weiwei ep611-620

ตอนที่ 611: คนโง่มักกระเป๋าหนัก


หลังออกจากที่ว่าการอำเภอแล้ว หลินเว่ยเว่ยก็ตรงไปที่คอกเลี้ยงวัวทันที ตอนนี้คอกวัวเป็นแค่เพิงไม้ธรรมดาเท่านั้น คอกวัวกำลังสร้างเหมือนคอกหมูและคอกกระต่าย โดยพวกมันถูกสร้างโดยอิฐ…ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ต่างพูดอย่างติดตลกว่า ‘คอกเลี้ยงวัวของที่ว่าการอำเภอยังดีกว่าบ้านของคนมากโข ! บ้านเรือนในอำเภอหนิงซีต่างสร้างด้วยดินทั้งนั้น และนับตั้งแต่ภรรยานายอำเภอคนปัจจุบันเข้ามาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหางานทำอีกแล้ว’


เนื่องจากภรรยานายอำเภอคนปัจจุบันยังทุ่มเงินซื้อต้นลูกท้อ ต้นสาลี่ ต้นผลซิ่ง เถาองุ่น ต้นซานจาและต้นผลไม้อื่นๆ อย่างมากสุดก็ปลูกไปสามปีถึงจะออกผลให้เห็น ด้วยเหตุนี้พวกชาวบ้านจึงพากันขุดต้นผลไม้ที่ไม่ออกผลในบ้าน หรือต้นที่ให้ผลรสชาติไม่ดีออกมาทั้งหมด เพื่อลองดูว่าพวกมันจะหาเงินกลับเข้าบ้านได้หรือไม่


คาดไม่ถึงว่าภรรยานายอำเภอจะไม่ปฏิเสธ เพราะไม่ว่ารสชาติอย่างไรก็รับซื้อไว้ทั้งหมด…จนมีคนนินทาลับหลังนางว่า ‘คนโง่มักกระเป๋าหนัก’ ผ่านไปไม่นาน ในสวนผลไม้ของหลินเว่ยเว่ยก็มีต้นผลไม้มากกว่า200ต้นแล้ว ซึ่งในบรรดาพวกมันดูเหมือนต้นลูกท้อ ต้นสาลี่และต้นผลซิ่งจะมีมากที่สุด


ขณะมองต้นผลไม้ที่ยืนต้นคดเคี้ยวไปมาต้นแล้วต้นเล่า หลิวว่ายจื่อก็.อดไม่ได้ที่จะถามว่า “นายหญิง ต้นไม้พวกนี้พอเห็นก็รู้แล้วว่ารสชาติไม่ดี แล้วรับซื้อมาทำไมหรือ ?”


“รสชาติไม่ดีก็เอาไปทำผลไม้อบแห้งหรือผลไม้เชื่อมในโถกระเบื้องเคลือบได้ !” หลินเว่ยเว่ยคำนวณไว้ในใจแล้วว่าฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะต้องตอนกิ่งส่วนหนึ่งให้เสร็จ ส่วนที่ออกผลแล้วก็ส่งไปที่โรงงานแปรรูป แค่นี้กิ่งตอนชุดแรกก็น่าจะออกผลได้ในอีกสามปีข้างหน้า นอกจากนี้นางไม่เชื่อว่าผลไม้ที่รดด้วยน้ำพุวิญญาณจะมีรสชาติแย่ ! ผลไม้ในห้วงมิติก็มีรสชาติดีหมดไม่ใช่หรือ ? ขนาดผลก็ใหญ่ ! สวนผลไม้แห่งนี้จะไม่ใช่สวนผลาญเงิน แต่ต้องทำเงินเพิ่มได้กว่าเดิมแน่นอน !


“พี่รอง พี่รอง! ต้าไป๋ของข้าคลอดลูกกระต่ายออกมาหนึ่งครอก กระต่ายขาว8ตัว แล้วก็มีสีผสมกันถึง5ตัว!” เจ้าหนูน้อยวิ่งออกมาจากเรือนหลังที่ว่าการอำเภอด้วยความตื่นเต้น


แม้เดินทางมายังอำเภอหนิงซีก็ไม่ลืมที่จะขยายกิจการเพาะเลี้ยงกระต่ายของตน เขาเลือกกระต่ายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ออกมาจากคอกสองสามคู่แล้วใส่กรงมาด้วย ตอนนี้อยู่ในกรงของเรือนหลังที่ว่าการอำเภอ รอให้คอกกระต่ายเสร็จเมื่อใด เขาก็จะย้ายกระต่ายมาไว้ !


หลินเว่ยเว่ยเคาะศีรษะน้อยๆของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งสนใจลูกกระต่ายเหล่านั้นของเจ้า พรุ่งนี้ต้องไปเข้าสำนักศึกษาแล้ว กระเป๋าหนังสือกับพวกเครื่องเขียนเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง ?”


“เตรียมไว้หมดแล้ว พี่รอง ข้าอายุ8ขวบแล้วนะ ท่านอย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็กน้อยได้หรือไม่ !” เจ้าหนูน้อยดึงกระโปรงของพี่สาวแล้วแกว่งเบาๆ…เจ้าตัวน้อยชอบทำตัวขี้อ้อน แล้วยังกล้าบอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กน้อยอีกหรือ ?


“เจ้ากับเสี่ยวร่างไปเรียนกันหมด แล้วกิจการเลี้ยงกระต่ายจะทำอย่างไร ?” หลินเว่ยเว่ยขยี้ผมเจ้าหนูน้อยพร้อมถามเขา


เจ้าหนูน้อยวางแผนไว้แล้ว “สำนักศึกษาของฝั่งนี้เรียนแค่ครึ่งวัน ข้าคุยกับเด็กไม่กี่คนในหมู่บ้านคนบาปไว้แล้ว พวกเขาจะเกี่ยวหญ้าให้กระต่าย ส่วนข้าเป็นคนรับซื้อ ! ตอนเช้าข้าไปให้อาหารหนึ่งครั้ง ตอนกลางวันพอเลิกเรียนมาแล้วค่อยให้อีกรอบและทำความสะอาดคอกกระต่าย ตอนบ่ายออกไปเกี่ยวหญ้ากระต่ายแล้วตอนเย็นค่อยกลับมาให้อีกรอบ…ตอนกลางคืนค่อยอ่านตำรากับพี่เขยรอง1ชั่วยาม…พี่รอง แผนของข้าไม่เลวใช่ไหม ?”


หลินเว่ยเว่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนกลางคืนนั้นคอกกระต่ายของเจ้าไม่มีคนอยู่ดู กลัวว่าจะมีคนขโมยไปหมดคอกกระมัง !”


เจ้าหนูน้อยตกตะลึงทันใด เขาเกาศีรษะขณะพูด “ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะจ้างคนมาช่วยเฝ้าคอกกระต่ายสักสองคนดีหรือไม่ ? แล้วก็เลี้ยงสุนัขฉลาดอย่างเจ้าดำอีกสักสองตัว น่าจะ…ไม่มีปัญหาอะไรแล้วกระมัง ?”


ตอนที่คอกกระต่ายของเจ้าหนูน้อยสร้างเสร็จก็มีข่าวเรื่องการทำลายรังโจรภูเขาสำเร็จ ใครจะไปคาดคิดว่า หมู่บ้านทรุดโทรมบนหุบเขาจะเป็นที่ซ่องสุมของพวกโจรมือฉมัง ? พูดกันว่าเมื่อสตรีในหมู่บ้านนั้นหันมาจับดาบก็ดุดันยิ่งกว่าบุรุษเสียอีก แม้แต่เด็กน้อยก็ยังสามารถทำร้ายขาของเจ้าหน้าที่ทางการซึ่งไม่ทันระวังได้เลย…


ในถ้ำที่ห่างออกไปไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งนั้นได้ซุกซ่อนทรัพย์สมบัติที่พวกโจรภูเขาปล้นชิงมามากมายและยังมีข้าวสารที่พวกพ่อค้าหาซื้อส่งให้ที่ว่าการอำเภอด้วย ตามการตรวจสอบแล้วพบว่ามีโจรแฝงอยู่ในทุกสายอาชีพของอำเภอหนิงซี รวมถึงหัวหน้างานในที่ว่าการอำเภอคนหนึ่งด้วย…มีคนวงในอยู่นี่เอง เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเวลาออกไปทำลายรังโจรถึงได้ล้มเหลวทุกที !


หลังกำจัดโจรภูเขาได้แล้ว ชาวบ้านหนิงซีก็ปรบมือชื่นชมดังสนั่น เพราะโจรภูเขาพวกนี้ไม่เพียงปล้นทรัพย์สินของพ่อค้าเท่านั้น แม้แต่หมู่บ้านที่อยู่รอบๆ ก็ยังไม่ปล่อยไปด้วย โดยเฉพาะภัยแล้งเมื่อสองปีก่อน มีข้าวสารบรรเทาทุกข์ที่ทางการแจกของบางหมู่บ้านถูกขโมยไป ทำให้ผู้คนต้องอดตายเป็นจำนวนมาก ในมือของโจรภูเขาพวกนี้มีชีวิตผู้บริสุทธิ์อยู่แทบทั้งสิ้น ส่งตัวไปทำงานหนักที่บ่อเกลือ ถือว่าทำให้พวกมันสบายเกินไปด้วยซ้ำ !


คราวนี้นายอำเภอเป็นคนริเริ่มความคิดในการปราบปราม เขาร่วมมือกับกองทหารรักษาการณ์เมืองหนิงซี รังโจรก็เป็นท่านนายอำเภอที่พบก่อน พวกชาวบ้านต่างพูดว่านายอำเภอกำจัดภัยร้ายให้ราษฎร ! ชื่อเสียงของนายอำเภอจึงเริ่มโด่งดังขึ้นในเขตอำเภอหนิงซี ! คำสั่งของเขาก็ค่อยๆได้รับการยอมรับและปฏิบัติตามอย่างราบรื่น


โดยเฉพาะเรื่องแผ้วถางที่ดิน ตอนแรกพวกชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือกันสักคน แต่ตอนนี้เริ่มถางพื้นที่รกร้างแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่หมู่บ้านคนบาป


เฉินหยุนออกเช้ากลับดึกทุกวันและเขามักจะต้องผ่านแปลงปลูกข้าวโพดของภรรยานายอำเภอคนปัจจุบันทั้งสิ้น อำเภอหนิงซีฝนน้อยพายุทรายเยอะ หนึ่งเดือนที่ผ่านมามีฝนห่าเดียวในตอนที่เพิ่งหว่านข้าวโพดเสร็จเท่านั้น แต่เมล็ดข้าวโพดของท่านภรรยานายอำเภอกลับมีใบเขียวสด ลำต้นหนาอวบจนมองไม่ออกว่ากำลังปลูกอยู่ในดินทราย


นายอำเภอบอกว่าใครเป็นคนบุกเบิก ที่ดินก็จะเป็นของคนนั้นและภายในสามปีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษีที่ดิน เมื่อเป็นเช่นนี้คนในหมู่บ้านคนบาปก็จะได้มีที่ดินเป็นของตัวเองเช่นกัน ! นอกจากซ่อมคลองแล้ว นายอำเภอยังคิดจะขุดอ่างเก็บน้ำด้วย ที่ดินของฝูเหรินอยู่ใกล้หมู่บ้านคนบาป นายอำเภอรักใคร่ภรรยา ดังนั้นอ่างเก็บน้ำนี้จะต้องสร้างให้ภรรยาสะดวกใช้และอยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านคนบาปแน่นอน ! ทุกอย่างเอื้ออำนวยขนาดนี้แล้วเหตุใดพวกเขาถึงจะไม่แผ้วถางที่ดินบ้างเล่า ?


หมู่บ้านคนบาปไม่มีผู้ใหญ่บ้าน แต่ในหมู่บ้านตะวันออกและตะวันตกก็ถือว่ามีไม่กี่ครัวเรือนที่จะเป็นผู้นำได้บ้าง ในเย็นวันหนึ่งเฉินหยุนเรียกครอบครัวไม่กี่หลังในหมู่บ้านคนบาปมารวมตัวกันแล้วเล่าเรื่องแผ้วถางที่ให้ทุกคนฟัง ก่อนจะตัดสินใจในวันนั้นเลย…ทุกอย่างเอื้ออำนวย มาลงมือกันเถิด !


คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านคนบาปล้วนออกไปเป็นแรงงานช่วยซ่อมแซมคลอง พวกผู้หญิงในหมู่บ้านจึงพาเด็กๆออกไปแผ้วถางที่ดินด้วยความยากลำบาก พวกนางเลียนแบบวิธีของภรรยานายอำเภอคือถางหญ้าในที่ดินก่อน จากนั้นค่อยเผาแล้วพรวนดินฝังกลบ


งานยากที่สุดในการถางที่ดินคือการพรวนดิน แม้ว่าจะเป็นแรงของผู้ชาย แต่อย่างมากสุดก็พรวนได้วันละหนึ่งถึงสองหมู่เท่านั้น แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงที่อ่อนแอ ?


พอหลินเว่ยเว่ยเห็นแบบนั้นแล้วก็ชื่นชมในความกล้าที่จะดิ้นรนพลิกชะตาชีวิตของชาวหมู่บ้านคนบาป นางจึงพูดกับชายชราที่เลี้ยงวัวอยู่ว่า “วัวในคอกเรายังว่างงานอยู่ ถ้าอย่างไรเอาออกไปปล่อยเช่าให้พวกชาวบ้านไถพรวนที่ดินกันเถิด…”


เฉินเหล่าฮั่น ท่านปู่ของเฉินหยุนถอนหายใจ “ฝูเหริน ไฉนเลยในมือของพวกชาวบ้านจะมีเงินมาเช่าสัตว์ทุ่นแรงขอรับ…”


หลินเว่ยเว่ยครุ่นคิดก่อนจะพูดว่า “ไม่มีเงินก็ลงบัญชีไว้ก่อนได้ พอเก็บเกี่ยวในปีหน้าแล้วค่อยใช้พวกข้าวสารอาหารแห้งคืนมา ! เช่าวัวหนึ่งตัวต่อหนึ่งวันจ่ายเป็นธัญพืชหยาบ2ชั่ง ท่านปู่เฉิน ท่านเขียนอักษรเป็นใช่หรือไม่ ? ถ้าอย่างไรเรื่องเช่าวัวคงต้องรบกวนท่านแล้ว !”


ตอนที่ 612: แลกกับป้ายทองอาญาสิทธิ์เว้นโทษตาย?


ตอนนี้คนในสกุลเฉินมีบุตรชายของเฉินเหล่าฮั่นกับหลานชายอีกสองคน จึงนับเป็นแรงงานสามคน บุตรชาย หลานชายคนโตและเฉินหยุนหลานชายคนเล็กล้วนไปทำงานซ่อมแซมคลองของทางการในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนยังต้องใช้เวลามาแผ้วถางที่ดินอีก2ชั่วยาม หากไม่เช่าสัตว์ทุ่นแรง พื้นที่รกร้างไม่กี่หมู่นั้นก็ต้องบุกเบิกไม่เสร็จก่อนฤดูหนาวแน่นอน !


หลังครุ่นคิดแล้วเฉินเหล่าฮั่นก็กัดฟันยอมเช่าวัว ! ธัญพืชหยาบวันละ2ชั่ง เช่าสิบวันถึงครึ่งเดือนก็ต้องใช้ธัญพืชหยาบแค่ไม่กี่สิบชั่ง สามปีหลังจากนี้ไม่ต้องจ่ายภาษีอีกด้วย แล้วยังจ่ายคืนไม่ไหวอีกหรือ ?


บ้านของเฉินเหล่าฮั่นถางที่ดินทั้งหมด10หมู่ บุตรชายและหลานชายคนโตลาหยุดสองวัน หลังเช่าวัว2ตัวมาจากภรรยานายอำเภอแล้วก็ใช้คันไถล้อคู่พรวนดินในไร่ ภายใต้การแนะนำของหลินเว่ยเว่ยคือในที่ดิน10หมู่ให้แบ่งมาปลูกผักกาดขาว3หมู่ หัวไชเท้า2หมู่…พอฤดูหนาวมาถึง แม้ยังเป็นต้นอ่อนของผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าก็ยังช่วยประหยัดอาหารได้มาก…


หลังปลูกข้าวโพดแล้ว หลินเว่ยเว่ยก็เปิดพื้นที่ดินดำเพิ่มอีก100กว่าหมู่เพื่อปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวลงไป


เป็นอย่างที่เฉินหยุนคาดไว้ว่าอ่างเก็บน้ำถูกขุดใกล้ที่ดินของหลินเว่ยเว่ยและยังอยู่ใกล้หมู่บ้านคนบาปฝั่งตะวันออกด้วย หลินเว่ยเว่ยใช้โอกาสนี้แผ้วถางที่ดินรกร้างใกล้อ่างเก็บน้ำ เพื่อเตรียมไว้ลองปลูกข้าวขาวในปีหน้า…นางเป็นมารดาแห่งข้าว ดังนั้นต้องรีบลงมือหน่อย !


ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ฤดูหนาวมาเยือน ขณะที่อ่างเก็บน้ำบริเวณใกล้หมู่บ้านคนบาปกำลังจะสร้างเสร็จ ข้าวโพดเกือบหนึ่งพันหมู่ที่หลินเว่ยเว่ยปลูกไว้ก็เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว พวกหมู่บ้านหลายแห่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียงล้วนมองดูฝักข้าวโพดที่อวบและยาวด้วยแววตาอิจฉาริษยาและตื่นเต้น…


อิจฉาริษยาที่ผลผลิตข้าวโพดได้ออกมาสูงถึงขนาดนี้ พื้นที่นับพันหมู่ผลิตอาหารออกมาได้ตั้งเท่าไร ! ถ้าเป็นพวกตน ชาติหนึ่งก็ยังกินไม่หมด ! อย่างน้อยผลผลิตในหนึ่งหมู่ก็น่าจะมีถึงสี่ร้อยห้าร้อยชั่งได้กระมัง ? พวกเขาไม่เคยเห็นพืชผลที่ให้ผลผลิตสูงขนาดนี้มาก่อน !


ส่วนเรื่องที่ตื่นเต้นคือท่านฝูเหรินนายอำเภอบอกว่าต่อไปข้าวโพดพวกนี้จะถูกแบ่งขายเมล็ดพันธุ์ หากบ้านไหนสถานการณ์ยากลำบากจริงๆ ก็ลงบัญชีไว้ก่อนได้ หลังจากเก็บเกี่ยวในปีหน้าเสร็จแล้วค่อยเอามาคืนเป็นธัญพืชหยาบ !


นี่คือผลผลิตของที่ดินเพิ่งบุกเบิก ถ้าเป็นพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ผลผลิตจะต้องสูงกว่าเดิมแน่นอน ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรอบๆ ต่างพากันมาเป็นแรงงานชั่วคราว พอรู้ว่าในหนึ่งไร่ไม่จำเป็นต้องใช้เมล็ดข้าวโพดมากสักเท่าไร พวกเขาก็คิดว่าใช้ธัญพืชหยาบไม่กี่ชั่งสำหรับได้ผลผลิตหลายร้อยชั่งก็ช่างคุ้มค่า…เหมือนพวกเขาจะเห็นภาพที่ตัวเองได้กลิ้งอยู่บนกองธัญพืชหยาบอย่างสนุกสนานแล้วด้วย


ภรรยานายอำเภอเป็นพระโพธิสัตว์เดินดินอย่างแท้จริง เอาเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงมาด้วย แต่ไม่เก็บไว้ใช้คนเดียว ยังยอมแบ่งให้พวกเขา! เมื่อมีเมล็ดพันธุ์เช่นนี้แล้ว ต่อไปพวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง!


ตอนเก็บเกี่ยวข้าวโพด หลินเว่ยเว่ยพบว่านอกจากคนงานชั่วคราวที่นางจ้างแล้ว ยังมีคนแปลกหน้าอีกไม่น้อย หลินเว่ยเว่ยขมวดคิ้วทันที…หรือจะมาเพื่อแย่งธัญพืชหยาบ ?


หลีชิงพาทหารองครักษ์ตำหนักหมินอ๋องสองสามนายไปจับชาวบ้านคนหนึ่งมาสอบถาม จึงได้รู้ว่าคนพวกนี้อาสามาช่วยงาน เพราะหวังว่าจะได้เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของภรรยานายอำเภอและผู้ดูแลหลิว จากนั้นตอนต้นฤดูใบไม้ผลิจะได้มีเมล็ดพันธุ์ของพวกตนด้วย…


เมื่อมีคนพวกนี้แล้ว ข้าวโพดพันหมู่ของหลินเว่ยเว่ยก็เก็บเกี่ยวไปได้อย่างราบรื่น ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีสภาพอากาศร้อนจัด มันมีประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือธัญพืชตากแล้วแห้งเร็ว ซ้ำยังไม่ต้องกังวลว่าจะขึ้นรา…


เพราะตอนเก็บเกี่ยวข้าวโพดมีชาวบ้านอาสาช่วยงาน ฝูเหรินนายอำเภอจึงให้คนจดชื่อแซ่กับหมู่บ้านของพวกเขาไว้และถามว่าคิดจะปลูกข้าวโพดกี่หมู่ ด้วยเหตุนี้ตอนแกะเมล็ดข้าวโพดจึงมีพวกสาวๆป้าๆ และหญิงชราจากหมู่บ้านข้างเคียงมาแสดงตัวว่าอยากช่วยทำงาน


หลินเว่ยเว่ยคัดข้าวโพดพิเศษมา5หมู่ หลังจากข้าวโพดแต่ละหมู่ถูกเก็บมาแล้วก็จะแบ่งกองกันไว้ คนมาช่วยงานเยอะจึงแกะเสร็จในวันเดียว เมื่อนำตราชั่งใหญ่มาชั่งแล้วพบว่าหนึ่งหมู่จะได้ผลผลิตอยู่ที่500ชั่ง ต้องทราบก่อนว่าในภาคตะวันตกเฉียงเหนือถ้าได้200ชั่งก็ถือว่าเป็นผลผลิตที่สูงมากแล้ว !


ข่าวแพร่ไปทั่วอำเภอหนิงซี คนที่มาช่วยงานจึงมีมากกว่าเดิม ! ข้าวโพดที่ถูกเก็บกลับมา ไม่จำเป็นต้องใช้คนงานชั่วคราวแล้ว หลังทุกอย่างเสร็จแล้วก็ลากเข้าเก็บไว้ในคลังของที่ว่าการอำเภอและมีผู้คุ้มกันของทางการคอยเฝ้า…นี่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงซึ่งเป็นความหวังอันไร้ขีดจำกัดของอำเภอหนิงซี ดังนั้นความรับผิดชอบจึงหนักอึ้งทันที !


หลังจากหมินอ๋องรบชนะหนึ่งสนามศึกกลับมาแล้วก็ขอลาหยุดสองสามวันเพื่อมาขอคำชมจากหมินหวางเฟย…หลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ชาวหุยเหอก็เริ่มทำตัวไม่ดี ภายในหนึ่งเดือนกองทัพทั้งสองจึงทำศึกกันไม่น้อยกว่า5รอบแล้ว


หลินเว่ยเว่ยได้ยินฟู่หวางคุยโวว่าพระองค์รบเก่งขนาดไหน จึง.อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ฟู่หวาง เหตุใดพระองค์ถึงไม่กำราบพวกมันในคราเดียวเลยล่ะเพคะ ?”


หมินอ๋องเบิกดวงเนตรกว้างในทันที “หากทำพวกมันขลาดกลัวภายในสนามเดียว แล้วจะใช้พวกมันมาฝึกทหารของเราได้อย่างไร ? พวกหุยเหอก็มีประโยชน์ที่ตรงนี้ ! จริงสิ พ่อได้ยินว่าเจ้าทำการเกษตรได้ร้ายกาจมาก พื้นที่หนึ่งหมู่ได้ผลผลิตถึง500ชั่ง เป็นเรื่องจริงหรือ ? จำนวนนี้คงไม่ได้คุยโวขึ้นมาหรอกกระมัง ?”


หลินเว่ยเว่ยแยกเขี้ยวใส่ “ฟู่หวาง ในสายพระเนตรเห็นลูกเป็นคนชอบคุยโวโอ้อวดหรือเพคะ ? ปลอมแปลงตัวเลขไม่ไหวหรอก มันคือความจริงสุดๆไปเลยเพคะ ! ปีนี้ฝนตกน้อย จำนวนนี้ยังถือว่าต่ำ ! พระองค์รอดูเถิด ปีหน้าลูกจะต้องทำให้ได้เกิน600ชั่งเลยเพคะ !!”


หมินอ๋องยกนิ้วหัวแม่มือให้นาง “มีความทะเยอทะยาน ! จริงสิ เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นของเจ้าไม่ต้องขายแล้ว เก็บไว้ให้กองทัพดีกว่า พ่อเขียนฎีกาถึงฮ่องเต้แล้ว ขอพระองค์อนุญาตให้ค่ายทหารและครอบครัวทหารมาตั้งถิ่นฐานกันที่นี่ พอปัญหาปากท้องของคนในกองทัพคลี่คลายแล้ว มันก็จะช่วยบรรเทาแรงกดดันให้คลังหลวงไม่ใช่หรือ ?”


หมินหวางเฟยทอดพระเนตรนางเฝิงที่กำลังปักชุดกระโปรงให้ลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม หลังได้ยินแบบนั้นแล้ว นางก็เงยดวงพักตร์เพื่อทอดพระเนตรสวามี “กองทัพตั้งรกรากที่นี่ ? พระองค์ไม่กลัวฮ่องเต้หวาดระแวงหรือเพคะ ?”


หมินอ๋องแย้มพระสรวล “คราวนี้ข้ามาเพื่อคุมทหาร แต่จุดประสงค์หลักคือมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้ากับบุตรสาว และยังถือโอกาสฝึกทหารให้ฮ่องเต้ด้วย หลังรอให้บุตรเขยได้กลับเมืองหลวงแล้ว ข้าก็ค่อยคืนตราอาญาสิทธิ์เคลื่อนทัพแล้วกลับไปมีชีวิตรุ่งเรืองที่เมืองหลวง ! ส่วนเรื่องให้ทหารมาตั้งรกรากและทำนา ก็แค่ทำแทนฮ่องเต้เท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองสักหน่อย ขุนนางดีๆที่ยอมทำงานหนักและไม่ยึดติดกับอำนาจอย่างข้า แม้พระองค์จะจุดตะเกียงตามหาก็ยังหาคนที่สองได้ยากยิ่ง ! ระแวงก็ระแวงไปสิ อย่างมากสุดก็วางอาวุธแล้วไปทำนา ชีวิตที่มีภรรยาและลูกๆอยู่ด้วยก็ดีจะตายไป !”


หลินเว่ยเว่ยคลี่ยิ้ม “รอให้ลูกปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่ให้ผลผลิต1พันชั่งต่อหมู่ขึ้นมาได้เมื่อใด ลูกจะใช้มันแลกกับป้ายทองอาญาสิทธิ์เว้นโทษตาย ! พอถึงเวลานั้นขอแค่ตระกูลเราไม่คิดกบฏ ก็รักษาความปลอดภัยให้วงศ์ตระกูลได้แล้วเพคะ !”


หมินอ๋องแย้มพระสรวลดังลั่น “เจ้าคุยโวไปเถิด ! 1พันชั่งต่อหมู่ มีแต่เจ้าเท่านั้นที่กล้าคิด !”


“ความฝันจำเป็นต้องมี ถ้ามันสำเร็จขึ้นมาล่ะเพคะ ?” ชาติก่อน ข้าวโพดมีผลผลิต1พันชั่งได้อย่างไร ? พอนึกถึงปุ๋ยและเทคโนโลยีที่เวลานี้เทียบไม่ติดแล้ว นางต้องคิดทำให้ได้ ! นางไม่เพียงจะปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเท่านั้น แต่ข้าวสาลีและข้าวขาวก็ยังจะปรับปรุงด้วยเช่นกัน ด้วยความเชี่ยวชาญของนางและตัวโกงอย่างน้ำพุวิญญาณแล้ว ความฝันของนางจะต้องเป็นจริงแน่นอน !


ทางฝั่งที่ว่าการอำเภอ หย่งโจวจือโจว (ขุนนางขั้นห้า) มากดดันเจียงโม่หาน “นายอำเภอเจียง เจ้าได้เมล็ดพันธุ์ดีๆมา แต่กลับซ่อนเอาไว้ใช้เอง มันจะดูผิดธรรมเนียมเกินไปหน่อยกระมัง !”


อำเภอหนิงซีขึ้นตรงกับเมืองหย่งโจว เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้านายแล้ว เจียงโม่หานก็ไม่ทำตัวต้อยต่ำหรือสูงศักดิ์แต่อย่างใด เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบาย “ข้าน้อยไม่เข้าใจเรื่องที่หยางจือโจวกำลังพูดถึงขอรับ !”


หยางจือโจววางถ้วยชาในมือลงแล้วมองเขาพร้อมรอยยิ้มคลุมเครือ “นายอำเภอเจียงคงไม่ได้จะบอกว่าไม่ทราบเรื่องที่ภรรยาของเจ้าบุกเบิกที่ดินปลูกข้าวโพดแล้วได้ผลผลิตมาเท่าไรหรอกกระมัง ?”


ตอนที่​ 613: เด็กน้อย​ ดู​สิว่า​เจ้าจะหา​ข้ออ้าง​อย่างไร​


“หยาง​จือ​โจว​ ท่าน​เอง​ก็​พูดว่า​นั่น​เป็น​ที่ดิน​ซึ่งภรรยา​ของ​ข้าน้อย​บุกเบิก​เพื่อ​หาเงิน​เล็ก​ๆน้อย​ๆ แม้ข้าน้อย​จะมีชาติกำเนิด​ต่ำต้อย​ แต่​ไม่ได้​แปล​ว่า​ต้อง​เอา​ทรัพย์สิน​ภรรยา​มาเป็น​ของ​ตัวเอง​…” ความหมาย​ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​ประมาณ​ว่า​เมล็ด​ข้าวโพด​นี้​ได้​มาจาก​งานอดิเรก​ของ​ภรรยา​ ดังนั้น​จึงไม่ได้​เกี่ยวข้อง​กับ​เขา​เลย​สักนิด​


หยาง​จือ​โจว​พูด​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ “นายอำเภอ​เจียง​ ผู้มีอำนาจ​ไม่พูดเป็นนัย​ ! ข้า​จะขอ​ซื้อ​เมล็ด​ข้าวโพด​เหล่านี้​ !”


“ท่าน​อยาก​ซื้อ​ ข้า​ก็​ต้อง​ขาย​ให้​งั้น​หรือ​ ! ใน​ฐานะ​ขุนนาง​ของ​ราชสำนัก​แล้ว​ หยาง​จือ​โจว​คง​ไม่อยาก​ฝ่าฝืนกฎหมาย​ ทำ​เรื่อง​บีบบังคับ​ให้​ค้าขาย​หรอก​กระมัง​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ถือ​ขนม​ที่​เพิ่ง​อบ​ใหม่​เข้ามา​ เดิมที​ขนม​พวก​นี้​จะใช้ต้อน​รับแขก​ แต่​ดู​จาก​สถานการณ์​ตอนนี้​แล้ว​ แม้จะต้อง​เอา​ไป​ให้​เจ้าดำ​ นาง​ก็​ไม่มีทาง​ยก​ให้​ขุนนาง​ปาก​สุนัข​กิน​แน่นอน​ !


หยาง​จือ​โจว​พูด​ด้วย​ท่าทาง​สง่างาม “ข้า​เหมา​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​พวก​นี้​ไป​ก็​ไม่ได้​ทำ​เพื่อ​ตัวเอง​ แต่​ทำ​เพื่อ​ราษฎร​ใน​หย่ง​โจว​…”


“บังเอิญ​เสีย​จริง​ ! เมล็ด​ข้าวโพด​พวก​นี้​ข้า​ก็​ไม่ได้คิด​จะเก็บ​ไว้​ใช้เอง​ ทั้งหมด​นี้​จะถูก​ยก​ให้​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี ผู้ดูแล​หลิว​ เอา​บัญชี​จอง​เมล็ดพันธุ์​ของ​พวกเรา​ให้​หยาง​จือ​โจว​ดู​…” หาง​ตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​หลิว​ว่าย​จื่อ​เดิน​เข้า​มาจาก​ข้างนอก​พอดี​ นาง​จึงออกคำสั่ง​กับ​เขา​ทันที​


เจียง​โม่หา​น​เห็น​หยาง​จือ​โจว​ดู​อารมณ์เสีย​ จึงพูดว่า​ “ภายใน​อำเภอ​หนิง​ซีกำลัง​แผ้วถาง​ที่ดิน​เพาะปลูก​ ข้าน้อย​ได้​ส่งม้าเร็ว​ไป​ถึงเมืองหลวง​แล้ว​ เชื่อ​ว่า​ภายใน​อีก​ไม่กี่​วัน​ต้อง​มีพระ​ราชโองการ​ลงมา​แน่​”


“ถ้าเช่นนั้น​…ก็ดี​ !” หยาง​จือ​โจว​แอบ​กัดฟัน​แล้ว​สะบัด​แขน​เสื้อ​เดิน​ออก​ไป​ทันที​


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​กับ​เจียง​โม่หา​น​ว่า​ “หยาง​จือ​โจว​มีเบื้องลึก​เบื้องหลัง​อย่างไร​ เหตุใด​จึงกล้า​พุ่ง​เป้า​มาที่​ข้า​ !”


เจียง​โม่หา​น​หัวเราะ​อย่าง​เย็นชา​ “ตั๊กแตน​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​ กระโดด​ได้​อีก​ไม่กี่​วัน​หรอก​ ! เว่ยเอ๋อร์​ ไม่ต้อง​โมโห​ การ​มาอารมณ์เสีย​เพราะ​คน​แบบนี้​ช่างไม่คุ้มค่า​เลย​ !”


ชาติก่อน​ เขา​ดึง​ขุนนาง​ระดับสูง​ลง​สู่ดิน​ด้วยมือ​ตัวเอง​ ใน​บรรดา​ผู้​ที่​โดน​หางเลข​ก็​มีหยาง​จื้อปิน​อยู่​ด้วย​ หยาง​จื้อปิน​คือ​ชื่อ​ของ​หยาง​จือ​โจว​ ในเวลานั้น​หยาง​จื้อปิน​ได้​เป็น​เจ้าเมือง​ (ขุนนาง​ขั้น​4) แล้ว​


สำหรับ​คน​ผู้​นี้​ ฮ่องเต้​ไม่พอ​พระทัย​มานาน​แล้ว​เช่นกัน​ ดังนั้น​ก็​เอา​หยาง​จื้อปิน​ผู้​นี้​มาเป็น​ของขวัญ​ชิ้น​ใหญ่​ถวาย​แด่​ฮ่องเต้​ดีกว่า​ !


ขณะ​มอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​กำลัง​ก้ม​ดู​บัญชี​ด้วย​ความ​ปวดใจ​ เจียง​โม่หา​น​ก็​ยิ้ม​ออก​…นับตั้งแต่​มาที่​หนิง​ซี แผ้วถาง​ที่ดิน​ หว่าน​เมล็ดพันธุ์​ เก็บเกี่ยว​หรือ​จะเป็นการ​สร้าง​คอก​วัว​ คอก​หมู​ คอก​กระต่าย​…เงิน​ไหล​ออก​เป็น​สายน้ำ​ เมล็ด​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูง สามารถ​ขาย​ออก​ได้​ใน​ราคา​สูง แต่​นาง​เลือก​เก็บ​ไว้​ให้​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี สามารถ​พูด​ได้​ว่า​นับตั้งแต่​มาถึงหนิง​ซี นาง​ไม่มีรายได้​เข้า​เลย​สัก​อีแปะ​ เด็ก​หน้า​เงิน​ตัว​น้อย​จะไม่ปวดใจ​ก็​คง​แปลก​


พูดถึง​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูง เจียง​โม่หา​น​ก็​นึกถึง​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​หลัก​ร้อย​กว่า​หมู่​ของ​ภรรยา​ จึงอด​ไม่ได้​ที่จะ​ถามว่า​ “ฝูเห​ริน​ ข้าวสาลี​ที่​เจ้าปลูก​นั้น​คง​ไม่ได้​เป็น​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงเหมือนกัน​หรอก​กระมัง​ ?”


“ไม่ใช่หรอก​ ! ก็​แค่​เมล็ด​ข้าวสาลี​ที่​ซื้อ​ได้​ตาม​ตัวเมือง​ ถ้าดูแล​ดีๆ​ก็​น่าจะ​ได้​ผลผลิต​หมู่​ละ​200-300ชั่งได้​กระมัง​ ? เพราะ​บุกเบิก​ที่ดิน​เป็น​ปี​แรก​ สารอาหาร​ใน​ดิน​ก็​ยัง​ไม่อุดมสมบูรณ์​…” หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​ความ​เศร้าใจ​เล็กน้อย​ นาง​ไม่ได้​ไร้​สมอง​เสียหน่อย​ สิ่งที่​ทำ​อยู่​ก็​สะดุดตา​มาก​แล้ว​ ถ้ายัง​เอา​เมล็ด​ข้าวสาลี​จาก​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​มาปลูก​อีก​…คนอื่น​คง​มอง​นาง​เป็น​ปิศาจ​แน่​ !


ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ร้อย​กว่า​หมู่นี้​ นาง​แค่​รด​น้ำพุ​วิญญาณ​ลง​ไป​ครั้ง​เดียว​เท่านั้น​ เพื่อ​ปรับ​ให้​เมล็ด​ข้าวสาลี​ต้าน​โรค​และ​ศัตรูพืช​ได้​ ส่วน​ด้าน​ปริมาณ​ของ​ผลผลิต​ อย่า​ไป​พูดถึง​จะดีกว่า​ !


เจียง​โม่หา​น​ “…”


นาง​เข้าใจ​ใน​ปริมาณ​ผลผลิต​ ‘ทั่วไป​’ ผิด​หรือเปล่า​ ? ข้าวสาลี​ที่​ไม่เคย​ได้​ผลผลิต​เกิน​200ชั่งของ​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ แต่​นาง​ปลูก​ออกมา​ได้​200-300ชั่ง แล้ว​ยัง​พูดว่า​ไม่สูงอีก​ ? เอาเถิด​ รอ​ให้​ฤดูร้อน​ของ​ปีหน้า​มาถึงแล้ว​ เขา​ค่อย​คิด​หา​วิธี​ปกปิด​ให้​นาง​แล้วกัน​ ผู้​ที่​มีเจตนาร้าย​จะได้​ไม่พุ่ง​เป้า​มาที่​นาง​


หลัง​เข้าสู่​ฤดูหนาว​ ในที่สุด​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็ได้​พัก​สักที​ แม้คอก​เลี้ยงสัตว์​จะสร้าง​เสร็จ​แล้วแต่​ตอนนี้​ยังมี​เพียง​วัว​20ตัว​และ​ลูก​วัว​น้อย​3ตัว​ที่​เพิ่ง​คลอด​ออกมา​เท่านั้น​ แต่​คอก​กระต่าย​ของ​เจ้าหนู​น้อย​กลับ​มีลูก​กระต่าย​หลาย​ครอก​แล้ว​ ทำให้​นาง​ต้อง​จับ​กระต่าย​ที่​โต​เต็ม​วัย​แล้ว​มาทำเป็น​กระต่าย​เส้น​ !


ห​ยา​เอ๋อร์​ฝึกงาน​กับ​นาง​ได้​สอง​สามเดือน​แล้วจึง​มีคุณสมบัติ​ของ​หลงจู๊​หญิง​ ห​ยา​เอ๋อร์​เข้า​ไปหา​หลิน​เว่ยเว่ย​เพื่อ​บอ​กว่า​ตน​อยาก​เปิดร้าน​ขาย​เมล็ด​คั่ว​ ยัง​เหลือ​เวลา​อีก​สอง​เดือน​ก็​จะปีใหม่​แล้วจึง​เป็นเวลา​ที่จะ​ขาย​เมล็ด​คั่ว​ได้​ปริมาณ​สูงพอดี​จึงไม่อยาก​พลาดโอกาส​ดีๆ​เช่นนี้​ไป​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​นึกถึง​กระเป๋า​เงิน​ที่​แห้งเหี่ยว​ของ​ตน​ คิด​ว่า​จะปล่อย​ให้​เป็น​แบบนี้​ต่อ​ไม่ได้​แล้ว​ ! นาง​ส่งจดหมาย​ถึงหลิว​เอ้อร์​ล่า​ย​เพื่อให้​เขา​หา​ซื้อ​เมล็ด​ทานตะวัน​ เมล็ด​แตง​ ถั่วลิสง​และ​เมล็ด​สน​ จากนั้น​ก็​ขนส่ง​มาทางเรือ​ ส่วน​คอก​เลี้ยงสัตว์​ที่​สร้าง​เสร็จ​แล้วก็​ถูก​นาง​ยืม​มาใช้ชั่วคราว​เพื่อ​ทำเป็น​สถานที่​แปรรูป​พวก​เมล็ด​คั่ว​ต่างๆ​


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ทำเล​ดี​ที่สุด​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​มีร้าน​เมล็ด​คั่ว​เปิด​ขึ้น​ นาม​ว่า​ ‘ร้าน​เมล็ด​คั่ว​หนิง​ซี’ ด้านใน​มีเมล็ด​แตง​หลาก​รสชาติ​ ไม่ว่า​จะเป็น​รส​ห้า​เครื่องเทศ​ รส​นม​ รส​สมุนไพร​ทั้ง​สิบ​สามชนิด​ รส​ถั่ว​สมอง​ รส​คาราเมล​…นอกจาก​ถั่วลิสง​คั่ว​ธรรมดา​แล้วก็​ยังมี​ถั่วลิสง​ห้า​เครื่องเทศ​ ถั่วลิสง​ชุบ​แป้ง​ทอด​ ถั่วลิสง​รส​ประหลาด​และ​อื่น​ๆอีก​มากมาย​


สิ่งที่​ทำให้​ผู้คน​ประหลาดใจ​ที่สุด​คือ​เมล็ด​สน​คั่ว​ใน​ร้าน​นี้​เพราะ​มัน​เป็น​แบบ​ปาก​อ้า​ แค่​บิ​เล็กน้อย​ก็ได้​กิน​เมล็ด​สน​อัน​หอมหวน​แล้ว​…พูด​กัน​ว่า​วิธี​คั่ว​แบบนี้​มาจาก​เขต​เริ่น​อัน​ !


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ร้าน​เมล็ด​คั่ว​ก็​มีสินค้า​ใหม่​เข้ามา​…กระต่าย​เส้น​รส​ห้า​เครื่องเทศ​หรือ​รส​หม่า​ล่า​ก็​มีทั้งสิ้น​ เนื่องจาก​รสชาติ​ดีมาก​จึงเป็นที่นิยม​ของ​ชนชั้นกลาง​และ​ชนชั้นสูง​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี ก่อน​วัน​ปีใหม่​ก็​ถึงขั้น​มี ‘ภาพ​’ คน​มาเข้าแถว​ซื้อ​เนื้อ​กระต่าย​เส้น​ที่​หน้า​ร้าน​เมล็ด​คั่ว​ตั้งแต่​ฟ้ายัง​ไม่สาง


เจ้าหนู​น้อย​ที่​กลับ​มาจาก​สำนักศึกษา​แล้ว​หยิบ​สมุดบัญชี​เล่ม​เล็ก​ของ​ตน​ขึ้น​มาดู​ และ​นับ​ราย​ได้ที่​เข้ามา​ใน​เดือน​นี้​กับ​เสี่ยว​ร่าง​อย่าง​มีความสุข​…ได้​ถึง500ตำลึง​ !


แม่ทัพ​หลิน​มอง​บุตรชาย​คน​เล็ก​นับ​ตั๋วแลกเงิน​รอบ​แล้ว​รอบ​เล่า​ หน้าตา​มีความสุข​นั้น​เหมือน​หนู​ที่​ไป​ขโมย​น้ำมัน​มาไม่มีผิด​ บุตรชายคนโต​พูด​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​อยู่​ด้าน​ข้าง​ “น้อง​สี่กลายเป็น​คน​หน้า​เงิน​อันดับ​สอง​ของ​บ้าน​เรา​แล้ว​ !”


“แล้ว​อันดับ​หนึ่ง​คือ​ใคร​ ?” แม่ทัพ​หลิน​ได้​หยุดพัก​สอง​วัน​ สนามรบ​ครั้งนี้​เทพ​สงคราม​เป็น​ผู้นำ​ทัพ​ ตอนนี้​เขา​จึงกำลัง​นั่งไขว่ห้าง​อยู่​ตรงข้าม​ภรรยา​พลาง​คอย​จับเส้น​ไหมพรม​ให้​และ​มอง​นาง​พัน​เก็บ​เส้น​ไหมพรม​


หลิน​จื่อเหยียน​หันไป​มอง​ทาง​ห้อง​นายอำเภอ​ “ยัง​จะเป็น​ใคร​ได้​อีก​ ? พี่​รอง​ไงเล่า​ขอรับ​ !”


“เจ้าตัวแสบ​ นินทา​อะไร​ข้า​ ? ใน​ปาก​เจ้าจะต้อง​ไม่มีคำพูด​ดีๆ​ออกมา​แน่นอน​ ! ระวัง​ข้า​จะฟ้อง​พี่เขย​รอง​ให้​เขา​เพิ่ม​การบ้าน​เจ้าเยอะ​ๆเลย​ !” หลิน​เว่ยเว่ยยก​ขนม​ที่​เพิ่ง​อบ​ใหม่​เข้ามา​ หลัง​ย่อ​ตัว​ลงนั่ง​บน​เตียง​เตา​แล้ว​นาง​ก็​หยิบ​กางเกง​ไหมพรม​ที่​นาง​หวง​ถัก​ได้​ครึ่งหนึ่ง​ขึ้น​มาถัก​ต่อ​อย่าง​รวดเร็ว​


“พี่​รอง​ พี่​สามบอ​กว่า​ท่าน​หน้า​เงิน​ !” ตัว​ขี้​ฟ้อง​อย่าง​เจ้าหนู​น้อย​รีบ​ทำหน้าที่​ทันที​ เขา​หันไป​แลบลิ้น​ใส่พี่​สาม จากนั้น​ก็​กลับมา​ยัด​ตั๋วแลกเงิน​ของ​ตน​ใส่อ้อมแขน​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ “พี่​รอง​ เงิน​พวก​นี้​ให้​ท่าน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ถามด้วย​ความประหลาดใจ​ “เหตุใด​ให้เงิน​ข้า​ ? ให้​ข้า​เก็บ​แทน​เจ้าเพื่อ​เอาไว้​แต่ง​ภรรยา​ในวันหน้า​หรอก​หรือ​ ?”


แม่ทัพ​หลิน​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เงิน​แต่ง​ภรรยา​ของ​เจ้าสามกับ​เจ้าสี่ พ่อ​เก็บ​ให้​พวกเขา​แล้ว​ ! เงิน​ที่​พวก​เจ้าหา​มาก็​เก็บ​ไว้​ให้​ตัวเอง​ใช้เถิด​ ไม่ต้อง​ประหยัด​หรอก​ !”


เจ้าหนู​น้อย​ส่ายหน้า​ “แต่ง​ภรรยา​ยัง​เป็นเรื่อง​ไกล​ตัว​สำหรับ​ข้า​ขอรับ​ ! พี่​รอง​ ช่วง​หลาย​เดือน​มานี้​ ท่าน​ไม่ได้​ใช้เงิน​เป็น​เทน้ำเทท่า​หรอก​หรือ​ เมล็ด​ข้าวโพด​ที่​เก็บเกี่ยว​มาได้​ก็​ให้​พวก​ชาวบ้าน​ไป​หมด​…เงิน​ใน​มือ​ยังมี​พอใช้​อยู่​หรือไม่​ ? ถ้าไม่พอ​ ข้า​มี !”


ตอนที่​ 614: ช่างเป็น​ภาระ​อัน​แสน​หวาน​


หลิน​เว่ยเว่ย​ดึง​เจ้าหนู​น้อย​เข้ามา​กอด​ “เหตุใด​น้อง​สี่ของ​บ้าน​เรา​ถึงเอา​ใส่ใจผู้อื่น​ขนาด​นี้​ ! ข้า​รัก​เจ้ามาก​เลย​ !”


เจ้าหนู​น้อย​ดิ้น​ออกจาก​อ้อมแขน​ของ​พี่​รอง​แล้ว​พูด​ด้วย​สีหน้า​แดงก่ำ​ “พี่​รอง​ ข้า​โต​แล้ว​ ท่าน​จะเข้ามา​กอด​แล้ว​กอด​อีก​เหมือน​ตอน​เด็ก​ๆไม่ได้​แล้ว​นะ​ !”


“จริง​สิ เจ้าหนู​น้อย​ของ​พวกเรา​เป็น​หนุ่มน้อย​แล้ว​ รู้จัก​หาเงิน​ให้​พี่​สาวใช้​แล้วด้วย​ ! ต่อไป​พี่​รอง​คน​นี้​จะสนับสนุน​เจ้าเอง​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​เข้าไป​ลูบ​ใบหน้า​รูปไข่​ของ​เจ้าหนู​น้อย​อี​กรอบ​…นาง​อยาก​จะหอม​แก้ม​ด้วยซ้ำ​ !


เจ้าหนู​น้อย​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ต้น​ฤดูใบไม้ผลิ​ปีหน้า​ ข้า​จะเลี้ยง​กระต่าย​ให้​มากกว่า​เดิม​แล้ว​เอา​เงิน​ที่​หา​มาได้​ให้​พี่​รอง​ใช้อีก​ วันหน้า​ข้า​จะสอบ​เป็น​จอหงวน​และ​ร้ายกาจ​กว่า​พี่เขย​รอง​ด้วย​ ทำให้​เขา​ไม่กล้า​รังแก​ข้า​ !”


“คุยโว​ไป​เถิด​เจ้าน่ะ​ !” หลิน​จื่อเหยียน​ไม่คิด​ว่า​เจ้าหนู​น้อย​จะเหนือกว่า​พี่เขย​รอง​ได้​…เจ้าตัวแสบ​แค่​พูด​ไม่กี่​คำ​ก็​ทำให้​พี่​รอง​มีความสุข​ได้​แล้ว​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​แล้ว​ทำให้​ดู​เป็นเรื่อง​ใหญ่โต​ “วันหน้า​น้องชาย​ทั้งสอง​ทางบ้าน​มารดา​ของ​ข้า​จะเป็น​ขุนนาง​ ถ้าใคร​กล้า​รังแก​ข้า​ก็​จับ​มัน​มาโบย​แล้ว​โยน​เข้า​คุก​ไป​เลย​ !”


“ไอ​โหย​ว​ ! คึกคัก​กัน​เชียว​ !” ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​เฝิงเดิน​จูงมือ​กัน​เข้ามา​ หลัง​แม่ทัพ​หลิน​เห็น​แบบ​นั้น​แล้วก็​วาง​เส้น​ไหมพรม​ลง​และ​กวักมือ​เรียก​บุตรชายคนโต​ ก่อน​จะพา​กัน​เดิน​ออก​ไป​ เจ้าหนู​น้อย​มอง​บิดา​และ​พี่ชาย​ ก่อน​จะหันมา​มอง​มารดา​และ​พี่​รอง​อีกครั้ง​ ท้ายที่สุด​เขา​ก็​อาศัยที่​ตัวเอง​อายุ​ยัง​น้อย​ขอ​อยู่กิน​ขนม​ต่อ​อย่าง​หน้าไม่อาย​


หลิน​เว่ยเว่ย​เชิญแม่สามีทั้งสอง​มานั่ง​ที่​เตียง​เตา​ ส่วน​ตัวเอง​ก็​ออก​ไป​ยก​ขนม​เข้ามา​อีก​2ถาด​ “หมู่​เฟย​ แม่สามี ท่าน​แม่ ลอง​ชิมสินค้า​ใหม่​ที่​ข้า​จะวางขาย​ใน​ร้าน​เมล็ด​คั่ว​เจ้าค่ะ​…ถั่วลันเตา​อบ​กรอบ​กับ​โมจิสอดไส้​ (ลั่ว​หมี่​ฉือ)​ !”


ห​มิน​หวา​งเฟย​เหมือนกับ​เจียง​โม่หา​น​คือ​ชอบ​กิน​ขนมหวาน​ ก่อนอื่น​นาง​หยิบ​โมจิไส้ถั่ว​ขึ้น​มา รส​สัมผัส​นุ่ม​ หอม​ หวาน​ อร่อย​กำลัง​พอดี​ ถือว่า​ถูกปาก​นาง​สุด​ๆ “สิ่งนี้​เป็น​ขนม​ไม่ใช่หรอก​หรือ​ ? เว่ยเอ๋อร์​เตรียม​จะเปิดร้าน​ขนมหวาน​ที่​หนิง​ซีอีก​หรือไม่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ยิ้ม​พลาง​ส่ายหน้า​ “ถึงแม้อำเภอ​หนิง​ซีจะใหญ่​ แต่​รายได้​ของ​ชาวบ้าน​ยัง​ไม่เท่า​อำเภอ​เป่า​ชิงเลย​เพ.คะ​ ลูก​ยัง​ไม่มีแผน​จะเปิดร้าน​ขนมหวาน​ตอนนี้​ แค่​จะขาย​ขนม​เล็ก​ๆน้อย​ๆใน​มุมหนึ่ง​ของ​ร้าน​เมล็ด​คั่ว​เท่านั้น​เพคะ​ โมจิที่​ทำ​จาก​แป้ง​ข้าวเหนียว​ก็​ยังมี​ไส้งาดำ​ ไส้ซาน​จาและ​ไส้ถั่ว​แดง​อีกด้วย​ โมจิย่อย​ยาก​ หมู่​เฟยก​เสวย​ได้​อีก​แค่​ชิ้น​เดียว​เพคะ​ !”


พระ​หัตถ์​ที่​ยื่น​ออก​ไป​ของ​ห​มิน​หวา​งเฟย​หยุด​ลง​อย่าง​กะทันหัน​ นาง​หยิบ​ไส้ถั่ว​แดง​ขึ้น​มาแล้ว​กลอก​ดวง​เนตร​ใส่อย่าง​แรง​ “ฟู่หวา​งของ​เจ้ายัง​ไม่กล้า​คุม​แม่เลย​ แต่​เจ้ากล้า​คุม​เข้ม​นัก​ !”


นาง​หวง​กังวล​ว่า​พระชายา​จะโมโห​หลิน​เว่ยเว่ย​ จึงรีบ​พูด​ “เว่ยเอ๋อร์​ก็​ทำ​ไป​เพราะ​พลานามัย​ของ​พระองค์​ รอ​ให้​พระชายา​หาย​ดีแล้ว​ ถึงเวลา​นั้น​อยาก​เสวย​อะไร​ก็ได้​หมด​ ไม่มีใคร​ห้าม​หรอก​เพคะ​”


“จะได้​อย่างไร​เจ้าคะ​ ! หมู่​เฟย​เสวย​ไป​ทั่ว​ไม่ได้​ ต้อง​ทำให้​สารอาหาร​มีความ​สมดุล​เพคะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่สน​เรื่อง​พวก​นี้​หรอก​ ใน​สายตา​นาง​คือ​ห​มิน​หวา​งเฟย​เป็น​เหมือน​เด็ก​คน​หนึ่ง​ การควบคุม​ตัวเอง​แย่​ยิ่งกว่า​เจ้าหนู​น้อย​ ถ้าตาม​พระทัย​แล้ว​ ถึงแม้ร่างกาย​จะดี​ขนาด​ไหน​ก็​พัง​เพราะ​น้ำมือ​ของ​ตน​ได้​


นาง​เฝิงพูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เว่ยเอ๋อร์​เป็น​เด็ก​ขี้​กังวล​ เมื่อก่อน​อยู่​ฉือห​ลี่​โก​ว​ก็​คอย​เป็นห่วง​ร่างกาย​ของ​พี่สะใภ้​หลิน​ พอ​ถึงตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ก็​ยัง​กังวล​เรื่อง​พระ​วรกาย​ของ​พระชายา​ แต่​ถ้าไม่มีเว่ยเอ๋อร์​คอย​คุม​พระชายา​ เรื่อง​พระ​พลานามัย​ จะฟื้นตัว​เร็ว​ได้ขนาด​นี้​หรือ​เพคะ​ ?”


“ยัง​เป็น​น้า​เฝิงที่​เข้าใจ​ข้า​และ​รัก​ข้า​ที่สุด​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​โอบกอด​นาง​เฝิง ทำตัว​สนิทสนม​อย่าง​กับ​อะไร​ดี​ ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​หวง​จึงอารมณ์เสีย​ขึ้น​มาทันที​


ห​มิน​หวา​งเฟย​คิด​ว่า​โมจิใน​พระ​หัตถ์​ไม่อร่อย​อีกต่อไป​ นาง​แค่น​สุร​เสียงดัง​ ฮึฮึ “บุตรสาว​ที่​แต่ง​ออก​ไป​ก็​เหมือน​น้ำ​ที่​สาด​ออก​ไป​เช่นกัน​ ! เพิ่ง​กลายเป็น​คน​บ้าน​สกุล​เจียง​ได้​ไม่เท่าไร​ก็​พูด​เข้าข้าง​แม่สามีแล้ว​ ? เด็ก​ไม่มีหัวใจ​ แม่กับ​แม่แท้ๆ​ไม่รัก​เจ้าหรือ​ไร​ ?”


“ดังนั้น​ ชาติก่อน​ลูก​จะต้อง​ไป​ช่วยชีวิต​ราษฎร​ทั้ง​9แคว้น​ไว้​แน่นอน​ ชาติ​นี้​ถึงได้​มีมารดา​ที่รัก​ลูก​ถึง3คน​ ! หมู่​เฟย​ช่วย​รัก​ลูก​อีกหน่อย​ ร่วมมือ​กับ​ลูก​อีก​นิด​ รีบ​ทำให้​พระ​วรกาย​กลับมา​เหมือน​คน​ปกติ​และ​ให้​ลูก​ได้​เพลิดเพลิน​กับ​ความอบอุ่น​และ​ความรัก​ของ​มารดา​ไป​อีก​นาน​ๆเพ.คะ​ !” ถ้าพูดถึง​เรื่อง​ความ​ปากหวาน​ย่อม​ไม่มีใคร​สู้หลิน​เว่ยเว่ย​ได้​


ในขณะที่​หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​เพลิดเพลิน​กับ​ขนม​และ​สนทนา​กับ​ ‘มารดา​’ ทั้ง​สามอยู่​บน​เตียง​เตา​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงที่อยู่​ใน​เมืองหลวง​ก็​ยื่น​ฎีกา​จาก​อำเภอ​หนิง​ซีให้​องค์​รัชทายาท​ทอดพระเนตร​ “เจียง​โม่หา​น​เพิ่ง​ไป​อำเภอ​หนิง​ซีได้​แค่​ครึ่ง​ปี​ก็​สร้าง​ผลงาน​มากมาย​ขนาด​นี้​แล้ว​ รัชทายาท​ เจ้าคิด​อย่างไร​ ?”


หลัง​อ่าน​ฎีกา​ของ​เจียง​โม่หา​นจบ​แล้ว​ องค์​รัชทายาท​ก็​ตรัส​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ยินดี​กับ​ฟู่หวง​ที่​ได้​โชค​ก้อน​โต​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​องค์​รัชทายาท​ไม่ว่า​จะเป็นเรื่อง​แผ้วถาง​ที่ดิน​หรือ​ซ่อม​คลอง​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​เป็นเรื่อง​ดี​ของ​แผ่นดิน​ อีก​อย่าง​คือ​การ​ซ่อม​คลอง​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีไม่ได้​ใช้เงิน​จาก​คลัง​อำเภอ​สัก​อีแปะ​เดียว​ ขุนนาง​ดีๆ​เช่นนี้​ หาก​มีเพิ่ม​อีก​หลาย​คน​หน่อย​ จะยัง​ต้อง​กังวล​ว่า​ต้าเซี่ย​ไม่เจริญรุ่งเรือง​อีก​หรือ​ ?


“โชค​ก้อน​โต​อะไร​กัน​ ! เจิ้น​ให้​เจ้าดู​จำนวน​ฎีกา​ที่​เขา​ส่งมา ! !” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงจิบ​ชาผลไม้​เพื่อ​ปกปิด​ความตื่นเต้น​ที่อยู่​ใน​หทัย​ ถางที่ดิน​ปี​แรก​ก็ได้​ผลผลิต​ข้าวโพด​500ชั่งต่อ​หมู่​แล้ว​ ซ้ำยัง​ปลูก​อยู่​บน​พื้นที่​ดินทราย​แห้งแล้ง​อีกด้วย​ ถ้าเปลี่ยนเป็น​ดิน​ที่​อุดมสมบูรณ์​ ปริมาณ​จะไม่ยิ่ง​สูงกว่า​เดิม​หรือ​ ? ถ้าขยาย​ออก​ไป​แล้ว​ ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​และ​ภาคเหนือ​ที่​เผชิญ​กับ​ปัญหา​ความอดอยาก​ทุกปี​ก็​ไม่ต้อง​กังวล​เรื่อง​ปากท้อง​อีก​ใช่หรือไม่​ ?


ฎีกา​ชุด​นี้​ ช่างชูกรม​คลัง​ได้​อ่าน​แล้ว​ยัง​อด​ขมวดคิ้ว​ไม่ได้​…จอหงวน​ยัง​เยาว์วัย​ก็​ต้อง​มีความทะเยอทะยาน​ใน​การ​สร้าง​ผลงาน​อยู่​บ้าง​ แต่​รายงาน​ปริมาณ​ผลผลิต​เท็จ​มาเช่นนี้​ก็​ต้อง​รู้จักคิด​บ้าง​…นี่​มัน​จะเกิน​จริง​ไป​หน่อย​ !


องค์​รัชทายาท​เงียบ​ไป​สักพัก​ ก่อน​จะตรัส​ด้วย​สุรเสียง​อ่อนโยน​ “ทูล​ฟู่หวง​ เอ๋อร์เฉิน​คิด​ว่า​นายอำเภอ​เจียง​ไม่จำเป็นต้อง​รายงาน​ปริมาณ​ผลผลิต​เท็จ​พ่ะย่ะค่ะ​ ! อีก​อย่าง​คือ​ใน​ฎีกา​ก็​เขียน​ไว้​อย่าง​ชัดเจน​ว่า​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​เป็น​คน​แผ้วถาง​ที่​เพาะปลูก​ นาง​โกหก​เพื่อให้​ผลผลิต​สูงแล้​วจะ​ได้​ผลประโยชน์​อะไร​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


ผลประโยชน์​อะไร​ ? แน่นอน​ว่า​สร้าง​ผลงาน​แทน​สามีไงเล่า​ ! เรื่อง​นี้​เจียง​โม่หา​น​อาจ​ทำ​ไม่ได้​ แต่​ด้วย​ความ​เลือดร้อน​ของ​สกุล​จ้าว​ก็​ไม่แน่​ !


องค์​ชาย​เจ็ด​พลิก​ฎีกา​ไปมา​ ก่อน​จะตรัส​อย่าง​ไม่ใส่พระทัย​ “ผลผลิต​เป็น​อย่างไร​กัน​แน่​ แค่​ส่งคน​ไป​สืบ​ก็​รู้​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ? ฟู่หวง​ เอ๋อร์เฉิน​ยินดี​แบ่งเบาภาระ​นี้​ให้​พระองค์​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


“เจ้า ? อยาก​วิ่ง​ออก​ไป​ให้​ไว​ที่สุด​กระมัง​ ! ใน​ราชสำนัก​มีปัญหา​มากมาย​ขนาด​นี้​ ไม่เห็น​เจ้าจะเอา​มาใส่ใจ ?” ดวง​เนตร​คมกริบ​ของ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงเชือดเฉือน​องค์​ชาย​เจ็ด​ แต่​ใน​หทัย​ยัง​พอ​ฝาก​ความหวัง​ได้​อยู่​ “เอาเถิด​ ! รอ​ให้​ถึงฤดูใบไม้ผลิ​แล้ว​เจ้าค่อย​เดินทาง​ไป​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ตั้งแต่​หว่าน​เมล็ด​ถึงตอน​เก็บเกี่ยว​ต้อง​จับตาดู​ให้​ดี​ หาก​ได้​ปริมาณ​นี้​จริงๆ​…ก็​เป็น​โชค​ของ​ต้าเซี่ย​ !”


พระ​ขนง​ของ​องค์​ชาย​เจ็ด​เริ่ม​ขมวด​เข้าหา​กัน​…ยัง​ต้อง​รอ​ถึงปีหน้า​ ? เอาเถิด​ ได้​ออก​ไป​ก็​ดีกว่า​อุดอู้​อยู่​ใน​เมืองหลวง​ ไม่ต้อง​เผชิญหน้า​กับ​พวก​ชอบ​หยั่งเชิง​และ​คอย​หา​พรรคพวก​ทั้ง​ใน​ที่ลับ​และ​ที่แจ้ง​เหล่านั้น​ ! อุตส่าห์​ทำตัว​เป็น​องค์​ชาย​เจ้าสำราญ​ถึงขนาด​นี้​แล้ว​ ยังมี​คน​คอย​สนับสนุน​ให้​แย่งชิง​บัลลังก์​อยู่​นั่น​ น่ารำคาญ​จะตาย​ !


ณ ที่ว่าการอำเภอ​หนิง​ซี ใน​ห้อง​หนังสือ​ของ​เจียง​โม่หา​น​มีหลิน​เว่ยเว่ย​ครอง​มุมหนึ่ง​ของ​โต๊ะ​หนังสือ​เอาไว้​ นาง​ใช้พู่กัน​ขน​ห่าน​เขียน​และ​วาดภาพ​ใน​สมุด​ส่วนตัว​ เจียง​โม่หา​น​ที่ทำงาน​เสร็จ​แล้วก็​เห็น​นาง​กัด​ด้าม​พู่กัน​พลาง​ครุ่นคิด​อะไร​บางอย่าง​เหมือน​เจอ​ปัญหา​ใหญ่​มา จึงถามด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ทำไม​หรือ​ ? มีปัญหา​ก็​เล่า​มาให้​ข้า​ฟังเพื่อ​จะได้​ช่วย​เจ้าคิด​หา​ทางแก้ไข​”


หลิน​เว่ยเว่​ยวา​งพู่กัน​ใน​มือ​ลง​ แล้ว​เงยหน้า​มอง​เขา​ “บัณฑิต​น้อย​ เจ้าทำงาน​ของ​ตัวเอง​เสร็จ​แล้ว​หรือ​ ?”


ตอนที่​ 615: ชดเชย​สิ่งที่​ขาดหาย​ใน​ชาติก่อน​


เจียง​โม่หา​น​ลุกขึ้น​แล้ว​อุ้ม​ตัวนาง​ออกจาก​เก้าอี้​ จากนั้น​ยก​นาง​มานั่ง​บน​หน้าตัก​ของ​ตัวเอง​ หลัง​พลิก​ดู​สมุดบันทึก​แสน​พิลึก​ของ​นาง​แล้ว​เขา​ก็​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “งาน​เล็ก​ๆน้อย​ๆ ข้า​ให้​ปลัดอำเภอ​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่​ไป​ทำ​แล้ว​ เรื่อง​ที่​จำเป็น​ให้​ข้า​ต้อง​ทำ​ก็​มีการ​สร้าง​ซุ้มประตู​เชิดชู​เกียรติ​และ​ความคืบหน้า​ใน​การซ่อมแซม​คลอง​เท่านั้น​ พอ​มีเมล็ด​ข้าวโพด​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงของ​เจ้าแล้ว​ การ​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ของ​ฝั่งข้า​ก็​เป็นไปได้​อย่าง​ราบรื่น​ ก่อน​ถึงฤดูใบไม้ผลิ​ปีหน้า​ คูน้ำ​ก็​คง​ไป​ถึงหมู่บ้าน​คน​บาป​แล้ว​”


หลิน​เว่ยเว่ย​ดีใจ​สุด​ๆ…หาก​เป็น​เช่นนี้​ ที่ดิน​1,600หมู่​ ณ ปัจจุบันนี้​ของ​นาง​ก็​ไม่ต้อง​กังวล​เรื่อง​น้ำ​แล้ว​ นาง​ดีใจ​จน​ลืมตัว​ “เรา​สร้าง​เขื่อนกั้นน้ำ​หลาย​เขื่อน​ได้​หรือไม่​ ใน​เวลา​ปกติ​ที่​ไม่ขาดแคลน​น้ำ​ก็​ปิด​เอาไว้​ พอ​ถึงฤดู​เพาะปลูก​ที่​ต้อง​ใช้น้ำ​ก็​ค่อย​เปิด​ แน่นอน​ว่า​สูบน้ำ​จาก​แม่น้ำ​สาย​ย่อย​ต้าถง​ก็​ต้อง​ซ่อมแซม​อ่างเก็บน้ำ​ไว้​รองรับ​ด้วย​ เพราะ​อย่าง​น้อย​ต้อง​เก็บ​น้ำ​ให้ได้​ใน​ปริมาณ​ที่​ราษฎร​หนิง​ซีเผชิญ​กับ​ภัยแล้ง​ขั้น​รุนแรง​ใน​ปี​นั้น​”


“เขื่อนกั้นน้ำ​ ?” เจียง​โม่หา​น​ไม่ได้​พูดแทรก​นาง​ เพียง​พลิก​สมุด​ใน​มือ​ไป​ยัง​หน้า​ที่ว่าง​แล้ว​ใช้พู่กัน​ขน​ห่าน​เขียน​อักษร​ลง​ไป​


หลิน​เว่ยเว่ย​ตกตะลึง​ในทันที​ หลัง​ลังเล​ไป​พัก​หนึ่ง​นาง​ก็​อธิบาย​โครงสร้าง​เขื่อนกั้นน้ำ​ที่​ตัวเอง​รู้​…ให้​เจียง​โม่หา​น​ฟังทั้งหมด​ นาง​มอง​บัณฑิต​น้อย​ถือ​สมุด​ไว้​ด้วยมือ​ข้าง​หนึ่ง​และ​ใช้มือ​อีก​ข้าง​เขียน​ไป​ด้วย​…ผ่าน​ไป​ไม่นา​น.​..ต้นแบบ​เขื่อนกั้นน้ำ​ก็​ถือกำเนิด​ขึ้น​ใน​มือ​ของ​เขา​


“บัณฑิต​น้อย​ เจ้าร้ายกาจ​มาก​ !” นาง​ก็​เข้าใจ​เรื่อง​เขื่อนกั้นน้ำ​เพียง​ครึ่งหนึ่ง​เท่านั้น​ แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​คำพูด​แสน​ธรรมดา​ของ​นาง​จะถูก​บัณฑิต​น้อย​เติมเต็ม​ส่วน​ที่​ขาดหาย​ไป​จน​วาดภาพ​เขื่อนกั้นน้ำ​ออกมา​ได้​


เจียง​โม่หา​น​พูด​ “ใน​ตำรา​โบราณ​ก็​บันทึก​ไว้​ว่า​คน​สมัยก่อน​เคย​ลอง​สร้าง​เขื่อนกั้นน้ำ​เช่นกัน​ แต่​เครื่องไม้เครื่องมือ​ไม่เอื้ออำนวย​ พอ​มี ‘ความคิด​แสนวิเศษ​’ ของ​เจ้าแล้วก็​ช่วย​ชดเชย​ข้อบกพร่อง​ของ​รุ่น​ก่อน​ได้​มาก​ แต่​…วัสดุก่อสร้าง​ที่​มีอยู่​ตอนนี้​ อาจจะ​ต้าน​แรง​กระแทก​ของ​น้ำ​ไม่ได้​ !”


“เรา​เทปูน​กับ​…” หลิน​เว่ยเว่ย​อยาก​จะกัด​ลิ้น​ตัวเอง​ในเวลานั้น​ทันที​…บัณฑิต​น้อย​ฉลาด​ถึงขนาด​นี้​ นาง​พูด​ของ​ที่​ไม่มีอยู่​ใน​ยุค​นี้​มากมาย​ เขา​จะต้องสงสัย​แน่นอน​


“ปูน​ ?” เจียง​โม่หา​น​นิ่ง​ไป​สักพัก​เพื่อ​รอ​ให้​เด็กน้อย​พูด​ต่อ​…จบ​แล้ว​ ?


หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​เจียง​โม่หา​นม​อง​มา จึงหัวเราะ​เสียง​แห้ง​ “ปูน​อะไร​ ? ข้า​พูด​หรือ​ ?”


“ปูน​ก็​มีได้​!” เจียง​โม่หา​น​เห็น​ท่าทาง​วิตกกังวล​ของ​นาง​…คิด​จะปกปิด​ตอนนี้​มัน​จะไม่สาย​เกินไป​หน่อย​หรือ?


หลิน​เว่ยเว่ย​เกา​หน้าผาก​…บัณฑิต​น้อย​ผู้​ชาญฉลาด​จน​แทบจะ​เป็น​ปิศาจ​คน​นี้​ เขา​จะไม่ถามนาง​ต่อ​หรือว่า​ไป​รู้จัก​คำ​ผิดแปลก​มาจาก​ที่ใด​ หรือ​หมายความว่า​เขา​รู้​ความลับ​ใน​ตัวนาง​อยู่แล้ว​ ? แปลก​ดี​ เหตุใด​เขา​ถึงไม่ถาม ?


“เอาเถิด​ ปูน​ก็​คือ​การ​ใช้ซีเมนต์​ ทราย​ หิน​และ​น้ำ​ผสม​เข้าด้วยกัน​ตาม​สัดส่วน​ที่​ควรจะเป็น​ มัน​ถูก​นำมาใช้​ใน​เวลา​ก่อสร้าง​ แข็งแรง​ยิ่งกว่า​อิฐ​ ส่วน​ซีเมนต์​ที่​เอ่ยถึง​ ข้า​รู้​แค่​ว่า​มัน​ทำ​มาจาก​หินปูน​ ดินเหนียว​และ​แร่​เหล็ก​ นำมา​บด​เป็นผง​ตาม​สัดส่วน​ ตัว​ซีเมนต์​นี้​จะมีคุณสมบัติ​เหนียว​และ​ทนทาน​มาก​…” ความลับ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​รั่ว​ออกมา​หมด​ ถึงแม้เขา​ถาม นาง​ก็​จะบอ​กว่า​มีเซียน​มาบอก​ใน​ฝัน​ เขา​จะทำ​อะไร​นาง​ได้​ ?


เด็กน้อย​ที่​หลอก​คนอื่น​ได้​อย่าง​หน้าตาเฉย​ นอกจาก​นาง​ก็​คง​หา​คน​ที่สอง​ไม่เจอ​แล้ว​ !


เจียง​โม่หา​น​บันทึก​ต่อ​อย่าง​ละเอียด​ แล้ว​วันรุ่งขึ้น​ก็​ไปหา​ช่างก่อสร้าง​อย่าง​ลับ​ๆ จากนั้น​ก็​ให้​แม่ทัพ​เฉาออก​ไปหา​วัตถุดิบ​เหล่านี้​มา แม้ว่า​แม่ทัพ​เฉาจะรับปาก​แต่​ก็​เลี่ยง​ยาก​ที่จะ​ไม่ไป​โอ้อวด​กับ​ห​มิน​อ๋อง​ ‘ดูเถิด​ ธุระ​ของ​บุตร​เขย​เจ้า แต่กลับ​ไม่ไปหา​เจ้า เขา​มาหา​ข้า​แทน​ ดูท่า​แล้ว​ใน​ใจของ​เขา​จะเห็น​ข้า​ร้ายกาจ​กว่า​พ่อตา​อย่าง​เจ้า !’


ห​มิน​อ๋อง​กลับ​มาจาก​ชายแดน​ด้วย​ความโมโห​แล้วไป​ถามหา​เหตุผล​จาก​เจียง​โม่หา​น​ทันที​ เจียง​โม่หา​น​ตอบ​แค่​สี่คำ​ ‘ยิ่ง​สูงยิ่ง​หนาว​’ ก็​ทำให้​พระองค์​สงบ​ลง​ได้​แล้ว​ ! ใช่สิ ไม่ว่า​จะเป็น​ตำแหน่ง​หรือ​ผลงาน​ของ​พระองค์​ก็​อยู่​เบื้องล่าง​เพียง​คน​ผู้เดียว​ ถ้าแบก​ผลงาน​ไว้​บน​บ่า​อีก​ ชื่อเสียง​ใน​หมู่​ราษฎร​ก็​คง​ขึ้นไป​ถึงศีรษะ​ฮ่องเต้​ นี่​ไม่ใช่เรื่อง​ดี​ !


“ต้อง​ยก​ให้​ตา​เฒ่าเฉานั่น​แล้ว​ !” ห​มิน​อ๋อง​ถามแผนการ​ของ​เจียง​โม่หา​นอ​ย่าง​ละเอียด​ ต่อ​มาสาย​พระ​เนตร​เปี่ยม​คำตำหนิ​ก็​กลายเป็น​ชื่นชม​ทันที​…ไม่เลว​ เจ้าหนู​ ! สายตา​ของ​บุตรสาว​ดี​จริงๆ​ !


หลัง​เข้าเดือน​สิบสอง​ คลอง​สาย​หลัก​ก็​เกือบจะ​เสร็จ​แล้ว​ อีก​ทั้ง​ ‘สถาบันวิจัย​’ ชั่วคราว​ที่​ก่อตั้ง​โดย​เจียง​โม่หา​น​ก็​ก้าวหน้า​เช่นกัน​ เขา​สร้าง​คอนกรีต​บล็อก​ออกมา​ได้​ มัน​แข็งแรง​ยิ่งกว่า​อิฐ​ ต่อจากนั้น​เขา​ก็​ใช้ปูนซีเมนต์​เชื่อม​ระหว่าง​คอนกรีต​บล็อก​ซึ่งพังทลาย​ได้​ยาก​…ด้วยเหตุนี้​แผ่นดิน​ต้าเซี่ย​จึงมีวัสดุก่อสร้าง​เพิ่มขึ้น​มาอีก​เรื่อยๆ​ ต่อมา​ทาง​ราชสำนัก​ใช้วัสดุ​ชนิด​นี้​สร้าง​กำแพงเมือง​อย่าง​แพร่หลาย​ มัน​ช่วย​ปรับปรุง​ความ​แข็งแกร่ง​ของ​กำแพงเมือง​ได้​อย่าง​มาก​ แต่​นี่​ยัง​เป็นเรื่อง​ในอนาคต​ !


เนื่องจาก​ปูน​ไม่เหมาะกับ​การ​ก่อสร้าง​ใน​อุณหภูมิ​ต่ำกว่า​5องศาเซลเซียส​ ด้วยเหตุนี้​หลัง​เข้าเดือน​สิบสอง​แล้ว​ แรงงาน​กว่า​ครึ่ง​จึงได้​หยุด​ยาว​และ​กลับบ้าน​นาน​นับ​เดือน​ หลัง​ฤดูใบไม้ผลิ​ของ​ปีหน้า​แล้ว​ที่ว่าการอำเภอ​ยัง​เรียก​เกณฑ์​คนงาน​ใหม่​เพื่อ​สร้าง​อ่างเก็บน้ำ​และ​เขื่อนกั้นน้ำ​


แม้ภาระ​ของ​แรงงาน​ชุด​นี้​จะหนัก​ แต่​ใน​หนึ่ง​วัน​มีอาหาร​ให้​สอง​มื้อ​ สามารถ​เติม​กระเพาะ​ได้​จน​อิ่ม​ ต่อมา​ยังมี​ผัก​ดอง​แจก​ให้​กิน​กับข้าว​อีกด้วย​ เมื่อ​เทียบ​กับ​การเกณฑ์​คนใน​สมัยก่อน​ของ​ทางการ​แล้ว​ มัน​ต่างกัน​ราว​ฟ้ากับ​เหว​ชัด​ๆ ต้อง​ทราบ​ก่อน​ว่า​แรงงาน​ที่ทาง​การเกณฑ์​มาจะต้อง​เหนื่อย​ตาย​ หรือไม่​ก็​ล้ม​ป่วย​จำนวนมาก​ ใน​ปี​นี้​นายอำเภอ​ยัง​เชิญท่าน​หมอ​มาตรวจโรค​ หาก​ป่วย​แล้ว​ไม่เพียง​ได้​ยา​ไป​แบบ​ไม่ต้อง​จ่าย​เงิน​ แต่​ยัง​ได้​กลับ​ไป​พัก​รักษาตัว​ที่​บ้าน​…


ชาวบ้าน​ที่มา​ร่วมกัน​ทำงาน​จึงทุ่มเท​อย่าง​สุดกำลัง​ แสดงให้เห็น​ถึงความ​เป็น​พลเมือง​ดี​ เพื่อให้​ฤดูใบไม้ผลิ​ปีหน้า​จะได้​มีสิทธิ์​ทำงาน​ให้​กับ​ทาง​อำเภอ​อีก​ เนื่องจาก​ปกติ​ฤดูใบไม้ผลิ​ก็​ปลูก​ไม่ได้​ผลผลิต​อะไร​อยู่แล้ว​ จึงเป็นช่วง​ที่​ทุกข์ทรมาน​ที่สุด​ของ​ราษฎร​ หาก​ทำงาน​ให้​ทางการ​ยัง​ได้​กินข้าว​อิ่ม​สอง​มื้อ​ ช่วย​ประหยัด​อาหาร​ให้​ครอบครัว​ได้​ไม่น้อย​ !


วัน​เวลา​ผ่าน​ไป​ไว​เหมือน​โกหก​ และ​แล้วก็​มาถึงวัน​ขึ้นปีใหม่​ ปี​นี้​บ้าน​แม่สามีและ​บ้าน​ฝั่งมารดา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​อยู่​ฉลอง​ด้วย​กันที่​อำเภอ​หนิง​ซี ราวกับว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​ออกเรือน​แล้ว​ยัง​พา​หมู่​เฟย​กับ​มารดา​แท้ๆ​ ตามมา​รับ​ตำแหน่ง​ของ​สามีด้วย​ ทั่ว​ทั้ง​ใต้​หล้า​นี้​คง​หา​คน​ที่สอง​ไม่เจอ​แล้ว​


สิ่งที่​ทำให้​ผู้คน​อิจฉา​ที่สุด​คือ​บ้าน​แม่ บ้าน​แม่สามีและ​บ้าน​แม่เลี้ยง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​เป็น​เหมือน​คนใน​ครอบครัว​เดียวกัน​ สามารถ​พูด​ได้​ว่า​นาง​ได้รับ​ความรัก​จาก​มารดา​ทั้ง​สาม บางที​สวรรค์​อาจจะ​อยาก​ชดเชย​ความรัก​จาก​ครอบครัว​ที่​นาง​ขาดหาย​ใน​ชาติก่อน​ ถึงให้​นาง​มีโอกาส​ได้​ออกมา​ท่อง​โลก​ต่าง​มิติ​เช่นนี้​กระมัง​


อาหาร​ใน​วัน​ส่งท้าย​ปี​เก่า​เป็น​อาหาร​ที่​หลิน​เว่ยเว่ย​กำหนด​ แต่​ก็​เป็น​นาง​และ​เหมย​ห​ยิง​ที่​ร่วมกัน​ทำ​ออกมา​ โต๊ะอาหาร​นี้​เปรียบ​ได้​กับ​อาหาร​ห้า​ดาว​ใน​ชาติก่อน​ แต่​รสชาติ​ของ​อาหาร​มีตั้งแต่​เหนือ​จรด​ใต้​


แม้ใน​คืน​ส่งท้าย​ปี​เก่า​จะคึกคัก​ แต่​ก็​มีความเศร้า​อยู่​บ้าง​…บิดา​ทั้งสอง​ออก​ไป​เฝ้าชายแดน​ ไม่ได้มา​ร่วม​ฉลอง​ด้วย​ ไม่รู้​ว่า​พวก​หุย​เห​อ​จงใจหรือเปล่า​ เพราะ​ยิ่ง​ใกล้​ปีใหม่​ก็​ยิ่ง​กวนประสาท​ ระยะเวลา​สั้น​ๆเพียง​ครึ่ง​เดือน​ กองทัพ​ทั้งสอง​ก็​ปะทะ​กัน​ไม่ต่ำกว่า​5ครั้ง​แล้ว​…ทุกครั้ง​จะก่อ​ชนวน​สงคราม​ขึ้น​แล้วก็​ถอนกำลัง​ วิธี​รบ​อัน​แสน​เหลวไหล​ของ​แม่ทัพ​หุย​เห​อ​ก็​เหมือนกับ​แมลงวัน​ใน​กระท่อม​…ไม่กัด​คน​ แต่​น่ารำคาญ​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​กัด​เนื้อ​กระต่าย​ย่าง​ที่​ทั้ง​เผ็ด​และ​ชาลิ้น​ ก่อน​จะถอนหายใจ​เบา​ๆ “อาหาร​จาน​นี้​เป็น​ของโปรด​ฟู่หวา​ง น่าเสียดาย​…พระองค์​ไม่ได้​เสวย​…จริง​สิ ถ้ารีบ​ขี่ม้า​จาก​ที่นี่​ไป​ยัง​ชายแดน​ก็​ใช้เวลา​เพียง​2ชั่ว​ยาม​เท่านั้น​ ข้า​รีบ​ขี่ม้า​เอา​ไป​ส่งก็​ยัง​พอ​จะให้​ฟู่หวา​งและ​ท่าน​พ่อ​ได้​กิน​ก่อน​เที่ยงคืน​ !”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ค้าน​เป็น​คน​แรก​ “ชายแดน​กำลัง​มีศึกสงคราม​ ถ้าเจอ​ทหาร​หุย​เห​อ​ขึ้น​มาก็​อันตราย​จะตาย​ไป​ อีก​อย่าง​เจ้าก็​อย่า​ไป​เพิ่ม​ความวุ่นวาย​เลย​ !”


หลัง​เข้าสู่​ฤดูหนาว​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ว่าง​ยิ่งกว่า​อะไร​ นาง​ไม่อยาก​พลาดโอกาส​แสน​คึกคัก​นี้​ “ไม่หรอก​เพ.คะ​ ลูก​จะอ้อม​ไป​จาก​ทาง​ตะวันตกเฉียงใต้​ของ​อำเภอ​หนิง​ซี หาก​พวก​หุย​เห​อ​สามารถ​เจาะเข้ามา​จนถึง​หลัง​ค่ายทหาร​ของ​เรา​ได้​ แม่ทัพ​อย่าง​ฟู่หวา​งจะปฏิบัติหน้าที่​ล้มเหลว​ขนาด​นั้น​เชียว​หรือ​เพคะ​ ?”


ตอนที่​ 616: ก่อ​เตา​เล็ก​ก่อน​ปีใหม่​


นาง​หวง​ก็​ไม่เห็นด้วย​ “อากาศ​หนาว​ขนาด​นี้​ ตากลม​อยู่​บน​หลัง​ม้าตั้ง​2ชั่ว​ยาม​ ประเดี๋ยว​ก็​ไม่สบาย​เอา​หรอก​…”


“ข้า​ใส่เสื้อกันหนาว​กับ​กางเกงขายาว​แล้ว​ค่อย​คลุม​ด้วย​เสื้อคลุม​เตียว​ผี​ (ขนมิงค์)​ หนา​ๆอีก​ตัว​…นี่​คือ​ปีใหม่​ปี​แรก​ที่​ข้า​จะได้​ฉลอง​กับ​ฟู่หวา​งและ​ท่าน​พ่อ​ ทั้งสอง​คนรัก​ข้า​ถึงขนาด​นี้​ หาก​ข้า​ไม่ทำ​อะไร​ให้​พวกเขา​บ้าง​ก็​จะรู้สึก​ไม่สบายใจ​เจ้าค่ะ​ หมู่​เฟย​ ท่าน​แม่ ข้า​ตัดสินใจ​แล้ว​ ข้า​จะเอา​อาหาร​ใน​คืน​ส่งท้าย​ปี​เก่า​ไป​ให้​ท่าน​พ่อ​ทั้งสอง​…ของขวัญ​แม้จะด้อยค่า​แต่​เปี่ยม​ไป​ด้วย​น้ำใจ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​รีบ​แทะ​ขา​กระต่าย​ใน​มือ​


นาง​หวง​รู้​นิสัย​บุตรสาว​ นาง​พูด​มากกว่า​นั้น​ก็​ไม่ได้​อะไร​ขึ้น​มาจึงหันไป​มอง​เจียง​โม่หา​น​ “หา​นเอ๋อร์​ ช่วย​พูด​หน่อย​เถิด​…”


เจียง​โม่หา​น​ก็​รีบ​กินข้าว​เช่นกัน​ “ท่าน​แม่ยาย​โปรด​วางใจ​ บุตร​เขย​คน​นี้​จะคอย​จับตาดู​นาง​ไว้​ ไม่ให้​นาง​ทำ​สิ่งที่​ไม่เข้าท่า​แน่นอน​ขอรับ​ !”


นาง​หวง​เข้าใจผิด​ว่า​เขา​จะห้าม​หลิน​เว่ยเว่ย​ แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​หลังจาก​ทั้งสอง​สามีภรรยา​เติม​ท้อง​จน​อิ่ม​แล้วก็​ลุกขึ้น​ยืน​พร้อมกัน​ราวกับ​นัดหมาย​ไว้​อย่างไร​อย่างนั้น​…หลิน​เว่ยเว่ย​เข้าครัว​ไป​ห่อ​กระต่าย​ย่าง​ ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​ หมู​ตุ๋น​น้ำ​แดง​และ​อาหาร​ที่​บิดา​ทั้งสอง​ชอบ​ลง​กล่อง​ ส่วน​เจียง​โม่หา​น​ก็​ให้​คน​ไป​เตรียม​ม้าและ​ของ​ที่​จำเป็นเวลา​ออกเดินทาง​


นาง​หวง​ “…” เมื่อก่อน​หา​นเอ๋อร์​เป็น​คน​เยือกเย็น​และ​สุขุม​ถึงขนาด​นั้น​ เขา​โดน​บุตรสาว​ครอบงำ​จน​เสียคน​แล้ว​กระมัง​ เหตุใด​ถึงเปลี่ยนเป็น​คน​ไม่รู้จักคิด​ไป​ด้วย​ ?


หลิน​เว่ยเว่ย​ถือ​กล่อง​อาหาร​ด้วยมือ​ข้าง​หนึ่ง​ มือ​อีก​ข้าง​ถือ​กระบอง​เหล็ก​นิล​ประดับ​พู่​แดง​ บน​หลัง​ยังมี​ธนู​สุริยัน​อีก​หนึ่ง​ จาก​สภาพ​ของ​นาง​แล้ว​นาง​หวง​ไม่คิด​ว่า​นั่น​เป็น​สภาพ​ของ​คน​เอา​อาหาร​ไป​ให้​เลย​สักนิด​ เห็น​อยู่​ชัด​ๆว่า​จะไป​ออกรบ​ ! นาง​หวง​ยกมือ​กุม​หน้าอก​ รู้สึก​แข้ง​ขา​อ่อนแรง​เล็กน้อย​ หลิน​จื่อเหยียน​เห็น​แล้วจึง​รีบ​เข้ามา​ประคอง​ทันที​


เจ้าหนู​น้อย​อิจฉา​สุด​ๆ “พี่​รอง​ ข้า​ก็​อยาก​ไป​ส่งอาหาร​ให้​ท่าน​พ่อ​กับ​ท่าน​อ๋อง​เหมือนกัน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ปัก​กระบอง​เหล็ก​นิล​ลง​ที่​พื้น​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “รอ​ให้​เจ้ายก​กระบอง​นี้​ขึ้น​มาได้​เมื่อใด​ค่อย​พูด​ !”


เจ้าหนู​น้อย​ “…” ช่างเถิด​ กระบอง​เหล็ก​นิล​แม้แต่​ท่าน​พ่อ​ยัง​ยกขึ้น​มาด้วย​ความยากลำบาก​ ดังนั้น​เขา​ไม่ต้อง​คิด​เลย​ เจ้าตัว​น้อย​ครุ่นคิด​ว่า​จะหา​เวลา​ไป​เรียน​ศิลปะ​การต่อสู้​กับ​หลี​ชิง…เรียน​แบบ​เอาจริงเอาจัง​ !


เจียง​โม่หา​น​เหลือบมอง​กระบอง​เหล็ก​นิล​ใน​มือ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ก่อน​จะพูด​กับ​นาง​ว่า​ “กระบอง​นั้น​วาง​ไว้​เถิด​ ประเดี๋ยว​ม้าก็​เหนื่อยหอบ​กัน​พอดี​ !”


จริง​สิ กระบอง​เหล็ก​นิล​อย่าง​น้อย​ก็​หนัก​เกือบ​สอง​ร้อยชั่ง​ พก​ไป​ด้วย​จะทำให้​ม้าวิ่ง​ช้าลง​แน่​


ห​มิน​หวา​งเฟย​เห็น​ว่า​ห้าม​สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​ไม่ได้​แล้วจึง​เลือก​องครักษ์​ฝีมือดี​ที่สุด​ใน​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​มาสอง​คน​แล้ว​ให้​ตาม​ไป​ด้วย​ ตัว​หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่มีอะไร​ต้อง​กังวล​เพราะ​มีพละกำลัง​มหาศาล​ตั้ง​แต่กำเนิด​ แถมยัง​เรียน​วิชา​ต่อสู้​มาอีก​ ดังนั้น​องครักษ์​สอง​คน​นี้​มีไว้​เพื่อ​ปกป้อง​นายอำเภอ​ เนื่องจาก​อำเภอ​หนิง​ซีเพิ่ง​หลุดพ้น​จาก​ความ​มืดมิด​ได้​ไม่นาน​ นายอำเภอ​จะเป็น​อะไร​ไม่ได้​เด็ดขาด​ !


ต่อจากนั้น​คน​ทั้ง​ห้า​…หลิน​เว่ยเว่ย​สอง​สามีภรรยา​ องครักษ์​สอง​คน​และ​ยังมี​หลี​ชิงอีก​คน​ก็​รีบ​ห้อ​ตะบึง​ม้าเร็ว​ไป​ยัง​กองทัพ​เพื่อให้​ถึงก่อน​เที่ยงคืน​


หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​ป้าย​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ออกมา​แสดง​ ทาง​จึงสะดวก​ตลอด​สาย​ กระทั่ง​ถึงกระโจม​ที่พัก​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ ขณะที่​ยัง​ไม่ถึงกระโจม​พวก​นาง​ก็​ได้ยิน​ห​มิน​อ๋อง​กำลัง​ระเบิด​สุรเสียง​อัน​เต็มไปด้วย​โทสะ​ “ไอ้​พวก​หุย​เห​อ​ขี้ขลาด​ จะรบ​ก็​รบ​ ชอบ​ทำเป็นเล่น​ไล่​จับ​แล้วก็​วิ่งหนี​ ใคร​กัน​แน่​ที่​น่ารังเกียจ​ ?”


ใน​กระโจม​ กุนซือ​และ​พวก​แม่ทัพ​ต่าง​มองหน้า​กัน​ไปมา​…ตอนนี้​ห​มิน​อ๋อง​เป็น​เหมือน​ลูกระเบิด​ที่​พร้อม​ระเบิด​ได้​ทุกเมื่อ​ ทุกคน​ต่าง​รู้ดี​ว่า​เหตุใด​ห​มิน​อ๋อง​จึงเสนอตัว​มาปกป้อง​ชายแดน​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ลูก​เมีย​อยู่​ใกล้​เพียง​เอื้อม​ แต่​ไม่อาจ​ไป​กินข้าว​พร้อมหน้าพร้อมตา​ได้​ ด้วย​นิสัย​ของ​ห​มิน​อ๋อง​หาก​ไม่โมโห​ก็​แปลก​แล้ว​ ! เมื่อ​ครู่​ตอน​อยู่​ที่​เขต​ชายแดน​ถ้าไม่ได้​กุนซือ​และ​แม่ทัพ​หลิน​ห้าม​ไว้​ ห​มิน​อ๋อง​ก็​คง​ตาม​ไป​ถึงแผ่นดิน​หุย​เห​อ​เลย​ทีเดียว​ !


“ทูล​ท่าน​แม่ทัพ​ใหญ่​ มีคนใน​ครอบครัว​นำ​อาหาร​คืน​ส่งท้าย​ปี​เก่า​มาให้​พ่ะย่ะค่ะ​ !” ทหาร​องครักษ์​ที่​เฝ้าหน้า​กระโจม​ได้​ขวาง​พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​ไว้​แล้ว​เข้ามา​รายงาน​ก่อน​ ทันใดนั้น​ความเห็นอกเห็นใจ​ของ​กุนซือ​และ​แม่ทัพ​นาย​อื่น​ๆก็​แปร​เปลี่ยนเป็น​ความอิจฉา​ทันที​…มีครอบครัว​อยู่​ใกล้​ก็ดี​แบบนี้​


จากนั้น​ชนวน​ระเบิด​อย่าง​ห​มิน​อ๋อง​ก็​ถูก​ดับ​ลง​ ทรง​มีรอย​แย้ม​โอษฐ์​เปื้อน​ดวง​พักตร์​ทันที​ “เร็ว​ ปล่อย​ให้​พวกเขา​เข้ามา​ !”


“ฟู่หวา​ง ท่าน​พ่อ​ อาหาร​ส่งท้าย​ปี​เก่า​มาแล้ว​เพ.คะ​ !” ตัว​คน​ยัง​ไม่ทัน​เข้ามา​ เสียง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​มาก่อน​แล้ว​ นาง​เพิ่ง​เดิน​เข้ามา​ก็​เห็น​คน​มากมาย​ใน​กระโจม​ นาง​จึงตกตะลึง​แล้ว​พูด​ต่อ​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ท่าน​ลุง​ท่าน​อา​ทุกท่าน​ สวัสดี​ปีใหม่​เจ้าค่ะ​…ถ้าไม่รังเกียจ​ก็​มากิน​ด้วยกัน​สิเจ้าคะ​”


“พวกเขา​กิน​อิ่ม​หมด​แล้ว​ !” ห​มิน​อ๋อง​ดี​พระทัย​ที่​ได้​เจอ​บุตรสาว​ โทสะ​จึงมลาย​หาย​ไป​ทันที​และ​ยัง​เอ็นดู​นาง​มาก​ “เจ้านี่​นะ​ อาหาร​เหล่านี้​ให้​คน​ส่งมาก็ได้​แล้ว​ ที่นี่​ทั้ง​หนาว​และ​ห่างไกล​ เหตุใด​ยัง​มาส่งด้วยตัวเอง​อีก​ ?”


หลิน​เว่ยเว่​ยวา​งก​ล่อง​อาหาร​ไว้​บน​โต๊ะ​ จากนั้น​ก็​สั่งให้​ทหาร​ส่วนตัว​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ก่อไฟ​ หลัง​วาง​หม้อ​นึ่ง​ลง​ไป​แล้วก็​เริ่ม​อุ่น​อาหาร​ให้​ร้อน​ทีละ​จาน​


กลิ่นหอม​ยั่วยวน​ดึงดูด​กุนซือ​และ​แม่ทัพ​ทั้งหลาย​ให้​หันมา​สนใจ​ พวกเขา​ลอบ​กลืนน้ำลาย​พร้อม​ยื่น​คอ​ไป​มอง​บน​เตา​…นี่​มัน​อาหาร​อะไร​กัน​ เหตุใด​จึงหอม​ขนาด​นี้​ !


ห​มิน​อ๋อง​ขมวด​พระ​ขนง​และ​ถลึง​ดวง​เนตร​ใส่แม่ทัพ​เหล่านั้น​ทันที​ “ไม่รู้​ว่า​พวก​หุย​เห​อ​จะมาโจมตี​เมื่อใด​ พวก​เจ้ายัง​ไม่รีบ​กลับ​ไป​พักผ่อน​ที่​กระโจม​ตัวเอง​อีก​ ? จริง​สิ แม่ทัพ​อู๋​ เจ้าไป​เปลี่ยน​เวร​กับ​แม่ทัพ​หลิน​ !”


แม่ทัพ​ทุก​นาย​ไม่อยาก​ละสายตา​ออกจาก​เตาไฟ​ แม่ทัพ​อู๋​ขุ่นเคือง​ทันที​…ไม่ให้​กิน​แล้ว​ยัง​ห้าม​ดมกลิ่น​ด้วย​หรือ​ ? แถมยัง​ให้​เขา​ไป​คอย​เฝ้าระวัง​ที่​สนามรบ​อีก​…


เมื่อ​เปิดม่าน​กระโจม​เข้ามา​ แม่ทัพ​หลิน​ก็ได้​กลิ่นหอม​เผ็ดร้อน​ทันที​ “ท่าน​อ๋อง​ เรียก​กระหม่อม​มามีอะไร​จะบัญชา​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


ห​มิน​อ๋อง​ไม่อยาก​แบ่ง​บุตรสาว​ให้​เขา​แม้แต่น้อย​ จึงตรัส​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ว่า​ “ไม่มีอะไร​จะสั่ง เจ้าออก​ไป​เถิด​ !”


“ท่าน​พ่อ​ มากินข้าว​สิเจ้าคะ​ ! กระต่าย​ย่าง​นี้​ เมื่อ​ครู่​ข้า​อุ่น​ให้​แล้ว​ ข้า​ย่าง​ด้วยตัวเอง​เลย​ล่ะ​ ลอง​ชิมสิเจ้าคะ​” หลิน​เว่ยเว่ย​หันไป​เรียก​แม่ทัพ​หลิน​


แม่ทัพ​หลิน​ตาโต​ทันที​ “เจ้ารอง​ เจ้ามาได้​อย่างไร​ ? หา​นเอ๋อร์​ เจ้าก็​ทำตัว​เหลวไหล​ไป​กับ​นาง​ด้วย​หรือ​ ?”


เจียง​โม่หา​น​นั่ง​อยู่​ข้าง​เตา​ เขา​กำลัง​เอา​มือ​ผิง​ไฟ “ท่าน​พ่อตา​ทั้งสอง​ พวก​ท่าน​ก็​รู้​ว่า​เวลา​เว่ยเอ๋อร์​ตัดสินใจ​จะทำ​อะไร​แล้ว​ วัว​แปด​ตัว​ก็​ยัง​รั้ง​นาง​ไว้​ไม่ได้​ แล้ว​ข้า​จะห้าม​นาง​ได้​หรือ​…” ดังนั้น​จึงต้อง​ถอย​โดย​การตาม​นาง​มาด้วย​


ห​มิน​อ๋อง​ทอดพระเนตร​เจียง​โม่หา​น​ด้วย​สาย​พระ​เนตร​ซับซ้อน​ ‘บุตรสาว​ทำ​อะไร​ตามใจ​ตัวเอง​เกินไป​ แม้พ่อ​คน​นี้​หวัง​ให้​บุตร​เขย​คุม​นาง​บ้าง​ แต่​ก็​กลัว​ว่า​จะคุม​จน​ทำให้​นาง​น้อยเนื้อต่ำใจ​ เฮ้อ​! สับสน​ ทำตัว​ไม่ถูก!’


“อาหาร​อุ่น​เสร็จ​แล้ว​ รีบ​ทาน​สิเจ้าคะ​!” หลิน​เว่ยเว่ยยก​อาหาร​ออกจาก​หม้อ​นึ่ง​ “นี่​เป็น​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​ที่​ฟู่หวา​งโปรด​ที่สุด​ หมู​ตุ๋น​น้ำ​แดง​ที่​ท่าน​พ่อ​ชอบแล้ว​ยัง​มีหัว​สิงโต​น้ำ​แดง​ ไก่​ผัด​เผ็ด​…หัว​กระต่าย​ผัด​หม่า​ล่า​ที่​ลูก​ชอบ​ที่สุด​ ลูก​ก็​กินไม่ลง​จึงเก็บ​มาให้​พวก​ท่าน​หมด​เลย​เจ้าค่ะ​!”


เจียง​โม่หา​นม​อง​นาง​ ‘ไม่ใช่ว่า​เจ้ากลัว​แทะ​เนื้อ​กระต่าย​จน​เลยเวลา​แล้​วจะ​พลาด​เวลา​เที่ยงคืน​หรอก​หรือ​?’


พอ​ห​มิน​อ๋อง​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ก็​ซาบซึ้ง​ทันที​ พระองค์​รีบ​ยื่น​ตะเกียบ​ให้​บุตรสาว​ “มา เจ้าเอง​ก็​หนาว​มาตลอดทาง​ รีบ​กิน​อะไร​ร้อน​ๆเพื่อให้​ร่างกาย​อบอุ่น​หน่อย​”


หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​หัว​กระต่าย​ขึ้น​มา ก่อน​จะหัวเราะ​เสียงดัง​ “กิน​เจ้านี่​ไม่ต้อง​ใช้ตะเกียบ​เพคะ​ ใช้มือ​ ใช้ฟัน​แทะ​ถึงจะอร่อย​!”


ห​มิน​อ๋อง​แย้มพระสรวล​ดังลั่น​เช่นกัน​ “ไม่เลว​ ! สมกับ​ที่​เป็น​สายเลือด​…ตระกูล​จ้าว​ ไม่ทำตัว​มีจริต​มากมาย​ ! แม้แต่​ชอบ​กิน​อาหาร​เผ็ด​ๆก็​เหมือน​พ่อ​ !”


แม่ทัพ​หลิน​หยิบ​ขา​กระต่าย​ขึ้น​มาแล้ว​ฉีก​กิน​อย่าง​ดุดัน​พลาง​บ่น​ใน​ใจว่า​ ‘ใคร​เป็น​สายเลือด​ตระกูล​จ้าว​ของ​พระองค์​กัน​แน่​ ? เห็น​อยู่​ชัด​ๆว่า​เป็น​คน​ตระกูล​หลิน​ของ​พวกเรา​ !’


ตอนที่​ 617: คน​ทั่วหล้า​ตื่น​รู้​ มีเพียง​ท่าน​ยัง​เมามาย​


แม่ทัพ​หลิน​ครุ่นคิด​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ ‘ที่​เจ้ารอง​ชอบ​กิน​เผ็ด​ เพราะ​เหมือน​บิดา​อย่าง​ข้า​ต่างหาก​ ! ไม่พูด​เรื่อง​อื่น​ แค่​เรื่อง​หน้าตา​ก็​เหมือน​ข้า​ตั้ง​เจ็ด​ใน​สิบ​ส่วน​แล้ว​ เฮ้อ​ และ​ก็​เป็น​เพราะ​แบบนี้​ ฮ่องเต้​ถึงได้​มีรับสั่ง​ไม่ให้​ข้า​โกน​หนวด​ เมื่อก่อน​ภรรยา​รัก​ข้า​จะตาย​ แต่​ตอนนี้​ไม่สนใจ​เพราะ​หนวดเครา​ส่งผล​ต่อ​ความ​หล่อเหลา​ของ​ข้า​ !’


หลิน​เว่ยเว่ย​คีบ​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​ให้​ ‘พ่อ​สามี’ “บัณฑิต​น้อย​ก็​ชอบ​กิน​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​เหมือนกัน​ หรือว่า​บุตร​เขย​ก็ได้​แบบอย่าง​จาก​พ่อตา​ ?”


ห​มิน​อ๋อง​หันไป​ทอดพระเนตร​ร่างกาย​อัน​ ‘ผอมแห้ง​’ ของ​เจียง​โม่หา​น​ด้วย​ความ​คิดเล็กคิดน้อย​ ก่อน​จะมุ่ย​โอษฐ์​พลาง​ตรัส​ว่า​ “ได้ยิน​แค่​ว่า​บุตรชาย​บุตรสาว​มัก​เหมือน​บิดา​ ไม่เคย​ได้ยิน​มาก่อน​ว่า​บุตร​เขย​ก็​เหมือน​พ่อตา​ได้​ด้วย​ หลาย​ปี​นี้​เจ้ากิน​เนื้อ​ไป​อย่าง​เสียเปล่า​หรือ​ไร​ ร่างกาย​ดู​ไม่มีกล้ามเนื้อ​แม้แต่น้อย​ !”


เจียง​โม่หา​น​ “…” เขา​เอง​ก็​เพิ่ง​ได้​กิน​เนื้อ​อย่าง​อิสระ​ใน​ช่วง​สอง​ปี​มานี้​ไม่ใช่หรือ​ ? ชีวิต​ก่อนหน้านี้​ลำบาก​มาก​…คน​เป็น​บิดา​อย่าง​ท่าน​ช่างไม่เหมาะสม​กับ​ตำแหน่ง​จริงๆ​ จนถึง​ตอนนี้​ยัง​ไม่เข้าใจ​ว่า​ใคร​กัน​แน่​ที่​เป็น​เลือดเนื้อเชื้อไข​แท้ๆ​ของ​ตน​ ! คน​ทั่วหล้า​ตื่น​รู้​ มีเพียง​ท่าน​ยัง​เมามาย​ ! ไม่มีอันดับ​สอง​แล้ว​ ! !


หลังจาก​แทะ​น่อง​กระต่าย​เสร็จ​แล้ว​ แม่ทัพ​หลิน​ก็​หันไป​คีบ​หัว​สิงโต​น้ำ​แดง​ “ร่างกาย​ของ​บุตร​เขย​ยัง​พอดูได้​ ไม่เหมือน​บัณฑิต​ทางใต้​ที่​สอบ​เข้ามา​เหล่านั้น​ แต่ละคน​เหมือน​สตรี​ไม่มีผิด​ ดู​เป็น​บุรุษ​น้อยกว่า​บุตรสาว​เรา​ด้วยซ้ำ​ !”


ห​มิน​อ๋อง​พยัก​ดวง​พักตร์​ด้วย​ความ​เห็นด้วย​ แต่​ดวง​เนตร​ที่​มอง​เจียง​โม่หา​น​ก็​ยัง​เต็มไปด้วย​ความ​จับผิด​อยู่ดี​ “ร่างกาย​ยัง​พอ​ฝืนใจ​ให้​ผ่าน​ได้​ แต่​ผอม​เกินไป​ เหมือน​ต้น​ไผ่​ลู่​ลม​ หน้าตา​ก็​ดู​งดงาม​เกินไป​ เวลา​เดิน​ไป​ไหน​ดึงดูดสายตา​พวก​ป้า​ๆน้า​ๆ แม้แต่​ยายแก่​ก็​ยัง​ต้อง​มอง​เขา​ !”


เจียง​โม่หา​น​ “…” หน้าตา​ดีแล้ว​มัน​เป็น​ความผิด​ของ​ข้า​หรือ​ ?


แม่ทัพ​หลิน​ริน​สุรา​ให้​ห​มิน​อ๋อง​ หลัง​ทั้งสอง​ผลัดกัน​ริน​สุรา​แล้ว​แม่ทัพ​หลิน​ก็​ดื่มด่ำ​อย่าง​สุขสม​ “ถ้าบุตร​เขย​ไม่หน้าตา​ดี​ บุตรสาว​ของ​เรา​ก็​คง​ไม่ชอบ​เขา​ ! ใน​เมืองหลวง​มีใคร​ไม่ชมบุตร​เขย​เรา​ว่า​มีทั้ง​หน้าตา​และ​ความสามารถ​บ้าง​พ่ะย่ะค่ะ​ บุตรสาว​เรา​สายตา​แหลมคม​ ! ลงมือ​ก็​ว่องไว​ !”


“ใคร​เป็น​ ‘เรา​’ กับ​เจ้า ! นั่น​คือ​บุตรสาว​เปิ่น​หวา​ง บุตร​เขย​เปิ่น​หวา​ง !” หลัง​ดื่ม​สุรา​หมด​แล้ว​ห​มิน​อ๋อง​ยัง​จะเอื้อม​พระ​หัตถ์​ไป​คว้า​ไห​สุรา​ แต่​โดน​หลิน​เว่ยเว่ย​มือ​เร็ว​คว้า​ไป​ก่อน​


“ตกลง​กัน​แล้ว​ว่า​ดื่มได้​แค่​คนละ​จอก​! นี่​ยัง​รบ​กัน​อยู่​ ถ้าดื่ม​มาก​ไป​ก็​อาจ​ทำให้​เสียการ​ใหญ่​เพคะ​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ทำเป็น​ไม่เห็น​ท่าทาง​โมโห​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ จากนั้น​ก็​ชงชาผลไม้​ให้​แทน​ “ดื่ม​อันนี้​เพคะ​ ยิ่ง​ดื่ม​ยิ่ง​มีสติ!”


“หวาน​อย่าง​กับ​อะไร​ดี​ นั่น​มัน​ของ​สตรี​ดื่ม​กัน​ ! เปิ่น​หวา​งไม่ดื่ม​ !” ตอน​อยู่​ใน​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​โดน​พระชายา​ควบคุม​ คาดไม่ถึง​ว่า​มาถึงสนามรบ​แล้ว​บุตรสาว​ยัง​ตามมา​คุม​อีก​…ตำแหน่ง​ใน​บ้าน​นี้​ เฮ้อ​…


“ไม่ดื่ม​ก็​เสวย​อาหาร​เยอะ​ๆเพคะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​หลบ​พระ​หัตถ์​ที่จะ​คว้า​ไห​สุรา​ของ​ห​มิน​อ๋อง​แล้ว​หันไป​ถลึงตา​ใส่… ‘ทำไม​ ? ยัง​อยาก​ลงมือ​กับ​ลูก​ ? ระวัง​ลูก​จะกลับ​ไป​ฟ้อง​หมู่​เฟย​ !’


ห​มิน​อ๋อง​ได้​แต่​กลับมา​นั่ง​อย่าง​เศร้าสร้อย​แล้ว​คีบ​หมู​ตุ๋น​น้ำ​แดง​เสวย​ “ก็​แค่​พวก​หุย​เห​อ​ไม่ใช่หรือ​ ! ถ้าไม่ได้​เป็น​เพราะ​กังวล​ใน​การ​ฝึก​เจ้าทหาร​พวก​นั้น​ พ่อ​ก็​ปราบ​ไป​นาน​แล้ว​ ! แม้พ่อ​จะดื่ม​จน​เมามาย​ก็​ยัง​รบ​กับ​กองทัพ​หุย​เห​อ​ได้​แน่​ !”


สุรเสียง​เพิ่ง​เงียบ​ลง​ ด้านนอก​ก็​มีเสียง​กลอง​ศึก​ดัง​ขึ้น​…ทัพ​หุย​เห​อ​บุก​อีกแล้ว​ !


“ไอ้​เดรัจฉาน​พวก​นี้​ ! แม้แต่​อาหาร​คืน​ส่งท้าย​ปี​เก่า​ยัง​ให้​เปิ่น​หวา​งกิน​อย่าง​สงบ​ไม่ได้​ คอย​ดูเถิด​ว่า​เปิ่น​หวา​งจะทุบ​พวก​เจ้าอย่างไร​ !” ห​มิน​อ๋อง​คว้า​กระต่าย​ย่าง​ครึ่งตัว​ที่​เหลือ​ใน​จาน​แล้ว​คว้า​หอก​เหล็ก​กระโดด​ขึ้น​หลัง​อาชา​และ​ห้อ​ตะบึง​ไป​ยัง​แนวหน้า​ด้วย​โทสะ​


‘พรึบ​’ หลิน​เว่ยเว่ย​ลุก​พรวด​ พอ​สะพาย​ธนู​สุริยัน​และ​ลูกธนู​ได้​แล้ว​นาง​ก็​รีบ​วิ่ง​ออก​ไปนอก​กระโจม​ทันที​ เจียง​โม่หา​นอ​ยาก​จะเข้าไป​ดึง​นาง​ไว้​ แต่​คว้า​ได้​เพียง​มุมเสื้อ​ที่​ขาด​ติดมือ​ เขา​จึงรีบ​ตะโกน​ว่า​ “เว่ยเว่ย​ เจ้าจะออก​ไป​ทำ​อะไร​ ?”


“เจ้าอยู่​ใน​กระโจม​ ประเดี๋ยว​ข้า​จะออก​ไปดู​หน่อย​…” เสียง​ของ​นาง​เพิ่ง​เงียบ​ลง​ เสียง​เกือกม้า​ก็​ดัง​ขึ้น​แล้ว​…เด็กน้อย​ขี่ม้า​ไล่​ตามหลัง​บิดา​ทั้งสอง​ไป​แล้ว​


ห​มิน​อ๋อง​ทรง​ม้าเร็ว​มายัง​แนวหน้า​แล้ว​ตรัส​ถามรอง​แม่ทัพ​ของ​พระองค์​ว่า​ “เป็น​อย่างไร​ ? กำราบ​ไอ้​ลูก​เต่า​พวก​นั้น​ได้​หรือไม่​ ?”


หลังจาก​รอง​แม่ทัพ​มอง​ด้านหลัง​ของ​พระองค์​ด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​แล้วก็​ทูล​รายงาน​ว่า​ “เหมือนเดิม​พ่ะย่ะค่ะ​ บุก​แล้วก็​ถอย​ หลังจาก​ปะทะ​แล้วก็​เปลี่ยน​ตำแหน่ง​ ทำให้​คาดการณ์​ไม่ได้​ ! ทอดพระเนตร​เอาเถิด​ พอ​ไอ้​ลูก​เต่า​เหล่านั้น​เห็น​ท่าน​แม่ทัพ​ใหญ่​มาแล้วก็​จะหนี​อีก​…”


ห​มิน​อ๋อง​กัด​กระต่าย​ย่าง​ดุดัน​หนึ่ง​คำโต​แล้ว​โยน​ให้​รอง​แม่ทัพ​ “เปิ่น​หวา​งจะไป​หยุด​ไอ้​ลูก​เต่า​เหล่านั้น​ไว้​ให้​หมด​ !”


กุนซือ​ตกใจ​ทันที​ “ท่าน​อ๋อง​ ไม่ได้​เด็ดขาด​พ่ะย่ะค่ะ​ ! สุนัข​จนตรอก​จะสู้อย่าง​ไม่คิด​ชีวิต​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ดึกดื่น​ค่อนคืน​ขนาด​นี้​ ทุ่งหญ้า​ยัง​เป็น​บ้าน​ของ​พวก​หุย​เห​อ​อีก​ หาก​ท่าน​อ๋อง​ตาม​ไป​แล้ว​เกิด​เป็น​อะไร​ขึ้น​มา จะเป็นเรื่อง​ดี​ได้​อย่างไร​ ?


“ถ้าหยุด​ไว้​ทั้งหมด​ไม่ได้​ ก็​กำจัด​ผู้นำ​ของ​พวก​มัน​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​โมโห​ขั้น​สุด​…ชาว​หุย​เห​อ​เห็น​ทหาร​ต้าเซี่ย​เบาปัญญา​มาก​หรือ​ ? ปั่นหัว​ฟู่หวา​งของ​นาง​ก็​เท่ากับ​ปั่นหัว​นาง​เอง​ เป็น​สิ่งที่​ทน​ไม่ได้​แล้ว​ ! ลุย​ !


นาง​ยก​ธนู​สุริยัน​ออก​มาจาก​ด้านหลัง​ หยิบ​ลูกธนู​ขึ้น​มาหนึ่ง​ดอก​แล้ว​เหนี่ยว​สาย​ธนู​จน​สุด​…


“หืม​ ? เหตุใด​เจ้าจึงตามมา​ด้วย​ ?” ห​มิน​อ๋อง​เห็น​นาง​เล็ง​เป้าหมาย​อย่าง​เอาจริงเอาจัง​จึงตรัส​ถามว่า​ “มืด​ขนาด​นี้​เจ้าจะยิง​ถูก​หรือ​ ?”


อย่า​ทำเป็น​ท่าดีทีเหลว​ ยิง​โดน​ความว่างเปล่า​…


หืม​ ? เหตุใด​บุตรสาว​ยิง​ไป​ดอก​เดียว​แล้ว​จู่ๆกองทัพ​อีก​ฝ่าย​ถึงได้​วิ่งหนี​กัน​อย่าง​ชุลมุน​ ? แถมยัง​เหมือน​จะร้อง​ตะโกน​อะไร​บางอย่าง​ด้วย​ ? เหมือนว่า​…


“เรียน​ท่าน​แม่ทัพ​ใหญ่​ แม่ทัพ​ฝ่ายตรงข้าม​โดน​ยิง​ตก​จาก​หลัง​ม้าพ่ะย่ะค่ะ​ !” ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ นายทหาร​ที่อยู่​แนวหน้า​สุด​ก็​มารายงาน​ข่าวดี​ นายทหาร​อยากรู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​ ‘ใน​กองทัพ​มีพล​ธนู​ฝีมือดี​ขนาด​นี้​ตั้งแต่​เมื่อใด​ ? เหตุใด​เขา​ถึงไม่เคย​รู้​มาก่อน​ ?’


เมื่อ​เงยหน้า​ขึ้น​มอง​ก็​เห็น​ร่าง​แสน​องอาจ​ที่​ไม่รู้​ว่า​ชาย​หรือ​หญิง​กำลัง​ยืน​อยู่​ข้าง​ห​มิน​อ๋อง​ใน​ชุด​คน​ธร​ร​ดา​และ​ในเวลานี้​กำลัง​เหนี่ยว​สาย​ธนู​อยู่​ด้วย​ ในขณะที่​เสียง​วัตถุ​บางอย่าง​พุ่ง​ผ่า​อากาศ​ดัง​ขึ้น​ ลูกธนู​ก็​พุ่ง​ออก​ไป​…ไกล​ขนาด​นี้​ยิง​โดน​ก็​แปลก​แล้ว​ ! นายทหาร​ชั้นผู้น้อย​มุ่ย​ปาก​ !


สำหรับ​สายตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ค่ำคืน​ที่​มืดมิด​ไม่ได้​ปิดกั้น​การ​มองเห็น​ของ​นาง​เลย​ ในขณะที่​นาง​กำลัง​เล็ง​ เป้า​ก็​เห็น​ตัว​ทหาร​ใน​กองทัพ​ฝั่งตรงข้าม​ชัด​เต็ม​สอง​ตา​ขึ้น​เรื่อยๆ​…นี่​ทำให้​นาง​นึกถึง​นิทาน​ ‘จี้ชางเรียน​ยิง​ธนู​’ ใน​บทเรียน​สมัย​ชั้น​ประถมศึกษา​ของ​ชาติก่อน​ จี้ชางฝึกฝน​การ​เพ่งมอง​วัตถุ​เล็ก​ๆ จน​สามปี​ให้หลัง​ก็​สามารถ​เห็น​เห็บ​เหา​บน​ตัวโค​กระบือ​มีขนาดใหญ่​เท่า​ล้อ​เกวียน​ หรือ​จะเป็น​หลักการ​เดียวกัน​ ?


ต่อจากนั้น​กองทัพ​ของ​อีก​ฝ่าย​ก็​สูญเสีย​นักรบ​เพิ่ม​อีก​นาย​ ความโกลาหล​จึงรุนแรง​มากกว่า​เดิม​ พวกเขา​วิ่งหนี​เร็ว​ยิ่งกว่า​กระต่าย​ หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ยิง​ธนู​ไป​อีก​สอง​สามดอก​ ทว่า​ลูกธนู​ยิง​โดน​เพียง​นายทหาร​ชั้นผู้น้อย​ที่อยู่​ด้านหลัง​แม่ทัพ​เท่านั้น​


“เรียน​ท่าน​แม่ทัพ​ใหญ่​ ! ทหาร​ใต้​บัญชา​ของ​กระหม่อม​จับตัว​แม่ทัพ​ของ​อีก​ฝ่าย​ได้​…ตั้ว​หลัว​หวู​เฉียง​ ฝ่ายตรงข้าม​โดน​ธนู​ยิง​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ใน​ฐานะ​ทัพหน้า​ แม่ทัพ​หลิน​ต้อง​วิ่ง​ฝ่าความโกลาหล​เข้าไป​และ​สังหาร​ศัตรู​ได้​อีก​มากมาย​ อีก​ฝ่าย​รีบ​หนี​เกินไป​ แม้แต่​แม่ทัพ​ที่​โดน​ยิง​ตก​จาก​หลัง​ม้าจึงไม่สนใจ​ช่วยเหลือ​ !


“ดี​ ! ในที่สุด​ก็​จับ​เต่า​ตัว​นี้​ได้​เสียที​ ความ​อัดอั้น​ใน​ใจของ​เปิ่น​หวา​งได้​ระบาย​ออกมา​แล้ว​ !” ห​มิน​อ๋อง​ทอดพระเนตร​ตั้ว​หลัว​หวู​เฉียง​ที่​มีสภาพ​อัปยศ​และ​มีลมหายใจ​รวยริน​…ไอ้​ลูก​เต่า​ตัว​นี้​ลื่น​อย่าง​กับ​ปลาไหล​ “วิ่ง​สิ เจ้าวิ่ง​อี​กสิ​ !”


จากนั้น​ก็​เลื่อน​สาย​พระ​เนตร​ไป​ทาง​บาดแผล​จาก​ลูกธนู​ที่​ปัก​ทะลุ​ไหล่​ซ้าย​ของ​ตั้ว​หลัว​หวู​เฉียง​ ฮึ ฝีมือ​ยิง​ธนู​ของ​บุตรสาว​ช่างเหนือ​ชั้น​จริงๆ​ ถ้าขยับ​ไป​อีก​นิด​ก็​จะทะลุ​หัวใจ​เจ้านี่​แทน​ วิถี​การ​ยิง​นี้​แม้จะยิง​คน​ร่วง​ได้​ก็​ยัง​เหลือ​ลมหายใจ​อยู่​…บุตรสาว​เข้า​สนามรบ​ครั้งแรก​ก็​เยือกเย็น​และ​อาจหาญ​ได้​ถึงขนาด​นี้​แล้ว​ สมกับ​เป็น​เมล็ดพันธุ์​ตระกูล​จ้าว​อย่าง​แท้จริง​ !


ตอนที่​ 618: สามีเด็ก​โมโห​แล้ว​ควร​ทำ​อย่างไร​ ? ลอง​หยั่งเชิง​ไป​ก่อ​น.​..


“สูญเสีย​แม่ทัพ​ใหญ่​ครา​เดียว​สอง​นาย​ พวก​ลูก​เต่า​หุย​เห​อ​จะต้อง​ตกใจ​จน​เสียขวัญ​แน่นอน​ วันนี้​เรา​ได้​นอน​หลับสนิท​แล้ว​ ! หมิง​จิน​ ถอน​ทัพ​ !” ห​มิน​อ๋อง​แย่ง​กระต่าย​ย่าง​ใน​มือ​ของ​รอง​แม่ทัพ​มากัด​สอง​สามคำ​…เย็นชืด​หมด​แล้ว​ ! แม้จะเย็น​แค่​ไหน​ก็​เป็น​น้ำใจ​จาก​บุตรสาว​ ! ห​มิน​อ๋อง​แทะ​กระต่าย​ย่าง​ต่อ​ ส่วนรอง​แม่ทัพ​และ​นายทหาร​ที่อยู่​โดยรอบ​ก็​ได้กลิ่น​แล้ว​แทบ​น้ำลายไหล​ !


เมื่อ​ไป​ถึงกระโจม​ แม่ทัพ​หลิน​ถึงได้​รู้​ว่า​แม่ทัพ​สอง​นาย​ของ​หุย​เห​อ​โดน​บุตรสาว​ยิง​ตก​จาก​หลัง​ม้า จึง.อด​ไม่ได้​ที่จะ​เบิก​ตาโต​…ถ้าพูดว่า​บุตรสาว​แรง​เยอะ​ ทว่า​นั่น​ก็​มีมาแต่กำเนิด​ แต่​ทักษะ​ยิง​ธนู​สามารถ​เรียน​ได้​ภายใน​ชั่ว​ข้ามคืน​หรือ​ไร​ เขา​เพิ่ง​หาย​ไป​ไม่กี่​ปี​ ? ไม่สิ ถ้าให้​พูด​ตามจริง​คือ​บุตรสาว​เพิ่ง​กลับมา​เป็นปกติ​ได้​กี่​ปี​ก็​ยิง​ธนู​ได้ดี​ขนาด​นี้​แล้ว​หรือ​ ? หรือว่า​…บุตรสาว​จะมีสายเลือด​ของ​ห​มิน​อ๋อง​จริง​ ? มีสายเลือด​นัก​ยิง​ธนู​ที่​แม่นยำ​ประเภท​นั้น​ ? แม่ทัพ​หลิน​จมสู่ภวังค์​ความสงสัย​ของ​ตน​…


หลิน​เว่ยเว่​ยวา​งธนู​สุริยัน​ไว้​ด้วย​ความระมัดระวัง​แล้ว​บิด​หัวไหล่​ไปมา​ “อย่างไร​ก็​ใช้เจ้านี่​ไม่ชิน​อยู่ดี​ สู้ปา​ลูกศร​ด้วยมือ​ยัง​สบาย​กว่า​…แต่​ระยะ​ยิง​วันนี้​ค่อนข้าง​ไกล​ ปา​ลูกศร​ไป​แล้ว​จะโดน​หรือเปล่า​ไม่รู้​ !”


ห​มิน​อ๋อง​รีบ​ตรัส​ “ประเดี๋ยว​กลับ​ไป​แล้​วจะ​ให้​คน​ทำ​ลูกศร​ที่​ใช้สำหรับ​ปา​ให้​เจ้า ธนู​สุริยัน​นี้​คัน​ใหญ่​เกินไป​ พกพา​ไป​ไหน​มาไหน​ไม่สะดวก​ !”


เจียง​โม่หา​น​ถามหลิน​เว่ยเว่ย​เบา​ๆ “เจ้าออก​ไป​ทำ​เรื่อง​น่า​ตกตะลึง​มาอีกแล้ว​หรือ​ ?”


“เปล่า​ ! ก็​แค่​ยิง​ทหาร​หุย​เห​อ​ไม่กี่​นาย​เท่านั้น​ !” แววตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​สั่น​ไหว​ ขณะ​แสดงท่าทาง​สำนึกผิด​


ห​มิน​อ๋อง​ครุ่นคิด​ก่อน​จะตรัส​ว่า​ “เว่ยเอ๋อร์​แค่​ยืน​มอง​อยู่​ด้าน​ข้าง​เท่านั้น​ ไม่ได้​ทำ​อะไร​เลย​ แม่ทัพ​กับ​นายทหาร​หุย​เห​อ​พวก​นั้น​ เปิ่น​หวา​งเป็น​คน​ยิง​เอง​ ! บุตรสาว​ผู้​แสน​น่ารัก​ของ​เปิ่น​หวา​งจะมือ​เปื้อน​เลือด​ได้​อย่างไร​ ?”


ทรง​กังวล​ว่า​หาก​เรื่อง​ฝีมือ​ยิง​ธนู​ขั้น​เทพ​ของ​บุตรสาว​แพร่​ออก​ไป​แล้​วจะ​ทำให้​ชาว​หุย​เห​อ​มาแก้แค้น​ เรื่อง​ความแค้น​ต่างๆ​ อย่างไร​ก็​ให้​บิดา​อย่าง​พระองค์​แบกรับ​ไว้​เอง​ ส่วน​บุตรสาว​แค่​เป็น​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ก็​พอแล้ว​ !


จับ​แม่ทัพ​ของ​อีก​ฝ่าย​ได้​และ​ยัง​ยิง​แม่ทัพ​ใหญ่​อีก​นาย​ แบบนี้​ชาว​หุย​เห​อคง​ไม่กล้า​โอหัง​แล้ว​กระมัง​ ? ห​มิน​อ๋อง​ยก​ทหาร​ให้​รอง​แม่ทัพ​และ​แม่ทัพ​หลิน​ดูแล​ ก่อน​จะพา​บุตรสาว​และ​บุตร​เขย​กลับมา​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี…แม้จะเลยเวลา​เที่ยงคืน​มาแล้ว​ แต่​พระองค์​ก็​ยัง​มาทัน​ได้​เสวย​เกี๊ยว​กับ​พระชายา​ !


แม่ทัพ​หลิน​ “…” เหตุใด​โยน​ทหาร​มาให้​กระหม่อม​ ? กระหม่อม​ก็​อยาก​ฉลอง​ปีใหม่​พร้อม​ภรรยา​และ​ลูก​ๆเหมือนกัน​ ! ห​มิน​อ๋อง​จะต้อง​อยาก​ล้างแค้น​แน่นอน​ ! แก้แค้น​ที่​บุตรสาว​ฉีก​น่อง​กระต่าย​มาให้​เขา​ก่อน​ !!


หลิน​เว่ยเว่ย​กลับบ้าน​แสน​อบอุ่น​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​อีกครั้ง​ เวลานี้​ฟ้าใกล้​สางแล้ว​ หลังจาก​อาบน้ำ​อย่าง​ง่ายๆ​ แล้ว​นาง​ก็​ปีน​ขึ้นไป​กอด​สามีบน​เตียง​…


“ทำไม​ ? ยัง​โกรธ​อยู่​หรือ​ ?” แขน​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ถูก​เจียง​โม่หา​น​ผลัก​ออก​ ขณะ​มอง​แผ่น​หลัง​ที่​ดู​มีโทสะ​ของ​บัณฑิต​น้อย​ นาง​ก็​เกา​ศีรษะ​…ทำให้​สามีเด็ก​ผู้​สูงส่งโมโห​แล้ว​ควร​ทำ​อย่างไร​ ? ลอง​หยั่งเชิง​ไป​ก่อน​แล้วกัน​…


หลิน​เว่ยเว่ย​ไตร่ตรอง​อยู่​ชั่ว​อึดใจหนึ่ง​แล้ว​เอ่ย​แก้ตัว​ว่า​ “ข้า​ไม่ได้​ไป​ที่​แนวหน้า​จริงๆ​ ข้า​ยืน​อยู่​ข้าง​ฟู่หวา​งตลอด​ ข้า​แค่​ยิง​ธนู​ไม่กี่​ดอก​เท่านั้น​…”


“‘แค่​’ ยิง​ธนู​ไม่กี่​ดอก​ ? เจ้ายัง​คิด​จะทำ​อะไร​อีก​ ? พุ่ง​ออก​ไป​แนวหน้า​แล้ว​สังหาร​ศัตรู​อย่าง​ ‘กล้าหาญ​’ กระมัง​ ?” เจียง​โม่หา​นพ​ลิ​ก​ตัว​กลับมา​อย่าง​กะทันหัน​ แต่​เขา​คาดไม่ถึง​ว่า​นาง​จะอยู่​ใกล้​ขนาด​นี้​ ใกล้​จน​เกือบ​ชน​กับ​ส่วน​อ่อนไหว​ใน​ร่างกาย​ของ​นาง​แล้ว​ เขา​จึงขยับตัว​ออกห่าง​เล็กน้อย​ แต่​พบ​ว่า​ตน​ก็​อยู่​จน​สุด​ขอบ​เตียง​แล้ว​เช่นกัน​ จึงได้​แต่​ลุกขึ้น​มานั่ง​ด้วย​ความโมโห​ “เจ้ารู้​หรือไม่​ ถ้าพวก​หุย​เห​อ​รู้​ว่า​เจ้าเป็น​คน​ยิง​แม่ทัพ​ของ​พวกเขา​ แล้ว​จะเกิด​อะไร​ขึ้น​ ?”


อำเภอ​หนิง​ซีตั้งอยู่​แถบ​ชายแดน​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ยาก​ที่​ใน​เมือง​จะไร้​สายลับ​ของ​อีก​ฝ่าย​แฝงตัว​อยู่​ แม้เด็กน้อย​มีฝีมือ​ไม่เลว​ แต่​พยัคฆ์​ก็​มีวัน​หลับใหล​ ถ้าเกิด​…เจียง​โม่หา​น​เกลียด​ที่​ตัวเอง​ต่อสู้​ไม่เป็น​และ​กลัว​ว่า​จะปกป้อง​นาง​ได้​ไม่ดี​พอ​


หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ลุกขึ้น​นั่ง​แล้ว​พูด​กับ​บัณฑิต​น้อย​ด้วย​ท่าทาง​สำนึกผิด​ “บัณฑิต​น้อย​ ท่าน​พี่​ ท่าน​สามี…ข้า​ผิด​ไป​แล้ว​ ข้า​ขอโทษ​ได้​หรือไม่​ ? ท่าน​อย่า​โมโห​เลย​นะ​ !”


เจียง​โม่หา​น​รู้สึก​จนปัญญา​…นาง​มัก​ทำตัว​แบบนี้​เสมอ​ เวลา​ยอมรับผิด​ช่างทำ​ได้ดี​จริงๆ​ ทว่า​คราวหน้า​ก็​ยัง​ทำ​อีก​ ! เขา​สูด​หายใจเข้า​ลึก​แล้ว​ถามว่า​ “คน​ที่​รู้​ว่า​เจ้าเป็น​คน​ยิง​ มีใคร​บ้าง​ ?”


“ตอนนั้น​ฟ้ามืด​…นอกจาก​รอง​แม่ทัพ​ของ​ฟู่หวา​งกับ​หลี​ชิงแล้วก็​น่าจะ​ไม่มีใคร​เห็น​อีก​ อ้อ​ ตอน​ยิง​ทหาร​สอง​สามนาย​สุดท้าย​มีทหาร​ชั้นผู้น้อย​นาย​หนึ่ง​เห็น​ แต่​ฟู่หวา​งบ​อก​กับ​กุนซือ​และ​แม่ทัพ​นาย​อื่น​ๆ ว่า​ข้าศึก​ไม่กี่​นาย​นั้น​พระองค์​เป็น​คน​ยิง​เอง​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ตอบคำถาม​อย่าง​ว่านอนสอนง่าย​


พอ​เจียง​โม่หา​น​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ก็​รู้สึก​สบายใจ​ขึ้น​พอสมควร​ แต่​เขา​ก็​ยัง​หันไป​ถลึงตา​ใส่ภรรยา​ “ช่วง​สอง​สามวันนี้​ เจ้าอยู่​แต่​ใน​ตัว​อำเภอ​เท่านั้น​ หาก​มีธุระ​จำเป็น​ให้​ออก​ไป​ก็​ต้อง​พา​หลี​ชิงและ​องครักษ์​ไป​ด้วย​ ! เข้าใจ​หรือไม่​ ?”


“เข้าใจ​ แต่ว่า​…เจ้ายก​หลี​ชิงกับ​องครักษ์​ให้​ข้า​แล้ว​ถ้ามีอะไร​เกิด​ขึ้นกับ​เจ้า…” หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​ตำแหน่ง​นายอำเภอ​ของ​บัณฑิต​น้อย​ไม่ได้​มั่นคง​ ยังมี​การ​หยั่งเชิง​และ​ลอบสังหาร​ทั้ง​ใน​ที่ลับ​และ​ที่แจ้ง​ ช่วง​หลาย​เดือน​มานี้​ก็​เผชิญ​ไม่น้อย​เลย​


เจียง​โม่หา​น​ถอนหายใจ​แล้ว​จับมือ​นาง​ไว้​ “ทาง​ข้า​ เจ้าไม่ต้อง​เป็นห่วง​ มีอู๋หยง​ห่า​วจา​กห​มู่บ้าน​คน​บาป​อยู่​ด้วย​ วร​ยุทธ​ของ​เขา​ไม่แพ้​หลี​ชิงเลย​…”


“หืม​ ? อู๋หยง​ห่า​วจา​กหมู่บ้าน​ฝั่งตะวันตก​น่ะ​หรือ​ ? คน​ผู้​นี้​จะเชื่อใจได้​หรือไม่​ ? คนใน​หมู่บ้าน​คน​บาป​ต่าง​พูดว่า​หมู่บ้าน​ตะวันตก​มีแต่​ชน​รุ่นหลัง​ของ​พวก​โทษ​กระทำความผิด​ร้ายแรง​อยู่​ทั้งนั้น​…” หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่วางใจ​จะยก​ให้​คน​พวก​นั้น​มาดูแล​บัณฑิต​น้อย​


เจียง​โม่หา​น​ลูบ​เส้น​ผม​ของ​นาง​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “บรรพบุรุษ​มีโทษ​สถาน​หนัก​ก็​จริง​ แต่​คนรุ่นหลัง​ต้อง​เป็น​คนเลว​ด้วย​หรือ​ ? ถึงแม้อู๋หยง​ห่า​วจะ​มีความ​พยศ​อยู่​บ้าง​ แต่​ก็​ไม่เคย​ทำ​เรื่อง​ไม่ดี​มาก่อน​ ถ้าเขา​อยาก​ทำชั่ว​ขึ้น​มาจริงๆ​ ด้วย​ฝีมือ​และ​ความสามารถ​ของ​เขา​ หมู่บ้าน​คน​บาป​ไม่สามารถ​กักขัง​เขา​ไว้​ได้​หรอก​ !”


“ถ้าเช่นนั้น​…ก็​ตามใจ​เจ้า ! แต่​พวกเรา​แบ่ง​องครักษ์​กัน​คนละ​หนึ่ง​นาย​…อย่า​เพิ่ง​พูด​ ฟังข้า​พูด​ให้​จบ​ก่อน​…ข้า​รู้​ว่า​เจ้าเป็นห่วง​ แต่​ข้า​ก็​เป็นห่วง​เจ้าเช่นกัน​ !” ทันใดนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​กระโจน​เข้าสู่​อ้อมกอด​ของ​สามี


เจียง​โม่หา​นก​อด​เอว​นาง​ไว้​หลวม​ๆ เขา​ปฏิเสธ​ไม่ออก​ “ถ้าเช่นนั้น​…เจ้าต้อง​รับปาก​ข้า​ว่า​จะไม่ออก​ไปนอก​อำเภอ​หนิง​ซี โดยเฉพาะ​ห้าม​ไป​ที่​ค่ายทหาร​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เด็ดขาด​”


“ได้​…แต่​ข้า​ต้อง​ไป​ที่​เมือง​หนิง​โจว​สักหน่อย​ คน​ที่​ฮ่องเต้​ส่งมาให้​ข้า​ แค่​ดูแล​เรื่อง​สร้าง​ตำหนัก​องค์​หญิง​ให้​เท่านั้น​ แต่​ข้า​อยาก​ซื้อ​ที่ดิน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีเพิ่ม​อีกหน่อย​เพื่อ​ใช้เป็นที่​เพาะปลูก​ข้าวโพด​ สร้าง​เมล็ด​ข้าวโพด​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงวางขาย​ไป​ทั่ว​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​และ​ภาคเหนือ​ !” ต้อง​ทราบ​ก่อน​ว่า​ราคา​เมล็ดพันธุ์​สูงยิ่งกว่า​ราคา​ข้าวสาร​ เมล็ด​ข้าวโพด​สีเหลือง​ทอง​จึงกลายเป็น​ภูเขา​เงิน​ภูเขา​ทอง​ใน​สายตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ !


เจียง​โม่หา​น​หัวเราะ​ “ได้​ ! เก็บ​เมล็ดพันธุ์​ไว้​ให้​เพียงพอ​สำหรับ​ที่ดิน​ศักดินา​ของ​เจ้า ส่วนที่เหลือ​ค่อย​แบ่ง​ให้​ชาวบ้าน​ที่​ใช้แรงงาน​แลก​กับ​เมล็ดพันธุ์​ ถ้าไม่พอ​ก็​ให้​ครอบครัว​ที่​ยากลำบาก​ก่อน​…”


หลิน​เว่ยเว่ย​ถอนหายใจ​เบา​ๆ “ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีมีใคร​ไม่ลำบาก​ ? โดยเฉพาะ​ชาวบ้าน​ใน​หมู่บ้าน​คน​บาป​…ไม่รู้​จริงๆ​ว่า​พวกเขา​ใช้ชีวิต​กัน​มาได้​อย่างไร​…”


เจียง​โม่หา​น​ลูบ​เส้น​ผม​ของ​เด็กสาว​ด้วย​จิตใจ​อัน​สงบนิ่ง​ ตอนที่​ภาคเหนือ​เผชิญ​ภัยแล้ง​เมื่อ​ชาติก่อน​ ชาวบ้าน​ที่​มีชีวิต​น่าอนาถ​กว่า​หมู่บ้าน​คน​บาป​ยังมี​อีก​มาก​ หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​ต้อง​เผชิญ​กับ​ภัยแล้ง​และ​โจร​บุก​ปล้น​ ชาวบ้าน​เหลือ​แค่​หนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​…หลังจาก​เด็กน้อย​หาย​เป็นปกติ​แล้ว​ ไม่เพียง​ช่วย​ทำให้​ชีวิต​คน​ตระกูล​หลิน​ดีขึ้น​ ยัง​ทำให้​คน​ทั้ง​หมู่บ้าน​มีกินมีใช้​ตาม​ไป​ด้วย​ นอกจากนี้​ยัง​บรรเทา​ภัยพิบัติ​ใน​ภาคเหนือ​ได้​อย่าง​ทันท่วงที​ พอ​ลอง​คิด​แล้ว​เด็กน้อย​จึงยัง​ไม่เคย​เห็น​สภาพ​ที่​น่าอนาถ​กว่า​นี้​จริงๆ​


ตอนที่​ 619: ฝูเห​ริน​ ท่าน​จะทำให้​ใต้เท้า​โกรธ​อีกแล้ว​


กลางดึก​ เนื่องด้วย​หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้เวลา​อยู่​บน​หลัง​ม้าจาก​ค่ายทหาร​ตะวันตกเฉียงเหนือ​มายัง​อำเภอ​หนิง​ซีกว่า​ค่อนคืน​จึงเหนื่อย​มาก​ มือ​ของ​สามีลูบ​ศีรษะ​นาง​เป็นจังหวะ​ ทำให้​นาง​รู้สึก​ผ่อนคลาย​ยิ่งกว่า​อะไร​ สติ​ค่อนข้าง​เลือนราง​ ท้ายที่สุด​ก็​เข้าสู่​ห้วง​นิทรา​…


วันนี้​ นาง​ต้อง​ตื่นขึ้น​มาเพราะ​เสียง​ประทัด​ นาง​ขยี้ตา​ด้วย​ความหงุดหงิด​ หลังจาก​อ้า​ปาก​หาว​แล้ว​หาว​อีก​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ห่อตัว​อยู่​ใต้​ผ้าห่ม​แล้ว​ลุกขึ้น​นั่ง​บน​เตียง​เตา​ เหมือนว่า​สมอง​หยุด​ทำงาน​ไป​ชั่วขณะ​ นาง​ได้​แต่​นั่ง​อยู่​อย่างนั้น​…


ทันใดนั้น​เสียงเคาะ​ประตู​ก็​ดัง​ขึ้น​พร้อม​เสียง​เจ้าหนู​น้อย​ที่​ดัง​ตามมา​ติดๆ​ “พี่​รอง​ ตื่น​หรือยัง​ ? เกี๊ยว​ต้ม​เสร็จ​แล้ว​…” จากนั้น​ก็​เป็น​เสียง​เจ้าดำ​ที่​เอา​ตัว​กระแทก​ประตู​


หลิน​เว่ยเว่ย​ใส่ชุด​ที่​นาง​เฝิงเย็บ​ให้​ใหม่​…เสื้อ​อ่าว​ฉวิน​ (เสื้อ​แจ็คเก็ต​ที่​มัก​สวมใส่​พร้อม​กระโปรง​ ) สีแดง​ปัก​ลาย​บุปผา​ดู​หรูหรา​ พร้อมกับ​คอเสื้อ​ที่​มีลูกเล่น​เป็น​ขน​จิ้งจอก​สีขาว​ กระโปรง​เป็น​สีน้ำเงิน​คราม​ พอ​สวมใส่​แล้ว​นอกจาก​แสดงถึง​ความ​มงคล​ใน​วัน​ปีใหม่​ ยัง​ดึง​ความน่ารัก​สดใส​ของ​นาง​ออกมา​ได้​ด้วย​


หลัง​ล้างหน้า​เสร็จ​ นาง​ก็​ไป​คารวะ​ผู้อาวุโส​ทั้งหลาย​พร้อม​ฝีปาก​ที่​หวาน​ปาน​น้ำผึ้ง​…ทำให้​ฟู่หวา​ง หมู่​เฟย​ แม่สามีและ​แม่แท้ๆ​ แจก​อั่งเปา​ซอง​หนา​ นาง​ยัง​ถือ​ซอง​อั่งเปา​ของ​ตน​ไป​อวด​น้องชาย​อีก​สอง​คน​ด้วย​ความภาคภูมิใจ​ !


หลิน​จื่อเหยียน​ “…” ข้า​ไม่อิจฉา​เลย​สักนิด​ !


เจ้าหนู​น้อย​ “…” พี่​รอง​ ข้า​ยก​เงิน​อั่งเปา​ของ​ตน​ให้​ท่าน​ !


เจียง​โม่หา​น​ยืนยัน​ตำแหน่ง​ใน​ครอบครัว​ด้วย​การกระทำ​…เขา​ยก​ซอง​อั่งเปา​ของ​ตน​ให้​ภรรยา​ทั้งหมด​ เพราะ​อำนาจ​ทางการเงิน​ของ​บ้าน​มีฝูเห​ริน​คอย​จัดการ​ !


แม่ทัพ​ใหญ่​หุย​เห​อ​ที่​โดน​จับ​มาคือ​องค์​ชาย​ที่​ได้รับ​ความ​โปรดปราน​พอสมควร​ ฮ่องเต้​หุย​เห​อ​ส่งพระองค์​ออก​มาหา​ประสบการณ์​ใน​สนามรบ​ เพื่อ​ให้ได้​ฝึกฝน​ตัวเอง​และ​ถือเป็น​การแสดงออก​ว่า​ทรง​ให้ความสำคัญ​ต่อ​โอรส​องค์​นี้​ แต่​ฮ่องเต้​คาดไม่ถึง​ว่า​จะโดน​คน​จาก​ต้าเซี่ย​ยิง​จน​ตก​จาก​หลัง​ม้า !


ถ้าจะแลก​ตัวพระ​โอรส​กลับ​ก็​ต้อง​แลก​ด้วย​ราคา​มหาศาล​ แม้ฮ่องเต้​หุย​เห​อ​จะรัก​พระ​โอรส​ แต่​ก็​ไม่อยาก​สละ​ผลประโยชน์​ของ​แผ่นดิน​จึงพุ่ง​เป้า​มาที่​ครอบครัว​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ สายลับ​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีส่งสาร​ลับ​ว่า​พระชายา​และ​บุตรสาว​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ล้วน​อยู่​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี พระชายา​ไม่ค่อย​ออก​นอก​ที่พำนัก​ แต่​บุตรสาว​ของ​ห​มิน​อ๋อง​มัก​เดินทาง​ไป​ตรวจ​ที่ดิน​นอก​ตัว​อำเภอ​บ่อยครั้ง​…


“ดังนั้น​…พวกเขา​จึงคิด​จับตัว​ลูก​เพื่อ​แลก​กับ​องค์​ชาย​อะไร​นั่น​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​กะพริบ​ตากลม​โต​ หลังจาก​มอง​ห​มิน​อ๋อง​แล้วก็​หันไป​มอง​สามีตัวเอง​ “เรา​…ใช้แผน​ซ้อน​แผน​ ทำให้​สายลับ​หุย​เห​อ​มาแล้ว​ไม่ได้​กลับ​ ดี​หรือไม่​ ?”


“ไม่ได้​ ! อันตราย​เกินไป​ !” ห​มิน​อ๋อง​และ​เจียง​โม่หา​น​พูด​ประสานเสียง​ เห็นได้ชัด​ว่า​มีความเห็น​ตรงกัน​


“หาก​มีโจร​ร้อย​วัน​ ไฉน​เลย​จะป้องกัน​โจร​ขโมย​ได้​ทั้ง​ร้อย​วัน​ ? เว้น​แต่ว่า​ต่อจากนี้​ลูก​จะไม่ออก​ไป​ไหน​เลย​ อุดอู้​อยู่​แต่​ใน​อำเภอ​ ถ้าจะเอาแต่​ป้องกัน​ก็​โจมตีกลับ​ไป​เลย​ไม่ดีกว่า​หรือ​เพคะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​ทั้งสอง​เป็นห่วง​นาง​ แต่​วิธี​แก้ไข​ดี​ที่สุด​ก็​คือ​ล่อ​ศัตรู​ใน​ที่​มืด​ออกมา​ แล้ว​ปิดประตูตีแมว​ ! ส่วน​นาง​เป็น​แค่​เหยื่อ​ล่อ​เท่านั้น​…นาง​เชื่อ​ว่า​สามารถ​ป้องกัน​ตัวเอง​ได้​ !


เจียง​โม่หา​น​รู้​นิสัย​นาง​ดี​ หลังจาก​ลังเล​อยู่​พัก​หนึ่ง​ เขา​ก็​หันไป​มอง​ห​มิน​อ๋อง​ “ตอนนี้​เรา​จำเป็นต้อง​วางแผน​กัน​ก่อน​…”


หลัง​ขึ้นปีใหม่​ผ่าน​มาแล้ว​ อากาศ​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​ก็​เริ่ม​อบอุ่น​ขึ้น​เรื่อยๆ​ การ​เจรจา​ของ​ทั้งสอง​ทัพ​มาถึงทางตัน​ แต่​เห็นได้ชัด​ว่า​เผ่า​หุย​เห​ออ​ยาก​ถ่วงเวลา​…


เมื่อ​ฤดู​แห่ง​การ​เพาะปลูก​มาถึง หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เริ่ม​เดินทาง​จาก​อำเภอ​หนิง​ซีมายัง​บริเวณ​หมู่บ้าน​คน​บาป​บ่อยครั้ง​ขึ้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​ที่อยู่​ใน​ชุด​สาว​ใช้กำลัง​ตะโกน​ใส่ชิงหลิ่ว​ที่​ปลอมตัว​เป็น​นาง​ว่า​ “ฝูเห​ริน​ ใต้เท้า​เจียง​สั่งไว้​ว่า​ช่วงนี้​ไม่ค่อย​ปลอดภัย​ ให้​บ่าว​จับตามอง​ท่าน​เอาไว้​ ไม่ให้​ท่าน​วิ่ง​ไป​ไหน​โดย​ไม่ได้รับอนุญาต​ ท่าน​แอบ​ออกจาก​บ้าน​โดย​ไม่บอก​ท่าน​ใต้เท้า​ เกรง​ว่า​ใต้เท้า​ต้อง​โกรธ​แน่นอน​เจ้าค่ะ​ !”


ชิงหลิ่ว​เป็นหนึ่ง​ใน​องครักษ์​เงาของ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ ใน​เวลา​ปกติ​รับหน้าที่​ดูแล​ความปลอดภัย​ของ​พระชายา​ แต่​ช่วงนี้​เผ่า​หุย​เห​อ​มีการเคลื่อนไหว​ ห​มิน​อ๋อง​จึงส่งนาง​มาคุ้มกัน​หลิน​เว่ยเว่ย​ ส่วน​เรื่อง​ที่​ชิงหลิ่ว​สลับ​ฐานะ​กับ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เป็น​ความคิด​ของ​เจียง​โม่หา​น​


ชิงหลิ่ว​พูด​เสียงดัง​ “ไม่เป็นไร​ ! ใต้เท้า​ของ​บ้าน​เจ้าไม่กล้า​ทำ​อะไร​เปิ่น​กง​จู่หรอก​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​บ่น​เบา​ๆ “เจ้าแสดง​ไม่เหมือน​สักนิด​ ปกติ​ข้า​แทน​ตัวเอง​ว่า​ ‘เปิ่น​กง​จู่’ น้อย​มาก​ ! แล้ว​ข้า​ไม่พูดว่า​ ‘ใต้เท้า​ของ​บ้าน​เจ้า’ แต่​เรียก​ ‘บัณฑิต​น้อย​’ ต่างหาก​…”


ชิงหลิ่ว​ก็​ลด​เสียง​ลง​ “ชาว​หุย​เห​อ​ไม่รู้มาก​ถึงขนาด​นั้น​หรอก​เพคะ​ ? ที่​หม่อมฉัน​พูด​แบบนี้​ก็​เพื่อให้​อีก​ฝ่าย​ ‘แน่ใจ​’ ใน​ฐานะ​ของ​เป้าหมาย​เท่านั้น​เพคะ​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​เหลือบมอง​รอบกาย​แล้ว​พูด​เสียง​แผ่ว​ “ชาว​หุย​เห​อ​จะลงมือ​ใน​อีก​ไม่กี่​วันนี้​จริง​หรือ​ ? เหตุใด​ข้า​ไม่เห็น​ความผิดปกติ​อะไร​เลย​ ?”


จาก​อำเภอ​หนิง​ซีมายัง​ไร่​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ จำเป็นต้อง​ผ่าน​ดง​ป่า​เล็ก​ๆก่อน​ ใน​เวลา​ปกติ​มีคน​ผ่าน​ไป​ผ่าน​มาไม่มาก​นัก​ จึงเป็น​สถานที่​ดี​ที่สุด​ใน​การ​ลงมือ​


ชิงหลิ่ว​หวาดระแวง​ ทันใดนั้น​นาง​ก็​ได้ยิน​เสียง​บางอย่าง​ จึงพูดว่า​ “มาแล้ว​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​กำ​กระบอง​เหล็ก​นิล​ใน​มือ​แน่น​ เงาร่าง​ของ​มนุษย์​เงาแล้ว​เงาเล่า​กระโดด​ออก​มาจาก​ป่า​ ใน​มือ​มีอาวุธ​อันเป็น​เอกลักษณ์​ของ​เผ่า​หุย​เห​อ​และ​พุ่ง​เข้า​มาหา​ชิงหลิ่ว​อย่าง​ดุดัน​


ชิงหลี​และ​องครักษ์​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​อีก​สอง​นาย​ที่​ตามมา​ด้วย​ก็​ชัก​กระบี่​ออกจาก​ฝัก​ที่​เหน็บ​เอว​ไว้​ แล้ว​เริ่ม​สู้แบบ​หนึ่ง​ต่อ​สาม หลิน​เว่ยเว่ย​สะบัดมือ​ที่​ชิงหลิ่ว​จับ​เอาไว้​แล้ว​เริ่ม​ร่ายรำ​กระบอง​เหล็ก​นิล​ใน​มือ​อย่าง​ชำนาญ​ ความเร็ว​ของ​นาง​รวม​กับ​น้ำหนัก​ของ​กระบอง​เหล็ก​นิล​ทำให้​นักฆ่า​เผ่า​หุย​เห​อ​ที่​โดน​ซัด​ หาก​ดาบ​ไม่ปลิว​ก็​แขน​หัก​ นี่​หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ยั้ง​แรง​ไว้​บ้าง​ ถ้าใช้แรง​ทั้งหมด​แล้ว​อีก​ฝ่าย​ได้​มีสภาพ​เหมือน​โดน​รถชน​แน่นอน​…คือ​ เลือดอาบ​ !


ชิงหลิ่ว​กวัดแกว่ง​กระบอง​เหล็กใน​มือ​อย่าง​ว่องไว​ หลัง​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​ลง​มือหนัก​จน​จะเอาชีวิต​คน​ได้​ ก็​รีบ​เตือน​ว่า​ “จับเป็น​ ! คน​พวก​นี้​ยัง​มีประโยชน์​กับ​ข้า​ !”


หลี​ชิงและ​ชิงหลิ่ว​ล้วน​เป็นยอด​ฝีมือ​ทั้งคู่​ ส่วน​องครักษ์​อีก​สอง​นาย​ของ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ก็​ฝีมือดี​ที่สุด​ใน​บรรดา​องครักษ์​ แม้หลิน​เว่ยเว่ย​จะเรียน​กระบวนท่า​มาไม่มาก​ แต่​วิชา​หอก​ของ​สกุล​จ้าว​นั้น​ยอดเยี่ยม​มาก​ แม้นักฆ่า​หุย​เห​อ​มีจำนวนมาก​ แต่​สุดท้าย​ก็​ต้อง​พ่ายแพ้​ไป​ทีละ​คน​


ในเวลานี้​ ห​มิน​อ๋อง​พา​ทหาร​นับ​ร้อย​นาย​มาล้อม​พวก​นักฆ่า​เอาไว้​ นักฆ่า​หุย​เห​อ​จึงรู้​ทันที​ว่า​ตกหลุมพราง​ของ​อีก​ฝ่าย​แล้ว​ แต่​จะหนี​ก็​หมดหนทาง​ จึงเข้ามา​โจมตีชิง​หลิ่ว​ที่​ปลอมตัว​เป็น​ ‘องค์​หญิง​เว่ยเว่ย’​ อย่าง​บ้าคลั่ง​ เพราะ​คิด​จะจับ​บุตรสาว​ห​มิน​อ๋อง​มาเป็น​ตัวประกัน​


กระบอง​เหล็ก​นิล​ใน​มือ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​กวาด​ไป​ทาง​อาวุธ​ของ​อีก​ฝ่าย​และ​โจมตี​ไป​ทาง​ไหล่​หรือ​ขา​ของ​ศัตรู​เพื่อ​ไม่ให้​อันตราย​ถึงชีวิต​ ห​มิน​อ๋อง​เป็นห่วง​บุตรสาว​จึงรีบ​เข้ามา​ใน​วงล้อม​ สังหาร​อีก​ฝ่าย​จน​มาถึงตรง​เบื้องหน้า​บุตรสาว​ ก่อน​จะเริ่ม​ร่ายรำ​หอก​คู่​พระ​วรกาย​พร้อมกับ​หลิน​เว่ยเว่ย​


ขณะที่​นักฆ่า​ทุกคน​โดน​จับ​ หัวหน้ากลุ่ม​เห็น​ห​มิน​อ๋อง​ถามสาวใช้​คน​หนึ่ง​ด้วย​ความห่วงใย​ ไฉน​เลย​เขา​จะยัง​ไม่เข้าใจ​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​อีก​…ที่แท้​พวก​ตน​ก็​เล็ง​เป้าหมาย​ผิด​ตั้งแต่แรก​ ! นี่​เป็น​อุบาย​ที่​สร้าง​ขึ้น​มาหลอก​พวก​ตน​ !


ขณะที่​ห​มิน​อ๋อง​กำลังจะ​นำ​ตัว​นักโทษ​ออก​ไป​ก็​ถูก​หลิน​เว่ยเว่ย​รั้ง​ไว้​ก่อน​ “ฟู่หวา​ง ‘โจร​’ พวก​นี้​มีประโยชน์​กับ​ลูก​ ! ทิ้ง​ไว้​ให้​ลูก​เถิด​เพคะ​ ?”


ห​มิน​อ๋อง​ทอดพระเนตร​นาง​ด้วย​ความสงสัย​พร้อม​ถามว่า​ “เจ้าจะเอา​ ‘นักโทษ​’ พวก​นี้​ไป​ทำ​อะไร​ ?”


“นักโทษ​พวก​นี้​กล้า​บุก​ลักพาตัว​กลางวันแสกๆ​ แน่นอน​ว่า​จะปล่อยไป​ง่ายๆ​ไม่ได้​อยู่แล้ว​เพ.คะ​ ! ตอนนี้​ที่​บ่อ​เกลือ​ไม่ได้​ขาด​คนงาน​อยู่​หรือ​ ? ลูก​อยาก​ใช้พวก​มัน​ไป​แลก​คน​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​บ่อ​เกลือ​…” หลิน​เว่ยเว่ย​ยิ้ม​อย่าง​ ‘บริสุทธิ์ใจ​’…นาง​เหมือน​คน​ที่จะ​ก่อเรื่อง​ได้​หรือ​ ?


ห​มิน​อ๋อง​พยัก​ดวง​พักตร์​ ก่อน​จะระบุ​ให้​นักฆ่า​พวก​นี้​มีสถานะ​เป็น​ ‘โจร​’ “ได้​ ! ขอ​แค่​พวก​มัน​ไม่ไป​ทำชั่ว​ต่อ​ เอา​ไป​ส่งที่​บ่อ​เกลือ​ก็​ถือว่า​ได้​ทำประโยชน์​เพื่อ​ต้าเซี่ย​เช่นกัน​ ! ”


ตอนที่​ 620: แม้เป็น​มังกร​ก็​มีวัน​ต้อง​จำศีล​


ห​มิน​อ๋อง​พา​นักฆ่า​ที่​กลายเป็น​โจร​จำนวน​50คน​มายัง​ที่ว่าการอำเภอ​แทน​นาง​ เจียง​โม่หา​น​ให้​หมอ​ช่วย​พัน​แผล​พวกเขา​อย่าง​ง่ายๆ​ แล้วจึง​พา​ตัว​ไป​ยัง​บ่อ​เกลือ​


แม่ทัพ​เฉาเห็น​นายอำเภอ​พา​ ‘เชลยศึก​ไม่สมประกอบ​’ มากลุ่ม​ใหญ่​ จึงถามด้วย​ความประหลาดใจ​ว่า​ “น้อง​เจียง​ นี่​เจ้า…”


เจียง​โม่หา​น​หัวเราะ​เบา​ๆ แล้ว​พูดว่า​ “ข้าน้อย​อยาก​ใช้คน​พวก​นี้​แลก​กับ​คนงาน​เก่า​ที่​อ่อนแอ​ใน​บ่อ​เกลือ​สักหน่อย​…” ขณะ​พูด​ก็​นำ​รายชื่อ​คน​ที่​อยาก​แลก​มายื่น​ให้​แม่ทัพ​เฉา


หลังจาก​อ่าน​แล้ว​แม่ทัพ​เฉาก็​ขมวดคิ้ว​พลาง​ถาม “นี่​เป็น​ความคิด​ของ​เจ้า หรือว่า​…” ขณะ​พูด​ เขา​ก็​ชี้นิ้ว​ขึ้น​ด้านบน​


เจียง​โม่หา​น​ไม่ได้​ตอบคำถาม​ แต่​พูดว่า​ “คน​พวก​นี้​ต่าง​เป็น​ปัญญาชน​ที่​อ่อนแอ​ไร้​พละกำลัง​ สตรี​และ​เด็ก​ อยู่​ใน​บ่อ​เกลือ​ก็​ช่วย​งาน​อะไร​ไม่ได้​ ข้าน้อย​จะพา​คน​พวก​นี้​ไป​ ส่วน​นักโทษ​ที่​ข้าน้อย​พา​มา แม้จะบาดเจ็บ​บ้าง​แต่​พอ​รักษา​หาย​แล้วก็​เป็น​แรงงาน​ที่​แข็งแรง​ แม่ทัพ​เฉา ท่าน​ไม่เสียเปรียบ​หรอก​ขอรับ​ !”


“เป็น​บัณฑิต​หยวน​ขอร้อง​เจ้าอย่างนั้น​หรือ​ ? หืม​ แต่​เจ้าเป็น​บัณฑิต​จาก​ภาคเหนือ​ บัณฑิต​หยวน​เป็น​คน​ทางใต้​ เจ้าสอง​คน​ไป​รู้จัก​กัน​ตั้งแต่​เมื่อไร​ ?” แม่ทัพ​เฉาพับ​รายชื่อ​ใน​มือ​อย่าง​ระมัดระวัง​ ก่อน​จะหันมา​มอง​เจียง​โม่หา​น​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​


เจียง​โม่หา​น​เห็น​อีก​ฝ่าย​ไม่ได้​ปฏิเสธ​ จึงรู้​ว่า​อาจ​สำเร็จ​แล้ว​ “คน​พวก​นี้​เป็น​ขุนนาง​ที่​มีความสามารถ​ของ​ราชวงศ์​ก่อน​ เพียงแต่​อดีต​ฮ่องเต้​โง่เขลา​เบาปัญญา​ ริษยา​ผู้​ที่​มีความสามารถ​เหนือ​ตน​จึงสั่งเนรเทศ​พวกเขา​มายัง​ที่นี่​ บัดนี้​ราชสำนัก​ต้องการ​ผู้​มีความสามารถ​ ไม่ช้าก็เร็ว​ต้อง​มีการอภัยโทษ​ลงมา​และ​ให้​เรียก​ใช้พวกเขา​อีกครั้ง​…”


ชาติก่อน​ ตอนที่​ฮ่องเต้​มีพระ​ราชโองการ​ลงมา​ อดีต​ขุนนาง​มาก​ความสามารถ​เหล่านี้​ก็​เหลือ​รอด​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น​ ทั้ง​ยัง​สุขภาพ​ย่ำแย่​สุด​ๆ ผ่าน​ไป​ไม่กี่​ปี​ก็​เสียชีวิต​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงคร่ำ​ครวญถึง​คน​พวก​นี้​ยาม​ประชุม​ราชสำนัก​หลาย​ต่อ​หลายครั้ง​…


แม้ว่า​แม่ทัพ​เฉาจะเป็น​คน​แข็งกระด้าง​ แต่​สำหรับ​ปัญญาชน​ที่​มีสมอง​เฉียบแหลม​ก็​ยัง​พอให้​ความ​ยกย่อง​อยู่​บ้าง​ หลัง​ครุ่นคิด​แล้ว​เขา​ก็​พูด​กับ​เจียง​โม่หา​น​ว่า​ “ได้​ ! เขื่อนกั้นน้ำ​ทาง​นั้น​ก็​ต้อง​การคน​เช่นกัน​ ใน​บรรดา​คน​พวก​นี้​มีคน​ที่​เคย​อยู่​กรมโยธาธิการ​มาก่อน​ ถ้าอย่างไร​…ให้​เจ้ายืม​ใช้ก่อน​ก็ได้​ ! แต่​หาก​เบื้องบน​ตำหนิ​ลงมา​ ข้า​จะไม่ช่วย​ปกปิด​แทน​เจ้าหรอก​ ! ทหาร​ ! พา​คน​ที่​ใต้เท้า​เจียง​นำมา​ลง​ไป​ใน​บ่อ​เกลือ​ ให้​พวก​มัน​ได้​ใช้ชีวิต​ตามที่​ควรจะเป็น​ !”


ใน​บ่อ​เกลือ​มีนักโทษ​ที่​กระทำความผิด​มากมาย​ ลูกน้อง​ของ​แม่ทัพ​เฉาจึงมีวิธี​จัดการ​กับ​คน​พวก​นี้​อย่าง​ชำนาญ​ เมื่อ​มาถึงถิ่น​ของ​เหล่า​เฉาผู้​นี้​แล้ว​ แม้แต่​มังกร​ก็​ยัง​ต้อง​เปลี่ยนเป็น​หนอน​ผีเสื้อ​ตัว​หนึ่ง​ที่​ให้​เขา​ได้​บีบ​เค้น​ตามใจชอบ​ !


คน​ส่วนใหญ่​ใน​ใบ​รายชื่อ​ของ​เจียง​โม่หา​น​เป็นอดีต​ขุนนาง​ที่​ถูก​เนรเทศ​จาก​ราชวงศ์​ก่อน​ มีขุนนาง​ขั้น​หนึ่ง​และ​ขั้น​สอง​ไม่น้อย​ ก่อนหน้านี้​มีคนชรา​กับ​สตรี​อ่อนแอ​ที่​ต้อง​เสียชีวิต​ใน​ขณะ​เดินทาง​มาชายแดน​และ​ยังมี​คน​ที่​จบชีวิต​ลง​เพราะ​ป่วย​ใน​บ่อ​เกลือ​…คน​ที่​เหลือ​รอด​ พอ​รวม​กับ​ครอบครัว​ของ​พวกเขา​แล้วก็​ยังมี​แค่​สามสิบ​กว่า​คน​เท่านั้น​


ทว่า​จาก​สภาพ​ของ​พวกเขา​แล้ว​ แม่ทัพ​เฉาน่าจะ​ปฏิบัติ​ดี​ด้วย​เป็นพิเศษ​ ไม่อย่างนั้น​ใน​บ่อ​เกลือ​ที่​มีงานหนัก​เช่นนี้​ ปัญญาชน​ผู้​อ่อน​แอก็คง​ยาก​ที่จะ​รอด​มาจนถึง​ตอนนี้​ได้​


แม่ทัพ​เฉาพูด​กับ​พวกเขา​ว่า​ “ท่าน​นี้​คือ​นายอำเภอ​หนิง​ซี เป็น​จอหงวน​ของ​ปีก่อน​ อำเภอ​หนิง​ซีของ​เขา​กำลัง​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ แต่​คนใน​มือ​ไม่พอ​ ใน​บรรดา​พวก​เจ้ามีใคร​เคย​ทำงาน​ให้​กรมโยธาธิการ​มาก่อน​บ้าง​ ?”


เสียง​ของ​เขา​เพิ่ง​เงียบ​ลง​ ก็​มีชาย​ชรา​ร่างกาย​อ่อนแอ​เดิน​ออก​มาจาก​ฝูงชน​ เจียง​โม่หา​น​จำได้​ว่า​อีก​ฝ่าย​คือ​ศิษย์​คน​ที่​ห้า​ของ​ผู้อาวุโส​เซวี​ย​ อายุ​มากกว่า​บัณฑิต​หยวน​เพียง​7-8ปี​ แต่​ตอนนี้​ดูเหมือน​ชาย​ชรา​จริงๆ​ ผม​ขาว​หมด​ทั้ง​ศีรษะ​ ใบหน้า​เหี่ยวย่น​ แสดงออก​ให้​เห็น​ถึงความลำบาก​ที่​ได้​เผชิญ​


ต่อจากนั้น​ยังมี​ชาย​อายุ​ประมาณ​สามสิบ​ปี​ต้น​ๆ เดิน​ออกมา​อีก​คน​ เขา​ทำ​มือ​คารวะ​เจียง​โม่หา​น​ “ท่าน​พ่อ​เคย​รับหน้าที่​ซ่อมแซม​ระบบ​ชลประทาน​ทางใต้​มาก่อน​และ​ทำ​อยู่​หลาย​สิบ​ปี​ขอรับ​”


เจียง​โม่หา​นก​วาด​ตา​มอง​ฝูงชน​ เหมือน​กำลัง​ตามหา​คน​ที่​อีก​ฝ่าย​เอ่ยถึง​ ชาย​ผู้​นั้น​พูด​ด้วย​สีหน้า​เศร้าสร้อย​ “ท่าน​พ่อ​ไม่สบาย​ ได้​แต่​นอน​ติด​เตียง​…ข้าน้อย​ขอ​วิงวอน​ต่อ​ใต้เท้า​ ได้​โปรด​เชิญหมอ​มาดู​อาการ​ท่าน​พ่อ​ด้วย​เถิด​ขอรับ​”


หลัง​สอบ​ถามถึงตำแหน่ง​และ​สังกัด​ใน​สมัยก่อน​ของ​คน​ที่​เหลือ​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​หันมา​พูด​กับ​แม่ทัพ​เฉาว่า​ “ข้าน้อย​สามารถ​ใช้ประโยชน์​จาก​คน​พวก​นี้​ได้​ ต้อง​ขอบคุณ​ใน​ความช่วยเหลือ​ของ​ท่าน​แม่ทัพ​เฉามาก​ขอรับ​ !”


แม่ทัพ​เฉาโบกมือ​ “พวกเขา​จะไป​ทำงาน​ที่ไหน​ก็​เหมือนกัน​ไม่ใช่หรือ​ ? หา​เกลือ​หรือ​ขุด​คลอง​ก็​ทำ​เพื่อ​แผ่นดิน​ทั้งสิ้น​ ! จริง​สิ บุตรสาว​ข้า​ชอบ​ขนม​ที่​ฝูเห​ริน​เจ้าทำ​มาก​…”


“…” บุตรสาว​ท่าน​ไป​ที่ว่าการอำเภอ​อยู่​บ่อยครั้ง​เพื่อ​กิน​ขนม​ของ​ภรรยา​ข้า​ไม่ใช่หรือ​? ท่าน​อยาก​กิน​เอง​ก็​ไม่ต้อง​โยน​ไป​ให้​บุตรสาว​ ! เจียง​โม่หา​นพ​ยัก​หน้า​ “เมื่อ​กลับ​ไป​ยัง​ที่ว่าการ​แล้ว​ ข้าน้อย​จะสั่งให้​ฝูเห​ริน​ห่อ​ให้​นาง​เอา​กลับมา​เยอะ​ๆหน่อย​”


หลังจาก​พอใจ​แล้ว​ แม่ทัพ​เฉาก็​โบกมือ​เพื่อ​ส่งสัญญาณให้​เขา​พา​คน​ออก​ไป​ได้​


ใน​บรรดา​36คน​นี้​ มี3คน​เป็น​ศิษย์​ของ​ผู้อาวุโส​เซวีย​และ​ยังมี​อีก​4คน​ที่​เป็น​ขุนนาง​มาก​ความสามารถ​ของ​ราชวงศ์​ก่อน​ ส่วนที่เหลือ​ต่าง​เป็น​ญาติ​ของ​พวกเขา​หรือ​คนใน​ครอบครัว​ขุนนาง​ที่​เสียชีวิต​ไป​แล้ว​


ฮ่องเต้​องค์​สุดท้าย​ของ​ราชวงศ์​ก่อน​ช่างโง่เขลา​ หลงเชื่อ​คำ​ยุยง​ของ​ขุนนาง​กังฉิน​แล้ว​หันมา​ทำร้าย​ขุนนาง​ตงฉิน​แทน​ หาก​ราชวงศ์​ไม่ล่มสลาย​ก็​แปลก​ !


เจียง​โม่หา​น​ให้​พวกเขา​พัก​อยู่​ที่​เรือน​หลัง​ที่ว่าการ​แล้ว​เปิด​ประตู​ที่​สามารถ​ออก​ไป​ข้างนอก​ได้​ทิ้ง​ไว้​ เจียง​โม่หา​น​พูด​กับ​ชาย​ชรา​ที่​มีอายุ​ประมาณ​50กว่า​ปี​ว่า​ “ใต้เท้า​หลิ่ว​ ใน​ราชวงศ์​ก่อน​ ท่าน​เคย​รับหน้าที่​ในกรม​คลัง​ ดูแล​เรื่อง​ไร่นา​มาก่อน​ด้วย​ รอ​ให้​ฝูเห​ริน​สร้าง​บ้านไร่​เสร็จ​เมื่อใด​ ท่าน​ก็​พา​ครอบครัว​ไป​อยู่​ที่นั่น​เถิด​ ! ใต้เท้า​หู​ ใต้เท้า​จาง รอ​ให้​อากาศ​อบอุ่น​กว่า​นี้​หน่อย​ พวก​ท่าน​ก็ตาม​ข้า​ไป​สำรวจ​แม่น้ำ​ ข้า​มีความคิด​บางอย่าง​ที่​อยาก​ให้​ใต้เท้า​ทั้งสอง​ช่วย​ออกความเห็น​”


อดีต​ขุนนาง​เฒ่าที่​มีวัย​เกือบ​60ปี​ทั้ง​สามคน​นี้​ ทำงาน​อยู่​ใน​บ่อ​เกลือ​มาหลาย​สิบ​ปี​จึงทรมาน​จน​ไม่เหลือ​สภาพ​ดีๆ​แล้ว​ สภาพ​ใน​ตอนนี้​เหมือน​ชาวบ้าน​ธรรมดา​ไม่มีผิด​ พวกเขา​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​หวาดกลัว​ว่า​ “ข้าน้อย​ไม่กล้า​รับคำ​เรียก​ว่า​ใต้เท้า​จาก​ท่าน​นายอำเภอ​หรอก​ขอรับ​…”


หลิน​เว่ยเว่ย​พา​ชุน​ซิ่งและ​ชิงหลิ่ว​มาดู​ นาง​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ถ้าเช่นนั้น​…เรียก​พวก​ท่าน​ว่า​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​ ผู้อาวุโส​หู​และ​ผู้อาวุโส​จางก็แล้วกัน​ ท่าน​พี่​ ห้องครัว​เตรียม​น้ำร้อน​ไว้​แล้ว​ พวก​ท่าน​ทั้งหลาย​อาบน้ำ​กัน​ก่อน​ แล้ว​ข้า​จะให้​คน​เชิญหมอ​มาตรวจ​สุขภาพ​ !”


ผู้อาวุโส​หลิ่ว​…ก็​คือ​ศิษย์​คน​ที่​ห้า​ของ​ผู้อาวุโส​เซวี​ย​ เขา​พูด​ด้วย​ความสุภาพ​และ​ดู​เหินห่าง​เล็ก​หน่อย​ “ขอบคุณ​ท่าน​นายอำเภอ​และ​ฝูเห​ริน​มาก​ขอรับ​”


หลัง​จัดการ​เรื่อง​คน​พวก​นี้​เสร็จ​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​ออก​ไป​พร้อม​ภรรยา​ จางว่าน​ห​ลี่​เห็น​หลังบ้าน​ไม่มีทหาร​คอย​เฝ้าไว้​ จึงหันไป​มอง​หลิ่ว​จงเทา​หรือ​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​แล้ว​พูด​ด้วย​ความสงสัย​ว่า​ “เจ้าคิด​ว่า​…นายอำเภอ​เจียง​จะมาไม้ไหน​ ? ถ้าจะขุด​คลอง​ก็​ต้อง​เอา​คนหนุ่ม​ที่​มีแรง​เยอะ​ๆสิ เอา​คนแก่​อ่อนแอ​อย่าง​พวกเรา​มาจะมีประโยชน์​อะไร​ ?”


“ท่าน​พ่อ​ขอรับ​ นายอำเภอ​ก็​พูด​แล้ว​ไม่ใช่หรือว่า​เขา​อยากได้​ประสบการณ์​ใน​การ​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​จาก​ท่าน​กับ​ท่าน​ลุง​หู​…” บุตรชาย​คน​ที่สอง​ของ​จางว่าน​ห​ลี่​มอง​ชุด​เครื่อง​นอน​ครบครัน​ใน​ห้อง​ แม้ห้อง​มีขนาด​ไม่ใหญ่​ แต่​ก็​ดีกว่า​ที่พัก​ใน​บ่อ​เกลือ​มาก​แล้ว​ “แม้จะแย่​แค่​ไหน​ก็​ไม่แย่​เท่า​บ่อ​เกลือ​หรอก​ขอรับ​…”


แม้ว่า​แม่ทัพ​เฉาจะดูแล​พวกเขา​เป็น​กรณีพิเศษ​ แต่​งานหนัก​ของ​ทุกวัน​ก็​ไม่อาจ​เลี่ยง​ได้​ งาน​ที่​บ่อ​เกลือ​ไม่ใช่งาน​ที่​คน​จะทำ​ไหว​ งาน​ที่​พวก​คนแก่​อ่อนแอ​อย่าง​ผู้อาวุโส​จางและ​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​ได้​ทำ​ยัง​ถือว่า​ดี​หน่อย​ แต่​คนรุ่นหลัง​ของ​พวกเขา​ไม่ได้​โชคดี​แบบ​นั้น​ด้วย​ ทว่า​เมื่อ​เทียบ​กับ​คนอื่น​แล้ว​ ความลำบาก​ของ​พวกเขา​ยัง​ถือว่า​ลดลง​ไป​มาก​


“ใน​เมื่อ​มาเเล้วก็จงอยู่​อย่าง​มีความสุข​…” ผู้อาวุโส​หลิ่ว​ใช้มือ​ทุบ​เอว​ตัวเอง​ หลานชาย​ของ​เขา​จึงรีบ​เข้ามา​นวด​ให้​ทันที​



จบตอน

Comments