weiwei ep621-630

ตอนที่​ 621: นี่​คิด​จะหลอก​พวกเรา​หรือ​?


ช่วง​เอว​ของ​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​บาดเจ็บ​ตั้งแต่​ที่​เดินทาง​มารับโทษ​แล้ว​ จนถึง​ตอนนี้​ยัง​รักษา​ไม่หาย​สักที​ ขณะ​ทรมาน​อยู่​ที่​บ่อ​เกลือ​ เขา​ก็​ล้มหมอนนอนเสื่อ​อยู่​เป็นเวลา​นาน​ถึงจะลุกขึ้น​มาได้​สักครั้ง​ ถ้าไม่ได้รับ​การ​ดูแล​จาก​แม่ทัพ​เฉา เกรง​ว่า​สังขาร​อัน​ร่วงโรย​นี้​ต้อง​ฝังไว้​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ตั้ง​นาน​แล้ว​


ท่าน​หมอ​ว่าน​จับชีพจร​ให้​คน​พวก​นี้​ทีละ​คน​…ร่างกาย​ของ​พวกเขา​มีปัญหา​ไม่มาก​ก็​น้อย​ เบา​หน่อย​แค่​พัก​รักษาตัว​ก็ได้​แล้ว​ แต่​หนัก​…ก็​คือ​ชาย​ชรา​อายุ​70ปี​ที่​กำลัง​นอน​ไข้​สูงไม่ลด​อยู่​บน​เตียง​ หมอ​ว่าน​ส่ายหน้า​ให้​ครอบครัว​ของ​ชาย​ชรา​ “ได้​แต่​ให้​สวรรค์​ลิขิต​แล้ว​ !”


หลังจาก​หมอ​ว่าน​สั่งยา​แล้ว​ ภรรยา​นายอำเภอ​ก็​ให้​คน​ไป​ซื้อ​ที่​ร้านขายยา​ ขณะ​มาส่งยา​ก็​เอา​อาหารเย็น​มาให้​พวกเขา​ด้วย​…หมั่นโถว​สอง​กล่อง​และ​ผัด​วุ้นเส้น​ผักกาด​ขาว​ใส่เนื้อหมู​ก็​เพียง​พอให้​พวกเขา​กิน​จน​อิ่ม​ท้อง​ ผู้สูงอายุ​และ​เด็ก​ยัง​ได้​กิน​ไข่ไก่​คนละ​หนึ่ง​ฟอง​อีกด้วย​


ได้ยิน​ว่า​อาหาร​ที่​มาจาก​ห้องครัว​ของ​ที่ว่าการอำเภอ​ล้วน​เป็น​ฝีมือ​ของ​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​และ​นางกำนัล​คนสนิท​ของ​ห​มิน​หวา​งเฟย​ ยัง​ไม่พูดถึง​เรื่อง​ฐานะ​ของ​พวกเขา​ แต่​จำนวน​คน​ของ​พวกเขา​เช่นนี้​ ไฉน​เลย​จะกล้า​รบกวน​ให้​คนอื่น​มาลำบาก​เพื่อ​ตน​ไป​ได้​ตลอด​ ? ด้วยเหตุนี้​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​จึงไปหา​หลิน​เว่ยเว่ย​เพื่อ​บอ​กว่า​พวกเขา​จะเก็บกวาด​พื้นที่​ด้านหลัง​แล้ว​ทำเป็น​ห้องครัว​


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ณ มุมกำแพง​ปูน​ของ​เรือน​หลัง​ก็​มีเตา​ถูก​ก่อ​ขึ้น​3เตา​ กระทะ​เหล็ก​ก็​ถูก​ส่งมาด้วย​ นอกจากนี้​ยังมี​ถ้วยชาม​ต่างๆ​…ส่วน​ข้าวสาร​และ​วัตถุดิบ​ก็​กอง​จน​เต็ม​ห้องครัว​ ขณะ​มอง​ของ​เหล่านี้​แล้ว​ ลูกสะใภ้​ของ​ผู้อาวุโส​หลิ่ว​และ​ผู้อาวุโส​หู​ นอกจากนี้​ยังมี​ผู้หญิง​อีก​หลาย​คน​ก็​รู้สึก​สบายใจ​หายห่วง​สักที​


หลัง​จัด​การคน​พวก​นี้​เสร็จ​แล้ว​ การ​เพาะปลูก​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​ก็​เริ่มต้น​ขึ้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ใช้ธัญพืช​เป็น​ค่าแรง​เหมือนเดิม​ นาง​จ้างคนงาน​ชั่วคราว​มาพรวน​ดิน​และ​หว่าน​เมล็ด​ คลอง​ยัง​ไม่เสร็จ​ สำหรับ​ที่ดิน​เพิ่ง​ถางใหม่​เหล่านี้​ หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้ปลูก​ข้าวโพด​ครึ่งหนึ่ง​ ส่วน​อีก​ครึ่ง​ปลูก​ข้าวสาลี​ ส่วน​ข้าว​ขาว​ต้อง​รอ​ให้​ถึงปีหน้า​แล้ว​ค่อย​คิด​อีกที​ !


หน้า​ประตู​ที่ว่าการอำเภอ​มีคน​มาเข้าแถว​ยาวเหยียด​ พวกเขา​ต่าง​เป็น​ชาวบ้าน​จาก​หมู่บ้าน​ใกล้เคียง​ที่มา​ขอรับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ การ​แจก​เพิ่ง​เริ่ม​ขึ้น​ ชาวบ้าน​พวก​นี้​จึงอด​ไม่ได้​ที่จะ​หวาดกลัว​ พวกเขา​ไม่ได้​กังวล​ว่า​ภรรยา​นายอำเภอ​จะผิดสัญญา​ แต่​กลัว​ว่า​ตอน​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​มีคน​มาช่วย​งาน​มากเกินไป​ แล้ว​เมล็ดพันธุ์​จะไม่เพียงพอ​หรือ​ชื่อ​ของ​ตน​จะตกหล่น​…


“ที่ดิน​หนึ่ง​หมู่​ใช้เมล็ดพันธุ์​แค่​5ชั่ง มัน​จะพอ​หรือ​ ? ตอน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ปลูก​ข้าวสาลี​ ข้า​ไป​ช่วย​งาน​มาด้วย​ พื้น​ที่หนึ่ง​หมู่​ต้อง​ใช้ถึง20ชั่ง !” ทันใดนั้น​ทาง​ด้านหน้า​ก็​มีเสียง​ชาวบ้าน​ตะโกน​ว่า​ “เพราะ​เมล็ดพันธุ์​ไม่พอ​ ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​จึงใช้เมล็ดพันธุ์​แค่นี้​มาหลอก​พวกเรา​ ?”


ผู้อาวุโส​หลิ่ว​และ​หลานชาย​รับหน้าที่​ช่วย​แจก​เมล็ดพันธุ์​ให้​ชาวบ้าน​ พวก​ตน​ก็​คิด​ว่า​เมล็ดพันธุ์​5ชั่งต่อ​หนึ่ง​หมู่​น้อย​เกินไป​ ได้ยิน​ว่า​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ปลูก​ข้าวโพด​ออกมา​ได้​ผลผลิต​หมู่​ละ​500ชั่ง จน​พวกเขา​เอง​ก็​ยัง​ตื่นเต้น​ไป​พร้อม​คนอื่น​ด้วย​ ! เมล็ดพันธุ์​5ชั่งสามารถ​แลก​ด้วย​ธัญพืช​หยาบ​จำนวน​500ชั่งได้​จริง​หรือ​ ? พูด​ออก​ไป​ใคร​จะเชื่อ​ ? ภรรยา​นายอำเภอ​ทำ​แบบนี้​ คงจะ​ทำให้​ใจของ​ราษฎร​ที่​คว้า​มาได้​ต้อง​พังทลาย​ใน​คราว​เดียว​ !


หลิว​ว่าย​จื่อ​อธิบาย​ “จะเอา​ข้าวสาลี​มาเทียบ​กับ​ข้าวโพด​ได้​อย่างไร​ ที่ดิน​ของ​ท่าน​ฝูเห​ริน​ใช้เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​แค่​4ชั่งต่อ​หนึ่ง​หมู่​เท่านั้น​ ! ถ้าไม่เชื่อ​ พวก​เจ้าก็​ไป​ถามพวก​ชาวบ้าน​ที่มา​ช่วย​หยอด​เมล็ด​ข้าวโพด​ใน​ฤดูร้อน​เหล่านั้น​ ที่ดิน​ของ​ฝูเห​ริน​ซึ่งกำลัง​แผ้วถาง​ก็​จะปลูก​ข้าวโพด​เช่นกัน​ พวก​เจ้าลอง​ไปดู​ว่า​ปลูก​อย่างไร​…ถ้าปลูก​ไม่เป็น​ก็​อย่า​เอา​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงพวก​นี้​ไป​ทำให้​เสีย​ของ​ !”


สตรี​ใน​ชุด​มอมแมม​คน​หนึ่ง​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​แผ่วเบา​ “ปีก่อน​ ตอนที่​ปลูก​ข้าวโพด​ ข้า​ก็​ไป​ด้วย​ หลุม​ที่​ใช้ปลูก​ข้าวโพด​ค่อนข้าง​กว้าง​ แต่​ด้านใน​มีเมล็ด​ข้าวโพด​แค่​สอง​เมล็ด​เท่านั้น​ ที่ดิน​หนึ่ง​หมู่​ใช้เมล็ดพันธุ์​ไม่เท่าไร​จริงๆ​…”


มีคน​จดจำ​นาง​ได้​ “เจ้าไม่ได้​มาจาก​หมู่บ้าน​คน​บาป​นั่น​หรือ​ ? หมู่บ้าน​คน​บาป​เริ่ม​เพาะปลูก​ตั้งแต่​เมื่อใด​กัน​ ? เจ้ามารับ​เมล็ดพันธุ์​แทน​ใคร​ ?”


สตรี​นาง​นั้น​มอง​ไป​ยัง​หลิว​ว่าย​จื่อ​ด้วย​ความหวาดกลัว​ ก่อน​จะพูด​อธิบาย​เบา​ๆว่า​ “ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​บอ​กว่า​ใคร​แผ้วถาง​ ที่ดิน​ก็​เป็น​ของ​คน​นั้น​ บ้าน​เรา​บุกเบิก​พื้นที่​5หมู่​และ​ได้​ขึ้นทะเบียน​กับ​ที่ว่าการอำเภอ​แล้ว​ ใบ​รายชื่อ​ของ​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ก็​มีชื่อ​ของ​ข้า​อยู่​ ถ้าไม่เชื่อ​พวก​เจ้าถามผู้ดูแล​หลิว​ก็ได้​”


หลิว​ว่าย​จื่อ​จ้อง​คน​ที่​พูด​กับ​สตรี​นาง​นั้น​ “เจ้าสงสัย​การตัดสินใจ​ของ​ท่าน​นายอำเภอ​และ​ท่าน​ภรรยา​นายอำเภอ​อย่างนั้น​หรือ​ ? เป็น​คน​จาก​หมู่บ้าน​คน​บาป​แล้ว​อย่างไร​ ? ขอ​แค่​พวกเขา​พึ่งพา​ตัวเอง​ ทุกอย่าง​ก็​เป็น​ของ​พวกเขา​ อย่า​พูดจา​เหลวไหล​อีก​ ฟังชื่อ​ของ​ตน​แล้ว​เข้ามา​รับ​เมล็ดพันธุ์​ ! หมู่บ้าน​ซาน​หวา​ หลิว​เถี่ย​ถัว​ หวัง​หมา​จื้อ​ ห​ลี่​เสี่ยว​ซาน​ พวก​เจ้าสามคน​เอา​โฉนดที่ดิน​และ​ทะเบียนบ้าน​ออกมา​ !”


“มาแล้ว​ มาแล้ว​ขอรับ​ !” คน​พวก​นี้​ออกมา​จาก​ฝูงชน​ด้วย​ความดีใจ​ หลัง​รับ​เมล็ดพันธุ์​ของ​ตัวเอง​แล้วก็​ประทับ​รอยนิ้วมือ​ลง​ใน​หนังสือสัญญา​ ที่ดิน​ของ​บ้าน​ถูก​ไถพรวน​ไว้​พร้อม​แล้ว​ รอ​เพียง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​เท่านั้น​ ดินทราย​อัน​แห้งแล้ง​ซึ่งใน​ตอนนั้น​ปลูก​ข้าวสาลี​ออกมา​และ​นำ​ไป​จ่าย​ภาษี พวกเขา​ก็​แทบ​ไม่เหลือ​เมล็ดพันธุ์​ให้​ปลูก​ใน​ครั้ง​ถัดไป​ เมื่อ​มีเมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ชั้นดี​ของ​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ หลังจาก​ฤดู​เก็บเกี่ยว​ พวกเขา​ก็​ไม่ต้อง​หิวโหย​อีกต่อไป​ !!


ใน​ที่ว่าการอำเภอ​ เจียง​โม่หา​น​เรียก​ผู้ใหญ่บ้าน​ทั้งหมด​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีมาประชุม​ วัตถุประสงค์​ของ​การประชุม​ก็​คือ​ ‘หลัง​หว่าน​เมล็ด​แล้ว​ ใน​แต่ละ​หมู่บ้าน​จะต้อง​จัด​คน​ลาดตระเวน​ขึ้น​มาเพื่อ​คอย​เดิน​ดู​ที่ดิน​ของ​พวก​ชาวบ้าน​ใน​ยามค่ำคืน​ ไม่อย่างนั้น​เมล็ดพันธุ์​ที่​เพิ่ง​ปลูก​ก็​อาจ​ถูก​คน​ขุด​ขึ้น​มาได้​ ต้อง​ทราบ​ก่อน​ว่า​มีคน​ไม่น้อย​กำลัง​จับจ้อง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงเหล่านี้​ !’


ห่าง​จาก​หมู่บ้าน​คน​บาป​ไป​ทาง​ทิศตะวันตกเฉียงใต้​ประมาณ​30ลี้​ มีหมู่บ้าน​ที่​ชื่อว่า​หมู่บ้าน​หง​ฮัว​ตั้งอยู่​และ​ขึ้น​ตรง​กับ​อำเภอ​อาน​ซี ไม่รู้​ว่า​ชาวบ้าน​ที่นั่น​ไป​ทราบ​เรื่อง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงของ​อำเภอ​หนิง​ซีมาจาก​ที่ใด​ แค่​ช่วย​งาน​ฝูเห​ริน​ไม่กี่​วัน​ก็​จะมีสิทธิ์​ซื้อ​หรือ​ลงบัญชี​ค่า​เมล็ดพันธุ์​เหล่านี้​ไว้​ก่อน​ ใน​ฤดู​เพาะปลูก​นั้น​พวก​ชาวบ้าน​จาก​หมู่บ้าน​หง​ฮัว​จึงมาช่วยกัน​ไถพรวน​ที่ดิน​เกือบ​ทั้ง​หมู่บ้าน​ ชาวบ้าน​เหล่านี้​เป็น​เกษตรกร​ฝีมือดี​ เมื่อ​มีพวกเขา​อยู่แล้ว​การไถ​ที่ดิน​ก็​เร็ว​กว่า​เดิม​


ตอนที่​หลิน​เว่ยเว่ย​นำ​หมั่นโถว​ไป​ให้​ พวกเขา​ก็​พา​กัน​ปฏิเสธ​และ​กิน​หมั่นโถว​จาก​ธัญพืช​หยาบ​ที่​นำมา​เอง​ พอ​หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​แบบ​นั้น​ก็​ถามผู้ใหญ่บ้าน​ว่า​ “พวก​เจ้าคือ​…”


ผู้ใหญ่บ้าน​หง​ฮัว​มีอายุ​ประมาณ​30ปี​ เขา​ตอบ​อย่าง​สงวนท่าที​ “ได้ยิน​มาว่า​…คน​ที่มา​ช่วย​งาน​ท่าน​จะมีสิทธิพิเศษ​ใน​การ​ขอรับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ ไม่ทราบ​ว่า​ยัง​ยึด​ตาม​นี้​หรือไม่​ขอรับ​ ?”


“แน่นอน​ ! แต่ว่า​เมล็ดพันธุ์​ใน​ปี​นี้​หมด​แล้ว​ ต้อง​รอ​ปีหน้า​…”


“ปีหน้า​ก็ได้​ขอรับ​ ! แต่​…พวกเรา​ไม่ใช่คน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​ขอ​รับได้​หรือ​ขอรับ​ ?” ผู้ใหญ่บ้าน​หง​ฮัว​มอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ด้วย​ความประหม่า​ แต่​แวว​ตากลับ​แฝงไป​ด้วย​ความหวัง​


“แน่นอน​ ! ขอ​แค่​มีเมล็ดพันธุ์​มาก​พอ​ ถ้าพวก​เจ้าลงทะเบียน​ไว้​ก็​จะมีสิทธิพิเศษ​ใน​การ​ขอรับ​เมล็ดพันธุ์​ก่อน​ ถ้าไม่มีเงิน​ก็​ลงบัญชี​ไว้​ก่อน​ได้​ จากนั้น​ค่อย​จ่าย​คืนหลัง​ฤดู​เก็บเกี่ยว​” หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​ราษฎร​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ล้วน​มีสภาพ​ชีวิต​ไม่แตกต่าง​กับ​คน​อำเภอ​หนิง​ซี ถ้าเป็น​สิ่งที่​ไม่เกินขอบเขต​ความสามารถ​ของ​ตน​ นาง​ก็​หวัง​ว่า​จะช่วย​ชาวบ้าน​ที่​ยากลำบาก​พวก​นี้​ให้ได้​มาก​ที่สุด​


พอ​ชาวบ้าน​หง​ฮัว​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ก็​มีแรง​ทำงาน​มากกว่า​เดิม​ทันที​ แม้พวกเขา​จะมาช่วย​งาน​เพราะ​อยากได้​สิทธิพิเศษ​ใน​การ​ขอรับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ชั้นดี​ แต่​ก็​ยัง​ได้​เรียนรู้​วิธี​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงไป​ด้วย​ ถือว่า​ได้รับ​โชค​สองชั้น​ !


ชาวบ้าน​หง​ฮัว​อยู่​ค่อนข้าง​ไกล​ พวกเขา​จึงหา​หญ้า​แห้ง​มาปู​บน​พื้น​แล้ว​ใช้ที่นอน​ปู​ทับ​อีก​ชั้น​ ก่อน​จะล้ม​ตัว​ลงนอน​กัน​ทั้งอย่างนั้น​ ค่ำคืน​แห่ง​ฤดูใบไม้ผลิ​ยังมี​สายลม​เย็น​พัด​มาบ้าง​เป็นครั้งคราว​ หลิน​เว่ยเว่ย​กลัว​ชาวบ้าน​พวก​นี้​จะล้ม​ป่วย​จึงให้​มานอน​ใน​บ้าน​ที่​กำลัง​ก่อสร้าง​ ตัว​บ้าน​ถูก​สร้าง​ไป​ได้​พอสมควร​แล้ว​ แม้จะยัง​ไม่มีประตู​หน้าต่าง​ แต่​ถึงอย่างนั้น​ก็​ช่วยกัน​ลม​ได้​


ถ้าเอ่ยถึง​สภาพอากาศ​ของ​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​แล้ว​ สิ่งที่​ทำให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่คุ้นชิน​ก็​คือ​ลมแรง​ อากาศ​แห้ง​ นาง​ทำ​ครีม​ทา​ผิว​ขึ้น​มาเอง​จาก​การ​ใช้น้ำพุ​วิญญาณ​เป็น​ส่วนผสม​ ได้​ผลลัพธ์​ไม่เลว​ แม้แต่​ห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​ยัง​ชมว่า​ใช้ดี​ !


ตอนที่​ 622: เข้ากัน​เป็นปี่เป็นขลุ่ย​ ช่างไม่ถูก​หลักการ​


หลัง​ปลูก​ข้าวสาลี​และ​ข้าวโพด​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​เสร็จ​แล้ว​ หลี​ชิงก็​พา​องครักษ์​กับ​ลูกจ้างประจำ​ออก​เดิน​ลาดตระเวน​รอบ​ไร่​และ​จับ​โจร​ที่มา​ขโมย​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ได้​หลาย​ราย​ตาม​คาด​ ! คน​ที่​ทำ​แบบนี้​ หาก​ไม่ได้​ทำ​เพราะ​เกียจคร้าน​งานหนัก​ แต่​มีใจโลภ​อยากได้​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ชั้นดี​ ก็​เป็น​เพราะ​เศรษฐี​ใน​ท้องที่​อยากได้​เมล็ดพันธุ์​ชั้นดี​พวก​นี้​กลับ​ไป​ปลูก​เอากำไร​


เจียง​โม่หา​น​จัด​การคน​พวก​นี้​อย่าง​โหดเหี้ยม​ ไม่ว่า​จะเป็น​ใคร​ พอ​จับได้​แล้วก็​ส่งไป​เป็น​แรงงาน​ที่​บ่อ​เกลือ​นาน​หนึ่ง​ปี​ ! ซึ่งทุก​หมู่บ้าน​ใน​อำเภอ​ก็​มีเหตุการณ์​เช่นนี้​ปราก​ฎขึ้น​เหมือนกัน​หมด​


พวก​ผู้ใหญ่บ้าน​ต้อง​เอ่ย​ชมแผนการ​ของ​นายอำเภอ​ หลัง​มีคน​ลาดตระเวน​แล้ว​ โจร​ขโมย​เมล็ดพันธุ์​ล้วน​ประสบ​ความล้มเหลว​ทุกราย​ ตรงกันข้าม​ยัง​เป็นการ​ส่งตัวเอง​ไป​เป็น​แรงงาน​ที่​บ่อ​เกลือ​อีกด้วย​…ต่อจากนั้น​ก็​ไม่มีใคร​พุ่ง​เป้า​มาที่​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีอีกต่อไป​ !


ในเวลาเดียวกัน​ เมื่อ​ภาพ​เขื่อนกั้นน้ำ​ของ​เจียง​โม่หา​น​ถูก​ผู้อาวุโส​หู​และ​ผู้อาวุโส​จางช่วย​วิจารณ์​แล้วก็​ถูก​ปรับเปลี่ยน​อีก​เล็กน้อย​ จากนั้น​ก็​เริ่ม​ก่อสร้าง​ ใน​ด้าน​การ​สร้าง​กลไก​สำหรับ​เปิด​ปิดประตู​ควบคุม​ปริมาณ​น้ำ​ไหลผ่าน​นั้น​เป็น​ความคิด​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​


ผู้อาวุโส​หู​และ​ผู้อาวุโส​จางมอง​ภาพวาด​ใน​มือ​ แล้ว​หันไป​มอง​สิ่งก่อสร้าง​กลางแดด​แผดเผา​ ทันใดนั้น​พวกเขา​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ถอนหายใจ​ออกมา​ ‘คนหนุ่มสาว​สมัยนี้​ ช่างคิด​จริงๆ​ ! เมื่อ​มีประตู​กั้น​น้ำ​นี้​แล้วก็​จะสะดวก​ใน​การควบคุม​ระดับน้ำ​ โดยเฉพาะ​เวลา​ที่​มีน้ำหลาก​ก็​สามารถ​ปิดประตู​เพื่อ​กั้น​น้ำ​ได้​ ราษฎร​ไม่ต้อง​ทุกข์ทรมาน​เพราะ​น้ำท่วม​กัน​อีก​ !’


นายอำเภอ​หนุ่ม​คน​นี้​มีความสามารถ​อย่าง​แท้จริง​ คน​ผู้​นี้​ไม่ใช่บัว​ใต้​ตม​ อนาคต​จะต้อง​สดใส​แน่นอน​ !


ขุด​ร่องน้ำ​ ขุด​คลอง​ ซ่อม​คลองส่งน้ำ​ สร้าง​อ่างเก็บน้ำ​ สร้าง​เขื่อนกั้นน้ำ​ แทบจะ​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ในเวลาเดียวกัน​ อีก​ทั้ง​สิ่งที่​ไม่ขาดแคลน​คือ​แรงงาน​ ใน​ยาม​ที่​ผลผลิต​เก็บเกี่ยว​ไม่ทัน​เช่นนี้​ก็​มีชาวบ้าน​จำนวนมาก​ยอม​ออกมา​ใช้แรงงาน​แลก​กับ​อาหาร​สอง​มื้อ​ต่อ​วัน​ ส่วน​เรื่อง​ข้าวสาร​ก็​ไม่จำเป็นต้อง​กังวล​ เพราะ​ห​มิน​หวา​งเฟย​ให้​คน​ขน​ข้าวสาร​มาจาก​ทางใต้​ เรือ​ลำ​แล้ว​ลำ​เล่า​ล่อง​สู่น่านน้ำ​อำเภอ​หนิง​ซี


เจียง​โม่หา​น​ยัง​ร่วมมือ​กับ​แม่ทัพ​เฉาเพื่อ​กวาดล้าง​กอง​โจรสลัด​กลุ่ม​ใหญ่​ที่อยู่​ใน​บริเวณ​ใกล้เคียง​ ไม่ว่า​จะเป็น​ทางบก​หรือ​ทางน้ำ​ก็​ปลอดภัย​ขึ้น​มาก​ พ่อค้า​ที่​ต้อง​เดินทาง​ล้วน​ซาบซึ้งใจ​ใน​การทำงาน​ของ​นายอำเภอ​คน​ปัจจุบัน​ พวกเขา​จึงร่วม​บริจาค​ทรัพย์สิน​และ​เสบียง​เพื่อ​สนับสนุน​การ​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ของ​อำเภอ​หนิง​ซี…


“หืม​! คึกคัก​กัน​เหลือเกิน​!” องค์​ชาย​เจ็ด​ใน​ท่วงท่า​สง่างามกำลัง​อยู่​บน​หลัง​อาชา​ ขณะ​ทอดพระเนตร​ชาวบ้าน​ที่​กำลัง​ถอด​เสื้อ​แล้ว​ช่วยกัน​ขุด​คลอง​อย่าง​ขยันขันแข็ง​ ทรง​มุ่ย​พระ​โอษฐ์​พลาง​ตรัส​ว่า​ “จอหงวน​คน​นี้​เพิ่ง​รับ​ตำแหน่ง​ได้​ไม่ถึงปี​ก็​เกณฑ์​คน​มามากมาย​ขนาด​นี้​แล้ว​ ไม่กลัว​กระแส​ตีกลับ​ของ​ชาวบ้าน​หรือ​อย่างไร?”


นับตั้งแต่​สมัยโบราณ​ การ​เรียก​เกณฑ์​คน​ของ​ทางการ​มัก​กลายเป็น​การบีบ​ให้​ชาวบ้าน​กลายเป็น​กบฏ​ เดิมที​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ก็​ไม่ค่อย​สงบ​อยู่แล้ว​ ตอนที่​พระองค์​ขน​อาหาร​บรรเทาทุกข์​มาแจกจ่าย​ก็​เกือบ​โดน​โจรสลัด​ปล้น​ไป​เช่นกัน​!


“กินข้าว​ !! มาเข้าแถว​ให้​เรียบร้อย​ หมั่นโถว​คนละ​สอง​ลูก​ หัวไชเท้า​ดอง​เค็ม​คนละ​หนึ่ง​หัว​ ! วันนี้​ยังมี​โจ๊ก​ข้าวโพด​เพิ่ม​อีก​คนละ​หนึ่ง​ชาม !” หมั่นโถว​ตะกร้า​แล้ว​ตะกร้า​เล่า​และ​หม้อ​โจ๊ก​ข้าวโพด​หม้อ​แล้ว​หม้อ​เล่า​ถูก​ยก​เข้ามา​ ชาวบ้าน​ที่​ขุด​คลอง​อยู่​ก็​พา​กัน​มาเข้าแถว​รับ​อาหาร​ของ​วันนี้​ตามปกติ​


หลัง​รับ​อาหาร​เสร็จ​แล้วก็​ไป​นั่ง​บน​พื้น​ จากนั้น​เริ่ม​กิน​หมั่นโถว​คำโต​ ชาย​ผิวดำ​คน​หนึ่ง​ที่​พอ​กิน​โจ๊ก​ข้าวโพด​ไป​คำ​หนึ่ง​แล้วก็​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “โจ๊ก​นี้​อร่อย​มาก​ ! คง​ไม่ได้​ทำ​มาจาก​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงของ​อำเภอ​หนิง​ซีเรา​หรอก​กระมัง​ ?”


“ต้อง​ใช่แน่นอน​ ! เพราะ​นอกจาก​อำเภอ​หนิง​ซีของ​เรา​แล้ว​ยัง​จะหา​ข้าวโพด​ที่​อร่อย​ขนาด​นี้​จาก​ที่ไหนได้​อีก​ ? เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ที่​ท่าน​ภรรยา​นายอำเภอ​นำมา​ ทั้ง​ให้​ผลผลิต​สูงและ​รสชาติ​ดี​ ต่อไป​ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีจะได้​มีลาภปาก​แล้ว​” หลัง​ชายหนุ่ม​อีก​คนพูด​จบ​ก็​ยก​ชามโจ๊ก​ขึ้น​ซด​คำ​ใหญ่​ โจ๊ก​ข้าวโพด​ไม่ได้​เหนียวหนืด​ ทั้ง​อร่อย​และ​อยู่ท้อง​ !


“พอได้​กิน​โจ๊ก​ข้าวโพด​นี้​แล้ว​ร่างกาย​ก็​เต็มไปด้วย​พละกำลัง​ ! แม้จะให้​ทำงาน​อีก​สอง​ชั่ว​ยาม​ ข้า​ก็​ยังไหว​ !” ชาย​คน​หนึ่ง​คุยโว​


เจ้าหน้าที่​แจก​อาหาร​ให้​ชาวบ้าน​พูด​กับ​เขา​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ระเบียบ​ของ​นายอำเภอ​คือ​ให้​มีเวลา​พัก​กินข้าว​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ เจ้าวิ่ง​ไป​ทำงาน​แบบ​นั้น​ก็​เท่ากับ​ว่า​พา​พี่น้อง​ของ​พวกเรา​ไป​ทำผิด​กฎ​ด้วย​ไม่ใช่หรือ​ ? คน​ที่​ไม่รู้​ก็​จะเข้าใจผิด​ว่า​นายอำเภอ​ใช้แรงงาน​เจ้าเหมือน​ทาส​ !”


“สมัยก่อน​ เจ้าหน้าที่​แทบ​อยาก​จะฆ่าแรงงาน​ให้​ตาย​ ทำงาน​ช้าหน่อย​ก็​ใช้แส้เฆี่ยนตี​ แต่​ในเวลานี้​แรงงาน​อย่าง​พวกเรา​อาสา​ทำงาน​เพิ่ม​ เจ้าหน้าที่​อย่าง​พวก​ท่าน​กลับ​ไม่ยอมให้​ทำ​” ชาย​ผู้​นั้น​สนิท​กับ​เจ้าหน้าที่​แล้วจึง​กล้า​พูด​ติดตลก​


เจ้าหน้าที่​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “นี่​ไม่ถือว่า​เป็น​ความเมตตา​ของ​นายอำเภอ​เจียง​หรอก​หรือ​ ? นายอำเภอ​และ​ฝูเห​ริน​ที่​ดี​ขนาด​นี้​จะไปหา​จาก​ที่ไหนได้​อีก​ ? พวก​เจ้าเพลิดเพลิน​กับ​ความสุข​ไป​เถิด​ !”


องค์​ชาย​เจ็ด​.ลง​จาก​หลัง​อาชา​พลาง​ดำเนิน​มาคุก​พระ​ชานุ​ลง​ข้าง​แรงงาน​คน​หนึ่ง​แล้ว​ตรัส​ถามว่า​ “เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงที่​เจ้าพูดถึง​เมื่อ​ครู่​ ได้​ผลผลิต​500ชั่งต่อ​หมู่​จริง​หรือ​ ? คง​ไม่ได้​สร้าง​ตัวเลข​เท็จ​ขึ้น​มาหรอก​กระมัง​ ?”


แรงงาน​คน​นั้น​เช็ด​ปาก​แล้ว​หันไป​มอง​พระองค์​ด้วย​ความหวาดระแวง​ “เจ้าคง​ไม่ได้คิด​จะมาซื้อ​เมล็ดพันธุ์​จาก​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ใช่หรือไม่​ ? ข้า​แนะนำ​เจ้าว่า​มาจาก​ทาง​ไหน​ก็​กลับ​ไป​ทาง​นั้น​ เพราะ​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​พูด​ไว้​แล้ว​ว่า​เมล็ด​ข้าวโพด​เหล่านี้​เก็บ​ไว้​ให้​ชาวบ้าน​อำเภอ​หนิง​ซีก่อน​ ถ้ามีเหลือ​ก็​ขาย​ใน​อำเภอ​ที่อยู่​ใกล้เคียง​ ส่วน​ที่อื่น​นั้น​…งด​พิจารณา​ชั่วคราว​ !”


แรงงาน​หนุ่ม​ที่อยู่​ด้าน​ข้าง​ก็​พูด​กับ​องค์​ชาย​เจ็ด​ด้วย​น้ำเสียง​ภาคภูมิใจ​ “เมล็ด​ข้าวโพด​ของ​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ อย่าง​น้อย​จะได้​ผลผลิต​ประมาณ​500ชั่ง แต่​นี่​ยัง​เป็น​ปริมาณ​ที่​ได้​จาก​การ​ปลูก​ใน​ที่ดิน​เพิ่ง​แผ้วถาง​และ​เป็น​ดินทราย​ ถ้าเปลี่ยนเป็น​ดิน​อุดมสมบูรณ์​ ปริมาณ​ก็​ต้อง​มากขึ้น​กว่า​เดิม​แน่นอน​ ! ไม่ปิดบัง​เจ้า เพราะ​ปีก่อน​ข้า​ไป​ช่วย​เก็บ​ข้าวโพด​จึงพบ​ว่า​ข้าวโพด​หนึ่ง​หมู่​กอง​เป็น​ภูเขา​ลูก​เล็ก​ๆน่า​ดีใจ​มาก​เลย​ ! ปี​นี้​บ้าน​ข้า​ปลูก​ไว้​8หมู่​…เสี่ยว​ซวน​จื่อ​ รีบ​ช่วย​ข้า​คำนวณ​หน่อย​ว่า​หลัง​เข้า​ฤดูใบไม้ผลิ​แล้​วจะ​ได้​ธัญพืช​หยาบ​มาเท่าไหร่​ ?”


เสี่ยว​ซวน​จื่อ​ที่อยู่​ด้าน​ข้าง​เป็น​เพียง​เด็ก​อายุ​10กว่า​ขวบ​ เขา​นับ​นิ้ว​อยู่​นานสองนาน​ก่อน​จะพูด​ขึ้น​ว่า​ “เหมือน​จะ…4พันชั่ง ?”


“ฮ่าฮ่าฮ่า ! 4พันชั่ง ! แม้จะให้​ครอบครัว​ข้า​ทั้ง​หก​คน​กิน​แล้วก็​ยัง​กิน​ไม่หมด​ !” แรงงาน​หนุ่ม​คน​นั้น​ดีใจ​จน​มือ​ไม้อยู่ไม่สุข​ ราวกับว่า​ในเวลานี้​มีกอง​ข้าวโพด​สีเหลือง​ทอง​มากอง​อยู่​ตรง​เบื้องหน้า​


องค์​ชาย​เจ็ด​ใช้เงิน​ซื้อ​โจ๊ก​ข้าวโพด​มาจาก​แรงงาน​ที่​เพิ่ง​ได้รับ​มาหนึ่ง​ชาม หลัง​ลอง​ชิมแล้วก็​พบ​ว่า​มัน​อร่อย​อย่าง​ที่​พวก​ชาวบ้าน​พูด​ ขอ​บอก​ตามตรง​ว่า​ข้าวโพด​ใน​นั้น​มีอยู่​ไม่มาก​ ส่วนใหญ่​เป็น​ข้าว​ขาว​เสีย​มากกว่า​ แต่​ข้าวโพด​ก็​ให้​ความรู้สึก​เหนียวหนึบ​ใน​ปาก​และ​ยัง​เพิ่ม​รส​สัมผัส​ ทำให้​รสชาติ​ดี​ยิ่งกว่า​เดิม​ !


องค์​ชาย​เจ็ด​ตรัส​ด้วย​โทสะ​ “เมล็ดพันธุ์​ที่​ล้ำค่า​ขนาด​นี้​ หลิน​เว่ยเว่ย​กลับ​เอา​มาใช้ต้ม​โจ๊ก​ให้​แรงงาน​กิน​ ! ทำตัว​ฟุ่มเฟือย​เกินไป​แล้ว​ !!”


เจ้าหน้าที่​คน​หนึ่ง​มอง​สำรวจ​พระ​วรกาย​ตั้งแต่​บน​จรด​ล่าง​เพื่อ​คาดเดา​ฐานะ​ เนื่องจาก​กลัว​อีก​ฝ่าย​เข้าใจ​ท่าน​ภรรยา​นายอำเภอ​ผิด​ไป​จึงอธิบาย​ว่า​ “ข้าวโพด​พวก​นี้​ใช้เป็น​เมล็ดพันธุ์​ไม่ได้​ แค่​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​ทำให้​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ไม่เพียง​พอแล้ว​ ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​จะเอา​มาต้ม​โจ๊ก​ได้​อย่างไร​ ?”


“หืม​ ? ถ้าเช่นนั้น​เหตุใด​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ของ​พวก​เจ้าไม่ปลูก​ให้​มาก​หน่อย​ ?” องค์​ชาย​เจ็ด​ตรัส​ถามเจ้าหน้าที่​คน​นั้น​


เจ้าหน้าที่​รีบ​พูดว่า​ “ตอน​ท่าน​นายอำเภอ​มาถึงก็​เข้าสู่​เดือน​เจ็ด​แล้ว​ สายน้ำ​ไม่คอยท่า​ กาลเวลา​ไม่คอย​ใคร​ จึงทำได้​แค่​แผ้วถาง​ที่ดิน​เท่านั้น​ ตอน​เข้า​ฤดูใบไม้ผลิ​ของ​ปี​นี้​ก็​ถางอีก​หลาย​ร้อย​หมู่​ ทั้งหมด​ล้วน​เอา​มาใช้ปลูก​ข้าวโพด​ และ​ปีหน้า​ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​จะได้​ปลูก​เมล็ดพันธุ์​แบบนี้​แล้ว​ ใคร​จะไป​คาดคิด​ว่า​ข้าวโพด​ที่​ทุกคน​ต่าง​ดูแคลน​จะให้​ผลผลิต​มากมาย​ถึงขนาด​นี้​กัน​เล่า​ ?”


เจ้าหน้าที่​อีก​คนพูด​เสริม​ด้วย​รอยยิ้ม​ “มีชาวบ้าน​ไม่น้อย​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีที่​พูด​กัน​ว่า​ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​เป็น​เทพธิดา​ผู้เชี่ยวชาญ​การเกษตร​ลงมา​จุติ​ ช่วย​แก้ปัญหา​ปากท้อง​ของ​ชาวบ้าน​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ !”


ตอนที่​ 623: เทพ​เห​วิน​ฉวี่​ซิงกับ​เทพธิดา​ตัว​น้อย​ของ​พระองค์​


ตอนที่​องค์​ชาย​เจ็ด​เสด็จ​ถึงเขต​เริ่น​อัน​ก็ได้​รู้​ว่าการ​เพาะปลูก​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​หรือ​ที่ดิน​100หมู่​นอก​เขต​เริ่น​อันนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ทำ​ผลผลิต​ออกมา​ได้​มากกว่า​ชาวบ้าน​ปกติ​ ใน​สาย​พระ​เนตร​คือ​นาง​ก็​แค่​บังเอิญ​ไป​เจอ​เมล็ดพันธุ์​ชั้นดี​มาเท่านั้น​ นาง​เป็น​แค่​เด็ก​อายุ​สิบ​กว่า​ขวบ​แล้​วจะ​เพาะปลูก​ได้ดี​เหมือน​เกษตรกร​มืออาชีพ​ได้​อย่างไร​ ?


ทรง​แย้มพระสรวล​เบา​ๆ “ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ของ​พวก​เจ้าเป็น​เทพธิดา​ลงมา​จุติ​ แล้ว​นายอำเภอ​เป็น​อะไร​?”


“ท่าน​นายอำเภอ​ไม่ใช่จอหงวน​หรอก​หรือ​ ? เช่นนั้น​เขา​จะต้อง​เป็น​เทพ​เห​วิน​ฉวี่​ซิง (เทพ​แห่ง​การศึกษา​) บน​สรวงสวรรค์​แน่นอน​ ! เทพธิดา​กับ​เทพ​เห​วิน​ฉวี่​ซิงตกหลุมรัก​กัน​ตั้งแต่​อยู่​บน​สวรรค์​ ทว่า​โดน​กีดกัน​จาก​โชคชะตา​ ดังนั้น​จึงแอบ​ลงมา​ครองรัก​กัน​บน​แดน​มนุษย์​…” ไม่พูด​ก็​คง​ไม่ได้​ว่า​สมอง​ของ​พวก​ชาวบ้าน​เพ้อฝัน​ใช้ได้​ พวกเขา​ถึงขั้น​แต่ง​นิทาน​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​และ​เจียง​โม่หา​น​กัน​เลย​ทีเดียว​


องค์​ชาย​เจ็ด​เสวย​โจ๊ก​ข้าวโพด​ใน​ชามหมด​ภายใน​ไม่กี่​คำ​ หลัง​ยื่น​ชามให้​ผู้ติดตาม​ที่อยู่​ด้านหลัง​แล้วก็​กลับ​ขึ้น​หลัง​อาชา​อีกครั้ง​เพื่อ​ห้อ​ตะบึง​ตรง​ไป​ยัง​ที่ว่าการอำเภอ​หนิง​ซี แต่​ต้อง​พบ​กับ​ที่ว่าการ​อัน​ว่างเปล่า​ คน​เฝ้าประตู​บอ​กว่า​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ไป​ที่​ไร่​นอกเมือง​ เขื่อนกั้นน้ำ​สร้าง​เสร็จ​แล้ว​ ท่าน​นายอำเภอ​จึงออก​ไป​ตรวจงาน​ ด้าน​ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​มารดา​แท้ๆ​ของ​นายอำเภอ​กับ​ภรรยา​ก็​ไป​ชมทิวทัศน์​ของ​หุบเขา​ที่อยู่​ใกล้เคียง​


องค์​ชาย​เจ็ด​ครุ่นคิด​ จากนั้น​ก็​หัน​หัว​อาชา​มุ่งตรง​ไป​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีซึ่งเป็นที่ตั้ง​ของ​ไร่​ที่​หลิน​เว่ยเว่ย​แผ้วถาง​ แค่​มอง​จาก​ระยะไกล​ก็​เห็น​ทุ่ง​อัน​กว้างใหญ่​ตั้ง​ตระหง่าน​อยู่​ใน​ละแวก​บ้านเรือน​บริเวณ​นี้​ ใน​ไร่​ก็​ปรากฏ​ภาพ​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ออกรวง​ ใบ​ข้าวโพด​มีสีเขียว​สด​ ข้าวสาลี​ฤดูใบไม้ผลิ​ก็​เติบโต​ได้ดี​ พระองค์​ดึง​รวง​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​มาหนึ่ง​ร่วง​ แต่​สังเกต​ไม่เห็น​ความผิดปกติ​ที่​แตกต่าง​จาก​ข้าวสาลี​ทั่วไป​เลย​ ?


“เฮ้ ! เจ้าเป็น​ใคร​ ! เหตุใด​มาดึง​พืชผล​ของ​คนอื่น​โดยพลการ​ ? เจ้ารู้​หรือไม่​ว่า​ข้าวสาลี​ใน​มือ​ พอ​สุกงอม​แล้ว​มัน​จะช่วยชีวิต​คน​ผู้​หนึ่ง​ได้​ใน​ช่วงเวลา​วิกฤต​ !” หลิว​ว่าย​จื่อ​พา​คน​งานประจำ​สอง​คน​เข้ามา​ใกล้​แล้ว​มอง​องค์​ชาย​เจ็ด​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​…คน​ผู้​นี้​สวมใส่​อาภรณ์​เนื้อ​ดี​ รัศมี​เปล่งประกาย​ไม่ธรรมดา​ ดูเหมือน​…หน้าตา​คุ้น​ๆ


ผู้ติดตาม​ของ​องค์​ชาย​เจ็ด​ทำ​เสียง​ดุ​ “ห้าม​เสียมารยาท​ ! ท่าน​นี้​คือ​องค์​ชาย​เจ็ด​ ที่​เสด็จ​มาเพราะ​ฮ่องเต้​มีราชโองการ​ให้​มาติดตาม​ผล​การ​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ !”


หลิว​ว่าย​จื่อ​ตกใจ​ ‘สวรรค์​ นี่​คือ​โอรส​มังกร​ตัว​น้อย​ น้ำเสียง​ที่​ตน​ใช้เมื่อ​ครู่​ฟังไม่สุภาพ​หรือเปล่า​ คง​ไม่โดน​จับ​ไป​ตัด​ศีรษะ​หรอก​กระมัง​ ?’


องค์​ชาย​เจ็ด​เพียง​โบก​พระ​หัตถ์​ให้​หลิว​ว่าย​จื่อ​ที่​รีบ​คุกเข่า​ลง​ ก่อน​จะตรัส​ถามว่า​ “องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​อยู่​ที่ใด​ ? เหตุใด​จึงไม่เห็น​นาง​อยู่​ที่นี่​ ?”


หลิว​ว่าย​จื่อ​รีบ​ทูล​ตอบ​ “ฝูเห​ริน​ของ​พวกเรา​อยู่​ที่​ ‘ฟาร์ม​’ กำลัง​สอน​ชาวบ้าน​ทำ​ปุ๋ยคอก​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


องค์​ชาย​เจ็ด​ทอดพระเนตร​ตาม​ทิศทาง​ที่​เขา​ชี้แล้ว​เห็น​เข้ากับ​บ้าน​กลุ่ม​หนึ่ง​…ทรง​เข้า​พระทัย​ผิด​ว่า​มัน​เป็นที่ตั้ง​ของ​หมู่​บ้านเล็ก​ๆ แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​นั่น​คือ​ ‘ฟาร์ม​’ ที่​เอาไว้​เลี้ยงสัตว์​


พระองค์​จึงรีบ​ทรง​ม้าเร็ว​ไป​ที่​ฟาร์ม​ เพิ่ง​เข้าไป​ได้​แค่​สอง​ใน​สามส่วน​ก็​ได้กลิ่น​เหม็น​ที่​ยาก​จะดอม​ดม​…อี๋​ ! องค์​ชาย​เจ็ด​จำได้​รางๆ​ ว่า​ปุ๋ยคอก​ก็​คือ​มูลสัตว์​ใช่หรือไม่​ ?


ฟาร์ม​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​เริ่ม​เป็นรูปเป็นร่าง​แล้ว​ ตอนต้น​ฤดูใบไม้ผลิ​ นาง​หา​ซื้อ​ลูก​หมู​มาได้​ประมาณ​50ตัว​ นอกจากนี้​ยัง​ซื้อ​ลูก​แกะ​มาจาก​ชน​เผ่า​ใน​ทุ่งหญ้า​อีก​50ตัว​ ส่วน​วัว​ที่​ซื้อ​มาเมื่อปีกลาย​ก็​คลอดลูก​วัว​เพิ่ม​มา3ตัว​ รวม​กับ​วัว​ที่​ซื้อ​มาอีก​20ตัว​ใน​ช่วงต้น​ฤดูใบไม้ผลิ​ ไม่เพียง​สามารถ​ใช้ไถพรวน​ที่ดิน​ของ​ตน​เท่านั้น​ แต่​ยัง​ปล่อย​เช่าให้​ชาวบ้าน​ที่อยู่​ละแวก​นี้​ด้วย​…แน่นอน​ว่า​เงิน​ค่าเช่า​คือ​การ​ลงบัญชี​ไว้​ก่อน​ เฮ้อ​ ราษฎร​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ช่างยากจน​เกินไป​จริงๆ​ การ​ที่​ได้ยิน​ผู้คน​พูดว่า​พวกเขา​ยากจน​ก็​ไม่ใช่เรื่อง​เกิน​จริง​


เมื่อ​รวม​กับ​กระต่าย​ใน​คอก​ของ​เจ้าหนู​น้อย​แล้ว​ สัตว์​ใน​ฟาร์ม​ก็​เรียก​ได้​ว่า​ล้นหลาม​ คึกคัก​กัน​สุด​ๆไป​เลย​ ! องค์​ชาย​เจ็ด​บีบ​พระ​นาสิก​ ก่อน​จะเห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​ใน​ชุด​ผ้า​เนื้อ​หยาบ​ท่ามกลาง​ฝูงชน​…เด็ก​คน​นี้​กลมกลืน​มาก​เวลา​อยู่​กับ​สามัญชน​


เวลานี้​หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​สอน​วิธีทำ​ปุ๋ย​สูตร​ต่างๆ​ให้​พวก​เกษตรกร​ “เมื่อ​ครู่​พูดถึง​ปุ๋ยคอก​จบ​แล้ว​ ต่อไป​จะพูด​เรื่อง​ ‘ปุ๋ยหมัก​’ อันที่จริง​ก็​ไม่ใช่เรื่อง​ยาก​อะไร​ แค่​ใช้ฟาง พืช​และ​มูลสัตว์​มากอง​ซ้อน​กัน​เป็น​ชั้น​ เรียก​ว่า​ ‘วิธี​เหยียบ​มูล​’ ที่​บันทึก​ไว้​ใน​ตำรา​โบราณ​ ปุ๋ย​ที่​ผ่าน​การ​ย่อยสลาย​แล้ว​จะอุดมสมบูรณ์​ด้วย​สารอาหาร​และ​ช่วย​ปรับปรุง​ดิน​ให้​มีความอุดมสมบูรณ์​ได้​ดีมาก​ !”


จากนั้น​ นาง​ก็​เริ่ม​อธิบาย​วิธีทำ​ปุ๋ยหมัก​ โดย​พื้นฐาน​แล้ว​เป็นการ​กอง​หญ้า​ใน​คอก​วัว​ จากนั้น​ก็​คลุม​ด้วย​ดิน​แล้ว​ใช้ประโยชน์​จาก​การ​เหยียบ​ของ​วัว​ใน​คอก​ช่วย​ย่อยสลาย​…


“ถ้าใน​บ้าน​ไม่เลี้ยงสัตว์​ก็​นำ​กาก​ตะกอน​มาทำ​ปุ๋ย​ได้​ เช่น​ บ่อ​น้ำทิ้ง​ทาง​ตะวันตกเฉียงใต้​ของ​หมู่บ้าน​คน​บาป​ ใน​นั้น​มี ‘เชื้อจุลินทรีย์​’ อยู่​มากมาย​ ก็​คือ​สารอาหาร​นั่นเอง​…มีอย่าง​อุดมสมบูรณ์​เชียว​ล่ะ​ หลัง​ขุด​ตะกอน​ขึ้น​มาแล้วก็​ตาก​ให้​แห้ง​บน​หน้า​ดิน​ จากนั้น​ค่อย​นำ​ไป​ผสม​กับ​มูลสัตว์​อื่น​ๆ นี่​คือ​วิธี​ ‘เพาะเลี้ยง​ใน​น้ำ​’ (Aquaculture)” หลิน​เว่ยเว่ย​รู้สึก​ดี​ที่​มีความจำ​ไม่เลว​ นาง​ยัง​จำวิธี​หมัก​ปุ๋ย​ของ​คน​สมัยโบราณ​ที่​ได้​เรียนรู้​จาก​ชาติก่อน​ได้​


“หลิน​เว่ยเว่ย​ !” องค์​ชาย​เจ็ด​เห็น​นาง​พูด​ไม่จบ​สักที​ ดูท่าทาง​แล้ว​ไม่สังเกตเห็น​การ​มาถึงของ​พระองค์​จึงตะโกน​ออก​ไป​


หลิน​เว่ยเว่ย​หันไป​มองตาม​ทิศทาง​ของ​เสียง​ ทันใดนั้น​นาง​ก็​ต้อง​ตกใจ​แล้ว​หันไป​พูด​กับ​พวก​ชาวบ้าน​ที่อยู่​โดยรอบ​ว่า​ “วันนี้​ก็​พอ​แค่นี้​ก่อน​แล้วกัน​ ! อากาศ​ค่อนข้าง​ร้อน​ สามารถ​ทำ​ปุ๋ยหมัก​จาก​ตะกอน​ใน​บ่อ​น้ำทิ้ง​ได้​ รอ​ให้​ข้าวโพด​ของ​พวก​เจ้าเก็บเกี่ยว​เสร็จ​เมื่อใด​ก็​สามารถ​เลี้ยงสัตว์​บาง​ชนิด​ได้​ จากนั้น​ค่อย​ทำ​ปุ๋ยหมัก​แบบ​เหยียบ​มูล​ต่อ​…รับรอง​ว่า​มีปุ๋ย​พอใช้​ พืชผล​จะโต​ไว​กว่า​เดิม​ อาหาร​ก็​มีมากยิ่งขึ้น​ นี่​คือ​วงจรชีวิต​ที่​ดี​แบบ​หนึ่ง​ !”


พวก​ชาวบ้าน​ขอบคุณ​อย่าง​สุดซึ้ง​แล้ว​พา​กัน​กลับบ้าน​ของ​ตน​ หลังจาก​ล้างมือ​จน​สะอาด​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เดิน​มาหา​องค์​ชาย​เจ็ด​ นาง​คารวะ​พร้อม​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ไอ​โหย​ว​ ลม​อะไร​หอบ​องค์​ชาย​เจ็ด​มาหรือ​เพ.คะ”


“จะมีลม​อะไร​ได้​อีก​ ? ก็​ต้อง​เป็นลม​ตะวันออกเฉียงใต้​อยู่แล้ว​ ! ถ้าเปลี่ยน​เป็นลม​ตะวันตกเฉียงเหนือ​จะไม่ยิ่ง​พัด​เปิ่น​หวา​งให้​ไกล​ออก​ไป​เรื่อยๆ​หรอก​หรือ​ ?” องค์​ชาย​เจ็ด​บีบ​พระ​นาสิก​พลาง​ตรัส​ด้วย​สุรเสียง​อู้อี้​น่าขบขัน​


หลิน​เว่ยเว่ย​พา​อีก​ฝ่าย​ไป​ยัง​สถานที่​มีลม​พัด​เข้าออก​ได้ดี​ แล้ว​ชี้ไป​ทางบ้าน​ทรง​เตี้ย​ที่​เรียงแถว​กัน​อยู่​ “เห็น​พวก​นั้น​หรือไม่​เพคะ​ ? เป็น​เตา​อิฐ​สำหรับ​ทำ​ปุ๋ย​ นอกจาก​รักษา​สารอาหาร​ใน​ปุ๋ย​ได้​แล้ว​ ยังคง​สภาพ​ของ​ปุ๋ย​ไว้​ได้​ด้วย​ องค์​ชาย​เจ็ด​คิด​ว่า​กลิ่น​นี้​เหม็น​ไม่น่า​ดม​ แต่​นี่​เป็น​สิ่งที่​ใช้หล่อเลี้ยง​ชีวิต​ของ​ราษฎร​ ! พระองค์​เห็น​ไร่​ข้าวโพด​ทาง​นั้น​หรือไม่​ ? องค์​ชาย​เจ็ด​ ทรง​คิด​ว่า​ข้าวโพด​พวก​นั้น​ของ​หม่อมฉัน​เป็น​อย่างไรบ้าง​เพคะ​ ?”


“ก็ดี​ !” องค์​ชาย​เจ็ด​ทำงาน​อยู่​ในกรม​คลัง​มาได้​สักพัก​จึงพอ​เข้า​พระทัย​เรื่อง​พืชผล​อยู่​บ้าง​ ข้าวโพด​หนึ่ง​พัน​กว่า​หมู่นี้​เติบโต​ได้ดี​ทีเดียว​ มอง​ไม่ออก​เลย​สักนิด​ว่า​ปลูก​ใน​พื้นที่​รกร้าง​เพิ่ง​แผ้วถาง​ใหม่​


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ต่อ​ “ปลูก​บน​ดินทราย​ยัง​เติบโต​ได้​ดีกว่า​ดิน​อุดมสมบูรณ์​ ใช่ว่า​ข้าวโพด​ไม่เลือก​ดิน​ แต่​เพราะ​ผลงาน​ของ​ปุ๋ยคอก​เหล่านี้​ด้วย​เพ.คะ​ ! รอ​ให้​ถึงช่วง​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​เมื่อใด​ หม่อมฉัน​จะหว่าน​เมล็ด​หญ้า​ลง​ใน​ไร่​แล้ว​พลิก​หน้า​ดิน​ก่อน​เข้าสู่​ฤดูหนาว​ หลัง​ผ่าน​ฤดูหนาว​อัน​เนิ่นนาน​ไป​แล้ว​ หญ้า​พวก​นี้​จะกลายเป็น​ปุ๋ย​ที่​อุดมสมบูรณ์​ สร้าง​สารอาหาร​แก่​พืชผล​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​ เมื่อ​รอ​ให้​ผ่าน​ไป​อีก​สอง​สามปี​ ดินทราย​พวก​นี้​ก็​จะกลายเป็น​ผืนดิน​อุดมสมบูรณ์​ แล้ว​ปริมาณ​ผลผลิต​ก็​จะเพิ่มขึ้น​กว่า​เดิม​…”


พูดถึง​เรื่อง​การ​เพาะปลูก​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​พูด​ได้​ชนิด​น้ำไหลไฟดับ​พร้อม​หน้าตา​ที่​เปล่งประกาย​ออกมา​ องค์​ชาย​เจ็ด​ทอดพระเนตร​เงียบๆ​…บางที​บน​ที่ดิน​อัน​กว้างใหญ่​แห่ง​นี้​อาจ​เหมาะสม​กับ​นาง​ยิ่งกว่า​ตำหนัก​หลัง​ใหญ่​! การ​ที่​ห​มิน​อ๋อง​ไม่ให้​นาง​แต่งงาน​กับ​ลูกหลาน​ขุน​นางใน​เมืองหลวง​ก็​ถือว่า​เป็น​ความคิด​ที่​ถูกต้อง​แล้ว


“จริง​สิ องค์​ชาย​เจ็ด​เพคะ​ พระองค์​คง​ไม่ได้​แอบหนี​ออกจาก​เมืองหลวง​ใช่หรือไม่​ ?” จู่ๆหลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เปลี่ยน​หัวข้อ​สนทนา​พลาง​มอง​องค์​ชาย​เจ็ด​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​ด้วย​แววตา​สงสัย​


ตอนที่​ 624: เห็น​วิธี​ใช้ชีวิต​ของ​นาง​แล้วก็​มีความแตกต่าง​อย่าง​ชัดเจน​


องค์​ชาย​เจ็ด​ถลึง​ดวง​เนตร​ใส่นาง​ “เปิ่น​หวา​งเป็น​คน​ไม่เอาไหน​ขนาด​นั้น​หรือ​ ? เปิ่น​หวา​งทำตาม​พระ​ราชโองการ​ของ​ฟู่หวง​ มาทำงาน​ที่​อำเภอ​หนิง​ซีต่างหาก​”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​อย่าง​มีความสุข​ “คง​ไม่ได้มา​เพราะ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​หรอก​นะ​เพคะ​ ?”


“บัณฑิต​น้อย​ของ​เจ้าก็​รายงาน​ผลผลิต​ข้าวโพด​ไป​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​ ? ขุนนาง​มากมาย​ใน​ราชสำนัก​ล้วน​ไม่เชื่อ​ว่า​จะได้​ผลผลิต​มาก​ขนาด​นั้น​ บอ​กว่า​เขา​อยาก​สร้าง​ผลงาน​ โลภ​ใน​ตำแหน่ง​ลาภ​ยศ​…หรือ​แม้แต่​เรื่อง​ที่​เขา​ซ่อมแซม​คลอง​ก็​พูดว่า​เป็น​การเอารัดเอาเปรียบ​ราษฎร​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ฟู่หวง​จึงส่งเปิ่น​หวา​งมาดู​การ​เพาะปลูก​และ​คลองส่งน้ำ​” องค์​ชาย​เจ็ด​ออกจาก​เมืองหลวง​พร้อม​พระ​ราชโองการ​จึงมีความ​มั่น​พระทัย​เต็มเปี่ยม​


หลิน​เว่ยเว่ย​หัวเราะ​ “นี่​ยัง​ห่าง​จาก​ฤดู​เก็บเกี่ยว​อีก​เกือบ​2เดือน​เพ.คะ​ ! องค์​ชาย​เจ็ด​เดินทาง​มาไกล​ คง​ลำบาก​มาตลอดทาง​ เรา​กลับ​ไป​พักผ่อน​ยัง​ที่ว่าการอำเภอ​ แล้ว​หม่อมฉัน​จะทำอาหาร​ต้อนรับ​องค์​ชาย​เจ็ด​เพคะ​ !”


องค์​ชาย​เจ็ด​เห็น​นาง​ดู​มั่นอกมั่นใจ​ จึงอด​ไม่ได้​ที่จะ​ถามว่า​ “เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ของ​เจ้าจะให้​ผลผลิต​ได้​ถึง500ชั่งจริง​หรือ​ ?”


“500ชั่งยัง​น้อย​ไป​เพ.คะ​ ! ปีก่อน​ที่ดิน​เพิ่ง​แผ้วถาง​ ฝน​ก็​ตก​น้อย​และ​ยัง​ขาดแคลน​ปุ๋ย​ ปี​นี้​หลัง​เข้า​ฤดูใบไม้ผลิ​แล้ว​ฝน​ก็​ตก​ลงมา​เรื่อยๆ​ ปุ๋ย​ก็​มีใช้จน​เพียงพอ​ จะต้อง​ไม่หยุด​อยู่​แค่​500ชั่งแน่นอน​เพคะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​ความตื่นเต้น​และ​มั่นใจ​


หลัง​กลับ​ขึ้น​มาบน​หลัง​อาชา​แล้ว​ องค์​ชาย​เจ็ด​ก็​ควบคุม​จังหวะ​ให้​อยู่​ใน​ระดับ​เดียว​กับ​นาง​ ทรง​ตรัส​ด้วย​ความสงสัย​เล็กน้อย​ “ราษฎร​ส่วนใหญ่​เกลียด​การเกณฑ์​คน​ของ​ทางการ​ที่สุด​ แล้ว​เหตุใด​ตลอดทาง​มานี้​จึงเห็น​ชาวบ้าน​ที่​กำลัง​ขุด​คลอง​เหล่านั้น​ไม่บ่น​กัน​เลย​สัก​คำ​ ?”


“ต้อง​ยก​ความดี​ให้​วิธีการ​ ‘ปกครอง​ราษฎร​’ ของ​สามีหม่อมฉัน​อยู่แล้ว​เพคะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ทำ​สีหน้า​ภาคภูมิใจ​ “ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​มีฝนตก​น้อย​ อากาศ​ก็​แห้งแล้ง​ เผชิญ​กับ​ภัยแล้ง​ทุกปี​ การ​ขุด​คลองส่งน้ำ​เป็นประโยชน์​ต่อ​ราษฎร​ พอ​บัณฑิต​น้อย​ติดประกาศ​เกณฑ์​คน​แล้ว​ ราษฎร​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ก็​คิดได้​…”


“เจ้าพูด​แบบนี้​ให้​มัน​น้อย​ๆหน่อย​ !” องค์​ชาย​เจ็ด​ทน​ฟังต่อ​ไม่ได้​แล้ว​ “ชาวบ้าน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เป็น​คน​หัวแข็ง​ โดยเฉพาะ​อำเภอ​หนิง​ซีแห่ง​นี้​ นายอำเภอ​ถูก​เปลี่ยน​มาหลาย​ต่อ​หลาย​คน​แล้ว​ นอกจาก​สร้าง​ผลงาน​อะไร​ไม่ได้​ ยังมี​บางคน​ที่​เอาชีวิต​มาทิ้ง​ด้วย​ เจ้าบอ​กว่า​ราษฎร​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​คิดได้​ ? จะเอา​มาหลอก​คนโง่​หรือ​ไร​ ?”


“คนใน​ใต้​หล้า​ล้วน​แสวงหาผลประโยชน์​ พวก​ชาวบ้าน​ก็​แค่​อยาก​ ‘อิ่ม​ท้อง​’ เท่านั้น​ งาน​ซ่อมแซม​คลอง​มีอาหาร​ให้​วัน​ละ​สอง​มื้อ​ ถ้าขยัน​ทำงาน​แล้ว​ยัง​ได้​หมั่นโถว​กลับ​ไป​ให้​คนใน​ครอบครัว​อีก​ลูก​ แล้ว​พระองค์​คิด​ว่า​ราษฎร​ที่​อดอยาก​หิวโหย​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีอยาก​ใช้แรงงาน​แลก​อาหาร​อัน​ล้ำค่า​หรือไม่​เล่า​เพคะ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ยยก​ยิ้ม​ที่​มุมปาก​


ตั้งแต่​อดีต​ ทุกครั้งที่​ถึงช่วง​เสบียงอาหาร​ขาดแคลน​ ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีที่​หา​ทางออก​ไม่ได้​อีกต่อไป​ก็​จะผัน​ตัว​เป็น​โจร​และ​ถูก​พวก​โจร​ตัวจริง​ฉก​ฉวยโอกาส​จึงกลายเป็น​หายนะ​อย่างหนึ่ง​ แต่​ปี​นี้​อำเภอ​หนิง​ซีเงียบสงบ​ เหตุการณ์​นี้​ย่อม​เป็นผล​จาก​การ​สร้าง​ ‘ระบบ​ชลประทาน​ต้า​ซิง’ ของ​สามีนาง​อยู่แล้ว​ !


“แรงงาน​มากมาย​ขนาด​นั้น​ พวก​เจ้าไป​เอา​อาหาร​มาจาก​ที่ใด​ ? คง​ไม่โง่เอา​เงิน​ตัวเอง​มาขุด​คู​คลอง​ให้​ทางการ​หรอก​กระมัง​ ?” องค์​ชาย​เจ็ด​ทำ​สีพระพักตร์​เหมือน​กำลัง​มอง​คนโง่​ พระองค์​ก็​ไม่คิด​บ้าง​ว่า​ถึงจะออก​เงิน​ขุด​คลอง​เอง​ มัน​ก็​ช่วย​สร้าง​ความมั่นคง​ให้​บ้านเมือง​ของ​ตน​!


หลิน​เว่ยเว่ย​ชี้ไป​ยัง​ซุ้มประตู​เชิดชู​เกียรติ​ที่อยู่​ห่าง​ออก​ไป​ไม่ไกล​ “เห็น​นั่น​หรือไม่​เพ.คะ​? รายชื่อ​บน​ซุ้มประตู​นั้น​และ​เงิน​ที่​บริจาค​ล้วน​เขียน​ไว้​อย่าง​ชัดเจน​! จนถึง​ตอนนี้​ยังมี​พ่อค้า​ที่มา​ร้องไห้​ตะโกน​อยาก​บริจาค​กัน​อยู่เลย​ ขอ​แค่​ชื่อ​ตัวเอง​ได้​อยู่​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​แห่ง​นี้​ตลอดไป​ก็​พอ​!”


“เรือขนส่งสินค้า​ภายใต้​ชื่อ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​แล้วก็​ยังมี​เรือขนส่งสินค้า​สกุล​ลู่​แห่ง​เมืองหลวง​ได้​จัดซื้อ​ข้าวสาร​จาก​ภาคใต้​มายัง​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เพื่อ​ทางการ​ทั้งสิ้น​ อำเภอ​หนิง​ซีจะลำบาก​แค่​สอง​ปี​นี้​เท่านั้น​ ต่อไป​ที่นี่​จะกลายเป็น​ดินแดน​อุดมสมบูรณ์​หลาย​พัน​หมู่​ พืชผล​ที่​ราษฎร​ผลิต​ได้​จะมีกินมีใช้​ไม่หมดสิ้น​! และ​เมื่อ​ถึงเวลา​นั้น​ ใคร​ยัง​กล้า​พูดว่า​อำเภอ​หนิง​ซีของ​พวกเรา​เป็น​อำเภอ​ห่างไกล​ความเจริญ​อีก​เพ.คะ​?” มือ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ชี้ไป​ยัง​ผืนดิน​รกร้าง​อัน​ไร้​ขอบเขต​…ที่นั่น​มีชาวบ้าน​ไม่น้อย​กำลัง​แผ้วถาง​อยู่​!


ขณะ​ทอดพระเนตร​นาง​ องค์​ชาย​เจ็ด​ก็​ตรัส​ถามเรื่อง​ที่​สงสัย​ออกมา​ “เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงนี้​ เจ้าไป​เอา​มาจาก​ที่ใด​?”


“มาจาก​ที่ใด​? ก็​ต้อง​มาจาก​พ่อค้า​ต่าง​แคว้น​คน​หนึ่ง​อยู่แล้ว​เพ.คะ​ ตอนนั้น​คิด​ว่า​เป็น​แค่​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ธรรมดา​ แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​มัน​จะให้​ผลผลิต​ที่​ดีมาก​ กอปร​กับ​ที่​หม่อมฉัน​ปรับปรุง​พันธุ์พืช​เก่ง​ เมล็ดพันธุ์​จึงค่อยๆ​พัฒนา​ขึ้น​ สุดท้าย​ก็​ให้​ผลผลิต​สูงจริงๆ​ไม่ใช่หรือ​เพ.คะ​?” หลิน​เว่ยเว่ย​ประกาศ​ว่า​ตน​ชำนาญ​ใน​งาน​เกษตร​ เพราะ​นาง​สามารถ​ใช้ความรู้​ที่​เรียน​มาปรับปรุง​เมล็ดพันธุ์​ได้​จริง​…ทว่า​ต้อง​ใช้ระยะเวลา​ที่​ยาวนาน​


องค์​ชาย​เจ็ด​สำรวจ​ตัวนาง​อย่าง​จริงจัง​ “รู้​แล้ว​ว่า​เหตุใด​เสด็จ​อา​ห​มิน​อ๋อง​ถึงชอบ​ตรัส​ว่า​เจ้าเป็น​ดาว​นำ​โชค​ ! ถ้าเจ้าทำ​เมล็ดพันธุ์​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงขึ้น​มาได้​มากกว่า​เดิม​จริงๆ​ เช่นนั้น​เจ้าก็​จะเป็น​ดาว​นำ​โชค​และ​วีรสตรี​ผู้ยิ่งใหญ่​ของ​ต้าเซี่ย​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​กำหมัด​น้อย​ๆ ขณะ​พูด​อย่าง​มีปณิธาน​สูงส่ง “ชีวิต​ยัง​ไม่สิ้น​ ก็​เพาะปลูก​กัน​ต่อไป​! เป้าหมาย​ของ​หม่อมฉัน​คือ​…ไม่มีความอดอยาก​ใน​ต้าเซี่ย​ ราษฎร​ได้​กิน​จน​อิ่ม​ท้อง​!”


“ดี​! เจ้าต้องการ​อะไร​ก็​บอก​เปิ่น​หวา​งได้​เลย​ เปิ่น​หวา​งจะพยายาม​หา​แรง​สนับสนุน​และ​สวัสดิการ​อย่าง​ดี​ที่สุด​มาจาก​ฟู่หวง​ให้​พวก​เจ้า!” องค์​ชาย​เจ็ด​รู้สึก​หทัย​พอง​โต​…ราษฎร​เป็นสุข​ ทุกหนทุกแห่ง​สงบสุข​ คือ​ความปรารถนา​ของ​เจ้าแผ่นดิน​ผู้​ชาญฉลาด​ทุก​พระองค์​เช่นเดียวกับ​ฟู่หวง​


ความลำบาก​หลังจาก​ฟู่หวง​ขึ้น​ครองราชย์​แล้ว​นั้น​ องค์​ชาย​เจ็ด​ได้​เห็น​เอง​กับ​สอง​เนตร​ทั้งหมด​ แม้หทัย​จะลุกเป็นไฟ​แต่​ก็​ช่วย​อะไร​ไม่ได้​ หาก​เด็กน้อย​คน​นี้​มีความสามารถ​เช่นนั้น​จริง​ พระองค์​ก็​จะคอย​ปกป้อง​นาง​ให้​ดี​ ไม่ว่า​นาง​อยากได้​อะไร​ พระองค์​ก็​จะทำให้​นาง​สมปรารถนา​โดย​ไม่ลังเล​…


หลิน​เว่ยเว่ย​หันไป​มอง​องค์​ชาย​เจ็ด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ตอนนี้​คลัง​หลวง​ของ​แผ่นดิน​ไม่ได้​มั่งคั่ง​ อย่า​ทำให้​ฮ่องเต้​ต้อง​ใช้เงิน​เลย​เพ.คะ​ รอ​ให้​ต้าเซี่ย​มีอาหาร​เหลือกินเหลือใช้​ ราษฎร​เป็นสุข​ ต่าง​แคว้น​มาเยี่ยมเยือน​จาก​ทุก​ทิศ​ทุก​ทาง​แล้วก็​คือ​รางวัล​ดี​ที่สุด​สำหรับ​หม่อมฉัน​!” ถุย​ถุย​ถุย​ถุย​ ปวดใจ​จริงๆ​ เครื่องประดับ​ เงินทอง​ ไร่นา​ ร้านค้า​ของ​นาง​…


องค์​ชาย​เจ็ด​ทอดพระเนตร​นาง​อยู่​นานสองนาน​ ทรง​คาดไม่ถึง​ว่า​เด็กสาว​ที่เกิด​ใน​ชนบท​จะมีจิตสำนึก​และ​ความทะเยอทะยาน​เช่นนี้​ เมื่อ​เทียบ​กับ​นาง​แล้ว​ ใน​ฐานะ​ที่​พระองค์​เป็น​โอรส​ของ​ฟู่หวง​ ทว่า​เพื่อ​เลี่ยง​ไม่ให้​เกิด​ความสงสัย​จึงแสร้ง​ทำเป็น​องค์​ชาย​เจ้าสำราญ​ที่​ทำ​อะไร​ไม่เป็น​สัก​อย่าง​ ออก​ไป​เที่ยวเตร่​ทั้งวัน​…พอ​เห็น​วิธี​ใช้ชีวิต​ของ​นาง​แล้วก็​มีความแตกต่าง​อย่าง​ชัดเจน​!


“หลิน​เว่ยเว่ย​ เปิ่น​หวา​งเรียน​ทำการเกษตร​กับ​เจ้าได้​หรือไม่​?” องค์​ชาย​เจ็ด​ตัดสิน​พระทัย​แล้ว​…ขอ​แค่​มีจิตใจ​ที่​มุ่งมั่น​ ก็​จะไม่ถูก​ดึง​เข้าไป​แย่งชิง​บัลลังก์​อีก​


พระ​อนุชา​รัชทายาท​เป็น​คน​หทัย​กว้างขวาง​ แม้พระองค์​ทำ​ผลงาน​ได้ดี​ รัชทายาท​ก็​ไม่ระแวง​แต่อย่างใด​…หาก​รัชทายาท​ระแวง​ใน​พระองค์​จริงๆ​ ก็​ช่างเถิด​…ขอ​เพียง​รู้​ว่า​ตนเอง​กำลัง​ทำ​อะไร​อยู่​ก็​พอแล้ว​!


“ได้​เพ.คะ​! ปุ๋ย​ต้อง​พลิก​กลบ​แล้ว​ พรุ่งนี้​พระองค์​ก็​มาช่วย​แล้วกัน!” หลิน​เว่ยเว่ย​กลั้น​เสียงหัวเราะ​เอาไว้​ ก่อน​จะสั่งให้​องค์​ชาย​เจ็ด​ทำงาน​ที่​สกปรก​และ​เหม็น​ที่สุด​…ใคร​ใช้ให้​เขา​ชอบ​ข่มขู่​นาง​และ​หาเรื่อง​นาง​บ่อยๆ​เล่า​?


ตอนที่​องค์​ชาย​เจ็ด​ใช้ผ้า​ปิด​พระ​นาสิก​และ​พับ​ชาย​ฉลอง​พระ​กร​ขึ้น​เพื่อ​จะพลิก​กอง​ปุ๋ย​ จู่ๆก็​ดำริ​ได้​ว่า​นี่​เป็นงาน​สกปรก​ที่​ไม่ต้อง​ใช้ทักษะ​อะไร​ พวก​ลูกน้อง​หรือ​คนงาน​สามารถ​ทำได้​ พระองค์​เป็น​ถึงองค์​ชาย​แล้ว​เหตุใด​ต้อง​มาทำ​เอง​? ถ้าไม่รู้​ว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​แกล้ง​อยู่​ องค์​ชาย​เจ็ด​ก็​คง​ไม่มีสมอง​แล้ว​! ทว่า​พระองค์​ก็​ไม่ได้​หยุด​อยู่​แค่นั้น​…นี่​เป็นการ​ตัดสิน​พระทัย​และ​ก็​เป็นการ​ทดสอบ​ตัวเอง​ด้วย​! ถ้าแม้แต่​เรื่องเล็ก​ๆแค่นี้​ยัง​ทนไม่ไหว​ แล้ว​จะพูดถึง​เรื่อง​บ้านเมือง​ได้​อย่างไร​?


พอ​เห็น​องค์​ชาย​เจ็ด​กลับ​มายัง​ที่ว่าการอำเภอ​พร้อม​กลิ่น​เหม็น​ทุกวัน​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​ตำหนิ​หลิน​เว่ยเว่ย​ว่า​ “เจ้าช่างใจกล้า​จริงๆ​ ถึงขั้น​กล้า​ใช้องค์​ชาย​เจ็ด​ทำงาน​ที่​สกปรก​แบบ​นั้น​! ถ้าเจ้าขาดแคลน​เงิน​จ้างคนงาน​ แม่จะช่วย​จ่าย​ให้​เจ้าเอง​!”


ตอนที่​ 625: องค์​ชาย​เจ็ด​ชื่นชม​คนอื่น​อย่าง​ไม่ลืมหูลืมตา​


แต่​องค์​ชาย​เจ็ด​แย้ม​โอษฐ์​อย่าง​ไม่ใส่พระทัย​ “เป็น​หลาน​ที่​เสนอตัว​จะทำ​เอง​! ถ้าไม่ลอง​ทำ​ด้วยตัวเอง​แล้ว​จะรับรู้​ถึงความลำบาก​ของ​ราษฎร​ได้​อย่างไร​? ราษฎร​อายุ​ตั้ง​50ปี​เหล่านั้น​ยัง​ทำได้​ แล้ว​เหตุใด​หลาน​จะทำ​ไม่ได้​? อา​สะใภ้เสวี่ย​ ท่าน​อย่า​ตำหนิ​น้อง​เว่ยเว่ย​เลย​ ประเดี๋ยว​นาง​โกรธ​แล้ว​ จะไม่สอน​หลาน​ทำการเกษตร​!”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ตรัส​กับ​พระองค์​ “พระองค์​อย่า​ไป​ฟังที่​นาง​พูด​ นาง​เพิ่ง​อายุ​เท่าไร​เอง​ จะเข้าใจ​เรื่อง​ทำ​เกษตร​อะไร​เล่า​? ถ้าจะเรียนรู้​ก็​ไป​เรียน​กับ​พวก​ชาวนาชาวไร่​ที่​ทำ​มานาน​แล้ว​ดีกว่า​ พวกเขา​มีประสบการณ์​มากมาย​!”


แต่​องค์​ชาย​เจ็ด​ไม่ได้คิด​แบบ​นั้น​ “อา​สะใภ้เสวี่ย​ตรัส​ผิด​แล้ว​ พวก​เกษตรกร​ที่​เพาะปลูก​กัน​มาตลอดชีวิต​ยัง​ทำ​ผลผลิต​ได้​แค่​ครึ่ง​เดียว​ของ​น้อง​เว่ยเว่ย​เท่านั้น​ บางคน​มีพรสวรรค์​เฉพาะตัว​…ยกตัวอย่างเช่น​ สามีน้อง​เว่ยเว่ย​ก็แล้วกัน​ คนอื่น​อ่าน​ตำรา​กัน​ทั้ง​ชีวิต​ก็​ยัง​สอบ​ไม่ติด​จอหงวน​ แต่​เขา​เพิ่ง​อายุ​เท่าไร​ก็​สอบ​ติด​แล้ว​? บ่งบอก​ว่า​เขา​มีพรสวรรค์​ใน​การเรียนหนังสือ​! ส่วน​น้อง​หญิง​ก็​มีพรสวรรค์​ใน​การ​ทำ​เกษตร​ แม้ว่า​น้อง​เว่ยเว่ย​จะเพาะปลูก​เหมือน​คนอื่น​ แต่​พืชผล​ที่​โต​ขึ้น​มากลับ​ดีกว่า​พวกเขา​…มีชาวบ้าน​บางคน​พูดว่า​น้อง​เว่ยเว่ย​เป็น​เทพธิดา​ผู้ชำนาญ​ใน​การ​ทำ​เกษตร​ลงมา​จุติ​ หลาน​เอง​ก็​เริ่ม​เชื่อ​แล้ว​เหมือนกัน​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น.​องค์​ชาย​เจ็ด​ที่​เคย​ชอบ​หาเรื่อง​มาโดยตลอด​กลายเป็น​คน​ที่​ชื่นชม​นาง​อย่าง​ไม่ลืมหูลืมตา​ นาง​จึงรู้สึก​ขัดเขิน​เล็กน้อย​ หลัง​ทดสอบ​หลักการ​ทำ​ปุ๋ยคอก​และ​ปุ๋ยหมัก​แบบ​เหยียบ​มูล​กับ​พระองค์​แล้ว​ นาง​ก็​ไม่ทรมาน​พระองค์​ด้วย​ ‘ก๊าซพิษ​’ อีก​


นาง​เริ่ม​พา​องค์​ชาย​เจ็ด​เข้า​ไร่​ สอน​ว่า​ต้อง​พรวน​ดิน​อย่างไร​ ปรับระดับ​หน้า​ดิน​แบบ​ไหน​ ใส่ปุ๋ย​ครั้งแรก​เมื่อใด​ หว่าน​เมล็ด​พืช​แต่ละ​ชนิด​มีความแตกต่าง​กัน​อย่างไร​…องค์​ชาย​เจ็ด​คาดไม่ถึง​ว่าการ​ทำ​เกษตร​จะมีวิธี​หลากหลาย​ถึงขนาด​นี้​ พระองค์​ถือ​สมุด​และ​ใช้พู่กัน​ขน​ห่าน​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​จดบันทึก​ทุกวัน​เหมือนกับ​นักเรียน​ที่​กำลัง​ตั้งใจ​เรียน​คน​หนึ่ง​


ตอนที่​องค์​ชาย​เจ็ด​เรียนรู้​ ‘เทคนิค​’ ใน​การ​เพาะปลูก​ได้​พอสมควร​ ฤดูร้อน​ก็​เริ่มต้น​ขึ้น​แล้ว​ องค์​ชาย​เจ็ด​อยู่​ใน​ฉลองพระองค์​แบบ​พระ​กร​สั้น​ สวม​พระ​มาลา​ปีก​กว้าง​และ​ถือ​เคียว​มายืน​อยู่​กลาง​ทุ่ง​ข้าวสาลี​สีเหลือง​ทอง​เพื่อ​สัมผัส​กับ​สิ่งที่​เรียก​ว่า​ ‘ความสุข​ของ​การ​เก็บเกี่ยว​!’


หลิน​เว่ยเว่ย​ตะโกนเรียก​อยู่​บน​คันนา​ “องค์​ชาย​เจ็ด​ลอง​เกี่ยว​แค่​สอง​ครั้ง​ก็ได้​แล้ว​ ระวัง​จะโดน​แดด​เผา​! ถ้าผิว​โดน​ความคม​ของ​รวง​ข้าวสาลี​แล้ว​ ตอนนั้น​จะทั้ง​คัน​ทั้ง​ปวด​มาก​เลย​เพ.คะ​!”


องค์​ชาย​เจ็ด​หันไป​ทอดพระเนตร​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​ห่อตัว​แน่นหนา​และ​ยัง​ใส่หมวก​ฟางไว้​ด้วย​ จึงตรัส​ด้วย​รอย​แย้ม​โอษฐ์​ว่า​ “เจ้าเห็น​ข้า​เป็น​คนเดียว​กับ​เมื่อ​สอง​เดือน​ที่แล้ว​หรือ​ไร​! วางใจ​ได้​ ตอนนี้​ข้า​ทำ​ไหว​!”


ข้าวสาลี​ที่​เก็บเกี่ยว​เสร็จ​แล้ว​มีผลผลิต​ถึง240ชั่งต่อ​หนึ่ง​หมู่​! หลิน​เว่ยเว่ย​พอใจ​กับ​มัน​มาก​ ถ้าเปลี่ยนเป็น​ข้าวสาลี​จาก​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​แล้ว​อย่าง​น้อย​ก็​ต้อง​เพิ่ม​เป็น​เท่าตัว​!


องค์​ชาย​เจ็ด​ดี​พระทัย​ยิ่งกว่า​อะไร​ “ข้า​อ่าน​รายงาน​ผลผลิต​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีมาก่อน​ ผืนดิน​หนิง​ซีแห้งแล้ง​และ​เมื่อก่อน​ได้​ผลผลิต​ถึง200ชั่งก็​ถือว่า​สูงมาก​แล้ว​! เจ้าเพิ่ง​บุกเบิก​ที่ดิน​ก็ได้​ตั้ง​240ชั่ง ยังมี​อะไร​ไม่พอใจ​อีก​?”


ชาวบ้าน​ที่มา​ช่วย​เกี่ยว​ข้าวสาลี​เหล่านี้​ก็​ยัง​เหมือน​ฤดูใบไม้ร่วง​ของ​ปีก่อน​คือ​ไม่ต้องการ​ค่าตอบแทน​ใด​ๆ แต่​แย่ง​กัน​ลงทะเบียน​ชื่อ​เอาไว้​ เพราะ​หวัง​ว่า​ตน​จะได้​มีสิทธิ์​ใน​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​…พวกเขา​เชื่อมั่น​ว่า​เมล็ดพันธุ์​ของ​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​เป็น​ของ​ชั้นยอด​!


หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​จ้างคน​มาไถที่ดิน​อี​กรอบ​ พื้นที่​ทั้งหมด​ถูก​หว่าน​เมล็ด​พืช​ตระกูล​ให้​สารอาหาร​แก่​ดิน​ลง​ไป​ นาง​อธิบาย​ให้​องค์​ชาย​เจ็ด​ฟัง “แม้ว่า​ดินดำ​ของ​ฝั่งนี้​จะอุดมสมบูรณ์​กว่า​ดินทราย​ แต่​พื้นที่​มีจำกัด​ หาก​ปลูก​พืช​ให้​สารอาหาร​ใน​ดิน​ลง​ไป​ ไม่เพียง​ช่วย​แก้ปัญหา​หญ้า​ซึ่งเป็น​อาหาร​ของ​สัตว์​ใน​ฟาร์ม​ หาก​พลิก​หน้า​ดิน​กลบ​หญ้า​ที่​เหลือ​จาก​การ​กิน​ของ​ปศุสัตว์​ก็​ยัง​ช่วย​เพิ่ม​สารอาหาร​แก่​ดิน​ด้วย​ ถือว่า​ได้​โชค​สองชั้น​ หลัง​รอ​ให้​ดิน​อุดมสมบูรณ์​แล้ว​เกี่ยว​ข้าวสาลี​เสร็จ​ก็​ยัง​ปลูก​ถั่วเหลือง​ได้​อีก​ หนึ่ง​ปี​เก็บ​ผลผลิต​สอง​รอบ​เพ.คะ​!”


องค์​ชาย​เจ็ด​รีบ​เขียน​แนวคิด​ ‘เก็บ​ผลผลิต​สอง​รอบ​ต่อ​ปี​’ ลง​ใน​สมุด​จดบันทึก​ จากนั้น​ก็.​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ทอด​ถอน​หทัย​ออกมา​ “เดิมที​คิด​ว่า​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​สอง​รอบ​จะมีแค่​ทางใต้​เท่านั้น​ คาดไม่ถึง​ว่า​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ก็​ทำได้​เช่นกัน​ ถ้าเป็น​แบบนี้​พวก​ราษฎร​ก็​มีรายได้​เพิ่ม​อีก​หนึ่ง​อย่าง​แล้ว​!”


ผ่าน​ไป​อีก​สอง​เดือน​ก็​เข้าสู่​การ​เก็บเกี่ยว​ข้าวโพด​ มีราษฎร​จาก​นอก​อำเภอ​ไม่น้อย​ที่​นำ​เครื่อง​นอนมา​ช่วย​หัก​ข้าวโพด​และ​ตัด​ต้น​ข้าวโพด​ เรื่องราว​ของ​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​หนิง​ซีค่อยๆ​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​…แค่​ออกแรง​ก็​สามารถ​ยืม​เมล็ดพันธุ์​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงมาก่อน​ได้​!


คน​พวก​นี้​หอบ​ความหวัง​มาที่​อำเภอ​หนิง​ซีและ​ได้​เห็น​ข้าวโพด​ฝักยาว​ใน​ไร่​ด้วย​ตา​ตัวเอง​ ดู​ท่าจะ​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ได้ดี​ใช่ย่อย​ ย้อน​ไป​มอง​ทาง​ฝั่งของ​ตน​…เก็บ​ผลผลิต​ได้​เพียง​200ชั่งเท่านั้น​ ยัง​ไม่รู้​ว่า​จะผ่าน​ฤดูหนาว​และ​ฤดูใบไม้ผลิ​ที่​ขาดแคลน​อาหาร​ได้​หรือเปล่า​ พวกเขา​ต่าง​อิจฉา​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีที่​นอกจาก​จะมีนายอำเภอ​ที่​คิด​ทำ​เพื่อ​ราษฎร​ แล้ว​ยังมี​ภรรยา​นายอำเภอ​ที่​ชำนาญ​ใน​การ​ทำ​เกษตร​อีก​คน​ พวกเขา​นึก​เกลียด​ตัวเอง​ที่​ไม่ใช่ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี!


หันไป​มอง​หมู่บ้าน​คน​บาป​ที่​ทั้ง​ยากจน​และ​ยากลำบาก​ที่สุด​ใน​ตะวันตกเฉียงเหนือ​อี​กรอบ​ ตอนนี้​พวกเขา​ก็​กำลัง​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​อย่าง​มีความสุข​ หลัง​นายอำเภอ​คน​ใหม่​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​แล้ว​การเปลี่ยนแปลง​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ก็​คือ​หมู่บ้าน​คน​บาป​ สามารถ​แผ้วถาง​พื้นที่​รกร้าง​ให้​เป็น​ของ​ตน​ เวลา​ออก​ไป​ทำงาน​นอกบ้าน​ก็​ไม่โดน​ขับไล่​หรือ​ดูถูก​เหมือน​อดีต​แล้ว​ ถูก​ปฏิบัติ​เหมือน​สามัญชน​ทั่วไป​…อ้อ​ จริง​สิ นายอำเภอ​และ​ฝูเห​ริน​ยัง​บอ​กว่า​พวกเขา​เป็น​สามัญชน​ ไม่มีอะไร​แตกต่าง​จาก​ชาวบ้าน​คนอื่น​ พอ​ผู้เฒ่าผู้แก่​ใน​หมู่บ้าน​คน​บาป​ได้ยิน​อย่างนั้น​ก็​น้ำตา​นองหน้า​ทันที​…ในที่สุด​พวกเขา​ก็​จะได้​ยืน​หลัง​ตรง​ ไม่ต้อง​ทำตัว​เหมือน​หนู​ท่อ​และ​ปล่อย​ให้​คน​มาทุบตี​ได้​ตามใจชอบ​อีกแล้ว​!


ขณะ​มอง​สีหน้า​และ​จิตใจ​ของ​ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีที่​แตกต่าง​ไป​จาก​พวก​ตน​อย่าง​สิ้นเชิง​ ชาวบ้าน​ที่​มาจาก​นอก​อำเภอ​เหล่านั้น​ก็​หวัง​ใน​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงสุด​ๆ แต่​ก็​ยัง​กังวล​ด้วย​เช่นกัน​ ‘ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​จะให้​พวก​ตน​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ได้​จริง​หรือ​?’


หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ได้​ปฏิเสธ​ราษฎร​ต่าง​อำเภอ​เหล่านี้​ ประการ​แรก​คือ​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีต่าง​ปลูก​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงเอง​พอสมควร​แล้ว​ ในเวลานี้​ก็​กำลัง​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ของ​ตน​ ประการ​ที่สอง​คือ​ปี​นี้​มีเมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​จำนวนมาก​ การ​แบ่ง​ให้​ราษฎร​ต่าง​อำเภอ​ก็​ใช่ว่า​จะเป็นไปไม่ได้​!


ผู้อาวุโส​เฉิน​ (ปู่​ของ​เฉิน​หยุ​น)​ กำลัง​นั่ง​ลงทะเบียน​รายชื่อ​พวก​ชาวบ้าน​ที่มา​ช่วย​งาน​ ชื่อ​แซ่ ที่อยู่​ สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ ที่ดิน​ของ​ครอบครัว​ ล้วน​ถูก​จด​ลง​ใน​ตาราง​ทีละ​คน​ สำหรับ​ด้าน​ฟาร์ม​ปศุสัตว์​นั้น​ เขา​พา​พวก​เด็ก​ฝึกงาน​และ​คน​ที่​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​สอน​ ‘เทคนิค​การ​เพาะพันธุ์​ปศุสัตว์​’ ไป​ดูแล​พวก​ปศุสัตว์​เหล่านั้น​


คน​ที่มา​ช่วย​งาน​มีจำนวนมาก​ ผ่าน​ไป​ไม่ถึง5วัน​ ข้าวโพด​ใน​ไร่​ก็​ถูก​เก็บ​เข้า​โกดัง​ รวมถึง​ต้น​ข้าวโพด​ใน​ไร่​ก็​ถูก​ตัด​มาเป็น​อาหารสัตว์​ แม้แต่​ราก​ข้าวโพด​ใน​ดิน​ก็​ถูก​ขุด​ออกมา​ตากแดด​บน​พื้น​ไร่​เพื่อ​เก็บ​ไว้​ใช้ทำ​ฟืน​อุ่น​เตียง​เตา​ให้​พวก​สัตว์​ที่เกิด​ใหม่​ใน​ฤดูหนาว​…


หลังจาก​ข้าวโพด​แห้ง​แล้วก็​ยังมี​การ​จ้างคนงาน​ชั่วคราว​มาแกะ​เมล็ด​ออกจาก​ฝัก​ คน​ส่วนใหญ่​มาจาก​ต่าง​อำเภอ​ เป็น​ประเภท​ขอ​แค่​ได้​ลงทะเบียน​ไม่เอา​ค่าแรง​ทั้งสิ้น​ ทันใดนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​มีความรู้สึก​ว่า​ตน​กำลัง​ ‘จับเสือมือเปล่า​’ ขึ้น​มา…เพราะ​คน​ที่มา​รับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ใน​ปี​นี้​จะต้อง​เอา​ธัญพืช​มาคืน​ใน​ราคา​สิบ​เท่า​ พวกเขา​ทำงานหนัก​ตั้ง​หลาย​วัน​ แต่​ก็​แค่​อยาก​ให้​ตน​ได้​ลงทะเบียน​มีสิทธิ์​รับ​เมล็ดพันธุ์​ก่อน​ใคร​เท่านั้น​…


มีคำ​กล่าวว่า​ภูผา​วารี​ที่​ยากแค้น​หล่อเลี้ยง​พวก​ดื้อด้าน​นั้น​ไม่ใช่เพราะ​ความยากจน​เป็นต้นเหตุ​หรือ​อย่างไร​? ถ้ามีทางรอด​ให้​บ้าง​แล้ว​ใคร​ยัง​จะยอม​เสี่ยง​เป็น​ศัตรู​กับ​ทางการ​? ในความเป็นจริง​แล้ว​ ความคิด​ของ​พวก​ชาวบ้าน​นั้น​เรียบง่าย​มาก​ ขอ​แค่​พวกเขา​มีความหวัง​เล็กน้อย​ก็​สามารถ​ทำงานหนัก​โดย​ไม่ตัดพ้อ​อัน​ใด​…


แน่นอน​ว่า​มีคน​จิตใจ​ไม่บริสุทธิ์​แฝงกาย​อยู่​ด้วย​ แต่​ไม่เป็นไร​หรอก​ ขอ​แค่​ช่วย​งาน​ได้​ก็​มีสิทธิ์​เท่าเทียม​! เนื่องจาก​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงเหล่านี้​ใช่ว่า​ใคร​ก็​สามารถ​ปลูก​ได้​ เพราะ​…


ตอนที่​ 626: ราษฎร​สร้าง​รายได้​ด้วย​น้ำพักน้ำแรง​


เพราะ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ที่​เพาะปลูก​แล้ว​ยัง​ไม่ค่อย​เสถียร​ ถ้าปราศจาก​คุณสมบัติพิเศษ​ของ​น้ำพุ​วิญญาณ​แล้ว​ การ​เพาะปลูก​ใน​ครั้ง​ต่อไป​จะทำให้​ผลผลิต​ลดลง​แน่นอน​! อีก​อย่าง​คือ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เชื่อมั่น​ว่า​จะปรับปรุง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​มีผลผลิต​สูงยิ่งกว่า​เดิม​ไป​เรื่อยๆ​ นาง​จึงไม่กลัว​ว่า​จะโดน​แย่ง​ ‘การค้า​เมล็ดพันธุ์​’ ไป​จาก​มือ​!


องค์​ชาย​เจ็ด​ก็​ทรง​งานหนัก​มาเกือบ​สี่เดือน​ พอ​เห็น​ยุ้งฉาง​ของ​ที่ว่าการอำเภอ​สอง​สามแห่ง​เต็มไปด้วย​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ ดวง​พักตร์​จึงเปื้อน​ยิ้ม​ทันที​ ขณะเดียวกัน​พระองค์​ก็​เหมือน​ดำริ​อะไร​บางอย่าง​ออก​ จึงหันไป​ตรัส​ถามผู้ติดตาม​ที่อยู่​ด้าน​ข้าง​ว่า​ “ผลผลิต​ที่​ให้​เจ้าบันทึก​ไว้​ ได้​ข้อสรุป​หรือยัง​?”


ผู้ติดตาม​รีบ​เปิด​สมุด​จดบันทึก​ของ​ตน​อย่าง​รวดเร็ว​แล้ว​รายงาน​ด้วย​น้ำเสียง​จริงจัง​ว่า​ “ที่ดิน​10หมู่​ซึ่งกระหม่อม​สุ่มตรวจ​ หมู่​ที่​ได้​ผลผลิต​ต่ำสุด​อยู่​ที่​530ชั่ง สูงสุด​ทำลายสถิติ​อยู่​ที่​600ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​! องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ตรัส​ว่า​หมู่​ที่​ให้​ผลผลิต​600ชั่งนี้​เป็น​ไร่​ทด​ลองของ​นาง​ ปีหน้า​ปรับปรุง​พันธุ์​ต่อไป​แล้ว​เป้าหมาย​คือ​ทำลายสถิติ​ที่​650ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​!”


“แล้ว​ของ​ชาวบ้าน​ที่อยู่​โดยรอบ​เป็น​อย่างไร​? พวกเขา​ก็​ปลูก​ข้าวโพด​ไม่ใช่หรือ​?” องค์​ชาย​เจ็ด​อยากรู้​ว่า​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ที่​ผ่าน​การปรับปรุง​เหล่านี้​จะให้​ผลผลิต​สูงเหมือนกัน​หมด​หรือไม่​!


ผู้ติดตาม​พลิก​เปิด​สมุด​อีก​หน้า​ ก่อน​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ตื่นเต้น​ว่า​ “หมู่บ้าน​คน​บาป​ที่อยู่​ใกล้​กัน​นั้น​ ส่วนใหญ่​เพิ่ง​แผ้วถาง​ใหม่​ ปุ๋ย​มีจำกัด​ แต่​ก็ได้​ถึง500ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​ ส่วน​หมู่บ้าน​อื่น​ๆ ผู้​ที่​ได้​ผลผลิต​น้อย​ก็​เทียบ​เท่ากับ​หมู่บ้าน​คน​บาป​อยู่ดี​พ่ะย่ะค่ะ​ ส่วน​ระดับ​กลาง​อยู่​ที่​520-530ชั่ง ระดับ​สูงสุด​อยู่​ประมาณ​550ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​…”


“ดี​! ดี​! เปิ่น​หวา​งจะเขียน​ฎีกา​ถึงฟู่หวง​เดี๋ยวนี้​เพื่อให้​ประทาน​อนุญาต​ให้​ส่งเสริม​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ที่​ปรับปรุง​แล้วไป​ทั่ว​ทั้ง​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​!” องค์​ชาย​เจ็ด​ทอดพระเนตร​ไป​โดยรอบ​และ​เห็น​รอยยิ้ม​ที่​สดใส​ของ​ราษฎร​ทั่ว​ทุกหน​แห่ง​ ทั้ง​เต็มไปด้วย​ความ​กระฉับกระเฉง​และ​มีชีวิตชีวา​ เมื่อ​สอง​ปี​ที่แล้ว​พระองค์​มาเยือน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เพื่อ​แจกจ่าย​อาหาร​บรรเทา​ภัยพิบัติ​ สภาพ​จิตใจ​ของ​ผู้คน​ได้รับ​การเยียวยา​ชนิด​หน้า​มือ​เป็น​หลัง​มือ​!


“กระหม่อม​ฝูหรง​ ขอ​ถวายพระพร​องค์​ชาย​เจ็ด​และ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​พ่ะย่ะค่ะ​!” ขันที​วัยกลางคน​ที่​ดู​ใจดี​ถือ​บัญชี​เล่ม​หนึ่ง​ลง​จาก​รถม้า​ แม้ว่า​จาก​เมือง​หนิง​โจว​ใช้เวลา​เดินทาง​มายัง​อำเภอ​หนิง​ซีไม่ถึงสอง​วัน​ แต่​ถนน​เป็น​หลุม​เป็น​บ่อ​นี้​ก็​ทำให้​คน​ทรมาน​ใช้ได้​ ทว่า​คลอง​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีกำลังจะ​สร้าง​เสร็จ​ เมื่อ​ถึงเวลา​นั้น​ถ้านั่ง​เรือ​มาจาก​เมือง​หนิง​โจว​ก็​จะประหยัดเวลา​มากขึ้น​กว่า​เดิม​!


ฝูหรง​คือ​คน​ที่​ฮ่องเต้​บัญชา​ลงมา​ดูแล​การ​ก่อสร้าง​ตำหนัก​องค์​หญิง​ที่​เมือง​หนิง​โจว​ แต่​ตำหนัก​องค์​หญิง​ยัง​ไม่ทัน​สร้าง​เสร็จ​ เขา​ก็​ถูก​องค์​หญิง​รับสั่ง​ให้​ไปดู​การ​แผ้วถาง​ที่ดิน​เพาะปลูก​! ไอ​โหย​ว​ เข้า​วัง​ตั้งแต่​เด็ก​ ใน​แต่ละวัน​รู้จัก​แค่​การ​ดูแล​เจ้านาย​ ไฉน​เลย​จะเข้าใจ​เรื่อง​การเกษตร​? โชคดี​ที่​องค์​หญิง​ส่งคน​มาชี้แนะ​เขา​ นอกจากนี้​เขา​ยัง​ได้รับ​คำแนะนำ​มากมาย​จาก​ชาวบ้าน​แถว​นั้น​จึงพอ​ปฏิบัติภารกิจ​ให้​ลุล่วง​ไป​ได้​บ้าง​


ลูกน้อง​เก่า​ของ​ห​มิน​อ๋อง​กระโดด​ลง​จาก​หลัง​ม้า เขา​เหลือบมอง​ฝูหรง​ด้วย​ความ​ดูแคลน​แวบ​หนึ่ง​…ไร้ประโยชน์​จริงๆ​ นั่ง​รถม้า​มาตลอดทาง​ก็​ยัง​บ่นว่า​ไม่สบาย​ตัว​ ก็​แค่​บ่าว​รับใช้​เจ้านาย​ คิด​ว่า​ตน​เป็น​คนโปรด​ขึ้น​มาจริงๆ​แล้ว​หรือ​!


ฝูหรง​ก็​ไม่ชอบ​ตา​เฒ่ามือ​เดียว​คน​นี้​มานาน​แล้ว​…เห็น​ว่า​ตน​เป็น​ทหาร​ร่วมเป็นร่วมตาย​มากับ​ห​มิน​อ๋อง​แล้ว​ชอบ​มอง​คนอื่น​ด้วย​สายตา​ดูถูก​ ทำไม​หรือ​? ข้า​เอง​ก็​เป็น​คน​ที่​ฝ่าบาท​ส่งมา จะตี​สุนัข​ต้อง​ดู​เจ้านาย​ก่อน​! เจ้าน่ะ​…กำลัง​ไม่เคารพ​ต่อ​ฮ่องเต้​!


หลิน​เว่ยเว่ย​เบื่อ​จะเข้าไป​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​สอง​คน​นี้​ ช่วง​ที่​นาง​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​หนิง​โจว​ทั้งสอง​รอบ​ พวกเขา​ทั้งสอง​ชอบ​ทำ​เหมือน​ไม่พอใจ​กัน​ตลอดเวลา​ เจ้าจ้อง​ข้า​ ข้า​ก็​จ้อง​เจ้า…ทำไม​? ผูก​แค้น​กัน​มาตั้งแต่​ชาติปางก่อน​หรือ​ไร​?


“ฝูหรงกงกง​ ทาง​เมือง​หนิง​โจว​เก็บเกี่ยว​เป็น​อย่างไรบ้าง​?” หลิน​เว่ยเว่ย​ขัด​ ‘การ​จ้องหน้า​กัน​’ ของ​ทั้งสอง​คน​


ฝูหรง​รีบ​พูดว่า​ “องค์​หญิง​ทรง​ยกย่อง​บ่าว​เกินไป​แล้ว​ อย่างไร​เรียก​บ่าว​ว่า​ ‘ฝูหรง’​ ก็​พอ​พ่ะย่ะค่ะ​…คำสั่ง​ของ​องค์​หญิง​ ฝูหรง​ไม่กล้า​ไม่ทำตาม​…ทาง​ฝั่งเมือง​หนิง​โจว​เมื่อ​นับ​รวมกัน​แล้ว​มีที่ดิน​รกร้าง​ถูก​แผ้วถาง​ประมาณ​1,200หมู่​ แบ่ง​เป็น​ดินดำ​400หมู่​ ดินทราย​800หมู่​ ทั้งหมด​ล้วน​ปลูก​ข้าวโพด​ ผลผลิต​โดยรวม​อยู่​ที่​600ชั่ง…”


พอ​นึกถึง​ภาพ​ของ​พวก​ชาวบ้าน​ที่​ดีใจ​จน​น้ำมูก​น้ำตาไหล​แล้ว​ ฝูหรง​ก็​รีบ​สรรเสริญ​ “ราษฎร​หนิง​โจว​ต่าง​รู้​ว่า​ต่อไป​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงเหล่านี้​จะถูก​ขาย​ให้​พวก​ตน​ใน​รา​คาที่​ยุติธรรม​ พวกเขา​ต่าง​คุกเข่า​มาทาง​อำเภอ​หนิง​ซีเพื่อ​สรรเสริญ​องค์​หญิง​และ​เรียก​พระองค์​ว่า​พระโพธิสัตว์​ผู้​ช่วยเหลือ​ผู้คน​ให้​พ้นทุกข์​…”


“พอแล้ว​ บัญชี​นั้น​ท่าน​เอา​กลับ​ไป​ พอ​การแจกจ่าย​เมล็ดพันธุ์​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​มาถึงแล้ว​ท่าน​ก็​แจกจ่าย​ให้​ราษฎร​ที่​ยากจน​ก่อน​ ส่วน​พวก​ที่​มีทรัพย์​สินส่วนตัว​นั้น​…ค่อย​ว่า​กัน​อีกที​!” หลิน​เว่ยเว่ย​คำนวณ​ประชากร​ใน​เมือง​หนิง​โจว​และ​จำนวน​ที่ดิน​ซึ่งพวก​ชาวบ้าน​ลงทะเบียน​ไว้​ เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​พวก​นี้​มีเพียงพอ​ ส่วน​พ่อค้า​ที่มา​ขอ​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ใน​ราคา​สูงเหล่านั้น​ นาง​ปฏิเสธ​ไป​อย่าง​เด็ดขาด​…ใน​ที่ดิน​ศักดินา​ของ​ตน​ นาง​จะยุติ​การ​ผูกขาด​เมล็ดพันธุ์​และ​สินค้า​อื่น​ๆอย่าง​เด็ดขาด​!


ฤดูใบไม้ร่วง​เริ่ม​เคลื่อน​ห่าง​ออก​ไป​ ต้น​ฤดูหนาว​กำลังจะ​เข้ามา​แทนที่​ ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีต่าง​มารวมตัว​ที่​ริม​คลอง​เพื่อ​เตรียม​เป็น​สักขีพยาน​ใน​ช่วงเวลา​ที่​ ‘คลอง​หนิง​เห​อ’​ เปิด​ทำการ​ ประตู​เขื่อนกั้นน้ำ​ทั้ง​สามถูก​เปิด​พร้อมกัน​ ปากทาง​คลอง​หนิง​เห​อ​เป็น​ประตู​เขื่อนกั้นน้ำ​ใหญ่​ที่สุด​และ​งดงาม​ที่สุด​ ราษฎร​ที่​มีรูปร่าง​สูงใหญ่​และ​พละกำลัง​มากกว่า​คนธรรมดา​หลาย​สิบ​คน​ออกแรง​เปิด​ประตู​เขื่อนกั้นน้ำ​ ฟันเฟือง​ค่อยๆ​ขยับ​ โซ่เหล็ก​ค่อยๆ​เลื่อน​…


สายน้ำ​พุ่ง​ผ่าน​ประตู​เขื่อน​กั้น​เหมือน​ม้าศึก​ที่​ดุดัน​ สายน้ำ​ค่อยๆ​ไหล​ออก​ไป​อย่าง​อิสระ​…คลอง​หนิง​เห​อ​ไหล​วนรอบ​อำเภอ​หนิง​ซีและ​เชื่อมต่อ​กับ​โครงการ​ขุด​คลอง​ของ​เมือง​หนิง​โจว​ที่จะ​เริ่ม​ดำเนินการ​ใน​เร็ว​วันนี้​ เมื่อ​ไหลผ่าน​ไร่นา​หลาย​พัน​หมู่​แล้ว​ สุดท้าย​ก็​ไหล​ลง​แม่น้ำ​สาย​ย่อย​ต้าถง​


ขณะ​มอง​สายน้ำ​ที่​ไหล​เชี่ยว​ ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีก็​กระโดดโลดเต้น​ด้วย​ความตื่นเต้น​ยินดี​ คลอง​หนิง​เห​อ​ไม่เพียง​ช่วย​เรื่อง​การ​บริโภค​น้ำ​ของ​ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซี แต่​ยัง​สะดวก​ใน​การ​ใช้ทำไร่ทำนา​ด้วย​…ท่าน​นายอำเภอ​ทำ​เรื่อง​มีประโยชน์​ให้​อำเภอ​หนิง​ซีอย่าง​แท้จริง​!


หลังจาก​คลอง​หนิง​เห​อ​เชื่อม​กับ​แม่น้ำ​แล้ว​ แผ่น​หิน​ตั้ง​ตระหง่าน​สอง​ฟาก​ฝั่งคลอง​ก็​สลัก​ชื่อ​ราษฎร​ที่มา​ช่วยกัน​ขุด​คลอง​หนิง​เห​อ​เอาไว้​ แผ่น​หิน​ถูก​ตั้งขึ้น​ตาม​จำนวน​หมู่บ้าน​ อำเภอ​หนิง​ซีมีทั้งหมด​11เขต​ 68หมู่บ้าน​ ทุก​หมู่บ้าน​จาก​ทุก​เขต​มีส่วนช่วย​ใน​การ​สร้าง​คลอง​หนิง​เห​อ​ ดังนั้น​จึงมีแผ่น​หิน​จารึก​ทั้งหมด​68แผ่น​ โครงสร้าง​เป็น​เหมือน​ศิลา​ แม้ผ่าน​ลม​ผ่าน​ฝน​ สืบทอด​จากรุ่น​สู่รุ่น​ ศิลาจารึก​นี้​ก็​ยังคง​เป็น​อมตะ​…


ปี​แรก​ที่​นายอำเภอ​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ก็​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ให้​อำเภอ​หนิง​ซีและ​ทำให้​ชาวบ้าน​ดีใจ​กัน​ถ้วนหน้า​ ปี​ที่สอง​ของ​การ​รับ​ตำแหน่ง​ ชาวบ้าน​ทั่ว​ทั้ง​อำเภอ​หนิง​ซีได้​ปลูก​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูง ดับ​ความหิวโหย​ที่​เกิดขึ้น​มาเนิ่นนาน​ เมล็ด​ข้าวสาลี​ที่​ภรรยา​นายอำเภอ​ปรับปรุง​พันธุ์​ก็ได้​ผลผลิต​เฉลี่ย​แล้ว​มาก​ถึง300ชั่ง


เมื่อ​มาถึงปี​ที่สาม​ของ​การ​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ ไม้ผล​ที่​ภรรยา​นายอำเภอ​ตอนกิ่ง​ครานั้น​ก็​เริ่ม​ออกผล​ ‘โรงงาน​แปรรูป​ผลไม้​’ จึงกำเนิด​ขึ้น​ ผลิตภัณฑ์​ที่​ออกมา​ก็​มีผลไม้​เชื่อม​ ผลไม้​อบ​แห้ง​ ผลไม้แช่อิ่ม​ แยม​ผลไม้​ ผลไม้​ใน​โถกระเบื้องเคลือบ​ ของ​พวก​นี้​มีอายุ​การ​เก็บรักษา​ยาวนาน​กว่า​ครึ่ง​ปี​ จึงสามารถ​จำหน่าย​ให้​เมือง​ต่างๆ​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ภาคเหนือ​ หรือ​แม้แต่​ทั่ว​เมืองหลวง​ได้​ด้วย​


โรงงาน​แปรรูป​ผลไม้​เปิด​รับสมัคร​พนักงาน​เป็น​ราษฎร​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีกว่า​100อัตรา​และ​คน​ส่วนใหญ่​เป็น​สตรี​ เพื่อ​ปรับปรุง​ตำแหน่ง​ใน​ครอบครัว​ของ​สตรี​ทั้งหลาย​


ภรรยา​นายอำเภอ​ยัง​สร้าง​โรงงาน​แปรรูป​ขึ้น​มาอีก​หนึ่ง​แห่ง​…โรงงาน​แปรรูป​เนื้อสัตว์​โดย​ใช้ผลิต​เนื้อหมู​แผ่น เนื้อหมู​แดดเดียว​ ล่า​ฉาง (กุนเชียง​) เนื้อ​กระต่าย​เส้น​ เนื้อ​กระต่าย​รส​เผ็ด​…เดิมที​หลิน​เว่ยเว่ย​อยาก​ทำ​เนื้อวัว​แดดเดียว​และ​เนื้อวัว​ตุ๋น​อีกด้วย​ แต่​โดน​สามีห้าม​ไว้​


ใน​สายตา​ชาวบ้าน​คือ​วัว​เป็น​สัตว์​ทุ่นแรง​ ล้ำค่า​ยิ่งกว่า​มนุษย์​ มีครอบครัว​สามัญชน​ตั้ง​เท่าไร​ที่​ต้อง​ประหยัด​กิน​ประหยัด​ใช้กว่า​ค่อน​ชีวิต​ แต่​ยัง​ไม่สามารถ​ซื้อ​วัว​สัก​ตัว​มาครอง​ด้วยซ้ำ​ ส่วน​นาง​จะทำตัว​ออก​นอก​กรอบ​แล้ว​ฆ่ามัน​เพื่อ​เอา​เนื้อ​…เด็ก​คน​นี้​คิด​อะไร​อยู่​ อยาก​ทำลาย​ชื่อเสียง​ดีๆ​ของ​ตน​หรือ​ไร​ ?


ตอนที่​ 627: เลือก​ปฏิบัติ​เกินไป​หน่อย​กระมัง​


เอาเถิด​ ! ฆ่าไม่ได้​ก็​ไม่ฆ่า ถ้าวัว​เริ่ม​มีมากขึ้น​เรื่อยๆ​ ค่อย​ขาย​ให้​พวก​ชาวบ้าน​ใน​ราคา​ยุติธรรม​ สมัยก่อน​ต้อง​ใช้เงิน​เกือบ​20ตำลึง​ถึงจะซื้อ​วัว​ได้​หนึ่ง​ตัว​ แต่​ทาง​ฝั่งฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ แค่​10ตำลึง​ก็​ซื้อ​ได้​หนึ่ง​ตัว​แล้ว​…ประหยัด​เงิน​ไป​ตั้ง​ครึ่งหนึ่ง​ ! ถ้าซื้อ​ลูก​วัว​ก็​จะยิ่ง​ถูก​ลง​อีก​


พวก​แกะ​ตัว​อวบอ้วน​ได้รับ​ความนิยม​จาก​ชนชั้นสูง​ คน​ที่​มีปัญญา​หน่อย​ก็​จะซื้อ​แกะ​จาก​ฟาร์ม​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​แล้ว​นำ​ไป​ขาย​ที่​ตัวเมือง​หรือ​ตัว​อำเภอ​ กำไร​ต่อ​รอบ​ได้​เยอะ​ใช่เล่น​ !


สำหรับ​ผลไม้แช่อิ่ม​ ผลไม้​ใน​โถกระเบื้อง​ ล่า​ฉาง เนื้อ​แผ่น​และ​สินค้า​อื่น​ๆของ​อำเภอ​หนิง​ซีจะมีรสชาติ​ดี​แถมเก็บรักษา​ได้​นาน​ ชื่อเสียง​จึงค่อยๆ​โด่งดัง​ มีพ่อค้า​ต่างถิ่น​จำนวน​ไม่น้อย​มาสั่งจอง​


อำเภอ​หนิง​ซีที่​เคย​ล้าหลัง​จึงได้​กลับมา​มี ‘ชีวิต​’ อย่าง​สมบูรณ์​


ณ ตัว​อำเภอ​ พ่อค้า​แห่แหน​มาจาก​ทั่วทุกสารทิศ​ คน​เดิน​กัน​ขวักไขว่​ รถม้า​ก็​ต่อ​ขบวน​กัน​เข้ามา​ไม่ขาดสาย​ เมื่อ​มีพ่อค้า​แม่ขาย​มาเยือน​มากมาย​ กิจการ​โรงเตี๊ยม​และ​ร้านอาหาร​ก็​เริ่ม​เปิดตัว​ เมื่อ​กิจการ​ร้านอาหาร​เริ่มต้น​ขึ้น​ ผู้คน​ก็​กระตือรือร้น​ที่จะ​เลี้ยง​ไก่​เลี้ยง​เป็ด​และ​ปลูก​ผัก​ไป​ขาย​…ชีวิต​ของ​ชาวบ้าน​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีจึงเปลี่ยนไป​จาก​สามปีก่อน​โดยสิ้นเชิง​


ในเวลาเดียวกัน​ ที่ดิน​ศักดิ​นาเมือง​หนิง​โจว​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เจริญรุ่งเรือง​ขึ้น​เพราะ​นาง​…เมือง​หนิง​โจว​กลายเป็น​ศูนย์กลาง​การค้า​เมล็ดพันธุ์​ของ​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ข้าวโพด​600ชั่งต่อ​หมู่​ ข้าวสาลี​มีผลผลิต​ถึง300ชั่ง ข้าว​ขาว​ที่​สามารถ​ปลูก​ใน​แดน​เหนือ​…ก็​สามารถ​หา​ซื้อ​ได้​ใน​เมือง​หนิง​โจว​!


ขันที​ฝูหรง​กลายเป็น​คน​ฝีมือดี​ใน​การ​ทำการเกษตร​ ไม่ว่า​จะพูดถึง​การ​เพาะปลูก​อะไร​ เขา​ก็​พูด​ได้​อย่าง​คล่องแคล่ว​ นับตั้งแต่​ไถพรวน​ที่ดิน​ไป​จนถึง​หว่าน​เมล็ด​ ใส่ปุ๋ย​ กำจัด​วัชพืช​…เขา​ก็​อธิบาย​ได้​หมด​


เดิมที​ ตอน​ถูก​ส่งมาจาก​วังหลวง​ เขา​ยัง​ไม่ค่อย​พอใจ​สัก​เท่าไร​ แต่​ตอนนี้​ขณะ​มอง​ท้องทุ่ง​อัน​เต็มไปด้วย​ผลผลิต​และ​ท้องฟ้า​สีคราม​เหนือศีรษะ​…เมื่อ​เทียบ​กับ​วังหลวง​ที่​มีเพียง​ท้องฟ้า​สี่มุมภายใต้​กำแพง​และ​ยัง​ต้อง​คอย​เอาใจ​เจ้านาย​ทั้งหลาย​ เพียง​เดิน​ผิด​แค่​ก้าว​เดียว​ก็​ถลำลึก​จน​ยากจะแก้ไข​แล้ว​ ชีวิต​อันตราย​กว่า​กัน​เยอะ​ !


น่าเสียดาย​ที่​สุดท้าย​ชีวิต​แบบนี้​มาถึงจุดสิ้นสุด​…องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ตรัส​ว่า​จะคืน​เมือง​หนิง​โจว​ให้​ฮ่องเต้​ ถ้าเป็น​แบบ​นั้น​แล้ว​ สิ่งที่​นาง​ทำ​มาทั้งหมด​ใน​เมือง​หนิง​โจว​จะไม่เท่ากับ​สร้าง​ผลงาน​แทน​คนอื่น​หรอก​หรือ​?


“เมีย​จ๋า ลูก​จ๋า! เก็บ​ของ​กัน​ถึงไหน​แล้ว​? รถม้า​พร้อม​แล้ว​!” ห​มิน​อ๋อง​ยืน​ตะโกน​อยู่​หน้า​ประตู​ใหญ่​ คน​ยัง​ไม่ทัน​เข้าไป​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​ เสียง​ก็​มาก่อน​แล้ว​


ห​มิน​หวา​งเฟย​กลอก​ดวง​เนตร​ใส่ “รอเดี๋ยว​เพคะ​ ขอ​คิด​ก่อน​ว่า​ยังมี​อะไร​ไม่ได้​เอา​ไป​ด้วย​? อย่า​เร่ง​ เพราะ​ยิ่ง​รีบ​ยิ่ง​ลืม​!”


“ขอ​แค่​ครอบครัว​อยู่​ครบ​ ของ​อะไร​จะลืม​ก็​ลืม​ไป​เถิด​!” ห​มิน​อ๋อง​ทอดพระเนตร​สัมภาระ​คัน​แล้ว​คัน​เล่า​จึงรู้สึก​เริ่ม​ปวดหัว​และ​บ่น​ใน​หทัย​ว่า​ ‘ผู้หญิง​นี่​ยุ่งยาก​กัน​จริงๆ​ ไม่เหมือน​พวก​ผู้ชาย​ เสื้อผ้า​สอง​ชุด​และ​พก​เงิน​อีก​เล็กน้อย​ก็​ออกเดินทาง​ได้​แล้ว​’


“ดอกไม้​สอง​สามต้น​นั้น​ เว่ยเว่ย​ขุด​มาให้​หม่อมฉัน​จาก​ป่า​ลึก​…ไม่ได้​ จะต้อง​เอา​พวก​มัน​ไป​ด้วย​!” ห​มิน​หวา​งเฟย​ชอบ​กล้วยไม้​ป่า​เหล่านี้​มาก​ นาง​ไม่อยาก​ให้​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​หรือ​นายอำเภอ​คน​ถัดไป​ได้​ครอบครอง​ง่ายๆ​


ห​มิน​อ๋อง​ปวดหัว​ทันที​ ‘ว่า​อย่างไร​นะ​ ? แม้แต่​ดอกไม้​ก็​ยัง​จะเอา​ไป​ด้วย​ ? เรือน​หลัง​ที่ว่าการอำเภอ​ก็​จะขุด​ไป​ด้วย​หรือเปล่า​ ?’ พระองค์​รีบ​ตรัส​ “ก็​แค่​ดอก​กล้วยไม้​ธรรมดา​ไม่กี่​ต้น​ พอ​ไป​ถึงเมืองหลวง​แล้ว​ ข้า​จะซื้อ​ดอกไม้​ล้ำค่า​ให้​เจ้า ปลูก​ให้​ตำหนัก​เรา​เต็มไปด้วย​ดอกไม้​เลย​ !”


“พระองค์​ซื้อ​ จะเหมือน​ของ​ที่​เว่ยเว่ย​ให้​พวกเรา​หรือ​เพ.คะ​ ? หลีก​ไป​ อย่า​มาขวางทาง​คนอื่น​ !” ห​มิน​หวา​งเฟย​พำนัก​อยู่​ใน​เรือน​หลัง​ที่ว่าการอำเภอ​เกือบ​3ปี​ จาก​ตอนแรก​ที่​ไม่เคยชิน​ บัดนี้​กลายเป็น​เหมือน​ปลา​ได้​น้ำ​ไป​แล้ว​…ตอนนี้​ต้อง​ย้ายออก​ไป​ นาง​ยัง​รู้สึก​ทำใจ​ไม่ค่อย​ได้​อยู่ดี​ !


ห​มิน​อ๋อง​สั่งให้​คน​ย้าย​ดอกไม้​พวก​นั้น​ใส่กระถาง​ ก่อน​จะอด​เตือน​ไม่ได้​ “ดอกไม้​พวก​นี้​เพิ่ง​ย้าย​ใส่กระถาง​ กอปร​กับ​การ​เดินทาง​อีก​ มัน​อาจจะ​ไม่รอด​ เจ้ายืนยัน​จะทำ​แบบนี้​จริง​หรือ​ ?”


“หมู่​เฟย​ ฟู่หวา​ง เรียบร้อย​กัน​หรือยัง​เพ.คะ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​รับ​กระถางดอกไม้​มาจากห​มิน​หวา​งเฟย​ ก่อน​จะนำ​ไป​วาง​ไว้​ที่​หลัง​รถม้า​ “ออกเดินทาง​กัน​ได้​หรือยัง​? ถ้ายัง​ไม่ไป​อีก​ ฟ้ามืด​แล้ว​เรา​ก็​ยัง​ไม่ถึงท่าเรือ​เมือง​หนิง​โจว​นะ​เพ.คะ​”


“ได้​ ไป​กัน​เถิด​ !” ห​มิน​หวา​งเฟย​ถูก​หลิน​เว่ยเว่ย​ประคอง​ขึ้น​รถม้า​ ห​มิน​อ๋อง​ปวด​หทัย​ทันที​ ‘ข้า​พูด​อยู่​ค่อนวัน​ นาง​ไม่ฟัง บุตรสาว​มาถามแค่​ประโยค​เดียว​ ภรรยา​ก็​ยอม​ออกเดินทาง​แล้ว​…พระชายา​ เจ้าเลือก​ปฏิบัติ​เกินไป​หน่อย​กระมัง​ !’


เมื่อ​รถม้า​ของ​เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​มาถึงท่าเรือ​ พวก​นาง​ก็​ต้อง​ตกใจ​เพราะ​สอง​ข้างทาง​เต็มไปด้วย​ผู้คน​จาก​หมู่บ้าน​คน​บาป​…ไม่สิ ตอนนี้​เรียก​ว่า​หมู่บ้าน​อัน​หนิง​ (สุขสงบ​) แล้ว​ ผู้ใหญ่บ้าน​คน​ใหม่​ก็​คือ​…ผู้อาวุโส​เฉิน​ “นายอำเภอ​เจียง​ พวกเรา​มาส่งท่าน​ขอรับ​!” ขณะ​พูด​ เขา​ก็​เดิน​เข้ามา​จะคุกเข่า​คารวะ​เจียง​โม่หา​น​


เจียง​โม่หา​น​เดิน​เข้าไป​ประคองตัว​เขา​ไว้​แล้ว​ทำ​มือ​คารวะ​ราษฎร​ที่อยู่​โดยรอบ​ “น้ำใจ​ของ​ทุกท่าน​ ข้า​รับ​ไว้​แล้ว​ ตรง​ท่าเรือ​ลมแรง​ พวก​ท่าน​รีบ​กลับ​ไป​เถิด​!”


ผู้อาวุโส​เฉิน​เป็น​ผู้นำ​ ‘ปวงชน​ล้นหลาม​’ มาส่งเขา​ “ท่าน​นายอำเภอ​เจียง​ ท่าน​เป็น​ดาว​นำ​โชค​ของ​หมู่บ้าน​อัน​หนิง​ของ​พวกเรา​ เป็น​นาย​เหนือ​หัว​ของ​พวกเรา​ชาว​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ทั้งปวง​ ท่าน​ส่งเสริม​ให้​แผ้วถาง​ที่ดิน​ ขุด​คลอง​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ ปรับปรุง​เครื่องมือ​การเกษตร​…ทำให้​คน​ที่​เคย​.อดมื้อกินมื้อ​ได้​มีที่นา​เป็น​ของ​ตัวเอง​ มีอาหาร​ไว้​ประทังชีวิต​และ​ไม่ต้อง​ทน​หิวโหย​อีกต่อไป​…พวกเรา​ชาว​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ไม่มีอะไร​จะตอบแทน​ มีเพียง​หัวใจ​ที่​บริสุทธิ์​ ขอ​น้อม​ส่งท่าน​นายอำเภอ​เดินทางไกล​หลาย​พัน​ลี้​และ​ขอให้​ท่าน​ได้​เลื่อนตำแหน่ง​สูงขึ้นไป​ขอรับ​!”


ภายใต้​แสงแดด​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​ยังมี​ลมหนาว​อยู่​พอสมควร​ เจียง​โม่หา​น​จึงบอก​ให้​พวก​ชาวบ้าน​กลับ​ไป​อีกครั้ง​ แต่​ยัง​ไม่มีใคร​ขยับตัว​เลย​สัก​คน​ ไม่เพียงแค่​ราษฎร​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีเท่านั้น​ แม้แต่​ชาวบ้าน​จาก​อำเภอ​อื่น​ก็​เดินทาง​มาส่งด้วย​เช่นกัน​ เนื่องจาก​ใน​ใจของ​พวก​ราษฎร​คือ​ขุนนาง​ตงฉิน​และ​มีใจทำ​เพื่อ​ราษฎร​อย่าง​นายอำเภอ​เจียง​มีอยู่​ไม่มาก​นัก​ เขา​และ​ภรรยา​นำ​ความมีชีวิตชีวา​และ​ความหวัง​มาให้​ชาว​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ !


“ท่าน​ฝูเห​ริน​นายอำเภอ​ ท่าน​ไป​แล้ว​ ฟาร์ม​ปศุสัตว์​และ​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีจะยัง​เหมือน​เมื่อก่อน​หรือไม่​ขอรับ​ ?” สิ่งที่​ชาวบ้าน​เหล่านี้​คิดเห็น​ตรงกัน​คือ​ภรรยา​นายอำเภอ​ทำการเกษตร​ได้​เก่ง​จริงๆ​ เมล็ดพันธุ์​ที่​ซื้อ​มาจาก​ทางการ​ก็​ให้​ผลผลิต​สูงกว่า​เมล็ดพันธุ์​ที่​พวก​ชาวบ้าน​เก็บ​ไว้​เอง​มาก​ และ​ยัง​ไม่โดน​แมลง​กิน​หรือ​เป็นโรค​ง่าย​อีกด้วย​ นอกจากนี้​ราคา​ยัง​ใกล้เคียง​กับ​ท้องตลาด​…พวกเขา​จึงกังวล​ว่า​ถ้านายอำเภอ​คน​ใหม่​มาเข้า​รับ​ตำแหน่ง​แล้ว​ ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​จะกลายเป็น​ช่องทาง​หา​กำไร​อย่างหนึ่ง​


หลิน​เว่ยเว่ย​ชี้ไป​ยัง​องค์​ชาย​เจ็ด​ที่​รั้ง​อยู่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​นาน​กว่า​ครึ่ง​ปี​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “วางใจ​ได้​ ! ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​เป็น​ของ​ต้าเซี่ย​และ​ของ​ราษฎร​เช่นกัน​ ! ต่อไป​ราชสำนัก​จะส่งคน​มาดูแล​โดยเฉพาะ​ หลังจาก​ข้า​และ​นายอำเภอ​กลับ​ไป​แล้ว​ องค์​ชาย​เจ็ด​จะยังอยู่​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ต่อ​ ไม่มีใคร​กล้า​ทำตัว​วางอำนาจ​ใน​อำเภอ​หนิง​ซีแน่นอน​ !”


พอ​ชาวบ้าน​ได้ยิน​กัน​แบบ​นั้น​แล้ว​ หัวใจ​ก็​เหมือน​หลุดพ้น​จาก​พันธนาการ​ของ​หิน​ก้อน​โต​ พวกเขา​ต่าง​แสดง​ความเคารพ​ต่อ​หลิน​เว่ยเว่ย​และ​องค์​ชาย​เจ็ด​อย่าง​สูงสุด​


“ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ที่​อำเภอ​หนิง​ซีและ​เมือง​หนิง​โจว​เป็น​เลือดเนื้อ​ของ​ข้า​กับ​นายอำเภอ​ ต่อไปนี้​ ไม่ว่า​เรา​จะไป​อยู่​ที่ไหน​ ขอ​แค่​มีเมล็ดพันธุ์​ชนิด​ใหม่​ก็​จะถูก​ส่งมาจัดจำหน่าย​ที่​ศูนย์​หนิง​ซีและ​หนิง​โจว​ ราคา​ยัง​เหมือนเดิม​ !” คำพูด​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​สร้าง​เสียง​ปรบมือ​แห่ง​ความ​อุ่นใจ​และ​มีความสุข​ของ​ราษฎร​ไป​อีก​นานแสนนาน​…


แม้เรือ​ที่​เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​เคลื่อน​ออกจาก​ฝั่งจน​แล่น​ไป​ไกล​และ​ไม่เห็น​เงาแล้ว​ ราษฎร​ที่อยู่​บน​ท่าเรือ​ก็​ยัง​ไม่ยอม​จากไป​…


องค์​ชาย​เจ็ด​ทอด​ถอน​หทัย​ “หาก​ต้าเซี่ย​มีขุนนาง​ที่​เก่ง​เหมือน​เจียง​โม่หา​น​เพิ่ม​อีก​หลาย​คน​ ไฉน​เลย​จะต้อง​กังวล​ว่า​ต้าเซี่ย​ไม่เจริญรุ่งเรือง​อีก​ ? แต่​ถึงแม้ขุนนาง​คนอื่น​จะเก่งกาจ​เพียงใด​ก็​เป็น​เหมือน​เขา​ไม่ได้​ เนื่องจาก​เขา​มีภรรยา​มาก​ความสามารถ​คอย​ช่วยเหลือ​ ทั้งสอง​ช่วย​เติมเต็ม​ซึ่งกันและกัน​ ลงทุน​น้อย​แต่​ได้​ผลตอบแทน​คุ้มค่า​!”


ตอนที่​ 628: ความฝัน​มีได้​ เพราะ​อาจ​เป็นจริง​ใน​สักวัน​


“บัณฑิต​น้อย​ เหตุใด​เจ้าถึงยอม​ทิ้ง​ซัว​ถัว​ไว้​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี?” ซัว​ถัว​ฝึกฝน​อยู่​ข้าง​กาย​เจียง​โม่หา​น​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​มานาน​3ปี​ จึงถือว่า​เป็น​ผู้ติดตาม​ที่​ดี​คน​หนึ่ง​ เมื่อ​มีเขา​อยู่​ด้วย​ เจียง​โม่หา​น​ก็​จะหมดภาระ​ไป​หลาย​เรื่อง​!


เจียง​โม่หา​นม​อง​นาง​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ข้า​ก็​ทำใจไม่ได้​หรอก​! แต่​ใคร​บางคน​แถว​นี้​ให้​ภรรยา​ของ​เขา​อยู่​ดูแล​ฟาร์ม​และ​โรงงาน​แปรรูป​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี แล้ว​ข้า​จะให้​สอง​สามีภรรยา​แยก​จากกัน​เหมือน​หนุ่ม​เลี้ยง​วัว​กับ​สาว​ทอผ้า​หรือ​ไร​? ยิ่งไปกว่านั้น​คือ​หลงจู๊​หญิง​ผู้​เก่งกาจ​ของ​เจ้าก็​เพิ่ง​คลอด​บุตรชาย​ของ​พวกเขา​ เจ้าคิด​ว่า​ถ้าซัว​ถัว​ตาม​ข้า​กลับ​เมืองหลวง​ แล้ว​หัวใจ​จะอยู่​กับ​เนื้อ​กับ​ตัว​หรือไม่​?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ยักไหล่​ “ข้า​ไม่ได้คิด​จะให้​ห​ยา​เอ๋อร์​อยู่​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี แต่​นาง​อยาก​อยู่​เอง​…เดิมที​ข้า​คิด​จะยอมแพ้​เรื่อง​ฟาร์ม​กับ​โรงงาน​แปรรูป​เหล่านั้น​แล้ว​ด้วยซ้ำ​…”


เจียง​โม่หา​น​หัวเราะ​เบา​ๆ “เจ้าช่างคิด​อะไร​ง่ายๆ​ แต่​หลงจู๊​หญิง​ของ​เจ้าทำใจ​ทิ้ง​สวนผลไม้​หลาย​ร้อย​หมู่​แล้วก็​ฟาร์ม​กับ​โรงงาน​แปรรูป​ของ​เจ้าไม่ลง​!”


ไม่พูด​คง​ไม่ได้​ว่า​ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​คน​หาเงิน​เก่ง​จริงๆ​ ไม่ว่า​จะเป็น​รายได้​จาก​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​หรือ​รายได้​จาก​โรงงาน​ทั้งสอง​ก็​ค่อนข้าง​น่าประทับใจ​ทั้งสิ้น​ ทันใดนั้น​เขา​ก็​เริ่ม​รู้สึก​ว่า​ได้​กินข้าว​นิ่ม​ใน​ชามของ​ตน​…


หลิน​เว่ยเว่ยตบ​กระเป๋า​เงิน​ของ​ตน​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เก็บ​ฟาร์ม​ปศุสัตว์​กับ​โรงงาน​แปรรูป​สอง​แห่ง​นั้น​ไว้​ก็ดี​ เพราะ​นั่น​เป็น​บ่อ​เงิน​ของ​พวกเรา​! กลับ​ไป​คราวนี้​ ไม่ว่า​เจ้าจะถูก​ส่งไป​ทำงาน​ที่ใด​ พวกเรา​ก็​มีเงิน​ซื้อ​ที่ดิน​แล้ว​สานต่อ​กิจการ​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ของ​ข้า​ต่อไป​! เป้าหมาย​ของ​ข้า​คือ​…ผลผลิต​1พันชั่ง !!”


ห​มิน​อ๋อง​ออกจาก​ห้อง​โดยสาร​บน​เรือ​เป็นเพื่อน​พระชายา​ ขณะ​ทอดพระเนตร​บุตรสาว​ที่​มีความทะเยอทะยาน​ก็​ส่าย​ดวง​พักตร์​พลาง​ตรัส​ว่า​ “กลางวัน​แสกๆ​ก็​เพ้อฝัน​แล้ว​! ผลผลิต​1พันชั่งเชียว​หรือ​? เจ้ากล้า​คิด​เหลือเกิน​!”


“มีเหตุผล​ใด​ต้อง​ไม่กล้า​คิด​เพ.คะ​?” ห​มิน​หวา​งเฟย​ให้ท้าย​บุตร​ “เมื่อก่อน​พระองค์​เคย​คิด​ว่า​จะได้​ผลผลิต​ข้าวโพด​หมู่​ละ​600ชั่งหรือไม่​? เมื่อ​3ปีก่อน​ ตอน​มาอำเภอ​หนิง​ซี พระองค์​กล้า​คิด​ว่า​ใน​เวลา​สั้น​ๆแค่​3ปี​ก็​จะทำให้​ราษฎร​ผู้ยากไร้​ใน​ตะวันตกเฉียงเหนือ​มีการเปลี่ยนแปลง​ที่​ใหญ่หลวง​ถึงขนาด​นี้​หรือเปล่า​? บุตรสาว​พูด​ไว้​แล้ว​ว่า​…ใจใหญ่​เท่าไร​ ฟ้าก็​กว้าง​เท่านั้น​! ไม่แน่​ว่า​ผ่าน​ไป​อีก​ไม่กี่​ปี​ บุตรสาว​ของ​พระองค์​อาจ​ทำ​ผลผลิต​หมู่​ละ​พัน​ชั่งออกมา​ได้​จริง​!”


“แม้ว่า​ข้าวโพด​จัด​เป็น​ธัญพืช​หยาบ​ แต่​ถ้าได้​หมู่​ละ​พัน​ชั่งจริงๆ​ ราษฎร​ทั่วหล้า​ก็​ไม่ต้อง​กังวล​เรื่อง​ปากท้อง​อีก​!” สอง​สามปี​แรก​ที่​ต้าเซี่ย​เพิ่ง​ถูก​สถาปนา​ขึ้น​ก็​ถือ​เป็นช่วง​ที่​ยากลำบาก​จริงๆ​ แดน​ใต้​น้ำท่วม​ ภาคเหนือ​เจอ​ภัยแล้ง​ พวก​โจร​เดิน​กัน​ใน​ว่อน​ แถมยังมี​กบฏ​ราชวงศ์​ก่อนที่​คิด​จะก่อกวน​อีก​…


ไม่ว่า​เป็น​ช่วงเวลา​ใด​ การ​ที่​ราษฎร​ได้​กิน​อิ่ม​ท้อง​ก็​เป็น​รากฐาน​ที่​ทำให้​แผ่นดิน​มั่นคง​! ห​มิน​อ๋อ​งอด​ไม่ได้​ที่จะ​ทอด​ถอน​หทัย​ “คาดไม่ถึง​เลย​ว่า​บุตร​ที่​ไม่ได้​เติบ​โตมา​กับ​เรา​จะมีพรสวรรค์​เช่นนี้​! ดูท่าทาง​แล้ว​เวลา​15ปี​ที่​พรากจากกัน​นั้น​…ไม่ใช่เรื่อง​เลวร้าย​เสีย​ทีเดียว​!”


ถ้าเด็ก​คน​นี้​เติบ​โตมา​กับ​พวก​พระองค์​ มีท่าน​ย่า​และ​หมู่​เฟย​คอย​ให้​ความรัก​ ฟู่หวา​งและ​พี่ชาย​ดูแลเอาใจใส่​ก็​อาจ​กลายเป็น​คุณหนู​สูงศักดิ์​ใน​หมู่​สตรี​พวก​นั้น​ที่​แต่ง​ออก​ไป​แล้ว​ ได้​แต่​อยู่​เรือน​หลัง​…


ขณะ​มอง​ชายหนุ่ม​รูปงาม​ที่นั่ง​เคียงข้าง​หลิน​เว่ยเว่ย​ ห​มิน​หวา​งเฟย​กลับ​คิด​ใน​หทัย​ว่า​ ‘ใช่! ถ้าบุตรชาย​ไม่ได้​หายตัว​ไป​ ก็​ไม่มีทาง​ไป​ปักหลัก​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​และ​ได้​รู้จัก​กับ​ตระกูล​หลิน​ ส่วน​นาง​ก็​ไม่มีทางได้​ลูกสะใภ้​ที่​ทำ​เกษตร​เก่งกาจ​ขนาด​นี้​ นาง​จึงอด​ถอนหายใจ​เฮือก​ใหญ่​ไม่ได้​ “บางที​ทั้งหมด​นี้​อาจ​เป็น​ชะตา​ฟ้าลิขิต​!”


ห​มิน​อ๋อง​มองตาม​สายตา​ภรรยา​ เมื่อ​เห็น​เป็น​ ‘บุตร​เขย​’ พระองค์​ก็​เก็บ​รอย​แย้ม​พระ​โอษฐ์​ทันที​ ‘เจ้าเด็ก​แสบ​คน​นี้​ บุตรสาว​ที่​แสน​ดี​ของ​เปิ่น​หวา​งต้อง​ไป​เป็น​ของ​เจ้า!’ แต่​เจ้าเด็ก​คน​นี้​ถือว่า​ยังมี​ความสามารถ​อยู่​บ้าง​ เพราะ​ใน​ระยะเวลา​สั้น​ๆ แค่​สามปี​ก็​สร้าง​ผลงาน​ที่​อำเภอ​หนิง​ซีมากมาย​ขนาด​นั้น​แล้ว​ ปรับปรุง​คันไถ​ล้อ​คู่​ ขุด​คลอง​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ สร้าง​เขื่อนกั้นน้ำ​…ไม่ว่า​หยิบ​จับ​เรื่อง​ใด​ออกมา​ก็​เป็นประโยชน์​ต่อ​ราษฎร​และ​ผลงาน​ชิ้น​ใหญ่​ทั้งสิ้น​! ดูท่า​แล้ว​พอ​กลับ​เมืองหลวง​ใน​คราวนี้​ เจ้าเด็ก​หน้าขา​วจะ​ต้อง​ได้​เลื่อนตำแหน่ง​แน่นอน​!


ฮึ! เจ้าตัวแสบ​ ถ้าแม้แต่​ความสามารถ​นี้​ยัง​ไม่มี พระองค์​ก็​ไม่วางใจ​จะยก​บุตรสาว​ให้​หรอก​


ทว่า​ไม่ใช่บุตร​เขย​มีความสามารถ​อยู่​คนเดียว​ พ่อตา​อย่าง​พระองค์​ก็​ไม่เลว​เช่นกัน​! ใน​ช่วง​สามปี​นี้​ทรง​ปราบ​พวก​หุย​เห​อจ​นรา​บ​คาบ​! กอปร​กับ​หลุมพราง​ที่​ขุด​ไว้​ให้​ราชวงศ์​หุย​เห​อ​ ต่อจากนี้​อีก​10ปี​เผ่า​หุย​เห​อจ​ะวุ่นวาย​อยู่​กับ​เรื่อง​ภายใน​ ไฉน​เลย​ยังมี​เวลา​มารุกราน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ของ​ต้าเซี่ย​ได้​อีก​?


ตอน​เดินทาง​กลับ​ พวก​นาง​ยัง​แวะ​พัก​ที่​เขต​เริ่น​อัน​อีก​สอง​สามวัน​ โรงเลี้ยง​หนอน​ไหม​และ​โรงงานทอผ้า​ของ​พี่สาว​คนโต​ขยับขยาย​ไป​อีก​หลาย​เท่าตัว​ แค่​แรงงาน​หญิง​ก็​มีถึง20กว่า​คน​ ส่วน​กิจการ​ทำ​เนื้อ​แผ่น​ของ​บ้าน​ เนื่องจาก​ไม่มีหมู​ให้​ซื้อ​ ปีก่อน​จึงหยุด​ทำการ​ ทว่า​กิจการ​ผลไม้​อบ​แห้ง​และ​แยม​ยัง​ทำ​อยู่​ ทุก​ฤดูใบไม้ร่วง​เหล่า​ผู้หญิง​และ​เด็ก​ใน​หมู่บ้าน​จะขึ้น​เขา​ไป​เก็บ​ผลไม้​ป่า​มาขาย​ให้​บ้าน​สกุล​หลิน​เพื่อ​หารายได้​เข้า​ครอบครัว​


โรงงาน​แปรรูป​เมล็ด​สน​และ​เมล็ด​คั่ว​ต่างๆ​ ก็​กิจการ​รุ่งเรือง​มาก​! เมล็ด​สน​ปาก​อ้า​และ​เมล็ด​คั่ว​หลาก​รสชาติ​ถูก​ส่งขาย​ทั่ว​ภาคเหนือ​ กระเป๋า​เงิน​ของ​ทุก​คนใน​ฉือห​ลี่​โก​ว​จึงหนัก​กัน​ถ้วนหน้า​ กลับมา​คราวนี้​บ้าน​แทบ​ทุก​หลัง​ถูก​สร้าง​ใหม่​หมด​จน​หลิน​เว่ยเว่ย​เกือบ​เข้าใจผิด​ว่า​เข้ามา​ผิด​หมู่บ้าน​…ฉือห​ลี่​โก​ว​ให้​ความรู้สึก​ที่​แปลกใหม่​แต่​ก็​คุ้นเคย​ในเวลาเดียวกัน​…


ฉือห​ลี่​โก​ว​มีชื่อเสียง​มาก​ใน​ภาคเหนือ​! ไม่เพียง​ขึ้นชื่อว่า​เป็น​หมู่บ้าน​ร่ำรวย​ที่สุด​ใน​ภาคเหนือ​แล้ว​ ยัง​เป็น​เพราะ​มี ‘หงส์ทอง​’ สอง​ตัว​บิน​ออกจาก​หมู่บ้าน​แห่ง​นี้​ด้วย​…องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​จอหงวน​หนุ่ม​สามีของ​นาง​! นอกจากนี้​ยังมี​พ่อค้า​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ที่​แวะ​พัก​ใน​เขต​เริ่น​อัน​ต่าง​พูดถึง​เรื่อง​การกระทำ​ของ​นายอำเภอ​เจียง​และ​ฝูเห​ริน​ของ​เขา​ไป​ทั่ว​ทุกหนทุกแห่ง​…


ขณะ​ฟังพวก​ป้า​ๆใน​หมู่บ้าน​ชื่นชม​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ตอบ​ด้วย​ความ​เขินอาย​ “ข้า​วิเศษ​ขนาด​นั้น​ตั้งแต่​เมื่อใด​? ก็​แค่​บังเอิญ​ไป​เจอ​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงและ​มีพรสวรรค์​ใน​การ​เพาะปลูก​เท่านั้น​!”


“ข้า​คิด​ว่า​ข้างนอก​พูด​ยัง​ไม่เท่า​ความจริง​ด้วยซ้ำ​ เสี่ยว​เว่ย​ เจ้าคือ​เทพธิดา​ที่​ถูก​ส่งมาช่วยเหลือ​พวกเรา​ ตอนแรก​ยัง​มีพลัง​จำกัด​ ฉือห​ลี่​โก​ว​ของ​พวกเรา​จึงเจริญรุ่งเรือง​อยู่​แห่ง​เดียว​ แต่​ตอนนี้​พลัง​ค่อยๆ​ฟื้น​คืน​ ส่งผล​ให้​ภาคเหนือ​ของ​พวกเรา​ได้รับ​พร​จาก​เจ้าอย่าง​ถ้วน​ทั่ว​!” ป้า​กุ้ยฮ​วา​ปรบมือ​พร้อม​รอยยิ้ม​ชอบใจ​


หลิน​เว่ยเว่ย​ยืน​ตัว​แข็งทื่อ​พลาง​ก้มหน้า​มอง​หลานชาย​ตัว​น้อย​ใน​อ้อมแขน​แล้ว​ฝืนยิ้ม​ให้​เขา​ “ป้า​กุ้ยฮ​วา​ช่วยด้วย​ เทพธิดา​น้อย​ของ​ท่าน​โดน​เจ้าตัว​น้อย​ฉี่รด​!”


บุตรชาย​ตัว​น้อย​ของ​พี่สาว​คนโต​เพิ่ง​อายุ​ได้​5เดือน​ ทั้ง​น่ารัก​ ไม่ดื้อ​ไม่ซน​ ตอน​มาถึงหลิน​เว่ยเว่ย​จึงหลง​เขา​มาก​ เอา​ไป​อุ้ม​ไว้​ตลอด​ราวกับ​ทา​กาว​ติดมือ​ไว้​ แม้แต่​พี่สาว​และ​หนอนหนังสือ​เผิง​ที่​เป็น​พ่อแม่​แท้ๆ​ ก็​ยัง​แย่ง​ไป​จาก​นาง​ไม่ได้​


ทว่า​เจ้าถั่วงอก​อายุ​5เดือน​จะไป​เข้าใจ​อะไร​? เขา​มัก​ปัสสาวะ​ใส่น้า​หญิง​บ่อยครั้ง​จน​หลิน​เว่ยเว่ย​เริ่ม​สงสัย​ว่า​ถ้าพัก​อยู่​ที่​บ้าน​ต่อ​อีก​สัก​สอง​สามวัน​ เสื้อผ้า​ที่​นาง​เอา​มาด้วย​คง​ไม่พอ​ใส่!


ป้า​กุ้ยฮ​วา​รีบ​รับ​เจ้าตัว​น้อย​ออกจาก​อ้อม​แขนนาง​แล้ว​เปลี่ยน​ผ้าอ้อม​ให้​เขา​อย่าง​ชำนาญ​ ขณะ​มอง​รองเท้า​ที่​เปียกโชก​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ป้า​กุ้ยฮ​วา​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​ “รีบ​ไป​เปลี่ยน​เสื้อผ้า​เถิด​…เสี่ยว​ตง​ตง​ของ​พวกเรา​สนิท​กับ​น้า​รอง​แล้ว​ล่ะ​ การ​ที่​เด็ก​ฉี่ใส่ก็​ช่วย​ขับไล่​โรค​ภัย​และ​โชคร้าย​ได้​ด้วย​!”


พี่สาว​คนโต​รีบ​วิ่ง​เข้ามา​อุ้ม​ลูก​แล้ว​กลอกตา​ใส่หลิน​เว่ยเว่ย​ “สมน้ำหน้า​! ใคร​ใช้ให้​เจ้ามาแล้ว​แย่ง​ลูก​ไป​จาก​ข้า​? ลูก​จ๋า ทำ​ดีมาก​! เมื่อก่อน​น้า​รอง​ชอบ​แกล้ง​แม่บ่อยๆ​ เจ้าถือว่า​ได้​ระบาย​ความแค้น​แทน​แม่แล้ว​! น่ารัก​จริงๆ​เลย​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้น้ำพุ​วิญญาณ​มาโดยตลอด​ บน​ร่างกาย​จึงมีกลิ่น​ที่​น่า​ผ่อนคลาย​ซึ่งเป็น​กลิ่น​ที่​อ่อนไหว​ต่อ​เด็ก​ที่สุด​ พอ​ตง​ตง​ออกจาก​อ้อมแขน​นางแล้วก็​เริ่ม​ย่น​ใบหน้า​น้อย​ๆ พลาง​ดิ้น​ไปมา​ใน​อ้อมแขน​มารดา​ เมื่อ​เด็กน้อย​5เดือน​ไม่อยู่​สุข​ขึ้น​มา พี่สาว​คนโต​ก็​ยัง​อุ้ม​ไม่ไหว​


[1] กินข้าว​นิ่ม​ เปรียบเปรย​ได้​กับ​ผู้ชาย​ที่​เกาะ​ผู้หญิง​กิน​


ตอนที่​ 629: พอ​ถึงเวลา​นั้น​เจ้าได้​ร้องไห้​แน่​


หลิน​เว่ยเว่ย​กลัว​พี่สาว​จะทำ​บุตรชาย​หล่น​จาก​อ้อมแขน​จึงรีบ​เดิน​ไป​แย่ง​มาอุ้ม​ เมื่อ​ตง​ตง​เข้ามา​อยู่​ใน​อ้อมแขน​นางแล้ว​ เขา​ก็​ทำตัว​เหมือน​ลูก​แมว​น้อย​น่ารัก​ อ้า​ปาก​หาว​ด้วย​ความ​เกียจคร้าน​แล้ว​จากนั้น​ก็​นอน​หลับใน​อ้อมแขน​หลิน​เว่ยเว่ย​ทันที​


แม่ซัว​ถัว​เข้ามา​ร่วมวง​ “พี่​กุ้ยฮ​วา​พูด​ถูก​ เด็ก​คน​นี้​สนิท​กับ​น้า​รอง​ของ​เขา​ ดู​สิ รู้​ว่า​น้า​รอง​จะอยู่​ใน​หมู่บ้าน​ไม่กี่​วัน​จึงไม่อยาก​ห่าง​จาก​น้า​รอง​สัก​อึด​ใจเดียว​!”


พี่สาว​คนโต​มอง​ที่​หน้าท้อง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​ขมวดคิ้ว​ “ชอบ​เด็ก​ เจ้าก็​คลอด​เอง​สิ! เจ้าแต่งงาน​มาตั้ง​3ปี​แล้ว​ ท้อง​ยัง​ไม่โต​สักที​? แม่สามีเจ้าไม่กระตุ้น​เลย​หรือ​?”


หลิน​เว่ยเว่ย​โวย​ขึ้น​มาทันที​ “พี่ใหญ่​ เจ้ายัง​อายุ​ไม่ถึง20ปี​ก็​เร่ง​ให้​คนอื่น​มีลูก​อย่าง​กับ​ยายแก่​? ชอบ​บ่น​น่ารำคาญ​ มีแต่​หนอนหนังสือ​เผิง​ของ​เจ้าเท่า​นั้นแหละ​ที่​ทน​ได้​!”


“นาง​เด็ก​นี่​ ข้า​ก็​พูด​เพื่อ​เจ้าไม่ใช่หรือ​!” พี่สาว​คนโต​มองออก​ไป​ข้างนอก​แล้ว​พูด​ขึ้น​มาเบา​ๆว่า​ “พอ​สามีเจ้ากลับ​เมืองหลวง​แล้ว​จะต้อง​ได้​เลื่อนตำแหน่ง​แน่นอน​ ขุนนาง​เฒ่าใน​เมืองหลวง​พวก​นั้น​ มีคน​ไหน​ไร้​เมีย​รอง​สามอนุ​สี่บ้าง​? สามีเจ้ามีหน้าตา​และ​ความสามารถ​แบบนี้​ อนาคต​ก็ดี​ หาก​ต้อง​รับ​อนุ​เพราะ​ไม่มีบุตร​เป็น​เหตุ​ พอ​ถึงเวลา​นั้น​เจ้าได้​ร้องไห้​แน่​!”


“ถ้าเขา​มีความคิด​แบบ​นั้น​ ข้า​ก็​จะหย่า​สามี! ข้า​เป็น​ถึงองค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​บุตรสาว​ห​มิน​อ๋อง​ ไฉน​เลย​จะต้อง​กังวล​เรื่อง​หา​บ้าน​หลัง​ถัดไป​? คางคก​สามขา​หา​ยาก​ แต่​ผู้ชาย​สอง​ขา​มีให้​เห็น​อยู่​ทั่วไป​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ใช่สตรี​ที่​อ่อนโยน​ประเภท​นั้น​ ถ้าไม่รัก​กัน​แล้ว​ข้า​ก็​จะหย่า​…แค่​เลิกกัน​ ใคร​จะทำ​ไม่ได้​?


“ชู่ว​ เจ้าเบา​ๆหน่อย​ ประเดี๋ยว​น้องเขย​ก็​ได้ยิน​หรอก​!” พี่สาว​คนโต​รีบ​หันไป​มอง​ข้างนอก​แล้ว​กด​เสียง​ลง​ต่ำ​ “เจ้านี่​นะ​! อย่า​ทำตัว​แข็งกระด้าง​แบบนี้​ ผู้ชาย​ของ​เจ้าจะเสียหน้า​เอา​ได้​ รู้​หรือไม่​?”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เดิมที​ผู้หญิง​ไม่ต้อง​ลด​ศักดิ์ศรี​ลง​ให้​ผู้ชาย​ประสบความสำเร็จ​อยู่แล้ว​ เขา​ต้อง​สร้าง​เอง​ พี่ใหญ่​ ชีวิต​เจ้าเป็น​อย่างไรบ้าง​? ดู​จาก​ท่าทาง​ชื่นมื่น​นี้​แล้ว​ คง​ไม่เลว​กระมัง​?”


ป้า​กุ้ยฮ​วา​เป็น​คน​ตอบ​ “ใช่ไหม​เล่า​! บ้าน​แม่สามีหลัง​ข้างๆ​ของ​เจ้าก็​ถูก​บ้าน​แม่สามีของ​นาง​ซื้อ​ไว้​แล้ว​ นาง​ต้อง​ดูแล​โรงงานทอผ้า​แล้ว​ต้อง​ดูแล​เรื่อง​การค้าขาย​ผลไม้​อบ​แห้ง​อีก​ แต่ละ​วันทำงาน​หัวหมุน​ แม่สามีของ​นาง​จึงมาซื้อ​บ้าน​หลัง​ข้างๆ​ เพราะ​จะได้​ย้าย​มาอยู่แล้ว​ช่วยดูแล​ลูก​ให้​นาง​ ยัง​ช่วยดูแล​เรื่อง​การ​รับซื้อ​ผลไม้​ป่า​ด้วย​ล่ะ​! ส่วน​ผู้ชาย​ของ​นาง​ก็​เปิด​สำนักศึกษา​อยู่​ใน​หมู่บ้าน​ เจ้าเอง​ก็​รู้​ว่า​ตอนนี้​หมู่บ้าน​เรา​ไม่ขาดแคลน​เงิน​ เด็ก​ที่​ถึงเกณฑ์​จึงถูก​ส่งเข้า​สำนักศึกษา​…”


พี่สาว​คนโต​ยิ้ม​ด้วย​ความ​เขินอาย​ ก็​ใช่จริงๆ​ เพราะ​นาง​พอใจ​กับ​ชีวิต​ในเวลานี้​มาก​ ตอน​เพิ่ง​แต่ง​เข้าไป​ นาง​ยัง​กลัว​ว่า​โรงเลี้ยง​หนอน​ไหม​และ​โรงงานทอผ้า​จะต้อง​หยุด​กิจการ​! แม้ว่า​หมู่บ้าน​ที่​สามีอาศัย​อยู่​จะใช้เวลา​เดินทาง​มาถึงที่นี่​แค่​วัน​เดียว​ แต่​ผู้หญิง​ที่​ออกเรือน​แล้ว​ ไฉน​เลย​จะมาบ้าน​มารดา​ได้​ตามใจชอบ​?


แต่​เจ้าหนอนหนังสือ​กลับ​พูด​จน​พ่อแม่​และ​พี่สะใภ้​ยอม​ฟังและ​สร้าง​สำนักศึกษา​ที่​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​ ทั้ง​ยัง​ช่วย​นาง​ปรับปรุง​บ้าน​ของ​ย่า​เถียน​เพื่อ​ใช้เป็น​ ‘เหตุผล​’ สนับสนุน​การกระทำ​ของ​นาง​ บ้าน​ของ​ย่า​เถียน​มีขนาด​ไม่ใหญ่​ เขา​จึงสร้าง​ห้อง​ขึ้น​มาสอง​ห้อง​ที่​ด้านหลัง​เพื่อ​ใช้เลี้ยง​หนอน​ไหม​โดยเฉพาะ​ ส่วน​เรือน​ด้านหน้า​ ห้อง​หนึ่ง​ใช้สำหรับ​อยู่อาศัย​ ส่วน​ห้อง​อื่น​ก็​ใช้วาง​เครื่อง​ปั่นด้าย​ ตอนกลางวัน​เขา​จะอยู่​ที่​สำนักศึกษา​ พอ​ตก​เย็น​หลังจาก​พวก​คนงาน​กลับกัน​หมด​แล้ว​ เขา​ถึงจะกลับบ้าน​มาพักผ่อน​


หลัง​นาง​ตั้งครรภ์​ เพื่อ​ความสะดวก​ใน​การ​ดูแล​พวก​นาง​ แม่สามีจึงซื้อ​บ้าน​ของ​น้า​เฝิงแล้ว​สร้าง​เป็น​บ้าน​อิฐ​หลัง​ใหม่​ พ่อ​สามีและ​แม่สามีพัก​อยู่​ที่​เรือน​หลัก​ พวก​นาง​อยู่​ที่​เรือน​ปีก​ตะวันออก​ ทั้งนี้​ใน​บ้าน​ยังมี​พี่ใหญ่​ พี่สะใภ้​ใหญ่​และ​หลานชาย​อยู่​ด้วย​ ใน​บาง​วัน​พวก​นาง​ก็​จะไปมาหาสู่​กัน​อยู่​บ้าง​…


คนใน​หมู่บ้าน​ต่าง​บอ​กว่า​บ้าน​สกุล​เผิง​จะกลายเป็น​คนใน​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​แล้ว​ พ่อ​สามียัง​เคย​ไป​ปรึกษา​กับ​ผู้ใหญ่บ้าน​ว่า​คิด​จะย้าย​ทะเบียนบ้าน​มาที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​!


ได้​แต่ง​กับ​สามีจู่เห​ริน​ที่รัก​นาง​และ​ยังมี​พ่อแม่​สามีที่​เห็น​นาง​เป็น​เหมือน​ลูกสาว​แท้ๆ​อีก​ พอ​หลัง​แต่งงาน​ไป​แล้ว​ยัง​ไม่ต้อง​ห่าง​จาก​หมู่บ้าน​และ​คนใน​หมู่บ้าน​ที่​คุ้นเคย​ พวก​สหาย​ใน​หมู่บ้าน​จึงพา​กัน​อิจฉา​นาง​มาก​


พี่สาว​คนโต​ยิ้ม​อยู่​พัก​หนึ่ง​ แต่​แล้วก็​วกกลับ​เข้า​หัวข้อ​เมื่อ​ครู่​ “น้อง​รอง​ พอ​เจ้ากลับ​ถึงเมืองหลวง​แล้วก็​ให้​หมอ​ตรวจ​หน่อย​…ท่าน​หมอ​เหลียง​ก็​ไป​เมืองหลวง​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​? ถ้าเจ้าไม่กล้า​ไปหา​คนอื่น​ก็​ให้​เขา​ตรวจ​สิ”


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ “ตรวจ​อะไร​? ข้า​ไม่ได้​ป่วย​เสียหน่อย​! ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​มีพายุ​ทราย​บ่อยครั้ง​ อากาศ​ไม่ดี​ ข้า​กับ​บัณฑิต​น้อย​กลัว​ว่า​ลูก​จะลำบาก​จึงตั้งใจ​ว่า​กลับ​ถึงเมืองหลวง​แล้ว​ค่อย​คิด​เรื่อง​มีลูก​กัน​ใหม่​ เจ้าน่ะ​ เลิก​กังวล​ได้​แล้ว​!”


พี่สาว​คนโต​ย้อนถาม​ “เจ้ามั่นใจ​หรือไม่​ว่า​ครั้งนี้​สามีจะได้​อยู่​เมืองหลวง​?”


“ได้​อยู่​หรือไม่​ ก็​ไม่เห็น​มีอะไร​! ทองคำ​วาง​ที่ใด​ก็​เปล่งประกาย​ บัณฑิต​น้อย​ของ​บ้าน​ข้า​มีความสามารถ​ ไม่ว่า​จะไป​ที่ไหน​ก็​ปล่อย​ความทะเยอทะยาน​ออกมา​ได้​ทั้งนั้น​” หลิน​เว่ยเว่ย​คิด​ว่าการ​ไป​อยู่​ข้างนอก​เมืองหลวง​จะอิสระ​กว่า​หน่อย​ เนื่องจาก​ใน​เมืองหลวง​มีขุนนาง​ที่​ตำแหน่ง​ใหญ่​กว่า​บัณฑิต​น้อย​มากเกินไป​ ไม่ว่า​เขา​ทำ​อะไร​ก็​ต้อง​ดู​สีหน้า​เบื้องบน​ จึงมัก​มีข้อจำกัด​


พี่สาว​คนโต​มุ่ย​ปาก​พลาง​รับ​บุตรชาย​ที่​หลับสนิท​มาจาก​อ้อมแขน​ของ​นาง​แล้ว​ให้​สาวใช้​ที่อยู่​บ้าน​หลัง​ข้างๆ​ดูแล​ ต่อจากนั้น​ก็​กลับบ้าน​สกุล​หลิน​มาดูแล​เรื่อง​อาหารการกิน​ บ้าน​แม่สามีมีสาวใช้​คอย​ทำอาหาร​ให้​แล้ว​ แต่​นาง​ก็​มักจะ​ทำอาหาร​เอง​ด้วย​ความเคยชิน​มากกว่า​…เพราะ​ฝีมือ​ของ​แม่ครัว​ยัง​ห่าง​ชั้น​จาก​นาง​มาก​ บ้าน​ของ​นาง​ไม่มีใคร​ชอบ​อาหาร​ของ​แม่ครัว​จึงมักจะ​ให้​ทำ​เก็บ​ไว้​สำหรับ​ครอบครัว​ของ​พี่ชาย​หนอนหนังสือ​เผิง​


หลังจาก​หลิน​เว่ยเว่ย​สนทนา​กับ​พวก​ป้า​ๆได้​พัก​หนึ่ง​แล้ว​ รอ​ให้​อีก​ฝ่าย​กลับ​ออก​ไป​ นาง​ก็​เดิน​เข้าครัว​เช่นกัน​ สอง​พี่น้อง​ช่วยกัน​เด็ด​ผัก​ ล้าง​ผัก​ หั่น​ผัก​และ​ช่วยกัน​ทำอาหาร​เหมือน​ตอนที่​ยัง​ไม่ได้​ออกเรือน​


“ท่าน​พ่อ​นำ​ทหาร​กลับ​เมืองหลวง​ ใช้เวลา​ประมาณ​2เดือน​ ท่าน​พ่อ​บอ​กว่า​กลับ​เมืองหลวง​คราวนี้​น่าจะ​ได้รับ​ตำแหน่ง​ใหม่​ที่​เมืองหลวง​และ​ก็​จะปักหลัก​ที่นั่น​เลย​ เจ้าอยาก​ไป​อยู่​ที่​เมืองหลวง​หรือเปล่า​? หนอนหนังสือ​เผิง​มีตำแหน่ง​จู่เห​ริน​ก็​อาจ​หา​งาน​เป็น​อาจารย์​ได้​ใน​สำนักศึกษา​ของ​เมืองหลวง​” หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​ ถ้าทุก​คนใน​ครอบครัว​ไป​อยู่​เมืองหลวง​หมด​แล้ว​ มีแต่​พี่สาว​ถูก​ทิ้ง​ไว้​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​ จึงกลัว​ว่า​อีก​ฝ่าย​จะน้อยใจ​


พี่สาว​คนโต​กลอกตา​ใส่นาง​ “ไป​อยู่​เมืองหลวง​น่ะ​หรือ​? แล้ว​กิจการ​ทาง​นี้​ของ​ข้า​จะทำ​อย่างไร​? โยนทิ้ง​ง่ายๆ​หรือ​? ปี​หนึ่ง​โรงทอผ้า​ทำกำไร​ให้​ตั้ง​หลาย​ร้อย​ตำลึง​ ข้า​ทำใจไม่ได้​หรอก​! อีก​อย่าง​คือ​แม่สามีกับ​พ่อ​สามีก็​เป็น​คน​ภาคเหนือ​ ถ้าข้า​กับ​พี่เขย​ของ​เจ้าไป​มีความสุข​ที่​เมืองหลวง​แล้ว​จะเหมาะสม​หรือ​ไร​? เจ้านี่​นะ​ ไม่ต้อง​คิด​อะไร​มากมาย​! ข้า​อยู่​ที่นี่​ก็​ดีแล้ว​!”


“ทว่า​…ต่อไป​เรา​อยู่​ห่าง​กัน​ถึงขนาด​นั้น​ ไม่รู้​อีก​กี่​ปี​จะได้​เจอ​หน้า​กัน​สักครั้ง​ ถ้าข้า​คิดถึง​เจ้าแล้​วจะ​ทำ​อย่างไร​?” หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​พี่สาว​ด้วย​รอยยิ้ม​


พี่สาว​คนโต​ยกมือ​ลูบ​ต้นแขน​แล้ว​มอง​นาง​ด้วย​ความรังเกียจ​ “อี๋​…เจ้าจะคิดถึง​ข้า​? มีครั้ง​ใด​ที่​ข้า​พบ​หน้า​เจ้าแล้ว​ เจ้าจะไม่รังแก​บ้าง​? คิด​ว่า​เจ้าอยู่​ห่างๆ​ไว้​ดีกว่า​ ไม่อย่างนั้น​ต้อง​มีสัก​วันที่​ข้า​โมโห​จนตาย​แน่​!”


“พวกเรา​เป็น​พี่น้อง​กัน​! แม้ใน​เวลา​ปกติ​จะทะเลาะ​กัน​ขนาด​ไหน​ สายเลือด​ก็​ตัดไม่ขาด​” หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​แล้ว​พูดว่า​ “โชคดี​ที่​ตอนนั้น​มีเจ้าอยู่​เพื่อ​ล่อ​ให้​ข้า​ขึ้น​เขา​ ไม่อย่างนั้น​คง​ไม่มีข้า​ใน​วันนี้​”


ทันใดนั้น​สีหน้า​ของ​พี่สาว​คนโต​ก็​เปลี่ยนไป​ นาง​รีบ​โยน​ถั่ว​ลงพื้น​ “เจ้าหมายความว่า​อย่างไร​? สงสัย​ว่า​ข้า​จงใจลวง​เจ้าไป​ฆ่าบน​เขา​ใช่หรือไม่​?”


“ฆ่า? คง​ไม่ถึงขั้น​นั้น​ แต่ว่า​ทิ้ง​น้องสาว​สติไม่ดี​เพื่อ​กำจัด​เสี้ยนหนาม​ให้​ตัวเอง​ กำจัด​ภาระ​ให้​ครอบครัว​ก็​เป็นเรื่อง​ที่​พบเห็น​ได้​ถมไป​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ชิมไก่​ผัด​เผ็ด​…เผ็ด​ชาหอมหวน​ อร่อย​มาก​!


ตอนที่​ 630: เจ้าเกลียด​ข้า​ ข้า​ก็​ไม่ชอบ​เจ้า


“เรื่อง​ที่​เห็น​ได้​ถมไป​? ที่แท้​เจ้าก็​คิด​กับ​ข้า​แบบนี้​มาโดยตลอด​?” พี่สาว​คนโต​มีดวงตา​แดงก่ำ​ “ใช่ ข้า​เห็น​เจ้าตามมา​ จึงจงใจทิ้ง​เจ้าไว้​ แต่​ข้า​ก็​คาดไม่ถึง​ว่า​เจ้าจะวิ่ง​ไป​กระโดด​หน้าผา​แล้ว​ตกไป​ใน​แม่น้ำ​…ข้า​อยาก​โยน​ตัว​ภาระ​อย่าง​เจ้าทิ้ง​จริงๆ​ แต่​ก็​แค่​คิด​ หรือ​เจ้าคิด​ว่าที่​ตก​หน้าผา​ไป​นั้น​ เป็น​แผนที่​ข้า​วาง​ไว้​จริงๆ​?”


หลิน​เว่ยเว่ย​จ้อง​นาง​แล้ว​หัวเราะ​ออกมา​เบา​ๆ “ข้า​ไม่ได้คิด​แบบ​นั้น​ แม้เจ้าจะเห็นแก่ตัว​ไป​บ้าง​ แต่​ก็​ไม่ได้​เลว​จน​ถึงขั้น​นั้น​หรอก​ ถ้าข้า​คิด​ว่า​เจ้าเคย​อยาก​เอาชีวิต​จริงๆ​ ข้า​จะช่วย​เจ้าเลี้ยง​หนอน​ไหม​และ​สร้าง​โรงงานทอผ้า​ขึ้น​มาหรือ​? ข้า​ก็​แค่​อยาก​ฟังความในใจ​จาก​ปาก​เจ้าเท่านั้น​!”


พี่สาว​คนโต​ตอบกลับ​ด้วย​ดวงตา​แดงก่ำ​ “แม้ข้า​จะสาปแช่ง​เจ้าหลาย​ต่อ​หลายครั้ง​ใน​ใจ แต่​ไม่เคย​คิด​ทำ​เรื่อง​เอาชีวิต​เจ้ามาก่อน​! เจ้า…อย่างไร​ก็​ยัง​น่าเกลียด​อยู่ดี​!”


“เจ้าเกลียด​ข้า​ ข้า​ก็​ไม่ชอบ​เจ้า! รีบ​ทำงาน​ อย่า​อู้​!” หลิน​เว่ยเว่ย​นำ​ปลา​ที่​วาง​บน​เขียง​ไป​จัดการ​ให้​เสร็จสรรพ​ นาง​เตรียม​จะทำปลา​กระรอก​ทอด​ราด​ซอส​เปรี้ยวหวาน​


นาง​หวง​ได้ยิน​เสียงดัง​มาจาก​ครัว​ จึงขมวดคิ้ว​แล้ว​ถอนหายใจ​ออกมา​เบา​ๆ “เกิด​อะไร​ขึ้น​อีก​? แค่​ครู่เดียว​ก็​ทะเลาะ​กัน​อีกแล้ว​! หม่อมฉัน​จะไปดู​หน่อย​…”


ห​มิน​หวา​งเฟย​จับมือ​นาง​ไว้​ก่อน​ “เรื่อง​ของ​เด็ก​ๆ พวกเรา​เป็นผู้ใหญ่​อย่า​เข้าไป​ยุ่ง​เลย​ เจ้าก็​เคย​พูด​ไว้​ว่า​พี่น้อง​สอง​คน​ทะเลาะ​กัน​มานาน​หลาย​ปี​ แต่​ก็​ยัง​ไม่เห็น​กระทบ​ต่อ​ความสัมพันธ์​ของ​พวก​นาง​ใช่หรือไม่​? ถ้าเจ้าเข้าไป​แล้ว​ไม่ว่า​จะพูด​เข้าข้าง​ใคร​ อีก​ฝ่าย​ก็​รู้สึก​ว่า​เจ้าลำเอียง​ พอ​นาน​วัน​เข้า​แล้ว​ ความแค้น​ใน​ใจของ​พี่น้อง​ทั้งสอง​ก็​จะยิ่ง​มากกว่า​เดิม​ น้องสาว​ ถ้าไม่แสร้ง​โง่หรือไม่​ทำ​หูหนวก​บ้าง​ก็​ไม่เรียก​ว่า​คนใน​ครอบครัว​หรอก​”


หลังจาก​เจียง​โม่หา​น​และ​พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​พัก​กันที่​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​ได้​5วัน​แล้วก็​เริ่ม​ออกเดินทาง​อีกครั้ง​ หลิว​เอ้อร์​ล่า​ย​ลากตัว​หลิว​ว่าย​จื่อ​ไป​ด้าน​ข้าง​แล้ว​กระซิบ​เบา​ๆว่า​ “พี่​ว่าย​จื่อ​ ตอนนี้​ท่าน​เป็น​ผู้ดูแล​ใหญ่​ของ​องค์​หญิง​แล้ว​ ไม่ลาก​ข้า​ไป​ด้วย​คน​หรือ​?”


หลิว​ว่าย​จื่อ​มอง​เขา​แล้ว​พูดว่า​ “ตอนนี้​เจ้าก็​เป็น​ผู้ดูแล​ใต้​บัญชา​องค์​หญิง​ไม่ใช่หรือ​? องค์​หญิง​ตรัส​แล้ว​ว่า​ให้​เจ้าซื้อ​ที่ดิน​ใน​เขต​นี้​เพิ่ม​อีกหน่อย​แล้ว​ทำเป็น​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ขึ้น​มา ต่อไป​ศูนย์​เพาะ​เมล็ด​นี้​ก็​ให้​เจ้าดูแล​ แล้ว​ยังมี​ร้านค้า​ที่​เขต​อวี้​อัน​ก็​ให้​เจ้าเป็น​คน​เก็บ​ค่าเช่า​ ส่วน​เงินเดือน​ของ​เจ้าก็ได้​เท่า​ข้า​! ตั้งใจ​ทำงาน​ให้​ดี​ ติดตาม​องค์​หญิง​แล้ว​อนาคต​สดใส​แน่นอน​!”


หลิว​เอ้อร์​ล่า​ย​รู้​สถานะ​และ​อำนาจ​ใน​การ​ดูแล​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ แค่​ดู​หลิว​ว่าย​จื่อ​ในเวลานี้​ก็​ทราบ​แล้ว​ จะเดิน​ไป​ไหน​ก็​มีแต่​คน​เข้าหา​ หาก​เขา​ได้​ดูแล​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ของ​ภาคเหนือ​ก็​ดู​มีเกียรติ​และ​ศักดิ์ศรี​เหมือนกัน​ไม่ใช่หรือ​?


หลิว​ว่าย​จื่อ​กลัว​เขา​จะดีใจ​จน​ลืมตัว​ จึงรีบ​เตือนสติ​ “เจ้าไม่ค่อย​ได้​ใกล้ชิด​องค์​หญิง​น้อย​ จึงอาจ​ไม่รู้​ว่า​นาง​เป็น​คน​อย่างไร​ ถ้าเจ้าภักดี​ นาง​ไม่มีทาง​เอาเปรียบ​เจ้าแน่นอน​ แต่​ถ้าเจ้ามีความคิด​ใน​ทาง​ที่​ไม่ควร​ ทำ​เรื่อง​ฉ้อฉล​ขึ้น​มา…เจ้าต้อง​คิด​ให้​ดี​ นั่น​คือ​องค์​หญิง​ที่​ฮ่องเต้​ทรง​แต่งตั้ง​ แค่​ขยับ​โอษฐ์​ก็​เอาชีวิต​เจ้าได้​แล้ว​”


หัวใจ​ที่​กำลัง​พอง​โต​ของ​หลิว​เอ้อร์​ล่า​ย​เหมือน​โดน​คน​ราด​น้ำเย็น​ใส่ใน​วันที่​อากาศ​หนาว​จัด​ เขา​ได้สติ​ขึ้น​มาทันที​จึงรีบ​พูดว่า​ “วางใจ​ได้​พี่​ว่าย​จื่อ​ ข้า​ไม่มีทาง​ทรยศ​ความไว้วางใจ​ที่​องค์​หญิง​มีต่อ​ข้า​แน่นอน​!”


หลิว​ว่าย​จื่อตบ​บ่า​เขา​แล้ว​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​จริงใจ​ “เจ้านึกถึง​เมื่อก่อน​เข้า​ไว้​ เรา​มีชีวิต​อย่างไร​แล้ว​ดู​ตอนนี้​…เอ้อร์​ล่า​ย​ เจ้าห้าม​เลอะเลือน​เด็ดขาด​!”


“ขอรับ​ ไม่มีทาง​แน่นอน​!” หลิว​เอ้อร์​ล่า​ย​พยักหน้า​รับ​อย่าง​หนักแน่น​ แสดงให้เห็น​ความภักดี​ที่​มี


“เจ้าไปดู​ยัง​ที่ว่าการ​เขต​ว่า​มีประกาศ​ขาย​ที่ดิน​ผืน​ใหญ่​หรือไม่​ ดี​ที่สุด​เอา​ที่​ติดกัน​ ถ้าไม่มีจริงๆ​ ก็​จ้างคน​แผ้วถาง​แล้ว​ถึงเวลา​นั้น​ค่อย​ใช้เมล็ด​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงจ่าย​ค่าแรง​” หลิว​ว่าย​จื่อ​ฝึกฝน​อยู่​ข้าง​กาย​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ถึง3ปี​ จึงเป็นธรรมดา​ที่จะ​ทำ​อะไร​ได้​เอง​


ต่อจากนั้น​หนึ่ง​เดือน​กว่า​ๆ ในที่สุด​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็ได้​เหยียบ​ผืนดิน​ของ​เมืองหลวง​ ห​มิน​อ๋อง​พา​พระชายา​กลับ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ นาง​หวง​และ​บุตรชาย​ทั้งสอง​กลับ​จวน​พร้อม​แม่ทัพ​หลิน​ ส่วน​นาง​เฝิงพา​บุตรชาย​และ​ลูกสะใภ้​ผลัก​ประตู​เข้าไป​ใน​ ‘เรือน​สกุล​เจียง​’


ใน​เรือน​มีพวก​บ่าว​รับใช้​คอย​ดูแล​จึงเหมือน​เมื่อ​3ปี​ก่อนที่​พวก​นาง​จะจากไป​ หลิน​เว่ยเว่ย​สูด​กลิ่นหอม​ของ​ดอกกุหลาบ​อัน​หอมหวน​เข้า​ปอด​ลึก​ๆแล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ในที่สุด​ก็ได้​กลับบ้าน​!”


นาง​เฝิงก็​รู้สึก​แบบ​เดียวกัน​ “ใช่ แม้จะอยู่​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​หนิง​ซีมาสามปี​ แต่​ก็​ไม่เหมือน​อยู่​บ้าน​หลัง​นี้​ซึ่งเคย​พัก​แค่​ไม่กี่​เดือน​ มีความรู้สึก​เหมือน​ได้​อยู่​บ้าน​อย่าง​แท้จริง​!”


มือ​ข้าง​หนึ่ง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​จับมือ​นาง​เฝิงไว้​ ส่วน​อีก​ข้าง​ควงแขน​สามี “สำหรับ​ข้า​แล้ว​ ไม่ว่า​พวก​ท่าน​จะไป​อยู่​ที่ใด​ ที่นั่น​ก็​เป็น​บ้าน​สำหรับ​ข้า​เสมอ​! พวกเรา​เป็น​ครอบครัว​ที่​รักใคร่​กลมเกลียว​! บัณฑิต​น้อย​ คราวนี้​เจ้าลอง​หา​ตำแหน่ง​ว่างๆ​ แถบ​ภาคใต้​ดู​สิ ข้า​โต​ขนาด​นี้​แล้ว​ยัง​ไม่เคย​ไป​ทางใต้​สักครั้ง​! พวกเรา​ไป​ชมทิวทัศน์​อัน​งดงาม​ของ​เมือง​แห่ง​สายน้ำ​แดน​ใต้​ด้วยกัน​เถิด​!”


“จะได้​อยู่​เมืองหลวง​หรือ​ไป​ที่ใด​ พวกเรา​เป็น​คน​ตัดสินใจ​ได้​หรือ​!” เจียง​โม่หา​น​มีลางสังหรณ์​ว่า​ฮ่องเต้​จะต้อง​ไม่ให้​เขา​ออกจาก​เมืองหลวง​ ส่วน​จะให้​ครองตำแหน่ง​อะไร​นั้น​ก็​เป็นเรื่อง​ที่​คาดเดา​ไม่ได้​เลย​!


คนอื่น​พอ​กลับ​เมืองหลวง​แล้ว​ต้อง​รอ​เป็น​เดือน​หรือ​แม้แต่​ครึ่ง​ปี​ถึงจะได้​ตำแหน่ง​ที่​เหมาะสม​ แต่​เจียง​โม่หา​น​เพิ่ง​มาถึงเมืองหลวง​ได้​สอง​วัน​ก็​ถูก​เรียก​เข้า​วัง​ และ​คน​ที่​ถูก​เรียก​ไป​พร้อม​เขา​ยังมี​หลิน​เว่ยเว่ย​ซึ่งเป็น​ฝูเห​ริน​นั่นเอง​


ณ ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​ นอกจาก​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงก็​ยังมี​องค์​รัชทายาท​ด้วย​ ขณะ​ทอดพระเนตร​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงก็​แย้มพระสรวล​ออกมา​ดังลั่น​ “เจิ้น​มอง​คน​ไม่ผิด​จริงๆ​! ใต้เท้า​เจียง​เป็น​ขุนนาง​มาก​ความสามารถ​ที่​หา​ตัว​จับได้​ยาก​! ภาพ​เขื่อนกั้นน้ำ​ที่​เจ้าส่งมาก​ับความคิด​สร้าง​ประตูระบายน้ำ​ท่วมนั้น​ เจิ้น​สั่งให้​คน​ไป​ลอง​ทำ​ที่​แดน​ใต้​แล้วก็​ประสบความสำเร็จ​ในขั้นต้น​! เมื่อ​มีเขื่อนกั้นน้ำ​และ​ประตูระบายน้ำ​แล้ว​ เรา​ก็​จะช่วย​ลด​ภัย​น้ำท่วม​ได้​มาก​ ไม่อย่างนั้น​ชาวบ้าน​ได้​เดือดร้อน​กัน​ถ้วนหน้า​แน่นอน​!”


เจียง​โม่หา​นรี​บ​พูด​ “ขอบ​พระทัย​ใน​คำชม​ของ​ฝ่าบาท​พ่ะย่ะค่ะ​ แต่​เรื่อง​เขื่อนกั้นน้ำ​กับ​ประตูระบายน้ำ​นี้​ไม่ใช่ผลงาน​ของ​กระหม่อม​คนเดียว​ ภรรยา​ของ​กระหม่อม​ก็​มีส่วน​ด้วย​พ่ะย่ะค่ะ​!”


“เจิ้น​ทราบ​แล้ว​ ใน​ฎีกา​ของ​เจ้าก็​ไม่ได้​เขียน​ไว้​แล้ว​หรือ​? ได้​แรงบันดาลใจ​มาจาก​อ่างเก็บน้ำ​ของ​เสี่ยว​เว่ย​? เจิ้น​เคย​พูด​ไว้​แล้ว​ว่า​เสี่ยว​เว่ย​เป็น​ดาว​นำ​โชค​ของ​เจิ้น​ แต่​เจ้าก็​เป็น​ขุนนาง​ที่​สร้าง​คุณประโยชน์​ให้​ต้าเซี่ย​! จริง​สิ ได้ยิน​แม่ทัพ​เฉาบอ​กว่า​ภาพ​หน้าไม้​นั้น​ก็​เป็น​เจ้าวาด​?” สาย​พระ​เนตร​ของ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงที่​มีต่อ​เจียง​โม่หา​น​นั้น​เหมือน​คน​ที่​มอง​เนื้อ​ก้อน​โต​ด้วย​ความกระหาย​…แค่​ก​ แค่​ก​ เจิ้น​แค่​กระหาย​ใน​ความสามารถ​ของ​เขา​เท่านั้น​!


เจียง​โม่หา​น​นำ​ตำรา​เก่า​ๆ และ​ขาด​ที่​พก​ติดตัว​ออกมา​วาง​บน​โต๊ะ​ “กระหม่อม​แค่​เห็น​คำบรรยาย​เกี่ยวกับ​คันธนู​และ​หน้าไม้​ใน​ตำรา​เล่ม​นี้​โดยบังเอิญ​พ่ะย่ะค่ะ​ ฝ่าบาท​ก็​ทรง​ทราบ​ว่า​เวลา​กระหม่อม​ว่างงาน​จะชอบ​ทำ​ของ​เล็ก​ๆน้อย​ๆ คิดไม่ถึง​ว่า​พอ​ทำ​ออกมา​แล้​วจะ​ใช้เป็น​อาวุธ​สังหาร​ที่​ร้ายกาจ​ได้​ ประจวบ​เหมาะกับ​ที่​กระหม่อม​กำลัง​ร่วม​ปราบ​โจร​กับ​แม่ทัพ​เฉาพอดี​ จึงยก​ภาพวาด​แผ่น​นั้น​ให้​เขา​พ่ะย่ะค่ะ​…”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงยัง​ชี้ไป​ที่​คันไถ​ล้อ​คู่​บน​พื้น​ของ​ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​ด้วย​ “ได้ยิน​ว่า​หาก​ใช้สิ่งนี้​ไถพรวน​ดิน​ ความเร็ว​จะเพิ่มขึ้น​เป็น​เท่าตัว​และ​ยัง​ไถดิน​ได้​ลึก​ด้วย​ใช่หรือไม่​?”


“ทูล​ฝ่าบาท​ สิ่งนี้​…เป็น​เพราะ​หม่อมฉัน​บ่นว่า​คันไถ​ธรรมดา​ทำงาน​ช้าเกินไป​ กลัว​จะทำให้​เลยเวลา​เพาะปลูก​ จึงไป​ออดอ้อน​บัณฑิต​น้อย​ให้​ทำ​คันไถ​ล้อ​คู่​ให้​หม่อมฉัน​ ถึงแม้เจ้านี่​จะดี​ แต่​ต้อง​มีสัตว์​ทุ่นแรง​คอย​ช่วย​ ดังนั้น​สำหรับ​พวก​ราษฎร​แล้ว​ มัน​ไม่ค่อย​ใช้ประโยชน์​ได้​จริง​สัก​เท่าไร​เพ.คะ​!” ในเวลานี้​ชาวบ้าน​ส่วนใหญ่​ไม่มีเงิน​ซื้อ​สัตว์​ทุ่นแรง​จึงได้​แต่​ใช้คน​ลาก​คันไถ​ เมื่อ​เป็น​แบบ​นั้น​แล้ว​ คันไถ​ล้อ​คู่​ก็​โดน​ลด​ประสิทธิภาพ​ใน​การทำงาน​ลง​ทันที​!



จบตอน

Comments