแล้ว


   "เฟยเจิ้งหยาง นายจะปล่อยให้เมียของนายร่วมมือกับคนนอกมาต่อกรกับแม่ของนายแบบนี้เหรอ?"


   "ฉันเลี้ยงดูแกมาอย่างดี แต่แกกลับไม่มีจิตสำนึกเลย รีบมาลากเด็กน้อยคนนี้ออกไปซะ"


   หญิงชราที่ถูกควบคุมตัวไว้พยายามดิ้นรนแต่ไม่สามารถหลุดพ้นได้ เมื่อดวงตาขุ่นมัวของเธอเหลือบไปเห็นลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เสียงของเธอก็ดังขึ้นอย่างแหลมคม


   ในอดีต เมื่อเธอข่มขู่แบบนี้ ลูกชายของเธอมักจะยอมประนีประนอมไม่ว่าจะพูดอะไร อาจกล่าวได้ว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลทุกครั้ง แต่วันนี้เธอคงต้องผิดหวังเสียแล้ว


   "แม่ครับ แม่ทำร้ายแม้แต่หลานแท้ๆของตัวเอง ที่ผมยังเรียกแม่ว่าแม่อยู่ตอนนี้ ก็เพราะบุญคุณที่คุณเลี้ยงดูผมมานะ"


   "ไอ้ลูกอกตัญญู ถ้าไม่ใช่เพราะเมียแกปากเสีย น้องชายแกจะตายหรือ? เขาสบายดีอยู่แล้ว ทำไมฉันต้องคิดร้ายกับลูกของพวกแกด้วย?"


   "ทั้งหมดนี้เป็นหนี้ที่พวกแกติดค้างน้องชายแกต่างหาก!" หญิงผมขาวโพลนพยายามดิ้นรนสุดแรง ขณะที่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเธอนั้นยิ่งฟังยิ่งน่าเกลียด


   เมื่อเห็นสีหน้าของผู้โชคดีและสามีของเธอแล้ว ยิ่งดูน่ากลัวกว่าผีเสียอีก เหยาเหยาจึงรีบยื่นมือไปปิดปากของคุณย่าพูดมากคนนั้น


   ในทันใดนั้น ทั้งห้องก็เงียบสงบลงทันที


   "เสียงดังเหลือเกิน แบบนี้สบายกว่าเยอะเลย!" เหยาเหยาพูดด้วยใบหน้านุ่มนิ่มที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ


   ตอนนี้เธอหันไปมองเด็กน้อยที่มีสีหน้าไม่พอใจ ใบหน้าของเขาเริ่มมีลักษณะคล้ายคลึงกับชาติก่อนบ้างแล้วนี่คือการแสดงออกถึงการหลอมรวมกันระหว่างวิญญาณและร่างกายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากรอจนถึงอายุห้าหรือหกขวบ วิญญาณและร่างกายจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์


   เมื่อถึงตอนนั้น แม้เหยาเหยาจะรู้ความจริง ก็ไม่สามารถลงมือได้แล้ว เพราะจะถูกกฎสวรรค์ตัดสินว่าเป็นการฆาตกรรม และจะต้องแบกรับผลกรรม


   ส่วนตอนนี้ล่ะ? แน่นอนว่าเป็นการจับกุมดวงวิญญาณเร่ร่อนให้กลับคืนสู่ความยุติธรรมไงล่ะ!


   เหยาเหยามีรอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มนี้ตกอยู่ในสายตาของเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกขนลุกซู่โดยไม่มีเหตุผล



 บทที่ 369: จับวิญญาณ อาจารย์ผู้น่าสงสาร


   "เธอ เธอจะทำอะไร ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของร่างนี้นะ ถ้าจะฆ่าฉัน นั่นเป็นการผิดกฎหมาย!"


   "ฉันเตือนแล้วนะ อย่ายุ่งกับเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของตัวเองสิ!"


   เด็กชายตัวน้อยก็คือ เฟยเจิ้งเจี๋ย เขาพยายามทำหน้าเคร่งเครียด พยายามไม่ให้ตัวเองดูหวาดกลัว แต่ดวงตาที่กวาดมองไปมาอย่างรวดเร็วนั้นได้เผยความจริงออกมาเสียแล้ว


   "แกยังกล้าข่มขู่อาจารย์น้อยอีกหรือ เด็กนี่ฉันจะตีแกให้ตายวันนี้แหละ!"


   ผู้โชคดีที่เพิ่งถูกแม่ของสามีตัวเองยั่วยุจนดวงตาแดงก่ำ แต่กลับต้องเผชิญกับน้องชายของสามีที่มาแย่งร่างของลูกชายตัวเองอย่างโอหัง


   ในชั่วขณะนั้นเอง เธอไม่อาจอดกลั้นความโกรธไว้ได้อีกต่อไป เดินตรงเข้าไปและฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าของเฟยเจิ้งเจี๋ย


   เมื่อก่อน เธอไม่เคยกล้าลงมือเพราะรักลูกชายเกินกว่าจะตีเขา เธอเน้นการแนะนำและสั่งสอนมากกว่า


   แต่ตอนนี้ คนตรงหน้าไม่ใช่ลูกชายของเธออีกแล้ว เธอฟาดมือลงอย่างรุนแรงพร้อมกับร้องไห้ออกมา


   เหยาเหยายืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้าไปห้ามผู้โชคดี เพราะเธอเข้าใจดีว่า ผู้โชคดีต้องการปลดปล่อยอารมณ์ที่อัดอั้นออกมา


   ท้ายที่สุด สามีของผู้โชคดีสังเกตเห็นว่าภรรยาไม่ปกติ จึงรีบเข้าไปกอดเธอไว้


   "ไม่เป็นไรนะ เรื่องนี้จะผ่านไป ร่างนี้เป็นของเสี่ยวหยาง ให้อาจารย์น้อยช่วยดึงวิญญาณของเจิ้งเจี๋ยออกจากร่างก่อนเถอะ!"


   "เขาไม่มีสิทธิ์อยู่ในร่างของลูกเรา ไม่มีสิทธิ์!"


   คำพูดนี้เหมือนกับเสียงฟ้าผ่าลงมา ทำให้ผู้โชคดีตื่นขึ้นมาทันที เธอจึงหันไปมองเหยาเหยาอย่างร้อนใจ


   "อาจารย์น้อย ขอความกรุณาด้วยค่ะ" ที่ผ่านมาเธอไม่รู้ความจริง แต่ตอนนี้เมื่อรู้แล้ว เธอก็ไม่อาจรอได้อีก


   เธอไม่อาจยอมรับได้ว่าร่างของลูกชาย กลับกลายเป็นที่อยู่ของน้องชายสามีที่เธอรังเกียจที่สุด


   "พี่สาวไม่ต้องขอบคุณขนาดนั้นค่ะ เรื่องนี้ทำได้ง่ายมาก!" เหยาเหยายิ้มพร้อมกล่าว


   การจับวิญญาณไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ เหยาเหยาเพียงแค่คิด โซ่เกี่ยววิญญาณก็ปรากฏขึ้น


   มันพุ่งตรงไปยังเฟยเจิ้งเจี๋ยที่มีสีหน้าหวาดกลัวและโกรธแค้น ราวกับฉลามที่ได้กลิ่นเลือด


   "มะ ไม่เอา ร่างนี้เป็นของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์แย่งไป!"


   "แม่…ช่วยผมด้วย ผมไม่อยากตาย ผมไม่อยากตาย!"


   โซ่เกี่ยววิญญาณซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์จากยมโลก สามารถกดขี่วิญญาณได้อย่างสมบูรณ์


   ตอนแรกเฟยเจิ้งเจี๋ยไม่สนใจคำพูดของเหยาเหยา เพราะเขาคิดว่าตนยึดครองร่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์


   ขนาดในอดีตนักพรตที่เคยช่วยแม่ของเขาจะตรวจสอบก็ยังไม่พบปัญหา อาจารย์เด็กน้อยแบบนี้ก็คงไม่อาจทำอะไรเขาได้


   นอกจากแม่จะช่วยสนับสนุนแล้ว เขายังมั่นใจว่าจะไม่ถูกขับไล่ออกจากร่าง


   แต่ในตอนนี้ ความโอหังของเขาก็หายไป เพราะเขารู้สึกว่าการควบคุมร่างกายนี้เริ่มหายไปทีละน้อย


   จนกระทั่งเขาเห็นร่างกายที่อ่อนแรงล้มลง ส่วนตัวเขาเองกลับถูกโซ่สีดำพันธนาการไว้


   "เป็นไปไม่ได้ เธอทำได้ยังไง! ฉันไม่อยากเป็นวิญญาณ ฉันอยากมีชีวิตอยู่!"


   ในฐานะวิญญาณเร่ร่อนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เฟยเจิ้งเจี๋ยรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดนั้นดี เขารู้ถึงความทุกข์ทรมานจากการถูกเผาวิญญาณอย่างต่อเนื่อง


   แม้ว่าเขาจะชอบเล่นกีฬาเสี่ยงตาย แต่ความจริงคือเขากลัวความตายอย่างที่สุด


   "ร่างนี้ไม่ใช่ของคุณ ขโมยร่างคนอื่นอย่างคุณ อย่าให้ต้องพูดมากไปกว่านี้เลย ไปนอนในน้ำเต้าซะเถอะ!"


   เฟยเจิ้งเจี๋ยที่หวาดกลัวต่อความตาย วิญญาณของเขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เหยาเหยาต้องขมวดคิ้ว


   ผู้โชคดีและสามีไม่สามารถมองเห็น แต่เธอก็ไม่ต้องการอดทนรับเสียงรบกวนนี้เช่นกัน


   เหยาเหยาหยิบเอาน้ำเต้าขวดเล็กจากที่ผูกไว้กับผม ใช้อาคมและนำวิญญาณของเฟยเจิ้งเจี๋ยเข้าไปเก็บไว้ในน้ำเต้า


   เมื่อเขาหายไป บรรยากาศที่เคยวุ่นวายก็สงบลงทันที เหยาเหยาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก


   "พี่สาวตัวร้ายโดนจับไปแล้ว ส่วนเรื่องที่เหลือ เหยาเหยาไม่ขอยุ่งแล้วนะคะ ลาก่อนค่ะ!"


   เหยาเหยาเหลือบตามองหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ตอนนี้เธอกำลังกอดร่างไร้ชีวิตของลูกชาย น้ำตาไหลไม่หยุด


   ในสถานการณ์เช่นนี้ เหยาเหยารู้ดีว่าการไม่รบกวนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


   อย่างไรก็ตาม เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดกับแม่สามีที่เริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่งเพราะการตายของลูกชาย


   "เธอก็น่ารำคาญ!" เหยาเหยาเอื้อมมือฟาดหน้าผากแม่สามีให้หมดสติไป


   "ดีมาก ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!"


   เหยาเหยาพอใจและยิ้มพลางปัดฝุ่นที่มือ ส่วนผู้โชคดียังคงอยู่ในความเศร้าโศก


   "อาจารย์น้อย ขอโทษจริงๆ ภรรยาของผมเสียสติไปหน่อย ผมขอเชิญท่านออกไปก่อนเถอะ"


   สามีของผู้โชคดีกล่าว


   เขาเพิ่งเห็นความเก่งกาจของอาจารย์น้อยกับตา อีกฝ่ายช่วยเหลือพวกเขามามากมาย เขาจึงรู้สึกขอบคุณจากใจ


   แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เหยาเหยาก็ยกมือห้าม


   "พี่ชายไม่ต้องลำบากขนาดนั้น เหยาเหยาไม่เดินออกทางประตูหรอกนะ ไม่ต้องมาส่งนะคะ"


   "ตอนนี้สิ่งที่พี่ควรทำมากกว่าคือใส่ใจดูแลสภาพจิตใจของพี่สาวคนนี้ให้ดี หนูมียันต์ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจหลายแผ่น ถ้าจำเป็นก็ใช้สักแผ่นได้เลยนะคะ"


   ยันต์เหล่านี้เป็นยันต์ที่เหยาเหยาเขียนไว้ในเวลาว่าง ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะสู้การร่ายคาถาปลอบประโลมโดยตรงไม่ได้ แต่สำหรับคนทั่วไปอย่างพี่สาวคนนี้ มันก็เพียงพอแล้ว เพราะกลัวว่าหากเศร้าโศกจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเธอ


   "ขอบคุณท่านอาจารย์น้อย ขอบคุณมากครับ!" สามีของเธอไม่คาดคิดว่าอาจารย์น้อยจะใส่ใจเช่นนี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง


   เขารับยันต์นั้นมาด้วยมือที่สั่นไหว เมื่อเงยหน้าขึ้น อาจารย์น้อยก็ได้หายไปจากตรงนั้นอย่างน่าประหลาดใจ


   การมาปรากฏตัวและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้ ทำให้โลกทัศน์ของเขาที่แตกร้าวอยู่แล้วถูกพังทลายลงอีก


   อีกฟากหนึ่ง เมื่อเหยาเหยากลับถึงบ้านตระกูลกู้ เธอก็ส่งมอบพัสดุที่ต้องจัดส่งให้กับคุณลุงพ่อบ้าน


   จากนั้นเธอหยิบเอายันต์ที่เก็บไว้ออกมาเพื่อนำไปช่วยเหลืออาจารย์ของเธอ


   ระหว่างทาง เหยาเหยาทนไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ ทั้งที่เธอคิดไว้ว่าจะมียันต์เหลืออยู่มากมาย แต่เพราะอาจารย์เร่งเร้า เธอก็เลยต้องถือว่าเธอคำนวณผิดไปละกัน!


   “อาจารย์ หนูมาแล้วค่ะ!”


   หลังจากผ่านไปสักพัก เหยาเหยาก็ค่อยๆเดินเข้าไปในภูเขาอิงเจี๋ยอย่างช้าๆ


   แม้ว่าตัวเธอจะยังมาไม่ถึง แต่เสียงอันนุ่มนวลของเธอก็ดังนำมาก่อนแล้ว


   ในสำนักหั่วหยุน ควันธูปหนาทึบและปกคลุมทั่วสำนัก ช่วยเสริมให้รูปปั้นสูงตระหง่านดูศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าพิศวง


   ในขณะนี้มีผู้คนอยู่มากมายในสำนัก แต่พวกเขากลับยืนล้อมกันเป็นวง แย่งกันดันกันราวกับกำลังดูเรื่องสนุก


   เสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก ดังจนกลบเสียงของเหยาเหยาไป


   เมื่อเหยาเหยาก้าวเข้าไปในสำนักแล้วไม่เห็นอาจารย์มาต้อนรับ ก็ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างงุนงง


   แต่เธอไม่ได้โกรธอะไร เพียงแค่ย่นจมูกก่อนจะฝ่าฝูงชนเข้าไป


   ด้วยรูปร่างเล็กๆของเหยาเหยา ทำให้เธอเบียดแทรกเข้าไปในช่องว่างระหว่างผู้คนได้อย่างง่ายดาย


   เมื่อเธอโผล่หน้าเข้าไป เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของอาจารย์



 บทที่ 370: ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากอาจารย์ลุง


   ท่ามกลางฝูงชน ในตอนนี้ ชิงอวิ๋นกำลังสู้รบตบมืออยู่กับพระหัวโล้นคนหนึ่ง


   เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างโกรธจนเลือดขึ้นหน้า กอดรัดดึงผม แทงตา บิดนิ้วเท้า ใช้สารพัดท่าอย่างไม่ออมมือ


   อาจารย์ของตัวเองนั้นดูท่าจะแพ้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้ามีรอยฟกช้ำไม่น้อย แถมผมบนหัวก็หลุดเป็นหย่อมๆ คล้ายถูกโกนบางจุดอย่างน่าประหลาด ใครมองก็อดนึกไม่ได้ว่าดูเหมือนโดนผีมาโกนหัว


   “ไอ้หัวโล้นสารเลว! ส่ง 'ลิงผี' ของแกมาขโมยของฉันไม่พอ ยังจะทำให้ผมบนหัวฉันร่วงอีก!”


   “บัดซบ! ยังมีหน้ามายั่วโมโหฉันอีก วันนี้ถ้าแกไม่ตาย ก็ให้เรียกฉันว่าชิงอวิ๋นกลับหลังได้เลย!”


   ในชั่วพริบตาต่อมา เสียงตะโกนดั่งเสียงสิงโตคำรามของอาจารย์ก็ดังก้องขึ้นมา บันลือไปทั่วโถงใหญ่


   “จะโทษฉันได้ยังไง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขโมยของ! ก็แค่ให้มันถ่ายรูปให้หน่อยเท่านั้นเอง!”


   “แกร่ายคาถาซัดใส่เหมือนขว้างระเบิด ยังไม่ทันหยุด! มันก็เป็นแค่สัตว์ย่อมต้องตกใจบ้างสิ!”


   ยังไม่ทันจะพูดจบ พระหัวโล้นที่ถูกลุมอยู่ก็ตะโกนเถียงอย่างไม่ยอมแพ้


   คนที่ยืนดูอยู่รอบๆ ต่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นมาก่อนหน้า แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการยืนดูกันเพลินๆ


   เห็นสถานการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ และอาจารย์ของตนเกือบจะถูกกดสู้ไม่ได้ เหยาเหยาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ลังเล


   เธอแทรกตัวออกจากฝูงชน ท่ามกลางสายตาทุกคู่ แล้วไปจับคอเสื้อพระที่กำลังซัดกันอยู่…


   “นี่ๆๆ! ขโมยตัวเล็กนี่มาจับคอฉันทำไม! ปล่อย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!”


   พระหัวโล้นที่ตอนแรกยังมีท่าทีขึงขังต้องการชนะอาจารย์ตน พอโดนจับคอเสื้อก็ถึงกับหน้าตึง เนื่องจากหลังจากลงแรงไม่เท่าไรก็รู้สึกถึงแรงกดมหาศาลที่ทำให้เขาหน้าดำหน้าแดง ขนาดเขามีร่างกายใหญ่โตเพราะฝึกวิชามหายันต์แห่งพุทธะก็ตาม


   ปกติจะมีแต่เขาทุบคนอื่น ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายโดนจับคอครั้งแรก ใบหน้าเข้มๆของเขาถึงกับเขียวคล้ำ…


   “อย่ารังแกอาจารย์ของหนูนะ ระวังตัวไว้หนูจะทุบให้เละเลย!”


   เหยาเหยาทำหูทวนลม ยกมือกำหมัดขู่เสียงแหลมเล็กๆ


   อาจารย์เคยสอนว่า พวกเดียวกันต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การบุกเข้ามาหาเรื่องก็ไม่ถูกต้อง


   พระหัวโล้นร่างใหญ่ที่สำหรับเหยาเหยานั้นแค่ยกยากหน่อยเท่านั้น แต่ด้วยพลังวิญญาณก็ไม่ยากเกินไป


   “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หัวโล้นเอ๋ย แกคงคาดไม่ถึงสินะ ว่าฉันจะมีคนหนุนหลัง!”


   “เหยาเหยาช่วยอาจารย์จับตัวเขาไว้ให้แน่น วันนี้อาจารย์ลุงจะเอาคืนให้สาสม!”


   ชิงอวิ๋นที่ไม่ถูกกดอีกแล้ว ลุกขึ้นจากพื้น พลิกเสื้อถุยน้ำลายลงฝ่ามือ แล้วตบหน้าพระหัวโล้นเต็มแรงทั้งซ้ายขวา


   เพี๊ยะ... เพี๊ยะ... เพี๊ยะ


   เสียงตบหน้าดังก้องในโถงใหญ่ การกลับตาลปัตรนี้ทำเอาคนดูรอบๆถึงกับสะดุ้ง


   ทุกคนจำได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือเหยาเหยา เพราะคนที่มาเยี่ยมที่นี่ ส่วนใหญ่ก็ตามมาจากการดูไลฟ์สดทั้งนั้น


   “สมแล้วที่เป็นอาจารย์น้อย เด็กก็ยังยกคนตัวใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้!”


   “ถึงจะบอกว่าตบหน้าไม่ดี แต่พระคนนี้เรียกได้ว่าหาเรื่องจริงๆ เมื่อครู่ก็ตบหน้าคนอื่นไม่เบาเลย”


   เหล่าคนดูต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามใจ


   ชิงอวิ๋นหยุดตบไป ไม่ใช่เพราะหายโกรธ แต่เพราะมือเจ็บจากผิวหน้าของพระคนนี้ที่หนาซะจนแม้แต่รอยแดงก็ยังไม่มี ทว่าพระหัวโล้นกลับรู้สึกอายจนตาแดงเป็นไฟ แต่กลับไม่กล้าด่า


   เพราะรู้สึกถึงพลังอันน่ากลัวอยู่เบื้องหลัง เหมือนโดนเสือตัวใหญ่จ้อง มันเป็นความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว


   “ฮึ นี่แค่บทเรียนเล็กน้อย ครั้งหน้าถ้ายังกล้าอีกก็อย่าหาว่าไม่เกรงใจแล้วกัน!”


   ชิงอวิ๋นเชิดหน้าขึ้น ถึงมือจะสั่น แต่ท่าทางก็ไม่ยอมแพ้


   เหยาเหยาเห็นดังนั้นก็คลายมือออก พระหัวโล้นตกลงมาที่พื้นทันที หอบหายใจด้วยความโล่งอก


   หลังจากตั้งสติได้ เขาไม่รอช้า รีบหยิบไม้เท้าข้างๆ แล้ววิ่งออกจากโถงไป


   เขากลัวว่าชิงอวิ๋นจะเปลี่ยนใจ เพราะไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีหนุนหลัง และยังปิดบังไว้อีก


   ตัวเองเกือบจะถูกจัดหนักเข้าให้ ถ้ายังอยู่อีก ใครจะไปรู้ว่าต้องเจอตบอีกหรือไม่


   “เอาล่ะ เรื่องสนุกจบแล้ว แยกย้าย แยกย้ายได้แล้ว…”


   ชิงอวิ๋นหันไปพยักหน้าให้กับศิษย์รักอย่างเหยาเหยาด้วยความพอใจ พอหันกลับมาก็เห็นกลุ่มคนดูมากมายยืนล้อมอยู่


   หน้าชราของเขาทันทีที่มองเห็นคนจำนวนมาก ก็ถึงกับเขินอาย พยายามปัดมือไล่ฝูงชนให้แยกย้ายไป


   แต่เพราะว่าท่าทางแรงไปหน่อย กระตุ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าเข้าเต็มๆ ทำเอาชิงอวิ๋นถึงกับเจ็บปวดจนต้องกัดฟัน


   ผู้คนรอบๆ ต่างก็รู้กันดีว่า ควรหลีกให้ห่างเพื่อรักษามารยาท ควรจะให้หน้าตาอาจารย์ของท่านสักหน่อย ถ้าไปทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมา อาจจะขอคาถาต่างๆได้ยากขึ้น เพราะถึงแม้อาจารย์ของพวกเขาจะไม่ได้เก่งกาจนัก แต่ก็มีเส้นสายมากพอทีเดียว


   มีคำกล่าวว่า ‘ไม่เห็นแกหน้าพระสงฆ์ก็ให้เห็นแกหน้าพระพุทธ’ ก็คงหมายถึงเรื่องนี้เอง


   ครู่ต่อมา เหยาเหยาเดินตามอาจารย์ของตนไปยังลานหลังสำนัก เธอเหลือบมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำของอาจารย์ ก่อนจะหยุดกึกไปนิดหนึ่ง


   เหยาเหยาย่องเข้าไปใกล้ ก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ แล้วรีบปรุงน้ำคาถาขึ้นมาหนึ่งชุด จากนั้นก็ยื่นไปให้อาจารย์ของเธอ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงใสๆ


   “อาจารย์คะ ดื่มน้ำนี้หน่อยนะคะ ดื่มแล้วจะหายเจ็บเลย!”


   นี่เป็นคาถาสำหรับสลายเลือดคั่งที่ใช้รักษารอยฟกช้ำ อาจารย์ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส หากปล่อยให้หายตามปกติคงต้องใช้เวลานานพอดู


   แต่เหยาเหยาย่อมมีทางลัดเล็กๆ ที่ช่วยเร่งการรักษาให้หายไวขึ้น


   ชิงอวิ๋นที่กำลังกังวลว่าจะทำอย่างไรกับแผลบนใบหน้า รู้สึกซาบซึ้งใจมาก เขามีหน้าที่ดูแลสำนักนี้ แต่ในสภาพยับเยินเช่นนี้ก็คงเสียภาพลักษณ์ไม่น้อย


   ไม่คิดเลยว่าศิษย์รักจะใส่ใจถึงเพียงนี้ เห็นดังนั้นเขาจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ดื่มน้ำคาถาที่เหยาเหยายื่นให้โดยไม่ลังเล


   ไม่นานนัก กระแสความอบอุ่นก็แล่นจากท้องขึ้นมาจนทั่วทั้งร่าง และอาการปวดที่เคยรู้สึกก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง


   ภายในระยะเวลาไม่นาน แผลที่เคยปวดตึงเมื่อขยับกลับหายดีอย่างไม่น่าเชื่อ ชิงอวิ๋นลองขยับตัวดู พบว่าร่างกายกลับรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ทำเอาใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มกว้างเหมือนดอกเบญจมาศบาน


   “ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้ที่อาจารย์เรียกหนูกลับมา ไม่ได้เรียกให้มาส่งยันต์อย่างเดียวหรอกนะ เพราะมีของดีมาฝากหนูต่างหาก”


   “พระหัวโล้นคนนั้นปกติมันก็ใจเย็นดีอยู่หรอก แต่คราวนี้ถึงกับยอมทำตัวขี้ขโมยก็เพราะของสิ่งนี้นี่แหละ”


   เขาพูดด้วยความตื่นเต้นพลางเดินนำเหยาเหยาเข้าไปในห้องนอนโดยไม่ทิ้งเวลาให้ต้องเดา แล้วไปเปิดตู้เสื้อผ้า


   ในขณะนั้นเอง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือ...ไข่สีทองสว่างสดใสราวกับทองคำ!




จบตอน

Comments