weiwei ep641-650

ตอนที่​ 641: มีคำ​ว่า​วัง​ เบื้องหลัง​เป็น​ผู้ใด​คง​ไม่ต้อง​เดา​


แม้ว่า​นาง​หวง​จะมีนิสัย​อ่อนโยน​และ​ไร้​ความทะเยอทะยาน​ แต่​บุตรชาย​บุตรสาว​กลับ​มาก​ด้วย​ความสามารถ​ สามีก็​ยัง​เป็น​ถึงขุนนาง​ขั้น​สาม ! ฮ่าฮ่า คนโง่​ย่อม​มีโชค​ของ​คนโง่​จริงๆ​ !


นาง​หวง​หัวเราะ​เบา​ๆ ขณะ​ถัก​ไหมพรม​ไป​พลาง​พูด​ไป​ด้วย​ “ขอให้​เป็น​ดั่ง​ที่​น้อง​สะใภ้เฝิงพูด​ก็แล้วกัน​”


หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่รู้​ว่า​หลังจาก​บรรดา​ผู้อาวุโส​กระตุ้น​ให้​นาง​เข้า​หอ​แล้ว​ยัง​อยาก​ให้​นาง​มีลูก​ทันที​ ชีวิต​ของ​นาง​ค่อยๆ​เลื่อน​ไป​ข้างหน้า​ระหว่าง​ไร่​และ​สกุล​เจียง​ ใน​บางครั้งบางคราว​ ตัวนาง​ ติง​ห​ลิง​เอ๋อร์​ ห​ยาน​ชิงชิงและ​โม่ชิงหลี​ก็​มารวมตัวกัน​ ใน​สามปี​ที่อยู่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ไม่ได้​ทำให้​ความสัมพันธ์​ของ​พวก​นาง​จืดจาง​ลง​เลย​ ใน​วันที่​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​อภิเษกสมรส​ พี่น้อง​กลุ่ม​นี้​ต่าง​ถูก​เรียก​มารวมตัวกัน​เพื่อ​เป็น​ผู้​หนุนหลัง​…ราชบุตร​เขย​ที่​เพิ่ง​ออกจาก​เตา​จึงทำ​สีหน้า​หมดอารมณ์​ทันที​ นี่​คิด​จะข่ม​เขา​หรือ​อย่างไร​ ?


หลังจาก​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ออกเรือน​แล้วก็​ย้าย​มาพำนัก​ที่​ตำหนัก​องค์​หญิง​นอก​วังหลวง​ เพื่อ​จะได้​สะดวก​ใน​การไปมาหาสู่​กับ​เรือน​สกุล​เจียง​ด้วย​ เห​มิงชิงเห​อ​รู้​ว่า​ภรรยา​สนิท​กับ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​จึงไม่ได้​ห้าม​ เพราะ​ทุกครั้งที่​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​กลับ​จาก​สกุล​เจียง​ เห​มิงชิงเห​อ​ก็ได้​ลาภปาก​ไป​ด้วย​ เขา​ได้​ลิ้มรส​อาหาร​และ​ขนม​เลิศ​รส​มากมาย​ที่​หา​ซื้อ​ไม่ได้​จาก​ที่ใด​


เขา​ถอนหายใจ​พลาง​กล่าว​ “เจียว​เจียว​ ฝีมือ​ของ​พี่สาว​เจ้าคน​นี้​ หาก​เปิด​ร้านอาหาร​จะต้อง​ล้ม​ร้านอาหาร​หรือ​โรงเตี๊ยม​เก่าแก่​เหล่านั้น​ใน​เมืองหลวง​ได้​แน่นอน​ แล้ว​คน​ตะกละ​ที่อยู่​รอบกาย​ข้า​ก็​จะได้​มีลาภปาก​ไป​ด้วย​ !”


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​มีดวง​เนตร​เปล่งประกาย​ทันที​ นาง​เข้าไป​กอด​แขน​ราชบุตร​เขย​แล้ว​ตรัส​ด้วย​ดวง​เนตร​พราว​ระยับ​ “เห​มิงชิงเห​อ​ เจ้าคิด​ว่า​หาก​ข้า​ร่วม​ลงทุน​เปิด​ร้านอาหาร​กับ​พี่​เว่ยเว่ย​จะเป็น​อย่างไร​ ?”


เห​มิงชิงเห​อ​คุ้นชิน​กับ​การ​ที่​ภรรยา​เรียกชื่อ​พร้อม​แซ่อย่าง​เต็มยศ​แล้ว​ หลัง​ครุ่นคิด​เขา​ก็​ส่ายหน้า​ “คง​ไม่เหมาะสม​ ! เจ้าลอง​คิดดู​สิ อาหาร​เป็น​ของ​ที่​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ทำ​ นาง​ยังมี​ร้านค้า​และ​คนงาน​จาก​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​พร้อมสรรพ​…ถ้าเจ้าจะเข้าไป​ร่วม​ด้วย​ ก็​ไม่เท่ากับ​อยาก​เอาเปรียบ​คนอื่น​หรือ​ ? แม้จะเป็น​พี่น้อง​แท้ๆ​ และ​สนิทสนม​กัน​ขนาด​ไหน​ก็​ไม่ทำ​แบบ​นั้น​ !”


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​สะบัด​แขน​ของ​เขา​ออก​ด้วย​ความโมโห​ “พี่​เว่ยเว่ย​ไม่ใช่คน​อย่าง​ที่​เจ้าเอ่ยถึง​ ! ข้า​เอง​ก็​ไม่ได้​จะไป​เอา​ผลประโยชน์​จาก​นาง​เปล่า​ๆ พี่สาว​มีคน​ช่วย​มากมาย​ นาง​แค่​ทำ​เรื่อง​ฝึก​คนงาน​ใน​ครัว​ ส่วน​เรื่อง​อื่น​พวกเรา​เป็น​คน​จัดการ​เอง​ ส่วนแบ่ง​ก็​ง่าย​นิดเดียว​คือ​นาง​ได้​ไป​มากกว่า​…ข้า​ไม่ได้​ทำ​เพราะ​อยากได้​ผลประโยชน์​จาก​ร้านอาหาร​เสียหน่อย​ พี่สาว​งาน​เยอะ​เกินไป​ อย่างไร​ข้า​จะไป​กวน​ทุกวัน​ก็​ไม่ได้​ใช่ไหม​เล่า​ พอ​ต่อไป​อยาก​กิน​อะไร​ขึ้น​มาก็​จะได้​มีที่​เอาไว้​หา​ของกิน​ต่างหาก​ !”


เห​มิงชิงเห​อ​ครุ่นคิด​แล้ว​พูด​กับ​นาง​ว่า​ “คราวหน้า​เจ้าไปหา​นาง​ก็​ลอง​ถามดู​ว่า​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​มีความคิด​จะเปิด​ร้านอาหาร​หรือเปล่า​ ถ้ามี เจ้าก็​ค่อย​ถามเรื่อง​ลงทุน​ ! จริง​สิ เจ้ามีหลงจู๊​ที่​เก่งกาจ​แล้ว​หรือยัง​ ? อยาก​ให้​ข้า​ช่วย​หา​สัก​คน​หรือไม่​ ?”


องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ตรัส​ด้วย​น้ำเสียง​หนักแน่น​ “ก่อนหน้านี้​ข้า​อยู่​ใน​วังหลวง​มาโดยตลอด​ คน​ที่​ใกล้ชิด​หาก​ไม่ใช่นางกำนัล​ก็​เป็น​ขันที​ แล้ว​คน​พวก​นั้น​จะเข้าใจ​อะไร​ได้​ ? ถ้าพี่​เว่ยเว่ย​ยินดี​ร่วม​ลงทุน​กับ​เรา​ เรื่อง​อื่น​จะยก​ให้​เจ้าจัดการ​แล้วกัน​ ! เจ้าเป็น​ราชบุตร​เขย​ พวกเรา​เป็น​สามีภรรยา​แล้ว​จะแบ่งแยก​อะไร​กัน​ทำไม​ จริง​หรือไม่​ ?” พี่​เว่ยเว่ย​บอก​ไว้​แล้ว​ว่า​ของ​เจ้าก็​คือ​ของ​ข้า​ ของ​ข้า​ก็​ยัง​เป็น​ของ​ข้า​ ฮึฮึ !!


เห​มิงชิงเห​อ​เข้าไป​โอบ​รอบเอว​ของ​องค์​หญิง​น้อย​พร้อม​รอยยิ้ม​ ก่อน​จะก้มลง​จุมพิต​ใบ​หู​ของ​นาง​ “รับ​ด้วย​เกล้า​พ่ะย่ะค่ะ​ กระหม่อม​จะทำตาม​บัญชา​ของ​องค์​หญิง​อย่าง​สุดความสามารถ​…”


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ภายใน​เมืองหลวง​ก็​มีร้านอาหาร​ที่​ตกแต่ง​อย่าง​หรูหรา​ผุด​ขึ้น​ โดย​มีนาม​ว่า​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ ใน​เขต​เมืองหลวง​ชั้นใน​มีคน​ร่ำรวย​อยู่​มากมาย​ การ​ที่​กล้า​ใช้คำ​ว่า​ ‘ชาววัง​’ เบื้องหลัง​จะต้อง​เป็น​คนใน​ราชวงศ์​แน่นอน​ !


‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ มีอาหาร​ตั้งแต่​ภาคเหนือ​จรด​ภาคใต้​ เมนู​แนะนำ​มีอยู่​ใน​อาหาร​แทบ​ทุก​ภาค​ คน​ไม่รู้​ก็​เกือบ​เข้าใจผิด​ว่า​ย้าย​อาหาร​มาจาก​ห้องเครื่อง​วังหลวง​ด้วยซ้ำ​ ! ประเด็นสำคัญ​คือ​อาหาร​ทุกชนิด​ของ​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ ล้วน​เป็น​ของ​ชั้นเลิศ​ รสชาติ​ดี​สุด​ๆ ทำให้​คน​ที่​ได้​ลิ้มลอง​ยาก​จะลืมเลือน​


‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ มีขนาด​สามชั้น​สามห้องโถง​ ห้องอาหาร​ส่วนตัว​ขนาดเล็ก​ใหญ่​มีถึง30ห้อง​ มื้อ​เที่ยง​และ​มื้อ​เย็น​ต่าง​อัด​แน่น​ไป​ด้วย​ผู้คน​และ​ยัง​ไม่รับ​จอง​ด้วย​ หรือ​จะพูด​ว่าการ​ได้​กิน​อาหาร​ของ​ร้าน​นี้​ต้อง​ขึ้นอยู่กับ​วาสนา​ !


ส่วน​เจ้าของ​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ เป็น​ใคร​ ? คน​ฉลาด​ต่าง​รู้กัน​ทั้งนั้น​…แม้แต่​คุณชาย​เจ้าสำราญ​ผู้​เกเร​ที่สุด​ใน​เมืองหลวง​ก็​ยัง​ไม่กล้า​มาหาเรื่อง​ร้านอาหาร​แห่ง​นี้​เลย​ ยัง​ไม่พูดว่า​องค์​หญิง​ทั้งสอง​เป็น​คนสำคัญ​ของ​ฮ่องเต้​ เพราะ​แค่​กิตติศัพท์​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​เบื้องหลัง​อย่าง​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ คน​ที่​กล้า​มาหาเรื่อง​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ ก็​คง​คิด​ว่า​ตัวเอง​มีชีวิต​อยู่​นาน​เกินไป​แล้ว​ !


ถ้าอยาก​กิน​อาหาร​เลิศ​รส​ของ​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ มีเพียง​วิธี​เดียว​เท่านั้น​…ต้อง​เข้าแถว​รอ​ต่อไป​ !


ต่อจากนั้น​ก็​เป็น​การปฏิรูป​เรื่อง​เก็บภาษี​ร้านค้า​ เมื่อก่อน​ไม่ว่า​ขนาด​ของ​ร้าน​หรือ​รายได้​เท่าไร​ต่าง​ยึด​ตาม​ภาษีรูปแบบ​เดียว​ มีร้านค้า​เล็ก​ๆมากมาย​ที่​โดน​ภาษีกด​จน​หายใจไม่ออก​ ส่วน​ร้านค้า​ขนาดใหญ่​ก็​ต้อง​อยู่​ภายใต้​บุคคล​ทรงอำนาจ​เพราะ​จะช่วย​เลี่ยง​ภาษีหรือ​ลดหย่อน​ภาษีให้ได้​


มีร้านค้า​ไม่กี่​แห่ง​ใน​เมืองหลวง​ที่​มีรายได้​1หมื่นตำลึง​เงิน​ต่อ​เดือน​ แต่​เก็บภาษี​ร้านค้า​สู้ภาษีธัญพืช​ไม่ได้​…เจียง​โม่หา​น​ผู้​เป็นรอง​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ รับผิดชอบ​เรื่อง​เก็บภาษี​ร้านค้า​ใน​เมืองหลวง​และ​หัวเมือง​โดยรอบ​ หลังจาก​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​แล้วก็​ทูล​ฮ่องเต้​ว่า​ ‘ปฏิรูป​ภาษีร้านค้า​ !’


การปฏิรูป​ภาษีร้านค้า​จำเป็นต้อง​ไป​แตะ​ผลประโยชน์​ของ​คน​บาง​กลุ่ม​ แต่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ ตำหนัก​หนิง​อ๋อง​ ตำหนัก​องค์​หญิง​น้อย​ก็​ออกมา​เป็น​ผู้นำ​ใน​การ​ใช้ระบบ​ภาษีร้านค้า​รูปแบบ​ใหม่​ก่อน​ใคร​เพื่อน​ หนิง​ตง​เซิ่งและ​ตระกูล​ลู่​ที่​ได้​ลืมตาอ้าปาก​ใน​เมืองหลวง​ก็​ออกมา​แสดงท่าที​…ใคร​ไม่รู้​บ้าง​ว่า​สอง​ตระกูล​นี้​อยู่​บน​เรือ​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ ?


ฮ่องเต้​ก็​ไม่สนใจ​คำ​คัดค้าน​ของ​ขุนนาง​อาวุโส​ทั้งหลาย​ ทรง​ผลักดัน​การ​เก็บภาษี​รูปแบบ​ใหม่​และ​พระราชทาน​รางวัล​ให้​ตระกูล​หนิง​และ​ตระกูล​ลู่​ที่​ช่วยกัน​ผลักดัน​ระบบ​ภาษีใหม่​ โดย​ให้​คนรุ่นหลัง​ของ​พวกเขา​ได้รับ​เงื่อนไข​พิเศษ​ใน​การ​เข้าร่วม​การ​สอบ​ขุนนาง​ได้​


บรรดา​พ่อค้า​ราย​อื่น​ใน​เมืองหลวง​ได้​เห็น​แบบ​นั้น​แล้วก็​นั่ง​ไม่ติด​อีกต่อไป​…ต้อง​ทราบ​ก่อน​ว่า​ตั้งแต่​โบราณ​มาพ่อค้า​เป็น​ชนชั้นต่ำ​ที่สุด​ใน​สังคม​ แม้จะมั่งคั่ง​แต่​ไม่ว่า​เจอ​ใคร​ก็​ต้อง​ก้มหัว​ให้​ทั้งนั้น​เพื่อ​ขอ​ที่หลบภัย​หรือ​แม้แต่​ยอม​สละ​เงินก้อน​โต​ให้​ผู้มีอำนาจ​ ถ้าคนใน​ตระกูล​สอบ​จอหงวน​ได้​ก็​อาจ​มีรุ่น​ใด​รุ่น​หนึ่ง​ที่​สร้าง​ความเจริญรุ่งเรือง​ เชิดชู​วงศ์ตระกูล​ เปลี่ยน​ชนชั้น​ครอบครัว​ได้​ด้วย​…


ด้วยเหตุนี้​ การ​เก็บภาษี​ร้านค้า​รูปแบบ​ใหม่​จึงได้รับ​การ​สนับสนุน​จาก​พ่อค้า​ทั่ว​เมืองหลวง​อย่าง​รวดเร็ว​ ครอบครัว​ที่​มั่งคั่ง​เหล่านั้น​เห็น​องค์​หญิง​ทั้งสอง​เปิด​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ กิจการ​เพิ่ง​เริ่ม​ได้​แค่​เดือน​เดียว​ก็​มีการ​ถือ​สมุดบัญชี​ออกมา​ประกาศ​ว่า​ยอม​เสีย​ภาษีการค้า​สอง​ใน​สิบ​ส่วน​…หาก​ผลประกอบการ​รายเดือน​เกิน​5หมื่นตำลึง​เงิน​จะต้อง​จ่าย​ภาษีสอง​ส่วน​


ขณะที่​พวก​ชนชั้น​สูงศักดิ์​ตกใจ​กับ​ความ​รวดเร็ว​ใน​การ​ทำเงิน​ของ​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ พวกเขา​ก็​ยัง​แอบ​ด่า​องค์​หญิง​ทั้งสอง​ว่า​เป็น​คน​โง่เขลา​ด้วย​…ผลประกอบการ​เกิน​5หมื่นตำลึง​เงิน​ ต้อง​จ่าย​ภาษี1หมื่นตำลึง​เงิน​ โง่จน​ไม่เหลือ​สมอง​แล้ว​หรือ​ไร​ ?


ถ้าไม่ยอม​จ่าย​ รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ที่​สมควร​ตาย​คน​นั้น​ก็​จะดึง​ข้อมูลออก​มาจาก​ทะเบียนการค้า​ว่า​มีร้าน​ใด​เกี่ยวข้อง​อีก​บ้าง​ จากนั้น​คำนวณ​รายได้​ต่อ​เดือน​…สิ่งสำคัญ​คือ​ตัว​เลขที่​เขา​คำนวณ​ออกมา​จะตรง​กับ​ข้อมูลจริง​ที่​ร้านค้า​พยายาม​ปกปิด​สุด​ๆ


คน​ที่​ไม่ยอม​จ่าย​ เมื่อ​เข้าสู่​ท้องพระโรง​แล้วก็​จะโดน​ฮ่องเต้​ขานชื่อ​ หาก​ไม่อ้างว่า​ลูกหลาน​ใน​ตระกูล​ไร้ความสามารถ​จน​ก่อเรื่อง​ขึ้น​มา ก็​มัก​กล่าว​หาว่า​โดน​ฝ่าย​ตรวจการ​ใส่ร้าย​ ผู้นำ​ตระกูล​จึงโดน​ฮ่องเต้​ด่าทอ​สารพัด​…จน​พวกเขา​ต้อง​ยอม​จ่าย​ภาษี…


หลิน​เว่ยเว่ย​ผู้​เป็น​คน​หน้า​เงิน​คน​หนึ่ง​จะไม่ปวดใจ​กับ​เงิน​ของ​ตน​ได้​อย่างไร​ ? แต่​การ​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​กำลังจะ​มาถึงแล้ว​ จิตใจ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​จึงจดจ่อ​อยู่​ที่​ไร่​ทั้งสอง​จน​ไม่มีเวลา​มาสนใจ​เรื่อง​นี้​ ฮ่องเต้​ก็​ให้ความสำคัญ​กับ​การ​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​เช่นกัน​จึงส่งองค์​รัชทายาท​มาดู​การ​เก็บเกี่ยว​ของ​ ‘ไร่​ทดลอง​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’


ตอนที่​ 642: สักขีพยาน​แห่ง​ช่วงเวลา​ปาฏิหาริย์​


ธัญพืช​ที่​ถูก​เก็บเกี่ยว​เป็น​ชนิด​แรก​คือ​ข้าวสาลี​ฤดูใบไม้ผลิ​ คน​ที่มา​เกี่ยวข้าว​สาลีคือ​กลุ่ม​ทหาร​จาก​ค่าย​ที่​ชาน​เมืองหลวง​ เมื่อ​เทียบ​กับ​ราชองครักษ์​แล้ว​ ส่วนใหญ่​ทหาร​ที่​ชานเมือง​จะมีชาติกำเนิด​เป็น​สามัญชน​ หลัง​ฝึก​เสร็จ​แล้ว​ห​มิน​อ๋อง​ก็​พา​มาเกี่ยวข้าว​ที่​ไร่​และ​แน่นอน​ว่า​ได้รับอนุญาต​จาก​ฮ่องเต้​แล้ว​


ไร่​หลาย​ร้อย​หมู่​ดูเหมือน​จะกว้างใหญ่​ แต่​เมื่อ​มีทหาร​นับ​ร้อย​นาย​ร่วมกัน​เกี่ยวข้าว​ก็​ใช้เวลา​ไม่ถึงหนึ่ง​วัน​ เช้าวัน​ต่อมา​ก็​เปลี่ยน​ทหาร​ชุด​ใหม่​มาช่วย​เกี่ยวข้าว​ขาว​


“ไอ​โหย​ว​ ใน​นา​มีปลา​มากมาย​ แถมยัง​ตัว​ใหญ่​ไม่น้อย​ อ้วน​เชียว​ !” นายทหาร​ชั้นผู้น้อย​นาย​หนึ่ง​เห็น​ปลา​ขนาด​ครึ่ง​ชั่งว่าย​ผ่าน​เท้า​ไป​หลัง​เกี่ยวข้าว​ใน​นา​เสร็จ​แล้ว​ เขา​จึงวาง​เคียว​ใน​มือ​ลง​เพราะ​คิด​จะหันไป​จับ​ปลา​แทน​


ขันที​ฝูหรง​มอง​เขา​ด้วย​สีหน้า​เหมือน​มอง​กบ​ใน​กะลา​ “นี่​เป็น​วิธี​เลี้ยง​ปลา​ใน​นา​ข้าว​ที่​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ทดลอง​ เจ้าเลิก​ทำเป็น​ตื่นเต้น​ได้​แล้ว​ ปลา​พวก​นี้​ต้อง​เลี้ยง​ไป​จนถึง​ฤดูใบไม้ผลิ​ปีหน้า​ ดังนั้น​ระวัง​กัน​หน่อย​ อย่า​ทำให้​พวก​มัน​ตาย​เชียว​ล่ะ​ ! แล้ว​ข้า​จะย้ำ​อี​กรอบ​ว่า​เหลือ​ลำต้น​ข้าว​เอาไว้​หน่อย​ องค์​หญิง​กำชับ​มาเป็นพิเศษ​ !”


ลูกปลา​ที่​ปล่อย​ไว้​ใน​นา​ข้าว​มีแค่​ครึ่ง​เดียว​ของ​พื้นที่​เท่านั้น​ ผลลัพธ์​ที่​ได้​ชัดเจน​มาก​ คือ​ทุ่งนา​ที่​มีปลา​เติบโต​ดีกว่า​จะมีแมลง​น้อย​ ข้าว​ก็​เติบโต​สวย​กว่า​ ส่วน​ปริมาณ​มากกว่า​กัน​หรือไม่​ ต้อง​รอ​ให้​นวดข้าว​และ​ชั่งออกมา​ก่อน​ถึงจะรู้​


ช่วง​สอง​สามวันที่​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ฤดูใบไม้ร่วง​ อากาศ​ดี​เป็นพิเศษ​ ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​ใช้เวลา​ตาก​สอง​วัน​ นวดข้าว​ ใส่กระสอบ​ ขน​เข้า​ยุ้งฉาง​…เครื่องมือ​นวดข้าว​ของยุค​สมัยนี้​ล้าหลัง​มาก​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงครุ่นคิด​ว่า​วันใด​ที่​สามีว่าง​แล้ว​นาง​จะไป​คุย​กับ​เขา​ ดู​ว่า​พอ​จะสร้าง​เครื่องมือ​ที่​มีประโยชน์​ออกมา​ได้​หรือไม่​


“ข้าวสาลี​ได้​ผลผลิต​หมู่​ละ​400ชั่ง ? น้อง​เว่ยเว่ย​ เจ้าเป็น​ดาว​นำ​โชค​ของ​ต้าเซี่ย​อย่าง​แท้จริง​ ไม่เพียง​สร้าง​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงออกมา​ แม้แต่​ปริมาณ​ของ​ข้าวสาลี​ก็​เพิ่ม​เป็น​เท่าตัว​ !” องค์​รัชทายาท​ปลื้ม​ปีติ​สุด​ๆ “เปิ่น​หวา​งจะนำ​ข่าวดี​นี้​ไป​ทูล​ฟู่หวง​ !”


ขณะ​มอง​แผ่น​หลัง​บน​หลัง​อาชา​ของ​องค์​รัชทายาท​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ลูบ​ปลาย​คาง​ของ​ตน​พลาง​บ่นพึมพำ​ว่า​ “หาก​ข้า​จำไม่ผิด​ เดือน​ประสูติ​ของ​องค์​รัชทายาท​น่าจะ​ช้ากว่า​ข้า​ ? คำ​เรียก​ ‘น้อง​’ ของ​พระองค์​นี้​กำลัง​ผิด​ลำดับขั้น​หรือเปล่า​ ?”


พอ​คำนวณ​ให้​ละเอียด​แล้ว​ บัณฑิต​น้อย​เกิด​ก่อน​องค์​รัชทายาท​หนึ่ง​เดือน​ ตอนนี้​แค่​ยึด​ตามฐานะ​ของ​บัณฑิต​น้อย​แล้ว​องค์​รัชทายาท​ควรจะ​เรียก​นาง​ว่า​ ‘พี่​’ ถึงจะถูก​ ! หรือ​ว่าที่​นาง​จัดงาน​วันเกิด​ใน​เดือน​สิบสอง​ของ​ทุกปี​จะทำให้​องค์​รัชทายาท​เข้า​พระทัย​ผิด​ คิด​ว่า​พระองค์​แก่​กว่า​นาง​ ?


ขันที​ฝูหรง​ถอยหลัง​ออก​ไป​ ‘มีคน​มากมาย​ที่​อยาก​เป็น​น้องสาว​ของ​องค์​รัชทายาท​ องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​อย่า​สน​เรื่อง​เดือน​อะไร​นั่น​เลย​พ่ะย่ะค่ะ​ !’


เขา​รีบ​เปลี่ยน​หัวข้อ​สนทนา​ “ทูล​องค์​หญิง​ นา​ข้าว​ที่​เลี้ยง​ปลา​เอาไว้​ได้​ปริมาณ​ของ​ข้าว​มากกว่า​ข้าว​ขาว​ใน​นา​ปกติ​ตั้ง​30-50ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​ !”


ตั้งแต่​ชาน​เมืองหลวง​ไป​จนถึง​ภาคเหนือ​ เกษตรกร​มักจะ​ปลูก​ข้าวสาลี​ ข้าวฟ่าง​และ​ถั่วเหลือง​เป็นหลัก​ ข้าว​ขาว​แทบ​ไม่มีใคร​ปลูก​ ความพยายาม​ใน​การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ครั้งแรก​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​จึงประสบความสำเร็จ​ ผลผลิต​ข้าว​ขาว​พุ่ง​ขึ้นไป​ถึง400ชั่งต่อ​หมู่​ แม้จะห่าง​จาก​เป้าหมาย​ที่​หลิน​เว่ยเว่ย​ตั้ง​ไว้​มาก​ แต่​สร้าง​ความหมาย​ให้​ยุค​สมัยนี้​ได้​ อย่าง​น้อย​ก็​ช่วย​พิสูจน์​ว่า​แม้จะอยู่​ใน​ภาคเหนือ​ก็​สามารถ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ได้​เช่นกัน​


ใน​ภาคเหนือ​ฝนตก​น้อย​ ดังนั้น​การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​จึงต้อง​เลือก​สถานที่​ใกล้​แหล่งน้ำ​เข้า​ไว้​ บางที​อาจ​เป็นสาเหตุ​ที่​คน​ภาคเหนือ​ทดลอง​ปลูก​ข้าว​ขาว​กัน​น้อย​กระมัง​ ? หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​ บางที​นาง​อาจ​ปรับปรุง​พันธุ์​ข้าว​ขาว​ที่​ทน​แล้ง​ขึ้น​มาได้​ เพราะ​แบบ​นั้น​จะเหมาะกับ​สภาพอากาศ​และ​ภูมิประเทศ​ของ​ภาคเหนือ​มากกว่า​


ค่อยๆ​ทำ​ก็แล้วกัน​ ! ข้าว​ยัง​ต้อง​กิน​ทีละ​คำ​ ไม่ว่า​อย่างไร​นาง​ก็​จะวิจัย​เรื่อง​นี้​ไป​ทั้ง​ชีวิต​อยู่แล้ว​ ชาติก่อน​แม้จะตก​อยู่​ใน​ฐานะ​คนยากจน​ที่​ไม่มีอะไร​เลย​ ปู่​หยวน​ก็​ยัง​ปรับปรุง​ข้าว​พันธุ์ผสม​ขึ้น​มาได้​ ดังนั้น​ไม่มีทาง​ที่​บัณฑิต​ดีเด่น​ของ​มหาวิทยาลัย​เกษตร​จีน​อย่าง​นาง​จะทำ​ไม่ได้​ ! ยิ่งไปกว่านั้น​คือ​นาง​ยังมี​อาวุธ​สุด​โกง​อย่าง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ !


“ผลผลิต​ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​ใน​ปีหน้า​จะต้อง​เพิ่ม​ถึง500ชั่ง !” หลิน​เว่ยเว่ย​บ่นพึมพำ​กับ​ตัวเอง​


ขันที​ฝูหรง​ตาโต​ทันที​…ตอนนี้​ผลผลิต​ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​ก็​มากกว่า​ปกติ​เป็น​เท่าตัว​แล้ว​ แต่​นาง​ยัง​ไม่พอใจ​ ? ก็​จริง​ ! ความทะเยอทะยาน​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ไม่ใช่สิ่งที่​บ่าว​อย่าง​ตน​จะเข้าใจ​ได้​ ถ้าเช่นนั้น​สิ่งที่​เขา​พอ​จะทำได้​คือ​เชื่อฟัง​คำสั่ง​เจ้านาย​ หรือ​บางที​เขา​อาจจะ​ได้​เป็น​สักขีพยาน​แห่ง​ช่วงเวลา​ปาฏิหาริย์​ที่จะ​เกิดขึ้น​ในอนาคต​ !


“องค์​หญิง​ เหตุใด​จึงเก็บ​ลำต้น​ของ​ข้าว​ขาว​พวก​นี้​ไว้​ ? จะนำไปใช้​ทำ​อะไร​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?” ขันที​ฝูหรง​สงสัย​ใน​เรื่อง​นี้​มาก​ เขา​อยาก​ถามนาน​แล้วแต่​ไม่มีโอกาส​มาโดยตลอด​


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เพราะ​สภาพอากาศ​ของ​ภาคเหนือ​ไม่มีข้าว​2ฤดู​ แต่​มีอีก​อย่าง​ที่​เรียก​ว่า​ ‘ข้าว​งอก​ใหม่​’ ไม่ทราบ​ว่า​ฝูหรงกงกง​เคย​ได้ยิน​หรือเปล่า​ ?”


ขันที​ฝูหรง​หันมา​มองหน้า​ผู้ดูแล​ฉู ก่อน​จะส่ายหน้า​พร้อมกัน​ “ข้าว​งอก​ใหม่​คือ​อะไร​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ? กระหม่อม​ไม่เคย​ได้ยิน​มาก่อน​ !”


“ข้า​เห็น​มัน​จาก​หนังสือ​เน่า​ๆเล่ม​หนึ่ง​ของ​บัณฑิต​น้อย​ ด้านใน​พูดถึง​ข้าว​งอก​ใหม่​ ก็​คือ​การ​เก็บ​ต้น​ข้าว​ไว้​หนึ่ง​ส่วน​สามแล้ว​เพิ่ม​ปุ๋ย​ใน​ปริมาณ​ที่​เหมาะสม​ เติม​น้ำ​เข้า​นา​ พรวน​ดิน​ กำจัด​วัชพืช​แล้ว​อีก​ประมาณ​2เดือน​ก็​จะได้​เกี่ยวข้าว​งอก​ใหม่​อี​กรอบ​ แต่ว่า​ผลผลิต​ที่​ได้​จะน้อยกว่า​ครั้งแรก​มาก​…” หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​โล่​กำบัง​อย่าง​เจียง​โม่หา​น​ขึ้น​มาใช้อย่าง​ชำนาญ​


ผู้ดูแล​ฉูดีใจ​ผิดปกติ​ เขา​พูด​ต่อ​ทันที​ “ถ้าเป็น​แบบ​นั้น​จริง​ก็​เยี่ยม​ไป​เลย​ขอรับ​ ! แม้ผลผลิต​จะน้อย​ แต่​ก็​ไม่เสียเปล่า​ ข้าว​ขาว​เก็บเกี่ยว​ได้​สอง​ครั้ง​ จะหาเรื่อง​ดีๆ​แบบนี้​ได้​จาก​ที่ใด​อีก​ ? นาย​หญิง​ ปีหน้า​ไร่​ของ​เรา​ปลูก​ข้าว​ขาว​ให้​มาก​หน่อย​ดี​หรือไม่​ขอรับ​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ “ดี​ ! เรา​จะได้​พิสูจน์​ว่า​ชาน​เมืองหลวง​สามารถ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ได้​ ปีหน้า​ปลูก​ข้าว​ขาว​มาก​หน่อย​ ข้า​จะได้​วิจัย​เรื่อง​ข้าว​พันธุ์ผสม​ให้​ละเอียด​ !”


“ข้าว​พันธุ์ผสม​ ? คือ​อะไร​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ? เป็น​ข้าว​ขาว​พันธุ์​ใหม่​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?” ขันที​ฝูหรง​และ​ผู้ดูแล​ฉูมอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ด้วย​แววตา​งุนงง​ พวกเขา​เชื่อมั่น​ใน​ตัว​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​อย่าง​มาก​…ขอ​แค่​นาง​คิด​จะทำ​ ไม่มีพืช​ชนิด​ใด​ที่​นาง​ปลูก​ขึ้น​มาไม่ได้​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่รู้​จะอธิบาย​อย่างไร​จึงพูดว่า​ “เป็น​ข้าว​ขาว​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงพันธุ์​หนึ่ง​ ผลผลิต​ต่อ​หมู่​จะเพิ่มขึ้น​เป็น​เท่าตัว​…”


“โอ้​…” ทั้งสอง​คน​สูด​หายใจเข้า​ลึก​ ผลผลิต​400ชั่งก็​ถือว่า​สูงแล้ว​ ถ้าเพิ่ม​อีก​เป็น​เท่าตัว​…ราวกับ​พวกเขา​ได้​เห็นภาพ​ราษฎร​ได้​กินข้าว​สีขาวนวล​และ​มีชีวิต​เปี่ยม​สุข​ด้วย​หมั่นโถว​แป้ง​ขาว​ๆทุก​มื้อ​ !


องค์​รัชทายาท​ได้​นำ​ทุกสิ่ง​ที่​ได้​เห็น​ใน​ไร่​ไป​ทูล​ต่อ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแล้ว​ “…บน​เขา​เป็น​สวนผลไม้​ แม้จะปลูก​ได้​ไม่นาน​จึงไม่มีผลไม้​ให้​เห็น​ แต่​2-3ปี​ต่อจากนี้​จะต้อง​มีกลิ่น​ผลไม้​หอม​ตลบอบอวล​แน่นอน​พ่ะย่ะค่ะ​ ใต้​ต้นไม้​มีฝูงไก่​ฝูงเป็ด​อยู่​ ปลา​ใน​บ่อ​ก็​ตัว​โต​ขึ้น​พอสมควร​แล้ว​ แถมยัง​ไม่ตื่น​คน​แม้แต่น้อย​ สิ่งที่​ทำให้​เอ๋อร์เฉิน​ประหลาดใจ​ที่สุด​ก็​คือ​ปลา​ตัว​โต​ใน​ทุ่งนา​มีความ​อวบอ้วน​ยิ่งกว่า​ใน​บ่อ​เสีย​อีก​


นอกจากนี้​ วัว​เทียม​คันไถ​ตัว​แล้ว​ตัว​เล่า​เดิน​เต็ม​ไร่​ไป​หมด​ ได้ยิน​ว่า​วัว​ใน​ไร่​มีให้​ใช้งาน​จน​เหลือเฟือ​ ยัง​สามารถ​นำ​ไป​ปล่อย​เช่าให้​ราษฎร​ที่อยู่​บริเวณ​นั้น​ด้วย​พ่ะย่ะค่ะ​ ข้าวสาลี​มีเม็ด​อวบอ้วน​จน​รวงข้าว​โค้ง​ลง​สู่พื้น​…ฟู่หวง​ลอง​เดา​ว่า​ผลผลิต​ของ​ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​อยู่​ที่​เท่าใด​ต่อ​หนึ่ง​หมู่​สิพ่ะย่ะค่ะ​ ?”


“ข้าวสาลี​…น่าจะ​ประมาณ​300ชั่งกระมัง​ ? ส่วน​ข้าว​ขาว​…ปลูก​ปี​แรก​ถ้าได้​200ชั่งก็​ถือว่า​ไม่เลว​แล้ว​ !” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงดำริ​เรื่อง​การ​ปลูก​ข้าวสาลี​ใน​ภาคเหนือ​ ดังนั้น​ตัวเลข​หมู่​ละ​300ชั่งใน​เมืองหลวง​ก็​ย่อม​ไม่มีเหตุผล​อะไร​ที่จะ​ลดลง​ไป​กว่า​นี้​…


องค์​รัชทายาท​ถูฝ่าพระ​หัตถ์​ด้วยความยินดี​ “ได้​400ชั่งพ่ะย่ะค่ะ​ ! ฟู่หวง​ ปริมาณ​ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​ที่​ได้​ต่าง​ขึ้นไป​ถึง400ชั่ง ! เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​ที่​น้อง​เว่ยเว่ย​เก็บ​ไว้​ตั้งแต่​ตอน​อยู่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เหล่านั้น​ยัง​ขึ้นไป​ถึง500ชั่งต่อ​หมู่​ด้วย​พ่ะย่ะค่ะ​ !!”


ตอนที่​ 643: ฮ่องเต้​ยัง​ไม่ล้มเลิก​ความคิด​เยี่ยง​หัวขโมย​


“ว่า​อย่างไร​นะ​ ?” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงถลัน​พระ​วรกาย​ลุกขึ้น​ยืน​ “ข้าวสาลี​ได้​ถึง500ชั่ง ? เว่ยเว่ย​เป็น​ดาว​นำ​โชค​ของ​เจิ้น​อย่าง​แท้จริง​ !!”


“ถูกต้อง​พ่ะย่ะค่ะ​ นาง​เป็น​ดาว​นำ​โชค​ ! ดาว​นำ​โชค​ที่​หล่น​มาจาก​ฟากฟ้า​เพื่อ​อวยพร​ให้​กับ​ต้าเซี่ย​ของ​เรา​ !” คาดไม่ถึง​ว่า​องค์​รัชทายาท​ที่​ยัง​ทรง​พระเยาว์​ก็​เริ่ม​เชื่อ​เรื่อง​โชคลาง​ขนาด​นี้​แล้ว​ !


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงอยาก​เสด็จ​ไป​ที่​ไร่​ตอนนี้​ เพื่อให้​เห็น​ช่วงเวลา​น่าอัศจรรย์​กับ​ดวง​เนตร​ ! ข้าวโพด​เป็น​ธัญพืช​หยาบ​ แม้ผลผลิต​ถึง500ชั่งจะทำให้​ทรง​ประหลาด​พระทัย​ แต่​ก็​ไม่ได้ดี​พระทัย​เหมือน​ในเวลานี้​ ใคร​จะไป​คาดคิด​ว่า​ข้าวสาลี​ที่​ให้​ผลผลิต​ได้​แค่​ร้อย​สอง​ร้อยชั่ง​จะเพิ่ม​ไป​ถึง500ชั่งได้​…เป็น​อย่าง​ที่​องค์​รัชทายาท​ตรัส​ว่า​นี่​เป็น​โชค​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​แผ่นดิน​ !


“ไม่ได้การ​ ถ้าข่าว​นี้​แพร่​ออก​ไป​จะต้อง​มีคน​นั่ง​ไม่ติด​แล้ว​พุ่ง​เป้า​มาที่​เว่ยเว่ย​แน่นอน​ ความปลอดภัย​ของ​นาง​หนู​เว่ยเว่ย​จะต้อง​ดูแล​ให้​ดี​ !” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงรีบ​บัญชา​องค์​รัก​เงา4นาย​ไป​คุ้มครอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ทันที​


“อันที่จริง​ สถานที่​ปลอดภัย​ที่สุด​ก็​คือ​วังหลวง​…” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงหันไป​ทอดพระเนตร​พระ​โอรส​เหมือน​เห็น​คน​ไม่เอาไหน​ ‘เจ้าลูก​ไม่ได้เรื่อง​ ! ตอนนั้น​บอก​ให้​เจ้าเกี้ยว​พา​เว่ยเว่ย​ให้​ติด​ ถ้าอยู่​ที่​ตำหนัก​บูรพา​แล้ว​ ใคร​จะทำร้าย​นาง​ได้​ ?’


องค์​รัชทายาท​แย้ม​โอษฐ์​อย่าง​ขมขื่น​ ‘ฟู่หวง​ยัง​ไม่ล้มเลิก​ความคิด​เยี่ยง​หัวขโมย​นั้น​ออก​ไป​สิท่า​ ! ก่อน​มาที่​เมืองหลวง​ น้อง​เว่ยเว่ย​ก็​มีคู่หมั้น​อยู่แล้ว​ พระองค์​ไป​แย่ง​คนรัก​ของ​คนอื่น​มาครอง​ จะดู​เหมาะสม​หรือ​ไร​ ? อีก​อย่าง​คือ​น้อง​เว่ยเว่ย​ก็​ไม่ใช่สตรี​ที่จะ​อยู่​แต่​ใน​เรือน​หลัง​ได้​เสียหน่อย​ ? อินทรี​ไม่ควร​โดน​หัก​ปีก​แล้ว​จำกัด​การ​บินขึ้น​ฟ้าใช่หรือไม่​ ? ’


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ทฤษฎี​ข้าว​งอก​ใหม่​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ไป​ถึงพระ​กรรณ​ของ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิง ข้าว​ขาว​รอบ​แรก​ได้​ผลผลิต​400ชั่ง แม้ข้าว​งอก​ใหม่​จะให้​ผลผลิต​ต่ำ​ อย่างไร​ก็​น่าจะ​ได้​ถึง100ชั่งอยู่ดี​…ถ้าแบบ​นั้น​ก็​ไม่ได้​แปล​ว่า​ปลูก​ข้าว​ขาว​หนึ่ง​รอบ​จะได้​ผลผลิต​ถึง500ชั่งหรอก​หรือ​ ? ฮ่าฮ่า ! มีเสบียง​ให้​กองทัพ​แล้ว​ พอ​กองทัพ​แข็งแกร่ง​แล้ว​ยัง​ต้อง​กลัว​การ​รุกราน​จาก​ต่างแดน​ ต้อง​กลัว​พวก​กบฏ​ราชวงศ์​ก่อน​อีก​หรือ​ ?


ผ่าน​ไป​อีกไม่นาน​ คน​ที่​รู้​ข่าว​เร็ว​กว่า​ชาวบ้าน​ก็​มาเยือน​ถึงเรือน​เพื่อ​ขอ​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​และ​ข้าว​ขาว​ สำหรับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ ปีหน้า​หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ต้อง​ใช้ใน​การปรับปรุง​ข้าว​พันธุ์ผสม​จึงเป็นธรรมดา​ที่จะ​ขาย​ไม่ได้​ ส่วน​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​สามารถ​แบ่ง​ขาย​ได้​บางส่วน​ แต่​จะขาย​ให้​ชนชั้นสูง​ พ่อค้า​ผู้มั่งคั่ง​หรือ​ขุนนาง​เรืองอำนาจ​ไม่ได้​…


นาง​บอก​ไป​แค่​ว่า​ได้​ปรับปรุง​พันธุ์พืช​แทน​ราชสำนัก​ ดังนั้น​เมล็ดพันธุ์​ย่อม​ไม่ใช่ของ​นาง​ แต่​เป็น​ของ​ฮ่องเต้​ผู้​หนุนหลัง​แสน​ยิ่งใหญ่​ ! หลังจาก​ไล่​คน​พวก​นี้​ออก​ไป​แล้ว​ นาง​ก็​คำนวณ​เมล็ดพันธุ์​ที่​ตน​จะใช้ใน​ปีหน้า​ ก่อน​จะยก​ส่วนที่เหลือ​ให้​สามีจัดการ​


ผ่าน​ไป​อีก​พัก​หนึ่ง​ก็​มาถึงฤดู​เก็บเกี่ยว​ข้าวโพด​ ท้อง​ไร่​เป็น​ดิน​ที่​อุดมสมบูรณ์​อยู่แล้ว​ กอปร​กับ​ได้​ปุ๋ย​อย่าง​เพียงพอ​ ปริมาณ​ข้าวโพด​ที่​ได้​จึงเป็นธรรมดา​ที่จะ​สูงกว่า​ทาง​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เล็กน้อย​ ผลผลิต​ขึ้นไป​เกือบ​700ชั่งต่อ​หนึ่ง​หมู่​ ส่วน​ไร่​ของ​ฮองเฮา​ได้​ข้าวโพด​ปริมาณ​ถึง600กว่า​ชั่ง


เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​มีความเคลื่อนไหว​อย่าง​รวดเร็ว​ พวก​เจ้าหน้าที่​แบ่ง​กัน​ไป​ตาม​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ เพื่อ​ประกาศ​เรื่อง​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงของ​ราชสำนัก​ แต่ละ​ครอบครัว​สามารถ​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวโพด​ได้​20ชั่งตาม​โฉนดที่ดิน​ใน​ครอบครอง​…หรือ​ก็​คือ​ปลูก​ได้​ประมาณ​4-5หมู่​นั่นเอง​


ในที่สุด​งาน​ที่​เจียง​โม่หา​น​ทำ​มา2-3เดือน​ก็ได้​ใช้ประโยชน์​ ชาวบ้าน​ที่มา​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​หน้า​ที่ทำการ​ซุ่น​เทียน​ต้อง​แจ้งชื่อ​หมู่บ้าน​ของ​ตัวเอง​ก่อน​ จากนั้น​ถึงจะหา​ชื่อ​จาก​สมุดบัญชี​เล่ม​นั้น​ หลัง​ตรวจ​ทะเบียนบ้าน​และ​โฉนดที่ดิน​แล้วก็​สามารถ​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​1ชั่งได้​ใน​ราคา​5อีแปะ​


มีชาวบ้าน​คน​หนึ่ง​ถามอย่าง​เชื่อ​ครึ่ง​ไม่เชื่อ​ครึ่ง​ “ท่าน​เจ้าหน้าที่​ เมล็ดพันธุ์​ชนิด​นี้​ปลูก​ได้​600-700ชั่งจริง​หรือ​ขอรับ​ ?” เมล็ดพันธุ์​ชั่งละ​5อีแปะ​ ถือเป็น​รา​คาที่​สมเหตุสมผล​ ชาวบ้าน​ที่อยู่​แถบ​ชาน​เมืองหลวง​ยัง​พอ​หา​เงินก้อน​นี้​ได้​อยู่​บ้าง​ แต่​ผลผลิต​600-700ชั่งต่อ​หมู่​ ดู​เกิน​จริง​ไป​หน่อย​ จึงมีหลาย​คน​ไม่กล้า​เชื่อ​ !


เจ้าหน้าที่​คน​นั้น​พูด​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ “นี่​เป็น​เมล็ดพันธุ์​ที่​ฟาร์ม​หลวง​ปรับปรุง​พันธุ์​ขึ้น​มาได้​ แล้ว​ราชสำนัก​จะโกหก​พวก​เจ้าทำไม​ ? จำไว้​ว่า​เมล็ดพันธุ์​พวก​นี้​ต้อง​เอา​ไป​ปลูก​เอง​เท่านั้น​ ถ้าขาย​ให้​คนอื่น​ จะโดน​โบย​แล้ว​ถูก​ส่งตัว​ไป​ทำงานหนัก​ที่​ชายแดน​ !”


“ไม่ขาย​ ไม่ขาย​ขอรับ​ !” ต่อจากนั้น​ชาวบ้าน​คน​นั้น​ก็​จ่าย​เงิน​แล้ว​เก็บ​เมล็ดพันธุ์​ซ่อน​ไว้​ใน​อก​เสื้อ​ด้วย​ความระมัดระวัง​ เมล็ดพันธุ์​20ชั่งนี้​เป็น​ความหวัง​ของ​คน​ทั้ง​บ้าน​ ! อย่า​ว่าแต่​ผลผลิต​600-700ชั่งเลย​ แม้จะได้​500ชั่ง หลัง​จ่าย​ภาษีแล้ว​พวกเขา​ก็​ยัง​เหลือ​ไว้​ตั้ง​หมู่​ละ​400ชั่ง…


ต้อง​รวม​เวลา​สามปีก่อน​เข้าด้วยกัน​ถึงจะได้​ผลผลิต​มาก​ขนาด​นี้​ เจ้าหน้าที่​ก็​บอก​แล้ว​ว่า​นี่​เป็น​เมล็ดพันธุ์​สำหรับ​พื้นที่​5หมู่​ กลับบ้าน​ไป​แล้วก็​รีบ​แผ้วถาง​ที่ดิน​สัก​สอง​หมู่​เพื่อ​ทดลอง​ปลูก​ข้าวโพด​ให้​ผลผลิต​สูงนี้​ลง​ไป​ ปีหน้า​ก็​ไม่ต้อง​กลัว​ว่า​จะ.อดอยาก​ !


สำหรับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​ เนื่องจาก​พื้น​ที่หนึ่ง​หมู่​ต้อง​ใช้เมล็ดพันธุ์​มากกว่า​และ​ราคา​ค่อนข้าง​สูง จึงมีคนซื้อ​ไป​ค่อนข้าง​น้อย แต่​แบบนี้​ก็​เป็นไป​ตามที่​หลิน​เว่ยเว่ย​คาดหวัง​…เนื่องจาก​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​มีน้อยกว่า​ข้าวโพด​ นาง​จึงกังวล​ว่า​จะหมด​ใน​ชั่วพริบตา​ !


สุดท้าย​ก็​เป็น​คน​ที่​มีไร่​อยู่​ค่อนข้าง​มากตาม​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ และ​คน​ฐานะ​ค่อนข้าง​ดี​ที่​ซื้อ​กลับ​ไป​ เนื่องจาก​เป็น​ปี​แรก​ใน​การ​ส่งเสริม​ให้​เพาะปลูก​ ดังนั้น​พวก​ชาวบ้าน​จึงยัง​ไม่ค่อย​เชื่อ​สัก​เท่าไร​


หลิน​เว่ยเว่ย​กินข้าว​ที่​ปลูก​เอง​…แม้รสชาติ​แย่​กว่า​ข้าว​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ แต่​ถ้าเทียบ​กับข้าว​ขาว​ใน​ตลาด​แล้ว​รสชาติ​ถือว่า​ดีกว่า​มาก​ นาง​เชื่อ​ว่า​เมื่อ​ไป​ถึงปาก​ที่​ช่างเลือก​ของ​พวก​ชนชั้นสูง​ ข้าว​ขาว​ชนิด​นี้​จะต้อง​เป็นที่นิยม​แน่นอน​


ในที่สุด​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​สามารถ​นำ​ข้าว​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ออกมา​รับประทาน​ได้​อย่าง​เปิดเผย​แล้ว​ เมื่อ​ก่อนเวลา​จะกิน​สักครั้ง​ต้องหา​ข้ออ้าง​จน​ปวดหัว​ บัณฑิต​น้อย​ฉลาด​ถึงขนาด​นั้น​ ไม่รู้​ว่า​ดูออก​บ้าง​หรือยัง​…แต่​ใน​เมื่อ​เขา​ไม่ถาม นาง​ก็​แกล้ง​โง่ต่อไป​ แสร้ง​ไม่รู้​อะไร​ทั้งนั้น​


เจียง​โม่หา​น​ชิมข้าว​หนึ่ง​คำ​แล้ว​เงยหน้า​ขึ้น​มาถามหลิน​เว่ยเว่ย​ว่า​ “นี่​เป็น​ข้าว​ขาว​ชนิด​ใหม่​ที่​มาจาก​ไร่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​เครียด​ขึ้น​มาทันที​ แต่​นาง​แกล้ง​ตอบ​อย่าง​ไม่ใส่ใจ “ใช่แล้ว​ ! คาดไม่ถึง​ว่า​ดิน​และ​น้ำ​ของ​ไร่​จะเหมาะกับ​การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ มัน​มีรสชาติ​ดีมาก​ !”


“อืม​ ! เทียบ​กับข้าว​พันธุ์​จิงซาน​เฉียว​กับข้าว​พันธุ์​จูซี่กง​แล้ว​ดีกว่า​ ยังมี​ข้าว​ขาว​ที่​กะเทาะ​เปลือก​เหลือ​อีก​หรือไม่​ ? ส่งไป​ให้​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​และ​พวก​พี่​ๆน้องๆ​ของ​เจ้า…” ส่วน​ใน​วัง​ ! ด้วย​นิสัย​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ หาก​บุตรสาว​ปลูก​ข้าว​รสชาติ​ดี​ออกมา​ได้ขนาด​นี้​จะต้อง​เข้าว​ังไป​คุยโว​แล้ว​แน่นอน​ ดังนั้น​พวกเขา​ไม่ต้อง​นำ​ไป​ถวาย​ด้วยตัวเอง​หรอก​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ “ปี​นี้​ปลูก​ข้าว​ขาว​ไม่มาก​ กะเทาะ​เปลือก​มาลอง​ชิมแค่​1พันชั่งเท่านั้น​ ส่วนที่เหลือ​เก็บ​ไว้​เป็น​เมล็ดพันธุ์​ ประเดี๋ยว​ส่งให้​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​300ชั่ง องค์​หญิง​เจียว​เจียว​100ชั่ง ส่วน​คน​ที่​สนิท​กัน​ก็​ส่งไป​ให้​บ้าน​ละ​หนึ่ง​กระสอบ​ ใน​บ้าน​เรา​ก็​จะเหลือ​ไว้​ประมาณ​300-400ชั่ง เพียงพอ​จนถึง​ข้าว​งอก​ใหม่​ใน​รอบ​ถัดไป​พอดี​…พูด​กัน​ว่า​รสชาติ​ของ​ข้าว​งอก​ใหม่​จะดีกว่า​ด้วย​ !”


“พูด​กัน​ว่า​…ข้าว​งอก​ใหม่​นี้​มาจาก​ตำรา​ของ​ข้า​อย่างนั้น​หรือ​ ? ฮึ” เจียง​โม่หา​น​เลิกคิ้ว​พลาง​ยิ้ม​เหมือน​ไม่ได้​ยิ้ม​และ​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​กวน​เล็กน้อย​


หลิน​เว่ยเว่ย​รีบ​ทำ​หน้า​ประจบ​แล้ว​เข้าไป​หอม​แก้ม​เขา​ “ใช่ ! แต่​หลัง​กลับมา​ที่​เมืองหลวง​แล้ว​หนังสือ​เล่ม​นั้น​ก็​หาย​ไป​ คง​ไม่ได้​หาย​ไป​ระหว่าง​เดินทาง​จาก​ตะวันตกเฉียงเหนือ​หรอก​กระมัง​ ?”


เสแสร้ง​ ! เสแสร้ง​ไป​เถิด​ ! หนังสือ​พวก​นั้น​ของ​ข้า​มีเล่ม​ไหน​ที่​อ่าน​ต่ำกว่า​3-5รอบ​บ้าง​ ? แล้ว​เหตุใด​ข้า​จึงไม่เคย​เห็น​ ‘ข้าว​งอก​ใหม่​’ อะไร​นั่น​มาก่อน​ ? ทว่า​ความลับ​ของ​เด็ก​คน​นี้​เคย​หลุด​มาให้​เขา​เห็น​อยู่​บ่อยครั้ง​และ​ยังมี​หลายครั้ง​ที่​เขา​ต้อง​ช่วย​นาง​ปกปิด​ไม่ให้​คนนอก​สงสัย​มากขึ้น​เรื่อยๆ​ เขา​ทั้ง​ดีใจ​และ​กังวล​…ภรรยา​คง​ไม่ใช่เทพธิดา​ตก​สวรรค์​จริง​หรอก​กระมัง​ ? ไม่อย่างนั้น​เหตุใด​ถึงเข้าใจ​เรื่องราว​ต่างๆ​มากกว่า​คน​ที่​กลับชาติมาเกิด​ใหม่​อย่าง​เขา​เสีย​อีก​ ?


ตอนที่​ 644: ด้านหน้า​มีคน​ตะโกน​เปิดทาง​ ด้านหลัง​มีคน​คุ้มกัน​ ยิ่งใหญ่​จะตาย​ไป​


เจียง​โม่หา​น​แกล้ง​ถามอย่าง​ไม่ใส่ใจ “ถ้าเช่นนั้น​…หนังสือ​ที่​เจ้าอ่าน​เจอ​ได้​บอก​ไว้​หรือไม่​ว่า​ข้าว.​งอก​ใหม่​จะให้​ผลผลิต​เท่าไร​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ตอบ​อย่าง​ไม่ลังเล​ “ตอนนี้​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​ต่ำ​ ข้าว​งอก​ใหม่​ก็​น่าจะ​ได้​ประมาณ​ครึ่งหนึ่ง​ของ​รอบ​แรก​กระมัง​ ? น่าจะ​ประมาณ​200ชั่ง !”


เฮอะ​…400ชั่งต่อ​หมู่​ยัง​เรียก​ว่า​ผลผลิต​ต่ำ​ ? ถ้าเช่นนั้น​200ชั่งต่อ​หมู่​ของ​ภาคใต้​จะเรียก​ว่า​อะไร​ ? แค่​ข้าว​งอก​ใหม่​ก็ได้​ผลผลิต​เท่า​ข้าว​ขาว​ปกติ​ของ​ภาคใต้​แล้ว​ยังมี​อะไร​ให้​ไม่พอใจ​อีก​ ?


หลิน​เว่ยเว่ย​หัวเราะ​คิกคัก​อย่าง​มีความสุข​ “ถึงแม้ข้าว​งอก​ใหม่​จะรสชาติ​ดี​ แต่​เมล็ด​เล็ก​จึงไม่เหมาะ​เอา​ไป​เป็น​เมล็ดพันธุ์​ ข้าว​.งอก​ใหม่​ไม่กี่​หมู่​นั้น​พวกเรา​เก็บ​ไว้​กิน​เอง​แล้วกัน​! กิน​ไม่หมด​ก็​เอา​ไป​ขาย​ ส่วน​เรื่อง​ราคา​…ก็​เท่า​กับข้าว​บรรณาการ​ คิคิคิ​ ปีหน้า​เรา​ปลูก​เพิ่ม​อีก​ร้อย​หมู่​พัน​หมู่​ แค่​ข้าว​งอก​ใหม่​ก็​ทำ​เงินก้อน​โต​แล้ว​!”


เจียง​โม่หา​น​เหลือบมอง​นาง​ ‘เจ้ามีกิจการ​มากมาย​ใน​เมืองหลวง​ขนาด​นั้น​ แต่​ไม่มีกิจการ​ใด​ถึงเกณฑ์​จ่าย​ภาษีขั้นสูงสุด​ หาก​จะพูดว่า​ใช้ชีวิต​อยู่​บน​กอง​เงิน​กอง​ทอง​ก็​ไม่ผิด​ แล้ว​ยัง​สนใจ​เงินก้อน​เล็ก​ๆจาก​การ​ขาย​ข้าว​? เอาเถิด​ ข้าว​บรรณาการ​มีราคา​ต่อ​หนึ่ง​ชั่งก็​หลัก​ร้อย​ตำลึง​ขึ้นไป​ แม้ที่ดิน​หนึ่ง​หมู่​จะได้​ผลผลิต​200ชั่ง แต่​ก็​เป็น​เงินถึง​20ตำลึง​…พอ​ลอง​คำนวณ​แบบนี้​แล้ว​ถ้าเป็น​พัน​หมู่​ก็​2หมื่นตำลึง​…รวม​กับ​เงิน​ขาย​เมล็ดพันธุ์​…ทำนา​แล้ว​รวย​ขนาด​นี้​ตั้งแต่​เมื่อไร​? เด็ก​คน​นี้​ชอบ​ทำให้​เรื่อง​ที่​เป็นไปไม่ได้​กลาย​เป็นจริง​ได้​ตลอด​!’


หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​คำนวณ​รายได้​จาก​ไร่​อย่าง​มีความสุข​ก็​ได้ยิน​สาวใช้​เข้ามา​รายงาน​ว่า​ห​มิน​อ๋อง​เสด็จ​ สอง​สามีภรรยา​ต่าง​หันไป​มอง​สีของ​ท้องฟ้า​ด้านนอก​กัน​อย่าง​พร้อมเพรียง​…มาในเวลานี้​จะต้อง​ไม่ใช่เรื่องเล็ก​แน่นอน​


เมื่อ​ทั้งสอง​ออกมา​ที่​เรือน​หน้า​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เข้าไป​คารวะ​แล้ว​ถามว่า​ “ฟู่หวา​งเพิ่ง​กลับ​จาก​ค่ายทหาร​ชานเมือง​หรือ​เพ.คะ​? เสวย​มื้อ​เย็น​มาหรือยัง​? ถ้ายัง​ ลูก​จะเข้าครัว​ทำอาหาร​ให้​พระองค์​สัก​สอง​อย่าง​…”


หลัง​กลับ​มาจาก​ค่ายทหาร​ที่​ชานเมือง​และ​ยัง​ไม่ทัน​ได้​นั่ง​ติด​เก้าอี้​ก็​โดน​ฮ่องเต้​เรียก​เข้า​วัง​แล้ว​จะเอา​เวลา​ที่ไหน​มารับประทาน​อาหารเย็น​? ผ่าน​ไป​ไม่เท่าไร​ พระองค์​ก็​เสวย​ขนม​ใน​ถาด​จน​หมด​แล้ว​เช็ด​โอษฐ์​ จากนั้น​ตรัส​ว่า​ “ไม่ต้อง​ พ่อ​กลับ​ไป​กินที่​ตำหนัก​ก็ได้​แล้ว​ หมู่​เฟย​คิดถึง​เจ้า รีบ​ไป​เก็บ​ของ​ พ่อ​มารับ​เจ้ากลับ​ไป​อยู่​ที่​ตำหนัก​สัก​ระยะ​”


เจียง​โม่หา​น​เงยหน้า​มอง​ห​มิน​อ๋อง​ คน​ฉลาด​อย่าง​เขา​จะไม่รู้​เจตนา​ที่​แฝงอยู่​ได้​อย่างไร​? พอ​ได้ยิน​แบบ​นั้น​แล้ว​เขา​ก็​หันไป​ยิ้ม​ให้​ภรรยา​ “ใน​เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ ข้า​จะไป​อยู่​เป็นเพื่อน​เจ้าที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​สัก​ระยะ​หนึ่ง​ก็แล้วกัน​?”


‘???’ เหนือศีรษะ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​เต็มไปด้วย​เครื่องหมายคำถาม​ เมื่อไม่นานมานี้​นาง​เพิ่ง​ไป​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​แล้ว​เล่นไพ่​นกกระจอก​กับ​หมู่​เฟย​ตลอดทั้ง​บ่าย​ เอา​หมู่​เฟย​มาอ้าง​ คิด​จะทำ​อะไร​กัน​แน่​? ทว่า​ใน​เมื่อ​บัณฑิต​น้อย​ให้​นาง​กลับ​ไป​ได้​ เขา​ก็​ต้อง​มีเหตุผล​ของ​ตัวเอง​แน่นอน​ “ได้​ ประเดี๋ยว​ลูก​ไป​เก็บ​เสื้อผ้า​แล้ว​ออกเดินทาง​ได้​เลย​เพ.คะ​”


ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​เก็บ​เรือน​ไว้​ให้​นาง​และ​สามี แถมยัง​ให้​ใช้ประตู​ที่​ลับตาคน​เพื่อให้​สะดวก​ใน​การไปมาหาสู่​กัน​ใน​เวลา​ปกติ​ เพื่อ​เลี่ยง​บรรดา​พวก​ขี้​อิจฉาตาร้อน​จน​คิด​ว่า​บัณฑิต​น้อย​พึ่งพา​บารมี​พ่อตา​ ทั้งสอง​คน​จึงเข้ามา​พัก​ใน​ตำหนัก​น้อย​ครั้ง​มาก​ คราวนี้​…อาจ​มีศัตรู​แทรกซึม​เข้ามา​ถึงเมืองหลวง​ ทุกคน​จึงห่วง​ความปลอดภัย​ของ​นาง​?


บ้าน​ทั้งสอง​หลัง​อยู่​ห่าง​กัน​ไม่ไกล​ รถม้า​แล่น​มาได้​ไม่เท่าไร​ก็​หยุด​ที่​หน้า​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​เข้าไป​คารวะ​ท่าน​ย่า​และ​หมู่​เฟย​ จากนั้น​ก็​อยู่​ใน​สวน​จื่อถง​ไม่ยอม​ออกมา​ “หมู่​เฟย​ มีคน​คิด​จะลงมือ​กับ​บัณฑิต​น้อยหรือ​เพ.คะ​? ถ้าเช่นนั้น​ระหว่างทาง​ไป​ที่ทำการ​ของ​เขา​จะปลอดภัย​หรือเปล่า​? ถ้าอย่างไร​เรา​ส่งองครักษ์​ไป​คุ้มกัน​เขา​สัก​สอง​สามคนดี​หรือไม่​เพ.คะ​?”


ห​มิน​หวา​งเฟย​จิ้มหน้าผาก​นาง​สอง​สามครั้ง​ “ไม่ใช่หา​นเอ๋อร์​มีอันตราย​ แต่​เป็น​เจ้า!”


“ลูก​? ลูก​เป็น​แค่​สตรี​บรรดาศักดิ์​ขั้น​สี่ผู้​ต่ำต้อย​ ปกติ​ก็​ไม่ได้​ไป​หาเรื่อง​ใคร​ ทำงาน​เสร็จ​ก็​กลับ​เข้า​บ้าน​ แล้​วจะ​มีอันตราย​อะไร​ได้​เพ.คะ​?” หลิน​เว่ยเว่ย​ลาก​เก้าอี้​มานั่ง​ข้าง​แท่น​บรรทม​ของ​ห​มิน​หวา​งเฟย​พร้อม​สีหน้า​งุนงง​


ห​มิน​หวา​งเฟย​ตรัส​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ทำไม​หรือ​? รังเกียจ​ที่​เป็น​สตรี​บรรดาศักดิ์​ขั้น​สี่แล้ว​ต้อยต่ำ​เกินไป​? เช่นนั้น​ก็​เร่ง​ให้​สามีเจ้าเลื่อนตำแหน่ง​สิ!”


หลิน​เว่ยเว่ย​ส่ายหน้า​ “หมู่​เฟย​ก็​รู้​ว่า​ลูก​ไม่ได้​หมายถึง​เรื่อง​นี้​! บัณฑิต​น้อย​ยัง​ไม่เข้า​พิธี​สวม​กวาน​ก็ได้​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​สี่แล้ว​ ทั่ว​ราชสำนัก​มีคน​ที่สอง​อีก​หรือไม่​เพ.คะ​? ลูก​ภูมิใจแล้วก็​พอใจ​มาก​แล้ว​ หมู่​เฟย​เพ.คะ​ ฟู่หวา​งดู​ร้อน​พระทัย​จน​ดวง​พักตร์​ซีดเซียว​แล้ว​รีบ​รับ​ลูก​กลับมา​ด้วย​เหตุใด​หรือ​เพ.คะ​?”


“ตอนนี้​เจ้ากลายเป็น​คนดัง​ไป​แล้ว​! ไม่ว่า​จะปลูก​อะไร​ก็ได้​ทั้งนั้น​ แล้ว​ผลผลิต​ที่​ได้​ยัง​สุดยอด​อีก​ต่างหาก​! ได้​กำราบ​เจ้าย่อม​จะกลายเป็น​ผู้ยิ่งใหญ่​ใน​ใต้​หล้า​ แล้ว​เจ้าคิด​ว่า​…ควร​ลงมือ​กับ​เจ้าหรือไม่​?” ห​มิน​หวา​งเฟย​ทอดพระเนตร​หลิน​เว่ยเว่ย​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​…เหตุใด​นาง​ถึงได้​เก่ง​ขนาด​นี้​?


“กบฏ​ราชวงศ์​ก่อน​ยัง​ลอยนวล​กัน​อยู่​ ยังมี​คน​เถื่อน​รอบ​แผ่นดิน​อีก​ ถ้าต้าเซี่ย​ของ​เรา​เจริญรุ่งเรือง​ขึ้น​มา พวกเขา​จะทำ​อะไร​ได้​อีก​? คน​พวก​นี้​…หาก​ไม่ได้​ครอบครอง​ก็​ต้อง​ทำลาย​ มนุษย์​โอสถ​ที่​พี่ชาย​ของ​เจ้าเผชิญ​ใน​ภาคเหนือ​ก็​ไม่ได้​มาจาก​เหตุผล​นี้​หรือ​?” ห​มิน​หวา​งเฟย​นั่ง​ตัวตรง​ ก่อน​จะขมวด​พระ​ขนง​พลาง​ตรัส​ต่อ​ “เจ้าอย่า​เห็น​ว่า​เป็น​เรื่องเล็ก​เชียว​ อีก​ประเดี๋ยว​ฟู่หวา​งของ​เจ้ากลับมา​แล้ว​ ให้​เขา​เลือก​องครักษ์​ฝีมือดี​ให้​สัก​สอง​สามคน​!”


แต่​หลิน​เว่ยเว่ย​คลี่​ยิ้ม​อย่าง​ไม่ใส่ใจ “ถ้าเช่นนั้น​ต่อไป​เวลา​ลูก​ออก​ไป​ข้างนอก​ก็​จะมีคน​ตะโกน​เปิดทาง​อยู่​ด้านหน้า​ แล้ว​มีคน​คุ้มกัน​อยู่​ด้านหลัง​ แบบ​นั้น​ดู​ยิ่งใหญ่​กว่า​เชื้อพระวงศ์​กับ​บุตร​ขุนนาง​อีก​เพ.คะ​”


ห​มิน​หวา​งเฟย​.กลอก​ดวง​เนตร​ใส่นาง​ “เจ้าเป็น​องค์​หญิง​ที่​ได้รับ​การ​แต่งตั้ง​จาก​ฮ่องเต้​ ออกจาก​บ้าน​อย่าง​ยิ่งใหญ่​ก็​สมควร​อยู่แล้ว​ไม่ใช่หรือ​? แม่คิด​ว่า​ฮ่องเต้​ก็​ดำริ​เรื่อง​นี้​ได้​ ไม่แน่​ว่า​อาจ​ส่งองครักษ์​เงามาคุ้มครอง​เจ้าแล้ว​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​รีบ​วิ่ง​ไป​ที่​หน้าต่าง​แล้ว​เปิด​ออก​ดู​ด้านนอก​พร้อม​พูดว่า​ “องครักษ์​เงา? ลูก​สงสัย​มาตลอด​ว่า​องครักษ์​เงาจะซ่อน​อยู่​ที่ใด​! หมู่​เฟย​คิด​ว่า​บน​ต้นไม้​นั้น​จะมีคน​ซ่อนตัว​อยู่​หรือไม่​เพ.คะ​?”


องครักษ์​เงาที่​ซ่อนตัว​อยู่​บน​ต้นไม้​ “…” ขณะ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ชี้มาที่​เขา​ก็ได้​ทำลาย​ตำแหน่ง​ของ​เขา​แล้ว​ ไม่รู้​ว่า​เพราะ​บังเอิญ​หรือ​เห็น​ตัว​เขา​จริงๆ​ พอ​นึกถึง​วรยุทธ์​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​เรื่อง​ที่​เคย​ช่วย​ฮ่องเต้​จาก​ห่า​ฝน​ธนู​ไว้​แล้ว​ บางที​นาง​อาจ​มีความสามารถ​นี้​จริง​…


ห​มิน​หวา​งเฟย​หันไป​ทอดพระเนตร​ข้างนอก​ปราด​หนึ่ง​ “ใคร​จะรู้​! เพื่อ​ปกป้อง​เจ้านาย​แล้ว​ องครักษ์​เงาไม่มีทาง​อยู่​ห่าง​เกินไป​ ใน​สวน​ของ​เรา​มีที่ซ่อน​มากมาย​ อาจ​ไม่ได้​ซ่อน​อยู่​บน​ต้นไม้​ก็ได้​…”


“ลูกคิด​ว่า​พอ​ตก​กลางคืน​แล้ว​บน​หลังคา​จะต้อง​เป็น​ที่ซ่อน​ชั้นดี​แน่นอน​เพคะ​ ชุด​สีดำ​เหมือน​สีท้องฟ้า​ คน​ปกติ​ไม่มีทาง​สังเกตเห็น​โดยง่าย​” หลิน​เว่ยเว่ย​เงยหน้า​มอง​หลังคา​คล้าย​กำลัง​ฟังว่า​จะมีเสียง​ฝีเท้า​ดัง​จาก​ทาง​นั้น​หรือเปล่า​


องครักษ์​เงาที่​หมอบ​อยู่​บน​หลังคา​ “…” หรือ​เขา​จะโดน​พบ​ตัว​เข้า​แล้ว​? เหตุใด​เขา​ถึงทำให้​อีก​ฝ่าย​ระบุ​ตำแหน่ง​ได้​เล่า​?


“ถ้าลูก​เป็น​องครักษ์​เงาจะต้อง​กระโดด​เข้าไป​หลัง​ภูเขา​จำลอง​หรือ​ซ่อน​บน​คาน​ของ​โถงทางเดิน​แน่นอน​เพ.คะ​” หลิน​เว่ยเว่ย​นึกถึง​ฉาก​ใน​ละคร​ นักฆ่า​พวก​นั้น​ชอบ​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ตาม​คำพูด​ของ​นาง​ ทันใดนั้น​นาง​ก็​เกิด​สงสัย​…อยาก​จะไปดู​ว่า​มีคน​ซ่อนตัว​อยู่​บริเวณ​นั้น​จริง​หรือเปล่า​


ห​มิน​หวา​งเฟย​ส่าย​ดวง​พักตร์​พร้อม​รอยยิ้ม​ “เจ้าเลิก​สงสัย​ได้​แล้ว​ จะมีองครักษ์​เงาหรือเปล่า​ เจ้าสรุป​เอา​เอง​ได้​ที่ไหน​กัน​ แม้ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ของ​พวกเรา​ไม่จัด​ว่า​เป็น​ป้อมปราการ​อัน​แข็งแกร่ง​ แต่​พวก​ศัตรู​ฝีมือ​ต่ำต้อย​ไม่มีทาง​เข้ามา​ได้​ง่าย​ ต่อไปนี้​เจ้ากับ​หา​นเอ๋อร์​ก็​อยู่​ใน​ตำหนัก​กัน​ให้​สบายใจ​ ส่วน​ตอนที่​ออก​นอก​ตำหนัก​ก็​พา​คน​ไป​ด้วย​มาก​ๆหน่อย​!”


ตอนที่​ 645: พวก​เจ้าหน้าตา​อัปลักษณ์​กัน​ทั้ง​บ้าน​


ผู้ดูแล​ฉูและ​ขันที​ฝูหรง​อยู่​ดูแล​ที่​ไร่​ เมื่อ​ข้าว​ขาว​เริ่ม​แตก​ยอด​ขึ้น​ใหม่​ คนงาน​ใน​ไร่​ก็​ทำตาม​รูปแบบ​เดิม​ที่​เคย​ทำ​มา หลิน​เว่ยเว่ย​จึงได้​มีเวลาว่าง​สักที​ ส่วน​เจียง​โม่หา​น​กำลัง​ติดตาม​การ​แผ้วถาง​ที่ดิน​ของ​ชาวบ้าน​และ​มีเวลา​ช่วย​ภรรยา​ทำ​เครื่อง​แกะ​เมล็ด​ข้าวโพด​


ฝัก​ข้าวโพด​ผ่าน​เข้าไป​ตาม​ช่อง​ โดย​มีฟันเฟือง​จาก​แรง​คน​หมุน​ทำให้​ฝัก​ข้าวโพด​ผ่าน​ไป​ตาม​ราง​เลื่อน​แล้ว​โดน​ใบ​มีด​ด้านใน​ทำให้​เมล็ด​ข้าวโพด​หลุด​ออก​ ขั้นตอน​สุดท้าย​คือ​เมล็ด​แต่ละ​ขนาด​จะผ่าน​ตะแกรง​ด้านล่าง​เพื่อ​คัดแยก​เมล็ด​ข้าวโพด​ที่​อวบอ้วน​ออกมา​


หลิน​เว่ยเว่ย​รับหน้าที่​แค่​ออก​ความคิดเห็น​ ใน​ส่วน​เฉพาะทาง​มีเจียง​โม่หา​น​เป็น​ผู้ดูแล​ เจียง​โม่หา​น​ออก​ไป​ตามหา​ช่างไม้และ​ช่างตีเหล็ก​ที่​ฝีมือ​ไม่เลว​เพื่อ​มารวมตัว​เป็น​ ‘ทีม​วิจัยและพัฒนา​’ หลัง​ผ่าน​การทดลอง​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ ในที่สุด​ก็​ทำ​เครื่อง​แกะ​เมล็ด​ข้าวโพด​ที่​ทั้ง​สะดวก​และ​ประหยัดเวลา​ได้​สำเร็จ​


ต่อจากนั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ใช้ซังข้าวโพด​ รำ​ข้าวสาลี​ กาก​ถั่ว​และ​ก้างปลา​ป่น​มาทดลอง​ผสม​เข้าด้วยกัน​เพื่อ​ทำอาหาร​ไก่​และ​อาหาร​หมู​ อาหาร​ชนิด​นี้​ไม่เพียง​เป็นที่​โปรดปราน​ของ​พวก​สัตว์​ แต่​ยัง​มีส่วนช่วย​ใน​การเจริญเติบโต​และ​ลด​โรค​ที่จะ​เกิด​กับ​พวก​มัน​ด้วย​…


ไก่​ที่​ชาวบ้าน​เลี้ยง​ไว้​ ต้อง​รอ​ถึงครึ่ง​ปี​กว่า​จะโต​ ฟาร์ม​ปลอดเชื้อ​อย่าง​สวนผลไม้​ให้อาหาร​ไก่​เพิ่ม​ทุกคืน​ ผ่าน​ไป​เพียง​4เดือน​ก็​มีน้ำหนัก​4-5ชั่งแล้ว​ หมู​ที่​ได้​กิน​อาหาร​ชนิด​นี้​ หลังจาก​เลี้ยง​ได้​ครึ่ง​ปี​ก็​สามารถ​นำ​ออกมา​เชือด​ได้​ แต่ละ​ตัว​ยังมี​น้ำหนัก​มากกว่า​200ชั่งขึ้นไป​อีกด้วย​


พวก​เกษตรกร​ผู้เช่า​ใน​ไร่​ต่าง​รู้สึก​ประหลาดใจ​ พวกเขา​ก็​เคย​เลี้ยง​หมู​มาก่อน​ ต้อง​เลี้ยง​ถึง1ปี​กว่า​จะนำ​ออกมา​เชือด​ตอน​สิ้นปี​ได้​และ​น้ำหนัก​150ชั่งก็​ถือว่า​อ้วน​มาก​แล้ว​!


ไร่​ทั้งสอง​เลี้ยง​สัตว์ปีก​และ​ปศุสัตว์​เหมือนกัน​! ทว่า​พวก​ไก่​ เป็ด​ ห่าน​ หมู​และ​แกะ​ใน​ไร่​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ต้อง​กังวล​ว่า​จะไม่มีตลาด​รับซื้อ​เพราะ​แค่​ร้านอาหาร​ที่​นาง​ร่วม​ลงทุน​กับ​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ก็​ใช้ไป​กว่า​ครึ่ง​แล้ว​


หลังจาก​ทำตาม​คำเรียกร้อง​ของ​ญาติมิตร​ ใน​เมนู​ของ​ร้าน​ก็​มีอาหาร​ประเภท​ย่าง​และ​ตุ๋น​เพิ่มขึ้น​มา มีทั้ง​ไก่ย่าง​ เป็ด​ย่าง​ หมู​ตุ๋น​ ไส้ตุ๋น​ ใน​แต่ละวัน​ขาย​หมดเกลี้ยง​จึงยิ่ง​ไม่ต้อง​พูดถึง​วัตถุดิบ​ต่างๆ​ที่​ร้านอาหาร​ต้องการ​!


การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ นอกจาก​ลงทุน​ต่ำ​แล้ว​ผลผลิต​ที่​ได้​ยัง​มากกว่า​ปกติ​ แม้การทด​ลองใน​ปี​แรก​จะทำให้​เห็นผล​เลย​ก็ตาม​ ภายใต้​ความช่วยเหลือ​ของ​เจียง​โม่หา​น​ นาง​ยัง​เขียน​ฎีกา​เกี่ยวกับ​ประสบการณ์​ใน​การ​เพาะปลูก​ขึ้น​ถวาย​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงอีก​เล่ม​หนา​


แน่นอน​ว่า​ไร่​ของ​ชาวบ้าน​จะเหมือน​ไร่​ของ​ผู้มีอำนาจ​ไม่ได้​ การ​จะมีพื้นที่​ขนาดใหญ่​และ​เลี้ยงสัตว์​ได้​จำนวนมาก​อะไร​ทำนอง​นั้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ยกตัวอย่าง​ของ​ชาวบ้าน​และ​ออกแบบ​การ​ทำ​เกษตร​ที่​เหมาะสม​ที่สุด​เพื่อ​ช่วย​ประหยัด​ต้นทุน​ใน​การ​ทำไร่ทำนา​ของ​ราษฎร​ หรือ​แม้แต่​สูตร​อาหารสัตว์​ก็​ยัง​เขียน​แบ่งปัน​แก่​ราษฎร​ด้วย​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทรง​พระ​เกษม​สําราญพลาง​มีพระ​ราชโองการ​ไป​ยัง​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ทันที​…บอ​กว่า​เจียง​โม่หา​น​สามีของ​หลิน​เว่ยเว่ย​เป็น​ผู้​เผยแพร่​แนวคิด​นี้​ออกมา​ คน​ทั่ว​ซุ่น​เทียน​ต่าง​อิจฉาตาร้อน​กัน​ทันที​…นี่​ไม่เท่ากับ​ยัด​ผลงาน​ใส่มือรอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​หรือ​ไร​?


แต่​พวกเขา​ไม่รู้​ว่า​วิธี​ทำการเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​นี้​ถูก​สร้าง​ขึ้น​โดย​ภรรยา​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​ เพราะ​ใน​สายตา​ของ​พวกเขา​คือ​เด็กสาว​ที่​มาจาก​ชนบท​คน​หนึ่ง​จะมีความสามารถ​สัก​เท่าไร​กัน​เชียว​ สุดท้าย​แล้ว​ ‘การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ ต้อง​มีรอง​ผู้ตรวจการ​คอยชี้แนะ​แน่นอน​? ต้อง​ทราบ​ก่อน​ว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​เป็น​คน​มาก​ความสามารถ​ ความรู้​กว้างขวาง​ แถมตอนที่​ยัง​เป็น​บัณฑิต​ถงเซิงอยู่​ก็​สร้าง​กังหันน้ำ​กระดูก​มังกร​และ​วิธี​กรอง​น้ำ​ให้​กองทัพ​ออกมา​ได้​แล้ว​…


อย่า​มองว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​มีหน้าตา​ดีแล้ว​จะนิสัย​แย่​ เพราะ​สำหรับ​ภรรยา​ที่​หน้าตา​อัปลักษณ์​ของ​เขา​คน​นั้น​ (หลิน​เว่ยเว่ย​ “เจ้านั่นแหละ​หน้าตา​อัปลักษณ์​ พวก​เจ้าหน้าตา​อัปลักษณ์​กัน​ทั้ง​บ้าน​!”) เขา​กลับ​รัก​นาง​ดั่ง​แก้วตาดวงใจ​


ลือ​กัน​ว่า​เพราะ​กลัว​สาวน้อย​จะขึ้นไป​ตัก​น้ำ​บน​เขา​ทุกวัน​จน​เหนื่อย​ เขา​จึงสร้าง​กังหันน้ำ​กระดูก​มังกร​ขึ้น​มา วิธี​เขียน​บัญชี​รูปแบบ​ใหม่​ของ​กรม​คลัง​ก็​คิด​เพื่อ​นาง​ ตอน​อยู่​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ก็​เหมือนกัน​ ภรรยา​ต้องการ​แผ้วถาง​ที่ดิน​เพาะปลูก​ เขา​จึงสร้าง​คันไถ​ล้อ​คู่​ขึ้น​มา จากนั้น​กังวล​ว่า​นาง​จะไม่สะดวกสบาย​ใน​การ​ใช้น้ำ​จึงขุด​คลอง​สร้าง​ระบบ​ชลประทาน​ สร้าง​ปูน​ขึ้น​มาโดย​หมาย​จะทำ​เขื่อนกั้นน้ำ​เพราะ​นาง​…


เฮอะ​เฮอะ​! ตอนนี้​ยัง​ได้ผล​งานการ​ทำ​เกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ไป​อีก​ กระนั้น​ทุกอย่าง​เขา​ก็​ยก​ให้​เป็น​ผลงาน​ของ​ภรรยา​ทั้งนั้น​ ฮ่องเต้​ต้อง​อ่านใจ​เขา​ออก​จึงยก​รีบ​ผลงาน​นี้​ให้​เขา​ก่อน​ ไม่พูด​ก็​คง​ไม่ได้​ว่า​เจ้าหนุ่ม​มีทั้ง​ความสามารถ​และ​โชคลาภ​จริงๆ​!


แต่​พวกเขา​คาดไม่ถึง​ว่า​ทุกอย่าง​จะตรงกันข้าม​กับ​สิ่งที่คิด​ นอกจาก​กังหันน้ำ​กระดูก​มังกร​แล้ว​ ผลงาน​อย่าง​อื่น​ล้วน​มีความคิด​แรกเริ่ม​มาจาก​หลิน​เว่ยเว่ย​ แม้นาง​จะทำ​เพื่อ​สนับสนุน​ ‘ความปรารถนา​’ ของ​ตน​ก็ตาม​เถิด​ ส่วน​การ​ทำ​เครื่องไม้เครื่องมือ​เฉพาะทาง​ล้วน​เป็น​ผลงาน​ของ​เจียง​โม่หา​น​


เจียง​โม่หา​น​ผู้​กลับชาติมาเกิด​ใหม่​ เดิมที​คิด​จะไม่ทำตัว​ให้​สะดุดตา​ ค่อยๆ​ก้าว​สู่ตำแหน่ง​เหนือ​คน​นับ​หมื่น​อยู่​เบื้องล่าง​เพียง​คน​ผู้เดียว​อย่าง​ไม่หวือหวา​ แต่​ใคร​จะไป​คิด​ว่า​ภรรยา​ของ​เขา​จะคอย​ผลักดัน​เขา​ไป​ข้างหน้า​เรื่อยๆ​…เขา​เอง​ก็​อยาก​ทำตัว​ให้​ไม่สะดุดตา​อยู่​หรอก​ แต่​สภาพ​ความเป็นจริง​ไม่เอื้ออำนวย​ให้​ทำ​แบบ​นั้น​!


จาก​วันที่​ข้าว​งอก​ใหม่​ออกรวง​อีกครั้ง​ ไร่​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เหมือน​ทิวทัศน์​แดน​ตะวันตก​ ราษฎร​ที่อยู่​ใน​ละแวก​นั้น​ต่าง​ได้ยิน​ข่าวลือ​ว่า​ไร่​ทดลอง​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​เป็น​ของ​ราชสำนัก​ พวกเขา​จึงไม่กล้า​เข้าใกล้​ ได้​แต่​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ​เท่านั้น​


ขันที​ฝูหรง​พา​ผู้เช่า​และ​คน​คุ้มกัน​เดิน​ตรวจตรา​โดยรอบ​ไร่​อย่าง​เข้มงวด​เพราะ​กลัว​จะมีชาวบ้าน​ชอบ​ริษยา​คนอื่น​มาทำให้​เสีย​เรื่อง​ หลัง​รู้​สถานการณ์​นี้​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ไป​คุย​กับ​เจียง​โม่หา​น​ว่า​


“ปิดกั้น​แย่​กว่า​เปิดเผย​ ฮ่องเต้​ไม่ได้​รับสั่ง​ให้​เจ้าส่งเสริม​การ​ทำ​เกษตร​แบบ​ผสมผสาน​หรอก​หรือ​? เจ้าเรียก​นายอำเภอ​ ปลัดอำเภอ​ ผู้ใหญ่บ้าน​ รอง​ผู้ใหญ่บ้าน​และ​กลุ่ม​รักษา​ความปลอดภัย​ระดับ​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ใน​ละแวก​นี้​มารวมกลุ่ม​กัน​แล้ว​ไปดู​การ​ทำ​เกษตร​ที่​ฟาร์ม​หลวง​ พอ​ถึงเวลา​นั้น​ข้า​จะให้​ผู้เชี่ยวชาญ​มาอธิบาย​วิธีทำ​เกษตร​และ​ประโยชน์​ของ​มัน​ให้​พวกเขา​ฟัง คู่มือ​การ​ทำ​เกษตร​นั้น​แต่ละ​หมู่บ้าน​มีไว้​สัก​หนึ่ง​ชุด​และ​ยัง​สามารถ​เลือก​คน​สัก​กลุ่ม​หนึ่ง​มานำร่อง​ใน​การ​ทำ​เกษตร​สำหรับ​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ได้​ด้วย​ พอ​คน​พวก​นี้​ได้​สัมผัส​ประสบการณ์​จริง​แล้ว​ เจ้าก็​ไม่ต้อง​เปลือง​น้ำลาย​ต่อไป​ ประเดี๋ยว​พวกเขา​ก็​ลงมือทำ​กันเอง​ ไฉน​เลย​ยัง​จะต้องหา​วิธี​ส่งเสริม​อีก​?”


เจียง​โม่หา​นม​อง​เข้าไป​ใน​แววตา​ของ​นาง​แล้ว​อดไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​ออกมา​ “เจ้าเป็น​ภรรยา​ที่​ดี​ของ​ข้า​จริงๆ​! รู้​แล้ว​ว่า​เหตุใด​เจ้าชอบ​พูด​บ่อยๆ​ ว่า​เบื้องหลัง​ของ​บุรุษ​ที่​ประสบความสำเร็จ​ต่าง​มีสตรี​ที่​โดดเด่น​คอย​หนุนหลัง​เสมอ​ ตอนนี้​ข้า​เริ่ม​มั่นใจ​แล้ว​ว่า​…ใน​ใต้​หล้า​นี้​ไม่มีสตรี​คนใด​โดดเด่น​กว่า​ภรรยา​ของ​ข้า​! ถ้าเจ้าเป็น​บุรุษ​ จะต้อง​กลายเป็น​ขุนนาง​ผู้​ทรงอำนาจ​แน่นอน​!”


“เอา​น้ำแกง​เพ้อฝัน​ให้​ข้าน้อย​หน่อย​เถิด​!” แม้หลิน​เว่ยเว่ย​จะพูด​แบบ​นั้น​ แต่​มุมปาก​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ยก​ยิ้ม​ “เวลา​เขียนหนังสือ​เหล่านั้น​ข้า​ง่วงนอน​จะตาย​ ตัวอักษร​ยัง​ไม่ทัน​เขียน​เสร็จ​ การ​สอบ​บัณฑิต​ครั้งแรก​ก็​จบ​ลง​แล้ว​ จะเป็น​ขุนนาง​ผู้​ทรงอำนาจ​ได้​อย่างไร​? ข้า​ก็​แค่​โชคดี​ไป​หน่อย​ มีไหวพริบ​บ้าง​เล็กน้อย​ เทียบ​กับ​สามีอย่าง​เจ้าไม่ได้​หรอก​!”


“อย่าง​เจ้าเรียก​มีไหวพริบ​เล็กน้อย​? เรียก​ว่า​อัจฉริยะ​ต่างหาก​! ได้​ภรรยา​เช่นนี้​ ข้า​ยัง​ปรารถนา​อะไร​อีก​…” เจียง​โม่หา​น​ดึง​ตัว​ภรรยา​เข้ามา​แล้ว​ให้​นาง​นั่ง​บน​ตัก​ของ​เขา​


หลิน​เว่ยเว่ย​ยกมือ​โอบรอบ​คอ​เขา​แล้ว​หัวเราะ​คิกคัก​ “เรา​สอง​คน​ชมกัน​ไป​กัน​มาแบบนี้​ไม่รู้สึก​แปลก​บ้าง​หรือ​?”


“นี่​เรียก​ว่า​ยกยอปอปั้น​ซึ่งกันและกัน​ ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​รักใคร่​…” เมื่อ​มีหยก​เนื้อ​งามอยู่​ใน​อ้อมกอด​ รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ไม่ใช่หลิ่ว​เซี่ย​ฮุ่ย​ (ตัวแทน​ของ​ชาย​ที่​มีคุณธรรม​และ​มีจิตใจ​แน่วแน่​มั่นคง​) จึงเป็นธรรมดา​ที่จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง​ สอง​สามีภรรยา​แลก​จุมพิต​กัน​ไปมา​จน​ย้าย​มาถึงเตียง​ หลังจาก​ปลด​ม่าน​และ​เป่า​เทียน​ให้​ดับ​ ทั้งสอง​ก็​เริ่ม​ทำ​เรื่อง​ไร้ยางอาย​…


เนื่องด้วย​เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​ใน​วันที่​15เดือน​8 ร้าน​เถียน​มี่ฉือกวง​จึงเปิดตัว​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​หลากหลาย​รูปแบบ​ ไม่ว่า​จะเป็น​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​แบบ​ซูซื่อ​ ขนม​ไหว้​พระจันทร์​แบบ​กว่าง​ตง​ ขนม​ไหว้​พระจันทร์​บัว​หิมะ​ ไส้ลาวา​…แป้ง​แบบ​ขนม​เปี๊ยะ​ก็​มี ไส้หวาน​และ​ไส้เค็ม​ก็​มาทุก​แบบ​ โดยรวม​แล้ว​มีมากกว่า​20ชนิด​ กล่อง​ของขวัญ​สุด​แปลกตา​กับ​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​แสน​เลิศ​รส​ ไม่ว่า​จะเอา​ไป​ฝาก​ใคร​หรือ​ใช้ต้อน​รับแขก​ก็​ได้หน้าได้ตา​ทั้งนั้น​ แน่นอน​ว่า​เก็บ​ไว้​กิน​เอง​ก็​รสชาติ​ถูกปาก​เช่นกัน​


ตอนที่​ 646: พบ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ได้​โดยบังเอิญ​


โรงงาน​แปรรูป​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​ที่อยู่​ด้านหลัง​มีแรงงาน​หญิง​กำลัง​ทำงาน​ตลอดทั้ง​สามช่วงเวลา​เพื่อ​ผลิต​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​ชนิด​ข้ามวันข้ามคืน​ แต่​ก็​ยัง​ขาย​หมด​จน​สินค้า​ขาดตลาด​อยู่ดี​ ขนม​ไหว้​พระจันทร์​ของ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ จวน​สกุล​หลิน​และ​วังหลวง​ล้วน​มาจาก​ฝีมือ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ วัตถุดิบ​ที่​ใช้คือ​ของ​ที่​นำ​มาจาก​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​และ​ยังมี​น้ำพุ​วิญญาณ​เป็น​ส่วนประกอบ​ รสชาติ​จึงดี​เป็นพิเศษ​


หลังจาก​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ได้​ชิมจาก​ใน​วัง​แล้วก็​เข้ามา​ใน​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ด้วย​ความโมโห​ โดย​บอ​กว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่เห็น​นาง​เป็น​พี่น้อง​ มีของดี​อะไร​ก็​ไม่ให้​นาง​! ก่อน​ออก​ไป​ยัง​หอบ​ขนม​ไหว้​พระจันทร์​สอง​ถาด​ที่​เพิ่ง​ออกจาก​เตาอบ​ใน​ครัว​และ​ขนม​ต่างๆ​ไป​ด้วย​! ห​มิน​หวา​งเฟย​ก่น​ด่า​นาง​เป็น​โจร​สาว​ ทั้ง​กิน​ทั้ง​ห่อ​กลับบ้าน​ ไม่เห็น​ตัวเอง​เป็น​คนนอก​สักนิด​!


ภายใต้​คำแนะนำ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ได้​จัดจำหน่าย​ชุด​อาหาร​ ‘งานเลี้ยง​ไหว้​พระจันทร์​’ ที่​ร้านอาหาร​ชาววัง​ รา​คามี​ตั้งแต่​ชุด​ละ​20ตำลึง​ไป​จนถึง​200ตำลึง​ นอกจากนี้​ยัง​มอบ​ ‘ขนม​ไหว้​พระจันทร์​รวม​รส​จากร้าน​เถียน​มี่ฉือกวง’​ ให้​เป็น​ของขวัญ​ด้วย​ เดิมที​กิจการ​ของ​ร้านอาหาร​ชาววัง​ก็ดี​อยู่แล้ว​ ก่อน​เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​ยัง​ดี​ขึ้นไป​อีก​ เรียก​ได้​ว่า​เงิน​ไหล​มาเท​มาไม่ขาดสาย​


เทศกาล​ไหว้​พระจันทร์​เพิ่ง​ผ่าน​ไป​ได้​ไม่นาน​ ข้าว​งอก​ใหม่​ก็​ถึงเวลา​เก็บเกี่ยว​ หลัง​เกี่ยว​และ​กะเทาะ​เปลือก​เสร็จ​แล้ว​ ผลผลิต​ที่​ออกมา​ก็ได้​ประมาณ​200เกือบ​300ชั่งต่อ​หมู่​ พอ​รวม​กับข้าว​ชุด​แรก​แล้ว​ ผลผลิต​ที่​ได้​จึงขึ้นไป​เกือบ​700ชั่ง !! ฮ่องเต้​ทรง​ปลื้ม​ปีติ​และ​พระราชทาน​สมบัติ​ล้ำค่า​รวมถึง​ภาพวาด​สมัยโบราณ​ให้​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​มากมาย​…ของ​พวก​นี้​ล้วน​มาจาก​คลังสมบัติ​ส่วนพระองค์​ซึ่งได้​มาจาก​ตอน​ทำสงคราม​!


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงยังมี​พระ​ประสงค์​อยาก​รับ​นาง​เป็น​ธิดา​บุญธรรม​อีกด้วย​ แต่​โดน​ห​มิน​อ๋อง​คัดค้าน​หัวชนฝา​…ฮึ คิด​จะแย่ง​บุตรสาว​อย่างนั้น​หรือ​ ฝัน​ไป​เถิด​!


ปลูก​ข้าว​ขาว​แค่​ครั้ง​เดียว​แต่​ได้​เก็บเกี่ยว​ถึงสอง​ครั้ง​และ​ผลผลิต​ยัง​เกือบ​700ชั่ง หาก​ข่าว​นี้​ถูก​แพร่​ออก​ไป​จะสร้าง​คลื่น​ลม​อะไร​ขึ้น​นั้น​ไม่ต้อง​เดา​ก็​รู้​ ธรณีประตู​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​เกือบ​โดน​ชนชั้นสูง​ของ​เมืองหลวง​เหยียบ​จน​ราบเป็นหน้ากลอง​…ต่าง​มาเพื่อ​ขอ​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ทั้งสิ้น​


ภาคเหนือ​มีฝนตก​น้อย​ สถานที่​สามารถ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ได้​มีไม่มาก​ แต่​บ้าน​ผู้มีอำนาจ​คนใด​ใน​เมืองหลวง​บ้าง​ที่จะ​ไม่มีไร่​อยู่​ใน​แดน​ใต้​สัก​สอง​สามแห่ง​? ใน​ภาคใต้​นั้น​ข้าว​ขาว​สามารถ​ปลูก​ได้​สอง​ครั้ง​ หาก​นำ​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงสอง​ครั้ง​มารวมกัน​ ผลผลิต​ที่​ได้​ก็​จะมาก​จน​น่า​ตกตะลึง​เชียว​ล่ะ​


เทียบเชิญ​ที่​ห​มิน​อ๋อง​และ​ห​มิน​หวา​งเฟย​ได้รับ​ล้วน​ถูกวาง​ลง​ใน​ตะกร้า​ ส่วน​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​ออกจาก​ตำหนัก​ก็​จะได้​พบ​กับ​คุณหนู​หรือ​ฝูเห​ริน​บางคน​โดยบังเอิญ​เสมอ​…นาง​ไม่ชอบ​ความยุ่งยาก​พวก​นี้​จึงปิดประตู​กลายเป็น​ภรรยา​ผู้​อยู่​ติด​เรือน​ จากนั้น​ก็​ส่งเทียบเชิญ​ไป​ให้​ห​มิน​หวา​งเฟย​จัดการ​แทน​


ไม่ว่า​อย่างไร​การ​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​ก็​ผ่าน​พ้นไป​แล้ว​ เมล็ด​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ก็​หว่าน​เรียบร้อย​เช่นกัน​ หาก​มีปัญหา​อะไร​ผู้ดูแล​ฉูและ​ขันที​ฝูหรง​ก็​จะมาขอ​คำแนะนำ​ที่​ตำหนัก​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงได้​กลายเป็น​เศรษฐี​นี​ผู้​ว่างงาน​โดย​สมบูรณ์​!


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ‘สภาวะ​กลืนไม่เข้าคายไม่ออก​’ ของ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ก็​ถูก​ราชโองการ​จาก​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทำลาย​…เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงจะถูก​จำกัด​สิทธิ์​ให้​แก่​ราษฎร​ผู้​แผ้วถาง​ที่ดิน​ใหม่​และ​ราษฎร​ที่อยู่​ใน​แถบ​ชาน​เมืองหลวง​เท่านั้น​


คราวนี้​ครอบครัว​ผู้มั่งคั่ง​เหล่านั้น​ก็​เดือดร้อน​กัน​ทันที​ เพราะ​เกษตรกร​ผู้เช่า​ คนงาน​ชั่วคราว​และ​คน​งานประจำ​ของ​ไร่​ต่าง​มาขอ​ลาออก​เพื่อ​กลับ​ไป​บุกเบิก​ที่​ทำการเกษตร​ของ​บ้าน​ ต้าเซี่ย​มีสงคราม​ติดต่อกัน​มายาวนาน​สิบ​กว่า​ปี​ ราษฎร​จึงพลัดถิ่น​ไป​ทั่ว​ แล้ว​สิ่งใด​มีเยอะ​ที่สุด​? ก็​พื้นที่​รกร้าง​อย่างไรเล่า​!


พื้นที่​รกร้าง​เพิ่ง​แผ้วถาง​ใหม่​ ไม่เพียงแต่​ก​ได้​ละเว้น​ภาษีสอง​ปี​ อีก​ทั้ง​ยัง​ได้รับ​สิทธิ์​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงก่อน​ใคร​ การ​ได้​มีที่ดิน​เป็น​ของ​ตัวเอง​คือ​ความฝัน​ของ​เกษตรกร​ตั้ง​เท่าไร​? ส่วน​ผู้​มีที่ดิน​เป็น​ของ​ตัวเอง​ก็​แค่​จ่าย​ภาษีตามที่​ราชสำนัก​กำหนด​เท่านั้น​ เมื่อ​เทียบ​กัน​แล้ว​ แน่นอน​ว่า​การบุกเบิก​ใหม่​ย่อม​คุ้ม​กว่า​!


ด้วยเหตุนี้​ บ้าน​นี้​จึงมีที่ดิน​สามหมู่​ บ้าน​โน้น​มีห้า​หมู่​ คน​ทั้ง​บ้าน​ไม่ว่า​จะแก่​ ผู้ใหญ่​หรือ​เด็ก​ก็​ช่วยกัน​แผ้วถาง​ชนิด​ข้ามวันข้ามคืน​ ถ้าโชคดี​ยัง​สามารถ​ไป​เช่าวัว​จาก​ฟาร์ม​หลวง​แล้ว​ถางที่​เพิ่มเติม​ได้​อีก​หลาย​หมู่​เชียว​ล่ะ​!


พวก​ที่​แผ้วถาง​ที่ดิน​เสร็จ​แล้วก็​ไป​เข้า​แถวหน้า​ที่ทำการ​ซุ่น​เทียน​เพื่อ​เริ่ม​ซื้อ​เมล็ดพันธุ์​ข้าวสาลี​ พวกเขา​ต่าง​ปลูก​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​โดย​ยึด​ตาม​คู่มือ​เพาะปลูก​ที่​ทางการ​จัดทำ​ขึ้น​ ทั้ง​ยัง​เปิด​ประชุม​เรื่อง​การ​แผ้วถาง​ที่ดิน​ขึ้น​มา มีครอบครัว​ที่​มั่งคั่ง​มากมาย​ซื้อ​พวก​สัตว์ปีก​และ​ปศุสัตว์​กลับ​ไป​ด้วย​ จากนั้น​ก็​เริ่ม​ทำ​ปุ๋ยคอก​ตามที่​คู่มือ​บอก​


คู่มือ​บอก​ไว้​แล้ว​ว่า​ขอ​แค่​มีปุ๋ย​เพียงพอ​ พื้นที่​รกร้าง​ใน​ปี​แรก​ก็​จะให้​ผลผลิต​ไม่ต่ำ​จน​เกินควร​ แต่​ถึงจะลดลง​ก็​ไม่เป็นไร​ เพราะ​พื้นที่​รกร้าง​ไม่ต้อง​จ่าย​ภาษี ผลผลิต​ที่​ได้​ล้วน​เป็น​ของ​ตัวเอง​ทั้งหมด​! ไม่ว่า​คำนวณ​อย่างไร​ก็​คุ้มค่า​กว่า​การเช่า​ไร่นา​คนอื่น​ทั้งนั้น​


ด้วยเหตุนี้​ที่ดิน​ของ​ชนชั้นสูง​ก็​ต้อง​เผชิญ​ปัญหา​ไม่มีใคร​มาเช่าทำการ​เพาะปลูก​ใช่หรือไม่​? หาก​ราษฎร​มีที่ดิน​เป็น​ของ​ตัวเอง​หมด​แล้ว​ ข้าว​ขาว​ที่​พวก​เศรษฐี​ผลิต​ได้​จะเอา​ไป​ขาย​ให้​ใคร​? พวก​ที่​มีไร่​นับ​พัน​หมู่​จึงเริ่ม​วิตกกังวล​ เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงก็​ซื้อ​ไม่ได้​ แถมยัง​ไม่มีคน​มาทำไร่ไถนา​ให้​อีก​ ที่ดิน​มากมาย​จึงกลายเป็น​ภาระ​และ​ทำให้เกิด​การ​เท​ขาย​ที่ดิน​แถบ​ชาน​เมืองหลวง​ขึ้น​ อีก​ทั้ง​ราคา​ยัง​โดน​กด​ให้​ต่ำ​ลง​เรื่อยๆ​


เรื่อง​นี้​ทำให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ดีใจ​สุด​ๆ เพราะ​นาง​กำลัง​กังวล​ว่า​พื้นที่​ไร่​ของ​ตน​มีน้อย​เกินไป​ ไม่อาจ​ขยาย​ได้​ พอ​สถานการณ์​เป็น​เช่นนี้​นาง​จึงเริ่ม​ซื้อ​ที่ดิน​ โดยเฉพาะ​ที่ดิน​แปลง​ติดกัน​จะชอบ​มาก​ที่สุด​…เมื่อ​ฤดูใบไม้ผลิ​ของ​ปีหน้า​มาถึง ไร่​ของ​นาง​ก็​ถูก​ขยาย​ไป​ถึง5พันหมู่​แล้ว​


พื้นที่​5พันหมู่​ นอกจาก​จะมีข้าวสาลี​ฤดูหนาว​1พันหมู่​ ที่​เหลือ​ยัง​เป็น​ข้าวโพด​2พันหมู่​ ข้าวสาลี​ฤดูใบไม้ผลิ​1พันหมู่​ และ​ยังมี​ที่ดิน​ติด​แม่น้ำ​ติ้งย่ง​1พันหมู่​ ซึ่งพวก​มัน​ต่าง​ถูก​นำมาใช้​ใน​การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ทั้งหมด​


ฟาร์ม​หลวง​ที่อยู่​ติดกัน​ นาง​เก็บ​ไว้​เป็น​แปลง​ทดลอง​หลาย​สิบ​หมู่​เพื่อ​ใช้วิจัยและพัฒนา​ข้าว​พันธุ์ผสม​…พืชผล​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงจะเอาแต่​พึ่งพา​พันธุ์พืช​จาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ไม่ได้​ นาง​ต้อง​คำนึงถึง​คนรุ่นหลัง​ด้วย​!


พืชผล​ให้​ผลผลิต​สูงค่อยๆ​กระจาย​ตัว​จาก​ชาน​เมืองหลวง​ไป​ยัง​พื้นที่​ห่างไกล​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ภาคใต้​ก็​ได้ยิน​เรื่อง​การ​เลี้ยง​ปลา​ใน​นา​ข้าว​ มีเกษตรกร​มากมาย​เริ่ม​ทดลอง​ทำตาม​ ราษฎร​ทางใต้​กำลัง​ตั้งตาคอย​ให้​ราชสำนัก​ผลักดัน​พันธุ์​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงเข้ามา​โดยเร็ว​


หลังจาก​ฝน​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​สอง​สามห่า​ผ่าน​ไป​แล้ว​ อากาศ​ใน​เมืองหลวง​ก็​เริ่ม​เย็น​ขึ้น​ ผ่าน​ไป​อีก​โดยไม่รู้ตัว​ฤดูหนาว​ก็​มาเยือน​ หลิน​เว่ยเว่ย​พา​ราชองครักษ์​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​หลาย​นาย​ออก​ไป​สำรวจ​รอบ​ไร่​อีกครั้ง​และ​ในเวลานี้​ปลา​ใน​บ่อ​ก็​ถึงเวลา​ตก​ขึ้น​มารับประทาน​ได้​แล้ว​


ตอน​ซื้อ​ลูกปลา​ หลิน​เว่ยเว่ย​เลือก​ขนาด​เท่า​ฝ่ามือ​ ตอนนี้​มัน​โต​จน​มีน้ำหนัก​กว่า​2ชั่ง หาก​นำมา​ทำปลา​ราด​พริก​หรือ​ปลา​กระรอก​ทอด​จะให้​ขนาด​กำลังดี​ ก่อน​จะทำการ​ยก​ยอขึ้น​มา นาง​ให้​คน​ทำ​แห​ที่​ค่อนข้าง​ใหญ่​ ปลา​ตัว​ใหญ่​ที่จับ​ขึ้น​มาได้​จะเก็บ​เข้า​ถัง ส่วน​ปลา​ตัวเล็ก​จะถูก​โยน​ลง​บ่อ​ดังเดิม​ ปลา​ตัว​ใหญ่​ต้อง​ถูก​เก็บ​ไว้​เป็น​พ่อพันธุ์​แม่พันธุ์​บ้าง​ ก่อน​ถึงฤดูใบไม้ผลิ​ปีหน้า​ ลูกปลา​ใน​บ่อ​ก็​จะกลับมา​มีจำนวนมาก​อีกครั้ง​


ระหว่าง​เดิน​อยู่​ใน​ไร่​ องครักษ์​เงาช่วย​กำจัด​นักฆ่า​เป็น​โขยง​ ไม่รู้​ว่า​เป็น​กลุ่ม​ที่​เท่าไร​แล้ว​ นักฆ่า​พวก​นี้​มีบางคน​ไม่ห่วง​ชีวิต​อยาก​ลักพา​ตัวนาง​ไป​อย่าง​สุดกำลัง​ บางคน​ก็​ทำ​เหมือน​ใน​วันนี้​คือ​มาลง​มือสังหาร​โดยเฉพาะ​ ตอนที่​นักฆ่า​กลุ่ม​แรก​มาถึง หลิน​เว่ยเว่ย​ก็ได้​เห็น​ความสามารถ​แท้จริง​ของ​องครักษ์​เงาซึ่งฮ่องเต้​ส่งมาให้​นาง​แล้ว​ วร​ยุทธ​แบบ​แมว​สามขา​ของ​นาง​เทียบ​ไม่ได้​เลย​ วิธี​สังหาร​ศัตรู​ของ​องครักษ์​เงาโหดเหี้ยม​กว่า​หลี​ชิงเสีย​อีก​


หลิน​เว่ยเว่ย​ถือ​กระบอง​เหล็ก​นิล​ประดับ​พู่​แดง​ไว้​ตลอด​ แต่​นักฆ่า​ยัง​ไม่มาถึงตรง​เบื้องหน้า​ก็​โดน​องครักษ์​เงาสังหาร​แล้ว​ แม้แต่​องครักษ์​ที่​ห​มิน​อ๋อง​ส่งมาคุ้มกัน​นาง​ก็​ยัง​กลายเป็น​แค่​เครื่องประดับ​


หลัง​จับ​ปลา​จาก​นา​ข้าว​ออกมา​แล้ว​ ส่วนใหญ่​ก็​ถูก​ส่งไป​ที่​ห้อง​แช่แข็ง​ของ​ร้านอาหาร​ชาววัง​ แน่นอน​ว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​ต้อง​เก็บ​ไว้​กิน​เอง​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​บางส่วน​ จวน​สกุล​หลิน​ก็​ส่งไป​ให้​เล็กน้อย​และ​ยังมี​บ้าน​ของ​คน​ที่​สนิท​กัน​ด้วย​ ทุกคน​ต่าง​ได้รับ​ปลา​จาก​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ และ​ก็​เหมือนเดิม​คือ​แม้ว่า​ปลา​พวก​นี้​จะดู​ไม่ต่าง​อะไร​จาก​ปลา​ทั่วไป​ แต่​เวลา​นำมา​บริโภค​แล้ว​ให้​รสชาติ​ที่​อร่อย​กว่า​มาก​


ตอนที่​ 647: แจ้งข่าวดี​ว่า​ตั้งครรภ์​แล้ว​!


ใน​ช่วง​ที่​หิมะ​ตกหนัก​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เริ่ม​ทำรัง​ใน​เรือน​หลัง​ แต่ละวัน​นอน​เกียจคร้าน​อยู่​บน​เตียง​ พอ​เบื่อ​ก็​ถัก​เสื้อ​ไหมพรม​ให้​ฟู่หวา​ง หมู่​เฟย​ พี่ชาย​และ​ยังมี​สามีของ​ตนเอง​ ห​มิน​อ๋อง​ซื่อ​จื่อ​เฝ้าอยู่​ที่​ชายแดน​ตอนเหนือ​ ที่นั่น​เข้าสู่​ฤดูหนาว​เร็ว​กว่า​ นาง​จึงให้​คน​ไป​ส่งชุด​กัน​หนาว​ให้​เขา​สอง​ชุด​ตั้ง​นาน​แล้ว​


ถ้าเบื่อ​มาก​อีกหน่อย​ นาง​จะเข้าครัว​ทำอาหาร​และ​ขนม​อย่าง​ละ​สอง​สามอย่าง​แล้ว​ส่งไป​ให้​สามี คน​ทั่ว​ทั้ง​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​รอ​เวลาอาหาร​เที่ยง​และ​ช่วง​พัก​ดื่ม​ชาใน​ยาม​บ่าย​ของ​ทุกวัน​ บ่าว​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​มัก​นำ​อาหาร​กล่อง​ใหญ่​มาส่งให้​เสมอ​ ส่วน​อาหาร​และ​ขนม​ด้านใน​ก็​มัก​ทำให้​คน​มอ​งอด​น้ำลายไหล​ไม่ได้​


เจียง​โม่หา​น​เหนื่อยหน่าย​สุด​ๆ เพราะ​เมื่อ​ถึงเวลาอาหาร​เที่ยง​หรือ​เวลา​พัก​ดื่ม​ชายาม​บ่าย​ของ​ทุกวัน​ ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​และ​เจ้าหน้า​ที่สอง​สามคน​มัก​แกล้ง​มาเดิน​เตร่​ที่​ห้องทำงาน​ของ​เขา​เสมอ​ ถ้าเขา​พูด​อะไร​ออกมา​เพียง​ประโยค​เดียว​ พวกเขา​ก็​จะเข้ามา​นั่ง​ร่วมโต๊ะ​พร้อม​กล่อง​อาหาร​ที่​บ่าว​ส่งมาให้​ทันที​แล้ว​บอ​กว่า​มาแบ่ง​กัน​กิน​เถิด​…อาหาร​ของ​พวกเขา​น่ะ​หรือ​ เจียง​โม่หา​น​ไม่ชอบ​เลย​สักนิด​ !


เจียง​โม่หา​น​เล่าเรื่อง​นี้​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ฟังแล้ว​ให้​นาง​ไม่ต้อง​เปลือง​แรง​ทำอาหาร​อีก​ มื้อ​เที่ยง​เขา​ค่อย​หา​อะไร​ง่ายๆ​กิน​ดีกว่า​ ไม่อย่างนั้น​จะสิ้นเปลือง​แรง​ของ​เรา​แล้วไป​เติม​ท้อง​คนอื่น​เปล่า​ๆ หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​ว่า​แค่​ใช้อาหาร​ก็​ช่วย​ผูก​สัมพันธ์​กับ​เพื่อนร่วมงาน​ให้​บัณฑิต​น้อย​ได้​แล้ว​ ดี​จะตาย​ไป​!


ด้วยเหตุนี้​ นาง​จึงเตรียม​อาหาร​ของ​แต่ละวัน​มากขึ้น​ บางครั้ง​ทำอาหาร​พิเศษ​สอง​สามอย่าง​ บางครั้ง​ส่งชุด​หม้อไฟ​ไป​ให้​เพื่อให้​พวกเขา​ได้​นั่ง​ล้อมวง​กิน​หม้อไฟ​ด้วยกัน​…กิน​หม้อไฟ​ใน​ฤดูหนาว​เป็นเรื่อง​ที่​มีความสุข​ที่สุด​!


วันนี้​นาง​เตรียม​จะทำปลา​ต้ม​ที่​สามีชอบ​ แต่​ในขณะที่​กำลังจะ​แล่​ปลา​ จู่ๆนาง​ก็ได้​กลิ่นคาว​แล้ว​อาเจียน​ออกมา​ไม่หยุด​…หืม​? หรือว่า​ปลา​ไม่สด​แล้ว​?


หลังจาก​ชุน​ซิ่งที่​เป็น​ลูกมือ​ได้​เห็น​เหตุการณ์​แบบ​นั้น​แล้วก็​คำนวณ​ใน​ใจพัก​หนึ่ง​ ก่อน​จะทำ​หน้าชื่นตาบาน​ “นาย​หญิง​ เหมือนว่า​เดือนก่อน​ระดู​ของ​ท่าน​จะไม่มา? ถ้าอย่างไร​…เรา​เชิญหมอ​หลวง​มาตรวจ​อาการ​ของ​ท่าน​ดี​หรือไม่​เจ้าคะ​?”


หลิน​เว่ยเว่​ยวา​งปลา​ลง​แล้ว​ล้างมือ​ให้​สะอาด​ หลัง​จิบ​น้ำอุ่น​สอง​อึก​เพื่อ​ลด​ความรู้สึก​คลื่นไส้​แล้ว​ นาง​ก็​พูด​กับ​ชุน​ซิ่งว่า​ “บางที​อาจ​เพราะ​กิน​อะไร​ไม่ดี​เข้าไป​จึงรู้สึก​ไม่สบาย​ท้อง​กระมัง​?”


‘ฟับ​ ฟับ​ ฟับ’​ ชิงหลิ่ว​ถือ​มีด​มาแล่​ปลา​เป็น​แผ่น​แล้ว​ยก​ให้​แม่ครัว​ทำ​เมนู​ปลา​ต้ม​ต่อไป​ หลังจาก​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ นาง​ก็​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “นาย​หญิง​ ถ้าไม่ทำ​ตามที่​ชุน​ซิ่งพูด​ ก็​เชิญหมอ​หลวง​เหลียง​มาตรวจ​ชีพจร​ตามปกติ​ก็ได้​เจ้าค่ะ​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​ลอง​คำนวณ​ นาง​เข้า​หอ​กับ​บัณฑิต​น้อย​มาได้​ครึ่ง​ปี​แล้ว​ ทั้งสอง​คน​ได้​น้ำพุ​วิญญาณ​ปรับ​สมดุล​ร่างกาย​เป็น​อย่าง​ดี​และ​ยัง​ไม่ได้​ป้องกัน​อะไร​เป็นพิเศษ​ การ​ตั้งครรภ์​จึงไม่ใช่เรื่อง​เหนือ​ความคาดหมาย​ นาง​จึงให้​ชุน​ซิ่งหยิบ​ป้าย​หยก​ไป​เชิญหมอ​หลวง​เหลียง​มาตรวจ​ชีพจร​


ชุน​ซิ่งเพิ่ง​ออกจาก​ตำหนัก​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​ได้รับ​ข่าว​แล้ว​รีบ​มาเยือน​เรือน​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ เพิ่ง​เข้ามา​เท่านั้น​ก็​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​กึ่ง​นั่ง​กึ่ง​นอน​อยู่​บน​เตียง​พร้อม​ใบ​หน้าที่​ดู​ซีดเซียว​เล็กน้อย​ นาง​จึงรีบ​เข้าไป​จับมือ​ลูกสะใภ้​ “เป็น​อะไร​ไป​? รู้สึก​ไม่สบาย​ตรงไหน​? สอง​วันนี้​อุณหภูมิ​ลดลง​ หรือว่า​จะเป็นหวัด​?”


นาง​เฝิงนั่ง​อยู่​ที่​ขอบ​เตียง​พลาง​ยื่นมือ​เข้าไป​แตะ​หน้าผาก​ลูกสะใภ้​พร้อม​ถามด้วย​น้ำเสียง​อ่อนโยน​ว่า​ “ถ้าเป็นหวัด​จะฝืน​ไม่ได้​นะ​ ไม่อย่างนั้น​โรค​เล็ก​ๆ จะลุกลาม​เป็นโรค​ร้ายแรง​ได้​…”


เมื่อ​ชิงหลิ่ว​เห็น​แบบ​นั้น​ก็​รีบ​เข้าไป​ช่วย​แก้​สถานการณ์​ให้​นาย​หญิง​ “เมื่อ​ครู่​ตอน​แล่​ปลา​ นาย​หญิง​อาเจียน​ออกมา​หลายครั้ง​ ชุน​ซิ่งบอ​กว่า​เดือน​ที่แล้ว​ระดู​ของ​นาย​หญิง​ขาด​ไป​…”


เมื่อ​ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​เฝิงได้ยิน​แบบ​นั้น​ก็​ดีใจ​ทันที​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ดี​พระทัย​จน​ไม่รู้​จะตรัส​อะไร​ “ดี​ ดี​! นี่​เป็นเรื่อง​ดีมาก​ๆ…เจี๋ยเอ๋อร์​ พวกเรา​จะได้​เป็น​ย่า​เป็น​ยาย​แล้ว​…เจ้าเฉิงเอ๋อร์​นั่น​ น้องสาว​แย่ง​แต่งงาน​ก่อน​แล้ว​ยัง​ไม่รู้ตัว​อีก​ ไม่ได้เรื่อง​เอา​เสีย​เลย​…ชักช้า​ ไม่รู้​จะช้าไป​ถึงไหน​แล้ว​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​เขินอาย​เล็กน้อย​ “หมู่​เฟย​ แม่เฝิง! ยัง​ไม่แน่​เลย​เพ.คะ​! บางที​อาจ​เป็น​แค่​ความรู้สึก​ไม่สบาย​ท้อง​ก็ได้​…”


“ตาม​หมอ​หลวง​มาหรือยัง​? ให้​หมอ​หลวง​ตรวจ​ดีๆ​ นี่​เป็น​บุตร​คน​แรก​ของ​เจ้าสอง​คน​ จะประมาท​ไม่ได้​เด็ดขาด​! นอกจาก​อาการ​คลื่นไส้​ใน​วันนี้​แล้ว​ยังมี​อาการ​อื่น​อีก​หรือเปล่า​? หรือ​อยาก​กิน​อะไร​เป็นพิเศษ​ ?” ห​มิน​หวา​งเฟย​มีน้ำตา​คลอ​เบ้า​…บุตร​ที่​พลัดพราก​จาก​นางใน​สนามรบ​จะได้​เป็น​พ่อ​คน​แล้ว​!


แม้นาง​เฝิงจะตื่นเต้น​เหมือนกัน​ แต่​ยัง​กลั้น​เอาไว้​และ​พูด​ปลอบ​พระชายา​ว่า​ “พระชายา​เพ.คะ​ ช่วง​หลาย​วัน​มานี้​เว่ยเอ๋อร์​กินข้าว​กับ​พวกเรา​ตลอด​ หม่อมฉัน​ไม่เห็น​นาง​ชอบ​อะไร​เป็นพิเศษ​ อาจ​เพราะ​อายุ​ครรภ์​ยัง​น้อย​เกินไป​จึงไม่รู้สึก​อะไร​เพ.คะ​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​แล้ว​ตี​หน้าท้อง​ของ​ตน​ “ช่วงนี้​ลูก​กินดีอยู่ดี​ตลอด​ ไม่ได้​รู้สึก​เจ็บป่วย​ตรงไหน​ ดู​สิเพ.คะ​ ลูก​แข็งแรง​อย่าง​กับ​แม่วัว​ ทรง​เลิก​กังวล​เถิด​เพ.คะ​!”


ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​เฝิงตกใจ​จน​รีบ​จับมือ​นาง​ไว้​ทันที​ “อย่า​ตี​! ช่วง​สามเดือน​แรก​ต้อง​ระวัง​เป็นพิเศษ​ เจ้านี่​นะ​ จะทำตัว​วู่วาม​เหมือน​เมื่อก่อน​ไม่ได้​แล้ว​ รู้​หรือไม่​!”


เมื่อ​มือ​ทั้งสอง​ข้าง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ถูกจับ​ไว้​ รอยยิ้ม​บน​ใบหน้า​นาง​ก็​หาย​ไป​ทันที​ “นี่​ยัง​ไม่แน่ใจ​กัน​เลย​เพ.คะ”


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ หมอ​หลวง​เหลียง​ก็​เข้ามา​พร้อม​สาวใช้​ หลัง​ปัด​หิมะ​บน​ตัว​ที่​นอก​เรือน​เสร็จ​แล้ว​ เขา​ก็​ถอด​เสื้อคลุม​ออก​แล้ว​ถึงจะเดิน​เข้ามา​ เมื่อ​คารวะ​ห​มิน​หวา​งเฟย​แล้ว​ เขา​ก็​มอง​มายัง​หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​กำลัง​ถูก​แม่สามีทั้งสอง​จับตัว​ไว้​บน​เตียง​ เขา​ถามด้วย​ความ​งุนงง​ว่า​ “เจ้าเป็น​คน​เชิญข้า​มาหรือ​ รู้สึก​ไม่สบาย​ตรงไหน​”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ชิงตรัส​ก่อน​ “หมอ​หลวง​เหลียง​ เมื่อ​ครู่​นาง​หนู​คน​นี้​อาเจียน​ตอน​แล่​ปลา​ เมื่อก่อน​ไม่เคย​เป็น​แบบนี้​เลย​ ท่าน​รีบ​เข้ามา​ตรวจ​เถิด​!”


หมอ​หลวง​เหลียง​มอง​ท่าทาง​เขินอาย​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ก่อน​จะพยักหน้า​เข้าใจ​เรื่องราว​ที่​เกิดขึ้น​แล้ว​วางมือ​จับชีพจร​นาง​อย่าง​ระมัดระวัง​ ต่อจากนั้น​พัก​หนึ่ง​เขา​ก็​ยกมือ​คารวะ​แสดงความยินดี​ “ยินดี​ด้วย​ ยินดี​ด้วย​ เป็น​ชีพจร​มงคล​จริงๆ​ อายุ​ครรภ์​ยัง​ไม่มาก​ น่าจะ​ประมาณ​หนึ่ง​เดือน​ ชีพจร​ของ​องค์​หญิง​ดีมาก​ ต่อไป​แค่​ระวัง​การกระทำ​และ​อาหาร​ใน​ชีวิตประจำวัน​ก็​พอ​พ่ะย่ะค่ะ​”


หลิน​เว่ยเว่ย​ลูบ​หน้าท้อง​เบา​ๆ ภายใต้​ท่าทาง​เขินอาย​ดู​มีความดีใจ​พอสมควร​ นาง​พูด​กับ​หมอ​เหลียง​ว่า​ “ขอบคุณ​ท่าน​หมอ​เหลียง​ ใน​วันที่​หิมะ​ตกหนัก​ขนาด​นี้​ยัง​ให้​ท่าน​ลำบาก​เดินทาง​มา เมื่อ​ครู่​ข้า​เพิ่ง​ได้​เขากวาง​มาคู่​หนึ่ง​ ท่าน​เอา​กลับ​ไปดู​ว่า​พอ​จะใช้ได้​หรือไม่​?”


เมื่อก่อน​ตอน​อยู่​ฉือห​ลี่​โก​ว​ ถ้านาง​เก็บ​สมุนไพร​หา​ยาก​อะไร​ได้​จาก​บน​เขา​ก็​จะนำ​กลับมา​เสมอ​ เช่น​ เขากวาง​ ดีหมี​ กระดูก​เสือ​ที่​เป็น​สมุนไพร​ล้ำค่า​ทาง​ยา​ นาง​จะยก​ให้​โดย​ไม่ลังเล​ เพราะ​ใน​ช่วงเวลา​ที่​บ้าน​นาง​ยากลำบาก​ที่สุด​ แม้แต่​เงิน​ค่า​ยา​ นาง​หวง​ยัง​หาไม่​ได้​ ต้อง​ติด​ค่า​ยา​จาก​หมอ​เหลียง​หลาย​ตำลึง​ เขา​ไม่เคย​ทวงถาม​สักครั้ง​ ทุกครั้งที่​เชิญมาดู​อาการ​ เขา​ก็​จะยอม​เสีย​ทั้ง​เวลา​และ​สมุนไพร​ เรื่อง​พวก​นี้​หลิน​เว่ยเว่ย​ล้วน​จด​จำได้​ขึ้นใจ​!


เขากวาง​คู่​นี้​ นาง​ได้​มาจาก​กวาง​ที่​เลี้ยง​ไว้​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ ใน​ช่วง​ฤดูใบไม้ผลิ​ที่ผ่านมา​ มัน​เป็น​ของ​คุณภาพ​ชั้นยอด​ เขากวาง​พวก​นี้​นาง​เก็บ​ไว้​หลาย​คู่​! ห้วง​มิติ​ที่​เคย​มีกวาง​เพียง​สอง​สามตัว​ หลังจาก​ผสมพันธุ์​กัน​แล้วก็​มีมาก​ถึง20กว่า​ตัว​ สำหรับ​คนอื่น​แล้ว​ เขากวาง​เป็น​สิ่งล้ำค่า​ แต่​สำหรับ​นาง​แล้ว​เป็น​แค่​ของธรรมดา​ทั่วไป​


ตั้งแต่​หมอ​เหลียง​มาที่​เมืองหลวง​ ทั้งสอง​ครอบครัว​ก็​ติดต่อกัน​เสมอ​ ทุกครั้งที่​ถึงช่วง​เทศกาล​ หลิน​เว่ยเว่ย​จะส่งขนม​ที่​ทำ​เอง​ไป​ให้​พวกเขา​ ห​มิน​หวา​งเฟย​ก็​เชิญภรรยา​หมอ​เหลียง​มาเป็น​แขก​ที่​ตำหนัก​อยู่​บ่อยครั้ง​ หลิน​เว่ยเว่ย​เรียก​ ‘หมอ​เหลียง’​ เหมือน​ตอน​ยังอยู่​ฉือห​ลี่​โก​ว​เสมอมา​ ทำให้​หมอ​เหลียง​รู้สึก​อบอุ่นใจ​มาก​


หมอ​เหลียง​ก็​ไม่เกรงใจ​โดย​รับ​เขากวาง​เอาไว้​แล้ว​เอ่ย​เตือน​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ช่วง​สามเดือน​แรก​เป็น​ช่วงเวลา​สำคัญ​ที่สุด​ จะทำตาม​นิสัย​เดิม​ของ​เจ้าไม่ได้​แล้ว​ ประเดี๋ยว​กลับ​ไป​ข้า​จะเขียน​ข้อห้าม​เวลา​ตั้งครรภ์​แล้ว​ให้​คน​นำมา​ส่ง ข้า​ขอตัว​ก่อน​!”


ตอนที่​ 648: ฮ่าฮ่าฮ่า! จะได้​เป็น​พ่อ​คน​แล้ว​!


ห​มิน​หวา​งเฟย​ให้​คน​ส่งหมอ​หลวง​เหลียง​ออกจาก​ตำหนัก​ จากนั้น​ก็​หันมา​ตรัส​กับ​หลิน​เว่ยเว่ย​ว่า​ “ได้ยิน​หรือยัง​? ไร่​ห้าม​ไป​ ฤดูหนาว​นี้​เจ้าต้อง​อยู่​ใน​เรือน​อย่าง​สงบ​ แม่ให้​เจ้ายืม​เหมย​ห​ยิง​ อยาก​กิน​อะไร​ก็​ให้​นาง​ทำ​ ไม่ต้อง​ลงมือ​ทำอาหาร​เอง​รู้​ไหม​ คนอื่น​คิด​ว่า​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ของ​พวกเรา​ขาด​แม่ครัว​ดูแล​อาหาร​หมด​แล้ว​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​ยิ้ม​ “ไม่ต้อง​ขนาด​นั้น​หรอก​เพ.คะ​ เวลา​คนใน​ชนบท​ตั้งครรภ์​ก็​ยัง​ลง​ไป​ทำนา​อยู่เลย​ ถ้าไม่เชื่อ​ก็​ตรัส​ถามแม่หวง​สิเพ.คะ​ ตอน​นาง​ตั้งครรภ์​เอ้อร์ฮว๋า​ยัง​รับจ้าง​ซักผ้า​ให้​คนอื่น​อยู่เลย​!”


ห​มิน​หวา​งเฟย​ขมวด​พระ​ขนง​ “นิสัย​ไม่อยู่​สุข​ของ​เจ้า แม่รู้สึก​ไม่วางใจ​จริงๆ​ แม่พูด​สู้เจ้าไม่ได้​ ให้​บัณฑิต​น้อย​ของ​เจ้าจับตาดู​เอง​แล้วกัน​! เซี่ย​เถา ชิว​หลี​ นับตั้งแต่​วันนี้​ไป​ พวก​เจ้าติดตาม​องค์​หญิง​ ก่อน​สิ้นปี​นี้​ห้าม​นาง​ออกจาก​เรือน​เด็ดขาด​!”


“หมู่​เฟย​กำลัง​จำกัด​เสรีภาพ​ของ​ลูก​เพ.คะ​ ลูก​ไม่เห็นด้วย​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ยอม​


ห​มิน​หวา​งเฟย​แค่น​สุรเสียง​ ฮึฮึ แล้ว​เถียง​กลับ​ทันที​ “ไม่เห็นด้วย​ เจ้าก็​ทำ​อะไร​ไม่ได้​!”


ณ ที่ทำการ​ซุ่น​เทียน​ ผู้ตรวจการ​และ​เจ้าหน้า​ที่สาม​สี่คน​กำลัง​ชะโงก​ดู​ที่​หน้า​ประตู​…หืม​? เหตุใด​วันนี้​ภรรยา​ของ​ใต้เท้า​เจียง​ถึงให้​บ่าว​มาส่งอาหาร​ช้ากว่า​ปกติ​? หรือ​จะมีการ​ถ่วงเวลา​? หรือว่า​…


“มาแล้ว​ มาแล้ว​ขอรับ​!” เจ้าหน้าที่​จางเข้ามา​สมทบ​พลาง​ยกมือ​ลูบ​กล่อง​อาหาร​ที่​บ่าว​ใน​บ้าน​เอา​มาให้​…อาหารเย็น​หมด​แล้ว​ ผิวหน้า​ของ​อาหาร​มีน้ำมัน​ชั้น​หนา​ ทำให้​ไม่อยาก​กิน​แม้แต่น้อย​ ไม่รู้​ว่า​วันนี้​ภรรยา​รอง​ผู้ตรวจการ​ทำ​ของดี​อะไร​มา…


เจียง​โม่หา​น​ลุกขึ้น​ยืดเส้นยืดสาย​ ขณะ​มอง​เตา​บน​โต๊ะ​และ​ปลา​ต้ม​ใน​หม้อ​ที่อยู่​ด้านบน​ เขา​ก็.​อด​คลี่​ยิ้ม​ไม่ได้​…ภรรยา​ช่างเอาใจใส่​จริงๆ​ ยัง​จำได้​ว่า​เขา​ชอบ​กิน​เจ้านี่​


“วันนี้​ที่​จวน​ส่งอาหาร​มาให้​ช้าหน่อย​” ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​ถือ​กล่อง​อาหาร​เข้ามา​ ด้านหลัง​ยัง​ตามมา​ด้วย​เจ้าหน้าที่​4-5คน​


บ่าว​ที่มา​ส่งอาหาร​ก็​พูด​ด้วย​สีหน้า​มีความสุข​ “บ่าว​ยัง​ไม่ทัน​ได้​รายงาน​ใต้เท้า​เลย​ขอรับ​ นาย​หญิง​ นาง​…ตั้งครรภ์​แล้ว​ขอรับ​ !!”


เจียง​โม่หา​น​ที่​กำลังจะ​พูด​ประชด​เพื่อนร่วมงาน​ก็​รีบ​เด้ง​ตัว​ลุกขึ้น​ทันที​ เขา​เข้าไป​จับตัว​บ่าว​คน​นั้น​แล้ว​ถามว่า​ “เจ้าพูดว่า​อย่างไร​? ฝูเห​ริน​ นาง​…ฝูเห​ริน​เป็น​อะไร​นะ​?”


“นาย​หญิง​ตั้งครรภ์​ขอรับ​! ท่าน​หมอ​หลวง​เหลียง​มาตรวจ​ชีพจร​ให้​แล้ว​ ไม่ผิด​แน่​ขอรับ​!” ตรง​ที่​โดน​จับ​ไว้​รู้สึก​เจ็บ​สุด​ๆ จน​บ่าว​ต้อง​ฝืนยิ้ม​ออกมา​ นาย​ท่าน​แต่งงาน​กับ​นาย​หญิง​มาสามปี​แล้ว​ เวลา​ออกมา​แจ้งข่าวดี​จึงเป็นธรรมดา​ที่​เขา​จะต้อง​ทำให้​ตัวเอง​ดู​ดีใจ​มาก​ๆหน่อย​!


“ยินดี​ด้วย​ ยินดี​ด้วย​!” ผู้ตรวจ​การแสดงความยินดี​กับ​เขา​ก่อน​ “ยินดี​ที่​ฝูเห​ริน​ของ​ท่าน​ตั้งครรภ์​แล้ว​ ท่าน​เอง​ก็​คง​ไม่มีกะ​จิต​กะ​ใจทำงาน​ ข้า​ให้​ท่าน​ลา​ครึ่ง​วัน​ กลับ​ไป​อยู่​เป็นเพื่อน​องค์​หญิง​เถิด​!”


เมื่อ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ออก​ไป​แล้วก็​จะมีคน​แย่ง​อาหาร​เขา​น้อยลง​อีก​หนึ่ง​ ผู้ตรวจการ​จึงให้​ลางาน​ด้วย​ความเต็มใจ​สุด​ๆ


เจียง​โม่หา​นม​อง​ไป​ทาง​เพื่อนร่วมงาน​ที่​กำลัง​ทำ​มือ​คารวะ​แสดงความยินดี​ ก่อน​จะรีบ​สาวเท้า​ออกจาก​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ทันที​ ภายใต้​วันที่​หิมะ​ตก​ บน​พื้น​มีหิมะ​กอง​เป็น​ชั้น​ เพราะ​เขา​เดิน​ด้วย​ความ​เร่งรีบ​จึงเกือบ​ลื่นล้ม​ที่​หน้า​ประตู​


ผู้ตรวจการ​ซุ่น​เทียน​หยิบ​ตะเกียบ​ของ​ตน​ออกมา​ นั่ง​เก้าอี้​แล้ว​เริ่ม​คีบ​เนื้อ​ปลา​ใส่ชาม “นี่​เป็นครั้งแรก​ที่​ใต้เท้า​เจียง​จะได้​เป็น​พ่อ​คน​ จึงเป็นธรรมดา​ที่จะ​ไม่เหมือนปกติ​ ตอนนั้น​ที่​ภรรยา​ข้า​ตั้งครรภ์​บุตร​คนโต​ ข้า​เอง​ก็​ดีใจ​จน​แทบจะ​บิน​ได้​เชียว​ล่ะ​!”


เจ้าหน้าที่​จางพยักหน้า​ แต่​มือ​ที่​คีบ​อาหาร​กลับ​ไม่ช้าลง​เลย​ “ใช่ไหม​เล่า​ขอรับ​! นี่​แต่งงาน​มานาน​แล้ว​เพิ่ง​ตั้งครรภ์​ ไม่ดีใจ​ก็​แปลก​แล้ว​ขอรับ​! แต่​ใต้เท้า​เจียง​คน​นี้​ก็​มีความรัก​ลึกซึ้ง​ใช้ได้​เลย​ องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ไม่ตั้งครรภ์​นาน​สามปี​ แต่​เขา​ไม่มีบ้านเล็กบ้านน้อย​สัก​หลัง​!”


“เจ้าก็​ไม่ดู​บ้าง​ว่า​ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​ใคร​! ถ้าเขา​กล้า​แต่ง​อนุ​ ห​มิน​อ๋อง​ไม่หัก​แขน​หัก​ขา​เขา​สิแปลก​!” ผู้ตรวจการ​ไม่รู้สึก​อิจฉา​เลย​สักนิด​ ดู​เขา​นี่​สิ ใน​จวน​มีอนุ​มากมาย​ไป​หมด​ ได้​โอบกอด​เนื้อ​นวล​มีความสุข​จะตาย​ไป​!


“ข้าน้อย​คิด​ว่า​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ก็ดี​กับ​ใต้เท้า​เจียง​มาก​เลย​ขอรับ​ ท่าน​ดู​สิ ไม่ว่า​นาง​จะยุ่ง​ขนาด​ไหน​ก็​ยัง​ทำอาหาร​และ​ขนม​ด้วยตัวเอง​ ปรับเปลี่ยน​อาหาร​ไม่ซ้ำกัน​ให้​ใต้เท้า​เจียง​ ช่วง​หลาย​วัน​มานี้​ท่าน​ไม่สังเกตเห็น​หรือว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​เป็น​คน​เรื่องมาก​ อาหาร​ที่​ใต้เท้า​หลิว​จอง​ไว้​ที่​ ‘หอ​จุ้ย​เซียน​’ เมื่อ​คราวก่อน​ เขา​แตะ​แค่​สอง​สามคำ​เท่านั้น​!” เจ้าหน้าที่​อีก​คน​ต้อง​สำลัก​เพราะ​ฤทธิ์​เผ็ดร้อน​ของ​ปลา​ต้ม​


หลัง​ออกจาก​ที่ทำงาน​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​แย่ง​ม้าของ​ซุ่นจื่อ​ เขา​รีบ​หัน​หัว​ม้าแล้ว​ควบ​กลับ​ไป​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​อย่าง​บ้าคลั่ง​ ซุ่นจื่อ​ตกตะลึง​ไป​พัก​หนึ่ง​ หลัง​หันมา​สบตา​กับ​คนขับ​รถม้า​แล้ว​ เขา​ก็​รีบ​ขึ้น​รถม้า​พลาง​ตะโกน​ไป​ทาง​แผ่น​หลัง​ของ​นาย​ท่าน​ที่​กำลัง​ไกล​ออก​ไป​ “ใต้เท้า​ ท่าน​ช้าๆหน่อย​ขอรับ​! ลุง​ห​ลี่​ เร็ว​ รีบ​ตาม​ไป​เร็ว​!”


ใน​ถนน​ที่​เต็มไปด้วย​หิมะ​ยังมี​คน​หาบเร่​เดิน​ตะโกน​ขายของ​ให้​วุ่น​ คน​เดิน​กางร่ม​ก็​มีให้​เห็น​ แม้คน​จะไม่เยอะ​ แต่​ทำให้​รถม้า​เคลื่อนตัว​ได้​ไม่เร็ว​พอ​ ซุ่นจื่อ​ได้​แต่​ร้อนใจ​และ​ภาวนา​ต่อ​แผ่น​หลัง​นาย​ท่าน​ที่​หาย​ไป​จาก​สายตา​ว่า​ขอให้​เขา​ไป​ถึงตำหนัก​ได้​อย่าง​ปลอดภัย​ !


หน้า​ประตู​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ เจียง​โม่หา​น​โยน​เชือก​บังเหียน​ทิ้ง​พลาง​ยก​มุมเสื้อ​ตัว​ยาว​ขึ้น​แล้ว​รีบ​วิ่ง​ที่​เรือน​ของ​ภรรยา​


“ใต้เท้า​ บ่าว​กำลังจะ​ไป​บอก​ข่าวดี​ที่​ซุ่น​เทียน​พอดี​เจ้าค่ะ​…”


‘ฟึบ’​ แม่นม​ใน​เรือน​ของ​นาง​เฝิงเห็น​นาย​ท่าน​วิ่ง​ผ่าน​ไป​ราวกับ​สายลม​ นาง​จึงรีบ​หยุด​เดิน​แล้ว​หันหลัง​ไล่ตาม​เขา​ไป​


“เว่ยเอ๋อร์​ !” ตอน​เข้ามา​ เจียง​โม่หา​น​สะดุด​ธรณีประตู​จน​แทบจะ​ล้ม​หัว​กระแทก​พื้น​ ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​เฝิงอยู่​กัน​พร้อมหน้า​ พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​ทั้ง​สามคน​ก็​หันไป​มอง​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​อย่าง​ประหลาดใจ​


แวว​พระ​เนตร​ของ​ห​มิน​หวา​งเฟย​เปื้อน​ด้วย​รอยยิ้ม​ ‘คาดไม่ถึง​ว่า​คน​ที่​สุขุม​และ​เยือกเย็น​จะมีสภาพ​ประมาทเลินเล่อ​เช่นนี้​ได้​ ภรรยา​แค่​ตั้งครรภ์​เท่านั้น​ ไม่ได้​ป่วย​อะไร​สักหน่อย​ ! ความรัก​ของ​คน​สกุล​จ้าว​เป็น​แบบนี้​จริงๆ​ !’


เจียง​โม่หา​น​ไม่สน​อย่าง​อื่น​ เขา​รีบ​เดิน​เข้า​มาหา​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​ประคอง​ให้​นาง​นอนลง​ที่​เตียง​ “ข้า​ได้ยิน​ว่า​…เจ้า…เจ้าไม่สบาย​ตรงไหน​หรือเปล่า​ ? ให้​คน​ไป​ตาม​หมอ​มาดู​อาการ​ดี​หรือไม่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ยิ้ม​พลาง​ดึง​มือ​สามีมาจับ​ไว้​แล้ว​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​โกรธเคือง​ “เหตุใด​เจ้ามาทั้งที่​ไม่ใส่เสื้อคลุม​แบบนี้​ ? มือเย็น​เหมือน​น้ำแข็ง​ไม่มีผิด​ เป็นผู้ใหญ่​เต็มตัว​แล้ว​แท้ๆ​ ยัง​ทำตัว​สะเพร่า​แบบนี้​อีก​ !”


เจียง​โม่หา​นรี​บ​ดึง​มือ​กลับ​แล้ว​รับ​ที่​อุ่น​มือ​มาจาก​ชุน​ซิ่ง หลัง​ทำให้​อุ่น​แล้ว​เขา​ก็​กลับมา​จับมือ​ภรรยา​อีกครั้ง​ “เจ้า…ตั้งครรภ์​จริง​หรือ​ ? เรา​เพิ่ง​เข้า​หอ​ไม่ถึงครึ่ง​ปี​ก็​ท้อง​เร็ว​ขนาด​นี้​เลย​หรือ​ ?”


ขะ…​เขา​ยัง​ไม่ได้​เตรียมใจ​แม้แต่น้อย​ เขา​เพิ่ง​ได้​เป็น​พ่อ​คน​ครั้งแรก​ ไม่มีประสบการณ์​มาก่อน​เลย​ ชาติก่อน​เป็น​เพราะ​รู้​จุดจบ​ของ​ตัวเอง​นาน​แล้วจึง​ไม่อยาก​ทำร้าย​สตรี​บ้าน​ใด​และ​ไม่กล้า​มีลูก​สืบสกุล​เพราะ​กลัว​พวก​เด็ก​ๆ จะต้อง​ตก​ตาย​ไป​กับ​เขา​ด้วย​ เมื่อ​กลับชาติมาเกิด​อีกครั้ง​ ครอบครัว​ยังอยู่​รอบกาย​ ภรรยา​จิต​ใจดี​และ​เป็น​คนเก่ง​ ตอนนี้​…เขา​จะได้​เป็น​พ่อ​คน​แล้ว​ ?!


ฮ่าฮ่าฮ่า…เขา​จะได้​เป็น​พ่อ​คน​แล้ว​ !! เจียง​โม่หา​น​มีความสุข​จน​อยาก​ประกาศ​ให้​คน​ทั่วหล้า​ได้​รับรู้​


ขณะ​มอง​ท่าทาง​โง่งมของ​เขา​ นาง​เฝิงก็​.อด​หัวเราะ​ไม่ได้​ “ครึ่ง​ปี​ยัง​ว่า​เร็ว​ไป​หรือ​ ? คนอื่น​แต่งงาน​ได้​เดือน​เดียว​ก็​ท้อง​แล้ว​ มีคน​ได้​เป็น​พ่อ​ภายใน​ปี​ที่​แต่งงาน​ตั้ง​มากมาย​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​หัวเราะ​เช่นกัน​ นาง​ดึง​มือ​สามีมาลูบ​หน้า​ท้องน้อย​ๆของ​ตน​ “บัณฑิต​น้อย​ พวกเรา​จะได้​เป็น​พ่อแม่​คน​แล้ว​นะ​ ! ปีหน้า​ใน​ช่วง​เวลานี้​พวกเรา​จะมีเจ้าตัว​น้อย​เพิ่ม​มาอีก​คน​ เด็กน้อย​กิน​นม​เก่ง​ด้วย​ล่ะ​ !”


ตอนที่​ 649: พ่อ​ของ​ลูก​ เหตุใด​เจ้าถึงน่ารัก​ได้ขนาด​นี้​


เจียง​โม่หา​น​ทำ​จิตใจ​ให้​สงบ​แล้ว​ตั้งใจฟัง​ที่​นาง​พูด​พร้อมกับ​ดวงตา​ที่​เปียกชื้น​…ปีหน้า​เขา​จะมีเจ้าตัว​น้อย​คลาน​เล่น​กับ​พื้น​ ปี​ถัดไป​ลูก​ก็​จะเรียก​ท่าน​พ่อ​ได้​แล้ว​ ใน​ปี​ถัดไป​อีก​ก็​หา​อาจารย์​คน​แรก​ให้​ลูก​ ใน​บ้าน​จะมีเสียงอ่าน​ตำรา​ของ​เด็ก​เพิ่มขึ้น​มา !!


แค่​ก​ แค่​ก​ รอง​ผู้ตรวจการ​ผู้​แสน​ดีใจ​ที่จะ​ได้​เป็น​พ่อ​คน​ เจ้าคิด​ไกล​ไป​หน่อย​กระมัง​ ทำให้​คนอื่น​รู้สึก​เห็นใจ​เด็ก​ที่​ยัง​ไม่เกิด​มาคน​นี้​ ยัง​ไม่ทัน​คลอด​ก็​โดน​บิดา​จัดการ​ชีวิต​ให้​ทุกอย่าง​แล้ว​


“บัณฑิต​น้อย​ เจ้า…ร้องไห้​หรือ​ ? เจ้าไม่ชอบ​เด็ก​หรือ​ไร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้มือ​เช็ด​น้ำตา​ที่​หาง​ตา​ให้​เจียง​โม่หา​น…​หรือว่า​…หรือว่า​ลูก​ของ​บัณฑิต​น้อย​ใน​ชาติก่อน​จะเสียชีวิต​แบบ​ไม่ดี​ ?


“ชอบ​ ! ชอบ​อยู่แล้ว​ ! ชอบ​มาก​ๆเลย​ล่ะ​ ! ขอ​แค่​เป็น​ลูก​ของ​เจ้า ข้า​ก็​ชอบ​หมด​เลย​ !!” เจียง​โม่หา​นก​ลัว​เด็ก​ใน​ครรภ์​จะได้ยิน​คำพูด​ของ​มารดา​แล้ว​พาล​ไม่ชอบ​บิดา​คน​นี้​ เขา​พูด​ต่อ​อีก​ “ข้า​กำลัง​ดีใจ​ต่างหาก​ ! ดีใจ​จน​ร้องไห้​ ใช่ ดีใจ​จน​ร้องไห้​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​หัวเราะ​เสียง​ดังลั่น​ “บัณฑิต​น้อย​ เจ้าน่ารัก​จริงๆ​…หืม​ เหตุใด​เจ้ากลับมา​ในเวลานี้​ ? ทิ้ง​งาน​มาหรือ​ ? คาดไม่ถึง​เลย​ว่า​คนบ้างาน​อย่าง​เจ้าก็​จะทิ้ง​งาน​เป็น​กับ​เขา​ด้วย​ ?”


เจียง​โม่หา​น​ผละ​มือ​ออกจาก​หน้าท้อง​ของ​นาง​อย่าง​อาลัยอาวรณ์​ “ใต้เท้า​ผู้ตรวจการ​ให้​ข้า​ลางาน​ครึ่ง​วัน​…เทียบ​กับ​เจ้าแล้ว​งาน​จะนับว่า​เป็น​อะไร​ได้​ มัน​ต้อง​ยืน​อยู่​ห่างๆ​โน้น​ !”


ขณะ​มอง​ท่าทาง​นี้​ของ​เจียง​โม่หา​น​ ความรู้สึก​ไม่สบายใจ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​หาย​ไป​ทันที​ นาง​ที่​ใน​สอง​ชาติ​นี้​อายุ​รวมกัน​มากกว่า​40ปี​ ก็​เพิ่ง​ตั้งครรภ์​เป็นครั้งแรก​ ใน​ขณะ​ดีใจ​ นาง​เอง​ก็​กังวล​ไป​ด้วย​…เทคโนโลยี​ทางการแพทย์​ใน​สมัยโบราณ​มีจำกัด​ นาง​กังวล​เกี่ยวกับ​ลูก​ใน​ครรภ์​ กลัว​การ​คลอดลูก​ กลัว​ว่า​ระหว่าง​นี้​ลูก​จะเป็น​อะไร​ไป​…


แต่​เมื่อ​เห็น​คน​ตรง​เบื้องหน้า​แล้ว​ จู่ๆนาง​ก็​รู้สึก​สบายใจ​ขึ้น​มา นาง​รู้​ว่า​เขา​จะอยู่​คอย​กัน​ลมพายุ​ให้​นาง​ตลอดไป​


ในขณะที่​รอง​ผู้ตรวจการ​รูปงาม​กำลัง​พูดว่า​ “เชิญหมอ​มาดู​อาการ​อี​กรอ​บดี​ไหม​” นาง​ก็​จับมือ​เขา​ไว้​แน่น​ ก่อน​จะพูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “วางใจ​ได้​ ข้า​แข็งแรง​อย่าง​กับ​แม่วัว​ ลูก​ก็​ต้อง​แข็งแรง​เหมือน​ลูก​วัว​แน่นอน​ ท่าน​หมอ​เหลียง​มาตรวจ​ให้​แล้ว​ ข้า​แข็งแรง​ดี​ทุกอย่าง​”


“ตอน​เจ้าแล่​ปลา​ไม่ได้​อาเจียน​หรอก​หรือ​ ? ต่อไป​ไม่ต้อง​ส่งอาหาร​ให้​ข้า​แล้ว​ ข้า​กิน​อาหาร​ของ​ร้าน​สอง​สามีภรรยา​ตรงข้าม​ที่ทำงาน​ก็ได้​ ของ​ที่​เจ้าทำ​ไป​พวก​นั้น​ ไม่รู้​ลง​กระเพาะ​ใคร​บ้าง​ !” เจียง​โม่หา​น​แอบ​ตัดสินใจ​ว่า​จะให้​ห้องครัว​เป็น​สถานที่​ต้องห้าม​สำหรับ​ภรรยา​ ห้าม​เข้าใกล้​แม้แต่​ก้าว​เดียว​…แต่​น่าเสียดาย​…คำพูด​ของ​เขา​จะใช้ได้​หรือ​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​รับปาก​ แต่​ใน​ใจลอบ​คิด​ว่า​…ด้วย​ความ​เลือก​กิน​ของ​สามี ผ่าน​ไป​ไม่ถึงเดือน​ต้อง​ผอม​เป็น​ไม้เสียบ​ผี​แน่นอน​ ! วัตถุดิบ​มีสาวใช้​คอย​จัดการ​ นาง​ยืน​ขยับ​ปาก​สั่งอยู่​ห่างๆ​ อย่างไร​ก็​คง​ไม่อาเจียน​เพราะ​กลิ่น​คาวปลา​อีก​หรอก​ ?


ในเวลานี้​ นางกำนัล​เข้ามา​รายงาน​ว่า​แม่ทัพ​หลิน​ ภรรยา​และ​คุณชาย​ทั้งสอง​มาถึงตำหนัก​แล้ว​ หลัง​กลับ​จาก​ตะวันตกเฉียงเหนือ​แล้ว​ แม่ทัพ​หลิน​ก็ได้​เลื่อนตำแหน่ง​เป็น​ผู้บัญชา​การทหาร​รักษาการณ์​เมืองหลวง​ สำหรับ​การ​วางตัว​ของ​เขา​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​นั้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​พอใจ​มาก​จึงอนุญาต​ให้​พา​ท่าน​แม่กลับ​ไป​อยู่​ที่​จวน​ด้วยกัน​ได้​


แต่​เสี่ยว​เอ้อร์ฮว๋า​ไม่พอใจ​สุด​ๆ…นัก​กินตัว​น้อย​คน​นี้​ไม่อยาก​ไป​จาก​พี่​รอง​และ​ยิ่ง​ไม่อยาก​ห่าง​จาก​ฝีมือ​ทำอาหาร​ของ​พี่​รอง​ ! ตอน​อยู่​ที่​เรือน​สกุล​เจียง​ เขา​มัก​เห็น​บ้าน​พี่เขย​และ​พี่สาว​เป็น​บ้าน​ของ​ตัวเอง​และ​ยัง​ครอบ​ครองเรือน​ที่อยู่​ใกล้​พี่​รอง​ที่สุด​ด้วย​ หลัง​กลับมา​เมืองหลวง​ใน​ช่วง​ครึ่ง​ปี​นี้​ เขา​แทบ​ใช้เวลา​กว่า​ครึ่ง​อยู่​ที่​สกุล​เจียง​จน​พวก​เพื่อนบ้าน​ต่าง​เข้าใจผิด​ว่า​เขา​เป็น​น้องชาย​แท้ๆ​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ !


“พี่​รอง​ ได้ยิน​ว่า​ท่าน​ตั้งครรภ์​แล้ว​ ! ประเดี๋ยว​ข้า​ก็​จะกลายเป็น​น้าชาย​แล้ว​ใช่หรือไม่​ ?” ตัว​เอ้อร์อว๋า​ยัง​ไม่ทัน​มาถึง เสียง​ก็​มาก่อน​แล้ว​ พอ​เขา​เข้ามา​ก็​รีบ​วิ่ง​มาที่​ขอบ​เตียง​ทันที​


เจียง​โม่หา​นรี​บ​เข้าไป​ขวาง​แล้ว​แค่น​เสียง​ดุ​เขา​ “โต​ขนาด​นี้​แล้ว​ยัง​ทำตัว​ไม่สำรวม​แบบนี้​อีก​หรือ​ ?”


หลิน​จื่อถิง​ที่​กลายเป็น​หนุ่มน้อย​รูปงาม​แล้ว​ แม้จะไม่กลัว​บิดา​ตัวเอง​ แต่​ไม่กล้า​ขึ้นเสียง​กับ​พี่เขย​รอง​คน​นี้​เลย​…ด้าน​หนึ่ง​เป็น​เพราะ​เคารพ​ อีก​ด้าน​คือ​มีความ​น่าเกรงขาม​มาเกี่ยวข้อง​ ตัว​เขา​ที่​เพิ่ง​โดน​สั่งสอน​จึงเข้าไป​อยู่​ข้าง​เตียง​อย่าง​ว่าง่าย​ เมื่อ​กลับมา​เผชิญหน้า​กับ​พี่​รอง​แล้ว​ ใบหน้า​ของ​เขา​ก็​เปื้อน​ยิ้ม​อีกครั้ง​ “พี่​รอง​ ข้า​มาหา​หลาน​แล้ว​ !”


“หลาน​ของ​เจ้าอยู่​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​โน้น​ ! ถ้าเจ้าคิดถึง​เขา​ขนาด​นั้น​ก็​กลับ​ไปหา​สิ !” คนพูด​คือ​หลิน​จื่อเหยียน​ที่​อายุ​18ปี​แล้ว​ เขา​ได้​รูปร่าง​สูงใหญ่​มาจาก​แม่ทัพ​หลิน​และ​น่าจะ​สูงเกิน​1.80หมี่​แล้ว​กระมัง​


แต่​เมื่อ​เทียบ​กับ​บิดา​ของ​เขา​แล้ว​ ร่างกาย​ยัง​ผอม​ไป​หน่อย​ หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​น้องชาย​คนโต​ไม่ใช่บัณฑิต​ที่​อ่อนแอ​ เพราะ​เรียน​วร​ยุทธ​กับ​หลี​ชิงมาหลาย​ปี​จึงต่อสู้​กับ​คนธรรมดา​ได้​สบาย​


“ไอ​โหย​ว​ ! หลิน​จู่เห​ริน​ของ​พวกเรา​กลับมา​แล้ว​หรือ​ ? มาถึงเมื่อใด​ ? ไม่เห็น​แจ้งให้ทราบ​สัก​คำ​ ใน​สายตา​ยังมี​พี่สาว​คน​นี้​อยู่​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​หยอก​หลิน​จื่อเหยียน​


หลิน​จื่อเหยีย​นรี​บอ​ธิบาย​ “ข้า​เพิ่ง​มาถึงเมืองหลวง​เมื่อคืน​ ตอนเช้า​เผลอ​นอนหลับ​จน​เพลิน​ เพิ่ง​ตื่น​ได้​ไม่นาน​ก็​ได้ข่าว​จาก​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ บอ​กว่า​พี่​รอง​จะเป็น​แม่คน​แล้ว​ ถ้าไม่ใช่เพราะ​รอ​ท่าน​แม่ ข้า​ก็​ขี่ม้า​มาก่อน​ตั้ง​นาน​แล้ว​ล่ะ​ !”


“ข้างนอก​หิมะ​ตก​ เจ้ายัง​คิด​จะขี่ม้า​บน​ถนน​ ? ไม่กลัว​ตก​มาคอ​หัก​หรือ​ไร​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​น้องชาย​คนโต​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​…อืม​ ดู​สุขุม​ขึ้น​มาก​ ดูท่า​แล้ว​ตอน​เดินทาง​กลับ​ไป​ร่วม​การ​สอบ​จะทำให้​เขา​ได้รับ​ประสบการณ์​บางอย่าง​


หลิน​จื่อเหยียน​สอบ​เซียง​ซื่อ​ได้​อันดับ​สาม เขา​จึงไม่ค่อย​พอใจ​สัก​เท่าไร​ มัก​รู้สึก​ว่า​ทำให้​พี่เขย​รอง​ผิดหวัง​ เขา​กำ​ม้วน​กระดาษ​ไว้​ใน​แขน​เสื้อ​เงียบๆ​ โดย​ไม่ได้​เอา​ออกมา​…การพบกัน​ครั้งนี้​ ไฉน​เลย​พี่เขย​รอง​จะมีกะ​จิต​กะ​ใจมาชี้แนะ​บทความ​ให้​เขา​


หลังจาก​นาง​หวง​สนทนา​กับ​ห​มิน​หวา​งเฟย​และ​นาง​เฝิงเสร็จ​แล้วก็​มานั่ง​ข้าง​หลิน​เว่ยเว่ย​ ก่อน​จะมอง​บุตรสาว​ด้วย​ใบหน้า​เบื้อ​น​ยิ้ม​ “ตอนเที่ยง​นี้​รู้สึก​คลื่นไส้​หรือไม่​ อยาก​อาเจียน​หรือเปล่า​ ? อยาก​กิน​อะไร​ก็​บอก​ แม่จะทำให้​เจ้ากิน​เอง​”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ “ท่าน​แม่ ที่​เรือน​ก็​มีแม่ครัว​เจ้าค่ะ​ ถ้าไม่ไหว​ก็​ยังมี​เหมย​ห​ยิง​อีก​คน​ ตอนนี้​ฝีมือ​นาง​ไม่แพ้​ลูก​แม้แต่น้อย​ ! ไฉน​เลย​จะให้​ท่าน​ต้อง​แสดง​ฝีมือ​เจ้าคะ​ ? อีก​อย่าง​ถ้าลูก​กล้า​ใช้ท่าน​ แม่ทัพ​หลิน​จะไม่หยิบ​แส้มาเฆี่ยน​ลูก​เลย​หรือ​เจ้าคะ​ !”


แม่ทัพ​หลิน​ที่​ยืน​อยู่​นอก​ฉาก​กั้น​ก็​รีบ​พูดว่า​ “เจ้ารอง​ เจ้าอย่า​พูดจา​เหลวไหล​ ! แม้แต่​ด่า​เจ้า พ่อ​ยัง​ไม่เคย​ทำ​เลย​สักครั้ง​ แล้​วจะ​ลงมือ​กับ​เจ้าได้​ลงคอ​หรือ​ไร​ ? พูด​ก็​พูด​เถิด​ เมื่อใด​เจ้าจะเลิก​กวน​โดย​เรียก​พ่อ​ว่า​แม่ทัพ​หลิน​สักที​ ? ก่อน​พ่อ​ตาย​จะมีวันนั้น​หรือไม่​ ?”


“ท่าน​แม่ ดู​เขา​สิเจ้าคะ​! ใน​วัน​มงคล​เช่นนี้​กลับ​พูด​อะไร​ก็​ไม่รู้​!” หลิน​เว่ยเว่ย​ตัว​ขี้​ฟ้อง​กำลัง​ยืมมือ​มารดา​ผู้​อ่อนโยน​ไป​จัดการ​บิดา​ที่​หยาบกระด้าง​!


นาง​หวง​ถลึงตา​ไป​ทาง​ฉาก​กั้น​ลม​ ก่อน​จะหันมา​พูด​กับ​บุตรสาว​ว่า​ “กลับ​ไป​แล้ว​แม่จะจัดการ​เขา​เอง​! เมื่อ​ครู่​แม่หมายความว่า​ตอน​ตั้งครรภ์​ สตรี​จะเรื่อง​เยอะ​ แม้คนอื่น​ทำ​ได้ดี​ขนาด​ไหน​ก็​กิน​ได้​แค่​คำ​เดียว​ แต่​ถ้าเป็น​ของ​ที่​คนใน​ครอบครัว​ทำ​ก็​ยัง​พอ​จะกิน​ได้​มาก​หน่อย​ ตอนที่​แม่ตั้งครรภ์​เจ้า ไม่ว่า​ได้กลิ่น​อาหาร​อะไร​ใน​ช่วง​สามเดือน​แรก​ก็​อาเจียน​หมด​ แม้แต่​น้ำดี​ก็​ยัง​อาเจียน​ออกมา​เลย​ ต่อมา​พ่อเจ้า​ทำ​บะหมี่​ไข่​ที่​ง่าย​มาก​ๆให้​กิน​ เรื่อง​รสชาติ​ใช้คำธรรมดา​มาบรรยาย​ไม่ได้​ แต่​แม่กิน​แล้ว​ไม่อาเจียน​ ส่วน​อย่าง​อื่น​แม้จะเป็น​อาหารทะเล​หรือ​ของป่า​ แม่ก็​กินไม่ลง​ทั้งนั้น​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​กะพริบตา​ “ท่าน​แม่เจ้าคะ​ ตอน​พวก​ท่าน​หนี​ภัย​สงคราม​ยังมี​อาหารทะเล​หรือ​ของป่า​ให้​กิน​ด้วย​หรือ​?”


นาง​หวง​ยิ้ม​ขณะ​เอา​นิ้ว​จิ้มหน้าผาก​นาง​ “แม่พูด​เปรียบเปรย​เท่านั้น​ เจ้าเด็ก​คน​นี้​จะซื่อ​ไป​ถึงไหน​!”


ตอนที่​ 650: ตั้งครรภ์​แล้ว​เริ่ม​ดื้อ​


“ท่าน​แม่ ลูก​รู้​ว่า​ท่าน​หมายถึง​อะไร​ ! คนใน​ครอบครัว​ทำให้​ย่อม​กิน​แล้ว​มีความสุข​กว่า​ อาการ​แพ้ท้อง​ส่วนใหญ่​เกิดขึ้น​เพราะ​จิตใจ​ ลูก​เข้าใจ​เจ้าค่ะ​ ตอนนี้​ลูก​ยัง​ไม่ได้​แพ้ท้อง​ มื้อ​เที่ยง​ก็​กินข้าว​ไป​ตั้ง​สอง​ชาม แทะ​น่อง​ไก่​ไป​เกิน​ครึ่ง​ กิน​จน​พุงกาง​เจ้าค่ะ​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​คิด​จะตบ​หน้าท้อง​อย่าง​ไม่รู้ตัว​ แต่​มือ​ก็​ถูก​สามีหยุด​ไว้​กลางอากาศ​ จริง​สิ ตอนนี้​ใน​ท้อง​ของ​นาง​มีก้อน​เลือด​เพิ่มขึ้น​มาหนึ่ง​ก้อน​ ต่อไป​จะทำ​อะไร​วู่วาม​ไม่ได้​อีก​


ทว่า​ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ นาง​ก็​กลับมา​หดหู่​อี​กรอบ​…เพราะ​นาง​รู้สึก​ว่า​ตัวเอง​กำลัง​กลายเป็น​หุ่นกระบอก​ ถูก​ควบคุม​อิสรภาพ​ ข้างนอก​ลมแรง​ นาง​ออก​ไป​ไม่ได้​…เพราะ​ถ้าเป็นหวัด​ขึ้น​มา ผู้ใหญ่​ทรมาน​ เด็ก​ใน​ครรภ์​ก็​จะได้รับ​ผลกระทบ​ไป​ด้วย​


ด้านนอก​หิมะ​ตก​ ก็​ออก​ไป​ไม่ได้​…เพราะ​ถ้าเกิด​ลื่นล้ม​ สะโพก​ได้รับบาดเจ็บ​จะส่งผลดี​ตอน​คลอดลูก​ได้​อย่างไร​ ? ถ้าเกิด​ล้ม​ขึ้น​มา ผู้ใหญ่​หนัง​หนา​ไม่เป็นอะไร​ แต่​เด็ก​ใน​ครรภ์​จะต้อง​ไม่เหลือ​แน่นอน​


แม้แต่​ใน​วันที่​อากาศ​ดี​ นาง​ก็​เคลื่อนไหว​อย่าง​อิสระ​ไม่ได้​ ทำได้​แค่​เดิน​อยู่​ใน​เรือน​และ​ยังมี​สาวใช้​วร​ยุทธ​สูงอีก​สอง​คน​เดินตาม​ตลอด​ แล้ว​เจ้าคิด​ว่า​ใน​ฤดูหนาว​เช่นนี้​ พืช​หญ้า​เหี่ยวแห้ง​กัน​หมด​ แล้ว​จะมีอะไร​ให้​นางชม​แก้​เบื่อ​ ?


อีก​ทั้งปี​นี้​ใน​เมืองหลวง​ยังมี​หิมะ​ตกหนัก​กว่า​เดิม​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงได้​แต่​เปิด​หน้าต่าง​แล้ว​มองออก​ไป​ด้านนอก​ด้วย​ความ​เศร้าสร้อย​ น่าเบื่อ​ยิ่งกว่า​ติดคุก​เสีย​อีก​ ทุกครั้งที่​เจียง​โม่หา​น​เข้ามา​ก็​มักจะ​เห็น​เด็กสาว​น่าสงสาร​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ข้าง​หน้าต่าง​พลาง​มองออก​ไป​ด้วย​ความ​เศร้าหมอง​…


รอง​ผู้ตรวจการ​ปวดใจ​ เขา​เปลี่ยน​จาก​คนบ้างาน​กลาย​มาเป็น​คน​ที่​ทุก​วันหลัง​รายงาน​หน้าที่​เสร็จ​แล้วก็​รีบ​กลับมา​อยู่​เป็นเพื่อน​ภรรยา​ผู้​กำลัง​ตั้งครรภ์​ บางครั้ง​ใน​ยาม​บ่าย​ก็​จะกลับมา​เยี่ยม​ แม้ได้​อยู่​ข้าง​กาย​ภรรยา​แค่​หนึ่ง​เค่อ​ เขา​ก็​อยาก​อยู่​สนทนา​กับ​นาง​สัก​2-3ประโยค​ก็​ยัง​ดี​


“เสี่ยว​เว่ย​ ลมแรง​เช่นนี้​รีบ​ปิด​หน้าต่าง​เถิด​ ประเดี๋ยว​จะไม่สบาย​ !” วันนี้​ พอ​กลับมา​แล้ว​เจียง​โม่หา​น​ก็​ได้ยิน​เสียงพูด​กล่อม​ของ​นาง​เฝิง แต่​ภรรยา​ของ​เขา​ไม่อยาก​ปิด​หน้าต่าง​ แม้หน้าต่าง​จะคลุม​ด้วย​กระดาษ​น้ำมัน​โปร่งแสง​ แต่​ใน​ห้อง​ก็​ยัง​มืด​อยู่​พอสมควร​


ขณะ​มอง​ท่าทาง​หดหู่​ของ​ภรรยา​ เขา​ก็​รู้สึก​หงุดหงิด​ขึ้น​มา…เมื่อก่อน​ภรรยา​ยิ้ม​เก่ง​จะตาย​ไป​ ดวงตา​ทั้งสอง​เป็น​เสี้ยว​พระจันทร์​เสมอ​…เขา​ไม่ได้​เห็น​รอยยิ้ม​บน​ใบหน้า​ของ​นาง​มานาน​มาก​แล้ว​ !


ทันใดนั้น​เอง​ หัวใจ​ของ​เขา​ก็​เกิด​เต้น​แรง​ขึ้น​มา…กระจกใส​ไร้​สีของ​ชาติก่อน​นำ​เข้ามา​เมืองหลวง​เวลา​ใด​ ? เหมือน​จะเป็น​ปี​ที่สอง​ของ​การ​สอบ​ติด​ขุนนาง​ของ​เขา​ ได้ยิน​จาก​ชนชั้นสูง​บางคน​ว่า​ซื้อ​ของ​ชนิด​นี้​มาจาก​ต่างแดน​ ถ้าเอา​มาทำ​หน้าต่าง​ ทั้ง​ห้อง​ก็​จะสว่างไสว​เหมือน​ตอนกลางวัน​…


ก็​ไม่ใช่ปี​นี้​หรอก​หรือ​ ? เจียง​โม่หา​น​ไม่ได้​อยู่​ใน​ห้อง​ต่อ​ เขา​กลับ​ไป​ยัง​เขต​ปกครอง​แล้ว​พา​เจ้าหน้า​ที่สอง​สามคน​ออก​ไป​ตามหา​พ่อค้า​จาก​โพ้นทะเล​ทุก​โรงเตี๊ยม​…โดย​อ้างว่า​มา ‘ตรวจตรา​การค้า​’ !


ผ่าน​ไป​ไม่ถึงสอง​วัน​ เขา​ก็​หา​พ่อค้า​นัยน์ตา​สีฟ้าที่​ต้อง​หยุดพัก​อยู่​ใน​เมืองหลวง​เพราะ​หิมะ​ตกหนัก​ ลือ​กัน​ว่า​อีก​ฝ่าย​มาจาก​อาณาจักร​ปั๋ว​ซื่อ​ (เปอร์เซีย​) โดย​นำ​สินค้า​มาทั้งหมด​10คัน​รถม้า​เต็ม​ๆ มีทั้ง​เครื่องเทศ​ อัญมณี​ งาช้าง…และ​กระจกใส​ไร้​สีอีก​2คัน​รถม้า​


เพราะ​ลักษณะพิเศษ​ของ​คนต่างแดน​พวก​นี้​จึงทำให้​คน​ที่​อยาก​ทำการค้า​ด้วย​นั้น​มีน้อย​ แม้จะมีก็​ชอบ​กดราคา​ให้​ต่ำ​ที่สุด​ คนต่างแดน​รู้สึก​ผิดหวัง​ คิด​ว่า​ครั้งนี้​จะต้อง​กลับ​ไป​ทั้งที่​ไม่ได้​แม้แต่​ต้นทุน​คืน​มา…แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​จะเจอ​เข้ากับ​โอกาส​ทำการค้า​ที่​ดีกว่า​เดิม​


“ท่าน​เป็น​ขุนนาง​ที่​ดูแล​การค้า​ใน​เมืองหลวง​อย่างนั้น​หรือ​ ?” เด็กหนุ่ม​ผม​ทอง​คน​หนึ่ง​ถามด้วย​ภาษาต้าเซี่ย​แบบ​ขอไปที​ เห็นได้ชัด​ว่า​เขา​ก็​คือ​หัวหน้ากลุ่ม​ แต่​ก็​สมเหตุสมผล​ เพราะ​มีเพียง​คนหนุ่ม​ไฟแรง​จึงกล้า​เดินทาง​ข้ามน้ำข้ามทะเล​มาไกล​ขนาด​นี้​


เจียง​โม่หา​นพ​ยัก​หน้า​ แต่​พูดว่า​ “คราวนี้​ข้า​ไม่ได้​มาหา​เจ้าใน​ฐานะ​ขุนนาง​ แต่​ข้า​อยาก​ร่วม​ลงทุน​กับ​เจ้า ให้​ข้า​ดู​ของ​ที่​เจ้าขน​มาได้​หรือไม่​ ?”


“แน่นอน​ !” มาร์ค​หรือ​เด็กหนุ่ม​ผม​ทอง​ดีใจ​สุด​ๆ แต่​เขา​ก็​ยัง​กังวล​เหมือนกัน​ เพราะ​กลัว​ขุนนาง​หนุ่ม​คน​นี้​จะเขมือบ​สินค้า​ที่​ตน​ขน​มาด้วย​ความยากลำบาก​ภายใน​พริบตาเดียว​


หลัง​ดู​สินค้า​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​พอใจ​มาก​…พ่อค้า​หนุ่ม​คน​นี้​นำ​สินค้า​ที่​เป็น​ของ​ขาดตลาด​ใน​ชาติก่อน​มาทั้งหมด​ ไม่พูดถึง​เรื่อง​อื่น​ แค่​เครื่องเทศ​และ​อัญมณี​ก็​เป็น​ของ​ที่​นิยม​มาก​ใน​หมู่​ชนชั้นสูง​ ทะเล​ที่​ถูก​ปิดกั้น​มานาน​ใน​ราชวงศ์​ก่อน​ทำให้​สินค้า​พวก​นี้​ปรากฏ​อยู่​ใน​เพียง​บันทึก​ทาง​ประวัติศาสตร์​ของ​ราชวงศ์​ถังที่​เจริญรุ่งเรือง​เท่านั้น​


โชคดี​ที่​เขา​มาทันเวลา​ ไม่อย่างนั้น​ได้​ตกไป​อยู่​ใน​มือ​คนอื่น​แน่นอน​ ! หลัง​ตรวจดู​จน​ละเอียด​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​พูด​กับ​มาร์ค​ว่า​ “ข้า​ต้องการ​สินค้า​พวก​นี้​ทั้งหมด​ บอก​ราคา​มาได้​เลย​ !”


มาร์ค​หันไป​สบตา​กับ​สหาย​ร่วม​เดินทาง​ของ​ตน​แล้ว​พูด​ด้วย​ความระมัดระวัง​ว่า​ “พวกเรา​มาทางทะเล​ ต้อง​เสี่ยงชีวิต​จน​เกือบ​ไม่รอด​ ใช้เวลา​เดินทาง​นาน​เกือบ​ปี​…ดังนั้น​พวกเรา​จะขาย​แบบ​ขาดทุน​ไม่ได้​”


ตอน​มองหา​ผู้ซื้อ​ก่อนหน้านี้​ สิ่งที่​มาร์ค​ได้ยิน​มาก​ที่สุด​ก็​คือ​เรื่อง​ของ​รอง​ผู้ตรวจการ​คนนี้​และ​ภรรยา​ของ​เขา​ด้วย​ รู้​ว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​ดูแล​การค้า​ใน​เมืองหลวง​และ​หัวเมือง​โดยรอบ​ จึงจะผิดใจ​ด้วย​ไม่ได้​เด็ดขาด​ แต่​ถ้าให้​เดินทาง​มาเสียเปล่า​ พวก​ตน​ก็​ไม่ยอม​เช่นกัน​ !


มาร์ค​จึงลอง​เสนอ​ราคา​หนึ่ง​ออก​ไป​…นี่​เป็น​รา​คาที่​ตัด​เรื่อง​ต้นทุน​และ​ค่าขนส่ง​ออก​ไป​แล้ว​ ถือว่า​เป็น​ราคา​ที่ต่ำ​มาก​ ถ้ายัง​น้อยกว่า​นี้​อีก​พวก​ตน​จะไม่ได้​กำไร​เลย​ !


จาก​ท่าทาง​และ​แววตา​ของ​อีก​ฝ่าย​ เจียง​โม่หา​นม​อง​ออ​กว่า​ราคา​นี้​ได้​กำไร​ไม่เท่าไร​ สิ่งที่​เขา​จะทำ​ย่อม​ไม่ใช่การค้าขาย​เพียง​ครั้ง​เดียว​ ดังนั้น​ต้อง​ให้​อีก​ฝ่าย​ลิ้มรส​ความ​หอม​หวาน​บ้าง​ เขา​ครุ่นคิด​ก่อน​จะพูด​กับ​มาร์ค​ว่า​ “ตกลง​ ! ตอนนี้​ข้า​ไม่มีเงินสด​ในม​ือ​…เอา​แบบนี้​ก็แล้วกัน​ ข้า​จะให้​ใบชา​ ผ้าไหม​และ​เครื่องลายคราม​ที่​ราคา​เท่ากัน​เป็น​ของ​แลกเปลี่ยน​ คิดเห็น​อย่างไร​ ?”


มาร์ค​ย่อม​ยินดี​ยิ่งกว่า​อะไร​ ! ใน​สมุด​จดบันทึก​ทางการค้า​ของ​บรรพบุรุษ​ ของ​สามชนิด​นี้​ถือเป็น​ไพ่ตาย​ทาง​ตะวันออก​ ! แต่​เขา​ยัง​กังวล​ว่า​รอง​ผู้ตรวจ​การคน​นี้​จะนำ​ของ​ด้อย​คุณภาพ​มาแลก​ จึงลังเล​อยู่​พัก​หนึ่ง​


พอ​เจียง​โม่หา​น​เห็น​แบบ​นั้น​ก็​ลุกขึ้น​แล้ว​พูดว่า​ “เจ้ายัง​ไม่ต้อง​ให้​คำตอบ​ข้า​ก็ได้​ รอ​ให้​เจ้าคิด​ดีๆ​แล้ว​ค่อย​ให้​คน​ไป​บอก​ข้า​ที่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​แล้วกัน​ !”


จริง​สิ ! นอกจาก​คน​ผู้​นี้​จะเป็น​บัณฑิต​จาก​ครอบครัว​ฐานะ​ยากจน​และ​เป็น​ขุนนาง​ผู้ดูแล​การค้า​ทั้งหมด​ใน​เมืองหลวง​แล้ว​ ยังมี​ฐานะ​สูงศักดิ์​อีก​อย่าง​คือ​บุตร​เขย​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ ใคร​ต่าง​ก็​บอ​กว่า​ห​มิน​อ๋อง​มีอุปนิสัย​เถรตรง​ คง​ไม่ปล่อย​ให้​บุตร​เขย​ออกมา​ทำ​เรื่อง​หลอกลวง​ผู้อื่น​หรอก​กระมัง​ ?


มาร์ค​กัดฟัน​พูด​ “ไม่ต้อง​คิด​แล้ว​ ! ข้า​ตกลง​ !”


เจียง​โม่หา​น​พูด​ด้วย​ใบหน้า​เปื้อน​ยิ้ม​ “ดี​ ! เยี่ยม​ไป​เลย​ ! ต่อไป​หาก​สินค้า​ที่​เจ้านำมา​เป็น​แบบนี้​ทั้งหมด​ ข้า​จะเหมา​ซื้อ​ไว้​เอง​ !!”


พอ​มาร์ค​ได้ยิน​แบบ​นั้น​ก็​เริ่ม​รู้สึก​สบายใจ​ขึ้น​มา…ใน​เมื่อ​คิด​จะทำการค้า​ระยะยาว​ อีก​ฝ่าย​ก็​คงจะ​รักษา​สัจจะอยู่​กระมัง​ ? รอง​ผู้ตรวจ​การคน​นี้​กำลัง​ปฏิรูป​ระบบ​ภาษีการค้า​ใน​เมืองหลวง​ คง​ไม่ใช้กฎหมาย​ของ​ตน​มาทำร้าย​พ่อค้า​ใช่หรือไม่​ ?


รอง​ผู้ตรวจการ​ออกโรง​แล้ว​จะมีพ่อค้า​คน​ไหน​ไม่ให้เกียรติ​บ้าง​ นาย​ท่าน​คน​นี้​ใช่ว่า​ใคร​อยาก​จะเอื้อม​ถึงก็​ทำได้​เลย​ ! เจียง​โม่หา​น​เลือก​ร้านค้า​สามแห่ง​ที่​มีศักยภาพ​ที่สุด​ใน​เมืองหลวง​แล้ว​ให้​หลิว​ว่าย​จื่อ​เป็น​คน​ออกหน้า​เจรจา​กับ​อีก​ฝ่าย​ หลังจาก​ได้ราคา​ที่​ค่อนข้าง​ยุติธรรม​แล้ว​ค่อย​ส่งสินค้า​ให้​มาร์ค​


ตอน​ตรวจสอบ​สินค้า​ที่​อีก​ฝ่าย​นำมา​แลก​ มาร์ค​ตื้นตัน​จน​แทบ​ร้องไห้​ เขา​เป็นตัวแทน​ของ​คน​ทั้ง​อาณาจักร​ที่​เดินทาง​มายัง​แดน​ตะวันออก​อัน​แสน​ลึกลับ​พร้อม​สมุดบันทึก​ของ​บรรพบุรุษ​ แต่​ใคร​จะไป​รู้​ว่า​ต้อง​มาเจอ​อุปสรรค​ สินค้า​ที่​นำมา​นั้น​ไม่โดน​ยอมรับ​จาก​คนอื่น​ พอ​อยาก​ซื้อ​ของ​ที่​ต้องการ​กลับ​ไป​ พ่อค้า​พวก​นั้น​ก็​ทำ​เหมือน​เขา​เป็น​คนโง่​ นำ​สินค้า​ที่​ขายไม่ออก​มาทำเป็น​ของดี​เพื่อ​ขาย​ให้​เขา​ แถมราคา​ยัง​สูงจน​น่าใจหาย​ !



จบตอน

Comments