บทที่ 571: เอ๋อโซ่ว
“ใคร? แอบซ่อนตัวอยู่ในที่มืดแล้วมาทำตัวลึกลับ ออกมาให้ฉันเห็นหน้าเดี๋ยวนี้!”
เสียงของหยางรั่วอินพลันเย็นชาลง เมื่อครู่เธอยังปกติดีอยู่แท้ๆ แต่จู่ๆก็ถูกย้ายมาที่นี่ ตอนแรกเธอยังสงสัยว่าใครกันที่มีความสามารถขนาดนี้
แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว เป็นฝีมือของคนที่พูดอยู่นี่เอง ปกติเธอเป็นคนที่ต้องแก้แค้นให้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอได้บรรลุขั้นแล้ว อาจจะพลาดท่าตรงนี้จริงๆ
ดังนั้น ตอนนี้เธอจึงโกรธมาก เธออยากจะฉีกร่างคนผู้นั้นให้เป็นชิ้นๆ แต่กลับหาตัวไม่เจอ
“พี่สาวด่าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ คุณใช้ตำรานั่นฆ่าคนมามากมาย เปลี่ยนแปลงโชคชะตา พลังที่คุณมี หนูคงปล่อยให้คุณเก็บไว้ต่อไปไม่ได้”
“เหยาเหยาจะทำลายพลังของคุณ บอกให้รู้ก่อนล่วงหน้านะคะ”
การที่จะฆ่าใครสักคนแต่ยังทักทายอย่างสุภาพแบบนี้ ทำเอาผู้ชมในไลฟ์สดถึงกับตะลึง
[ฮ่าๆๆ ถึงจะมองไม่เห็นสถานการณ์ทางฝั่งผู้โชคดี แต่สีหน้าจริงจังของอาจารย์น้อยน่ารักจนอดใจไม่ไหวเลย]
[ช่างสมกับเป็นอาจารย์น้อยจริงๆ แม้แต่ตอนจะต่อสู้ยังบอกกล่าวล่วงหน้า ช่างมีมารยาทจริงๆ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคงจะโมโหมากแน่ๆ]
[เอ๊ะ? อาจารย์น้อยหลับตา ไม่ใช่ว่าวิญญาณออกจากร่างหรอกนะ!]
ชาวเน็ตต่างจินตนาการกันไปต่างๆนานา เดิมคิดว่าอาจารย์น้อยจะหายตัวไป ที่ไหนได้แค่หลับตาเท่านั้น พอคิดตามก็เพ้อฝันไปไกล
แต่ต้องยอมรับว่าความคิดนั้นถูกต้องมาก เหยาเหยาอาศัยกฎสวรรค์และโลก ส่งวิญญาณมาปรากฏตัว
“วิชาต้องห้าม ผนึก!” ในห้องโถงบ้านตระกูลหยาง เงาร่างเด็กน้อยลอยปรากฏกลางอากาศ ดูเลือนรางราวกับเมฆหมอก
แต่พอเธอยื่นมือออกไป ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง มือเล็กๆนั้นพุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
“หืม?” ตอนแรกหยางรั่วอินยังดูแคลน แต่พอรู้สึกถึงความผิดปกติของพลังวิญญาณ ม่านตาของเธอก็หดเล็กลงทันที ความรู้สึกถึงอันตรายถาโถมเข้ามา
เธอพยายามจะใช้วิชาต้องห้ามต่อต้าน แต่แปลกที่ไม่เพียงพลังเวทย์ในตัวหยุดชะงัก แม้แต่อักษรที่เคยทรงพลัง ตอนนี้ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ
มันไม่กล้าขยับเขยื้อน กลัวว่าถ้าโผล่หัวออกมาจะถูกสังเกตเห็น ไม่เหมือนตอนที่ยุยงเธอให้ทำเรื่องต่างๆ
“อ๊ะ!” หยางรั่วอินรู้สึกสับสนอย่างมาก แต่เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน จึงไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก
มือนั้นเนื่องจากไม่สามารถต้านทานได้ จึงทะลุผ่านร่างของเธอไปตรงๆ ความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้ามา เธอรู้สึกเหมือนพลังทั้งหมดในร่างกายถูกดูดออกไปจนหมด
และทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ในสายตาของผู้คนรอบข้าง คือภาพของมือที่เลือนรางค่อยๆคว้าเอา ‘ดวงตา’ ออกมาจากร่าง
ดวงตาราวกับรับรู้บางสิ่ง มันกลิ้งเข้าหากันอย่างฉับพลัน สร้างความรู้สึกน่าขนลุกชวนสยองทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน
“พี่สาวคะ หนูได้เอาพลังของน้องสาวของพี่ไปแล้วค่ะ ที่เหลือก็ปล่อยให้พวกคุณจัดการกันเองนะคะ”
“หนูจะเอาตำราเว่ยซูไปด้วย มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว พวกคุณไม่สามารถกักขังมันไว้ได้หรอกค่ะ” ร่างเลือนรางของเหยาเหยาเอ่ยขึ้นเบาๆ
ในขณะเดียวกัน อีกมือหนึ่งก็คว้าหนังสือที่ดูธรรมดาธรรมดาเล่มหนึ่ง มันดูเก่ามาก แต่กลับมีพลังชั่วร้าย
เห็นได้ชัดว่านี่คือ ‘ตำราเว่ยซู’ ที่ผู้โชคดีพูดถึง พลังที่แผ่ซ่านออกมาถูกเหยาเหยาควบคุมไว้ ไม่สามารถสร้างความปั่นป่วนได้
เหยาเหยาเพียงแค่แจ้งให้ทราบ ไม่ได้มีความตั้งใจจะปรึกษาหารือ ในชั่วขณะต่อมาร่างของเธอก็หายไป...
“นั่นมันสมบัติล้ำค่าของตระกูลเรานะ ทำไมเธอถึงปล่อยให้เด็กคนนั้นเอาไปง่ายๆแบบนี้!”
“ใช่แล้ว หยางรั่วหลิง รีบไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสเห็นคนหายตัวไปพร้อมกับตำราเว่ยซู ดวงตาของพวกเขาก็แดงก่ำ ลืมเรื่องความเป็นความตายเมื่อครู่ไปหมดสิ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้โชคดีกลับไม่ได้ลืม เธอเหลือบมองทุกคนที่อยู่ในที่นั้นอย่างเย็นชา
จากนั้นเธอก็เอ่ยเสียงเย็น “พวกคุณไม่ได้ยินคำพูดของอาจารย์น้อยเหรอ พวกเราไม่สามารถควบคุม ‘ตำราเว่ยซู’ ได้ ใครไม่กลัวตายก็ไปเอามาสิ”
“ส่วนผลลัพธ์ก็คงเหมือนกับรั่วอิน โดนทำลายพลังทั้งหมด”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ทุกคนก็ตื่นตัวในทันที พวกเขารู้ดีว่าแม้จะรวมพลังกันก็ยังไม่สามารถเอาชนะหยางรั่วอินได้ แต่เธอกลับถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
หากเป็นพวกเขาที่ต้องเผชิญหน้า คงไม่ทันได้ต่อสู้ก็ล้มลงไปเสียก่อน ไม่มีใครกล้าเป็นเป้าอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นทุกคนสงบลง หญิงสาวผู้โชคดีจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอหันไปมองน้องสาวที่นอนอยู่บนพื้น ถึงเวลาที่จะต้องจัดการปัญหาสุดท้ายนี้แล้ว
…....…
[รู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้เห็นทั้งหมด แต่ฟังจากเสียงแล้ว คงโดนไปไม่น้อย เสียงค่อนข้างหนักแน่น ฮ่าๆๆ!]
[ผู้โชคดีก็โชคร้ายเหมือนกัน มีน้องสาวแบบนี้ เกือบทำให้ทั้งครอบครัวติดคุกไปด้วย]
[มีคนทรยศในครอบครัวสักคน ก็เท่ากับทำลายความดีงามที่บรรพบุรุษสร้างมาหลายชั่วอายุคน คำพูดนี้มีเหตุผลมาก โชคดีที่อาจารย์น้อยช่วยไว้ทัน]
ชาวเน็ตต่างคนต่างแสดงความคิดเห็น แม้การนินทาลับหลังจะไม่ค่อยดีนัก แต่ครั้งนี้พวกเขาก็อดไม่ได้จริงๆ
อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้พูดถึงผู้โชคดี สิ่งที่น้องสาวทำนั้นสมควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อคิดได้ดังนั้น พวกเขาจึงรีบพิมพ์แสดงความคิดเห็น
เหยาเหยาไม่ได้ห้ามการสนทนาเหมือนทุกครั้ง เพราะตอนนี้เธอกำลังพิจารณาหนังสือเล่มเล็กในมือ มันหดเล็กลงมากจนมีขนาดเท่าฝ่ามือ
บนปกมีตัวอักษรโบราณเขียนหวัดๆ หากมีนักโบราณคดีอยู่ที่นี่ก็คงจะจำได้ทันทีว่าตัวอักษรนั้นคือคำว่า ‘ตำราเว่ยซู’
“วิญญาณหนังสือ ฉันจะให้โอกาส รีบออกมาเร็วๆ” เหยาเหยาพูดเสียงอ่อนโยน เสียงของเธอถูกปิดกั้น มีเพียงหนังสือเท่านั้นที่ได้ยิน
ใช่แล้ว เมื่อวิญญาณของเหยาเหยาลงมาจับมัน เธอก็พบว่าหนังสือเล่มนี้มีวิญญาณ
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะ ‘มัน’ ได้กลายเป็นของวิเศษ และยังเป็นของวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเลือดมนุษย์ การมีวิญญาณจึงเป็นเรื่องปกติ
มือน้อยๆของเหยาเหยาตบลงบนปกหนังสือเบาๆ สายฟ้าฟาดลงบนหนังสือเล่มนั้น
หนึ่งวิ สองวิ สามวิ... ในวินาทีที่ห้า เสียงหวาดกลัวดังขึ้นอย่างฉับพลัน
“ท่านเซียน...ท่านเซียน...ไว้ชีวิตด้วย ข้า...ข้า...จะออกไปเดี๋ยวนี้!” พอเสียงพูดจบลง ร่างวิญญาณคล้ายกระต่ายก็ลอยออกมา
หูกระต่ายทั้งสองข้างของมันยาวเป็นพิเศษ จนแทบจะห้อยลงมาถึงท้ายทอย บนใบหน้ามีแก้มแดงระเรื่อ รูปร่างก็งดงามมาก
ในระหว่างที่มันกระโดดไปมา ดอกบัวหลายดอกก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ภาพที่แปลกประหลาดเช่นนี้ แม้แต่เหยาเหยาก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
ในตอนนี้ วิญญาณประจำของวิเศษค้อมคำนับเหยาเหยาด้วยสีหน้าประจบประแจง แม้จะพยายามซ่อนความกลัวในดวงตาสีแดงไว้ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้
นัยน์ตากลมโตสีดำของเหยาเหยาเบิกกว้าง เห็นได้ชัดว่าเธอนึกออกแล้วว่ามันคืออะไร “เธอคือเอ๋อโซ่ว?”
เอ๋อโซ่วเป็นปีศาจในตำนาน ในตำราเสินอี้ได้กล่าวไว้ว่า
ในดินแดนรกร้างทางตะวันตกเฉียงใต้มีเอ๋อโซ่วอาศัยอยู่ มีลักษณะคล้ายกระต่าย มีใบหน้าเป็นมนุษย์และพูดได้ ชอบหลอกลวงผู้คน พูดว่าตะวันออกแต่หมายถึงตะวันตก พูดว่าชั่วแต่หมายถึงดี เนื้อของมันอร่อย แต่ถ้ากินเข้าไปจะไม่สามารถพูดความจริงได้
มันเกิดมาไม่สามารถพูดความจริงได้ และผู้ที่กินเนื้อของมันก็จะไม่สามารถพูดความจริงได้อีกต่อไป ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอ๋อโซ่วคือการพูดจาหว่านล้อม บิดเบือนความจริง
เหยาเหยาเคยคิดว่าวิญญาณตนนี้อาจเป็นผลผลิตจากวิญญาณบรรพบุรุษของผู้โชคดีที่สูญเสียการควบคุม แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ขอตอบท่านเซียน นั่นเป็นชื่อตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ข้าชื่อ ‘เว่ยซู’ เป็นวิญญาณในตำราเล่มนี้”
“ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าท่านเซียนจะลงมือ ‘เว่ยซู’ ได้ล่วงเกินท่านแล้ว ขอท่านได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
เสียงของมันสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ เพราะด้วยความทรงจำที่สืบทอดมา มันรู้ดีว่าพลังของเหยาเหยานั้นน่ากลัวแค่ไหน
ผู้ที่ทำได้ถึงขั้นนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับเซียน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำให้มันไม่มีโอกาสต่อต้านได้เลย
แต่มันไม่เข้าใจว่าทำไมในโลกนี้ถึงมีเซียน ทั้งๆที่สวรรค์และโลกยังไม่สามารถรองรับพลังของเซียนมนุษย์ได้
แต่คนผู้นี้กลับยังมีชีวิตอยู่ การคาดเดาทั้งหมดของมันถูกหักล้าง และตัวมันเองก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเซียนแน่นอน การยอมแพ้จึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง
ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ แต่ในชั่วขณะถัดมามันก็เกือบระเบิด เพราะท่านเซียนเด็กตรงหน้าได้เปิดเผยความลับของมันออกมา
“ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เองที่หลอกบรรพบุรุษของผู้โชคดี ใช้พิธีบูชายัญด้วยเลือด เพื่อให้เธอสมบูรณ์นี่เอง!”
บทที่ 572: ร่างไร้วิญญาณที่เย็นเฉียบ
ดวงตาสีแดงของเอ๋อโซ่วหดเล็กลงในทันที เสียงเล็กๆนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่มันไม่ได้สนใจความอยากรู้นั้นจริงๆ ความคิดเดียวในใจคือ ‘หนี’!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่มันจะหนีไปได้สิบเมตร โลกก็พลิกกลับในพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มันพบว่าถูกจับไว้แน่นในมือของใครบางคน สายฟ้าบริสุทธิ์หลายสายฟาดใส่มัน ทำให้มันร้องครวญครางไม่หยุด เสียงร้องนั้นช่างน่าอนาถ
“ไว้...ไว้ชีวิตด้วย ท่านเซียน...ไว้ชีวิตด้วย ข้า…ข้าจะบอกความจริง ข้าจะบอกความจริง!”
“ถึงจะบอกความจริงก็ต้องโดนฟาดก่อน นี่คือบทลงโทษที่เธอต้องได้รับจากการโกหก”
เหยาเหยาส่ายหัวเล็กๆ ดวงตากลมโตสีดำสนิทเต็มไปด้วยความจริงจัง ในตอนแรก เธอไม่ได้สังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติ
แต่หลังจากที่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย เหยาเหยาก็เริ่มคำนวณ เหตุการณ์มากมายทั้งอดีตและปัจจุบันผุดขึ้นในความคิด เอ๋อโซ่วที่อยู่ตรงหน้านี้แบกรับบาปกรรมไว้ไม่น้อย
ในตอนนั้น บรรพบุรุษของผู้โชคดีได้ฝึกฝนตาทิพย์จนถึงขีดสุด แต่ก็ยังไม่เข้าใจหนทางในการก้าวข้ามขีดจำกัด เห็นได้ชัดว่าอายุขัยใกล้จะหมด ปีศาจแห่งจิตใจก็เริ่มก่อตัวขึ้น
หลังจากนั้นโชคไม่ดีที่ได้พบกับเอ๋อโซ่วตนนี้ที่ล้มเหลวในการผ่านด่าน แต่แยกวิญญาณหลบหนี มันปลอมตัวเป็นวิญญาณอาวุธ ชักนำบรรพบุรุษของผู้โชคดีให้ฝึกวิชาต้องห้าม
ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ บรรพบุรุษของผู้โชคดีเกิดพลังติดลบจนคลั่ง สละเลือดเนื้อและพลังทั้งหมด กลายเป็นอาหารให้เอ๋อโซ่ว ทำให้มันฟื้นฟูพลังได้สำเร็จ
สิ่งที่เรียกว่า ‘ตำราเว่ยซู’ ก็เป็นเพียงข้ออ้างในการกลืนกินร่างของผู้อื่น มันเป็นปีศาจระดับที่ฝึกฝนจนเกือบจะบรรลุแล้ว มันเข้าใจกฎแห่งเหตุและผลอย่างถ่องแท้
วิธีการบิดเบือนเหตุและผลของ ‘ตำราเว่ยซู’ เป็นเพียงการหลอกลวงตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้ที่ก่อเรื่องมาตลอดคือเอ๋อโซ่วตนนี้
“ข้า...ข้าก็ทำไปเพื่อความอยู่รอด ขอร้องท่านเซียน โปรดนึกถึงการบำเพ็ญที่ยากลำบากของข้า ไว้ชีวิตข้าด้วย” เอ๋อโซ่วก้มหัวคำนับอย่างน่าสงสาร
เห็นได้ชัดว่ามันกลัวว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะไม่ฟัง แล้วทำให้มันตายทั้งกายและวิญญาณ เพราะอีกฝ่ายมีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้
“ข้าได้หลอกลวงจิตใจของมนุษย์จริง แต่พวกเขาได้รับพลัง การเลือกก็เป็นการตัดสินใจของพวกเขาเอง ข้าไม่ได้บังคับ”
หากมันไม่ตาย มันคงไม่ทำเรื่องหลอกลวงแบบนี้ แต่มันต้องเผชิญกับ ‘ความทุกทรมานแห่งการเกิดใหม่’ ทุกๆพันปีหลังจากแยกวิญญาณ
ความทุกข์ทรมานนี้จะสร้าง ‘เปลวไฟ’ ที่เผาผลาญวิญญาณ หากทนไม่ได้ ก็จะถูกเผาผลาญเป็นจุลในเปลวไฟนั้น มันเพิ่งแยกวิญญาณออกมา และก็บังเอิญเจอกับยุคเสื่อม
พลังของสวรรค์และโลกถดถอยลงอย่างมาก แม้แต่สถานที่ที่มันจะใช้รักษาตัวก็ไม่มีแล้ว การหวังพึ่งสมุนไพรวิเศษเพื่อฟื้นฟูก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป และการบูชายัญด้วยเลือดก็เป็นวิธีเดียวที่ทำได้
เหยาเหยาได้ยินดังนั้น จึงพูดด้วยน้ำเสียงเด็กๆว่า “ถ้าเธอบังคับ ตอนนี้เธอก็ตายไปแล้ว”
นี่คือความฉลาดของมัน ตำราเว่ยซูทำร้ายคน ‘มัน’ เป็นเพียง ‘พลัง’ ที่ถูกยืมมา เหตุและผลที่แท้จริงตกอยู่กับผู้ที่ใช้พลังนั้น
แต่การจงใจขยายความโลภของคนธรรมดาก็ถือว่าเป็นการทำชั่ว เหยาเหยายกมือน้อยๆขึ้น สายฟ้าพุ่งออกมาดุจลูกธนู ตรึงเอ๋อโซ่วไว้
แขนขาของเอ๋อโซ่วถูกตรึงไว้แน่น ร่างกายของมันถูกตรึงเป็นรูป ‘大’ สายฟ้าแทงทะลุจนมันกัดฟันกรอด...
“กระต่ายน้อย อย่าร้องนะ ตอนนี้ฉันกำลังไลฟ์สดอยู่ ถ้าเธอทำตัวดี ฉันจะไม่ฆ่าเธอ”
“ฉันรักษาคำพูดนะ” เพียงประโยคง่ายๆก็ทำให้เอ๋อโซ่วเงียบสนิท
เหยาเหยามองดูมันตรึงอยู่บนผนังอย่างเรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆละสายตาออก ยกเลิกมายาที่ใช้พรางตา แล้วยิ้มกว้างพูดกับผู้ชมในไลฟ์สด
“พี่ๆทุกคนคะ เรามาสุ่มผู้โชคดีกันต่อเถอะค่ะ มาดูกันว่าผู้โชคดีคนที่สี่ของเราจะเป็นอะไร มารอดูกันค่ะ”
วงล้อสุ่มผู้โชคดีในไลฟ์สดหมุนวนไปมา ตัวจับเวลาถอยหลังสองนาทีใกล้จะหมดลง ผู้โชคดีคนใหม่ก็ปรากฏขึ้น
เป็นผู้ชายอายุสามสิบกว่า รูปร่างหน้าตาไม่ได้โดดเด่น แต่มีบุคลิกที่ทำให้ชาวเน็ตรู้สึกสบายใจ
ชาวเน็ตตาไวสังเกตเห็นเสื้อผ้าของผู้โชคดี เป็นชุดยูนิฟอร์มของโรงพยาบาล
“ฉันได้จริงๆด้วย! ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่าฉันจะโชคดีนะ!”
“เสี่ยวหว่าน ตอนเลิกงานช่วยเตือนฉันหน่อยนะ ฉันจะไปซื้อลอตเตอรี่ เผื่อจะถูกรางวัลใหญ่!”
เขาสวมแว่นกรอบทอง พูดพลางยิ้มจนตาหยี แต่อารมณ์ดีนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน
“คุณหมออวี วันนี้คุณต้องเข้าเวรดึก ตอนคุณเลิกงาน ร้านขายลอตเตอรี่ยังไม่เปิดนะคะ!”
ผู้พูดเป็นพยาบาลหญิง แม้จะไม่ได้ปรากฏตัว แต่เสียงของเธอก็ไพเราะ ชาวเน็ตสามารถจินตนาการได้ว่าเธอคงเป็นสาวน้อยวัยรุ่น
“เสียดายโชคของฉันจริงๆ” ผู้โชคดีถอนหายใจเบาๆ แววตาแสดงความเสียดายเพียงเล็กน้อย ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวมากนัก
[ฮ่าๆๆ ผู้โชคดีคนนี้ตลกดีนะ นิสัยดีมาก แค่คิดสวยหรูไปหน่อย]
[การได้รับเลือกในไลฟ์สด อาจจะใช้โชคของคุณหมดแล้ว อย่าเสียเงินเปล่าเลย]
[ต่อไปก็ถึงคราวซวยแล้วนะพ่อหนุ่มสุดหล่อ มาดูกันว่าคุณจะเจอเรื่องอะไร!]
ชาวเน็ตได้ยินเรื่องที่ผู้โชคดีจะไปซื้อลอตเตอรี่ ต่างก็หัวเราะ รอคอยความซวยของเขา
ผู้โชคดีไม่โกรธ ยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อเจอแล้ว จะซวยไม่ซวยก็ไม่เป็นไร แต่ช่วงนี้ตาซ้ายของผมกระตุกบ่อย อาจารย์น้อยช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับ”
เหยาเหยาประหลาดใจกับท่าทีที่สงบของเขา เธอเอียงหัว ดวงตากลมโตมีประกายลึกลับ เธอ...กำลังมองดูอนาคตของชายคนนี้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าน้อยๆที่เคยมีรอยยิ้มก็พลันหุบลง
เพราะอนาคตของผู้โชคดีคนนี้ไม่ค่อย ‘ดี’ นัก สามารถใช้คำว่าน่าเสียดายได้ บางทีอาจเป็นเพราะความสงสารที่มีต่อเขา
เหยาเหยาไม่ได้รอให้เขาพูด แต่รีบช่วยต่อบทสนทนาอย่างกระตือรือร้น “งั้นหนูจะดูให้นะคะ”
พูดพลางสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดช้าๆ “พรุ่งนี้คุณลุงต้องผ่าตัดสมองให้คนไข้มะเร็งสมองใช่ไหมคะ”
ผู้โชคดีถึงกับตะลึงเล็กน้อย การผ่าตัดของแพทย์ นอกจากตัวแพทย์เองแล้ว ก็มีเพียงคนไข้เท่านั้นที่รู้ อาจารย์น้อยนี่แม่นจริงๆ!
อาการของคนไข้รายนั้นค่อนข้างรุนแรง เนื้องอกอยู่ใกล้กับสมองส่วนกลาง ซึ่งเป็นบริเวณที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย มีเส้นประสาทหนาแน่น
หากพลาดไปโดนเส้นประสาท แม้จะกำจัดเนื้องอกได้สำเร็จ คนไข้ก็อาจเป็นอัมพาตได้ ทำให้การผ่าตัดมีความยากมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้โชคดีบอกว่าความยากของการผ่าตัดนั้นเทียบกับแพทย์ทั่วไป สำหรับเขาแล้ว เป็นเพียงการผ่าตัดธรรมดา
“การผ่าตัดแบบนี้ ผมทำสัปดาห์ละห้าหกครั้ง มีปัญหาอะไรเหรอครับ?” ผู้โชคดีถามอย่างใจเย็น
เขาไม่คิดว่าการที่ตาซ้ายกระตุกจะเป็นลางร้ายของการผ่าตัด เพราะเขามีประสบการณ์มากแล้ว หากไม่มั่นใจจริงๆ เขาจะไม่ลงมือทำ
เหยาเหยามองความมั่นใจของเขา อดถอนหายใจไม่ได้ ชายคนนี้พูดถูก เขาไม่ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการผ่าตัด
อุบัติเหตุที่แท้จริงคือการแก้แค้นของคนไข้หลังจากหายดีแล้ว เพราะเขารู้สึกว่าร่างกายเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้มา
ผู้โชคดีผ่าตัด ‘สมอง’ ของเขา ทำให้ร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์ และหลังจากกลับไป เขาก็ไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ยังคงดื่มเหล้ากินเนื้อสัตว์ ไม่ระวังอาหารการกิน
ผลก็คืออาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เขาถูกส่งตัวกลับโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อผู้โชคดีตรวจอาการให้เขา เขากลับคลุ้มคลั่งชักมีดออกมา
“ไอ้สารเลว แกหลอกฉัน บอกว่ารักษาฉันหายแล้ว? ฉันปวดหัวทุกวันจนนอนไม่หลับ!”
“แกเอาเงินฉันไปตั้งเยอะ ตายซะเถอะ!”
ภาพในอนาคตปรากฏขึ้น ผู้โชคดีนอนจมกองเลือด ท่ามกลางความวุ่นวายตื่นตระหนกของบุคลากรทางการแพทย์ เสียงกรีดร้องของพยาบาลและคนไข้ดังระงมไปทั่ว
ร่างกายของเขาเย็นลงเรื่อยๆ สีหน้าที่ไม่อยากเชื่อค่อยๆซ้อนทับกับใบหน้าที่มั่นใจของผู้โชคดีตรงหน้า...
บทที่ 573: ลบล้างความทรงจำ
“คุณลุงคะ การผ่าตัดสำหรับคุณลุงแล้วไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ปัญหาอยู่ที่คนที่คุณลุงช่วย เขาเป็นคนเนรคุณค่ะ!”
“พูดแบบนั้นก็ไม่ได้ เพราะเขาชั่วร้ายยิ่งกว่าคนเนรคุณ คุณลุงจะเสียชีวิตเพราะเขาค่ะ”
เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่ผู้โชคดียังคงสงสัย เธอก็เล่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นให้เขาฟัง
ผู้โชคดีถึงกับตะลึง ชาวเน็ตต่างก็ตกใจ เพราะพวกเขารู้จักตัวตนของผู้โชคดี
เขาเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทอัจฉริยะของโรงพยาบาลเซี่ยเหอ คนที่มีความสามารถระดับนี้มีไม่มากในวงการแพทย์
นึกว่าจะได้ฉายแสงในโรงพยาบาล ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อีกมากมาย สุดท้ายกลับถูกคนเนรคุณฆ่าตาย?
[คนเนรคุณแบบนี้สมควรตกนรก ไม่รู้เหรอว่าการฝึกฝนศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าตัดได้อย่างแม่นยำนั้น ประเทศและครอบครัวต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหน]
[แพทย์อย่างผู้โชคดีเป็นของสังคม การที่เขาถูกฆ่าตายก็เหมือนกับการฆ่าผู้ป่วยคนอื่นๆ คนแบบนี้สมควรโดนประหาร!]
ชาวเน็ตต่างก็โกรธแค้น พูดจาด่าทอสารพัด
“คนไข้คนนั้นดูซื่อๆ ใจคอชั่วร้ายขนาดนี้ได้ยังไง น่ารังเกียจที่สุด คุณหมออวีช่วยเขาไว้มากขนาดนี้”
พยาบาลที่พูดจบ ตอนนี้รู้สึกโกรธแค้นมาก อยากจะบุกไปตบหน้าคนเนรคุณคนนั้น
โชคดีที่ถูกผู้โชคดีห้ามไว้ “สิ่งที่อาจารย์น้อยพูดต้องเป็นความจริงแน่นอน แต่...มันเป็นเรื่องของอนาคต ผม...ผมไม่มีหลักฐาน!”
อีกฝ่ายเป็นคนไข้ของเขา ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอ แล้วจู่ๆยกเลิกการรักษา จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้แย่ลง
ผู้โชคดีไม่อยากเสียชีวิตเพราะคนเนรคุณแบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องราวยุ่งยากขึ้น จึงได้แต่หันไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์น้อย
“คุณลุงคะ เรื่องนี้ง่ายมากค่ะ ถ้าเขาเป็นคนยกเลิกการรักษาเอง ก็โทษคนอื่นไม่ได้ค่ะ”
เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทำให้ผู้โชคดีรู้สึกสงสัย
คนๆนั้นกลัวตายมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่มาวุ่นวายที่โรงพยาบาล เพราะลูกๆของเขาเคยบอกว่าจะไม่จ่ายเงินให้
เขายังฟ้องร้องขึ้นศาล จนกระทั่งรวบรวมเงินมารักษาได้ จะยอมแพ้ง่ายๆได้อย่างไร!
“หนูสามารถปิดกั้นความเจ็บปวดของเขา ทำให้เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ป่วย คนแบบนั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ตายแล้ว แน่นอนว่าจะต้องใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายต่อไป”
การปิดกั้นความเจ็บปวดไม่ใช่การรักษาโรค คนๆนั้นเห็นแก่ตัว เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ป่วยแล้ว เขาจะใช้ชีวิตอย่างประมาทมากขึ้น
นานๆเข้า เขาจะเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ทำบาปคือตัวเขาเอง เหยาเหยาไม่ต้องรับกรรมเลย
“ขอบคุณอาจารย์น้อยมากครับ!” ผู้โชคดีได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขารู้ว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุด
แต่ก็ยังมีปัญหาเล็กน้อย นั่นคือนิสัยของคนๆนั้น หากรู้ว่าตัวเองไม่ป่วย อาจจะมาหาเรื่องที่โรงพยาบาล
เหยาเหยาคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว เธอจะแก้ไขความทรงจำส่วนนั้นของเขา สำหรับคนอื่นๆมันเหมือนกับความฝัน
แต่สำหรับเหยาเหยาแล้ว มันไม่ใช่เรื่องยาก เธอพูดพลางยื่นมือเล็กๆออกไป
คนอื่นมองไม่ออกว่าเธอกำลังทำอะไร คิดว่าเธอแค่ยืดเส้นยืดสาย แต่จริงๆแล้วเธอกำลังจัดการกับคนเนรคุณคนนั้น
ผ่านไปสักพัก เหยาเหยาก็ยิ้มหวานให้ผู้โชคดี “คุณลุงคะ ปัญหาได้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“เร็ว...เร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
ผู้โชคดีตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนชาวเน็ตก็ชินแล้ว ถ้าคนอื่นทำแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
แต่อาจารย์น้อยทำได้จริงๆ ไม่รู้ว่าทำยังไง ทันใดนั้น ประตูก็ถูกผลักออก พยาบาลสาวอายุยี่สิบกว่าเดินเข้ามา
“คุณหมออวี แย่...แย่แล้วค่ะ คนไข้เตียงสิบสาม เขา...เขาหายไปแล้วค่ะ!” พยาบาลพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ที่เป็นแบบนี้ นอกจากเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ยังไม่อยากมีปัญหา คนไข้คนนั้นชอบหาเรื่องทั้งๆที่ไม่มีอะไร
พยาบาลทั้งแผนกเห็นเขาแล้วต่างปวดหัว การที่เขาหายไปกะทันหัน ไม่รู้ว่าจะไปก่อเรื่องอะไรอีก พอเขากลับมา ก็คงจะยุ่งแน่ๆ
“ไม่เป็นไร เสี่ยวอิง คนไข้คนนั้นยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ป่วย เมื่อกี้เขาไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ต้องกังวล”
“ที่ห้องจ่ายยามีงานอยู่ เธอไปช่วยหน่อย” ผู้โชคดีได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบพูดกับทุกคน
“จริง...จริงเหรอคะ?” พยาบาลสาวมีสีหน้าสงสัย เธอโดนคนไข้คนนั้นรังควานมาไม่น้อย รู้จักนิสัยของเขาดี
พูดตรงๆ คนแบบนั้นก็เหมือนปลิง ตอนนี้เกาะโรงพยาบาลไว้ ไม่ดูดเลือดจนหมด คงไม่ยอมไปง่ายๆ
“ถ้าไม่เชื่อ ตอนเธอเข้าเวรดึกก็ไปดูสิ เขาคงไม่ไปนอนข้างนอกหรอก” ผู้โชคดีพูดพร้อมกับยิ้ม
คำพูดนี้ก็มีเหตุผล คนแบบนั้น คงไม่ยอมเสียเงินค่าที่พัก
ถ้าเขาไปจริงๆ เธอจะดีใจมาก ในฐานะพยาบาล ต้องเจอกับคนแบบนี้ทุกวัน เหนื่อยใจมาก
ถ้าเขายังไม่ไป เธอคงลาออก ตอนนี้ได้ข่าวแบบนี้ เธอจึงตั้งใจจะไปดูตอนกลางคืนอีกครั้ง
ถ้าเป็นเรื่องจริง เธอจะจุดประทัดฉลอง คิดได้ดังนั้นเธอก็หันหลังเดินไปยังห้องจ่ายยา ท่าทางรีบร้อน
เห็นได้ชัดว่ากลัวคนๆนั้นกลับมา ช่วงเวลารอนี้ เธอจะไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องจ่ายยา
“ขอบคุณอาจารย์น้อยมากครับ” หลังจากในห้องเงียบลง ผู้โชคดีก็กล่าวขอบคุณ
เขาไม่ใช่คนโง่ อาจารย์น้อยเพิ่งพูดว่าจัดการเรียบร้อย คนๆนั้นก็หายตัวไป วิธีการแบบนี้ ต้องเป็นฝีมือของอาจารย์น้อยแน่ๆ
อีกฝ่ายสูญเสียความทรงจำช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล ร่างกายก็ไม่เจ็บป่วยอีกต่อไป ดังนั้นคงไม่มาหาอีกแน่นอน เพราะการไปหาหมอก็เหมือนกับการเผาเงิน
โดยปกติ คนไข้มักจะไม่ชอบโรงพยาบาลอยู่แล้ว วิธีการจัดการของอาจารย์น้อยจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และไม่มีปัญหาใดๆ
[ฮ่าๆๆ ผู้โชคดีคงคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะจบแบบนี้]
[สมแล้วที่เป็นอาจารย์น้อย จัดการกับเรื่องยุ่งยากแบบนี้ได้ง่ายดาย ที่ว่าจุดสิ้นสุดของวิทยาศาสตร์คือไสยศาสตร์ พลังเหนือธรรมชาตินี่เจ๋งจริงๆ]
[ดีใจที่ผู้โชคดีปลอดภัย ความปลอดภัยของคนไข้ในอนาคตก็ได้รับการรับรอง ขอให้ผู้โชคดีไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก!]
ชาวเน็ตส่วนใหญ่เป็นคนมีการศึกษา พูดจาด่าทอโดยไม่ใช้คำหยาบ แต่ก็ด่าได้เจ็บแสบ
ผู้โชคดีรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะคนเหล่านี้ห่วงใยเขา ทำให้เขารู้สึกว่าการยืนหยัดของเขามีความหมาย
ก่อนออกจากไลฟ์สด เขาได้ส่งของขวัญในไลฟ์สดอีกจำนวนมาก
ครอบครัวของเขาร่ำรวย ตัวเขาเองก็หาเงินได้ เงินเล็กๆน้อยๆนี้เขาไม่เสียดายเลย
การไลฟ์สดครั้งนี้เป็นครั้งที่ชาวเน็ตเงียบที่สุด ไม่มีการยั่วยุหรือคอยดูเรื่องวุ่นวาย
ในสายตาของพวกเขา ผู้โชคดีไม่ควรถูกทำร้าย เขาเป็นวีรบุรุษของสังคม ควรแคล้วคลาดปลอดภัย ไร้โรคภัยไข้เจ็บ!
บทที่ 574: เป็นอัจฉริยะอย่างกะทันหัน
[ผู้โชคดีคนที่ห้า ขอเป็นฉันสักครั้งเถอะ ฮือๆๆ!]
[โอกาสสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ถูกเลือกอีกก็ต้องรอนานแสนนาน ฉันถึงกับเอาแมวนำโชคที่บ้านมาด้วย ตอนนี้เปิดอาหารกระป๋องให้มันกินทุกวัน]
[คนข้างบน ถึงกับต้องกู้เงินเชียวเหรอ? ฮ่าๆๆ แมวของคุณคงเครียดมากที่อยู่กับคุณ]
ในช่วงการสุ่ม ชาวเน็ตไม่ลืมตอบกลับความคิดเห็น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะการรอคอยผลนั้นทรมานมาก
การสุ่มที่ขึ้นอยู่กับโชคแบบนี้ แน่นอนว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ไม่นานรายชื่อผู้โชคดีก็ปรากฏขึ้น
เป็นคุณป้าอายุสี่สิบกว่า การดูแลตัวเองของเธอไม่ค่อยดีนัก ผิวสีแทน เป็นผลมาจากการตากแดดเป็นประจำ
บางทีอาจจะทำงานหนักเกินไป ผมของเธอมีผมขาวขึ้นบ้างแล้ว หลังจากเชื่อมต่อสำเร็จ เธอก็เผยรอยยิ้ม
“สวัส...สวัสดีค่ะอาจารย์น้อย ดีใจมากที่ได้รับโอกาสนี้ค่ะ ต้องรบกวนอาจารย์น้อยช่วยหน่อยนะคะ”
การถูกเลือกครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เธอรู้จักห้องไลฟ์สดนี้จากการแนะนำของเพื่อน เพื่อนคนนั้นแต่ก่อนไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย
แต่หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์น้อยคนนี้ ก็กลายเป็นแฟนคลับตัวยง พูดถึงแต่เรื่องนี้ทุกวัน
ตอนแรกผู้โชคดีแค่ฟังเฉยๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ แถมยังเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงนึกถึงห้องไลฟ์สดขึ้นมา
เธอตั้งใจว่าถ้าไม่ได้รับเลือก จะให้เพื่อนแนะนำให้ ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องเสียแรงแล้ว
“ได้ค่ะ คุณป้าพูดมาได้เลยนะคะ หนูจะช่วยแก้ปัญหาให้ค่ะ” เหยาเหยาพยักหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เธอมองออกตั้งแต่แรกเห็นว่าผู้โชคดีไม่มีกรรมติดตัว แสดงว่าคุณป้าเป็นคนดี การช่วยเหลือคนดีเป็นสิ่งที่ควรทำ
ส่วนเรื่องอื่นๆ เหยาเหยาไม่ได้สืบค้นอะไรเพิ่มเติม เพราะเธออยากฟังปัญหาของผู้โชคดีก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
“งั้นฉันจะพูดตรงๆเลยนะคะ” เมื่อผู้โชคดีได้ยินดังนั้นก็ไม่ลังเล พูดถึงเรื่องที่เธอต้องการความช่วยเหลือออกมาตรงๆ
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเธอ ลูกสาวที่เคยเรียนได้ระดับปานกลาง จู่ๆก็เรียนเก่งขึ้นมาก
“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ แม้แต่เครื่องดนตรี งานฝีมือต่างๆที่ไม่เคยเรียนมาก่อน เด็กคนนั้นก็เชี่ยวชาญไปหมด!”
“อาจารย์น้อยคะ ฉัน...ฉันสงสัยว่า... ลูกของฉันอาจจะโดนสิ่งไม่ดีเข้าสิงหรือเปล่า!”
ผู้โชคดีสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
คนๆหนึ่งเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน นอกจากจะผ่านเรื่องเลวร้ายครั้งใหญ่มา ก็คงมีแต่โดน ‘บางสิ่ง’ เข้าสิงเท่านั้น
ส่วนอย่างแรกแทบจะเป็นไปไม่ได้ ชีวิตของเธอราบรื่น สิ่งเดียวที่เป็นไปได้คือคำอธิบายที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์นั่นแหละ
[ดูจากลักษณะของห้องไลฟ์สดแล้ว เรื่องผีๆ สางๆต้องมีแน่ แค่ไม่รู้ว่าร้ายแรงแค่ไหน]
[แม้จะดูไม่ค่อยดีนัก แต่ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะฟังจากที่ผู้โชคดีพูด มีแต่เรื่องดีๆ ไม่มีเรื่องร้ายๆเลย!]
[ถ้าเป็นผีร้ายที่ต้องการชีวิต จะเป็นแบบนี้ได้ยังไง? พวกนั้นดุร้ายมาก คงก่อความวุ่นวายในบ้านของผู้โชคดีไปแล้ว]
ชาวเน็ตต่างก็วิเคราะห์ปัญหาที่ผู้โชคดีพูดถึง และคาดเดาต่างๆนานา เหมือนกับเชอร์ล็อก โฮมส์
การคาดเดาเหล่านี้ไม่ได้ผิด เพราะดูจากดวงของลูกสาวผู้โชคดีแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องผีร้ายเข้าสิง
แต่ผู้โชคดีคงไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อย เธอจึงลองทำนายดู และก็พบความจริงที่น่าสนใจ มองผู้โชคดีด้วยดวงตาเป็นประกาย
[สีหน้าของอาจารย์น้อยดูแปลกๆ สรุปง่ายๆคือเรื่องนี้ไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่ร้ายแรงมาก]
[ไม่งั้นคิ้วข้างซ้ายของอาจารย์น้อยจะต้องเลิกขึ้น และในดวงตาจะมีแววครุ่นคิดมากกว่านี้ ฉันกล้าพนันเลย]
[ฮ่าๆๆ คนข้างบนนี่จะตลกไปถึงไหน]
[ฮ่าๆๆ ผู้สังเกตพฤติกรรมของอาจารย์น้อยเหรอ]
ชาวเน็ตต่างก็ร่าเริง แม้จะเป็นเรื่องลึกลับ แต่ก็ถูกทำให้เป็นเหมือนฉากตลก
เหยาเหยาไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น แต่หันไปมองผู้โชคดีอย่างจริงจัง
“คุณป้าไม่ต้องกลัวนะคะ ลูกของคุณป้ามีบางสิ่งอยู่ข้างๆจริง แต่พวกเขาจะไม่ทำร้ายพี่สาวค่ะ”
“ในทางกลับกัน ทักษะที่คุณป้าพูดถึงทั้งหมดนั้น พวก ‘คุณลุงคุณป้า’ ‘คุณตาคุณยาย’ เป็นคนสอนพี่สาวทั้งนั้นค่ะ”
เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทำเอาผู้โชคดีงงไปหมด ยุคนี้แม้แต่ผีก็มีน้ำใจขนาดนี้เลยเหรอ?
อาจารย์น้อยคงไม่หลอกเธอ แสดงว่านี่คือความจริง แต่เรื่องแบบนี้ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแปลก ผู้โชคดียังคงไม่อาจตั้งสติได้
เหยาเหยาพูดต่อ “คุณป้าคะ ตอนที่คุณป้าซื้อบ้าน ราคาถูกกว่าบ้านหลังอื่นมาก เกือบครึ่งหนึ่งเลย”
ผู้โชคดีนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ที่เธอเลือกบ้านหลังนี้ก็เพราะราคา
ตอนนั้นลูกของเธอกำลังจะขึ้นมัธยมต้น เนื่องจากพวกเธอเป็นคนต่างถิ่น หากต้องการเรียนต่อ ต้องมีบ้านใกล้โรงเรียน บ้านในย่านนั้นก็แพงมาก
เงินเก็บของพวกเธอไม่พอ แต่เพื่อการเรียน ปัญหานี้ก็ต้องแก้ไข
ตอนที่เธอกำลังกังวล เจ้าของบ้านก็ติดต่อมา บอกว่ามีบ้านจะขาย ราคาถูกกว่าบ้านหลังอื่นเกือบครึ่งหนึ่ง
บ้านที่ใกล้โรงเรียนนั้นแพงทุกตารางนิ้ว ราคาที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งนั้น ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มาก
ดังนั้น ผู้โชคดีจึงไม่ลังเล ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ทันที
ตอนแรกก็อยู่สบายดี แค่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของลูกทำให้เธอตั้งรับไม่ทัน
บางทีอาจจะเป็นอย่างที่อาจารย์น้อยพูด พวกเขาไม่มีเจตนาร้าย ไม่งั้นพวกเขาจะยังอยู่ดีๆได้อย่างไร ความกลัวในใจจึงค่อยๆจางหายไป
แต่ยังไม่ทันได้ผ่อนคลาย เสียงของอาจารย์น้อยก็ดังขึ้นอีกครั้ง “คุณป้าคะ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทำร้ายคน แต่คนเป็นกับคนตายก็ต่างกัน”
“ถ้าอยู่ด้วยกันนานเกินไป พี่สาวจะถูกพลังหยินกัดกร่อน พลังหยางอ่อนแอลง จะเจอสิ่งไม่ดีได้ง่ายค่ะ”
วิญญาณไม่ได้ใจดีทุกตน หากพี่สาวสัมผัสบ่อยๆ นานๆเข้าก็ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ
“คุณป้าไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะส่งยันต์ไปให้ เผาแล้วทาตัว จะช่วยป้องกันพลังหยินได้ค่ะ”
“แต่อยู่ในบ้านเดียวกัน ก็คงมีปัญหาบ้าง เดี๋ยวหนูจะไปส่งของบางอย่างให้ เมื่อมีสิ่งนั้นแล้ว พวกคุณก็จะอยู่ร่วมกับวิญญาณได้อย่างสงบสุขค่ะ”
เหยาเหยาพูด ดวงตากลมโตเป็นประกาย เธอไม่ได้จับผีในทันที เพราะจากการทำนาย พวกเขามีบุญกุศลติดตัวด้วย
ดังนั้น การทำร้ายพวกเขาเป็นไปไม่ได้ ผีแบบนี้ไม่สามารถกำจัดได้ และพวกเขายังมีห่วงอยู่ เธอจึงไม่สามารถพาพวกเขาไปได้ เพราะพวกเขาจะไปเกิดใหม่ไม่ได้
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหยาเหยาจึงดูห่วงของพวกเขา แล้วก็ต้องเงียบไปชั่วขณะ เพราะพวกเขาต้องการสอนคนให้เป็นอัจฉริยะ!
แล้วพี่สาวคนนี้ก็ถูกพวกเขาคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน!
บทที่ 575: กู่รัก
[ฮ่าๆๆ ยังมีผีใจดีแบบนี้อีกเหรอ ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจแทนผู้ปกครอง]
[อาจารย์น้อย สอนเด็กคนหนึ่งก็สอน สอนเด็กสองคนก็สอน ฉันขอส่งลูกของฉันไปเรียนด้วยได้ไหม สอนการบ้านให้ลูก ฉันคงอายุสั้นไปยี่สิบปี!]
[อาจารย์เหล่านั้น ‘ชีวิต’ จบลงแล้ว ไม่มีอายุขัยแล้ว เหมาะสมมาก ฉันยินดีจ่ายเงิน อาจารย์น้อยช่วยถามให้หน่อยได้ไหม]
ชาวเน็ตก็กังวลเรื่องการเรียนของลูกมาก
ในเวลานี้ที่มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาวิชา ใครจะไม่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่สำคัญอีกต่อไป
ในทางกลับกัน เป็นผียังดีกว่า ถ้าเป็นคน อาจต้องรับผิดชอบความเสี่ยงทางกฎหมายหากทำให้ครูโมโหตาย!
“งั้น...งั้นก็รบกวนอาจารย์น้อยช่วยหน่อยนะคะ ฉัน...ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณของอาจารย์น้อยเลยค่ะ” ผู้โชคดีพูดด้วยความตื่นเต้น
ลูกสาวของเธอเรียนไม่เก่ง นอกจากปัญหาเรื่องนิสัยแล้ว ก็เป็นเพราะเธอในฐานะผู้ปกครอง ไม่มีความสามารถมากพอ
เธอไม่มีเงินให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี และไม่มีความสามารถที่จะสอน เพราะระดับการศึกษาของเธอก็ไม่ได้สูง
ดังนั้น เธอจึงไม่ได้บังคับให้ลูกต้องเรียนเก่ง แค่หวังว่าลูกจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคน
ผู้โชคดีก็เช่นกัน ตอนนี้รู้ว่าลูกไม่เป็นไร แถมยังมีคนช่วยสอน เธอแทบจะจุดประทัดฉลอง
“คุณป้าไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ หลังจากจบไลฟ์ หนูจะไปหาคุณป้านะคะ ไม่ต้องกังวลค่ะ” เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าห้ามทำร้าย ‘วิญญาณเร่ร่อน’ พวกนั้น เหยาเหยาคงจับพวกเขามาแล้ว พวกนี้ล้วนเป็นวิญญาณที่มีบุญ อย่างน้อยก็ต้องให้ ‘ความเคารพ’ พวกเขาบ้าง
ดังนั้น เธอจะไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง!
“นี่เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ หวังว่าอาจารย์น้อยจะไม่รังเกียจนะคะ” ผู้โชคดีส่งของขวัญมูลค่าสามสี่พัน...
เธออยากส่งมากกว่านี้ แต่เงินในมือมีไม่มาก ช่วงที่ลูกเรียน เงินก็ตึง ปกติแล้วเธอต้องประหยัดเงินมาก
การจ่ายเงินสามสี่พันครั้งนี้ เธอกัดฟันจ่าย เหยาเหยาบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ เพราะเธอไม่ขาด ‘เงิน’
แต่ผู้โชคดีรู้สึกเกรงใจ ยืนยันที่จะให้ เหยาเหยาจึงได้แต่ยอมรับ ส่วนที่เหลือก็ไม่มีปัญหาอะไร
ดังนั้น การเชื่อมต่อครั้งนี้จึงสิ้นสุดลง ชาวเน็ตยังคงไม่ลดละความพยายามในหัวข้อ ‘ฝากเลี้ยงลูก’
“คุณลุงคุณป้าคะ ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ พวกเขาไม่ใช่คนแล้ว ถ้าอยู่ด้วยกันนานเกินไป พวกพี่ๆจะโดนสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงได้ค่ะ”
ลูกๆของพวกเขายังเด็ก พลังหยางไม่แข็งแรงพอ ถ้าถูกพลังหยินครอบงำ เส้นชีวิตขาดตายก่อนวัยอันควร ก็คงไม่คุ้ม
วิญญาณเหล่านั้นจะเลือกคนที่ต้องการสอน เธอไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ เพราะนั่นคือห่วงของพวกเขา
[เฮ้อ เสียดายจัง ดูเหมือนว่าลูกของฉันจะไม่มีวาสนาแบบนี้]
[ยังไงก็ต้องสอนเอง ถ้าเห็นอะไรที่ไม่ถูกใจก็ต้องลงมือทำเอง ถ้าโมโหจนป่วยขึ้นมาจริงๆ นั่นมันจะเสียหายมาก]
[ใช่ๆ ครั้งก่อนฉันเพิ่งเห็นข่าวผู้ปกครองคนหนึ่ง โมโหจนหัวใจวาย เกือบตาย]
เห็นได้ชัดว่าหัวข้อนี้ยังคงเป็นที่สนใจ ชาวเน็ตต่างก็พูดคุยกันอย่างออกรส ความคิดเห็นต่างๆปรากฏขึ้นมากมาย
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนรู้สึกเห็นใจ และอินไปกับเรื่องนี้มาก
แม้แต่เหยาเหยาก็ไม่ได้ห้าม แต่ปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันให้เสร็จ แล้วพูดด้วยความห่วงใย
“คุณลุงคุณป้าคะ อย่าหงุดหงิดมากเกินไปนะคะ หนูจะอัดเสียงคาถาสงบจิตไว้ให้ ถ้าเจอเรื่องที่ไม่สบายใจหรือเรื่องที่ทำให้อารมณ์แปรปรวน ก็เปิดฟังได้นะคะ”
“แบบนี้ก็จะไม่มีปัญหาแล้วค่ะ”
ชาวเน็ตไม่คิดว่าอาจารย์น้อยจะห่วงใยความรู้สึกของพวกเขา พวกเขาน้ำตาคลออยู่หน้าจอ
เพราะความโกรธไม่ใช่อารมณ์ที่ดี มีผลเสียต่อร่างกาย แต่อารมณ์โดยทั่วไปแล้วควบคุมไม่ได้
มิฉะนั้น คงไม่มีคนมากมายที่ถูกอารมณ์ควบคุม จนทำผิดพลาด
แต่อาจารย์น้อยเห็นได้ชัดว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตนี้ พวกเขาก็ไม่ได้สนใจผู้โชคดีคนต่อไป แต่สนใจคาถาสงบจิต
สิ่งนี้มีประโยชน์มากกว่ายันต์คุ้มครอง ยันต์นั้นมีค่าแต่หายาก คาถาสงบจิตนี้ทุกคนสามารถมีได้!
ทันใดนั้น ทุกคนในห้องไลฟ์สดก็เหมือนกับถูกรางวัลใหญ่ ต่างก็ส่งเสียงเชียร์ ความคิดเห็นล้นเต็มหน้าจอ...
[ฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า อาจารย์น้อยคือผู้ช่วยชีวิตของฉัน ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะตายเพราะทำการบ้านอีกแล้ว]
[คำชมเอาไว้ก่อนนะทุกคน มาส่งของขวัญกันก่อนดีกว่า ฉันจะจ่ายให้ ‘คาถาสงบจิต’ นี้!]
เหล่าชาวเน็ตต่างตื่นเต้นกันใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ละเลยสิ่งที่ควรทำ เพราะคาถาสงบจิตนี่ของดีจริงๆ จะรับมาฟรีๆโดยไม่ตอบแทนไม่ได้
วิธีตอบแทนที่ง่ายที่สุดก็คือ ‘เงิน’ อย่างที่เขาว่า จ่ายเงินแล้วจบกัน ก็คือหลักการนี้แหละ
อันดับการให้ของขวัญในไลฟ์สดสูงเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้โชคดีที่ส่งให้ ภายใต้โควต้าที่จำกัด การให้รางวัลจึงมีขีดจำกัด
แต่พอมีเรื่องคาถาสงบจิต จำนวนการส่งของขวัญก็พุ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณ จนระบบเติมเงินแทบล่ม
หลังจากนั้นไม่นาน ไลฟ์สดก็กลับมาลื่นไหลอีกครั้ง เหยาเหยาจึงเริ่มสุ่มผู้โชคดีคนสุดท้าย
“ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีปัญหาอะไรอีก มารอลุ้นกันนะคะทุกคน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ไลฟ์ใกล้จะจบแล้ว น้ำเสียงมีความตื่นเต้นอยู่บ้าง และไลฟ์สดก็ปล่อยลิงก์สุ่มครั้งสุดท้ายออกมา
ไม่นานผู้โชคดีคนใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่า รูปร่างหน้าตาดูสะอาดสะอ้าน
แต่เหยาเหยาเห็นแวบแรกก็สังเกตเห็นไอดำที่วนอยู่ระหว่างคิ้วของเขา นั่นคือลางแห่งความตาย ทำให้ใบหน้าเล็กๆของเธอเคร่งขรึมทันที
“สวัสดีครับอาจารย์น้อย ผม...ผมดีใจมากที่ถูกเลือก ขอความช่วยเหลือจากอาจารย์น้อยได้ไหมครับ” เสียงของผู้โชคดีฟังดูเกรงใจ ที่จริงเขาก็หมดหนทางแล้วเหมือนกัน
ความทรมานที่เขาเจอมาหลายวัน ทำให้เขาปวดหัวมาก เขาเป็นผู้ชมประจำของไลฟ์สดนี้ จึงไม่มีความสงสัยใดๆ
“พี่ชายอยากถามเรื่องวิธีการถอน ‘กู่’ ที่อยู่ในตัวใช่ไหมคะ มันคือ...กู่รัก!”
เหยาเหยาเห็นสีหน้าอึดอัดของเขา จึงหยุดชั่วครู่แล้วค่อยๆพูดต่อ ช่วยปูทางให้ ผู้โชคดีได้ยินก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
“อาจารย์น้อยเก่งจริงๆครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ไม่ต้องบอกอะไรเลย อาจารย์น้อยก็รู้ปัญหาของเขาได้ เขามีกู่อยู่ในตัวจริงๆ
เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่เขาเบื่อๆ จึงไปท่องเที่ยวต่างถิ่น และสถานที่ที่เลือกคือเผ่าเหมี่ยว
ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่า หญิงสาวเผ่าเหมี่ยวที่เลี้ยงกู่อาคมเป็นแค่ตำนาน ดังนั้นตอนเลือกสถานที่ เขาจึงไม่ได้ระวังอะไรเลย
ที่หมู่บ้านนั้น ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์หรือวัฒนธรรม ก็ดึงดูดเขามาก และที่นั่นเขาก็ได้รู้จักกับแฟนสาวที่คุยกันถูกคอ
ต่อมาเมื่อเขาได้มาดูไลฟ์สดของอาจารย์น้อย เขาก็เริ่มตระหนักว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องจริง แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้เห็นแฟนสาวกำลังเลี้ยงกู่อาคมอยู่
พวกกู่อาคมที่คืบคลานไปตามแขน ใบหน้า และริมฝีปาก ทำให้เขารู้สึกแย่มาก ไม่สามารถมองแฟนสาวที่ดูอ่อนโยนคนเดิมได้อีกต่อไป
ดังนั้นคืนนั้น ตอนที่หมู่บ้านเงียบสงัด เขาจึงหนีออกมา
แฟนสาวไม่ได้ตามมา เขาคิดว่าตัวเองรอดแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา พอตกกลางคืนเขาก็รู้สึกเหมือนมีแมลงไชเข้าไปในกระดูก
เขาเจ็บปวดจนนอนไม่ได้ทั้งคืน ไปหาหมอก็ตรวจไม่พบอะไร แต่เขารู้ว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาก็ได้รับข้อความแปลกๆ เนื้อความสั้นๆว่า [สิงชวน ถ้าไม่กลับมา กู่รักจะออกฤทธิ์แล้วนะ!]
วินาทีนั้น เขารู้สึกชาไปทั้งตัว เบอร์นั้นไม่มีชื่อ แต่เขารู้ว่าเป็นแฟนสาวของเขาส่งมา
ไม่แปลกที่เธอไม่ตามเขามา เธอ...เธอ...ใส่กู่เข้ามาในตัวเขา!
ความเจ็บปวดเหมือนโดนแมลงกัดกินกระดูกก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็นเรื่องจริง ในกระดูกเขามีแมลงอยู่จริงๆ!
บทที่ 576: จัดการกู่รัก
[บ้าจริง เด็กนี่กล้ามากนะ ถึงขนาดไปยุ่งกับสาวเลี้ยงกู่ แมลงพิษพวกนั้น แค่เห็นฉันก็รู้สึกคันไปทั้งตัวแล้ว!]
[ฮ่าๆๆ ผู้โชคดีก็ไม่รู้มาก่อนนี่นา ถ้ารู้ก็คงหนีไปเหมือนตอนนี้แล้ว]
[กู่รักนี่มันอันตรายยังไงเหรอ? ดูผู้โชคดีก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนี่?]
ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะสงสัย เพราะคนที่ถูกกู่อาคมเข้าร่าง จะมีสภาพจิตใจย่ำแย่มาก
แต่ผู้โชคดีคนนี้ ไม่เพียงแค่ไม่มีอาการผิดปกติ สภาพจิตใจยังดีกว่าผู้ชมในไลฟ์สดด้วยซ้ำ เพราะคนในไลฟ์สดเกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกชมรมนอนดึก
ทุกคนมีรอยคล้ำใต้ตากันทั้งนั้น ดังนั้นสภาพจิตใจก็จะแย่ลงไปมาก ไม่เหมือนผู้โชคดีที่ริมฝีปากแดง ฟันขาว...
หรือว่ากู่รักนี่จะช่วยเรื่องความงามได้ด้วย?
“อาจารย์น้อยครับ นี่...นี่...กู่อาคมนี่จะกำจัดออกได้ไหมครับ? ผมไม่ได้ตั้งใจไปยุ่งกับเธอจริงๆนะครับ แต่ผมทนคบกับคนแบบนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ!”
ผู้โชคดีแทบจะร้องไห้ออกมา เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่ตอนนี้กลับมาพัวพันกับกู่อาคม นี่มันฟ้าลิขิตให้เขาต้องตายชัดๆ
อาจารย์น้อยคือฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเขาได้ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่กำจัดมันออก ใครจะนอนหลับได้อย่างสบายใจ
เหยาเหยาพูดเสียงอ่อนโยนว่า “พี่ชายไม่ต้องกลัวนะคะ มีหนูอยู่ พี่ชายจะไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ”
เคราะห์ร้ายของผู้โชคดีก็คือกู่อาคมนั่นเอง ที่เรียกว่ากู่รัก เป็นวิธีที่แฟนสาวใช้กู่อาคมควบคุมคนรัก
ปกติมันจะไม่ทำร้ายร่างที่มันอาศัย จะมีผลก็ต่อเมื่อผู้โชคดีเริ่มต่อต้านหรือทรยศแฟนสาว มันถึงจะตื่นขึ้นมาจริงๆ
หลังจากนั้นมันจะค่อยๆกัดกินเลือดเนื้อของผู้โชคดีทีละน้อย ถ้าแฟนสาวต้องการจะหยุด ก็ยังพอมีโอกาสรอดชีวิต
แต่พอผู้โชคดีรู้ความจริง เขากลับต่อต้านจากก้นบึ้งของหัวใจ และการต่อต้านของเขาก็จะส่งผ่านกู่รักไปถึงแฟนสาวด้วย
ดังนั้นอีกฝ่ายจึงเชื่อว่าตัวเองถูกทรยศ และไม่มีทางที่จะหยุดยั้งกู่อาคมได้ ถ้าผู้โชคดีไม่ได้มาเจอเหยาเหยา ผู้โชคดีก็คงมีชีวิตอยู่ได้แค่สองวันเท่านั้น
“การใช้กู่รักก็เป็นการใช้วิชาในทางที่ผิด เรื่องนี้เหยาเหยาจะจัดการให้ถึงที่สุดค่ะ”
เรื่องความรักบังคับกันไม่ได้ อีกฝ่ายรู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่ก็ยังดื้อดึงจะใช้กู่อาคมควบคุมเขา
นี่เป็นการละเมิดกฎแล้ว เหยาเหยาเห็นสีหน้าตื่นเต้นของอีกฝ่าย จึงค่อยๆยื่นมือออกไปคว้าในอากาศ
“หืม?” ผู้โชคดีรู้สึกว่าร่างกายแข็งทื่อขึ้นมา และรู้สึกเจ็บหน้าอก เขาสวมเสื้อกล้าม จึงรีบดึงลงมา
ทันใดนั้นก็เห็นบริเวณหน้าอกที่นูนขึ้น มีเส้นสีแดงคล้ายด้ายแดงไต่ออกมา ร่างกายที่บ่งบอกว่าเป็นเส้นด้ายนั้นมีหนวดหลายเส้น
ดูเหมือนมันจะรู้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหา แทบไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งหนีออกไปในทันที แต่น่าเสียดายที่อยู่ต่อหน้าเหยาเหยามันไม่มีทางหนีรอด
เพียงชั่วพริบตา ร่างที่กำลังหนีของมันก็ปรากฏเปลวไฟสีแดงเพลิง เหมือนดอกบัวโลหิตที่กำลังบาน เปลวไฟสีแดงเพลิงเผาจนมันบิดเบี้ยวไปมา
จากนั้นก็สลายกลายเป็นผงธุลี ภาพที่เห็นทำเอาชาวเน็ตและผู้โชคดีถึงกับตะลึง
[โอ้โห เปลวไฟนั่นมันเท่มาก กู่อาคมนี่...ตายแล้วงั้นเหรอ?]
[สมแล้วที่ว่าปัญหาทุกอย่างไม่ใช่เรื่องยาก แค่ยังไม่เจอคนที่สามารถแก้ไขมันได้เท่านั้นเอง]
[ต่อไปนี้ผู้โชคดีคงจะมีอาการหวาดกลัวผู้หญิงแน่ๆ ฮ่าๆๆ]
เมื่อเรื่องราวได้รับการแก้ไขแล้ว ชาวเน็ตทั้งหลายก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ต้องรู้ไว้ว่าการริเริ่มครั้งเดียวของเขา เกือบจะทำให้เขาเงียบไปตลอดชีวิต ต่อจากนี้ผู้โชคดีคงไม่กล้าริเริ่มอะไรอีกแล้วจริงๆ
“พี่ชายคะ ช่วงนี้พี่ต้องกินอาหารบำรุงเลือดเยอะๆนะคะ ร่างกายพี่อ่อนแอมากค่ะ”
เหยาเหยาได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงร่างกายเพิ่มเติม
เนื่องจากความสามารถในการดูดกลืนของกู่อาคมนั้นรุนแรงมาก ร่างกายของผู้โชคดียังไม่ทันได้ตอบสนอง ดังนั้นการบำรุงแต่เนิ่นๆจะช่วยฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
ผู้โชคดีจดจำคำแนะนำนั้นอย่างตั้งใจ และเมื่อปัญหาของเขาได้รับการแก้ไขแล้ว ไลฟ์สดก็ใกล้จะจบลงแล้ว
ชาวเน็ตต่างรอคอยครั้งสุดท้ายด้วยความคาดหวังว่า ‘รางวัลพิเศษ’ สุดท้ายจะตกเป็นของใคร!
[อาจารย์น้อย เริ่มเลยค่ะ ฉันรอไม่ไหวแล้ว ครั้งนี้ต้องเป็นของฉัน!]
[เริ่มเลย เริ่มเลย รอบนี้ฉันต้องได้แน่ ฉันเชื่อว่าคงไม่โชคร้ายหรอก เพราะนี่มันเป็น ‘รางวัลพิเศษ’ มันต้องไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆแน่นอน]
[คนด้านบนวิเคราะห์ได้ถูกต้องมาก ครั้งก่อนๆที่ไม่ได้ถูกเลือกอาจจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าครั้งนี้ไม่ได้ละก็ จะเสียดายมากแน่ๆ เป็นผมสักทีเถอะ!]
หลังจากที่ผู้โชคดีคนก่อนออกไปแล้ว เหล่าชาวเน็ตก็นั่งไม่ติดที่กันเป็นแถว ต่างพากันไปคอมเมนต์ในช่องแสดงความคิดเห็น
เหยาเหยายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ไม่ใช่รอยยิ้มที่มีเจตนาร้าย แต่เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความปลาบปลื้ม เพราะสิ่งที่พวกเขาคาดเดากันนั้นไม่ผิดเลย
‘รางวัลพิเศษ’ ครั้งสุดท้ายนี้ เป็น ‘โชคสองต่อ’ อย่างแท้จริง คราวนี้ เหยาเหยาจะพิสูจน์ให้เห็นว่าไลฟ์สดนี้ไม่ใช่ที่รวมตัวของคนโชคร้ายเสียหน่อย!
“รีบกดกันเลยนะคะทุกคน สู้ๆนะคะ!” เหยาเหยาพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง
หลังจากนั้นลิงก์สุ่มก็ปรากฏขึ้นมา แต่ไม่มีเอฟเฟกต์วงล้อหมุน ทำให้ชาวเน็ตหลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองกดเข้าร่วมสำเร็จหรือไม่
พวกเขากดเข้าไปซ้ำๆหลายครั้ง จนกระทั่งเห็นตัวอักษรใหญ่ๆว่า ‘เข้าร่วมแล้ว’ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรอคอยการประกาศผลในอีกสองนาทีอย่างใจจดใจจ่อ
“ขอแสดงความยินดีกับ [ฉันรักพระรองตัวร้าย] ค่ะ สะดวกคุยไหมคะ?”
รูปโปรไฟล์ของผู้โชคดีเป็นรูป ‘แกะน้อย’ น่ารัก ขนแกะที่หยิกเป็นธรรมชาติทำให้ดูน่ารักมาก
[กรี๊ด สะดวกค่ะ สะดวกแน่นอนค่ะ!]
เธอไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับเลือกจากโอกาสที่น้อยยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่ จึงตื่นเต้นจนแสดงความดีใจในช่องแสดงความคิดเห็นอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นานการเชื่อมต่อในไลฟ์ก็เริ่มขึ้น ผู้โชคดีเป็นหญิงสาวอายุราวยี่สิบกว่าๆ มีใบหน้าเหมือนตุ๊กตา
เมื่อมองผ่านๆ เหมือนจะดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ คิดว่าเป็นนักเรียนมัธยมปลายเสียอีก เธอทำผมทรงดังโงะ ใบหน้ากลมๆเผยรอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและน่ารัก
“สวัสดีค่ะพี่สาว พี่พูดความปรารถนาของพี่ได้เลยนะคะ หนูสามารถช่วยพี่ได้ทุกอย่างเลยค่ะ~”
“ไม่ต้องกังวลไปนะคะ พี่สาวไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไรเลย บอกว่าเป็นโชคก็ต้องเป็นโชคแน่นอนค่ะ”
คำพูดของเหยาเหยาทำให้ดวงตาของผู้โชคดีเป็นประกายขึ้นมาทันที บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม ต้องรู้ไว้ว่าชื่อเสียงด้านความโหดของห้องไลฟ์สดนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
ตอนที่เธอถูกเลือก ในใจยังอดรู้สึกกังวลไม่ได้ แต่พอได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็สงบลง
“ขอบคุณอาจารย์น้อยนะคะ ฉัน...ฉันอยากปรึกษาเรื่องเนื้อคู่ของฉันว่าจะได้เจอเมื่อไหร่!”
ผู้โชคดีพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้วยความเขินอายที่ต้องพูดต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้
เหยาเหยากะพริบดวงตากลมโต เธอเห็นดาวความรักของผู้โชคดีกำลังเคลื่อนไหว
บังเอิญมากที่เนื้อคู่ของเธอปรากฏตัวอยู่ข้างๆแล้ว ทั้งสองคนยังมีปฏิสัมพันธ์กันแล้ว ในอนาคตย่อมได้ครองคู่กันแน่นอน
แต่ว่าผู้โชคดีนั้นมีปัญหาเล็กๆอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือร่างกายของเธอ เหยาเหยามองเห็นสายเลือดประหลาดบางอย่าง
ผู้โชคดีไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ในร่างกายของเธอมีสายเลือดปีศาจอยู่เล็กน้อย เหยาเหยาดูแล้วพบว่าเป็นนกคู่รัก!
นี่ทำให้เกิดปัญหายุ่งยากเล็กๆ เพราะสายเลือดของนกชนิดนี้มีลักษณะพิเศษ นั่นคือต้องบินเป็นคู่ หากเจอกับปีศาจที่เป็นนกชนิดนี้เหมือนกัน
พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมการขับเคลื่อนของสายเลือดได้ และจะแต่งงานกับอีกฝ่าย แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่เนื้อคู่ และไม่มีความรู้สึกต่อกันมาก่อนก็ตาม
ดังนั้น ในชะตาชีวิตของผู้โชคดีจึงมีอุปสรรคอยู่หนึ่งอย่าง หากไม่แก้ไขให้เรียบร้อย ในอนาคตจะต้องมีเรื่องยุ่งยากตามมาอย่างแน่นอน
เหยาเหยาหยุดชั่วครู่แล้วเอ่ยปาก “พี่สาวคะ เนื้อคู่ของพี่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่พี่มีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขก่อนค่ะ”
พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผู้โชคดีจึงหันมามอง ในใจเธอรู้สึกกังวลขึ้นมา
ไหนบอกว่าไม่มีปัญหาอะไร? นี่...นี่...ทำไมถึงเปลี่ยนไปกลางคันล่ะ!
เรื่องนี้จะไม่ยุ่งยากใช่ไหม? ผู้โชคดีกังวลจนเหงื่อออกมือ
บทที่ 577: การหลอมรวมโลกที่กำลังจะมาถึง
“จะ...จะแก้ปัญหายังไงดีคะ รบกวนอาจารย์น้อยช่วยชี้แนะด้วยค่ะ”
ในห้องไลฟ์สด ผู้โชคดีพยายามสงบอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน อาจารย์น้อยบอกแล้วว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จริงๆแล้วเธอไม่จำเป็นต้องกังวลมาก
ดังนั้นเธอจึงสูดหายใจลึกและสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว สายตาจ้องมองมาตรงๆ
เหยาเหยาพูดเสียงอ่อนโยน ลักยิ้มข้างแก้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย “ง่ายมากค่ะ แค่พี่สาวไปที่สำนักหั่วหยุนค่ะ”
พอได้ยินคำพูดนี้ ผู้โชคดีก็งงงันไปชั่วขณะ แต่แล้วก็รีบตั้งสติ
ในฐานะผู้ชมประจำของห้องไลฟ์สด เธอรู้ดีว่าอาจารย์น้อยมาจากสำนักหั่วหยุน
นัยของคำพูดนี้ก็คือบอกให้เธอไปแก้ปัญหาแบบออฟไลน์ ซึ่งไม่มีอะไรต้องกังวล การแก้ไขปัญหาแบบออนไลน์ยังมีสิ่งกีดขวาง เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไหร่
เมื่อได้ไปพบกันตัวต่อตัว ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ อาจารย์น้อยน่าจะสามารถแก้ไขได้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยิ่งสดใสขึ้น
“ได้ค่ะ ฉันจะจองตั๋วเดี๋ยวนี้เลย พอฉันไปถึงแล้วค่อยคุยรายละเอียดกันนะคะ”
“ได้ค่ะ หนูจะรอพี่สาวอยู่ที่สำนักหั่วหยุนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ~”
เหยาเหยาโบกมืออย่างตั้งใจ ผู้โชคดีนั้นมีเลือดปีศาจในตัว เรื่องนี้ไม่ควรเปิดเผยออกไป ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพี่สาวได้
มิเช่นนั้นเธอสามารถจัดการผ่านทางออนไลน์ได้เลย แต่การแยกสายเลือดออกนั้นต้องมีปรากฏการณ์แปลกประหลาด ยังไงก็ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า
พวกเขาต่างพูดจาคลุมเครือ ทำเอาชาวเน็ตทนไม่ไหว หงุดหงิดกันใหญ่!
[ไม่นะ! ทำไมต้องไปเจอกันข้างนอกด้วย อาจารย์น้อยชอบ ‘ปิดไฟ’ ในช่วงสำคัญแบบนี้ จริงๆแล้วไม่ได้ร่วมมือกับฝ่ายตรวจสอบใช่ไหม?]
[ฮ่าๆๆ เรื่องใหญ่ขนาดนั้น แค่พริบตาก็หายวับไปเลย ทำให้ฉันตื่นเต้นฟรีเลย]
[ทำไมไลฟ์สดจบอีกแล้ว ต่อไปนี้ต้องพึ่งบล็อกเกอร์ต่างๆ สร้างคอนเทนต์ให้ดูแก้เบื่อ!]
อย่างที่รู้กันว่าคนชอบดูเรื่องวุ่นวาย ชาวเน็ตอยากให้มีเรื่องราวให้ติดตามทุกวัน แต่ใครจะมาทำให้พวกเขาพอใจได้ เพราะไม่มีทั้งเรี่ยวแรงและความเป็นไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าทำอะไรซ้ำๆบ่อยๆ ตัวเองก็เบื่อก่อน แล้วคนดูจะไม่เบื่อได้อย่างไร
“ทุกคนคะ ไว้เจอกันใหม่นะคะ”
เหยาเหยาไม่สนใจเสียงบ่นพวกนั้น ยิ้มแย้มปิดไลฟ์สด ครั้งนี้ก็มีการสุ่มแจกยันต์เป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ได้รวบไว้แจกตอนท้ายเหมือนเดิม
แต่ทำตามคำแนะนำของพี่เจ็ด เปลี่ยนเป็นการแจกของเป็นระยะระยะ ทำให้ตัวเลขผู้ชมในไลฟ์สดดูดีขึ้นมาก
ต้องรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะอยู่ดูจนจบได้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างเดียว คนเราไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่อยากทำอะไร ถ้าระหว่างทางมีโอกาสได้รางวัล ก็จะไม่มีใครหนีไป
เหยาเหยาให้คุณลุงผู้จัดการดึงรายชื่อจากระบบหลังบ้าน เธอจัดเรียงยันต์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้เรียบร้อย แล้วสะพายกระเป๋าใบเล็กออกจากบ้าน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปหาพี่สาวคนนั้น ที่ถูก ‘ทีมงานมืออาชีพ’ จับตามองเพื่อ ‘ติวเข้ม’
เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณรบกวนคนเป็น เหยาเหยาจึงสร้างบ้านกระดาษขึ้นมาเป็นพิเศษ เมื่อพวกวิญญาณสอนเสร็จก็สามารถเข้าไปพักผ่อนข้างในได้
ด้านในไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกแออัด แต่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ...
“พี่สาวคะ นี่คือหยกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่พลังหยินและหยางมาบรรจบกัน ถ้าพี่พกติดตัวไว้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พลังหยินรบกวนได้ค่ะ”
“การที่พี่ต้องอยู่กับพวก ‘อาจารย์’ เหล่านั้นทุกวัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบ หยกนี้จะปกป้องพี่ และจะไม่ทำร้ายพวกเขาค่ะ”
เหยาเหยาหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เมื่อพี่สาวพัฒนาถึงระดับที่สามารถคลายความยึดติดของพวกเขาได้ หนูจะมาช่วยนำทางพวกเขาเองค่ะ”
เวลานั้นคงไม่นานเกินไป เหยาเหยาคำนวณแล้วว่าน่าจะอยู่ในช่วงหนึ่งถึงสองปีนี้
เมื่อถึงเวลานั้น วิญญาณที่สร้างบุญกุศลเหล่านี้จะได้ไปเกิดใหม่ และเธอก็จะได้รับบุญกุศลด้วย ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ผู้โชคดีดีใจมาก เมื่ออาจารย์น้อยลงมือช่วย ไม่เพียงแต่การเรียนของลูกสาวจะดีขึ้น แต่ยังไม่โดนพลังหยินรบกวนอีกด้วย
นับว่าเป็นการได้ประโยชน์หลายต่อ เพื่อขอบคุณอาจารย์น้อย ผู้โชคดีรีบร้อนขึ้นไปบนห้องเพื่อนำกล่องเก่าๆใบหนึ่งลงมา
“ฉันเห็นว่าอาจารย์น้อยต้องวาดยันต์บ่อยๆ ในนี้มีชาดเก่าอยู่ ฉันได้ยินคนรุ่นก่อนบอกว่าของสิ่งนี้เหมาะที่สุดสำหรับการวาดยันต์”
“พวกเราเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ หวังว่าอาจารย์น้อยจะไม่รังเกียจ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ จากพวกเราก็แล้วกันค่ะ” ผู้โชคดีไม่พูดอะไรมาก ยื่นกล่องให้ทันที
เพราะการกระทำที่รวดเร็วเกินไป เหยาเหยาแทบจะตั้งตัวไม่ทัน ก้มมองก็เห็นกล่องถูกยัดใส่มือแล้ว
เธอตะลึงไปชั่วครู่ เมื่อรับรู้ด้วยจิตสัมผัสก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะชาดในกล่องนี้ไม่เพียงแต่มีอายุเก่าแก่ แต่ยังมีเลือดของนกปู้ฮุ่ยผสมอยู่ด้วย
นกปู้ฮุ่ยเป็นสัตว์อสูรชนิดหนึ่งในตำนานของจีน ในคัมภีร์ซานไห่จิงมีบันทึกไว้ว่า
ในขุนเขาและทะเลมีนกชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนอีกา มีสามหัวหกหาง และชอบหัวเราะ มีชื่อว่านกปู้ฮุ่ย ผู้ที่กินมันจะไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และยังสามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้
มันมีสามหัวมาตั้งแต่เกิด รูปร่างคล้ายอีกา เป็นสัตว์อสูรที่ป้องกันสิ่งชั่วร้าย เลือดของมันยังมีสรรพคุณพิเศษ และชาดที่ผสมเลือดของมันยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เนื่องจากพวกมันสูญพันธุ์ไปแล้ว แม้แต่เหยาเหยาก็มีชาดแบบนี้เหลืออยู่ไม่กี่ก้อน นับเป็นความโชคดีที่ไม่คาดคิดจริงๆ
ของขวัญชิ้นนี้ เหยาเหยาไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะเธอยังมียันต์ต้องวาดอีกมาก มีชาดนี้จะช่วยให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นเธอจึงยิ้มหวานและพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ของขวัญชิ้นนี้ก็เพียงพอที่จะชำระกรรมแล้ว หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีกนะคะ~”
เหยาเหยาไม่ได้อยู่นาน ยิ้มและหันหลังเดินจากไป เพราะไม่ได้เดินตามทางปกติ ผู้โชคดีจึงไม่ทันได้กล่าวลา
หลังจัดการกับวิญญาณ ‘บุญกุศล’ เหล่านี้แล้ว เธอก็หันไปจัดการกับสายเลือดนกคู่รัก ที่ผนึกอยู่ในตัวผู้โชคดีคนสุดท้าย
ที่เปลี่ยนใจกลางคันเพราะเธอพบว่าร่างกายของผู้โชคดีนั้นค่อนข้างอ่อนแอ ถ้าเธอบังคับแยกสายเลือดออกมา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเขาได้
ส่วนเรื่องที่ผนึกจะถูกทำลายหรือไม่นั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะผนึกที่เธอสร้างขึ้น ไม่มีใครในยุคนี้สามารถทำลายได้
“จัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ต้องไปหาเจ้านกน้อย”
ในไลฟ์สด เหยาเหยาค่อยๆเข้าใจแนวทางบางอย่างแล้ว คิดว่าการทำให้วิญญาณปรับตัวเพื่อเริ่มขั้นตอนที่สองในการหลอมรวมโลก คงไม่ต้องใช้เวลานานนัก
เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะสามารถช่วยเจ้านกน้อยทำภารกิจให้สำเร็จ ปกป้องโลกใบเล็กให้ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
“ดีมาก ดีมาก เด็กคนนี้สอนได้!” ตอนแรกลู่หยายังไม่เชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้จะเข้าใจหลักสำคัญได้เร็วขนาดนี้
แต่หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับเธออย่างละเอียด ก็พบว่าหลายจุดไม่มีความติดขัดแล้ว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง
ต้องรู้ว่าเขาเดินทางข้ามกาลเวลามาที่นี่ แม้กระทั่งผนึกร่างของตัวเอง ก็เพื่อจะนำเหล่าเซียนกลับมา
ตอนนี้ เมื่อเห็นว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม เขาตื่นเต้นมาก ถ้าไม่ใช่เพราะร่างจริงไม่มีต่อมน้ำตา คงจะหลั่งน้ำตาแห่งความยินดีออกมาแล้ว
“ตามความก้าวหน้านี้ คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือน เจ้าก็จะสามารถหลอมรวมโลกได้จริงๆ ตอนนั้นข้าจะร่วมมือกับเจ้า ก้าวไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย”
“ดังนั้น หนึ่งเดือนนี้จึงสำคัญมาก ข้าจำเป็นต้องพาเจ้าไปที่อื่น ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้แล้ว”
หลังจากที่ลู่หยาตื่นเต้นเสร็จ เขาก็กลับมาจริงจังอย่างรวดเร็ว การฝึกฝนวิญญาณต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ และที่นี่ยังขาดสิ่งนั้นอยู่มาก
เวลาไม่คอยใคร เมื่อก้าวไปข้างหน้าแล้ว ก็ควรก้าวไปให้สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง!
บทที่ 578: ตัดวิญญาณแห่งเต๋า
“ต้องไปจริงๆเหรอ?”
เหยาเหยาลังเลอยู่บ้าง เธออยากพักผ่อนให้มากกว่านี้ ไม่อยากไปถูกกักบริเวณอยู่ในหุบเขา
ปกติหากลู่หยาได้ยินเธองอแง เขามักจะยอมตามใจ แต่คราวนี้กลับเป็นข้อยกเว้น
เขาพูดอย่างจริงจัง “เรื่องนี้เร่งด่วน ต้องไป ข้าสัญญากับเจ้า ว่าหลังจากช่วยครั้งนี้แล้ว เจ้าอยากให้ข้าทำอะไร ข้าจะตกลงทั้งหมด”
จากการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ลู่หยาเข้าใจนิสัยของเด็กน้อยดี นั่นคือ ‘ไม่มีประโยชน์ก็ไม่ทำ’ ไม่สามารถให้คำสัญญาลอยๆได้ ต้องสัญญาอะไรที่มีประโยชน์
อย่างที่คาด เมื่อได้ยินว่ามีผลประโยชน์ ดวงตากลมโตของเหยาเหยาก็เป็นประกายขึ้นทันที ต้องรู้ว่าลู่หยามีของวิเศษมากมาย
ตัวเธอเองช่วงนี้มีความคิดอยากจะสร้างอาวุธวิเศษ แต่น่าเสียดายที่วัสดุในมือไม่เพียงพอ โลกใบเล็กนี้เสื่อมถอยมานานเกินไป หลายสิ่งหลายอย่างก็สูญหายไปหมดแล้ว
เหยาเหยาไม่มีช่องทาง แต่ลู่หยาต้องมีแน่นอน แต่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าขอ เพราะไม่มีบุญคุณ ไม่อยากจะเอาเปรียบมากเกินไป
“งั้นเราไปกันตอนนี้เลย ฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ก่อน”
เนื่องจากต้องไปนาน เหยาเหยาจึงไม่สามารถออกไปได้เลย ต้องแจ้งทางบ้านก่อน ลู่หยาก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร
เรื่องพวกนี้จัดการไม่ยาก หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง คนกับนกก็ออกเดินทาง
ระหว่างนั้น เฉินฮุ่ยกลัวว่าลูกสาวจะไม่ชินกับการอยู่ข้างนอก จึงยัดขนมใส่กระเป๋าให้เต็ม
“ถ้าเบื่อก็กินขนมนะ พอในปากหวาน ในใจก็จะไม่ทุกข์” ก่อนออกเดินทาง เฉินฮุ่ยกำชับอย่างจริงจัง
เธอไม่รู้ว่าลูกสาวจะไปทำเรื่องใหญ่ ยังคิดว่าลูกสาวจะเบื่อ จึงคอยกำชับอยู่ตลอด
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดีค่ะ” เหยาเหยารับความห่วงใยทั้งหมดนี้ไว้
หลังจากนั้นเหยาเหยาก็หันหลังจากไป ในฐานะผู้ฝึกฝนขั้นเซียน เธอไม่ได้เดินทางแบบธรรมดาอีกต่อไป
ในสายตาของเธอ โลกใบเล็กนี้ดูราวกับตาข่ายใหญ่ที่ทอดยาวไปทั่ว และเธอก็เป็นจุดแสงที่กระโดดไปมาในตาข่ายนั้น
ตามคำแนะนำของลู่หยา เหยาเหยาพบว่าสถานที่ที่ต้องไปครั้งนี้ก็คือเขาเหลาซาน ที่นี่มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ครั้งก่อนตอนที่เธอฝ่าด่าน สายฟ้าที่ฟาดลงมานั้นรุนแรงมาก เรียกได้ว่าเกือบทำลายป่าแห่งนี้ แต่เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไร
มันกลับฟื้นคืนสภาพอย่างประหลาด กลับไปเป็นเหมือนตอนที่เธอมาครั้งแรก ต้นไม้เขียวชอุ่ม เป็นทิวทัศน์ของป่าดึกดำบรรพ์
“นี่คือพลังของวิถีแห่งการสร้างสรรค์ ถึงแม้เจ้าจะเอาวิญญาณแห่งสรรพสิ่งไป แต่กฎของที่นี่ยังคงถูกบิดเบือนโดยเซียน”
“ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร สิ่งมีชีวิตที่นี่จะหมุนเวียนเกิดใหม่เอง และไม่เพียงเท่านั้น ความทรงจำเกี่ยวกับมันก็จะค่อยๆเลือนหายไปจากผู้คนด้วย”
ราวกับไม่เคยได้ยินเรื่องราวมาก่อน นี่คือวิธีที่เซียนใช้ปกป้อง ‘มัน’ ไม่เช่นนั้นหลายปีมานี้ ความผิดปกติของมันคงถูกผู้คนสังเกตเห็นไปนานแล้ว
เนื่องจากระดับขั้นของเหยาเหยา กฎเกณฑ์ของที่นี่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเธอ ทำให้เธอสามารถค้นพบความผิดปกติได้ในทันที
“หรือว่า เธอต้องการให้ฉันมาที่นี่เพื่อฝ่าด่าน สิ่งต่างๆที่ดับสูญไปที่นี่ ที่แท้ก็ไม่ถือว่าเป็น ‘เวรกรรม’ สินะ”
ดวงตาของเหยาเหยาสว่างวาบขึ้นมาทันที ต้องรู้ว่าผู้บำเพ็ญเพียร หากเป็นต้นเหตุให้สิ่งมีชีวิตต้องตาย ก็จะมีเวรกรรมติดตัว
แต่เขาเหลาซานแตกต่างออกไป สิ่งมีชีวิตในป่ามีการหมุนเวียนในตัวเอง มากกว่าจะเรียกว่าสิ่งมีชีวิต น่าจะเรียกว่า ‘กฎเกณฑ์’ มากกว่า
ดังนั้น แม้พวกมันจะตายก็ไม่ก่อให้เกิดเวรกรรม นั่นก็หมายความว่าลดบาปของเธอลงได้ ดูเหมือนเจ้านกน้อยจะคิดอย่างรอบคอบจริงๆ
“เอาล่ะ ข้าจะพาเจ้าไปยังใจกลางที่แท้จริงของเขาเหลาซาน ที่นั่นเชื่อมต่อกับนอกโลก ถึงเวลาที่เจ้าต้องเผชิญหน้ากับมันแล้ว”
ลู่หยาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แม้ว่าสีหน้าของเขาจะดูเฉยเมย แต่จริงๆแล้วเสียงของเขาค่อนข้างตึงเครียด
วางแผนมายาวนานขนาดนี้ ไม่มีใครอยากล้มเหลว เหยาเหยาได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรมาก รีบเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย
“กุญแจสำคัญในการหลอมรวมโลก คือการยึดหลักกฎแห่งเต๋า เพราะกฎแห่งเต๋าเป็นพลังที่อยู่เหนือโลก”
“แม้สวรรค์และโลกดับสูญ แต่เต๋าไม่มีวันดับสูญ มีเพียงการใช้มันเป็นพลังยึดมั่นเท่านั้น ที่จะต้านทานการโต้กลับของต้นกำเนิดได้”
“ตอนนี้พลังเพิ่งฟื้นคืน กฎแห่งเต๋ายังไม่สามารถปรากฏได้ การหลอมรวมโลกแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่เจ้าเป็นข้อยกเว้น เพราะเผ่าพันธุ์ของเจ้าถือเป็น ‘วิญญาณเต๋า’ แห่งการกลืนกิน โดยกำเนิด สามารถควบคุม ‘เต๋าแห่งการกลืนกิน’ ได้...”
ในถ้ำแห่งหนึ่ง ลู่หยาเกาะอยู่บนหินสีเขียว พูดอย่างช้าๆ
เนื่องจากเข้ากันได้กับเต๋าแห่งการกลืนกิน ดังนั้นขั้นตอนที่ยากที่สุดของการเข้าใจเต๋าจึงถือว่าผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์
ต่อไปคือวิธีการใช้พลัง ต้องรู้ว่าความเข้าใจกับการนำไปใช้ แม้จะดูไม่ต่างกันมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“เรื่องเกี่ยวกับกฎแห่งเต๋า ไม่มีสิ่งใดรองรับมันได้ มีเพียงสองวิธีเท่านั้น หนึ่งคือการเข้าใจด้วยตนเอง สองคือการรับรู้จากผู้ที่เข้าใจเต๋า!”
“ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วน ข้าจะตัด ‘วิญญาณ’ ของตัวเอง เพื่อถ่ายทอดวิธีการเรียกใช้เต๋าแห่งการกลืนกินให้เจ้า “ ลู่หยาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในฐานะผู้ที่เกือบจะบรรลุขั้นเซียน เขามีชีวิตอยู่มายาวนาน แม้จะไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่เขาก็สามารถควบคุมกาลเวลา การกลืนกิน การทำลายล้าง และการสร้างสรรค์ได้
การตัดขาดจากวิถี เท่ากับการตัดความเข้าใจในวิถีนั้นออกไปอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้
หากต้องการที่จะเข้าใจใหม่ ก็จำเป็นต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่ต้น เพราะเป็นการตัดขาดด้วยตนเอง กฎแห่งเต๋าจะอ่อนกำลังลงอย่างมาก ความยากในการเข้าใจในภายหลังก็จะเพิ่มขึ้นมาก
ดังนั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่มีผู้ฝึกตนคนใดเต็มใจที่จะ ‘ตัด’
แต่ลู่หยากลับไม่ได้ใส่ใจมากนัก ไม่ต้องพูดถึงว่ารากฐานของเขาคือกฎแห่งไฟ วิถีแห่งการกลืนกินก็เป็นเพียงการเข้าใจตามมาเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือระดับพลังของเขา...
กฎแห่งเต๋าอ่อนกำลังลง? นั่นมีผลแค่กับเซียนธรรมดาเท่านั้น เขาก้าวข้ามกฎแห่งเต๋าไปนานแล้ว ตราบใดที่เขาต้องการ เขาก็สามารถควบคุมวิถีแห่งการกลืนกินได้
เหยาเหยาพยักหน้า “งั้นก็ต้องรบกวนนกน้อยแล้วล่ะ!” เธอไม่เข้าใจความลึกลับในเรื่องนี้
ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เป็นนกน้อยที่เสนอมา เขาต้องอยากให้สำเร็จแน่นอน เธอแค่เชื่อฟังก็พอ
ลู่หยาพอใจกับท่าทางของเด็กน้อยมาก หลังจากพูดจบ เขาก็กระพือปีกเบาๆ ดึงเอาวิญญาณสายหนึ่งออกมาจากหว่างคิ้ว แล้วส่งเข้าไปในร่างของเด็กน้อย
“อื้อ!” แม้ว่าเหยาเหยาจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ตอนที่ได้รับจริงๆ ก็อดที่จะส่งเสียงออกมาไม่ได้
ในชั่วขณะถัดมา เธอค่อยๆหลับตาลง วิญญาณสายนั้นแตกกระจายในทะเลแห่งจิตสำนึก การใช้กฎแห่งการกลืนกินต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง...
วิญญาณของเหยาเหยาดูดซับอย่างหลงใหล นกน้อยสมกับเป็นเซียนขั้นกึ่งสมบูรณ์ การใช้กฎแห่งเต๋าของเขานั้นเหนือความคาดหมายของเธอมาก
เพราะตัวเธอเข้าใจวิถีแห่งการกลืนกินอย่างถ่องแท้อยู่แล้ว จึงเห็นภาพรวมได้ชัดเจน เหยาเหยาถึงกับไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังก้าวหน้าด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่นขนาดไหน
เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะโดยปกติแล้ว การที่จะเข้าใจวิถีอย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องค่อยๆเรียนรู้จากการใช้งาน
กรณีของเหยาเหยาที่กลับกันแบบนี้ อาจเรียกได้ว่า ‘แปลกประหลาด’ แต่เมื่อมีการจัดการของเซียน ทุกอย่างก็สมเหตุสมผล
เพราะวิธีการของเซียนนั้นไร้ขอบเขต แม้แต่วิถีสวรรค์ก็ไม่สามารถอยู่เหนือเซียนได้ อย่างมากก็แค่ถ่วงดุลกันเท่านั้น!
“หืม? มาถึงขั้นนี้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ” ขณะที่ลู่หยากำลังเหม่อลอย เขาก็เห็นโซ่แห่งกฎเกณฑ์ปรากฏขึ้นรอบตัวเหยาเหยาอย่างประหลาด
พวกมันราวกับมีชีวิต ล่องลอยอยู่รอบตัวเหยาเหยาค่อยๆชนและหลอมรวมกัน...
การหลอมรวมกฎเกณฑ์คือขั้นตอนแรกของการใช้กฎแห่งเต๋า เมื่อกฎเกณฑ์เหล่านี้หลอมรวมเสร็จสิ้น วิธีการต่างๆในวิญญาณของเขา เด็กน้อยคนนี้ก็จะเข้าใจทั้งหมด
หลังจากนั้นการหลอมรวมต้นกำเนิดก็จะไม่มีอุปสรรคใดๆ ความราบรื่นเช่นนี้ ทำให้เขาอดที่จะทอดถอนใจถึงการวางแผนของเซียนไม่ได้...
ตอนนี้เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย ลู่หยาไม่กังวลแล้ว เขาคิดในใจ กองหยวนเป่าเล็กๆก็ปรากฏขึ้นมา
เขากินทีละอันอย่างเอร็ดอร่อย ถึงอย่างไรการหลอมรวมก็ต้องใช้เวลา
บทที่ 579: ต้นไม้แห่งโลก
การหลอมรวมกฎเกณฑ์ต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่ ห้ามหยุดชะงักระหว่างทาง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ลู่หยาจำเป็นต้องออกมา
ภายนอกเขาเหลาซานดูเหมือนป่าโบราณ แต่ความจริงแล้วที่นี่เชื่อมต่อกับความว่างเปล่า เมื่อเหยาเหยาเรียนรู้ที่จะใช้กฎแห่งการกลืนกิน ก็จะสามารถดึงดูดพลังแห่งเต๋าแห่งการสร้างสรรค์ที่ยังหลงเหลืออยู่ได้
พลังที่เซียนทิ้งไว้นี้ไม่มีวันสูญสลาย เมื่อแผ่พลังออกมาจะทิ้งร่องรอยไว้ในความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่
พลังที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน เซียนผู้วางเต๋าแห่งการสร้างสรรค์ไว้ในตอนแรก จะสามารถรับรู้พิกัดได้อย่างรวดเร็ว และถูกดึงกลับมาตามเต๋านั้น
ในดินแดนนอกมีสิ่ง ‘ประหลาด’ มากมายนับไม่ถ้วน หากการสั่นพ้องของเต๋าถูกกระตุ้น ไม่เพียงแต่เซียนจะรับรู้พลัง ‘เต๋าแห่งการสร้างสรรค์’ ได้ สิ่งประหลาดก็รับรู้ได้เช่นกัน
ดังนั้น พูดตรงๆคือเมื่อยิงธนูออกไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับ แผนของลู่หยาคือต้องทำให้สำเร็จ
“ข้าได้วางแผนสำรองไว้หมดแล้ว เด็กน้อย หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” ลู่หยาเอ่ยเสียงเรียบ
ม่านตาสีดำของเขาราวกับทะลุผ่านกาลเวลาอันไม่มีที่สิ้นสุด ภายในมีกระแสน้ำหมุนวน ราวกับมีดวงดาวลอยอยู่ข้างใน... ทันใดนั้น ความรู้สึกถูกจ้องมองอย่างประหลาดก็ถาโถมเข้ามา
ลู่หยาแค่นเสียงเย็นชา เปลวสุริยันทองกลายร่างเป็นอีกาทองโบยบินรอบกาย ในชั่วขณะถัดมา ความรู้สึกถูกจ้องมองที่เยือกเย็นนั้นก็จางหายไปราวกับสายน้ำ
“ฮึ ยื่นกรงเล็บมาเร็วจริงๆ รอให้ข้าทำลายผนึกได้เมื่อไหร่ ข้าจะเผาพวกเจ้าให้หมด!”
ในฐานะผู้เตรียมบรรลุเซียน ลู่หยายังมีวัตถุล้ำค่าติดตัวอยู่มากมาย แม้ว่าจะไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเซียนทั้งหก แต่ผู้นำของสิ่งแปลกประหลาดเหล่านั้นก็ไม่อาจเทียบกับเซียนที่แท้จริงได้
หากเขาต้องการจะต่อสู้จริงๆ ก็ไม่แน่ว่าจะแพ้ นี่คือเหตุผลที่ในตอนนั้น เซียนจวินถีและเจียอิง แม้จะถูกอำนาจลึกลับครอบงำ แต่พวกเขาก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ผู้เตรียมบรรลุเซียนทั้งหกใช้พลังทั้งหมดที่มี ก็พอจะรับมือกับผู้นำสองคนได้ ส่วนเซียนที่เหลือก็สกัดกั้นอีกสองคน สถานการณ์จึงคงที่
แม้แต่ในอดีต หนี่วา ไม่เพียงแต่ต้านทานเซียนสองคนที่ถูกครอบงำได้ แต่ยังมีพลังเหลือพอที่จะผนึกโลกใบเล็กได้...
ความทรงจำหยุดลงแค่นี้ เปลวสุริยันทองค่อยๆเข้าไประหว่างคิ้ว ลู่หยานอนราบกับพื้นอย่างเบื่อหน่าย วันเวลาต่อจากนี้ ดูเหมือนจะเป็นการทดสอบเด็กน้อย
แท้จริงแล้วเขากำลังทดสอบตัวเอง เพื่อความปลอดภัยของเด็กน้อย เขาไม่สามารถไปไหนได้
หลังจากเล่นเกมจับคู่จนจบไปสิบกว่ารอบ เด็กน้อยที่นั่งนิ่งมาตลอดก็เริ่มมีปฏิกิริยา กฎเกณฑ์ที่หลอมรวมและปะทะกันนั้น ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำ
พลังอันไร้ที่สิ้นสุดและลึกล้ำแผ่ซ่านออกมาจากหลุมดำ พลังนี้ลู่หยาคุ้นเคยดี นี่คือกลิ่นอายของเต๋าแห่งการกลืนกิน!
“สำเร็จแล้ว เด็กน้อยรีบตื่นเร็ว!” ลู่หยากระพือปีก บินไปหาเธอ แล้วเกาะลงบนหัวอย่างมั่นคง
ใต้เท้าของเขามีแสงสีทองหลั่งไหลเข้าไปในหัวเหยาเหยา เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ เหยาเหยาที่เงียบสงบอยู่เดิมก็ลืมตาขึ้นทันที
“นกน้อย เรามาเริ่มเชื่อมต่อกันเถอะ!” เหยาเหยาพูดอย่างจริงจัง
จากนั้นเธอก็ขยับนิ้วอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำวนด้านหลังก็ขยายใหญ่ขึ้น เคลื่อนไปข้างหน้าทีละน้อย จากนั้นก็กลืนกินร่างกายของเธอไปทั้งหมด กระแสน้ำวนก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วขณะนั้น ในถ้ำเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก ไม่มีแม้แต่เงา
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การหลบหนี แต่เป็นการเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งของต้นกำเนิดของโลก
นั่นคือพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ ในความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต มีต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางความว่างเปล่า
ต้นไม้ต้นนี้มีลักษณะแปลกตา ใบใหญ่เท่าฝ่ามือ กิ่งก้านที่แผ่ออกไปดูคล้ายลวดลายของภูเขาและทะเลสาบ
เหยาเหยาเดินเข้าไปใกล้แล้วเงยหน้ามองด้วยความสงสัย “นี่คืออะไร?”
เธอหันไปมองเจ้านกน้อยบนบ่า เธอถูกพามาที่นี่ เธอคิดว่าเจ้านกน้อยต้องรู้แน่ๆ
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด ลู่หยารู้ดีว่าต้นไม้ตรงหน้านี้คือ ต้นไม้แห่งโลก! ที่เกิดจากแก่นแท้ของโลก!
“ขั้นตอนที่สองของการหลอมรวมโลก คือการประทับไว้ในใจกลางของต้นไม้แห่งโลก อย่าคิดว่ามันง่าย ต้นไม้แห่งโลกนั้นรวมกฎเกณฑ์สามพันข้อเข้าไว้ด้วยกัน”
“แม้ว่าเจ้าจะควบคุมกฎแห่งการกลืนกินได้แล้ว แต่การจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เจ้าอาจต้องลำบากสักหน่อย ต้องการเตรียมตัวก่อนหรือไม่?”
ลู่หยาย่อตัวลงบนหัวของเธอ เสียงพูดแผ่วเบา เห็นได้ชัดว่ามีความกังวลอยู่บ้าง
โชคดีที่นี่เป็นเพียงต้นไม้แห่งโลกขนาดเล็ก หากเป็นโลกขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ด้วยพลังของเด็กน้อย คาดว่าเธอคงไม่สามารถเข้าใกล้ได้ด้วยซ้ำ
ต้องรู้ว่าต้นไม้แห่งโลกรวบรวมแก่นแท้ของทั้งโลกเอาไว้ แก่นแท้มีจิตสำนึกในการป้องกันตัวเอง เมื่อมีใครพยายามเข้าใกล้ มันจะโต้กลับทันที
แก่นแท้ของโลกขนาดใหญ่นั้นแข็งแกร่ง แม้แต่ผู้เตรียมบรรลุเซียนก็ไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง ส่วนโลกขนาดเล็ก แค่ระดับเซียนมนุษย์ก็สามารถป้องกันตัวเองได้แล้ว
ดวงตาสวยของเหยาเหยากะพริบ พลางพูดว่า “ไม่ต้องเตรียมตัวหรอก นกน้อย ต้นไม้ใหญ่นี่ดูเหมือนจะโบกมือให้ฉันอยู่นะ!”
ตอนแรกที่ฟังคำพูดของเจ้านกน้อย เธอยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกที่ต้นไม้ใหญ่ส่งผ่านมานั้น ทำให้รู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ ราวกับอ้อมกอดของแม่
ความรู้สึกนี้ทำให้เหยาเหยาตระหนักว่า ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้จะไม่ทำร้ายเธอ จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไร
“หืม? นี่ไม่น่าจะเป็นไปได้!” ลู่หยาได้ยินดังนั้น ใบหน้าของลู่หยาก็แสดงออกถึงความประหลาดใจอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างน้อยจากการรับรู้ของเขา ต้นไม้แห่งโลกกำลังต่อต้านเขา สิ่งแปลกประหลาดนี่กำลังเล่นงานเขาอยู่หรือ?
“ระวังไว้จะดีกว่า ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติขึ้นมา อย่าลังเล รีบถอยมาอยู่ข้างหลังข้าทันที”
ลู่หยาหยุดชั่วครู่แล้วพูดช้าๆ ที่นี่เขามีวิธีควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นหลังจากความสงสัยผ่านไป เขาจึงไม่ได้กังวลมากนัก
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็เหมือนธนูที่ยิงออกไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับ ถ้ามีภัยคุกคามอะไร แค่สัมผัสก็จะรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว
“นกน้อยวางใจได้ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีเลย!” เหยาเหยาตอบรับ จากนั้นก็ค่อยๆเดินอย่างระมัดระวังไปที่ต้นไม้แห่งโลก
“ตึก ตึก ตึก” เสียงหัวใจเต้นที่ชัดเจนและทรงพลัง ยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ เสียงก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น...
รอบๆต้นไม้แห่งโลกมีแสงสีสันสดใสแผ่ออกมาเป็นวง เมื่อสัมผัสเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนแสงอาทิตย์อุ่นๆในฤดูหนาว อบอุ่นหัวใจเป็นพิเศษ
เหยาเหยาหลับตาอย่างสบาย กระแสน้ำวนของกฎแห่งการกลืนกินปรากฏขึ้นด้านหลังโดยไม่รู้ตัว เธอเอามือแตะที่ลำต้นเบาๆ
ผ่านไปนานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหยาเหยาลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ เอียงหัวมองลำต้น แล้วหันไปถามลู่หยา
“นกน้อย ทำไมไม่ได้ล่ะ ฉัน...ทั้งที่...ประทับลงไปแล้วนะ!”
เหยาเหยาทำตามที่บันทึกไว้ในม้วนกระดาษ และรู้สึกได้ว่ามีรอยประทับกฎเกณฑ์ของเธออยู่บนใจกลางของต้นไม้แล้ว แต่เธอยังไม่ได้รับการตอบสนองในการควบคุม
ลู่หยาก็รู้สึกแปลกใจ นี่เป็นวิธีที่เซียนคิดค้นขึ้นมาเอง เป็นไปไม่ได้ที่จะผิดพลาด แล้วปัญหาอยู่ที่ไหนกัน?
ขณะที่ทั้งสองกำลังสงสัย ต้นไม้แห่งโลกที่เงียบสงบอยู่เดิมก็ส่งเสียงประหลาดออกมา...
เหยาเหยาก้มหน้าลงมอง เห็นลวดลายสีดำประหลาดปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ไต่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากรากไม้ พันรัดลำต้นเอาไว้
“เด็กน้อย รีบกลับมาเร็ว!” ลู่หยาสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาคุ้นเคยกับกลิ่นอายของลวดลายสีดำเหล่านี้เป็นอย่างดี
นี่คือกลิ่นอายของสิ่งประหลาด แต่มันเป็นไปได้อย่างไร พวกมันยังสามารถทิ้งร่องรอยไว้ในต้นไม้แห่งโลกได้อย่างไร แม้แต่เซียนก็ยังคาดการณ์ไม่ถึง
ไม่ว่าจะอย่างไร พวกมันก็ไม่ใช่สิ่งดีแน่นอน จะปล่อยให้เด็กน้อยเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด ด้วยความร้อนใจ ลู่หยาถึงกับไม่สนใจผลที่จะตามมา
จิตวิญญาณของเขาค่อยๆปรากฏขึ้น ฝ่ามือขาวพุ่งไปคว้าตัวเหยาเหยาอย่างรวดเร็ว ลวดลายสีดำเหล่านั้นดูเหมือนจะรับรู้ถึงพลังของฝ่ามือนี้ที่สามารถสั่นสะเทือนสวรรค์และโลกได้
ต่อมา ลวดลายสีดำบนลำต้นก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายเป็นมือสีดำที่พุ่งเข้าจับเหยาเหยา
ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน เหยาเหยาที่ยังคงตกตะลึงอยู่ จู่ๆร่างกายก็มีแสงสีเขียวพุ่งออกมา
ภายในแสงสีเขียว การสร้างสรรค์และการเวียนว่ายตายเกิดไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นลู่หยาหรือสิ่งประหลาด ต่างก็ถูกควบคุมไว้อย่างฉับพลัน
จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ทั้งคน นก และสิ่งประหลาดที่อยู่ในที่นั้น ต่างหายตัวไปจากจุดเดิมพร้อมกัน
บทที่ 580: เทพเซียนกลับคืน
ในดินแดนแห่งความว่างเปล่า เหยาเหยากลับไม่รู้สึกอึดอัด แสงสีเขียวที่กระจัดกระจายรวมตัวกันเป็นตะเกียงตรงหน้าเธอ
ตะเกียงนี้มีลักษณะด้านบนแคบด้านล่างกว้าง เปลือกนอกทำจากหยกขาวใสราวกับแก้ว สลักลวดลายนก ปลา ดอกไม้ และสัตว์ต่างๆภายใต้แสงสว่างที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต ทำให้ทั้งร่างรู้สึกสบายขึ้น
ขณะนี้ในตะเกียงกำลังกักขังสิ่งมีชีวิตสีดำไว้ มันบิดตัวพยายามจะหลบหนีออกจากตะเกียง แต่ก็ถูกสกัดไว้หลายครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น ดูเหมือนตะเกียงจะรู้สึกถึงความผิดปกติของเงาดำ จึงจุดเปลวไฟให้ลุกโชนขึ้นมา เผาไหม้เงาดำอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องแหลมคมดังออกมา
“ใช้สิ่งแปลกประหลาดเป็นตะเกียง แล้วใช้ต้นไม้แห่งโลกเป็นเชื้อเพลิง ที่แท้นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของการชี้นำการกลับมานี่เอง ฮ่าๆๆ!”
“พวกสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่ผีพวกนี้ ในที่สุดก็พ่ายแพ้”
ตอนนี้ลู่หยาเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดกระจ่างแล้ว จึงหัวเราะอย่างสะใจ
แต่เดิมเขายังสงสัยว่าทำไมสิ่งประหลาดถึงมีวิธีปิดกั้นเทพเซียนได้ ที่แท้เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องการปิดกั้นแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะเทพเซียนตั้งใจปล่อยให้มันอยู่ในต้นไม้แห่งโลก เพื่อให้มันกลายเป็นส่วนสำคัญในการนำทางกลับ
เหยาเหยาเอียงหัวถามอย่างสงสัย “นกน้อย แล้ว...แล้วตอนนี้ฉันต้องทำอะไร?”
มันไม่เหมือนกับที่เธอรู้มาก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้เธอรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
ลู่หยากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ง่ายมาก เจ้าใช้วิถีแห่งการกลืนกินเพื่อกระตุ้นแก่นแท้ ช่วยเหลือ ‘โคมปราบปีศาจ’ ที่เทพเซียนทิ้งไว้”
“เมื่อ ‘สิ่งประหลาด’ นั้นถูกหลอมละลายเสร็จ สิ่งที่เราต้องทำก็จะเสร็จสิ้นอย่างแท้จริง ส่วนที่เหลือเทพเซียนจะจัดการเอง”
เหตุผลที่ต้องหลอมละลายสิ่งแปลกประหลาดนี้ ไม่ใช่เพราะพลังของมันแข็งแกร่ง แต่เป็นการใช้มันโจมตีวิถีดั้งเดิมของสิ่งแปลกประหลาด
อย่างไรก็ตาม การที่มันถูกทิ้งไว้ในต้นไม้แห่งโลกของโลกเล็กในฐานะแผนสำรอง พลังกลุ่มนี้ย่อมเป็นแก่นแท้ที่สำคัญที่สุดของสิ่งแปลกประหลาด
และเหตุผลที่สิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้จัดการได้ยาก เป็นเพราะพลังของพวกมันซ่อนอยู่ลึกมาก หากไม่สามารถตัดขาดแก่นแท้ของพวกมันได้ พวกมันก็จะไม่หยุด
การที่เทพเซียนสามารถกลับมาได้ครั้งนี้ไม่เพียงแต่กลับมาเท่านั้น แต่ยังสามารถสอดแนมแก่นแท้ของสิ่งแปลกประหลาดได้อีกด้วย เปลี่ยนจากสถานการณ์เสียเปรียบเป็นได้เปรียบอย่างสมบูรณ์
หากไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ลู่หยาก็อยากจะใช้เปลวสุริยันจุดดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ เพราะนี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก!
เหยาเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “เรื่องนี้ง่ายมาก ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้เลย~”
ดวงตากลมโตของเธอมองไปยังความว่างเปล่า แม้จะไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน แต่เธอสามารถรู้สึกถึงแก่นแท้ของโลกที่อยู่รอบตัวได้
เนื่องจากได้ฝากรอยประทับไว้บนต้นไม้แห่งโลกแล้ว ขั้นตอนที่สองของการหลอมรวมก็เสร็จสิ้น ตอนนี้ เหยาเหยาแตกต่างไปจากเดิมแล้ว
เธอคือผู้ควบคุมโลกเล็ก การควบคุมพลังของโลกนั้นง่ายมาก เพียงแค่คิด กระแสน้ำวนแห่งการกลืนกินด้านหลังก็เริ่มหมุน...
พลังแห่งการกลืนกินสายแล้วสายเล่า ห่อหุ้มด้วยพลังมหาศาลจากแก่นแท้ของโลก ทั้งหมดพุ่งเข้าไปในตะเกียงราวกับนกที่บินกลับรัง
เปลวเพลิงแห่งการแปรเปลี่ยนของเต๋าแห่งการสร้างสรรค์ ได้รับพลังช่วยเหลือจากพลังเหล่านี้ ในพริบตาเดียวก็ลุกโชนขึ้น เปลวเพลิงสีเขียวมรกตคือเปลวไฟแห่งชีวิต
มันสามารถใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตเป็นเชื้อเพลิง แม้ว่าสิ่งแปลกประหลาดจะเป็น ‘สิ่งมีชีวิต’ อีกแบบหนึ่ง แต่มันก็ยังคงได้รับอิทธิพลจากเต๋าแห่งการสร้างสรรค์
นี่คือเหตุผลที่เทพเซียนหนี่วามีชื่อเสียงมากในหมู่สิ่งแปลกประหลาด แผนนี้ก็เป็นแผนของเทพเซียนหนี่วา
ขณะที่เงาดำถูกเผาจนหมดสิ้น เหยาเหยาก็ชะงักไปชั่วขณะ เพราะเธอรู้สึกได้ถึงสายตาอันอ่อนโยนที่ทอดมองมายังตัวเธอจากห้วงกาลเวลาอันไร้ขอบเขต
แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่เหยาเหยากลับสามารถเรียกชื่อของเธอในใจได้ นั่นคือเทพหนี่วา!
เธอได้พบเส้นทางกลับแล้ว!
“สำเร็จแล้ว! เด็กน้อย ข้าจะส่งเจ้ากลับไป!”
ในห้วงกาลเวลาอันเงียบสงัด ลู่หยาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แม้แต่เหยาเหยายังสัมผัสได้ถึงสายตาของเทพเซียนที่จับจ้องมา เธอย่อมรู้สึกได้เช่นกัน
วางแผนมาหลายปี วันนี้ในที่สุดก็สมปรารถนา ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจนิ่งเฉยได้ และเรื่องที่เหลือ เด็กน้อยอยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ดังนั้น ลู่หยาจึงไม่พูดอะไรมาก เห็นเขาค่อยๆกางปีก กวาดไปในความว่างเปล่า ประตูแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้น
ณ ที่นี้ พลังของเขาไม่ถูกห้ามอีกต่อไป การเปิดช่องว่างของมิติสำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
“งั้นฉันกลับก่อนนะ” เหยาเหยาพยักหน้า ก้าวเท้าเล็กๆเตรียมจากไป
ขณะใกล้จะก้าวผ่านประตู จู่ๆนึกอะไรขึ้นได้ เธอหันกลับมาถาม “นกน้อย เธอจะกลับมาอีกไหม?”
แม้ว่าเธอจะยังเด็ก แต่ก็ฉลาดมาก เธอสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะจากไปของลู่หยา ดวงตากลมโตฉายแววอาลัยอาวรณ์
แม้ว่าเจ้านกน้อยจะชอบโอ้อวด แต่เขาก็ช่วยเหลือเธอมามากมาย ถ้าต่อไปไม่ได้เจอกันอีก เธอคงเสียใจมาก
“ไม่ต้องกังวลไป ข้ากับเจ้าจะได้เจอกันอีกแน่นอน” ลู่หยาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องที่จะจากไป
ต้องรู้ว่าเขาเป็นผู้เตรียมบรรลุเซียน การที่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในโลกใบเล็กเช่นนี้ มันรู้สึกอึดอัดมาก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะภารกิจ จึงต้องอดทน
ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว เขาย่อมอยากกลับไป แม้จะชอบเด็กน้อยมาก แต่มันก็จะไม่ฝืนตัวเองเพื่อคนอื่น
อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกัน เมื่อเทพเซียนกลับมา คงจะเรียกเหยาเหยาเข้าพบในไม่ช้า ส่วนลู่หยาก็อาศัยอยู่ในวังของเทพเซียน
เมื่อถึงเวลานั้น การพบเจอกันก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อเห็นอีกฝ่ายปล่อยวางได้เช่นนี้ เหยาเหยาก็ไม่กล้าทำตัวเก้อเขินอีก
“งั้น...งั้นฉันไปแล้วนะ นกน้อย เธอต้องมาหาฉันนะ ฮือๆๆ!”
เธอก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบหนี ก้าวเข้าไปในประตู ร่างของเธอก็หายไปจากที่เดิม
ประตูมิติค่อยๆปิดลง ลู่หยาก็ละสายตา อ้าปากพ่นเปลวสุริยันทองออกมา
ครั้งนี้ เปลวเพลิงไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีผู้ใด แต่กลับตกลงบนขนของตัวเอง แล้วในชั่วขณะต่อมาเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้น
ลู่หยาไม่รู้สึกเจ็บปวด ตรงกันข้าม บนใบหน้ากลับมีความรู้สึกผ่อนคลายราวกับเกิดใหม่จากกองเพลิง ร่างกายของเขากลายเป็นทะเลเพลิงไปพร้อมกับเปลวไฟ
เปลวไฟลุกโชน เปลวสุริยันทองคือเปลวเพลิงอันดับหนึ่งของโลก แม้ไม่มีเชื้อเพลิงก็สามารถลุกไหม้อยู่ได้ไม่มีวันดับ
เมื่อความว่างเปล่ากำลังจะถูกเผาไหม้โดยเปลวสุริยันทอง ก็มีเสียงนกแหลมดังออกมาจากกองเพลิง นกขนาดใหญ่ที่สามารถบดบังท้องฟ้าก็บินขึ้นมา
มันมีรูปร่างคล้ายอีกา แต่มีสามขา ปีกสีทองกวาดผ่านความว่างเปล่า กฎเกณฑ์ของสวรรค์และโลกต่างก็หลีกทาง
นกตัวนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือร่างจริงของลู่หยา หรืออีกาทองสามขา ก่อนหน้านี้ร่างของอีกาเป็นเพียงรูปลักษณ์หลังจากถูกผนึก ตอนนี้คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขา
ในขณะนี้ เขาหลุดพ้นจากผนึกไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด แต่เพื่อการนำทางครั้งสุดท้าย
เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่เหยาเหยาทำเมื่อครู่เป็นเพียงขั้นตอนที่สอง เพื่อให้พลังของเทพเซียนสามารถลงมาได้อย่างรวดเร็ว เขายังต้องทำขั้นตอนสุดท้าย
เขาเปล่งเสียง อ้าปากพ่นเลือดสีแดงสดออกมาเป็นก้อน จิตใจกับร่างกายเคลื่อนไหวพร้อมกัน ก้อนเลือดนั้นแยกตัวและรวมตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็รวมตัวกันเป็นยันต์โลหิต
ในวินาทีที่มันก่อตัวขึ้น ประตูทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น ตามด้วยแรงมหาศาล ประตูก็เปิดออกทันที...
ภายในประตูที่กำลังหมุน ราวกับเชื่อมต่อกับดินแดนอันไร้ที่สิ้นสุด ในช่วงแรกไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
แต่หลังจากผ่านไปหลายลมหายใจ สิ่งแปลกประหลาดก็เริ่มกระโดดออกมา...
จบตอน
Comments
Post a Comment