weiwei ep631-640

ตอนที่​ 631: ยอม​เป็น​ภรรยา​ผู้อยู่เบื้องหลัง​สามี


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแย้ม​โอษฐ์​พลาง​ทอดพระเนตร​นาง​ “เจ้าได้​สร้าง​คอก​เลี้ยง​วัว​ไว้​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ไม่ใช่หรือ​ ? ทุกครั้งที่​ถึงฤดู​เพาะปลูก​ก็​จะปล่อย​เช่าให้​ชาวบ้าน​ใน​ราคา​ต่ำ​จน​ไม่มีเงิน​จ้างคน​มาเลี้ยงสัตว์​…ถ้าต้าเซี่ย​มีฝูเห​ริน​ที่​ไม่เห็นผล​ประโยชน์ส่วนตัว​เช่นนี้​เพิ่ม​อีก​หลาย​คน​ก็​คง​ดี​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​รีบ​พูด​ “ฝ่าบาท​เพคะ​ ไม่ว่า​พระองค์​จะส่งบัณฑิต​น้อย​ไป​อยู่​ที่ใด​ หม่อมฉัน​ก็​จะสร้าง​ฟาร์ม​ปศุสัตว์​ขึ้น​ที่นั่น​ และ​หม่อมฉัน​ไม่ใช่ผู้​ที่​ไม่เห็นแก่​ประโยชน์ส่วนตัว​อย่าง​ที่​พระองค์​ตรัส​ขนาด​นั้น​…พระองค์​ลอง​ดำริ​นะ​เพ.คะ​ มูล​วัว​สามารถ​นำมาใช้​ทำ​ปุ๋ยคอก​ได้​ พอได้​ปุ๋ย​ใน​ปริมาณ​ที่​เพียง​พอแล้ว​ ผลผลิต​ก็​จะสูงขึ้น​ ผลผลิต​มวลรวม​จะเพิ่มมากขึ้น​ นมวัว​ที่​รีด​ออกมา​ก็​ยัง​สามารถ​นำมา​ทำ​เนย​ ลูก​อมร​สนม​…ของ​พวก​นี้​ราคา​สูงมาก​ด้วย​เพ.คะ​ ใน​ฟาร์ม​ของ​หม่อมฉัน​ไม่ได้​มีแค่​วัว​ เพราะ​ยังมี​หมู​ กระต่าย​…เจ้าพวก​นี้​ล้วน​นำ​ราย​ได้มา​ให้​หม่อมฉัน​ อันที่จริง​หม่อมฉัน​ไม่ได้​ขาดทุน​เลย​สักนิด​ !” ไม่เพียง​ไม่ขาดทุน​ แถมยัง​ทำ​เงินได้​มหาศาล​อีกด้วย​ !


“ถ้าเช่นนั้น​…ให้​เจ้าสร้าง​ฟาร์ม​ปศุสัตว์​ที่​เมืองหลวง​ เจ้าจะยินดี​หรือไม่​ ?” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทอดพระเนตร​นาง​ด้วย​รอย​แย้ม​พระ​โอษฐ์​…เท่าที่​ทรง​เข้า​พระทัย​คือ​เด็ก​คน​นี้​หาเงิน​เก่ง​ แม้แต่​ที่ดิน​รกร้าง​ของ​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ พอ​ไป​อยู่​ใน​มือ​นาง​แล้วก็​กลายเป็น​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​คุณภาพ​สูง แค่​รายได้​จาก​การ​จำหน่าย​เมล็ดพันธุ์​ใน​แต่ละ​ปี​ก็​มากกว่า​ที่​ผู้อื่น​ทำได้​นับ​10เท่า​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​เหลือบมอง​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​ทูล​ตอบ​เบา​ๆว่า​ “ฝ่าบาท​ทรง​ดำริ​…ให้​บัณฑิต​น้อย​อยู่​รับ​ตำแหน่ง​ใน​เมืองหลวง​อย่างนั้น​หรือ​เพ.คะ​?”


“ทำไม​? สามีเจ้าอยู่​ที่​เมืองหลวง​ต่อ​ เจ้าก็​จะไม่สร้าง​ฟาร์ม​ให้​เจิ้น​แล้ว​หรือ​?” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทอดพระเนตร​นาง​ด้วย​ดวง​พักตร์​เปื้อน​ยิ้ม​แสน​คลุมเครือ​


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ลังเล​ “เอ่อ​ คือ​…การ​เลี้ยง​วัว​เลี้ยง​ม้าแทน​ฝ่าบาท​ก็​ไม่ได้​มีกอง​ไท่ผู​ (ควบคุม​โรงม้า​ เพาะพันธุ์​ม้า เลี้ยง​ม้าพันธุ์​ดี​และ​ดูแล​เรื่อง​ราชรถ​) ทำหน้าที่​อยู่แล้ว​หรือ​เพ.คะ​? หม่อมฉัน​เป็น​แค่​ภรรยา​ของ​ขุนนาง​ขั้น​หก​ตัวเล็ก​ๆ เข้าไป​ยุ่ง​ด้วย​ก็​คง​ไม่เหมาะสม​หรอก​เพคะ​…”


“ทำไม​? หรือ​เจ้าอยาก​เป็น​ขุนนาง​หญิง​คน​แรก​ของ​ต้าเซี่ย​! ย่อม​ได้​ ถ้าเจ้าอยาก​เป็น​ เจิ้น​จะให้​เป็น​เจ้าหน้าที่​กรม​ไท่ผู​ขั้น​เจ็ด​ เจ้าว่า​อย่างไร​?” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงตรัส​ด้วย​แวว​พระ​เนตร​ขี้เล่น​


หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ได้คิด​เป็นจริงเป็นจัง​ อีก​ประการ​คือ​นาง​สนใจ​เงินก้อน​โต​มากกว่า​ เพราะ​เป็น​ขุนนาง​ต้อง​โดน​คนอื่น​ควบคุม​และ​ต้อง​ออก​ไป​ทำงาน​ทุกวัน​…ได้เงิน​ไม่คุ้ม​ค่าแรง​


“ทูล​ฝ่าบาท​ หม่อมฉัน​ไม่ได้​มีคุณสมบัติ​จะเป็น​ขุนนาง​หรอก​เพ.คะ​! ฟาร์ม​ปศุสัตว์​เหล่านี้​หม่อมฉัน​สร้าง​ได้​ แต่​ตำแหน่ง​ขุนนาง​นี้​ พระองค์​เก็บ​ไว้​เถิด​เพ.คะ​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ปฏิเสธ​อย่าง​ไม่ลังเล​…นาง​คิด​ว่า​ตนเอง​เหมาะกับ​การ​เป็น​สตรี​ผู้อยู่เบื้องหลัง​บัณฑิต​น้อย​ดังเดิม​มากกว่า​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงเผย​นัยน์เนตร​แต้ม​ยิ้ม​ “เจ้าคิด​ให้​ดี​ ถ้าเป็น​ขุนนาง​แล้ว​ ไม่เพียง​ได้​กิน​เงินหลวง​ ตอน​อยู่​ใน​บ้าน​ยัง​ได้​นั่ง​ระดับ​เดียว​กับ​สามีอีกด้วย​ ไม่ว่า​จะเดิน​ไป​ที่ใด​ก็​มีคน​เคารพ​ เจ้าไม่อยาก​เป็นจริง​หรือ​?”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​เด็ดขาด​ “หม่อมฉัน​คิด​ดีแล้ว​เพคะ​ ขอ​พระองค์​ทรง​เรียก​กลับคืน​ไป​เถิด​เพ.คะ​”


เงินหลวง​? ขุนนาง​ขั้น​เจ็ด​จะได้เงิน​เบี้ยหวัด​สัก​เท่าไร​กัน​เชียว​ ? เงินเดือน​รวมกัน​ทั้งปี​ยัง​ไม่ได้​เท่า​เงิน​ที่​นาง​หา​แค่​ครึ่ง​เดือน​ในเวลานี้​เลย​ ! นอกจากนี้​ตอน​อยู่​ใน​บ้าน​นาง​ก็​ใหญ่​สุด​ แล้ว​ยัง​ต้องการ​ที่นั่ง​ระดับ​เดียวกัน​อีก​ทำไม​ ? นาง​คือ​บุตรสาว​ห​มิน​อ๋อง​และ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ที่​ฮ่องเต้​ทรง​แต่งตั้ง​ แม้จะไม่มีตำแหน่ง​ขุนนาง​ก็​มีคน​เคารพ​…แล้ว​จะเอา​ตำแหน่ง​ขุนนาง​ขั้น​เจ็ด​ไป​ทำ​อะไร​ ?


“เอ่อ​ คือ​…ฝ่าบาท​ หม่อมฉัน​ใช้ตำแหน่ง​ขุนนาง​นี้​แลก​กับ​ตำแหน่งงาน​ใกล้​เมืองหลวง​ของ​บัณฑิต​น้อย​แทน​ได้​หรือไม่​เพคะ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ลอง​ถามหยั่งเชิง​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแกล้ง​ครุ่นคิด​อยู่​พัก​หนึ่ง​ “เดิมที​เจิ้น​คิด​จะให้​สามีเจ้าดำรงตำแหน่ง​เจ้าเมือง​ซูโจว​ แต่​ใน​เมื่อ​เจ้าพูด​แล้ว​ ก็​ให้​เขา​เป็นรอง​ผู้ตรวจการ​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​แล้วกัน​ ดูแล​ที่ดิน​ เครื่องบรรณาการ​และ​เงินตรา​ใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ !”


องค์​รัชทายาท​เงย​ดวง​พักตร์​เพื่อ​ทอดพระเนตร​ฟู่หวง​ ‘เรื่อง​ตำแหน่ง​ของ​เจียง​โม่หา​น​ ฟู่หวง​ตัดสิน​พระทัย​ไว้​ตั้ง​นาน​แล้ว​ โดย​ให้​เขา​ย้าย​ไป​ทำ​ความคุ้นเคย​กับ​ระบบ​การปกครอง​ใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ก่อน​ จากนั้น​ก็​ให้​ไต่เต้า​จาก​ตำแหน่ง​นี้​ หลัง​รอ​ให้​ชื่อ​หลา​งของ​กรม​คลัง​ลาออก​ก็​ค่อย​ให้​เขา​ไป​ทำงาน​ในกรม​คลัง​ ส่วน​เรื่อง​ให้​เป็น​เจ้าเมือง​ซูโจว​…เขา​เพิ่ง​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ได้​ไม่ถึงปี​ ที่​ฟู่หวง​ตรัส​ไป​แบบ​นั้น​คง​อยาก​จะแกล้ง​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​มากกว่า​ !’


หลิน​เว่ยเว่ย​เกา​ศีรษะ​ ก่อน​จะหันไป​มอง​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​บ่นพึมพำ​ออกมา​ว่า​ “ที่จริง​…เจ้าเมือง​ซูโจว​ก็ดี”


แม้ตำแหน่ง​เจ้าเมือง​และ​รอง​ผู้ตรวจการ​จะเป็น​ขุนนาง​ขั้น​4เหมือนกัน​ แต่​เจ้าเมือง​คือ​ผู้ปกครอง​หนึ่ง​เมือง​จึงอยู่​เหนือกว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​ที่​มีผู้ตรวจการ​ (ขุนนาง​ขั้น​3) อยู่​เบื้องบน​อีก​ขั้น​…นาง​คง​ไม่ได้​ทำ​เรื่อง​ดี​ให้​เป็นเรื่อง​แย่​หรอก​กระมัง​ ?


“เอาเถิด​ ตกลง​ตาม​นี้​แล้วกัน​ ! รอง​ผู้ตรวจการ​ขั้น​สี่ แค่​ครู่เดียว​ก็​เลื่อน​ไป​อยู่​ขั้น​สี่แล้ว​ เจ้ายังมี​อะไร​ไม่พอใจ​อีก​ ?” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงไม่เปิดโอกาส​ได้​นาง​ได้​เปลี่ยนใจ​ ทรง​โบก​พระ​หัตถ์​ให้​สามีภรรยา​คู่​นี้​ออก​ไป​


หลิน​เว่ยเว่ย​เหมือน​ภรรยา​ตัว​น้อย​ที่​กำลัง​สำนึกผิด​ ขณะ​เดิน​ตามหลัง​เจียง​โม่หา​น​ นาง​ก็​เงยหน้า​มอง​เขา​เป็นระยะ​อยู่​อย่างนั้น​…


“เหตุใด​ต้อง​ทำ​ท่าทาง​ประหลาด​ด้วย​ ?” เจียง​โม่หา​น​ชะลอ​ฝีเท้า​ลง​ แล้ว​ใช้แขน​เสื้อ​ขนาดใหญ่​ปกปิด​การ​จับมือ​กับ​หลิน​เว่ยเว่ย​พลาง​เดิน​ออกจาก​วังหลวง​


“เมื่อ​ครู่​ข้า​ไม่น่า​พูดจา​เหลวไหล​เลย​ ! เจ้าเหมาะสม​กับ​ตำแหน่ง​เจ้าเมือง​ซูโจว​มากกว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​หรือเปล่า​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​เริ่ม​ตาแดง​…ตอน​อยู่​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี บัณฑิต​น้อย​ทั้ง​ทำงานหนัก​ อดทน​กับ​ความลำบาก​จน​ผอม​ลง​ด้วยซ้ำ​ แต่​ผลงาน​ที่​แลก​มาได้​กลับ​โดน​นาง​ทำลาย​ด้วย​คำพูด​ประโยค​เดียว​ ตอนนี้​นาง​อยาก​หยิบ​เข็ม​ขึ้น​มาเย็บปาก​ตัวเอง​เหลือเกิน​ !


เจียง​โม่หา​น​หยิบ​ผ้าเช็ดหน้า​ขึ้น​มาซับ​น้ำตา​ให้​ภรรยา​ “เจ้าเชื่อ​คำพูด​ของ​ฮ่องเต้​จริง​หรือ​ ? ถ้าพระองค์​อยาก​ให้​ข้า​เป็น​เจ้าเมือง​ซูโจว​จริงๆ​ แค่​คำพูด​ประโยค​เดียว​ของ​เจ้าจะเปลี่ยน​พระทัย​ได้​หรือ​ ? เจ้าเมือง​ซูโจว​เพิ่ง​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​เมื่อ​ปี​ที่แล้ว​ ตอน​อยู่​ที่​ซูโจว​ก็​ทำ​ผลงาน​ออกมา​ได้ดี​ แล้ว​ข้า​จะไป​ทำ​อะไร​ ? หรือ​ซูโจว​แค่​เมือง​เดียว​จะต้อง​มีเจ้าเมือง​ถึงสอง​คน​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​สูด​น้ำมูก​พลาง​รับ​ผ้าเช็ดหน้า​มาจาก​สามีแล้ว​เช็ด​น้ำตา​อย่าง​ลวกๆ​ “เจ้าหมายความว่า​…เดิมที​ตำแหน่ง​ที่​ฮ่องเต้​เตรียม​ไว้​ให้​เจ้าก็​คือ​รอง​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​อยู่แล้ว​ ? เหตุใด​ฮ่องเต้​ทรง​ทำ​แบบนี้​ ? แกล้ง​คนโง่​หรือ​อย่างไร​ ?”


“ก็​มีแต่​คนโง่​อย่าง​เจ้าเท่านั้น​ที่​เชื่อ​ !” เจียง​โม่หา​น​เกา​ปลายจมูก​น้อย​ๆของ​นาง​


“เฮ้อ​ ! สังคม​นี้​ช่างอันตราย​จริงๆ​ ต้องโทษ​ที่​ข้า​ไร้เดียงสา​เกินไป​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​กลับมา​มีชีวิตชีวา​อีกครั้ง​


เมื่อ​เดิน​ไป​ถึงหน้า​ประตู​วังหลวง​ จู่ๆก็​มีร่าง​ของ​ผีเสื้อน้อย​ตัว​หนึ่ง​กระโจน​เข้ามา​ “พี่​เว่ยเว่ย​ เหตุใด​ท่าน​เพิ่ง​ออกมา​ ? ปล่อย​ให้​เจียว​เจียว​รอ​ตั้ง​นาน​”


เรื่อง​นี้​จะโทษ​นาง​ได้​หรือ​ ? ถ้าจะโทษ​ก็​ต้องโทษ​ฮ่องเต้​ที่​เอา​คนอื่น​มาสร้าง​ความสุข​ให้​ตัวเอง​สิ ! หลิน​เว่ยเว่ย​รู้สึก​ไม่พอใจ​เล็กน้อย​


สามปี​ผ่าน​ไป​ เจียว​เจียว​ได้​เติบโต​เป็น​สาวน้อย​ร่าง​ผอม​เพรียว​ ทั้งตัว​มีประกาย​ของ​สาวแรกแย้ม​ หลัง​กอด​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​ นาง​ก็​หย่อน​กาย​นั่ง​บน​รถม้า​สกุล​เจียง​ด้วย​ความ​เกียจคร้าน​ “พี่​เว่ยเว่ย​รีบ​ขึ้น​รถม้า​เถิด​ ! ข้า​มีเรื่อง​มากมาย​จะคุย​กับ​ท่าน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ขึ้น​มานั่ง​ข้าง​นาง​ “คุย​กับ​ข้า​ ? คุย​เรื่อง​ว่าที่​ราชบุตร​เขย​หรือเปล่า​ ?”


“มีสิ่งใด​ให้​พูดถึง​เขา​กัน​ ? พี่​เว่ยเว่ย​ ที่​ท่าน​เขียนจดหมาย​มาบอก​ข้า​ว่า​ใช้ธนู​สุริยัน​สังหาร​แม่ทัพ​ศัตรู​ได้​แล้ว​ยัง​มีเรื่อง​ที่​ไป​ปราบ​โจร​กับ​แม่ทัพ​เฉาด้วย​ รีบ​เล่า​ให้​ข้า​ฟังหน่อย​สิ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​กอด​แขนนาง​ไว้​แล้ว​พูด​กระตุ้น​ไม่หยุด​


เจียง​โม่หา​น​ส่ายหน้า​ ตอนนี้​เขา​กำลัง​นั่ง​อยู่​นอก​ตัว​รถ​ แต่กลับ​ได้ยิน​เสียง​สนทนา​ของ​เด็กสาว​เต็ม​รูหู​ ภายใน​สามปี​นี้​ ภรรยา​ของ​เขา​ได้​เขียนจดหมาย​ถึงองค์​หญิง​เจียว​เจียว​และ​พี่น้อง​อีก​สอง​สามคนใน​เมืองหลวง​ตลอดเวลา​ น้อง​สะใภ้ที่​นาง​คิด​ว่า​จะได้​ดอง​กัน​ในอนาคต​อย่าง​ติง​ห​ลิง​เอ๋อร์…​ออกเรือน​ไป​แล้ว​ โดย​แต่งงาน​กับ​ลูกพี่ลูกน้อง​คน​หนึ่ง​ ปีก่อน​สามีของ​ติง​ห​ลิง​เอ๋อร์​สอบ​ได้​จิ้น​ซื่อ​ ติง​ห​ลิง​เอ๋อร์​จึงตาม​ไป​รับ​ตำแหน่ง​กับ​เขา​


น้องสาว​ของ​ห​ยาน​จิงห​ยู​อย่าง​ห​ยาน​ชิงชิงก็​ออกเรือน​แล้ว​ โดย​แต่ง​กับ​หยวน​เจี๋ย​ ทั้งสอง​ตระกูล​เป็น​ขุนนาง​จึงถือว่า​ฐานะ​เหมาะ​สมกัน​ แม้แต่​โม่ชิงหลี​ที่​อายุ​น้อยที่สุด​ใน​กลุ่ม​ก็​เริ่ม​ดูตัว​แล้ว​…


ตอนที่​ 632: ควร​เข้า​หอ​ได้​แล้ว​หรือไม่​ ?


เจียง​โม่หา​น​ลูบ​หนวดเครา​อ่อนนุ่ม​บน​คาง​ของ​ตน​…ภรรยา​ของ​เขา​อายุ​19ปี​แล้ว​ ควร​พูด​เรื่อง​เข้า​หอ​ได้​หรือยัง​ ? พอ​คิด​ว่า​ได้​กอด​ร่าง​นุ่มนิ่ม​ของ​ภรรยา​ทุกวัน​ แต่​ต้อง​ยับยั้ง​ความปรารถนา​ใน​ใจเอาไว้​…วัน​เวลา​เช่นนี้​ช่างทรมาน​เขา​จริงๆ​ !


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​อยู่​เรือน​สกุล​เจียง​จนถึง​เวลา​ก่อน​ห้าม​ออก​นอกบ้าน​ใน​ยามค่ำคืน​ โดย​มีองค์​รัชทายาท​มารับ​กลับ​ไป​และ​สิ่งที่​นำ​กลับ​ไป​ด้วย​ยังมี​กล่อง​อาหาร​ขนาดใหญ่​ ด้านใน​เป็น​ขนม​รส​เลิศ​ที่​ทำ​ร่วมกับ​พี่​เว่ยเว่ย​


แม้ว่า​ขนม​ที่​ขาย​ใน​ร้าน​ ‘เถียน​มี่ฉือกวง’​ ของ​เมืองหลวง​จะมีรูปแบบ​แปลกใหม่​และ​รสชาติ​ดี​ ทว่า​เมื่อ​เทียบ​กับ​ฝีมือ​ของ​พี่​เว่ยเว่ย​ก็​ยัง​ห่าง​ชั้น​อีก​ไกล​ !


องค์​รัชทายาท​เห็น​น้องสาว​ถือ​กล่อง​อาหาร​ราวกับ​ของรักของหวง​ จึงอด​ไม่ได้​ที่จะ​แกล้ง​หยอกเย้า​ “พี่ชาย​รัชทายาท​ทิ้ง​งาน​ที่​ยุ่งเหยิง​เพื่อ​มารับ​เจ้ากลับ​วัง​ เจ้าควรจะ​ตอบแทน​ด้วย​อะไร​บางอย่าง​หรือไม่​ ?”


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​หยิบ​ขนม​ชิ้น​เล็ก​ที่สุด​และ​น่าเกลียด​ที่สุด​ออก​มาจาก​กล่อง​อาหาร​ด้วย​ความ​อาลัยอาวรณ์​ “พี่ชาย​รัชทายาท​ มีใคร​เป็น​พี่ชาย​แบบ​พระองค์​บ้าง​ ? ถือโอกาส​ผ่าน​ทาง​มารับ​น้องสาว​ แถมยัง​อยากได้​ผลประโยชน์​อีก​ นี่​เป็น​ขนม​ที่​หม่อมฉัน​ทำ​เอง​กับ​มือ​ พระองค์​เอา​ไป​เสวย​สิเพ.คะ​ !”


องค์​รัชทายาท​ทอดพระเนตร​กล่อง​อาหาร​ด้วย​ความโมโห​และ​รู้สึก​อยาก​ขำ​ “อาการ​ร้อน​ ทิ้ง​ขนม​ไว้​นาน​ไม่ดี​ ขนม​มากมาย​ขนาด​นี้​ เจ้ากิน​คนเดียว​หมด​หรือ​ ?”


“ใคร​บอ​กว่า​หม่อมฉัน​จะเก็บ​ไว้​กิน​คนเดียว​เพ.คะ​ ? ส่งให้​ฟู่หวง​2ชิ้น​ ให้​หมู่​โฮ่ว​อีก​สักหน่อย​ แล้วก็​…ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​เหลือ​ให้​ตัวเอง​แค่​ไม่กี่​ชิ้น​หรอก​ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​มุ่ย​โอษฐ์​


“ยังมี​ใคร​อีก​ ? เจ้าเด็ก​เห​มิงชิงเห​อ​นั่น​หรือ​ ? เฮอะ​ ยัง​ไม่ทัน​แต่ง​ออก​ไป​ก็​เห็น​คนนอก​ดีกว่า​คนใน​บ้าน​แล้ว​ ! เจ้าเด็ก​นั่น​ยัง​ได้​กิน​ แต่​ไม่มีส่วน​ของ​พี่ชาย​อย่าง​ข้า​อยู่​คนเดียว​กระมัง​ ?” องค์​รัชทายาท​ยื่น​พระ​หัตถ์​จะไป​แย่ง​กล่อง​อาหาร​


“ใคร​บอ​กว่า​ไม่มีของ​พระองค์​ ? หม่อมฉัน​จะเอา​ไป​ให้​พี่สะใภ้​หนึ่ง​ชุด​ สามีภรรยา​ถือเป็น​คน​เดียวกัน​ ให้​พี่สะใภ้​ก็​เท่ากับ​ให้​พระองค์​แล้ว​เพ.คะ​ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​เหมือน​ลูก​สุนัข​เฝ้าชามอาหาร​ นาง​ใช้ร่างกาย​บัง​กล่อง​อาหาร​ไว้​


“ค่อย​น่าฟัง​หน่อย​ ! สมแล้ว​ที่​พี่สะใภ้​ไม่ได้​รัก​เจ้าอย่าง​สูญเปล่า​ !” ฤดูใบไม้ร่วง​ของ​ปีก่อน​ องค์​รัชทายาท​ก็​อภิเษก​แล้ว​เช่นกัน​ ตอนนี้​พระชายา​เพิ่ง​ตรวจ​พบ​ว่า​ตั้งครรภ์​ เสวย​อะไร​ไม่ค่อย​ลง​ บางที​ขนม​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​อาจ​ทำให้​นาง​เสวย​ได้​บ้าง​


“พี่​เว่ยเว่ย​บอก​แล้ว​ว่า​แยมโรล​สตรอเบอร์รี่​มีรสเปรี้ยว​อม​หวาน​ สามารถ​เรียก​น้ำย่อย​ได้ดี​ที่สุด​ อีก​ประเดี๋ยว​พระองค์​นำ​ไป​ที่​ตำหนัก​บูรพา​2ชิ้น​ แล้ว​ยังมี​มูสบลูเบอร์รี่​ที่​รส​สัมผัส​เนียน​นุ่ม​ หวาน​แต่​ไม่เลี่ยน​ อย่า​มองว่า​มัน​ไม่ค่อย​สวยงาม​ แต่​หม่อมฉัน​ทำ​เอง​เลย​นะ​เพคะ​ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ชี้ขนม​ที่อยู่​ใน​กล่อง​อาหาร​


“เป็น​…เจียว​เจียว​ใช่หรือไม่​ ?” ด้านนอก​รถม้า​มีเสียง​ที่​คุ้นเคย​ดัง​ขึ้น​


“เห​มิงชิงเห​อ​ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​เลิก​ม่าน​แล้ว​มองออก​ไป​ด้านนอก​ “วันนี้​เจ้าเป็น​ผู้นำ​หน่วย​ลาดตระเวน​หรอก​หรือ​ ! พอดี​เลย​ ข้า​เรียน​ทำ​ขนม​กับ​พี่​เว่ยเว่ย​มาสอง​สามชนิด​ เจ้าเอา​กลับ​ไป​ชิมสิ !”


เห​มิงชิงเห​อ​คือ​บุตรชาย​คน​เล็ก​ของ​หย​งหวู่​โหว​ เดิมที​หย​งหวู่​โหว​เป็น​แม่ทัพ​ใต้​บัญชา​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ซึ่งได้​สร้าง​ชื่อ​ใน​สนามรบ​ เห​มิงชิงเห​อ​ก็​มีฝีมือ​ไม่เลว​ ปีก่อน​ได้​ช่วย​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ที่​ออกมา​เดินเล่น​ใน​งานวัด​เอาไว้​ ทั้งสอง​จึงเกิด​ชอบ​พอกัน​ขึ้น​มา ฮ่องเต้​ได้​พระราชทาน​สมรส​ให้​ทั้งสอง​ ซึ่งใน​เดือน​9นี้​ก็​จะเข้า​พิธี​กัน​แล้ว​ !


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​หยิบ​ขนม​ออกจาก​กล่อง​สอง​สามชิ้น​แล้ว​ใส่ลง​ใน​กล่อง​อาหาร​ที่​เป็น​เอกลักษณ์​ของ​ร้าน​เถียน​มี่ฉือกวง​ ก่อน​จะพูด​ด้วย​ความ​เขินอาย​ว่า​ “เอ่อ​ คือ​…ขนม​ที่​ข้า​ทำ​จะน่าเกลียด​หน่อย​…”


เห​มิงชิงเห​อ​เห็น​นาง​ถือ​กล่อง​กระดาษ​ไว้​และ​ไม่ยอม​ยื่น​ให้​สักที​ เขา​จึงเข้าไป​รับ​เอง​ หลัง​กวาดตา​มอง​แล้วก็​เอ่ย​ชมทันที​ “เจียว​เจียว​เก่ง​มาก​ ถึงขั้น​ทำ​ขนม​เป็น​ด้วย​หรือ​ ? น่าเกลียด​ที่ไหน​กัน​ ข้า​คิด​ว่า​ดูดี​ยิ่งกว่า​ขนม​ร้าน​เถียน​มี่ฉือกวง​เสีย​อีก​ !”


เจียว​เจียว​ยก​ยิ้ม​ที่​มุมปาก​ “นั่น​เป็น​เพราะ​เจ้ายัง​ไม่เคย​เห็น​ขนม​ที่​พี่​เว่ยเว่ย​ทำ​ พวก​มัน​เหมือน​ภาพวาด​ สวย​จน​ไม่กล้า​กิน​ !”


“ขนม​ทำ​มาไว้​เพื่อ​กิน​ หาก​ไม่กล้า​กิน​แล้ว​จะทำ​มาเพื่อ​อะไร​ ? ใน​สายตา​ข้า​เห็น​ว่า​ขนม​ที่​เจียว​เจียว​ทำเป็น​ขนม​ที่​ดี​ที่สุด​แล้ว​ !” เห​มิงชิงเห​อ​เก็บ​ขนม​อย่าง​ระมัดระวัง​ จากนั้น​ก็​หยิบ​ตุ๊กตา​แม่ลูกดก​ที่​ได้​มาจาก​ชน​เผ่า​ออกจาก​กระเป๋า​อก​เสื้อ​ “เจ้าคิด​ว่า​ตุ๊กตา​นี้​น่ารัก​หรือไม่​ ? เหมือน​เจ้าหรือเปล่า​ ?”


“อะ​แฮ่ม !” องค์​รัชทายาท​แค่น​สุร​เสียงดัง​มาจาก​ใน​รถม้า​…เจ้าเห​มิงชิงเห​อ​มีรูปร่าง​สูงใหญ่​ คาดไม่ถึง​ว่า​เวลา​สนทนา​กับ​คู่หมั้น​แล้ว​จะหวาน​เยิ้ม​ได้ขนาด​นี้​ ! พระองค์​ทน​ฟังต่อ​ไม่ไหว​แล้ว​ !


เห​มิงชิงเห​อ​รีบ​เก็บ​รอยยิ้ม​บน​ใบหน้า​แล้ว​ทำ​มือ​คารวะ​เข้าไป​ใน​รถม้า​ “กระหม่อม​ เห​มิงชิงเห​อ​ รอง​ผู้บัญชา​การทหาร​รักษาการณ์​ ขอ​ถวายพระพร​องค์​รัชทายาท​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


“ไม่ต้อง​มาก​พิธี​…เจียว​เจียว​ ใกล้​ถึงเวลา​ห้าม​ออก​นอกบ้าน​แล้ว​ พวกเรา​รีบ​กลับกัน​เถิด​ !” องค์​รัชทายาท​ก็​เป็น​เหมือน​พี่ชาย​ทั่วไป​ พระองค์​ไม่ชอบ​หน้า​คน​ที่จะ​มาแย่ง​น้องสาว​ไป​หรอก​


เห​มิงชิงเห​อ​ส่งตุ๊กตา​แม่ลูกดก​ให้​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ หลัง​ขยิบตา​ให้​นาง​แล้วก็​ตะโกน​ออกมา​เสียง​ดังลั่น​ “น้อม​ส่งเสด็จ​องค์​รัชทายาท​และ​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​…”


องค์​รัชทายาท​ “…” เจ้าเห​มิงชิงเห​อ​เห็น​ข้า​ตาบอด​หรือ​ไร​ ?


วันนี้​นายอำเภอ​เจียง​ได้​เลื่อนขั้น​ทีเดียว​ถึงสอง​ขั้น​ จาก​นายอำเภอ​ขั้น​หก​ไป​เป็นรอง​ผู้ตรวจการ​ขั้น​สี่ภายใน​พริบตา​ เมื่อ​ข่าว​ถูก​แพร่​ออก​ไป​ พวก​ขุนนาง​อาวุโส​ก็​นั่ง​ไม่ติด​ทันที​…เจ้าเด็กน้อย​ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม​คน​หนึ่ง​ได้​ขึ้นไป​อยู่​เหนือกว่า​ขุนนาง​อาวุโส​ที่ทำงาน​อยู่​ใน​ราชสำนัก​มานาน​หลาย​สิบ​ปี​ได้​เชียว​หรือ​ ?


ด้วยเหตุนี้​บน​โต๊ะ​ทรง​พระ​อักษร​ของ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงจึงเต็มไปด้วย​ฎีกา​ขอให้​พระองค์​ทบทวน​ เมื่อ​เข้าสู่​ท้องพระโรง​ ช่างชูกรม​ขุนนาง​ก็​ออกมา​ร้องเรียน​ก่อน​ใคร​ “ทูล​ฝ่าบาท​ นายอำเภอ​เจียง​เพิ่ง​รับ​ตำแหน่ง​ขุนนาง​ได้​เพียง​3ปี​ แม้จะทำ​ผลงาน​ไว้​บ้าง​ แต่​ยัง​เยาว์วัย​นัก​ ประสบการณ์​ไม่เพียงพอ​ ไม่ควร​ได้รับ​ตำแหน่ง​รอง​ผู้ตรวจการ​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงถลึง​ดวง​เนตร​ใส่เขา​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ “แล้ว​ผู้ใด​เหมาะสม​ ? น้อง​ภรรยา​ผู้​ไม่เอาไหน​ของ​เจ้าหรือ​ ? อย่า​คิด​ว่า​เจ้าเป็น​ช่างชูกรม​ขุนนาง​แล้ว​จะสร้าง​พรรคพวก​หา​ผลประโยชน์​ให้​ญาติ​ตัวเอง​ได้​ เจ้าลอง​นับ​ดู​ ตั้งแต่​ตัวเอง​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ได้​เลื่อนตำแหน่ง​ให้​ญาติมิตร​ของ​ตน​กี่​คน​แล้ว​ ? เริ่นกั๋ว​เฉา แผ่นดิน​ต้าเซี่ย​ไม่ใช่แผ่นดิน​ของ​ตระกูล​เริ่น​ ! ทหาร​ ! มาถอด​หมวก​ขุนนาง​ของ​เขา​ออก​แล้ว​ส่งตัว​ไป​ที่​ศาล​ต้าห​ลี่​ ส่วน​ตำแหน่ง​ช่างชูกรม​ขุนนาง​ก็​ให้​ชื่อ​หลา​งดำรงตำแหน่ง​ชั่วคราว​ไป​ก่อน​ !”


“ฝ่าบาท​ ! กระหม่อม​ถูก​ปรักปรำ​ ! ฝ่าบาท​ !” การ​นั่ง​ใน​ตำแหน่ง​ช่างชูกรม​ขุนนาง​นี้​ไม่มีทาง​บริสุทธิ์​ได้​ตลอดไป​หรอก​ การ​เก็บ​ตำแหน่ง​สำคัญ​ไว้​ให้​ญาติ​ตัวเอง​ เรียกร้อง​สินบน​จาก​ขุนนาง​คนอื่น​…ขอ​แค่​สืบสวน​ออกมา​ก็​อย่า​ว่าแต่​ตำแหน่ง​ช่างชูกรม​ขุนนาง​เลย​ แม้แต่​หมวก​ขุนนาง​บน​ศีรษะ​ก็​ยัง​รักษา​ไว้​ไม่ได้​ !


พอ​ขุนนาง​คนอื่น​ที่​ร่วม​ถวาย​ฎีกา​เห็น​แบบ​นั้น​แล้วก็​รีบ​ทำตัว​สงบเสงี่ยม​ทันที​…ตำแหน่ง​รอง​ผู้ตรวจการ​ ถึงจะไม่ใช่ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​ไม่มีทาง​ตก​มาถึงพวก​ตน​ จาก​เรื่อง​ของ​ช่างชูกรม​ขุนนาง​ก็​สามารถ​เห็น​ได้​ว่า​ฝ่าบาท​ตัดสิน​พระทัย​จะส่งเสริม​บัณฑิต​จาก​ครอบครัว​ยากไร้​คน​นี้​ หาก​พวก​ตน​ยัง​เสนอ​ความเห็น​ออก​ไป​ก็​คง​มีจุดจบ​เหมือน​ช่างชูกรม​ขุนนาง​ ! เพราะ​พวกเขา​เอง​ก็​ไม่สามารถ​โดน​ตรวจสอบ​จาก​ศาล​ต้าห​ลี่​ได้​ !


ทว่า​ทาง​ขุนนาง​ฝ่ายบู๊​กลับ​มีแม่ทัพ​นาย​หนึ่ง​ก้าว​ออกมา​ ฉางหลง​โหว​มอง​ไป​ทาง​ห​มิน​อ๋อง​ด้วย​สายตา​มีเลศนัย​ปราด​หนึ่ง​ “ทูล​ฝ่าบาท​ ใน​เมื่อ​พระองค์​ไม่โปรด​ที่​ช่างชูกรม​ขุนนาง​ดึง​ญาติ​มารับ​ตำแหน่ง​ แล้ว​…ที่​ทรง​สนับสนุน​นายอำเภอ​เจียง​ ไม่ใช่เพราะ​เห็นแก่หน้า​สหาย​เก่า​อย่าง​ห​มิน​อ๋อง​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


ห​มิน​อ๋อง​กวาด​ดวง​เนตร​ไป​ทาง​เขา​เบา​ๆ แล้ว​แย้ม​โอษฐ์​ออกมา​อย่าง​เย็นชา​ “หลิว​โก​ว​ต้าน​ ! ถ้าบุตร​เขย​ของ​ เปิ่น​หวา​งต้อง​พึ่ง​ความสัมพันธ์​กับ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​เพื่อ​เลื่อนตำแหน่ง​ บุตร​เขย​แบบนี้​เปิ่น​หวา​งไม่เอา​ก็ได้​ ! เจ้าช่วย​ใช้แผน​สกปรก​ให้​น้อย​หน่อย​ เปิ่น​หวา​งเป็น​ลูกผู้ชาย​มาก​พอ​ !”


ตอนที่​ 633: เน่า​ตั้งแต่​รากเหง้า​


“เจ้า…เจ้า…เจ้าคน​ไร้เหตุผล​ !” ฉางหลง​โหว​เกิด​ใน​ชนบท​ ส่วน​หลิว​โก​ว​ต้าน​คือ​ชื่อ​ใน​อดีต​ของ​เขา​ เพราะ​ฉางหลง​โหว​รบ​ชนิด​ไม่กลัว​ตาย​และ​ยัง​ได้​โชคดี​บางส่วน​จึงค่อยๆ​ไต่เต้า​จาก​นายทหาร​ชั้นผู้น้อย​มาเป็น​แม่ทัพ​ ต่อมา​ได้​สร้าง​ผลงาน​ใน​สนามรบ​ของ​เมืองหลวง​จึงถูก​แต่งตั้ง​เป็น​ ‘ฉางหลง​โหว​’ หลัง​ได้​ขึ้น​เป็น​แม่ทัพ​แล้ว​ ชื่อ​ของ​เขา​ก็​ถูก​เปลี่ยนเป็น​หลิว​ฉางหรง​ แต่​ห​มิน​อ๋อง​กลับ​เรียกชื่อ​เดิม​อัน​ต่ำต้อย​ของ​เขา​ออกมา​ต่อหน้า​ขุนนาง​ทั้งหลาย​ เขา​…เขา​ไม่มีทาง​เลิก​ราวี​อีก​ฝ่าย​แน่​ !


ขณะ​ทอดพระเนตร​พยัคฆ์​สอง​ตัว​ใน​ราชสำนัก​กำลัง​ใกล้​ทะเลาะ​กัน​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงก็​ตบ​โต๊ะ​ด้วย​โทสะ​ “ทำไม​ ? แม้แต่​อิสระ​ใน​การ​เลื่อนขั้น​ขุนนาง​ขั้น​สี่คน​หนึ่ง​ เจิ้น​ก็​ยัง​ไม่มีหรือ​ ? ใน​สายตา​ของ​พวก​เจ้าเห็น​เจิ้น​เป็น​คน​เห็นแก่​ผล​ประโยชน์ส่วนตัว​ โง่เขลา​เบาปัญญา​ ไม่แยกแยะ​ถูก​ผิด​ใช่หรือไม่​ ?”


ยาม​ทอดพระเนตร​ขุนนาง​เบื้องล่าง​ที่​พา​กัน​หลบ​สาย​พระ​เนตร​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงก็​แสยะ​มุมโอษฐ์​อย่าง​เย็นชา​ “ใน​บรรดา​พวก​เจ้ามีใคร​ปรับปรุง​เครื่องมือ​ทำการเกษตร​ได้​ ทำ​ให้การ​พรวน​ดิน​เร็ว​ขึ้น​เป็น​เท่าตัว​ ? ใคร​ไม่ต้อง​ใช้เงินหลวง​แม้แต่​อีแปะ​เดียว​ก็​สามารถ​ขุด​คลอง​ สร้าง​อ่างเก็บน้ำ​เพื่อ​แก้ปัญหา​ภัยแล้ง​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ได้​ ? ใคร​สามารถ​ออกแบบ​เขื่อนกั้นน้ำ​ ช่วย​ต้าน​ภัย​น้ำหลาก​จาก​แม่น้ำ​ได้​บ้าง​ ? ใคร​สามารถ​กระตุ้น​ให้​ราษฎร​แผ้วถาง​ที่ดิน​เพาะปลูก​ เพิ่ม​พื้นที่​ทำการเกษตร​ให้​อำเภอ​ได้​มาก​ถึง3เท่า​ใน​เวลา​3ปี​บ้าง​ ? ใคร​สร้าง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูง ทำให้​ราษฎร​ทาง​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ได้​ลืมตาอ้าปาก​จาก​ความอดอยาก​ ? ถ้าทำได้​ ! เจิ้น​จะให้​พวก​เจ้าเลื่อนตำแหน่ง​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​สี่ !!!”


“ใน​ช่วงเวลา​ระยะสั้น​ๆเพียง​3ปี​ ใต้เท้า​เจียง​ก็​ทำให้​อำเภอ​หนิง​ซีที่​ต้อง​พึ่งพา​อาหาร​บรรเทาทุกข์​จาก​ราชสำนัก​ทุกปี​กลายเป็น​อำเภอ​ที่​ผลิต​ธัญพืช​ได้​มาก​ที่สุด​ใน​แคว้น​ ธัญพืช​ของ​อำเภอ​หนิง​ซีถูก​แบ่ง​ขาย​ไป​ทั่ว​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ สามารถ​แก้ปัญหา​ความอดอยาก​ที่​ราษฎร​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ต้อง​เผชิญ​ทุกปี​ แล้ว​ขุนนาง​ที่​มีความสามารถ​เช่นนี้​ เจิ้น​ไม่สามารถ​เลื่อนขั้น​ให้​เขา​ได้​ หรือ​จะต้อง​ให้​พวก​ขุนนาง​ไร้ประโยชน์​อย่าง​พวก​เจ้าได้​เลื่อนตำแหน่ง​เพียง​ฝ่าย​เดียว​ ? ถ้าแบบ​นั้น​ต้าเซี่ย​จะต่าง​อะไร​จาก​ราชวงศ์​ก่อน​ ? ถ้าใคร​ยัง​คัดค้าน​อีก​ก็​เดิน​ออกมา​ ! เมื่อ​เทียบ​กับ​ใต้เท้า​เจียง​แล้ว​ ใคร​สามารถ​ช่วย​แก้ปัญหา​ท้องพระคลัง​ที่ว่างเปล่า​ของ​เจิ้น​ได้​เร็ว​กว่า​ ใคร​สามารถ​แก้ปัญหา​เรื่อง​ปากท้อง​ของ​ราษฎร​ได้​เร็ว​กว่า​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงเสด็จ​ออกจาก​บัลลังก์​มังกร​พลาง​ก้ม​ดวง​พักตร์​เพื่อ​ทอดพระเนตร​ขุนนาง​นับ​ร้อย​ของ​ต้าเซี่ย…คน​พวก​นี้​มีครึ่งหนึ่ง​เป็น​ขุนนาง​เก่า​จาก​ราชวงศ์​ก่อน​และ​ยังมี​อีก​ครึ่ง​ที่​ติดตาม​ร่วม​รบ​เคียงข้าง​พระองค์​ แต่​ขุนนาง​จาก​ราชวงศ์​ก่อน​ เน่า​ตั้งแต่​รากเหง้า​ หาก​ไม่ได้​เป็น​เพราะ​ราชสำนัก​ขาดแคลน​คน​ พระองค์​ก็​ไม่มีทาง​ให้​คน​พวก​นี้​มายืน​อยู่​ใน​ท้องพระโรง​แน่นอน​


สิ่งที่​ทำให้​ปวด​หทัย​ที่สุด​ก็​คือ​ หลัง​ได้​นั่ง​ใน​ตำแหน่ง​สูงศักดิ์​แล้ว​ บรรดา​พี่น้อง​ที่​เคย​ร่วม​รบ​เคียงบ่าเคียงไหล่​มาด้วยกัน​กลับ​ทำตัว​เหมือน​ขอทาน​ เข้าไป​เป็น​พรรคพวก​กับ​พวก​ราชวงศ์​ก่อน​ !


พระองค์​ประสงค์​คน​อย่าง​เจียง​โม่หา​น​ที่สุด​ คน​ที่​ไม่มีความเห็นแก่ตัว​และ​ทำ​เพื่อ​ราษฎร​ เป็น​ขุนนาง​มาก​ความสามารถ​ของ​ราชสำนัก​ ! บัณฑิต​รุ่น​เดียว​กับ​เจียง​โม่หา​นพ​วก​นั้น​ก็​ใช้ได้​อยู่​เหมือนกัน​ แต่​เมื่อ​เทียบ​กับ​จอหงวน​แล้ว​ยัง​ห่าง​ชั้น​อีก​ไกล​ ยัง​ต้อง​ฝึกฝน​ไป​ก่อน​ ถึงจะกลายเป็น​ดาบ​เล่ม​คม​ช่วย​พระองค์​เชือดเฉือน​ตัว​อุปสรรค​และ​สร้าง​ต้าเซี่ย​ที่​เจริญรุ่งเรือง​ได้​ !


สามวัน​ต่อจากนั้น​ เจียง​โม่หา​น​ไป​รายงานตัว​ที่​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ดี​ต่อ​เขา​มาก​ ทั้ง​สุภาพ​และ​ดู​อบอุ่น​ หลัง​พูด​ให้กำลังใจ​เขา​สอง​สามประโยค​แล้วก็​ให้​คน​พา​เขา​ไป​ทำ​ความคุ้นเคย​กับ​ตำแหน่ง​


เจ้าหน้าที่​จาง คนสนิท​ของ​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ถามด้วย​ความสงสัย​ “ใต้เท้า​ เขา​ก็​แค่​ใช้ประโยชน์​จาก​พ่อตา​มาเลื่อนตำแหน่ง​ไม่ใช่หรือ​ขอรับ​ เหตุใด​ท่าน​ต้อง​ทำตัว​สุภาพ​กับ​เขา​ขนาด​นั้น​ ? ท่าน​ไม่กลัว​ว่า​ต่อไป​เขา​จะอยาก​นั่ง​ตำแหน่ง​ของ​ท่าน​แทน​หรือ​ขอรับ​ ?”


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​จิบ​น้ำชา​ก่อน​หนึ่ง​อึก​แล้ว​หันมา​มอง​เจ้าหน้าที่​จาง “ตำแหน่ง​ของ​ข้า​ ? เขา​ไม่อยาก​จะได้​ด้วยซ้ำ​ ! พระ​ประสงค์​ของ​ฮ่องเต้​คือ​ให้​เขา​ดูแล​ที่ดิน​และ​เครื่องบรรณาการ​ ยัง​ไม่ชัดเจน​พอ​อีก​หรือว่า​ต่อไป​เขา​จะต้อง​ไป​ที่​กรม​คลัง​ !”


“กรม​คลัง​ ? ท่าน​หมายความว่า​…ต่อไป​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​จะได้​ตำแหน่ง​ชื่อ​หลา​งกรม​คลัง​หรือ​ขอรับ​ ?” นั่น​เป็น​ถึงขุนนาง​ขั้น​สาม เทียบ​เท่ากับ​ผู้ตรวจการ​…เฮอะ​…เขา​มีสิทธิ์​อะไร​ เพียง​3ปี​ก็ได้​เลื่อนตำแหน่ง​เร็ว​กว่า​คน​ที่​ขยัน​ทำงาน​ตั้ง​หลาย​สิบ​ปี​ เจ้าหน้าที่​จางอด​ไม่ได้​ที่จะ​ถอนหายใจ​ มีคน​คอย​หนุนหลัง​ก็​สามารถ​ขยัน​ได้​น้อยกว่า​คนอื่น​เป็น​10ปี​ !


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​มอง​เจ้าหน้าที่​จางแล้ว​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​อ่อนโยน​ว่า​ “เจ้าคิด​ว่า​ฮ่องเต้​เห็นแก่หน้า​ห​มิน​อ๋อง​จึงเลื่อน​เขา​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​สี่จริง​หรือ​ ? ผลงาน​ที่​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ทำ​ไว้​ให้​อำเภอ​หนิง​ซี เจ้าไม่ได้ยิน​มาหรือ​ไร​ ? แค่​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ที่​ให้​ผลผลิต​หมู่​ละ​600ชั่ง ก็​เพียง​พอให้​เขา​ได้​เลื่อนตำแหน่ง​สอง​สามขั้น​แล้ว​ !”


“600ชั่งต่อ​หมู่​ ? ใคร​จะไป​รู้​ว่า​เป็น​เรื่องจริง​หรือเปล่า​ขอรับ​ ? อีก​อย่าง​คือ​ผลงาน​ของ​เขา​ที่​อำเภอ​หนิง​ซีก็​ไม่ใช่ของ​เขา​คนเดียว​สักหน่อย​ !” เจ้าหน้าที่​จางกำลัง​เจ็บใจ​สุด​ๆ เขา​อายุ​ใกล้​40ปี​แล้ว​ แต่​โดน​เด็ก​ที่​ยัง​ไม่สวม​กวาน​มากดหัว​ ใน​ใจจึงมีแค่​สอง​คำ​…ไม่ยอม​ !


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​โยน​ตำรา​ใส่เขา​ “เหตุใด​เจ้าจึงคิดเล็กคิดน้อย​ใน​ตัว​เขา​ขนาด​นี้​ ? เรื่อง​เมล็ดพันธุ์​จะปลอมแปลง​ขึ้น​มาได้​อย่างไร​ ? หาก​ทำ​ไม่ดี​ก็​เท่ากับ​หลอกลวง​เบื้องสูง​…เขา​มีปัญญา​ทำ​เรื่อง​นี้​จริง​หรือไม่​ ประเดี๋ยว​เรา​ก็​รู้​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​ ? พอ​เถิด​ ควร​ทำ​อะไร​ก็​ออก​ไป​ทำ​ ! อยาก​เลื่อนตำแหน่ง​ก็​ขยัน​สร้าง​ผลงาน​หน่อย​ ใช้แค่​ปาก​ไม่สำเร็จ​หรอก​ !”


เจียง​โม่หา​น​ไม่ได้​ไป​ที่​ห้องทำงาน​ของ​ตน​ แต่​ตรง​ไป​ที่​ห้อง​เก็บ​เอกสาร​แทน​ พอ​เข้าไป​แล้ว​ เขา​ก็​อยู่​ใน​นั้น​ตลอด​เช้าจน​ชุด​เครื่องแบบ​เปื้อน​ฝุ่น​ ใบหน้า​อัน​หล่อเหลา​ก็​เต็มไปด้วย​ฝุ่น​เช่นกัน​ เขา​รวบรวม​เอกสาร​ที่​บอก​ถึงความเจริญรุ่งเรือง​ใน​ราชวงศ์​ก่อน​ออกมา​ ไร่นา​ ประชากร​ ผลผลิต​ ภาษีของ​เมืองหลวง​และ​เขต​ปกครอง​ที่อยู่​โดยรอบ​…รวมถึง​เอกสาร​ต่างๆ​ เพื่อ​นำ​ไป​เปรียบเทียบ​และ​วิเคราะห์​ปลาย​ราชวงศ์​ก่อน​กับ​ต้น​ราชวงศ์​ต้าเซี่ย​ จากนั้น​ค่อย​คิด​หา​วิธี​ปรับปรุง​ขึ้น​มา !


ใน​เขต​ปกครอง​ของ​เมืองหลวง​จะทำ​เหมือน​ตอน​อยู่​อำเภอ​หนิง​ซีไม่ได้​ เขา​กำราบ​เจ้าหน้าที่​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​ได้​นาน​แล้ว​ ดังนั้น​เขา​พูด​อย่างไร​ก็​คือ​อย่างนั้น​ ! แม้รอง​ผู้ตรวจการ​จะเป็น​ขุนนาง​ขั้น​สี่ แต่​เบื้องบน​ก็​ยังมี​ขุนนาง​คนอื่น​อยู่​ด้วย​ ขุนนาง​อาวุโส​ใน​ราชสำนัก​พวก​นั้น​ก็​ไม่ได้​กิน​หญ้า​เป็น​อาหาร​ ถ้าจะเปลี่ยนแปลง​อะไร​บางอย่าง​ก็​ต้อง​หยิบ​ข้อมูล​และ​เหตุผล​ที่​พวกเขา​ยอม​รับได้​ออกมา​ !


เจ้าหน้าที่​ห​ลี่​ซึ่งผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​สั่งให้​พา​รอง​ผู้ตรวจการ​คน​ใหม่​ไป​ทำ​ความคุ้นเคย​กับ​สถานที่​ ตอนนี้​ก็​กำลัง​หอบ​เอกสาร​ออกมา​ด้วย​เส้น​ผม​เปื้อน​ฝุ่น​เช่นกัน​ เขา​ถามเจียง​โม่หา​น​ว่า​ “ใต้เท้า​เจียง​ ท่าน​จะเอา​เอกสาร​เก่า​พวก​นี้​ไป​ทำ​อะไร​หรือ​ขอรับ​ ?”


“ไม่มีอะไร​ ก็​แค่​เอา​ข้อมูล​มาเปรียบเทียบ​กัน​ ใต้เท้า​ห​ลี่​ หาก​ท่าน​มีงาน​ต้อง​ทำ​ก็​ไป​ทำ​เถิด​ !” เจียง​โม่หา​น​เปิด​กระบอก​น้ำ​ที่​พก​ติดตัว​มาด้วย​แล้ว​ใช้น้ำ​ล้างหน้าล้างตา​


เพิ่ง​ล้างหน้า​เสร็จ​ ยัง​ไม่มีเวลา​ได้​ปัดฝุ่น​บน​เส้น​ผม​ก็​ได้ยิน​เสียง​ของ​ภรรยา​ดัง​มาจาก​ลาน​ด้านนอก​แล้ว​


หลิน​เว่ยเว่ย​ขวาง​ใต้เท้า​ห​ลี่​ที่​เพิ่ง​ออกจาก​ห้อง​แล้ว​ถามด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ใต้เท้า​ท่าน​นี้​พอ​จะรู้​หรือไม่​ว่า​ห้องทำงาน​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​อยู่​ที่ใด​ ?”


เจ้าหน้าที่​ห​ลี่​มอง​เด็กสาว​ตรง​เบื้องหน้า​และ​กล่อง​อาหาร​ที่​มีตรา​สัญลักษณ์​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​อยู่​…หรือว่า​ท่าน​นี้​คือ​บุตรสาว​ที่​เพิ่ง​ตามหา​เจอ​ของ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ ? ฝูเห​ริน​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ ?


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ก็​ได้ยิน​จึงเดิน​เข้ามา​พูด​กับ​หลิน​เว่ยเว่ย​ด้วย​รอยยิ้ม​ “หลิว​เทียน​หง​ขอ​ถวายพระพร​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย…​องค์​หญิง​มาส่งอาหารกลางวัน​ให้​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​อีก​ฝ่าย​เป็น​เจ้านาย​ของ​สามีได้​จาก​ชุด​ที่​สวมใส่​ นาง​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ถูกต้อง​…รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​เพิ่ง​เข้าทำงาน​ ต้อง​ขอให้​ใต้เท้า​ช่วยดูแล​ด้วย​”


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ยัง​พอ​จดจำ​หลิน​เว่ยเว่ย​ได้​บ้าง​ เพราะ​ใน​วัน​งานเลี้ยงต้อนรับ​นาง​ ตัว​เขา​ก็​ไป​เข้าร่วม​ด้วย​


ตอนที่​ 634: โดน​รังแก​มาหรือ​? ข้า​ช่วย​อัด​เขา​แทน​เจ้า


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​พยักหน้า​พร้อม​รอยยิ้ม​ “ใต้เท้า​เจียง​เป็น​คนหนุ่ม​มาก​ความสามารถ​ องค์​หญิง​ไม่ต้อง​ถ่อมตน​หรอก​พ่ะย่ะค่ะ​…กล่าวถึง​โจโฉ โจโฉก็​มา ใต้เท้า​เจียง​ นี่​ท่าน​…ไป​คลุก​เตาถ่าน​มาหรือ​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เห็น​ผมเผ้า​ที่​เต็มไปด้วย​ฝุ่น​ของ​เจียง​โม่หา​น​จึงพูด​ด้วย​ความสงสัย​ “เป็น​อะไร​ไป​ ? โดน​คน​รังแก​มาหรือ​ ? ผู้ใด​ ? บอก​ข้า​มา ประเดี๋ยว​ข้า​ช่วย​อัด​เขา​แทน​เจ้า !” หลังจาก​พูด​จบ​ นาง​ก็​กวาดสายตา​ไม่สบอารมณ์​ไป​ยัง​เจ้าหน้าที่​ของ​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ที่​ออกมา​ดู​เรื่อง​สนุก​กันที่​ลาน​


เจียง​โม่หา​น​ใช้ผ้าขนหนู​ใน​มือ​ปัด​ผม​สอง​สามครั้ง​ ก่อน​จะหันไป​มอง​ภรรยา​ด้วย​รอยยิ้ม​ “สหาย​ใน​ที่ทำการ​ซุ่น​เทียน​ใจดี​กับ​ข้า​ทั้งนั้น​ ไม่มีใคร​รังแก​ข้า​เลย​ ข้า​เพิ่ง​ไปหา​พวก​เอกสาร​เก่า​มา ! เหตุใด​เจ้าจึงมาด้วยตัวเอง​ ? คราวหน้า​ให้​บ่าว​ใน​เรือน​มาส่งก็ได้​แล้ว​”


“ข้า​ว่าง​จึงมาอยู่​เป็นเพื่อน​กินข้าว​เที่ยง​กับ​เจ้า วันนี้​ข้า​ทำ​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​กับ​ผัด​หมู​ทอด​กรอบ​ที่​เจ้าชอบ​มาให้​ หิว​แล้ว​กระมัง​ ? รีบ​ไป​ล้างมือ​…” ต่อจากนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ถือ​กล่อง​อาหาร​ไป​ที่​ห้องทำงาน​ของ​เจียง​โม่หา​น​


ในเวลานี้​ พวก​บ่าว​รับใช้​ของ​ขุนนาง​คนอื่น​ก็​นำ​อาหาร​มาส่งเช่นกัน​ เจียง​โม่หา​นพ​ยัก​หน้า​ให้​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ ก่อน​จะเดินตาม​ภรรยา​ไป​ยัง​ห้องทำงาน​…ทำงาน​มาทั้ง​เช้า เริ่ม​หิว​แล้ว​จริงๆ​นั่นแหละ​ !


ทาง​จวน​ของ​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ก็​นำ​อาหารกลางวัน​มาส่งเช่นกัน​…อาหาร​แบบ​นั้น​ เขา​กิน​จน​เบื่อ​แล้ว​ พ่อครัว​ทำอาหาร​ไม่ค่อย​ได้เรื่อง​ หลัง​ปรับเปลี่ยน​ให้​หลากหลาย​แต่​ก็​ยัง​เป็น​อาหาร​ไม่กี่​อย่างนั้น​อยู่ดี​ แม้อาหาร​จะอร่อย​ขนาด​ไหน​ แต่​ถ้ากิน​มาหลาย​สิบ​ปี​แล้วก็​ต้อง​มีเบื่อ​กัน​บ้าง​ ! เขา​อยาก​กิน​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​เรียก​น้ำย่อย​และ​อยาก​กิน​ผัด​หมู​ทอด​กรอบ​ที่​กรอบ​นอก​นุ่ม​ใน​…อยู่​ห่าง​กัน​ขนาด​นี้​ เขา​ยัง​ได้กลิ่น​อาหาร​ที่​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​นำมา​เลย​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​เอกสาร​ที่​กอง​เต็ม​โต๊ะทำงาน​ หลัง​วาง​กล่อง​อาหาร​ยัง​มุมหนึ่ง​อย่าง​ระมัดระวัง​แล้วก็​เริ่ม​เก็บ​เอกสาร​พร้อม​ชุน​ซิ่งให้​เหลือ​ที่ว่าง​ ก่อน​จะนำ​อาหาร​ออกมา​วาง​ทีละ​จาน​ “รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ เป็น​อย่างไรบ้าง​ ? ทำงาน​ใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​วัน​แรก​ รู้สึก​อย่างไร​ ?”


“เช้าวันนี้​ก็​มัวแต่​หา​เอกสาร​พวก​นี้​ เจ้าคิด​ว่า​จะเป็น​อย่างไร​ ?” เจียง​โม่หา​น​ตัก​ข้าว​ใส่ชาม หลัง​วาง​ชามไว้​ตรง​เบื้องหน้า​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​เขา​ก็​ตัก​ให้​ตัวเอง​


หลิน​เว่ยเว่ย​ล้างมือ​ จากนั้น​คีบ​ซี่โครง​หมู​ผัด​เปรี้ยวหวาน​ให้​บัณฑิต​น้อย​พลาง​ถามด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ “ของ​พวก​นี้​เป็น​เอกสาร​อะไร​กัน​ เหตุใด​ต้อง​รีบ​หา​ขนาด​นี้​ ? ถ้าอย่างไร​…ตอนบ่าย​ให้​เฉิน​หยุ​น​มาช่วย​ดี​หรือไม่​ ?”


บรรพบุรุษ​ของ​เฉิน​หยุ​น​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​หนึ่ง​ ไม่ว่า​จะเป็น​วรรณกรรม​หรือ​ศาสตร์​ตัวเลข​ก็​ไม่เลว​ทั้งนั้น​ ตอน​อยู่​ที่​อำเภอ​หนิง​ซียัง​ได้​เรียน​เลข​อารบิก​และ​การเขียน​สถิติ​แบบ​ตาราง​กับ​เจียง​โม่หา​น​ เวลา​เรียก​ใช้งาน​จึงสะดวก​ยิ่งกว่า​ซัว​ถัว​ ก่อน​กลับมา​เจียง​โม่หา​น​ได้​ถามความเห็น​จาก​เขา​ถึงได้​พา​มาด้วย​


“ไม่ต้อง​หรอก​ รอ​ให้​ข้า​จดบันทึก​ข้อมูล​เสร็จ​แล้ว​ค่อย​กลับ​ไป​ทำ​เป็นตาราง​สถิติ​อีกที​” ใน​ที่ทำการ​ซุ่น​เทียน​มีคนว่างงาน​ไม่น้อย​ อย่างไร​เขา​ก็​ไม่ควร​พา​คนนอก​มาทำงาน​…คน​ที่​ไม่รู้​คง​ได้​เข้าใจผิด​ว่า​เขา​อยาก​ให้ท้าย​เฉิน​หยุ​น​มาแย่ง​งาน​ของ​พวก​เจ้าหน้าที่​ใน​ซุ่น​เทียน​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้ช้อน​ตัก​ยำ​เต้าหู้​ขาว​ไข่เยี่ยวม้า​ให้​เขา​ จากนั้น​ค่อย​คีบ​ผัก​กวางตุ้ง​ที่​ผัด​ใส่เห็ด​เข้า​ปาก​ตัวเอง​ หลัง​กลืน​ลง​ไป​แล้ว​นาง​ก็​พูด​กับ​เจียง​โม่หา​น​ต่อ​ “เช้าวันนี้​ฮองเฮา​เรียก​ข้า​เข้า​วัง​ ถามว่า​อยาก​สร้าง​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​อะไร​ที่​เมืองหลวง​หรือเปล่า​ และ​ยัง​ตรัส​ถึงไร่​ที่​ฮ่องเต้​พระราชทาน​ให้​พระนาง​ว่า​มีเนื้อที่​หลาย​พัน​หมู่​ ด้านหลัง​ยังมี​ภูเขา​รกร้าง​และ​ยัง​เน้น​ว่า​ภูเขา​ลูก​นี้​อยู่​ติดกับ​ไร่​ที่​หมู่​เฟยยก​ให้​เป็น​สินเดิม​แก่​ข้า​…บัณฑิต​น้อย​ เจ้าคิด​ว่า​ฮองเฮา​หมายความ​เช่นไร​ ? คิด​อยาก​ทำการค้า​เมล็ดพันธุ์​กับ​ข้า​หรือ​ ?”


เจียง​โม่หา​น​เงียบ​ไป​พัก​หนึ่ง​ ก่อน​จะพูดว่า​ “เจ้าไม่ได้​ขน​เมล็ดพันธุ์​พวก​นั้น​มาจาก​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ด้วย​หรือ​ ? เช่นนั้น​ก็​ขาย​ให้​เกษตรกร​ผู้ดูแล​ไร่​ ส่วน​เรื่อง​ปลูก​กับ​เรื่อง​ดูแล​ เจ้าหา​คน​ไปดู​หน่อย​ นอกนั้น​ไม่ต้อง​ไป​ยุ่ง​อะไร​”


ถ้าเขา​เดา​ไม่ผิด​ ที่ดิน​เหล่านั้น​น่าจะเป็น​ทรัพย์สินส่วนพระองค์​ที่​ฮองเฮา​หมาย​จะยก​ให้​รัชทายาท​ ต้าเซี่ย​อยู่​ใน​ช่วงต้น​รัชสมัย​ มีปัญหา​นับ​พัน​นับ​หมื่น​ให้​แก้ไข​ ไม่เพียง​คลัง​หลวง​ว่างเปล่า​ แต่​เงิน​ใน​กระเป๋า​ของ​องค์​ชาย​เหล่านั้น​ก็​ยัง​ไม่มี ! ฮองเฮา​กำลัง​ทำ​เพื่อ​องค์​รัชทายาท​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​เศร้าสร้อย​ “น่าเสียดาย​ ! หาก​ที่ดิน​ผืน​นั้น​ไม่ใช่ของ​ฮองเฮา​ พวกเรา​จะได้​ซื้อ​ไว้​แล้ว​สร้าง​ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​ให้​เหมือน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ! แต่​ไม่เป็นไร​ ข้าวต้อง​กิน​ทีละ​คำ​ ที่ดิน​ก็​ค่อยๆ​ซื้อ​ทีละ​หมู่​ ! ข้า​คิด​ว่า​จะปลูก​ข้าวสาลี​ที่​ปรับปรุง​พันธุ์​ใหม่​แล้ว​ แม้ข้าวโพด​จะให้​ผลผลิต​สูง แต่​สุดท้าย​ก็​ยัง​เป็น​แค่​ธัญพืช​หยาบ​ ใน​เมืองหลวง​มีคนรวย​มากมาย​ หาก​ปลูก​ข้าวสาลี​ก็​ไม่ต้อง​กลัว​ว่า​จะไม่มีช่องทาง​ขาย​ !”


เจียง​โม่หา​นย​ก​ยิ้มมุมปาก​ แต่​ไม่ได้​ทำลาย​ความฝัน​อัน​งดงาม​ของ​นาง​…ถ้านาง​สร้าง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​ให้​ผลผลิต​สูงขึ้น​มาได้​จริง​ ฮ่องเต้​จะปล่อย​ให้​นาง​เอา​ไป​ขาย​แบบ​เมล็ดพันธุ์​ทั่วไป​ได้​อย่างไร​ ? แต่​ก็ดี​เหมือนกัน​ ราคา​เมล็ดพันธุ์​แพง​กว่า​ราคา​ข้าวสาร​นับ​10เท่า​ หัวใจ​ของ​เด็ก​หน้า​เงิน​ตัว​น้อย​จะได้​พอง​โต​อีกครั้ง​ !


เขา​มอง​เด็กน้อย​ด้วย​ความรักใคร่​ พร้อมกัน​นั้น​ยัง​เผย​รอยยิ้ม​ที่​ทำให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ลุ่มหลง​อีกด้วย​ “เว่ยเอ๋อร์​ เจ้าอยาก​ทำ​อะไร​ก็​ทำ​เลย​ ข้า​จะคอย​เป็น​โล่​กำบัง​ให้​เจ้าเอง​ !”


“บัณฑิต​น้อย​ เจ้าดี​เหลือเกิน​ ! เจ้าเอง​ก็​ทำงาน​ได้​อย่าง​สบายใจ​ เพราะ​ข้า​จะพยายาม​เป็น​สตรี​ที่อยู่​เบื้องหลัง​ความสำเร็จ​ของ​บุรุษ​ ทำให้​เจ้าประสบความสำเร็จ​โดย​ไม่ต้อง​กังวล​เรื่อง​ใด​ !…ชน​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​คีบ​ซี่โครง​หมู​ขึ้น​มาชน​กับ​ชิ้น​ที่อยู่​ใน​ตะเกียบ​ของ​เขา​


เจียง​โม่หา​น​กิน​ซี่โครง​หมู​ชิ้น​นั้น​ด้วย​รอยยิ้ม​ อาหาร​สี่แกง​หนึ่ง​อย่าง​ที่​หลิน​เว่ยเว่ย​เอา​มา ไม่ถือว่า​มีปริมาณมาก​สัก​เท่าไร​ สอง​สามีภรรยา​คุย​ไป​พลาง​กิน​ไป​ด้วย​ ไม่นาน​ก็​กิน​จน​หมด​ หลิน​เว่ยเว่ย​นำ​จาน​อาหาร​ใส่กล่อง​อีกครั้ง​ ก่อน​จะกลับ​ออก​ไป​ก็​ยัง​พูดว่า​


“เมื่อวาน​ข้า​เจอ​กุ้งมังกร​น้อย​แถว​ลำธาร​ข้าง​ที่ดิน​ตั้ง​มากมาย​เชียว​ล่ะ​ ตอนบ่าย​ไม่มีอะไร​แล้ว​ข้า​ว่า​จะไป​จับ​กลับมา​…จริง​สิ กุ้งมังกร​น้อย​ก็​คือ​กุ้ง​ก้าม​แดง​ที่​เรา​กินใน​ภาคเหนือ​ สามารถ​เอา​ไป​ทำเป็น​รส​หม่า​ล่า​ รส​ห้า​เครื่องเทศ​และ​รส​กระเทียม​ได้​ด้วย​ ประเดี๋ยว​เย็น​นี้​จะทำให้​เจ้ากิน​ เจ้าอยาก​กิน​แบบ​ไหน​ ?”


“แบบ​ไหน​ก็ได้​ทั้งนั้น​ ขอ​แค่​เจ้าเป็น​คน​ทำ​ ข้า​ชอบ​ทั้งหมด​ !” ตอน​อยู่​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​ เจียง​โม่หา​น​เคย​กิน​กุ้ง​ก้าม​แดง​ผัด​ไฟแดง​ครั้งหนึ่ง​ รสชาติ​สุดยอด​ไป​เลย​


หลังจาก​หลิน​เว่ยเว่ย​ออก​ไป​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​เริ่ม​ก้มหน้าก้มตา​อยู่​กับ​กอง​เอกสาร​พวก​นั้น​ พู่กัน​ขน​ห่าน​ใน​มือ​ขยับ​ตลอดทั้ง​บ่าย​ แค่​ข้อมูล​ต่างๆ​ ก็​.จด​ไป​หลาย​หน้า​กระดาษ​แล้ว​ ยิ่ง​อ่าน​ก็​ยิ่ง​รู้สึก​ว่า​การจดบันทึก​สถิติ​ใน​สมัยก่อน​ยุ่งยาก​เกินไป​ ไม่เพียง​อ่าน​แล้ว​เนื้อหา​ไม่ค่อย​ชัดเจน​ แต่​คน​ที่มา​ตรวจสอบ​ยัง​ต้อง​เปลือง​แรง​มาก​ด้วย​


ด้วยเหตุนี้​ เขา​จึงนึกถึง​แรงบันดาลใจ​ที่​ได้​จาก​ภรรยา​ วิธี​สรุป​ออกมา​เป็น​สถิติ​ แม้ว่า​เขา​เคย​เสนอ​มัน​ใน​ราชสำนัก​แต่​ไม่ได้รับ​ความสำคัญ​ ไม่เป็นไร​ ถ้าเช่นนั้น​เขา​จะเป็น​คน​ผลักดัน​ให้​แพร่หลาย​เอง​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พา​ชุน​ซิ่งและ​ชิงหลิ่ว​ขี่ม้า​ไป​ที่​ไร่​ซึ่งห​มิน​หวา​งเฟยยก​ให้​นาง​เป็น​สินเดิม​ มัน​ตั้งอยู่​ห่าง​จาก​เมืองหลวง​ไม่ไกล​นัก​ พูด​กัน​ว่า​ไร่​นี้​กับ​ไร่​ของ​ฮองเฮา​ที่อยู่​ติดกัน​เป็น​ของ​ขุนนาง​โฉด​ใน​ราชวงศ์​ก่อน​คน​หนึ่ง​ เมื่อ​ฮ่องเต้​ยกทัพ​มายึด​เมืองหลวง​แล้วก็​สั่งประหาร​ขุนนาง​คน​นั้น​แล้ว​ริบทรัพย์สิน​ทั้งหมด​ ที่ดิน​ผืน​นี้​จึงถูก​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​ ส่วน​แรก​พระราชทาน​ให้​ห​มิน​หวา​งเฟย​ ส่วน​ที่สอง​ถูก​เก็บ​ไว้​ให้​ฮองเฮา​…


เมื่อ​กลับ​มาถึงเมืองหลวง​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ออกคำสั่ง​ให้​คน​ดูแล​ไร่​ไถพรวน​ที่ดิน​นับ​พัน​หมู่​ นาง​วางแผน​ว่า​จะใช้พื้นที่​ส่วนหนึ่ง​ปลูก​ข้าวโพด​ อีก​ส่วนแบ่ง​ปลูก​ข้าวสาลี​ฤดูใบไม้ผลิ​ ! จากนั้น​ก็​ลำเลียง​น้ำลง​จาก​บน​เขา​แล้ว​ทดลอง​ปลูก​ข้าว​ขาว​สัก​สอง​สามหมู่​…ข้าว​อัน​หอมกรุ่น​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ของ​นาง​ต้อง​ถูก​นำ​ออกมา​ให้​เพลิดเพลิน​บ้าง​แล้ว​ !


ตอนที่​ 635: โอ้​! กลัว​จะทำให้​พระ​สวามี​หิว​อย่างนั้น​หรือ​ ?


ผู้ดูแล​ไร่​คือ​อดีต​ลูกน้อง​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ หลังจาก​แขน​ขาด​หนึ่ง​ข้าง​แล้ว​ เขา​ก็​ออกจาก​กองทัพ​และ​ถูก​ส่งตัว​มาที่​ไร่​แห่ง​นี้​ เขา​เกิด​ใน​ชนบท​ บิดา​มารดา​ทำการเกษตร​เก่ง​ แม้ว่า​ตัว​เขา​จะแค่​ดูแล​ผู้​ที่มา​เช่าไร่​แห่ง​นี้​ก็ตาม​ แต่​เพื่อ​ตอบแทน​ห​มิน​อ๋อง​และ​พระชายา​ที่​ช่วย​เขา​ใน​ยาม​ยากลำบาก​แล้ว​ จึงลงมา​ทำไร่​เอง​อยู่​หลาย​ปี​ติด​ เรียน​การ​ทำไร่ทำนา​จาก​บิดา​และ​ผู้​ที่มา​เช่า


การ​ที่​ผลผลิต​จาก​ไร่​ของ​ห​มิน​หวา​งเฟย​ได้​จำนวน​ไม่เลว​มาโดยตลอด​ จะไม่นับ​เป็น​ผลงาน​ของ​เขา​ได้​อย่างไร​ นอกจากนี้​เขา​ยัง​เลี้ยง​ไก่​ เป็ด​ หมู​ แกะ​และ​ปลูก​พืชผัก​ตามฤดูกาล​ใน​ไร่​อีกด้วย​ ไม่เพียง​ให้​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​พอ​กิน​พอใช้​ แต่​ยัง​นำ​ออก​ไป​ขาย​สร้าง​รายได้​เข้า​ไร่​อีก​ทาง​


หลังจาก​ไร่​นี้​กลายเป็น​สินเดิม​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​เขา​ก็​ยัง​จงรักภักดี​เหมือนเดิม​ แม้ครอบครัว​เจ้านาย​จะไม่อยู่​ที่​เมืองหลวง​ ตัว​เขา​ก็​ยัง​ขยัน​ดูแล​ไร่นา​เสมอมา​ เมื่อ​รอ​ให้​พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​กลับมา​แล้ว​เขา​ก็​นำ​บัญชี​และ​รายได้​ของ​ไร่​ใน​ช่วง​หลาย​ปี​นี้​ไป​ให้​เจ้านาย​ตรวจสอบ​


ตอนที่​หลิน​เว่ยเว่ย​บอ​กว่า​จะทำ​อะไร​กับ​ไร่​แห่ง​นี้​บ้าง​ ผู้ดูแล​ฉูก็​ไม่ได้​พูด​อะไร​สัก​อย่าง​ เพียง​ทำ​ตามที่​นาง​บอก​เท่านั้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​บอก​ให้​ใช้คันไถ​ล้อ​คู่​ เขา​ก็​ใช้ หลิน​เว่ยเว่ย​บอ​กว่า​ตรงนี้​ปลูก​อะไร​ เขา​ก็​ทำตาม​ หลิน​เว่ยเว่ย​บอ​กว่า​ต้อง​ใส่ปุ๋ย​อย่างไร​ เขา​ก็​ทำ​โดย​ไม่เถียง​สัก​คำ​เดียว​…


“ผู้ดูแล​ฉู ที่ดิน​ทาง​ฝั่งนั้น​เป็น​ของ​ใคร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ชี้ไป​ยัง​ที่ดิน​ขนาดใหญ่​ข้าง​ไร่​ของ​ตน​และ​เนินเขา​เล็ก​ๆด้านหลัง​พลาง​ถามฉูจื่อ​ลี่​


ผู้ดูแล​ฉูตอบกลับ​ “ที่ดิน​ผืน​นั้น​เป็น​ของ​ราชสำนัก​พ่ะย่ะค่ะ​ ยัง​ไม่ได้​ถูก​พระราชทาน​ให้​ใคร​ !” จาก​คำบอกเล่า​ของ​ผู้ดูแล​ฉูแล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงได้​รู้​ว่า​ที่ดิน​พื้น​นั้น​เป็น​ของ​ที่​ขุนนาง​ราชวงศ์​ก่อน​ถวาย​ให้​ฮ่องเต้​หลังจาก​ยอม​สวามิภักดิ์​เพื่อ​แลก​กับ​ความปลอดภัย​ของ​คน​ทั้ง​ครอบครัว​…ช่วง​เริ่ม​สถาปนา​ราชวงศ์​ ของ​ที่อยู่​ใน​ท้องพระคลัง​มาจาก​พวก​ขุนนาง​ราชวงศ์​ก่อน​ทั้งนั้น​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ไปมา​ ก่อน​จะตัดสินใจ​พุ่ง​เป้า​ไป​ยัง​ที่ดิน​ผืน​นั้น​


ยาม​บ่าย​ นาง​พา​เด็ก​ๆใน​ไร่​ออก​ไป​จับ​กุ้ง​ก้าม​แดง​ได้​ทั้งหมด​30ชั่ง ก่อน​จะถือ​กลับมา​ที่​เมืองหลวง​ด้วยมือ​ข้างเดียว​


ฉูฉีจิน​บุตรชาย​ผู้ดูแล​ฉูมอง​การ​จากไป​ของ​นาย​หญิง​ หลัง​.อดทน​อยู่​พัก​หนึ่ง​แล้ว​ ท้ายที่สุด​เขา​ก็​ทนไม่ไหว​ “ท่าน​พ่อ​ พวกเรา​จะเพาะปลูก​ตามที่​นาย​หญิง​สั่งจริง​หรือ​ขอรับ​ ! เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​นั้น​มีน้อย​จะตาย​ หนึ่ง​หมู่​ใช้แค่​4ชั่ง แล้ว​เรา​จะได้​ผลผลิต​กัน​เท่าไร​ขอรับ​ ? แล้วก็​ข้าว​ขาว​ไม่ได้​ปลูก​กันที่​แดน​ใต้​หรือ​ขอรับ​ ใน​แถบ​เมืองหลวง​ของ​พวกเรา​ก็​ปลูก​ข้าว​ขาว​ได้​หรือ​ ?”


ผู้ดูแล​ฉูใช้มือ​ข้าง​ที่​เหลืออยู่​ตบ​ท้ายทอย​บุตรชาย​ “เจ้าไม่ได้ยิน​เรื่อง​ที่​นาย​หญิง​ของ​พวกเรา​อยู่​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​อัน​แสน​แห้งแล้ง​แล้ว​ปลูก​ข้าวโพด​ได้​หมู่​ละ​600ชั่งหรือ​ ? ใคร​มอบ​ความกล้า​กับ​เจ้า ถึงได้​กล้า​สงสัย​ใน​พรสวรรค์​ด้าน​การเกษตร​ของ​นาย​หญิง​ ? จำไว้​ว่า​บ่าว​อย่าง​พวกเรา​มีพรสวรรค์​ไม่มาก​ก็​ไม่เป็นไร​ แต่​สิ่งสำคัญ​ที่สุด​คือ​การทำตาม​คำสั่ง​ !”


ฉูฉีจิน​ลูบ​ท้ายทอย​ที่​แสน​เจ็บปวด​ของ​ตน​แล้ว​บ่น​เบา​ๆว่า​ “ท่าน​พ่อ​ ท่าน​เชื่อ​เรื่อง​ข้าวโพด​600ชั่งต่อ​หมู่​นั่น​จริง​หรือ​ขอรับ​ ?”


100-200ชั่งต่อ​หมู่​ถือว่า​ปกติ​ หาก​200-300ชั่งต่อ​หมู่​ก็​นับว่า​เป็น​ผลผลิต​สูงของ​สมัยโบราณ​แล้ว​ ดังนั้น​600ชั่งต่อ​หมู่​จึงเป็น​เหมือน​เทพนิยาย​ ได้​แต่​กล้า​ฟังโดย​ไม่กล้า​เชื่อ​ !


“ข้า​เชื่อ​ !” ผู้ดูแล​ฉูพูด​ด้วย​น้ำเสียง​หนักแน่น​ “ฮ่องเต้​ส่งองค์​ชาย​เจ็ด​ไป​ตรวจสอบ​การ​เก็บเกี่ยว​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ พระองค์​คง​ไม่กล้า​ร่วมมือ​กับ​นาย​หญิง​มาหลอกลวง​เบื้องสูง​หรอก​กระมัง​ ? อย่า​พูดจา​เหลวไหล​ที่นี่​ รีบ​ไป​ต้อน​วัว​กับ​ม้ามา แล้ว​ใส่คันไถ​ให้​พวก​มัน​ !”


หลังจาก​หลิน​เว่ยเว่ย​และ​สาวใช้​ใน​เรือน​ทำความสะอาด​กุ้ง​ก้าม​แดง​แล้ว​ นาง​ก็​แบ่ง​มัน​ออก​เป็น​สามส่วน​เพื่อ​ทำ​กุ้ง​ก้าม​แดง​สามรสชาติ​ พอ​ทำ​เสร็จ​แล้วก็​แบ่ง​ไป​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​และ​จวน​สกุล​หลิน​รสชาติ​ละ​3ชั่ง


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ผู้ติดตาม​ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​กลับ​มาจาก​ที่ทำงาน​ เขา​บอ​กว่า​วันนี้​หัวหน้า​และ​สหาย​ใน​ที่ทำงาน​ของ​นาย​ท่าน​ชวน​นาย​ท่าน​ออก​ไป​ดื่ม​สุรา​ที่​หอ​เต๋อ​เย​ว่​ ขอให้​ฝูเห​ริน​ผู้เฒ่า​และ​ฝูเห​ริน​ไม่ต้อง​รอ​


ขณะ​หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​กุ้ง​ก้าม​แดง​สามจาน​ใหญ่​ นาง​ก็​ถอนหายใจ​ออกมา​ นาง​เฝิงรู้​ว่า​เพื่อ​อาหาร​มื้อ​นี้​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ต้อง​ลงแรง​ไป​กว่า​ค่อนวัน​ จึงกลัว​นาง​จะรู้สึก​เสียใจ​ขึ้น​มา “เจ้าตัวแสบ​ไม่มีลาภปาก​ กุ้ง​ก้าม​แดง​อร่อย​ขนาด​นี้​ เขา​ไม่มีบุญ​ได้​กิน​ !”


“แม่สามี ข้า​ไม่ได้​ถอนหายใจ​เพราะ​เรื่อง​นี้​หรอก​ ถ้ากิน​กุ้ง​ก้าม​แดง​ที่​ค้างคืน​ก็​จะทำให้​ปวดท้อง​ได้​ง่าย​ กุ้ง​ก้าม​แดง​พวก​นี้​ แม้พวกเรา​จะกิน​จน​พุงกาง​ก็​ไม่หมด​หรอก​ !” ทันใดนั้น​ดวงตา​ของ​นาง​ก็​เปล่งประกาย​ นาง​แบ่ง​กุ้ง​ก้าม​แดง​แต่ละ​รสชาติ​ออกมา​อย่าง​ละ​ครึ่ง​ จากนั้น​ก็​จัด​ใส่กล่อง​อาหาร​แล้ว​ให้​ซุ่นจื่อ​นำ​ไป​ที่​หอ​เต๋อ​เย​ว่​เพื่อ​เป็นการ​เพิ่ม​กับแกล้ม​ให้​พวก​บัณฑิต​น้อย​ !


ตอน​ซุ่นจื่อ​ถือ​กล่อง​อาหาร​ใบ​ใหญ่​ขนาด​สามชั้น​มาที่​ห้องอาหาร​ส่วนตัว​ของ​หอ​เต๋อ​เย​ว่​ ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​พูด​หยอก​ว่า​ “โอ้​ ! องค์​หญิง​กลัว​ว่า​พวกเรา​จะปล่อย​ให้​พระ​สวามี​หิว​จึงส่งอาหาร​มาให้​ด้วย​หรือ​ ?”


ซุ่นจื่อ​รีบ​พูดว่า​ “นาย​หญิง​ของ​พวกเรา​เพิ่ง​ทำอาหาร​จาน​ใหม่​ บอ​กว่า​นำมา​ให้​ใต้เท้า​ทุกท่าน​ได้​ลอง​ชิม…”


ตอนที่​กุ้ง​ก้าม​แดง​ทั้ง​สามจาน​ถูก​ยก​ขึ้นโต๊ะ​แล้ว​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​และ​เจ้าหน้า​ที่สอง​สามคน​ที่นั่ง​อยู่​ตรงนั้น​ก็​หัน​มองหน้า​กัน​ไปมา​ “นี่​…เป็น​ของ​ใหม่​จริงๆ​ รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ช่วย​แนะนำ​หน่อย​ว่า​เรา​ต้อง​กิน​อย่างไร​ ?”


“สัตว์​ชนิด​นี้​เรียก​ว่า​กุ้ง​ก้าม​แดง​ นี่​คือ​กุ้ง​ก้าม​แดง​รส​หม่า​ล่า​ รส​ห้า​เครื่องเทศ​และ​รส​กระเทียม​ขอรับ​” เจียง​โม่หา​น​ผู้​สง่างามพับ​แขน​เสื้อ​ขึ้น​ต่อหน้า​เจ้านาย​และ​สหาย​ร่วมงาน​ จากนั้น​หยิบ​กุ้ง​ก้าม​แดง​ขึ้น​มาตัว​หนึ่ง​ “กิน​เนื้อ​ด้านใน​กุ้ง​ก่อน​ จากนั้น​ค่อย​ดูด​กิน​มัน​ที่​หัว​กุ้ง​แล้ว​แกะ​เนื้อ​ตรง​หาง​กุ้ง​ออกมา​จิ้มน้ำแกง​ ก็​จะให้​รสชาติ​ที่​เข้มข้น​กว่า​เดิม​ ท่าน​ผู้ตรวจการ​หลิว​และ​ใต้เท้า​ทุกท่าน​ ลอง​ชิมสิขอรับ​…”


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ก็​เป็น​นักกิน​จึงกล้า​ชิมอาหาร​แปลกใหม่​ เขา​หยิบ​กุ้ง​ก้าม​แดง​รส​หม่า​ล่า​ขึ้น​มาหนึ่ง​ตัว​ หลัง​แกะ​หัว​กุ้ง​ออก​แล้วก็​ใช้ปาก​ดูด​เบา​ๆ ทันใดนั้น​รสชาติ​เผ็ด​ชาก็​พุ่ง​สู่ลำคอ​ ผู้ตรวจการ​หลิว​ไอ​ออกมา​ทันที​ ใบหน้า​ก็​เปลี่ยนเป็น​สีแดง​เช่นกัน​


“ใต้เท้า​หลิว​ หาก​ท่าน​กิน​เผ็ด​ไม่ได้​ก็​ลอง​กิน​รส​ห้า​เครื่องเทศ​กับ​รส​กระเทียม​สิขอรับ​” เจียง​โม่หา​น​ริน​น้ำอุ่น​ให้​เขา​แล้ว​เอ่ย​เตือน​เบา​ๆ


ผู้ตรวจการ​ยก​น้ำขึ้น​ดื่ม​สอง​อึก​แล้ว​โบกมือ​ให้​เขา​ “ไม่เป็นไร​ เจ้านี่​ทั้ง​ชาทั้ง​เผ็ด​ กิน​แล้ว​ทำให้​หยุด​กิน​ไม่ได้”


หลัง​แกะ​เนื้อ​กุ้ง​ออกมา​แล้ว​ เขา​ก็​เลียนแบบ​เจียง​โม่หา​น​คือ​จุ่มลง​ใน​น้ำแกง​ ทันใดนั้น​เขา​ก็​.อด​ไม่ได้​ที่จะ​พยักหน้า​ “ไม่เลว​ ได้​รสชาติ​สุด​ๆ! กุ้ง​ก้าม​แดง​ก็​เป็น​กุ้ง​ชนิด​หนึ่ง​หรือ​? เหตุใด​ใน​เวลา​ปกติ​ไม่เห็น​มีขาย​เลย​”


“สัตว์​ชนิด​นี้​อาศัย​อยู่​ตาม​คูน้ำ​หรือ​ใน​ทุ่งนา​ เปลือก​หนา​เนื้อ​น้อย​ คน​จึงไม่นิยม​กิน​ขอรับ​” เจียง​โม่หา​น​ชอบ​อาหาร​รส​หวาน​และ​เผ็ด​ เขา​จึงกิน​กุ้ง​ก้าม​แดง​รส​หม่า​ล่า​…นี่​เป็น​ของ​ที่​ภรรยา​ทำให้​เขา​โดยเฉพาะ​ ถ้าไม่โดน​สหาย​ร่วมงาน​ลาก​มาร่วมวง​ด้วย​ ตอนนี้​เขา​ก็​คง​แกะ​กุ้ง​ให้​ภรรยา​อยู่​ที่​บ้าน​แล้ว​ เฮ้อ​ ของ​ดีๆ​ต้อง​มาเสียเปล่า​เพราะ​คน​พวก​นี้​!


เมื่อ​เขา​กลับ​ถึงบ้าน​แล้วก็​พบ​ว่า​ไฟใน​ห้อง​หนังสือ​ยัง​สว่าง​อยู่​ เมื่อ​เข้า​ไปดู​จึงได้​เห็น​ภรรยา​กำลัง​ก้มหน้าก้มตา​เขียน​อะไร​บางอย่าง​อยู่​ เขา​จึงเข้า​ไปดู​ ‘แผน​กลยุทธ์​’ เมื่อ​อ่าน​ให้​ละเอียด​แล้ว​ถึงได้​รู้​ว่า​ภรรยา​ตัว​น้อย​พุ่ง​เป้า​ไป​ยัง​ที่ดิน​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​ฮ่องเต้​


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้ภาษาจีนกลาง​เขียน​แผน​กลยุทธ์​เกี่ยวกับ​ ‘การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ อธิบาย​ง่ายๆ​คือ​การ​เลี้ยง​ไก่​…หมู​…วัว​…ปลา​แบบ​ห่วง​โซ่อาหาร​ หลัง​จัดการ​กับ​มูล​ไก่​แล้ว​สามารถ​นำ​ไป​ให้​หมู​กิน​ได้​ มูล​ของ​หมู​ก็​สามารถ​นำ​ไป​ให้​วัว​กิน​ ส่วน​มูล​วัว​ก็​ให้​ปลา​กิน​ได้​ แล้ว​ท้ายที่สุด​ดิน​ตะกอน​รอบ​บ่อ​เลี้ยง​ปลา​จะสามารถ​นำมา​ทำเป็น​ปุ๋ย​เพิ่ม​สารอาหาร​ใน​ดิน​ได้​อีก​ ซังข้าวโพด​ ลำต้น​พืช​และ​ใบ​รวมถึง​รำ​ข้าวสาลี​และ​ก้างปลา​ป่น​ยัง​สามารถ​นำมา​ทำเป็น​อาหาร​ไก่​ได้​ต่อ​…


ตอนที่​ 636: ไสหัวออก​ไป​


นาง​เน้นย้ำ​ใน​แผน​กลยุทธ์​ ‘การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ ว่า​จำเป็นต้อง​ใช้พื้นที่​ขนาดใหญ่​และ​ที่ดิน​บน​เขา​…เห็นได้ชัด​ว่า​กำลัง​บ่งชี้​ถึงที่ดิน​และ​หุบเขา​อัน​อุดมสมบูรณ์​ของ​ฮ่องเต้​ผืน​นั้น​


หลัง​ฮ่องเต้​ได้​ทอดพระเนตร​แผน​กลยุทธ์​ที่​เข้าใจง่าย​และ​ไม่ปิดบัง​จุดมุ่งหมาย​ของ​ผู้เขียน​แล้ว​ พระองค์​ก็​มีความสุข​ขึ้น​มาทันที​…เอาล่ะ​ ถึงขั้น​พุ่ง​เป้า​มาถึงศีรษะ​ของ​พระองค์​แล้ว​ ! ทว่า​เป้าหมาย​ที่​โจ่งแจ้งและ​กล้า​แสดงออก​นี้​ทำให้​คนอื่น​ยาก​จะปฏิเสธ​ได้​จริงๆ​ โดยเฉพาะ​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ตาม​แผน​กลยุทธ์​ได้​ทำให้​พระองค์​เปิด​มุมมอง​ใหม่​ว่า​ที่แท้​การเกษตร​ก็​ยัง​สามารถ​ทำ​เช่นนี้​ได้​ !


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงตวัด​พู่กัน​ “อนุญาต​ !” ที่ดิน​รกร้าง​800หมู่​และ​ที่ดิน​เนินเขา​อีก​200หมู่​ข้าง​ไร่​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​นั้น​ทรง​พระราชทาน​ให้​เป็น​ที่ดิน​ทดลอง​แก่​นาง​ทั้งหมด​ ไม่เพียง​เท่านั้น​ฮ่องเต้​ยัง​พระราชทาน​ทหาร​ราชองครักษ์​ให้​นาง​กว่า​หลาย​ร้อย​นาย​เพื่อให้​เรียก​ใช้ได้​ตามใจชอบ​


หลิน​เว่ยเว่ย​สั่งให้​ราชองครักษ์​ลงมือ​ขุด​บ่อ​ปลา​และ​ทำไร่​ให้​ตน​อย่าง​มีความสุข​ทันที​ ลูกหลาน​ใน​เมืองหลวง​ที่​ไม่เคย​ทำงานหนัก​ก็​ถูก​สั่งให้​มาทำงานหนัก​หลาย​วัน​ติด​และ​ยัง​ไม่อาจ​ละทิ้ง​หน้าที่​ได้​ เพราะ​หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ไว้​ว่า​ถ้าใคร​ไม่อยาก​ทำ​ก็​ต้อง​เอาชนะ​นาง​ให้ได้​ก่อน​


มีคน​ไม่เชื่อ​แล้วไป​ท้าทาย​นาง​จริง​ สุดท้าย​ก็​ต้อง​ลง​ไป​นอน​หมอบ​พลาง​ร้องขอ​ชีวิต​บน​พื้น​เพราะ​มือ​ข้างเดียว​ของ​นาง​ พวกเขา​จึงไร้​ทางเลือก​และ​ทหาร​ราชองครักษ์​ที่​มาจาก​ตระกูล​ขุนนาง​สูงศักดิ์​พวก​นี้​จึงได้​แต่​ทำ​ตามคำสั่ง​หลิน​เว่ยเว่ย​อย่าง​ว่านอนสอนง่าย​…เมื่อ​อยู่​ต่อหน้า​ความ​เผด็จการ​ การ​ต่อต้าน​ทั้งหมด​ก็​เป็น​เพียง​เมฆหมอก​ !


ขันที​ฝูหรง​ซึ่งเคย​รับหน้าที่​ดูแล​ไร่นา​ประจำเมือง​หนิง​โจว​ก็​ถูก​ฮ่องเต้​เรียก​กลับ​เข้า​วัง​ได้​ไม่ถึง2วัน​แล้ว​โดน​หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้คำ​ว่า​ ‘ขอยืม​ตัว​’ ออกมา​อีกแล้ว​ คราวนี้​เขา​ได้​รับหน้าที่​ดูแล​ ‘การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ ขันที​รูปร่าง​ขาว​อวบ​คน​นี้​จึงยิ้ม​ดีใจ​เหมือน​พระ​ศรีอริย​เมตไตรย​ (พระ​สังกัจจายน์​) ไม่มีผิด​


ขณะ​มอง​เขา​เก็บ​ข้าวของ​อย่าง​มีความสุข​ราวกับ​ทนไม่ไหว​ที่จะ​ติดปีก​แล้ว​บิน​ออกจาก​วังหลวง​ทันที​ หัวหน้า​ขันที​เต๋อ​ฉวน​คนสนิท​ของ​ฮ่องเต้​ก็​ถามเขา​ว่า​ “ได้​ออกจาก​วังหลวง​ดี​ขนาด​นั้น​เลย​หรือ​ ?”


ขันที​ฝูหรง​รีบ​เก็บ​รอยยิ้ม​บน​ใบหน้า​แล้ว​อธิบาย​ราวกับ​เป็น​เรื่องใหญ่​ “การ​ที่​ข้าน้อย​สามารถ​ทำประโยชน์​ให้​ฮ่องเต้​และ​ราชสำนัก​ได้​ ถือ​เป็นเกียรติ​สูงสุด​ขอรับ​ ! ท่าน​หัวหน้า​ขันที​ ท่าน​วางใจ​ได้​ ฝูหรง​ไม่มีทาง​ทำให้​เจ้านาย​ขายหน้า​แน่นอน​ขอรับ​ !”


เต๋อ​ฉวน​แค่น​เสียงดัง​ “เฮอะ​”…เล่นลิ้น​เก่ง​เสีย​จริง​ ! แต่​คิดไปคิดมา​ก็​จริง​ องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ไม่ใช่คน​ชอบ​ใช้ความรุนแรง​ ขอ​แค่​ทำ​ตามที่​นาง​สั่ง หลัง​ทำงาน​ที่​ได้​รับมอบหมาย​เสร็จ​แล้วก็​ไม่ต้อง​กังวล​สิ่งใด​ ไม่ต้อง​เอาแต่​กังวล​ถึงชะตาชีวิต​ตัวเอง​ทั้งวัน​ อันตราย​ไม่มีอยู่​อีกต่อไป​ ตัวอย่าง​ก็​มีให้​เห็น​ เจ้าฝูหรง​ไป​อยู่​ตะวันตกเฉียงเหนือ​แค่​3ปี​ก็​อ้วน​ขึ้น​ขนาด​นี้​แล้ว​ ?


เต๋อ​ฉวน​แอบ​อิจฉา​อยู่​บ้าง​ คิด​ว่า​แค่​เห็น​อีก​ฝ่าย​เพียง​หาง​ตา​ก็​รู้สึก​ขัดหู​ขัดตา​ไป​หมด​จึงโบกมือ​รีบ​ไล่​ “ไสหัวออก​ไป​ !”


“ข้าน้อย​จะออก​ไป​เดี๋ยวนี้​ขอรับ​ !” ฝูหรง​หอบ​สัมภาระ​พลาง​ถอย​ออกมา​สอง​สามก้าว​ จากนั้น​ก็​หมุน​ตัวอย่าง​รวดเร็ว​และ​รีบ​เดิน​ออกจาก​วังหลวง​ทันที​ ร่าง​ที่​เดิน​ห่าง​ออก​ไป​นั้น​ดู​ตื่นเต้น​ดีใจ​พอสมควร​…ฮ่าฮ่า ท้องฟ้า​อัน​สว่างไสว​นอก​วัง​ ข้า​มาหา​แล้ว​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​นำ​แผน​กลยุทธ์​โดยละเอียด​ยัด​ใส่มือ​ขันที​ฝูหรง​ “ถ้ามีอะไร​ไม่เข้าใจ​ก็​ไป​ปรึกษา​ผู้ดูแล​ไร่​ก่อน​ ถ้าแม้แต่​เขา​ยัง​ไม่เข้าใจ​ก็​ค่อย​ไปหา​ข้า​ที่​เรือน​สกุล​เจียง​ !” ต่อจากนั้น​นาง​ก็​ทิ้ง​แผนงาน​อัน​ยิ่งใหญ่​ไว้​ให้​เขา​


ขันที​ฝูหรง​ใช้มือ​ข้าง​หนึ่ง​จับ​สัมภาระ​ตัวเอง​ อีก​ข้าง​ก็​จับ​แผน​กลยุทธ์​ปึก​หนา​เอาไว้​พร้อม​ใบไม้​ที่​ปลิว​ผ่าน​ศีรษะ​เขา​ไป​…เหตุใด​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ทำ​แบบนี้​อีกแล้ว​ ? ลาก​เขา​ออกมา​ก็​เพื่อให้​เป็น​ผู้ดูแล​ไร่​ ? เฮ้อ​ ! โชคดี​ที่​ตอน​อยู่​เมือง​หนิง​โจว​ เขา​เคย​ฝึก​มาครั้งหนึ่ง​แล้ว​ ดังนั้น​มีอะไร​ให้​ต้อง​กลัว​อีก​ ?


รับสมัคร​คนงาน​ ซื้อ​ไก่​ ซื้อ​หมู​ ไถพรวน​ หว่าน​เมล็ด​ ซื้อ​ปลา​ หา​วัว​ทุ่นแรง​…ขันที​ฝูหรง​จัดการ​ได้​อย่าง​ไม่ขาดตกบกพร่อง​ ส่วน​เจ้านาย​ที่​ไร้​หัวใจ​อย่าง​หลิน​เว่ยเว่ย​ ทุกครั้ง​ที่มา​เดิน​สำรวจ​ก็​จะชื่นชม​เขา​ยกใหญ่​และ​ให้รางวัล​เขา​เป็น​ขนม​กับ​เนื้อ​แผ่น​ที่​ทำ​เอง​หนึ่ง​กล่อง​ ขันที​ฝูหรง​ดีใจ​จน​ตัว​ลอย​…ข้อดี​ที่สุด​ใน​การทำงาน​กับ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​คือ​ได้​ขนม​เลิศ​รส​แบบ​ใหม่​ที่​หา​ซื้อ​หรือ​หากิน​ที่ไหน​ไม่ได้​เป็นระยะ​ !


ส่วน​เจียง​โม่หา​น​ที่​กำลัง​รวบรวม​ข้อมูล​ก็​ทั้ง​ยุ่งยาก​และ​ลำบาก​ ออก​เช้ากลับ​ดึก​ทุกวัน​และ​ยัง​นำ​เอกสาร​กลับมา​ที่​บ้าน​ด้วย​เพื่อให้​เฉิน​หยุ​น​ช่วย​วาด​แผนภูมิ​และ​ทำ​ข้อมูล​เชิงสถิติ​ออกมา​…


“บัณฑิต​น้อย​ เจ้าอยากได้​แผนภูมิ​แบบนี้​มากมาย​ขนาด​ไหน​ ถ้าอย่างไร​ให้​ร้าน​โม่เซียง​ช่วย​ตีพิมพ์​สำเนา​ออกมา​สัก​สอง​สามชุด​ดี​หรือไม่​” หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​เขา​วาด​แผนภูมิ​ภายใต้​แสงเทียน​ด้วย​ความตั้งอกตั้งใจ​จึงรู้สึก​ว่า​ท่าทาง​ตอน​ทำงาน​ของ​บัณฑิต​น้อย​ดู​หล่อเหลา​มาก​จริงๆ​ ! แต่​ก็​ยัง​เอ็นดู​ที่​งาน​ของ​เขา​มีเยอะ​ถึงขนาด​นี้​เช่นกัน​


เจียง​โม่หา​นค​รุ่น​คิด​ ก่อน​จะพูดว่า​ “ข้า​ต้องการ​แผนภูมิ​สอง​สามแบบ​ ภาพรวม​ส่วนใหญ่​จะคล้าย​กัน​…รอ​ให้​ทำ​มัน​ออกมา​อย่าง​ละเอียด​อีกหน่อย​ก็​ค่อย​ทำ​แผนภูมิ​แบบ​ทั่วไป​ออกมา​…ขอบใจ​ภรรยา​ที่​เตือน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ทำ​มือ​คารวะ​กลับ​ “ท่าน​พี่​ เรา​สอง​คน​เป็น​สามีภรรยา​กัน​ ไม่จำเป็นต้อง​เกรงใจ​ถึงขั้น​นี้​…” หลังจาก​พูด​จบ​ นาง​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​เสียง​ดังลั่น​


เจียง​โม่หา​น​วาด​แผนภูมิ​ออกมา​ใน​ชั่ว​ข้ามคืน​ ไม่ว่า​จะเป็น​สถิติ​ไร่นา​ ภาษีหรือ​บัญชีการค้า​ก็​สามารถ​ประยุกต์​ใช้ได้​หมด​ เขา​ครุ่นคิด​แล้ว​จากนั้น​ก็​เขียน​ตัวเลข​อารบิก​กับ​ตัวอักษร​สามัญลง​ใน​หน้า​แรก​ รวมถึง​วิธี​นับ​ตัวเลข​อารบิก​อย่าง​ง่าย​ด้วย​ หลัง​เลิกงาน​ใน​วัน​ถัดไป​แล้ว​เขา​ก็​ไปหา​เจ้าของร้าน​โม่เซียง…​ท่าน​ลุง​ของ​องค์​รัชทายาท​เพื่อให้​ช่วย​ตีพิมพ์​ออกมา​100ฉบับ​


กั๋วจิ้วเย่​เห็น​โอกาส​ทำการค้า​จาก​สมุดบัญชี​เล่ม​นี้​จึงเสนอ​การ​ตีพิมพ์​ให้​เขา​โดย​ไม่เสียค่าใช้จ่าย​ แต่​มีเงื่อนไข​แค่​ว่า​ให้​เขา​วาง​จำหน่าย​ ‘สมุดบัญชี​’ เล่ม​นี้​ที่​ร้าน​โม่เซียง​


เจียง​โม่หา​น​รู้​ว่า​เมื่อ​แผนภูมิ​ประเภท​นี้​ถูก​เผยแพร่​ออก​ไป​แล้ว​ใคร​ก็​สามารถ​เลียนแบบ​ได้​ ดังนั้น​การ​มีคน​ตีพิมพ์​สมุดบัญชี​แบบนี้​ให้​เขา​ใช้ตลอดชีวิต​ก็​ช่วย​ประหยัด​เงิน​ไม่น้อย​เลย​ !


วันรุ่งขึ้น​ ร้าน​โม่เซียง​ส่ง ‘สมุดบัญชี​’ 10เล่ม​มาให้​ เจียง​โม่หา​น​จึงรวบรวม​และ​เปรียบเทียบ​ข้อมูล​เกี่ยวกับ​ ‘พื้นที่​ไร่นา​ของ​ใน​อดีต​และ​ปัจจุบัน​’ ได้​อย่าง​รวดเร็ว​ จากนั้น​ยัง​เขียน​ฎีกา​อธิบาย​ถึงเงื่อนไข​และ​กลยุทธ์​ใน​การ​สนับสนุน​เกษตรกร​อย่าง​ละเอียด​


เมื่อ​มีทั้ง​ข้อมูล​เชิงเปรียบเทียบ​ เนื้อหา​โดยละเอียด​และ​กลยุทธ์​ที่​ดู​เป็นไปได้​สูงมาวาง​อยู่​ตรง​เบื้องหน้า​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแล้ว​พระองค์​ก็​ยื่น​ให้​องค์​รัชทายาท​ทอดพระเนตร​ “รัชทายาท​ ผู้ช่วย​ที่​เจิ้น​เลือก​ไว้​ให้​เจ้าเป็น​อย่างไรบ้าง​ ?”


องค์​รัชทายาท​ทอดพระเนตร​แผนภูมิ​เปรียบเทียบ​ที่​แสดง​ข้อมูล​ให้​เห็น​อย่าง​ชัดเจน​แล้วก็​ละ​สาย​พระ​เนตร​ออกมา​ไม่ได้​เสียที​ “ทูล​ฟู่หวง​ ถ้าต่อไป​เขา​บันทึก​ข้อมูล​หรือ​ทำ​บัญชี​รูป​แบบนี้​อีก​ ไม่เพียง​สะดวก​ใน​การ​อ่าน​สำหรับ​พระองค์​ แต่​ยัง​ช่วย​ประหยัด​แรงงาน​และ​เวลา​ใน​การ​สรุป​ข้อมูล​ปลายปี​ด้วย​พ่ะย่ะค่ะ​ ! เอ๋อร์เฉิน​จำได้​ ว่า​ตอนที่​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ยัง​เป็น​บัณฑิต​ถงเซิงอยู่​ เขา​เขียนหนังสือ​เกี่ยวกับ​สถิติ​ออกมา​แล้ว​ยังมี​ตัวเลข​แบบ​ย่อ​เหล่านี้​เช่นกัน​ น่าเสียดาย​ที่​ขุนนาง​เฒ่าอวดดี​พวก​นั้น​ไม่ให้ความสำคัญ​ แถมยังมี​บางคน​ต่อต้าน​อย่าง​หนัก​จึงไม่ได้​เผยแพร่​ออก​ไป​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแค่น​สุรเสียง​ฮึฮึ “ตา​เฒ่าพวก​นั้น​…ไม่ควรค่า​พอให้​เอ่ยถึง​ !” ก่อนที่​พระองค์​จะส่งต่อ​บัลลังก์​ให้​องค์​รัชทายาท​ก็​ต้อง​ช่วย​ทำความสะอาด​ราชสำนัก​แทน​โอรส​ ทำให้​โอรส​ได้​ปกครอง​ราชสำนัก​ที่​ใสสะอาด​ !


องค์​รัชทายาท​ก้ม​ดวง​พักตร์​เพื่อ​อ่าน​ฎีกา​ของ​เจียง​โม่หา​นอ​ย่าง​จริงจัง​ หลัง​เห็น​ประเด็นสำคัญ​ที่อยู่​ด้านใน​แล้วก็​พยัก​ดวง​พักตร์​ด้วย​ความชื่นชม​ “รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ใช้วิธี​จาก​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​โดย​การนำ​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงมากระตุ้น​ให้​ราษฎร​แผ้วถาง​ที่ดิน​ ใน​พื้นที่​รกร้าง​จะละเว้น​ภาษี3ปี​ เมื่อ​การถาง​ที่ดิน​ถึงจำนวน​ที่​กำหนด​ก็​จะสามารถ​ละเว้น​ภาษีของ​คน​ได้​หนึ่ง​คน​…เอ๋อร์เฉิน​คิด​ว่า​วิธี​นี้​ใช้ได้​ เนื่องจาก​คน​ทั่วหล้า​ล้วน​แสวงหาผลประโยชน์​กัน​อยู่แล้ว​ ความ​กระตือรือร้น​ของ​ราษฎร​ถึงจะถูก​กระตุ้น​ขึ้น​มา ! ฟู่หวง​มีสาย​พระ​เนตร​เฉียบคม​ รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​คน​นี้​ใช้งาน​ได้​จริง​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ตอนที่​ 637: เขา​เปรียบเสมือน​ดาบสองคม​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแย้มพระสรวล​ดังลั่น​ “รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​เป็น​ผู้​มีความสามารถ​อย่าง​ไม่ต้องสงสัย​ สิ่งสำคัญ​คือ​เขา​ยังมี​ภรรยา​ที่​ดี​คอย​หนุนหลัง​ ! เจ้าลอง​คิดดู​ ตอน​ทำงาน​อยู่​ที่​อำเภอ​หนิง​ซี เหตุใด​งาน​จึงออกมา​ราบรื่น​ขนาด​นั้น​ ? ไม่ใช่ภรรยา​ของ​เขา​ใช้เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงมาซื้อใจ​ราษฎร​ให้​สามีหรือ​ไร​ ? เมื่อ​ได้ใจ​ราษฎร​แล้ว​ งาน​ของ​ทางการ​ก็​จะราบรื่น​ขึ้น​มาก​ !”


เหมือน​ดำริ​อะไร​บางอย่าง​ได้​จึงหยิบ​ฎีกา​ที่​เขียน​ด้วย​ตัวอักษร​สามัญตรง​มุมโต๊ะ​ให้​รัชทายาท​ “เจ้าดู​นี่​สิ ! ถ้านาง​หนู​คน​นั้น​เป็น​ผู้ชาย​ล่ะ​ก็​ ไม่ว่า​ด้าน​พรสวรรค์​ พร​แสวง​หรือ​ความกล้าหาญ​ก็​ไม่เป็นรอง​สามีของ​นาง​เลย​ !”


หลัง​อ่าน​แล้ว​องค์​รัชทายาท​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ชื่นชม​ “ยอดเยี่ยม​ ! ถ้าราษฎร​ได้​เรียนรู้​วิธีทำ​ ‘การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ ล่ะ​ก็​ ไม่เพียง​จะทำอาหาร​เลี้ยงสัตว์​ไว้​ใช้เอง​ แต่​ยังมี​ปุ๋ย​ไว้​ใส่ไร่นา​จน​เพียงพอ​ด้วย​ ผลผลิต​ใน​ไร่​ก็​จะเพิ่ม​สูงขึ้น​…ล้วน​ส่งเสริม​ซึ่งกันและกัน​ ! ถ้าน้อง​เว่ยเว่ย​เป็น​ผู้ชาย​และ​ได้รับ​ตำแหน่ง​ในกรม​คลัง​จะต้อง​สร้าง​เสบียง​ให้​ราชสำนัก​อย่าง​มากมาย​แน่นอน​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงพยัก​ดวง​พักตร์​ “เรา​ควร​มีความสุข​ เพราะ​นาง​หนู​คน​นี้​ไม่เหมือน​เด็กผู้หญิง​ปกติ​ แทนที่จะ​รังเกียจ​การเกษตร​ ตรงกันข้าม​ยัง​มีความสุข​กับ​มัน​ได้​ และ​ก็​โชคดี​ที่​ใต้เท้า​เจียง​ไม่ใช่คน​หัวโบราณ​ผู้​ชอบ​อวดดี​ จึงยอม​สนับสนุน​การ​ทำ​เกษตร​ของ​ภรรยา​ เจียง​โม่หา​น​ผู้​นี้​ฉลาด​ผิด​มนุษย์​ ความสามารถ​อยู่​เหนือ​คน​ทั่วไป​ วิธี​จัดการ​ปัญหา​ก็​ไม่ธรรมดา​ ถ้าใช้ให้​ดี​จะต้อง​เป็น​เสาหลัก​ของ​แผ่นดิน​แน่นอน​ แต่​ถ้าถูก​คนอื่น​ใช้งาน​ผิด​ก็​จะกลาย​เป็นตัว​หายนะ​ !”


องค์​รัชทายาท​เห็น​ฟู่หวง​ลูบ​นิ้ว​พระ​หัตถ์​จึงรู้​ว่า​ทรง​กำลัง​วุ่นวาย​อยู่​กับ​ความคิด​ สำหรับ​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​ องค์​รัชทายาท​ยัง​ชื่นชม​อยู่​พอตัว​จึงตรัส​ว่า​ “ฟู่หวง​ กระบี่​คม​ย่อม​ไร้​เทียมทาน​ แต่​ก็​สามารถ​ทำร้าย​เจ้าของ​ได้​เช่นกัน​ แต่​เรา​จะมัว​หวาดระแวง​เพราะ​อันตราย​ที่​ยัง​ไม่รู้​ว่า​เกิดขึ้น​จริง​หรือเปล่า​แล้ว​วาง​มัน​ทิ้ง​ไว้​บน​หิ้ง​ตลอด​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?


แล้ว​ฟู่หวง​อย่า​ลืม​ว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​คน​นี้​เป็น​บุตร​เขย​ผู้ใด​ ! พระองค์​ไม่รู้จัก​เสด็จ​อา​ห​มิน​อ๋อง​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ? หาก​ใต้เท้า​เจียง​มีใจคิดคด​จริง​ ไม่ต้อง​ให้​พระองค์​ลงมือ​ ห​มิน​อ๋อง​ก็​ช่วย​จัดการ​แทน​แน่นอน​ ! นอกจากนี้​น้อง​เว่ยเว่ย​ยัง​ไร้เดียงสา​ จิตใจ​บริสุทธิ์​และ​ซื่อสัตย์​ หาก​มีนาง​อยู่แล้ว​ รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ไม่มีทางเดิน​บน​ทาง​ที่​ผิด​แน่นอน​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทอดพระเนตร​ผู้สืบทอด​บัลลังก์​ด้วย​ความพอ​พระทัย​ แต่​ก็​ยัง​.อด​ไม่ได้​ที่จะ​เตือน​ “เจ้ามีหัวใจ​ที่​ยิ่งใหญ่​ ต่อไป​จะต้อง​เป็น​ฮ่องเต้​ผู้​ปราดเปรื่อง​ แต่​ความ​ใจดี​ต้อง​มีขอบเขต​ ฮ่องเต้​ต้อง​รู้จัก​ใช้ความเมตตา​และ​ความ​น่าเกรงขาม​พร้อมกัน​ ไม่อาจ​ปล่อย​ให้​ขุนนาง​ปีน​ขึ้น​ศีรษะ​ได้​ !”


องค์​รัชทายาท​เผย​สีพระพักตร์​ยอมรับ​คำสั่งสอน​ “เอ๋อร์เฉิน​จะจำไว้​และ​ไม่ทำให้​ฟู่หวง​ทรง​ผิดหวัง​แน่นอน​พ่ะย่ะค่ะ​ !”


แม้ว่า​ที่ดิน​จำนวน​2พันหมู่​กำลัง​ไถพรวน​ให้​ทัน​ฤดูใบไม้ผลิ​อยู่​ แต่​เมื่อ​มีหัวเรี่ยวหัวแรง​ใหญ่​อย่าง​ผู้ดูแล​ฉูและ​ขันที​ฝูหรง​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงเดินทาง​ไป​ตรวจงาน​ช่วง​สาย​วัน​ละ​หนึ่ง​รอบ​เท่านั้น​ นาง​แค่​แนะนำ​และ​เตรียมการ​บางอย่าง​เล็ก​ๆน้อย​ๆก็​สามารถ​วางมือ​จาก​งาน​ได้​แล้ว​ !


ตอนเที่ยง​ยังมี​เวลา​เอา​อาหารกลางวัน​ไป​ส่งให้​สามี แม้ใน​เรือน​จะมีแม่ครัว​อยู่​ แต่​อาหาร​ของ​สามีนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ลงมือทำ​ด้วยตัวเอง​ แต่ละวัน​เปลี่ยน​อาหาร​ไม่ซ้ำกัน​ให้​เขา​ แม้งาน​ของ​เจียง​โม่หา​น​จะหนัก​แต่​ใน​ช่วง​ครึ่ง​เดือน​ถัดมา​เขา​กลับ​อ้วน​ขึ้น​ด้วย​


มีครั้งหนึ่ง​ ใต้เท้า​หลิว​หรือ​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​เดิน​มาที่​ห้องทำงาน​ของ​เจียง​โม่หา​น​ใน​เวลา​กิน​อาหารกลางวัน​พอดี​ เมื่อ​เห็น​อาหาร​หลาก​สีสัน​บน​โต๊ะ​แล้ว​ เขา​ก็​ยืน​ตกตะลึง​ในทันที​ เจียง​โม่หา​น​เอ่ยปาก​ชวน​เขา​ด้วย​ความสุภาพ​ แม้ปาก​ใต้เท้า​หลิว​จะเอ่ย​ปฏิเสธ​ แต่​เท้า​ไม่เดิน​ออก​ไป​อย่าง​ที่​ปาก​พูด​ เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​จึงชวน​เขา​อี​กรอบ​ ใต้เท้า​หลิว​ถึงได้​ตอบ​ตกลง​อย่าง​ ‘เลี่ยง​ไม่ได้​’


หลัง​ได้​ลอง​กิน​อาหาร​มื้อ​นี้​แล้ว​ ทุกครั้ง​เมื่อ​ถึงเวลา​เที่ยงวัน​ ใต้เท้า​หลิว​ก็​จะถือ​กล่อง​อาหาร​ที่​คนใน​จวน​นำมา​ส่งแล้ว​มาสาน​สัมพันธ์​อัน​ดี​กับ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ แต่​ในความเป็นจริง​แล้ว​แค่​อยาก​กิน​อาหาร​ที่​สกุล​เจียง​ส่งมาให้​ต่างหาก​ !


เมื่อ​มีคน​มาแย่ง​อาหาร​เพิ่ม​หนึ่ง​คน​ อาหาร​ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​ไม่พอ​กิน​อีกต่อไป​ ทว่า​อาหาร​ที่​ใต้เท้า​หลิว​เอา​มา เจียง​โม่หา​นก​ลับ​ไม่กิน​แม้แต่​คำ​เดียว​เพราะ​ลิ้น​คุ้นชิน​กับ​รส​มือ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ไป​แล้ว​ อย่า​ว่าแต่​แตะต้อง​ของ​พวก​นั้น​เลย​ แต่ละครั้ง​อาหาร​ที่​สกุล​เจียง​ส่งมาจะถูก​แย่ง​กิน​จน​หมด​ แต่​อาหาร​สกุล​หลิว​ถูก​แตะ​แค่​สอง​คำ​เท่านั้น​…


ช่วง​สอง​สามวันนี้​หลิน​เว่ยเว่ย​ค่อนข้าง​ยุ่ง​ เรื่อง​นำ​อาหาร​มาส่งจึงให้​บ่าว​รับหน้าที่​ แต่​เมื่อ​ถึงเวลา​กิน​อาหารเย็น​ นาง​ต้อง​ตกใจ​กับ​ความอยาก​อาหาร​ที่​เพิ่มขึ้น​อย่าง​กะทันหัน​ของ​บัณฑิต​น้อย​ ราวกับว่า​เขา​ทน​หิว​มานาน​อย่างไร​อย่างนั้น​ พอ​สอบถาม​จึงได้​รู้​ว่า​มื้อ​เที่ยง​สามีจะได้​กินข้าว​แค่​ครึ่ง​ถ้วย​เท่านั้น​


หลิน​เว่ยเว่ย​ก่น​ด่า​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ว่า​ “หน้าด้าน​” แต่​ก็​ยัง​เอ็นดู​สามีตัวเอง​…ถ้าไม่พอ​กิน​แล้ว​เหตุใด​ไม่บอก​นาง​ ? ตอนบ่าย​ทำงาน​แบบ​ท้องร้อง​ ทรมาน​จะตาย​ไป​ ! วันรุ่งขึ้น​ อาหาร​ที่​ให้​สามีจึงถูก​เพิ่มปริมาณ​เป็น​เท่าตัว​และ​ใน​ตอนบ่าย​ยังมี​บ่าว​เอา​ขนม​ไป​ให้​ด้วย​…


ทว่า​ส่วนใหญ่​ขนม​พวก​นี้​จะเข้าไป​อยู่​ใน​ท้อง​สหาย​ร่วมงาน​ของ​เจียง​โม่หา​น…​เพราะ​คน​พวก​นี้​ไม่ได้​หน้าหนา​เท่า​ผู้ตรวจการ​จึงไม่กล้า​ไป​ขอ​กินข้าว​ด้วย​ เมื่อ​พวกเขา​เห็น​บ่าว​สกุล​เจียง​เข้ามา​ใน​ที่ทำการ​ยาม​บ่าย​ พวกเขา​ก็​คำนวณ​เวลา​แล้​วหา​เหตุผล​ไป​เดินเล่น​ที่​ห้องทำงาน​ของ​เจียง​โม่หา​น​และ​ขอ​ขนม​มาสอง​ชิ้น​…


เจียง​โม่หา​น​หมด​คำ​จะพูด​ ‘คน​พวก​นี้​นี่​มัน​อย่างไร​ !’


ทว่า​กิน​ของ​คนอื่น​แล้ว​ต้อง​สุภาพ​กับ​อีก​ฝ่าย​ด้วย​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​เจียง​โม่หา​น​ก็ได้​พบ​ว่า​ผู้​คนใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​เริ่ม​ดี​กับ​เขา​มากขึ้น​เรื่อยๆ​ เจ้าหน้าที่​6คน​ หรือ​แม้แต่​เจ้าหน้าที่​จางที่​เคย​ไม่พอใจ​ใน​ตัว​เขา​ตั้งแต่​ตอนแรก​ก็​ยัง​สุภาพ​ด้วย​ ตอน​คนอื่น​มาขอ​ขนม​ก็​ยัง​ช่วย​งาน​เล็ก​ๆน้อย​ๆให้​เขา​…จึงบังเกิด​ความสามัคคี​ขึ้น​ใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​…


ฤดูใบไม้ผลิ​ผ่านพ้น​ ฤดูร้อน​มาเยือน​ ต้นกล้า​ข้าวโพด​สูงเท่าตัว​คน​แล้ว​ ใบ​เขียว​ราวกับ​มรกต​ เมื่อ​ลม​พัดผ่าน​ ใบไม้​ก็​จะเสียดสี​กัน​จน​เกิด​เสียง​ไพเราะ​ ข้าวสาลี​ฤดูใบไม้ผลิ​กำลัง​ออกรวง​สร้าง​เกลียวคลื่น​อัน​เขียวขจี​ รวงข้าว​กลิ่นหอม​ชวน​ดม​ เมื่อ​สายลม​พัดผ่าน​กลิ่นหอม​ของ​รวงข้าว​ก็​จะถูก​พัด​ออก​ไป​ด้วย​


ผู้ดูแล​ฉูเดิน​ตามหลัง​นาย​หญิง​ ขณะ​มอง​รวงข้าว​ใน​ทุ่ง​ด้วย​ความตื่นเต้น​ เขา​ก็​พูดว่า​ “นาย​หญิง​ ข้าน้อย​ทำ​เกษตร​มานาน​ขนาด​นี้​ยัง​ไม่เคย​เห็น​รวงข้าว​ที่​ออกรวง​ได้​ยาว​เท่านี้​เลย​ขอรับ​ ข้าน้อย​ลอง​คำนวณ​ดู​แล้ว​ว่า​อย่าง​น้อย​หนึ่ง​หมู่​จะให้​ผลผลิต​100ชั่งขึ้นไป​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบยก​ข้ออ้าง​ที่​คิด​ไว้​แล้ว​ออกมา​ “นี่​เป็น​เมล็ดพันธุ์​อย่าง​ดี​ที่​เรา​เลือก​มาจาก​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ใน​เนื้อที่​พัน​กว่า​หมู่​ แยก​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​ที่​ให้​รวง​ยาว​ที่สุด​และ​เต็ม​รวง​ที่สุด​ สามปี​ที่​เก็บเกี่ยว​มาจึงมีเมล็ดพันธุ์​คุณภาพดี​อยู่​เท่านี้​”


ผู้ดูแล​ฉูจด​จำไว้​ใน​ใจ ก่อนที่จะ​เกี่ยว​ข้าวสาลี​ได้​ เขา​เอง​ก็​รวบรวม​ผู้เช่า​มาหา​รวงข้าว​คุณภาพดี​ตาม​ที่ดิน​แปลง​ต่างๆ​อย่าง​ระมัดระวัง​…เลือก​ออกมา​แบบนี้​แล้ว​ ผลผลิต​ข้าวสาลี​ใน​ปี​ถัดไป​จะเพิ่ม​สูงขึ้น​หรือเปล่า​ ?


ผู้ดูแล​ฉูจัดการ​พืชผล​ใน​ไร่​ได้​ดีมาก​ หลิน​เว่ยเว่ย​เดิน​ดู​รอบ​ไร่​หนึ่ง​รอบ​ จากนั้น​ก็​ไปดู​ ‘ไร่​ทดลอง​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ ขันที​ฝูหรง​ตื่น​มานั่ง​ใต้​ร่มไม้​ข้าง​บ่อ​ปลา​แต่เช้า​ มือ​ข้าง​หนึ่ง​ถือ​คันเบ็ด​ อีก​ข้าง​ถือ​พัด​ ข้าง​กาย​ยังมี​ขันที​น้อย​คอย​ริน​ชาอุ่น​ๆให้​ดื่ม​ เขา​ใช้ชีวิต​ได้​อย่าง​มีความสุข​สุด​ๆ


เมื่อ​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​เดิน​เข้ามา​ เขา​ก็​รีบ​วาง​คันเบ็ด​ใน​มือ​ลง​แล้ว​ลุก​ออก​ไป​ต้อนรับ​ หลิน​เว่ยเว่ย​เหลือบมอง​ป้าย​อีก​ด้าน​ของ​คันเบ็ด​แล้ว​อดไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​ออกมา​ “ฝูหรงกงกง​กำลัง​เลียนแบบ​เจียง​ไท่กง​ตกปลา​…ปลา​ตัว​ไหน​ตกลงใจ​ว่า​ไม่อยาก​จะมีชีวิต​อยู่​ ก็​มากิน​เบ็ด​คัน​นี้​เอา​เอง​เถิด​อย่างนั้น​หรือ​ ?”


ขันที​ฝูหรง​ยิ้ม​ “ปลา​ใน​บ่อ​ยัง​เล็ก​อยู่​พ่ะย่ะค่ะ​ กระหม่อม​จะทำใจ​ให้​ลูกปลา​ตาย​ได้​อย่างไร​ ? คน​ตกเบ็ด​มีจิตใจ​อยู่​ที่​เบ็ด​ ไม่ได้​อยู่​ที่​ปลา​…องค์​หญิง​ วิธีทำ​เกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ของ​พระองค์​ช่างวิเศษ​ไป​เลย​พ่ะย่ะค่ะ​ ! ให้​เลี้ยง​ไก่​บน​เขา​ แต่ละวัน​ให้อาหาร​แค่​ครั้ง​เดียว​ก็​พอแล้ว​ เพราะ​มีไก่​คอย​กิน​หนอน​แมลง​ให้​และ​ยัง​ได้​มูล​จาก​ไก่​เป็น​ปุ๋ย​อีก​ ต้นกล้า​ผลไม้​บน​เขา​จึงเติบโต​ดี​สุด​ๆไป​เลย​ ! มูล​หมู​ มูล​วัว​นำมา​ทำตาม​วิธี​ที่​พระองค์​ชี้แนะ​ก็​ทำ​ปุ๋ยคอก​ออกมา​ได้​ไม่น้อย​เลย​ พอได้​ปุ๋ย​เพียงพอ​ แม้ไร่​นี้​จะหว่าน​เมล็ด​ช้ากว่า​ไร่​ของ​พระองค์​หลาย​สิบ​วัน​ แต่​ก็​เติบโต​ดี​ยิ่งกว่า​ไร่​ฝั่งนั้น​อีก​พ่ะย่ะค่ะ​…”


ตอนที่​ 638: ตอนกลาง​วันทำงาน​แล้ว​ตอนกลางคืน​พวก​เจ้าทำ​อะไร​กัน​


ผู้ดูแล​ฉูที่​เดิน​ตามมา​ข้างหลัง​จึงไม่สบอารมณ์​ขึ้น​มาทันที​ “ฝูหรงกงกง​ ตอน​พูดถึง​ไร่​ตัวเอง​ก็​อย่า​ลาก​ทาง​ฝั่งพวกเรา​ไป​เหยียบย่ำ​ได้​หรือไม่​ ? พืชผล​ของ​เรา​สู้ของ​ท่าน​ไม่ได้​ตรงไหน​ ? ตอน​เก็บเกี่ยว​แล้ว​พวกเรา​ค่อย​มาพิสูจน์​กัน​ !”


“ผู้ดูแล​ฉู ท่าน​อย่า​เพิ่ง​โมโห​ ! ข้า​ไม่ได้​เหยียบย่ำ​ ข้า​แค่​หยิบยก​มาพูด​เท่านั้น​ ! แล้ว​ยังมี​ปลา​ใน​บ่อ​นี้​อีก​ ข้า​ใช้มูล​ไก่​ มูล​วัว​ที่​ทำความสะอาด​แล้ว​มาทำอาหาร​ปลา​ มัน​จึงตัว​อ้วน​เชียว​ล่ะ​…” ขันที​ฝูหรง​ยิ้ม​เหมือน​พระ​ศรีอริย​เมตไตรย​ ดวงตา​ของ​เขา​แทบจะ​กลายเป็น​เส้นตรง​อยู่แล้ว​


ผู้ดูแล​ฉูทน​เห็น​ใบหน้า​ชั่วร้าย​ของ​เขา​ไม่ได้​ จึงเผลอ​พูดว่า​ “การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​เป็น​ความคิด​ของ​นาย​หญิง​บ้าน​เรา​ แล้ว​ท่าน​ภูมิใจทำไม​ ?”


“นี่​ก็​พิสูจน์​ว่า​ข้า​มีแววตา​หลักแหลม​ เลือก​ตาม​เจ้านาย​ถูก​คน​ แล้ว​จะไม่ภูมิใจได้​อย่างไร​ ? ผู้ดูแล​ฉู ท่าน​ดูแล​ไร่​สินเดิม​ของ​องค์​หญิง​ ส่วน​ข้า​ดูแล​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ น้ำ​บ่อ​ไม่ยุ่ง​กับ​น้ำ​คลอง​ แล้ว​ท่าน​จะวาง​ท่าทาง​หาเรื่อง​ข้า​ทำไม​ ?” สมแล้ว​ที่​ขันที​ฝูหรง​มาจาก​วังหลวง​ ตอน​เริ่มแรก​พูด​เอาใจ​เจ้านาย​อย่าง​หลิน​เว่ยเว่ย​ จากนั้น​ยัง​วาง​อุบาย​ต่อหน้า​เจ้านาย​อีก​ ความหมายแฝง​คือ​…ผู้ดูแล​ฉูกำลัง​หาเรื่อง​ตน​เพื่อ​ทำลาย​ความสามัคคี​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “พวก​ท่าน​ทำงาน​กัน​ได้​ไม่เลว​ ! ตอน​สิ้นปี​เอา​อั่งเปา​ซอง​ใหญ่​ๆไป​เลย​ ! สถานการณ์​ของ​ทั้งสอง​ไร่​เป็น​อย่างไร​ ข้า​รู้ดี​แก่​ใจ ! ฝูหรงกงกง​ ตอนนี้​ใน​ฟาร์ม​วัว​มีวัว​อยู่​กี่​ตัว​ ?”


ขันที​ฝูหรง​เหลือบมอง​ผู้ดูแล​ฉูด้วย​สายตา​ได้ใจ​แวบ​หนึ่ง​แล้ว​หันมา​ตอบคำถาม​ “ทูล​องค์​หญิง​ ตอนนี้​มีวัว​โต​เต็ม​วัย​30ตัว​ ลูก​วัว​18ตัว​ เติบโต​ดี​ทุก​ตัว​ พระองค์​จะไปดู​หรือไม่​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


“ไม่ดีกว่า​ ฝูหรงกงกง​เป็น​คน​จัดการ​ ข้า​ก็​วางใจ​ แต่​จำนวน​วัว​ยังมี​น้อย​ไป​หน่อย​ เป้าหมาย​ของ​ข้า​คือ​เมื่อ​ถึงสิ้นปี​แล้ว​วัว​ใน​ฟาร์ม​จะต้อง​มีเพิ่ม​เป็น​สี่เท่า​ !” วัว​48ตัว​ แค่​ที่ดิน​สอง​ผืน​นี้​ยัง​ไม่พอ​ใช้แล้ว​ จะปล่อย​เช่าให้​ราษฎร​ได้​อย่างไร​ ?


มุมปาก​ขันที​ฝูหรง​กระตุก​…สี่เท่า​ ? ก็​เท่ากับ​เกือบ​สอง​ร้อย​ตัว​…เขา​ยัง​สร้าง​วัว​ออก​มาจาก​อากาศ​ไม่ได้​สักหน่อย​ ‘องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ทรง​ไม่พอ​พระทัย​ใน​ตัว​กระหม่อม​หรือเปล่า​ ถึงได้​จงใจสร้าง​ความลำบาก​ให้​กัน​ ?’


ทว่า​คำพูด​ประโยค​ถัดไป​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ทำให้​หัวใจ​ที่​เต้น​รัว​ของ​เขา​กลับมา​สงบ​อีกครั้ง​ “ข้า​ส่งจดหมาย​ไป​ยัง​ภาคเหนือ​แล้ว​ บอก​ให้​พวกเขา​ส่งพ่อพันธุ์​แม่พันธุ์​วัว​มาหนึ่ง​ชุด​ เดือน​หน้า​ก็​ใกล้​จะถึงเมืองหลวง​แล้ว​ล่ะ​ ฝูหรงกงกง​อย่า​ลืม​ให้​คน​ไป​รับ​สินค้า​ที่​ท่าเรือ​ด้วย​…”


หลัง​กลับ​จาก​ไร่​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​คิด​ว่า​ช่วง​หลาย​วันนี้​ตน​ไม่ค่อย​ได้​กลับ​ไป​บ้าน​มารดา​เลย​ นาง​จึงทำ​ขนม​เล็กน้อย​แล้ว​แบ่ง​ใส่กล่อง​สามใบ​ ใบ​แรก​ให้​คน​นำ​ไป​ส่งที่​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​เพื่อ​เป็น​อาหารว่าง​แก่​สามี ส่วน​อีก​สอง​กล่อง​ที่​เหลือ​นาง​หอบ​ไป​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ก่อน​แล้ว​ค่อย​ไป​จวน​สกุล​หลิน​…


เมื่อ​ไป​ถึงตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ก็​เห็น​นาง​หวง​กำลัง​สนทนา​อยู่​กับ​ห​มิน​หวา​งเฟย​ ! ทั้งสอง​เข้ากันได้ดี​ตั้งแต่​สามปีก่อน​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​หนิง​ซีแล้ว​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ผู้​มีอารมณ์ขัน​กับ​นาง​หวง​ผู้​อ่อนโยน​จึงกลายเป็น​พี่น้อง​ที่​รู้ใจ​กัน​ แม้จะกลับมา​ที่​เมืองหลวง​แล้ว​ ทั้งสอง​ก็​ยัง​ติดต่อกัน​เหมือนเดิม​


ห​มิน​หวา​งเฟย​ไม่ได้​เสวย​ขนม​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​นาน​แล้ว​…นาง​คิด​บ่อยๆ​ว่า​ไม่ควร​สนใจ​สายตา​คนอื่น​เลย​ แต่​ควร​ยืนกราน​ให้​สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​อยู่​ใน​ตำหนัก​อ๋อง​ต่อไป​ ถึงแม้บ้าน​ทั้งสอง​จะอยู่​ห่าง​กัน​ไม่ไกล​ แต่​ก็​ไม่สะดวก​เท่า​เวลา​อยู่​ด้วยกัน​หรอก​


นาง​หวง​อยู่​ด้วย​พอดี​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงไม่ต้อง​ไป​จวน​สกุล​หลิน​อี​กรอบ​ ขณะ​อยู่​คุย​เป็นเพื่อน​มารดา​ทั้งสอง​ จู่ๆห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​หันไป​ถามนาง​หวง​ว่า​ “ปี​นี้​เว่ยเอ๋อร์​จะอายุ​19ปี​แล้ว​ใช่หรือไม่​ ?”


นาง​หวง​พยักหน้า​ “ใช่แล้ว​ ! เข้าเดือน​สิบสอง​นี้​ก็​ครบ​19ปี​แล้ว​เพคะ​…”


มารดา​ทั้งสอง​มองหน้า​กัน​ไปมา​แล้ว​จู่ๆก็​หันมา​มอง​หน้าท้อง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​พร้อมกัน​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ถามขึ้น​มาตามตรง​ “เว่ยเอ๋อร์​ ตอน​คนอื่น​อายุ​เท่านี้​ ลูก​ของ​พวกเขา​วิ่ง​เต็ม​บ้าน​แล้ว​ ตอน​แม่อายุ​19ปี​ พี่ชาย​ของ​เจ้าก็​เรียก​แม่ได้​แล้ว​นะ​ !”


พอ​หลิน​เว่ยเว่ย​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ ขนม​ที่​กิน​อยู่​ก็​แทบ​ติดคอ​ทันที​ หลังจาก​ไอ​เสร็จ​แล้วก็​รีบ​รับ​ถ้วย​น้ำชา​ที่​นาง​หวง​ยื่น​ให้​ “หมู่​เฟย​ นี่​พระองค์​…กำลัง​เร่ง​ให้​หม่อมฉัน​มีลูก​หรือ​เพ.คะ​ ?”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ตรัส​ด้วย​น้ำเสียง​สมเหตุสมผล​ “อายุ​ขนาด​นี้​ก็​มีได้​แล้ว​ ! จริง​สิ เจ้ากับ​หา​นเอ๋อร์​ร่วม​หอ​กัน​หรือยัง​ ?”


“หมู่​เฟย…​พระองค์​ช่วย​ถามให้​อ้อมค้อม​หน่อย​ได้​ไหม​เพ.คะ​ ? ช่วย​รักษา​ท่าที​หน่อย​ได้​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ดู​ไม่เขินอาย​แม้แต่น้อย​ เพียง​กลอกตา​ให้​หมู่​เฟย​เท่านั้น​


ห​มิน​หวา​งเฟย​พยัก​ดวง​พักตร์​ “ได้​ เช่นนั้น​แม่ถามใหม่​ เว่ยเอ๋อร์​ เจ้ากับ​สามีทำกิจกรรม​ใน​ห้องนอน​กัน​แล้ว​หรือยัง​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ถูจมูก​และ​หัวเราะ​เสียง​แห้ง​สอง​ครั้ง​ “ยัง​เพ.คะ​…นี่​ก็​เพราะ​…เพราะ​พวกเรา​ต่าง​ยุ่ง​กัน​มาก​จึงไม่ได้​สนใจ​มัน​เพ.คะ​ !”


“ตอนกลางวัน​พวก​เจ้าทำงาน​แล้ว​ตอนกลางคืน​ยัง​ยุ่ง​ด้วย​หรือ​ ?” ห​มิน​หวา​งเฟย​จ้อง​นาง​ด้วย​ความ​ไม่พอ​พระทัย​ “หา​นเอ๋อร์​เล่า​ ? เขา​ไม่ได้​แสดงท่าที​อะไร​เลย​หรือ​ ?”


“บัณฑิต​น้อย​เป็น​คน​ค่อนข้าง​ขี้อาย​เพ.คะ​…” หลิน​เว่ยเว่ย​ช่วย​พูด​แทน​สามี


ห​มิน​หวา​งเฟย​ขมวด​พระ​ขนง​ “พวก​เจ้ายังอยู่​ห้อง​เดียวกัน​และ​นอน​เตียง​เดียวกัน​หรือไม่​ ?”


เมื่อ​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ นาง​ก็​ตรัส​ด้วย​ความสงสัย​ “ไม่ถูก​ ! ตาม​หลัก​แล้ว​ วัย​ของ​หา​นเอ๋อร์​น่าจะ​เลือดร้อน​ อยาก​แสดง​พลัง​ ภรรยา​ก็.​งดงาม​ขนาด​นี้​มานอน​อยู่​ข้างๆ​ จะไม่แสดงท่าที​ได้​อย่างไร​ ? หรือว่า​…เขา​ป่วย​เป็นโรค​ ? ถ้าเป็น​อะไร​ก็​ต้อง​รีบ​รักษา​ ! จะเก็บ​ซ่อน​ไม่ได้​เด็ดขาด​ !”


นาง​หวง​เอื้อมมือ​มาดึง​ห​มิน​หวา​งเฟย​ด้วย​ใบ​หน้าแดง​ระเรื่อ​ “เว่ยเอ๋อร์​ยัง​เด็ก​ พระองค์​ตรัส​เรื่อง​พวก​นี้​ต่อหน้า​นาง​จะเหมาะสม​หรือ​เพคะ​ ?”


“มีอะไร​ไม่เหมาะสม​ ? นาง​แต่งงาน​มาสามปี​แล้ว​ น่าจะ​รู้เรื่อง​บน​เตียง​ของ​สามีภรรยา​ได้​แล้ว​เช่นกัน​” ทันใดนั้น​นาง​ก็​ลุกขึ้น​แล้ว​หยิบ​หนังสือ​เล่ม​หนึ่ง​ออกจาก​กล่อง​สินเดิม​ของ​ตน​ จากนั้น​ยัด​ใส่มือ​หลิน​เว่ยเว่ย​ “เอา​ไป​แล้ว​ค่อยๆ​อ่าน​ !”


เมื่อ​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​พลิก​อ่าน​ด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​รีบ​จับมือ​นาง​ไว้​ด้วย​สีพระพักตร์​แดงก่ำ​พร้อม​ดุว่า​ “อย่า​เพิ่ง​อ่าน​ตอนนี้​ กลับ​ไป​อ่าน​กับ​สามีของ​เจ้าโน้น​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​มีลางสังหรณ์​บางอย่าง​จึงแอบ​หัวเราะ​ใน​ใจ ‘หนังสือ​ที่​หมู่​เฟย​ให้​นาง​มา คง​ไม่ใช่หนังสือ​ผู้ใหญ่​ของ​คน​สมัยโบราณ​หรอก​กระมัง​ ? ไม่รู้​ว่า​หนังสือ​ของ​คน​สมัยโบราณ​จะเผ็ดร้อน​เหมือน​หนังสือ​ ‘…’ ของ​ยุค​อนาคต​หรือไม่​ !’


นาง​แกล้ง​ทำเป็น​ใสซื่อ​แล้ว​เก็บ​หนังสือ​อย่าง​คน​ไม่รู้ความ​ หลัง​รับประทาน​อาหารเย็น​เป็นเพื่อน​มารดา​ทั้งสอง​แล้ว​ถึงได้​นำ​หนังสือ​ลึกลับ​เล่ม​นั้น​กลับมา​ที่​เรือน​หลัง​น้อย​อัน​แสน​อบอุ่น​ของ​ตน​กับ​บัณฑิต​น้อย​


ช่วง​บ่าย​ เจียง​โม่หา​นอ​อก​ไป​เดิน​สำรวจ​หมู่บ้าน​สอง​สามแห่ง​ใน​แถบ​ชานเมือง​แล้ว​กลับมา​จดบันทึก​ที่​ห้อง​หนังสือ​ เมื่อ​มีสมุดบัญชี​ที่​ตีพิมพ์​ออกมา​แล้ว​ งาน​ของ​เขา​ก็​เสร็จ​เร็ว​ขึ้น​มาก​


นับตั้งแต่​ที่​เขา​นำ​ข้อมูล​ของ​อดีต​และ​ปัจจุบัน​มาเปรียบเทียบ​กัน​ด้วย​รูปแบบ​ตาราง​ให้​ฮ่องเต้​ทอดพระเนตร​ มัน​ก็​ได้รับ​การ​สนับสนุน​จาก​ฮ่องเต้​ การจดบันทึก​ใน​รูปแบบ​แผนภูมิ​นี้​จึงกลาย​เป็นที่นิยม​ใน​หมู่​สำนัก​และ​กรม​ต่างๆ​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ทุกคน​ก็​เริ่ม​เล็งเห็น​ถึงความ​สะดวกสบาย​และ​ความ​ใช้งาน​ง่าย​ของ​การจดบันทึก​ประเภท​นี้​ แม้แต่​นัก​บัญชี​ของ​ตระกูล​ต่างๆ​ ยัง​เริ่ม​ศึกษา​และ​ใช้วิธี​จดบันทึก​รูปแบบ​นี้​เช่นกัน​ ! ตอน​แรกเริ่ม​สมุดบัญชี​ของ​ร้าน​โม่เซียง​ถูก​ถามซื้อ​ตามปกติ​จน​ไป​ถึงแย่ง​ซื้อ​ ทำให้​ก่อเกิด​กำไร​อย่าง​มหาศาล​


ทว่า​แผนภูมิ​ประเภท​นี้​ถูก​เลียนแบบ​ได้​ง่าย​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​จึงมีร้าน​อื่น​เริ่ม​ทำ​เลียนแบบ​ กั๋วจิ้วเย่​จึงไปหา​เจียง​โม่หา​น​ ทั้งสอง​คน​ร่วมมือ​กัน​ คน​หนึ่ง​ออกแบบ​ คน​หนึ่ง​ตีพิมพ์​จำหน่าย​และ​ยัง​ออก​สมุดบัญชี​ที่​ให้​ประโยชน์​สูงมาอีก​สอง​สามแบบ​ แม้ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ก็​มีของ​เลียนแบบ​ออกมา​อีก​ แต่​กิจการ​ร้าน​โม่เซียง​กลับ​ดำเนิน​ไป​ได้​อย่าง​ยั่งยืน​


ตอนที่​ 639: หรือยัง​ต้อง​รอ​ฤกษ์​งามยา​มดี​ด้วย​ ?


วันนี้​เจียง​โม่หา​น​เลิกงาน​ค่อนข้าง​เย็น​ หลัง​เก็บ​เอกสาร​บน​โต๊ะ​แล้ว​จู่ๆเขา​ก็​พบ​ว่า​เหมือน​ขาด​อะไร​บางอย่าง​ไป​ หืม​? เหตุใด​คืนนี้​ภรรยา​ตัว​น้อย​ของ​เขา​ถึงไม่มาที่​ห้อง​หนังสือ​ ?


เมื่อ​เห็น​ว่า​ห้องนอน​ยังมี​แสงไฟอยู่​ เขา​ก็​ผลัก​ประตู​เข้าไป​ด้วย​ความสงสัย​และ​เห็น​เพียง​ภรรยา​ตัว​น้อย​กำลัง​นั่ง​พิง​หัว​เตียง​และ​อ่านหนังสือ​เล่ม​หนึ่ง​อย่าง​ออกรส​


เจียง​โม่หา​น​ส่ายหน้า​พร้อม​รอยยิ้ม​…เด็กน้อย​ไป​ได้​หนังสือ​เล่ม​ใหม่​มาจาก​ที่ใด​อีก​จึงอ่าน​เพลิน​ขนาด​นี้​ แม้แต่​เขา​เดิน​เข้ามา​ นาง​ก็​ยัง​ไม่รู้ตัว​


รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ผู้​โดน​เมิน​จึงรู้สึก​ผิดหวัง​เล็กน้อย​ เมื่อ​เข้าไป​นั่ง​ข้าง​ภรรยา​แล้ว​ นาง​ก็​ยัง​อ่านหนังสือ​เล่ม​นั้น​อย่าง​ตั้งใจ​ เจียง​โม่หา​น​รู้สึก​สงสัย​ยิ่งกว่า​เดิม​จึงชะโงก​หน้า​ไปดู​…


เท่านั้นเอง​ ใบหน้า​อัน​หล่อเหลา​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ก็​เป็น​เหมือน​ปู​ต้ม​ทันที​ คือ​…แดง​ไป​หมด​ เขา​ทำตัว​เหมือน​โดน​น้ำร้อน​ลวก​และ​กระโดด​ออกจาก​เตียง​พลาง​ถอยห่าง​ไป​หลาย​ก้าว​จน​ทำให้​กระถางต้นไม้​ข้าง​เตียง​ล้มกลิ้ง​


ในที่สุด​เสียง​ของ​กระถางต้นไม้​ล้ม​ก็​ทำให้​หลิน​เว่ยเว่ย​หันมา​สนใจ​โดย​ละสายตา​จาก​หนังสือ​เล่ม​นั้น​ เมื่อ​นาง​เงยหน้า​ขึ้น​ก็​เห็น​ใบหน้า​อัน​หล่อเหลา​ของ​เจียง​โม่หา​น​เป็น​เหมือน​ก้น​ลิง​ ภายใต้​แสงเทียน​ บุรุษ​ที่​งดงาม​ดั่ง​เทพ​เซียน​กำลัง​ยืน​เขินอาย​อยู่​แบบ​นั้น​ ทำให้​นาง​อดไม่ได้​ที่จะ​ดึง​เทพ​เซียน​องค์​นี้​ลง​มายัง​โลก​มนุษย์​


นาง​กะพริบ​ดวง​ตากลม​โต​ขณะ​ชี้ภาพ​ชาย​หญิง​กำลัง​คลอเคลีย​กัน​ใน​หนังสือ​ จากนั้น​นาง​ก็​พุ่ง​ไป​ตรง​เบื้องหน้า​ของ​บัณฑิต​น้อย​แล้ว​ถามด้วย​ความสงสัย​ว่า​ “ท่าน​พี่​ ท่าน​ดู​ภาพ​แปลกๆ​นี่​สิ ชาย​หญิง​กำลัง​ต่อสู้​กัน​ ! ผู้ชาย​คน​นี้​นิสัย​ไม่ดี​สุด​ๆ ถึงขั้น​กด​ผู้หญิง​ไว้​ด้านล่าง​…”


ใบหน้า​ของ​เจียง​โม่หา​น​แดง​กว่า​เดิม​ทันที​ ทั้ง​ตัวร้อน​เหมือน​ไฟ เขา​ถอย​ไป​ด้านหลัง​อีก​สอง​ก้าว​พลาง​หลบสายตา​ไม่กล้า​มอง​หนังสือ​เล่ม​นั้น​แล้ว​พูด​อย่าง​ติดอ่าง​ว่า​ “นะ​…นั่น​ไม่ใช่การต่อสู้​…ใคร​ให้​หนังสือ​เล่ม​นี้​กับ​เจ้า ?” มีอย่าง​ที่ไหน​กัน​ ใน​เรือน​ถึงขั้น​มีคน​กล้า​ทำ​เรื่อง​แบบนี้​ใต้​เปลือกตา​ของ​เขา​ ถึงช่วงนี้​จะงาน​ยุ่ง​ไป​หน่อย​ แต่​ก็​ยัง​หา​เวลา​ออกมา​สั่งสอน​พวก​บ่าว​ได้​ !


“ไม่ได้​สู้กัน​แล้ว​ทำ​อะไร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​พลิก​ไป​อีก​หน้า​แล้ว​ร้อง​ ไอ​โหย​ว​ ออกมา​ “ท่าน​พี่​ ท่าน​รีบ​ดู​เร็ว​ เจ้าคนชั่ว​กำลัง​ทรมาน​ผู้หญิง​อยู่​ล่ะ​…ดูท่าทาง​นาง​เจ็บปวด​มาก​ !”


“…” เจียง​โม่หา​นอ​ยาก​บอ​กว่า​นั่น​ไม่ใช่ท่าทาง​ของ​คนเจ็บ​ !


เขา​ไม่รู้​จะตอบ​อย่างไร​จึงเลี่ยง​ไม่ตอบ​ดีกว่า​ เจียง​โม่หา​น​ถามด้วย​สีหน้า​บึ้งตึง​ “เจ้ายัง​ไม่ได้​ตอบ​เลย​ว่า​ใคร​ให้​หนังสือ​นี้​แก่​เจ้า !”


“หมู่​เฟย​ ! จะเป็น​ใคร​ได้​อีก​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​พลิก​หนังสือ​ เมื่อ​คิด​ว่า​ไม่มีอะไร​น่าดู​แล้ว​นาง​ก็​โยนทิ้ง​ไป​ด้าน​ข้าง​ ก่อน​จะเงยหน้า​มาชื่นชม​สีหน้า​แดงก่ำ​ของ​สามี “วันนี้​ข้า​ทำ​ขนม​ไป​เยี่ยม​หมู่​เฟย​ที่​ตำหนัก​ นาง​ตรัส​ถามข้า​ว่า​อายุ​19ปี​แล้ว​ใช่หรือไม่​…เป็น​มารดา​แล้ว​จะไม่รู้​อายุ​ของ​บุตร​ได้​อย่างไร​ เห็นได้ชัด​ว่า​จงใจถาม !”


คิ้ว​ของ​เจียง​โม่หา​น​ค่อยๆ​คลาย​ออก​…นี่​หมู่​เฟย​คิด​กระตุ้น​ให้​พวกเขา​ร่วม​หอ​ ! แต่​เขา​ยังมี​ความไม่พอใจ​อยู่​พอสมควร​ ‘อยาก​อุ้ม​หลาน​ไวๆ​ ก็​ไม่ควร​เอา​หนังสือ​นี้​มาให้​ภรรยา​ของ​ข้า​ดู​ ! ประเดี๋ยว​ก็​ทำให้​ภรรยา​เสียคน​หมด​…’


ไม่สิ ! ใน​เวลา​ปกติ​เด็กน้อย​ใจกล้า​จะตาย​ ชอบ​ปากว่ามือถึง​กับ​เขา​อยู่​บ่อยครั้ง​ แล้​วจะ​ไม่เข้าใจ​เนื้อหา​ใน​หนังสือ​นั้น​ได้​อย่างไร​…ชาย​หญิง​ต่อสู้​อะไร​กัน​ ! นาง​จงใจแน่นอน​ ! อยาก​เห็น​เขา​เขิน​จน​หน้าแดง​ เด็ก​ตัวแสบ​ไร้​จิตสำนึก​ !


เมื่อ​เผชิญหน้า​กับ​สตรี​ไร้ยางอาย​ก็​ต้อง​ทำ​หน้า​ให้​หนา​กว่า​นาง​เข้า​ไว้​! เจียง​โม่หา​น​ทำ​ใจแข็ง​แล้ว​ก้าว​เข้าไป​ใกล้​ภรรยา​พลาง​เผย​แววตา​ระยิบระยับ​น่า​หวั่นไหว​ออกมา​ “ฝูเห​ริน​อยากรู้​จริง​หรือว่า​…ภาพ​ใน​หนังสือ​คือ​อะไร​ ? ประเดี๋ยว​ข้า​จะใช้ร่างกาย​สาธิต​ให้​เจ้าดู​อย่าง​ละเอียด​ ก่อนอื่น​…ต้อง​ถอดเสื้อผ้า​ให้​หมด​ก่อน​…”


ขณะ​พูด​ก็​เริ่ม​ปลด​เข็มขัด​ของ​ตน​ ต่อ​ด้วย​เสื้อ​ชั้นนอก​แล้ว​เหลือ​ไว้​แต่​ผ้า​เนื้อ​บาง​…


หลิน​เว่ยเว่ย​กลืนน้ำลาย​ลงคอ​ รูปร่าง​ของ​บัณฑิต​น้อย​ภายใต้​ชุด​ด้านใน​ที่​โปร่งบาง​นี้​ดู​มีทรวดทรง​ เป็น​รูปร่าง​ใน​แบบ​ที่​นาง​ชอบ​ที่สุด​…ดูเหมือน​ผอม​แต่​ไม่ได้เสีย​ความงาม​ไป​ ไอ​โหย​ว​ น้ำลาย​จะไหล​แล้ว​ !


หรือว่า​…บัณฑิต​น้อย​จะรู้แจ้ง​ วันนี้​จึงคิด​เผด็จศึก​นาง​ ? หลิน​เว่ยเว่ย​มีทั้ง​ความรู้สึก​รอคอย​และ​ประหม่า​ แม้ว่า​ชาติก่อน​นาง​จะอ่าน​ฉาก​อีโรติก​ของ​นิยาย​ทะลุ​มิติ​มาแล้ว​หลาย​เล่ม​ แต่​ก็​ไม่เคย​ทำ​จริง​สักครั้ง​ ทฤษฎี​พอ​มีอยู่​บ้าง​ แต่​ยัง​ขาด​ประสบการณ์​จริง​ บัณฑิต​น้อย​ก็​ดู​ขาด​ประสบการณ์​เช่นกัน​ ทั้งสอง​จะทำ​จน​เหงื่อ​ออก​แต่​ไม่เข้าถึง​บท​สักที​หรือเปล่า​ ?


“ดูดี​หรือไม่​ ?” ขณะ​มอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​กำลัง​จ้อง​ตา​เขม็ง​ เจียง​โม่หา​น​ก็​หุบ​ยิ้ม​ ความกระหาย​ใน​แววตา​ของ​เจ้าน่ะ​ ช่วย​เก็บ​หน่อย​ได้​ไหม​ !


“ดูดี​ ! ผู้ชาย​ที่​ข้า​เลือก​จะไม่ดูดี​ได้​อย่างไร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​จงใจเผย​ท่าทาง​ลามก​ออกมา​ แต่​ศีรษะ​กลับ​โดน​เจียง​โม่หา​น​ตี​ นาง​ลูบ​ศีรษะ​แล้ว​เผลอ​พูดว่า​ “บัณฑิต​น้อย​ วันนี้​…เจ้าจะเข้า​หอ​กับ​ข้า​หรือ​ ?”


สีหน้า​ของ​เจียง​โม่หา​น​ดู​แข็ง​ค้าง​ในทันที​และ​แกล้งทำ​ไม่รู้ไม่ชี้​ต่อไป​ ก่อน​จะมอง​ภรรยา​อย่าง​เสน่หา​ “เจ้าอยาก​…เข้า​หอ​กับ​ข้า​วันนี้​หรือ​ ?”


“อยาก​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ยอมจำนน​ต่อ​ความงดงาม​และ​รีบ​พยักหน้า​เหมือน​ไก่​จิก​ข้าวสาร​ทันที​


เจียง​โม่หา​น​ใช้นิ้ว​จิ้มหน้าผาก​นาง​ “อยาก​ก็​ต้อง​ทน​ไว้​ ! วันนี้​ไม่ได้​ การ​ร่วม​หอ​ของ​พวกเรา​จะทำ​แบบ​รีบร้อน​ได้​อย่างไร​ ?”


“แล้ว​อย่างไร​ ? เข้า​หอ​ยัง​ต้อง​เลือก​ฤกษ์​งามยาม​ดีแล้ว​ต้อง​จัด​พิธี​อย่างไร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ถามด้วย​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ แต่​มือ​ไม่อยู่​สุข​เพราะ​เอื้อม​ไป​จับ​กล้าม​หน้าท้อง​ของ​บัณฑิต​น้อย​ ดูเหมือน​นิ่ม​แต่​ที่จริง​แล้ว​แข็ง​…หืม​ ? บัณฑิต​น้อย​ที่​อ่อน​แอก็มี​กล้าม​หน้าท้อง​ด้วย​


เจียง​โม่หา​นรี​บ​ตี​มือ​ที่​อยู่ไม่สุข​ของ​นาง​ จากนั้น​หยิบ​เสื้อผ้า​บน​เก้าอี้​มาสวมใส่​อี​กรอบ​เพื่อ​ปกปิด​การเปลี่ยนแปลง​บางอย่าง​ใน​ร่างกาย​ เขา​กระแอม​ไอ​ขึ้น​มาเบา​ๆสอง​ครั้ง​ “อย่างไร​ก็​ต้อง​จัด​แบบ​ง่ายๆ​ !”


สายตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​กวาด​มอง​บาง​จุด​ของ​บัณฑิต​น้อย​ “ใน​เมื่อ​จัด​แบบ​ ‘ง่ายๆ​’ เช่นนั้น​ต้องการ​อะไร​ก็​สั่งให้​พวก​บ่าว​ไป​ทำ​สิ วันดี​ไม่สู้วันนี้​ บัณฑิต​น้อย​ เจ้ายอม​เป็น​ของ​ข้า​เถิด​ !” คำพูด​ประโยค​สุดท้าย​นาง​เลียนแบบ​มาจาก​คำพูด​นาง​มาร​ใน​เรื่อง​ ‘การ​เดินทาง​สู่ทิศตะวันตก​’ ทำให้​การเปลี่ยนแปลง​ของ​บัณฑิต​น้อย​ดู​รุนแรง​กว่า​เดิม​ทันที​ !


ลูกกระเดือก​เจียง​โม่หา​นข​ยับ​ขึ้น​ลง​ หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ ก่อน​จะออกคำสั่ง​ต่อ​ชุน​ซิ่งที่อยู่​ด้านนอก​ว่า​ “ไป​เอา​เทียนแดง​คู่​ที่​ห้องเก็บของ​ ผ้าปูที่นอน​ ผ้าห่ม​และ​ผ้าม่าน​เปลี่ยนเป็น​สีมงคล​ ยังมี​ผ้าปูโต๊ะ​ก็​เปลี่ยนเป็น​สีแดง​ให้​หมด​…บัณฑิต​น้อย​ เจ้ายัง​ต้องการ​อะไร​อีก​ ? จริง​สิ เตรียม​สุรา​อีก​สอง​จอก​ ถ้าพูดถึง​พิธี​มงคล​แล้ว​ จะขาด​สุรา​ได้​อย่างไร​ !”


เจียง​โม่หา​น​ห้าม​ไม่ทัน​ เพราะ​ชุน​ซิ่งออก​ไป​เตรียม​ของ​ขณะ​กลั้น​เสียงหัวเราะ​เอาไว้​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ห้องนอน​ของ​ทั้งสอง​ก็​ถูก​เปลี่ยนเป็น​สีมงคล​…เหมือน​วันที่​เข้า​พิธีแต่งงาน​กัน​ไม่ผิดเพี้ยน​


หลังจาก​พวก​สาวใช้​ถอย​ออก​ไป​แล้ว​ ชุน​ซิ่งยัง​ปิดประตู​ให้​ทั้งสอง​อย่าง​เอาใจใส่​ด้วย​ หลิน​เว่ยเว่ย​ดึง​เสื้อ​บัณฑิต​น้อย​ออก​แล้ว​ผลัก​เขา​ให้​ล้ม​บน​เตียง​เบา​ๆ ก่อน​จะขึ้นไป​ทาบ​ทับ​ตัว​เขา​แล้ว​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ขี้เล่น​ว่า​ “มาเถิด​ ! ท่าน​พี่​จอหงวน​ ค่ำคืน​เข้า​หอ​มีค่า​มากกว่า​พัน​ตำลึง​ทอง​…”


ตอนที่​ 640: อาภรณ์​ร่วงหล่น​ ม่าน​แดง​ซ่อน​มวล​บุปผา​งามแห่ง​วสันตฤดู​


เสียง​ของ​นาง​เพิ่ง​เงียบ​ลง​ก็​รู้สึก​ว่า​เวลา​กำลัง​หยุด​หมุน​ พอ​รู้ตัว​อีกที​นาง​ก็​โดน​เขา​พลิก​กาย​ขึ้น​มาทาบ​ทับ​ไว้​แล้ว​ บัณฑิต​น้อย​เงยหน้า​มอง​นาง​ด้วย​สายตา​ที่​ดู​อันตราย​ “ใน​เมื่อ​น้อง​หญิง​เชื้อเชิญ​ สามีก็​คล้อยตาม​…”


“ช้าก่อน​ !” พอ​เห็น​เจียง​โม่หา​น​จะเอาจริง​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ไม่เล่น​อีกต่อไป​ นาง​กวาดตา​มอง​โดยรอบ​ก่อน​จะหา​ข้ออ้าง​ให้​ตนเอง​ “เอ่อ​ คือ​…สุรา​ยัง​ไม่ได้​แลก​กัน​ดื่ม​เลย​…”


เจียง​โม่หา​น​ยื่นมือ​ไป​หยิบ​จอก​สุรา​ หลัง​ยก​จอก​ทั้งสอง​ขึ้น​มาถือ​ไว้​แล้ว​เขา​ก็​กระดก​ดื่ม​คนเดียว​ จากนั้น​โน้มตัว​ลงมา​ป้อน​นาง​ด้วย​ปาก​ ก่อน​จะพูด​ด้วย​น้ำเสียง​ที่​ดู​เมามาย​ “น้อง​หญิง​ แลก​สุรา​กัน​เช่นนี้​ เจ้าพอใจ​หรือไม่​ ? ”


ไม่รู้​ว่า​เป็น​เพราะ​ฤทธิ์​สุรา​หรือ​อะไร​กัน​แน่​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงรู้สึก​เวียน​ศีรษะ​ไป​หมด​ ขณะ​กะพริบตา​อัน​พร่ามัว​ นาง​ก็​เลีย​สุรา​บน​ริมฝีปาก​ “รสชาติ​ดี​สุด​ๆไป​เลย​ !”


แววตา​ของ​เจียง​โม่หา​น​ดู​ลึกล้ำ​กว่า​เดิม​ทันที​ ตัว​เขา​ว่องไว​ดุจ​พยัคฆ์​พลาง​กด​จูบ​สาวน้อย​อย่าง​ดูดดื่ม​…


เสื้อผ้า​ค่อยๆ​ร่วงหล่น​สู่พื้น​ แสงเทียน​พลิ้วไหว​ ม่าน​แดง​ซ่อน​มวล​บุปผา​งามแห่ง​วสันตฤดู​…


เมื่อ​หลิน​เว่ยเว่ย​ตื่นขึ้น​มาใน​วันรุ่งขึ้น​ สามีก็​ออก​ไป​ทำงาน​แล้ว​ นาง​ข่ม​ความรู้สึก​ไม่สบาย​ตัว​เอาไว้​ ขณะ​สวมใส่​เสื้อผ้า​ที่​ถูก​เตรียม​ไว้​ข้าง​เตียง​…ปกติ​นาง​ไม่ให้​สาวใช้​คน​ไหน​เข้า​ห้อง​ง่ายๆ​ ดังนั้น​เสื้อผ้า​ชุด​ใหม่​นี้​จะต้อง​เป็น​สามีเตรียม​ให้​แน่นอน​


พอ​ลอง​คำนวณ​ดู​แล้ว​ นาง​แต่งงาน​กับ​บัณฑิต​น้อย​มาสามปี​เต็ม​ ในที่สุด​เมื่อคืน​ก็ได้​เป็น​สามีภรรยา​กัน​อย่าง​สมบูรณ์​…นาง​คำนวณ​วันที่​ ก่อน​จะถอนหายใจ​ออกมา​…ยัง​ดี​ที่​ช่วง​สอง​สามวันนี้​เป็นระยะ​ปลอดภัย​ของ​นาง​จึงไม่ต้อง​กังวล​ว่า​จะตั้งครรภ์​ ใช่ว่า​นาง​ไม่อยาก​มีลูก​ แต่​สิ่งที่​ต้อง​ทำ​ในเวลานี้​ยังมี​มากเกินไป​ รอ​อีกหน่อย​แล้วกัน​ !


นาง​เติบ​โตมา​ใน​สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า​ของ​ชาติก่อน​จึงหวัง​ว่า​จะได้​มีครอบครัว​ที่​สมบูรณ์​ ตอนนี้​มีพ่อแม่​ที่รัก​นาง​แล้ว​แถมยังมี​ถึงสองเท่า​ สามีที่​น่ารัก​ก็​มี ขาด​แค่​เด็กน้อย​ตัว​อวบอ้วน​เท่านั้น​ ! ร่างกาย​ของ​นาง​แข็งแรง​ยิ่งกว่า​อะไร​ ลูก​จะต้อง​มีแน่นอน​ แต่​ตอนนี้​ยัง​ไม่รีบ​…


ก่อน​ออก​ไป​ทำงาน​ เจียง​โม่หา​น​ยัง​ไป​ที่​เรือน​ของ​นาง​เฝิงแล้ว​แอบ​พูด​ใน​เชิงที่ว่า​เมื่อคืน​พวก​ตน​ทั้งสอง​เหนื่อย​กัน​มาก​ อย่า​ให้​สาวใช้​ไป​กวน​หลิน​เว่ยเว่ย​ ปล่อย​ให้​นาง​ได้​นอน​พัก​เยอะ​ๆหน่อย​


นาง​เฝิงเข้าใจ​ได้​ทันที​ นาง​รีบ​ส่งคน​ไป​แจ้งข่าวดี​นี้​แก่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​และ​ยัง​ให้​ห้องครัว​ต้ม​ยาบำรุง​ หลัง​รอ​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ตื่น​แล้ว​ ค่อย​ให้​คน​ไป​ส่งถึงห้อง​


หลัง​ดื่ม​ยาบำรุง​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ไป​คุย​เป็นเพื่อน​นาง​เฝิงที่​เรือน​ ก่อน​จะออก​ไป​ที่​ไร่​…ตอนนี้​อยู่​ใน​ช่วง​ใส่ปุ๋ย​ ดังนั้น​นาง​ต้อง​ไป​คุม​งาน​เสียหน่อย​


โดยเฉพาะ​ข้าว​ขาว​ไม่กี่​หมู่​นั้น​ นาง​ให้​คน​ปล่อย​ลูกปลา​ลง​ใน​นา​ข้าว​ด้วย​ ชาติก่อน​นาง​ได้ยิน​เรื่อง​ ‘การ​เลี้ยง​ปลา​ใน​นา​ข้าว​’ และ​ ‘การ​เลี้ยง​กุ้ง​ใน​นา​ข้าว​’ มาบ้าง​ ไม่รู้​ว่า​ลอง​เลี้ยง​ครั้งแรก​จะได้​ผลลัพธ์​ออกมา​เป็น​อย่างไร​ !


วันนี้​นาง​มาถึงค่อนข้าง​ช้า ขันที​ฝูหรง​ออกมา​เดิน​รอบ​คันนา​ก่อน​แล้ว​ เพื่อ​ป้องกัน​ไม่ให้​ผิว​อัน​บอบบาง​ของ​เขา​โดน​แดด​เผา​ ด้านหลัง​จึงมีขันที​น้อย​คอย​ถือ​ร่ม​ให้​ เมื่อ​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​วิ่ง​ไป​วิ่ง​มารอบ​ไร่​โดย​ไม่ใส่หมวก​เลย​สักวัน​แต่​ผิวพรรณ​ยัง​ขาว​เหมือนเดิม​ ขันที​ฝูหรง​ก็​รู้สึก​อิจฉา​มาก​ ! ไม่เหมือน​เขา​ที่​แค่​โดน​แดด​ก็​รู้สึก​แสบ​ผิว​ แถมยัง​ผิว​ไหม้​ด้วย​…


หลิน​เว่ยเว่ย​ยืน​อยู่​ข้าง​แปลง​ข้าว​ขาว​ พอ​มองออก​ไป​ก็​เห็น​รวงข้าว​สีเขียว​อม​เหลือง​พร้อม​กลิ่นหอม​อ่อน​ๆ ถ้าแหวก​รวงข้าว​ออก​ก็​ยัง​เห็น​ปลา​ตัว​แล้ว​ตัว​เล่า​กำลัง​ว่าย​ไปมา​ใน​น้ำ​


ความสนใจ​ของ​ขันที​ฝูหรง​กลับมา​อยู่​ที่​ข้าว​ขาว​เช่นกัน​ เขา​พูด​ด้วย​ความระมัดระวัง​ “องค์​หญิง​ ปลา​ครึ่งหนึ่ง​ที่​เลี้ยง​ใน​นา​ข้าว​ดูจะ​เติบโต​ดีกว่า​ปลา​ใน​บ่อ​ ไม่ทราบ​ว่า​เป็น​เพราะอะไร​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


“เหตุผล​ง่าย​มาก​ เพราะ​ได้​กิน​แมลง​และ​หญ้า​ใน​นา​ข้าว​จึงช่วย​ลด​การ​เกิด​ศัตรูพืช​และ​วัชพืช​ของ​ข้าว​ได้​อย่าง​ดี​ มูล​ที่​ปลา​ขับ​ออกมา​ก็​กลายเป็น​ปุ๋ย​จาก​ธรรมชาติ​ และ​นา​ข้าว​ก็​สร้าง​สภาพแวดล้อม​ที่​ดี​ให้​ปลา​ด้วย​เช่นกัน​ สอง​สิ่งส่งเสริม​ซึ่งกันและกัน​ นอกจากนี้​พวก​หอย​ขม​ยัง​ช่วย​ปรับปรุง​สภาพแวดล้อม​ของ​นา​ข้าว​ ช่วย​ลด​การ​เกิด​โรค​ใน​ข้าว​ได้​ด้วย​ !”


ถ้าครั้งนี้​ประสบความสำเร็จ​ หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​คิด​จะทดลอง​เลี้ยง​กุ้ง​ใน​นา​ข้าว​และ​เมื่อ​ถึงเวลา​นั้น​นาง​จะมีกุ้งมังกร​น้อย​ให้​กิน​ได้​ตามใจชอบ​และ​ยัง​สร้าง​รายได้​อีกด้วย​ ! ขณะ​พูด​นาง​ก็​ใช้โอกาส​ที่​คน​รอบตัว​ไม่ทันสังเกต​ยื่นมือ​เข้าไป​ใน​ทุ่ง​แล้ว​เท​น้ำ​จาก​ห้วง​มิติ​ออกมา​…ทดลอง​ปี​แรก​จะทำให้​เสีย​ของ​ไม่ได้​ ประเดี๋ยว​จะทำลาย​ความเชื่อมั่น​ของ​คน​รอบข้าง​


เมล็ดพันธุ์​ของ​ฤดูกาล​นี้​ นาง​หว่าน​เมล็ด​ที่​มาจาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​และ​เมล็ดพันธุ์​ที่​ขน​มาจาก​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ เนื่องจาก​ไม่กล้า​ทำให้​มัน​ดู​เกิน​จริง​มาก​ไป​ กลัว​จะสร้าง​ความโกลาหล​…ศูนย์​เพาะ​เมล็ดพันธุ์​จำเป็นต้อง​ค่อยๆ​ขยับขยาย​ ! ตอนนี้​ความเสถียร​ของ​เมล็ดพันธุ์​จาก​ห้วง​มิติ​พัฒนา​ขึ้น​มาก​แล้ว​ หาก​นำ​พืชผล​ที่​เก็บเกี่ยว​จาก​ใน​นั้น​ออกมา​ทำเป็น​เมล็ดพันธุ์​ ผลผลิต​ที่​ได้​ก็​จะไม่ลดลง​จน​น่า​ตกใจ​ แต่​รุ่น​สามและ​รุ่น​สี่จะค่อยๆ​ลดลง​ ดังนั้น​เพื่อ​ปริมาณ​พืชผล​ที่สูง​ ชาวบ้าน​จึงยัง​ต้อง​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ต่อไป​


ตอนนี้​ก็​ยัง​ต้อง​เป็น​แบบ​นั้น​ไม่ใช่หรือ​ ? เมล็ดพันธุ์​ที่​ดี​ต้อง​มีการ​หา​ซื้อ​กลับ​ไป​ทุกปี​ !


หลังจาก​เข้า​หอ​กัน​คืน​นั้น​แล้ว​ สอง​สามีภรรยา​ก็​หวาน​ใส่กัน​สุด​ๆ ใน​แต่ละ​คืน​จะเติมเต็ม​ความหวาน​ให้​กัน​เสมอ​ นาง​เฝิงเห็น​ที่​ตา​ สุข​ที่​ใจ ตอน​ไป​สนทนา​กับ​พระชายา​ที่​ตำหนัก​ นาง​ก็​หุบ​ยิ้ม​ไม่ได้​ “เกรง​ว่า​ประเดี๋ยว​ใน​เรือน​ก็​จะมีเด็ก​เพิ่ม​แล้ว​ พระชายา​จะกลายเป็น​เสด็จ​ยาย​แล้ว​นะ​เพคะ​”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ลูบ​ดวง​พักตร์​รูปไข่​ของ​ตน​ ก่อน​จะแสร้ง​ถอนหายใจ​ออกมา​ “แท้จริง​สิ่งที่​ทำให้​คนแก่​ขึ้น​ก็​ไม่ใช่อายุ​ แต่​เป็น​ลูกหลาน​นี่เอง​ !”


นางกำนัล​ข้าง​กาย​เข้ามา​ร่วม​สนุก​ “พระชายา​ไม่แก่​เลย​เพ.คะ​ หาก​พา​หลาน​ออก​นอก​ตำหนัก​ก็​อาจ​มีคน​เข้าใจผิด​ว่า​เป็น​แม่ลูก​กัน​ก็ได้​เพ.คะ​ !”


พระชายา​แค่น​สุรเสียง​ประชด​นางกำนัล​ “ใน​เมืองหลวง​แห่ง​นี้​มีใคร​ไม่รู้จัก​ใคร​บ้าง​ ? หรือ​ร่างกาย​อย่าง​ข้า​ยัง​จะมีลูก​เพิ่ม​ได้​อีก​ ? ผู้ใด​จะเชื่อ​ ? ตอนนี้​ข้า​กำลัง​รอ​ให้​บุตรชาย​ไม่รัก​ดี​คน​นั้น​แต่ง​ลูกสะใภ้​เข้า​บ้าน​ ! เว่ยเอ๋อร์​และ​หา​นเอ๋อร์​ที่​อายุ​น้อยกว่า​เขา​3ปี​จะเป็น​พ่อ​คน​แม่คน​กัน​อยู่แล้ว​ แต่​เขา​ยัง​ไม่เห็น​การ​แต่งงาน​ของ​ตน​เป็น​เรื่องสำคัญ​เลย​ เฮ้อ​…ไม่ว่า​จะมีลูกชาย​ลูกสาว​ก็​เป็น​กรรม​ทั้งนั้น​ !”


“เลี้ยงลูก​100ปี​ กังวล​99ปี​ ไม่ใช่คำพูด​นี้​หรือ​เพ.คะ​ ?” นาง​หวง​นึกถึง​บุตรชายคนโต​ที่​กลับ​ไป​ยัง​เขต​เริ่น​อัน​เพื่อ​เข้าร่วม​การ​สอบ​เซียง​ซื่อ​ เขา​มีพี่​รอง​ดูแล​มาตั้ง​แต่ต้น​ อีก​แค่​เดือน​เดียว​ก็​จะสอบ​แล้ว​ ไม่รู้​ว่า​อยู่​คนเดียว​จะไหว​หรือเปล่า​ ?


เมื่อ​ห​มิน​หวา​งเฟย​เห็น​แบบ​นั้น​ก็​ตบหลัง​มือ​ของ​นาง​ “มีหา​นเอ๋อร์​คอย​ชี้แนะ​ การ​สอบ​ได้​จู่เห​ริน​ไม่ใช่ปัญหา​แน่นอน​ แต่​บุตรชาย​คน​เล็ก​ของ​เจ้าคน​นั้น​ต่างหาก​ เขา​ตะโกน​บอ​กว่า​ปีหน้า​จะเข้าร่วม​การ​สอบ​ถงเซิง เขา​เพิ่งจะ​อายุ​เท่าไร​ก็​รีบ​จะเข้าสู่​เส้นทาง​ขุนนาง​แล้ว​หรือ​ ?”


นาง​หวง​ส่ายหน้า​พร้อม​รอยยิ้ม​ขมขื่น​ “เด็ก​คน​นี้​จะแข่ง​กับ​พี่ชาย​เพื่อ​ให้ได้​เป็น​ซิ่ว​ไฉอายุ​น้อยที่สุด​ใน​อำเภอ​เป่า​ชิง ! เจ้าตัวแสบ​เพิ่ง​เรียนหนังสือ​ได้​ไม่กี่​ปี​ก็​ไม่รู้​ฟ้าสูงแผ่นดิน​ต่ำ​ เห็น​ซิ่ว​ไฉเป็น​แค่​ผักกาด​ขาว​ที่​อยาก​กิน​เมื่อใด​ก็ได้​หรือ​ไร​ ?”


“หา​นเอ๋อร์​ไม่ได้​ชมเอ้อร์ฮว๋า​แค่​ครั้ง​เดียว​ แต่​บอ​กว่า​เขา​มีพรสวรรค์​ใน​การ​อ่าน​ตำรา​ ท่าทาง​จะฉลาด​กว่า​หา​นเอ๋อร์​ตอน​เป็น​เด็ก​ด้วยซ้ำ​ เอ้อร์ฮว๋า​โดน​พี่สาว​พา​ไป​ที่​ไร่​บ่อยๆ​ ไม่ใช่หนอนหนังสือ​ที่​เอาแต่​เพ่ง​ตำรา​หรอก​ ต่อไป​ต้อง​มีอนาคต​ที่​ดี​แน่นอน​ !” นาง​เฝิงหันไป​พูด​กับ​นาง​หวง​ที่อยู่​ด้าน​ข้าง​ด้วย​รอยยิ้ม​



จบตอน

Comments