weiwei ep651-660

ตอนที่​ 651: ลูกอกตัญญู​ ถึงขั้น​กล้า​รับ​โจร​เป็น​พ่อ​


คาดไม่ถึง​ว่า​รอง​ผู้ตรวจการ​ท่าน​นี้​ ไม่เพียง​ไม่กดราคา​สินค้า​ของ​เขา​ แต่​ยัง​ช่วย​จัดการ​เรื่อง​ขนส่งสินค้า​ให้​ด้วย​ ใต้เท้า​หนุ่ม​รูปงาม​เป็น​คน​ซื่อสัตย์​จริงใจ​! มาร์ค​เริ่ม​รู้สึก​ตั้งตาคอย​กับ​การ​ร่วม​ทำการค้า​ใน​ครั้งนี้​แล้ว​!


ผ่าน​ไป​ประมาณ​2-3วัน​ ‘สินค้า​แปลกประหลาด​’ ก็​เริ่ม​เปิดตัว​วาง​จำหน่าย​ที่​ฝั่งตะวันตก​อันเป็น​พื้นที่​เจริญรุ่งเรือง​ที่สุด​ของ​เมืองหลวง​ พวก​มัน​ล้วน​เป็น​ของ​หา​ยาก​ที่​ไม่มีใน​ต้าเซี่ย​ มีของ​หลายอย่าง​ที่​เห็น​ได้​ใน​บันทึก​ทาง​ประวัติศาสตร์​เท่านั้น​ แม้ราคา​จะแพง​ผิดปกติ​ แต่​มีคน​เข้ามา​ซื้อ​ไม่ขาดสาย​! โดยเฉพาะ​เหล่า​ฝูเห​ริน​และ​คุณหนู​ตระกูล​ชนชั้นสูง​ที่​ต่าง​ชื่นชอบ​ใน​เครื่องประดับ​และ​อัญมณี​ทั้งนั้น​ พวก​อัญมณี​สีแดง​ สีน้ำเงิน​และ​เขียว​เหล่านั้น​มีสีสัน​งดงาม​สะดุดตา​ เครื่อง​เพชร​แวววาว​ส่อง​ประกาย​ภายใต้​แสงอาทิตย์​ แม้จะงดงาม​อยู่​แล้วก็​ยัง​เด่น​สะดุดตา​ขึ้น​อีก​เมื่อ​อยู่​กับ​สินค้า​คุณภาพต่ำ​ !


ธูป​หอม​ที่​ทำ​จาก​เครื่องเทศ​ปั๋ว​ซื่อ​ให้​ความรู้สึก​สดชื่น​ มีระดับ​และ​กลิ่นหอม​เข้มข้น​…หาก​จุด​ไว้​ใน​ห้อง​ก็​จะทำให้​คน​ที่​ได้กลิ่น​รู้สึก​ผ่อนคลาย​ หาก​นำ​ไป​อบ​เสื้อผ้า​ เวลา​สะบัด​เสื้อผ้า​ก็​จะส่งกลิ่นหอม​ออกมา​ ธูป​หอม​กล่อง​เล็ก​ๆนี้​มีคำกล่าว​อยู่​ว่า​ ‘หนึ่ง​ตำลึง​หนึ่ง​กลิ่น​’ แสดงให้เห็น​ถึงมูลค่า​ของ​มัน​ แม้จะเป็น​แบบ​นั้น​สินค้า​ก็​ยังมี​ไม่พอ​ขาย​อยู่ดี​


ยิ่ง​ไม่ต้อง​พูดถึง​ผลิตภัณฑ์​แก้ว​ใส (คริสตัล​) ที่​ถูก​แกะสลัก​อย่าง​ประณีต​เลย​ เพิ่ง​วาง​บน​ชั้น​ก็​ถูก​ซื้อ​ไป​หมด​แล้ว​ แถมตอน​ซื้อ​ยัง​แทบ​แย่ง​กัน​ด้วยซ้ำ​ !


ทว่า​กระจกใส​ไร้​สีจำนวน​สอง​คัน​รถม้า​นั้น​ เจียง​โม่หา​น​ไม่นำ​ออกมา​ขาย​สัก​ชิ้น​ หรือ​จะบอก​ให้​ชัดเจน​กว่า​นั้น​คือ​ไม่นำ​ไป​วาง​แสดง​ที่​ร้านค้า​เลย​ด้วยซ้ำ​ เขา​หา​ช่างก่อสร้าง​มานำ​กระจก​พวก​นี้​ไป​ทำ​หน้าต่าง​ เมื่อ​ทำ​แบบ​นั้น​แล้ว​ ภรรยา​ก็​จะสามารถ​มองเห็น​ทิวทัศน์​ยาม​หิมะ​ตก​ผ่าน​หน้าต่าง​กระจก​นี้​ได้​


ไม่เพียง​เท่านั้น​ เขา​ยัง​สร้าง​เรือนกระจก​ขึ้น​ใน​ลานบ้าน​อีก​หลัง​ ผนัง​สามทิศ​เป็น​กระจก​แต่​กำแพง​ทิศเหนือ​สร้าง​เป็น​กำแพง​อิฐ​สำหรับ​ทำ​เตาผิง​ได้​ แม้ใน​วันที่​หิมะ​ตก​ ด้านใน​เรือนกระจก​ก็​ยัง​อบอุ่น​เหมือน​อยู่​ใน​ฤดูใบไม้ผลิ​


ส่วน​กระจก​ที่​เหลืออยู่​ เขา​นำ​ไป​เปลี่ยน​ให้​เรือน​ฝูหรง​ของ​ท่าน​ย่า​และ​สวน​จื่อถง​ของ​ห​มิน​อ๋อง​สอง​สามีภรรยา​ ทั้ง​ยัง​เปลี่ยน​หน้าต่าง​ของ​จวน​สกุล​หลิน​ให้​เป็น​กระจก​ทั้งหมด​ด้วย​ ส่วนที่เหลือ​อีก​ครึ่ง​รถม้า​ เจียง​โม่หา​นค​รุ่น​คิด​อยู่​พัก​หนึ่ง​แล้ว​ส่งพวก​มัน​เข้า​วัง​…ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​ของ​ฮ่องเต้​ เมื่อ​เข้าสู่​ฤดูหนาว​แล้วก็​มีแสงไม่เพียงพอ​จึงสามารถ​ปรับ​ใหม่​ได้​ ส่วน​กระจก​ที่​เหลือ​นั้น​ฮ่องเต้​จะพระราชทาน​ให้​ตำหนัก​ใด​ก็​ไม่ใช่ธุระ​อะไร​ของ​เขา​แล้ว​


ความพยายาม​ของ​เขา​ไม่เสียเปล่า​ ภรรยา​ดู​ดีใจ​มาก​ เป็น​อย่าง​ที่​คิด​ว่า​นาง​ชอบ​ที่สุด​ยัง​เป็น​เรือนกระจก​ ด้านใน​ไม่ได้​ปลูก​ดอกไม้​ไว้​สัก​ต้น​ เพราะ​พื้นที่​ทั้งหมด​เต็มไปด้วย​ผัก​ที่​นาง​โปรดปราน​เรียบร้อย​แล้ว​ สวนผัก​จะเหลือ​ที่โล่ง​ไว้​จุด​หนึ่ง​ ด้านบน​ถูกวาง​ด้วย​เก้าอี้​ ฤดูหนาว​มีแดดออก​น้อย​ แต่​พอ​แดดออก​แล้ว​นาง​ก็​จะนอน​อาบแดด​ตรงนั้น​ ไม่อยาก​จะพูด​เลย​ว่า​สบาย​สุด​ๆ !


ทว่า​… “น้อง​หญิง​ ผัก​ที่​เจ้าปลูก​จะโต​เร็ว​เกินไป​หน่อย​หรือเปล่า​ ?” เจียง​โม่หา​น​ไม่ใช่คนโง่​ ขณะ​มอง​ผัก​แตกใบ​เขียว​ เขา​ก็​คิด​ว่า​นี่​เพิ่ง​ปลูก​ได้​เท่าไร​เอง​ แต่​ก็​โต​ได้​แบบนี้​แล้ว​? ไม่ถูก​หลัก​ทาง​การเกษตร​เลย​สักนิด!


หลิน​เว่ยเว่ย​ดึง​ตำรา​ที่​ปิดหน้า​เอาไว้​ออกมา​ หลังจาก​อ้า​ปาก​หาว​แล้ว​นาง​ก็​เหลือบมอง​สามีและ​พูด​อย่าง​เกียจคร้าน​ว่า​ “ข้า​เป็น​ใคร​ ? บุตรสาว​แท้ๆ​ของ​สวรรค์​เชียว​นะ​ ! ผัก​ที่​คนอื่น​ปลูก​จะเทียบ​กับ​ของ​ข้า​ได้​อย่างไร​ วางใจ​ได้​ ไม่มีพิษ​หรอก​ !”


“ใคร​ ? เจ้าบอ​กว่า​ตัวเอง​เป็น​ลูก​แท้ๆ​ของ​ใคร​ ? ลูกอกตัญญู​ ถึงขั้น​กล้า​รับ​โจร​เป็น​พ่อ​เชียว​หรือ​ ? พ่อ​จะไป​คุย​กับ​เจ้าแซ่หลิน​นั่น​ !” ห​มิน​อ๋อง​กำลัง​ประคอง​ภรรยา​ไว้​และ​เพิ่ง​เดิน​เข้ามา​ใน​เรือนกระจก​ก็​ได้ยิน​คำพูด​เหล่านั้น​แบบ​ขาด​ๆหาย​ๆ จึงโมโห​จน​ควัน​ออก​หู​ทันที​


“ฟู่หวา​งอ​ย่า​พลิก​ขาว​เป็น​ดำ​สิเพคะ​ ! ลูก​บอ​กว่า​ตัวเอง​เป็น​บุตรสาว​แท้ๆ​ของ​สวรรค์​ ไม่อย่างนั้น​จะทำ​อะไร​แล้ว​ออกมา​ราบรื่น​ขนาด​นี้​ได้​หรือ​เพ.คะ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ลุกขึ้น​นั่ง​


“นั่ง​ต่อ​เถิด​ ไม่ต้อง​ลุกขึ้น​มา ! ระวัง​เอว​ !” ห​มิน​หวา​งเฟย​ห้ามไม่ให้​นาง​ยืน​ขึ้น​ พอ​ประทับ​เก้าอี้​ตัว​ข้างๆ​นาง​แล้วก็​ทอดพระเนตร​ผลไม้​และ​ขนม​ที่อยู่​บน​โต๊ะ​น้ำชา​ขนาดเล็ก​ ก่อน​จะตรัส​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ชีวิต​ของ​เจ้าคง​ไม่มีอะไร​สุขสบาย​ไป​กว่า​นี้​แล้ว​ ! หา​นเอ๋อร์​ช่างใส่ใจเหลือเกิน​ !”


“ฮึ ! สามีเอาใจ​ภรรยา​ก็​เป็นเรื่อง​ปกติ​ไม่ใช่หรือ​ ? ยิ่งไปกว่านั้น​คือ​เสี่ยว​เว่ย​ของ​พวกเรา​ยัง​ตั้งครรภ์​ลูก​ของ​เขา​อยู่​ด้วย​ !” ห​มิน​อ๋อง​ไม่ค่อย​พอ​พระทัย​สัก​เท่าไร​…นางกำนัล​คนสนิท​ของ​พระชายา​ (นาง​เฝิง) จะได้​เลี้ยง​หลาน​แล้ว​ แต่​หลาน​ของ​พระองค์​ยัง​ไม่รู้​เลย​ว่า​ไป​อยู่​ที่ไหน​ ! เจ้าตัวแสบ​เฉิงเอ๋อร์​นั่น​ไม่ยอม​แต่งงาน​สักที​ ไม่ได้การ​ ! พระองค์​ต้อง​ให้​เจ้านั่น​กลับ​เมืองหลวง​แล้ว​มาจัดการ​เรื่อง​แต่งงาน​ !


ห​มิน​อ๋อง​ซื่อ​จื่อ​ที่​กำลัง​บัญชาการ​พวก​ทหาร​ไล่ตาม​ชาว​ตง​หู​ก็​จามออกมา​อย่าง​แรง​…เฮอะ​ ฟู่หวา​งต้อง​ตำหนิ​อะไร​เขา​อีกแล้ว​แน่นอน​ โชคดี​ที่อยู่​ไกล​กัน​มาก​ ถึงจะด่า​อย่างไร​เขา​ก็​ไม่ได้ยิน​ !


“ท่าน​พ่อตา​ตรัส​ได้​ถูกต้อง​พ่ะย่ะค่ะ​ !” เจียง​โม่หา​น​ปอกเปลือก​แอปเปิล​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ จากนั้น​ก็​หั่น​เป็น​ชิ้น​เล็ก​ๆ แล้ว​ใช้ไม้จิ้มเพื่อ​ป้อน​ให้​นาง​


เหมือน​ห​มิน​อ๋อง​จะอารมณ์เสีย​จึงแค่น​สุรเสียง​ตรัส​ว่า​ “เจ้าไป​ผิดใจ​อะไร​กับ​เฝิงชิว​ฟาน​คน​โฉด​นั่น​ ? ประชุม​เช้าวันนี้​เขา​หาว่า​เจ้า ‘แย่ง​ผลประโยชน์​กับ​ราษฎร​’ เรื่องไร้สาระ​ทั้งเพ​ ! มีขุนนาง​คนใด​ที่​ไม่มีร้านค้า​เป็น​ของ​ตัวเอง​บ้าง​ ? พวก​เจ้าไม่ได้​มาจาก​ที่​เดียวกัน​หรือ​ ? แล้ว​เหตุใด​เขา​ถึงกัด​เจ้าไม่ยอม​ปล่อย​ ?”


“อาจ​เพราะ​…เขา​อิจฉา​ใน​ความสามารถ​ของ​กระหม่อม​พ่ะย่ะค่ะ​ !” บางคน​คิด​ว่า​ตัวเอง​เป็น​เทพเจ้า​ แต่​โดน​คนอื่น​กดหัว​ไว้​ เฝิงชิว​ฟาน​ไม่ใช่คน​ใจกว้าง​อะไร​อยู่แล้ว​ พอ​มีอำนาจ​ถ้าไม่หันมา​กัด​เขา​ก็​แปลก​ !


“ฮึ ! คน​ผู้​นี้​เป็น​หมา​บ้า​ เวลา​กัด​ใคร​แล้​วจะ​ไม่ปล่อย​ มีขุน​นางใน​ราชสำนัก​จำนวนมาก​ที่​โดน​จัดการ​เพราะ​น้ำมือ​เขา​ ต่อไป​เจ้าจะพูด​จะทำ​อะไร​หรือ​ติดต่อ​กับ​ใคร​ก็​ระวังตัว​ไว้​หน่อย​ !”


ห​มิน​อ๋อง​ตรัส​ถูก​ เพราะ​ตำแหน่ง​ ‘ผู้​ตรวจราชการ​แห่ง​ฝ่าย​ตรวจการ​’ ของ​เฝิงชิว​ฟาน​ ไม่ใช่ตำแหน่ง​ที่​เขา​ก็​เคย​นั่ง​ใน​ชาติก่อน​หรอก​หรือ​ ? งาน​และ​วิธีการ​ของ​ฝ่าย​ตรวจการ​นั้น​ เจียง​โม่หา​น​คุ้นเคย​อย่าง​กับ​อะไร​ดี​ ! พูด​ง่ายๆ​ คือ​ดาบ​เล่ม​หนึ่ง​ของ​ฮ่องเต้​ ฮ่องเต้​ชี้ไป​ทาง​ไหน​ก็​ต้อง​เข้า​ห้ำหั่น​ทาง​นั้น​ ! การ​ที่​เฝิงชิว​ฟาน​ใช้เวลา​ไม่ถึง4ปี​ก็​ปีน​ขึ้น​มาถึงตำแหน่ง​ ‘ผู้​ตรวจราชการ​’ ขั้น​สี่ได้​ ก็​แสดงให้เห็น​ว่า​ใน​ปี​ที่ผ่านมา​ได้​กำจัด​ขุนนาง​กังฉิน​ให้​ฮ่องเต้​ได้​มาก​เท่าไร​ !


ทว่า​ยิ่ง​เฝิงชิว​ฟาน​จัด​การงาน​ได้ดี​และ​ตำแหน่ง​สูงมาก​เท่าไร​ ก็​จะล้ม​เร็ว​เท่านั้น​ ! ตอน​เจียง​โม่หา​น​ถูก​เพชฌฆาต​มัด​ไว้​และ​ดาบ​กำลังจะ​บั่น​คอ​ เขา​ก็​เห็น​เฝิงชิว​ฟาน​ที่​เป็น​จวิ้น​อ๋อง​อยู่​ใน​ฝูงชน​และ​กำลัง​ยิ้ม​เหยียดหยัน​ เจือ​ความสมเพช​เวทนา​ เมื่อ​ชะตาชีวิต​ใน​ชาติ​นี้​พลิกผัน​ คน​ที่​ถูก​สมเพช​นั้น​ควร​ถูก​เปลี่ยนเป็น​เฝิงชิว​ฟาน​บ้าง​ !


ตำแหน่ง​ในเวลานี้​ของ​เฝิงชิว​ฟาน​คือ​ผู้ตรวจ​ราชการประจำ​ฝ่าย​ตรวจการ​ แต่​ฮ่องเต้​รับสั่ง​ให้​เขา​ทำ​อะไร​ก็​ต้อง​ไป​ทำ​อย่างนั้น​ การ​ที่​เขา​อยาก​จะลงมือ​กับ​เจียง​โม่หา​นค​น​นี้​ยัง​ต้อง​ประเมิน​ความสามารถ​ของ​ตน​เสีย​ก่อน​ !


ฎีกา​ของ​เจียง​โม่หา​น​ถูก​นำ​ไป​วาง​บน​โต๊ะ​ทรง​พระ​อักษร​ของ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิง อีก​ทั้ง​ยังมี​กระจก​จำนวน​ครึ่ง​รถม้า​และ​อัญมณี​ล้ำค่า​อีก​หลาย​หีบ​ที่​นำ​ขึ้น​ทูล​ถวาย​ด้วย​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงชี้กระจก​ครึ่ง​คัน​รถม้า​นั้น​แล้ว​ตรัส​กับ​ฮองเฮา​ว่า​ “ดู​ ดู​สิ ! บ้าน​ตัวเอง​และ​บ้าน​พ่อตา​ทำ​ใหม่​หมด​แล้วจึง​เพิ่ง​คิดถึง​เจิ้น​ใน​ตอนที่​ของ​เหลืออยู่​ ! ฮึ ! ช่างเป็น​ขุนนาง​ที่​ดี​ของ​เจิ้น​เสีย​จริง​ !!”


ฮองเฮา​หยิบ​แก้ว​เนื้อ​ใสขึ้น​มาทอดพระเนตร​แล้ว​สั่งให้​ขันที​ไป​นำ​สุรา​องุ่น​ที่​เจียว​เจียว​หมัก​เอง​เข้ามา​ หลัง​ได้ยิน​แบบ​นั้น​พระนาง​ก็​ตรัส​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “เวลา​องค์​รัชทายาท​กับ​เจียว​เจียว​ได้​ของดี​มา ก็​คิดถึง​ฟู่หวง​เป็น​คน​แรก​ไม่ใช่หรือ​ ? หา​นเอ๋อร์​ไป​ติดหนี้​อะไร​ฝ่าบาท​เพ.คะ​ ? คิดถึง​พระองค์​ได้​ก็​ถือว่า​ไม่เลว​แล้ว​ ยัง​จะเรื่องมาก​อยู่​ได้​เพคะ​ !”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงบ่น​แค่​เล็กน้อย​เท่านั้น​ หลัง​เปิด​ฎีกา​ขึ้น​ทอดพระเนตร​อย่าง​ละเอียด​แล้วก็​แย้มพระสรวล​ออกมา​ดังลั่น​ “เจ้าเด็ก​นี่​ ! ต้อง​ทราบ​เรื่อง​ฎีกา​ฟ้องร้อง​ของ​เฝิงชิว​ฟาน​จากห​ยู​อัน​แล้ว​แน่นอน​ เขา​จึงส่งเงิน​มาให้​เจิ้น​ !”


“ส่งเงิน​ให้​ฝ่าบาท​ ? ใคร​มอบ​ความกล้า​กับ​เด็ก​คน​นั้น​ ถึงขั้น​กล้า​ติดสินบน​ฮ่องเต้​เชียว​หรือ​เพ.คะ​ ?” หลังจาก​ทอดพระเนตร​ขันที​ริน​สุรา​องุ่น​ลง​ใน​แก้ว​ใส ฮองเฮา​ก็​ยกแก้ว​ขึ้น​มาแกว่ง​แล้ว​สูด​ดมกลิ่น​ของ​สุรา​หมัก​


ตอนที่​ 652: กระเป๋า​เงิน​จะสะอาด​กว่า​ใบหน้า​ได้​อย่างไร​?


สุรา​องุ่น​ที่​เจียว​เจียว​เรียน​หมัก​จาก​เว่ยเว่ย​นั้น​ทำ​ออกมา​ได้​ดีมาก​ ! กลิ่นหอม​เข้มข้น​ รส​หวาน​สดชื่น​ รส​เลิศ​ยิ่งกว่า​สุรา​บรรณาการ​ของ​ตะวันตก​เสีย​อีก​ !


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงชี้ไป​ที่​ฎีกา​ “เจ้าเด็ก​นี่​ใช้ ‘สินค้า​แปลกประหลาด​’ ของ​ตน​มายกตัวอย่าง​ โดย​เขียน​กำไร​ของ​สินค้า​แต่ละ​ชนิด​มาอย่าง​ละเอียด​และ​ยัง​บอก​ข้อดี​ของ​การ​ทำการค้า​กับ​ต่างแดน​ด้วย​ นอกจากนี้​ยัง​เสนอ​ให้​จัดตั้ง​ ‘กรม​การค้า​’ ขึ้น​มา เพื่อ​ไว้​ใช้ติดต่อ​กับ​ชาว​ต่าง​แคว้น​โดยเฉพาะ​…เขา​ยัง​ได้​รู้​จาก​ปาก​ชาวต่างชาติ​ว่า​ทางตะวันตก​มีอาวุธ​ชนิด​หนึ่ง​ที่​ยิง​ได้​ไกล​กว่า​หน้าไม้​อีก​ แถมแสนยานุภาพ​ยัง​มากกว่า​ หลังจาก​ราชสำนัก​ทำ​เงินได้​จาก​ต่างแดน​จน​พอใจ​แล้วก็​ค่อย​เอากำไร​ไป​แลก​กับ​อาวุธ​ของ​พวก​ตะวันตก​ เรียนรู้​จาก​คน​เถื่อน​เพื่อ​ควบคุม​คนป่าเถื่อน​ ! พูด​ได้ดี​จริงๆ​ !!”


ฮองเฮา​เหนียง​เหนียง​ตรัส​ด้วย​รอยยิ้ม​ “สมกับ​ที่​เป็น​สายเลือด​ของ​ห​ยู​อัน​ ใน​สายเลือด​มีความจงรักภักดี​และ​ไม่เห็นแก่ตัว​ไหลเวียน​อยู่​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ ‘สินค้า​แปลกประหลาด​’ ที่​เขา​พูดถึง​ เขา​เอง​ก็​จะขายต่อ​ไม่ได้​แล้ว​สิเพคะ​ ?”


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงแย้มพระสรวล​ “เจ้าเด็ก​คน​นี้​ใช่ว่า​ไม่เห็นแก่ตัว​เสีย​ทีเดียว​หรอก​ ! เจ้าดู​นี่​สิ เขา​เสนอ​ให้​สินค้า​แปลกประหลาด​ของ​ตน​กลายเป็น​แหล่ง​ทำเงิน​ของ​ราชสำนัก​ สินค้า​ที่​กรม​การค้า​ติดต่อ​ลงทุน​กับ​คนต่างแดน​ล้วน​มาจาก​ฝีมือ​เขา​ แค่​ปันผล​ส่วน​เดียว​ที่​เขา​ได้รับ​ก็​สร้าง​เม็ดเงิน​มหาศาล​ได้​แล้ว​ !”


ฮองเฮา​พยัก​ดวง​พักตร์​ “หม่อมฉัน​คิด​ว่า​ดี​เพ.คะ​ ! ราชสำนัก​ได้​กิน​เนื้อ​ แต่​จะให้​คน​ต้นคิด​อย่าง​เขา​ดื่ม​แต่​น้ำแกง​ก็​ไม่ได้​ ? อย่างไร​เรา​จะให้​อาชา​วิ่ง​อย่าง​เดียว​โดย​ไม่กิน​หญ้า​เลย​ก็​ไม่ได้​ใช่หรือไม่​เพ.คะ​ !”


วันรุ่งขึ้น​ ฮ่องเต้​ก็​เริ่ม​ตรัส​ถึงความเป็นไปได้​ของ​ข้อเสนอ​จากรอง​ผู้ตรวจการ​เจียง​ใน​ท้องพระโรง​ ราชวงศ์​ต้าเซี่ย​สถาปนา​มาได้​10ปี​แล้ว​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงทำ​อะไร​เด็ดขาด​มาโดยตลอด​ ทำให้​ขุนนาง​ใน​ราชสำนัก​ต้อง​กด​ข่ม​ความคิด​ไม่ดี​ของ​ตน​เอาไว้​ โดยเฉพาะ​การ​ให้​ฝ่าย​ตรวจการ​เก็บ​รวบรวม​หลักฐาน​เกี่ยวกับ​ขุนนาง​แต่ละ​ฝ่าย​เอาไว้​ ส่งผล​ให้​ขุนนาง​ใน​ราชสำนัก​ต้อง​ระวัง​คำพูด​และ​การกระทำ​เพราะ​กลัว​จะโดน​ดึง​หางเปีย​เข้า​สักวัน​


ด้วยเหตุนี้​ แม้ข้อเสนอ​ของ​เจียง​โม่หา​น​จะโดน​ขุนนาง​บางคน​ต่อต้าน​อยู่​บ้าง​ แต่​เจียง​โม่หา​น​ก็​มีเหตุผล​ค้าน​ข้อโต้แย้ง​เหล่านั้น​ได้​ทั้งหมด​ เพราะ​การ​ทำสงคราม​หลาย​ปี​ส่งผล​ให้​ท้องพระคลัง​ของ​ต้าเซี่ย​ว่างเปล่า​และ​ขาดดุล​ใน​ทุกปี​ ยาก​นัก​ที่จะ​ได้​มีโอกาส​เติมเต็ม​ท้องพระคลัง​แล้ว​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงจะปล่อย​โอกาส​ไป​ได้​อย่างไร​ ? ทรง​ทอดพระเนตร​เจียง​โม่หา​น​ที่​กำลัง​โต้เถียง​กับ​ ‘กลุ่ม​ขุนนาง​’ ด้านล่าง​ด้วย​ความพอ​พระทัย​ราวกับ​เห็น​สมบัติ​ที่​หา​ยาก​อย่างไร​อย่างนั้น​…มีผู้ช่วย​มือดี​เช่นนี้​ ไฉน​เลย​จะต้อง​กังวล​ว่า​ต้าเซี่ย​ยัง​ไม่เจริญรุ่งเรือง​ขึ้น​มาได้​อีก​ ?


หลังจากนั้น​ ‘กรม​การค้า​ต่างแดน​และ​ความร่วมมือ​ทางเศรษฐกิจ​’ หรือ​เรียก​สั้น​ๆว่า​ ‘กรม​การค้า​’ จึงถูก​ก่อ​ตั้งขึ้น​อย่าง​รวดเร็ว​ โดย​มีหัวหน้า​กรม​การค้า​ขั้น​สี่อย่าง​เจียง​โม่หา​น​เป็น​คน​รับผิดชอบ​ ระดับ​ล่าง​กว่า​นั้น​ยัง​ต้องการ​ขุนนาง​ขั้น​ห้า​ หก​และ​เจ็ด​อีก​เป็น​โขยง​ ขุนนาง​ขั้น​ห้า​และ​หก​ถูก​เลือก​จาก​จิ้น​ซื่อ​ที่​เพิ่ง​สอบ​ได้​ใน​ช่วง​2-3ปี​นี้​ ถ้าใกล้​ตัว​เขา​มีคน​ที่​โดดเด่น​ก็​สามารถ​รับ​สิทธิพิเศษ​ใน​การ​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ขุนนาง​กรม​การค้า​ขั้น​เจ็ด​ได้​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​แล้ว​ อำนาจ​ในกรม​การค้า​ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​ดู​ยิ่งใหญ่​เทียมฟ้า​ขึ้น​มาทันที​ !


มีขุน​นางใน​ราชสำนัก​จำนวน​ไม่น้อย​ที่​อยากได้​ตำแหน่ง​ในกรม​การค้า​…เพราะ​การ​ติดต่อ​กับ​ต่างแดน​ อย่างไร​อีก​ฝ่าย​ก็​ทำ​อะไร​มาก​ไม่ได้​อยู่แล้ว​ ! นี่​คือ​เนื้อ​อัน​โอชะ​ ! ทันใดนั้น​เทียบเชิญ​ก็​ถูก​ส่งมายัง​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​มากมาย​ ยังมี​คน​ที่​ ‘บังเอิญ​’ เจอ​กับ​เจียง​โม่หา​น​ใน​เวลา​เลิกงาน​และ​ยังมี​คน​ที่มา​ยืน​รอหน้า​ที่ทำงาน​เพื่อ​เชิญเขา​ไป​ดื่ม​ชา…


เจียง​โม่หา​น​รำคาญ​คน​เหล่านี้​มาก​ กรม​การค้า​เป็น​บ่อ​เงิน​ของ​ราชสำนัก​ ถ้าเลือก​ขุนนาง​ไม่ดี​ เงิน​นี้​ก็​ไม่รู้​จะไหล​เข้า​กระเป๋า​ใคร​ ! เขา​จึงรวบรวม​รายชื่อ​ผู้​ที่มา​ตีสนิท​กับ​ตน​เอาไว้​ ขณะที่​ห​มิน​อ๋อง​เข้า​วัง​ เขา​ก็​ฝาก​ไป​ถวาย​ฮ่องเต้​และ​ยังมี​รายชื่อ​คนหนุ่ม​มาก​ความสามารถ​ซึ่งเขา​ได้​ลอง​คัด​กรอง​ออกมา​แล้ว​เช่นกัน​


หลังจาก​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงเห็น​รายชื่อ​ทั้งสอง​ฉบับ​แล้วก็​ขมวด​พระ​ขนง​ก่อน​ จากนั้น​ตรัส​ชมขึ้น​มาว่า​ “ห​ยู​อัน​ ไม่พูด​ก็​คง​ไม่ได้​จริงๆ​ ว่า​สายตา​ใน​การ​มอง​คน​ของ​บุตร​เขย​เจ้าดี​ใช้ได้​เลย​ !”


รองหัวหน้า​กรม​ขั้น​ห้า​ เจียง​โม่หา​น​แนะนำ​เป็น​ห​ยาน​จิงห​ยู​ คน​ผู้​นี้​เคย​ต่อสู้​กับ​เขา​มาหลาย​สิบ​ปี​ใน​ชาติก่อน​ นิสัย​ซื่อตรง​ไม่เห็นแก่ตัว​ ไม่กลัว​ผู้มีอำนาจ​ เหมาะกับ​กรม​การค้า​มาก​ เจียง​โม่หา​น​คิด​จะให้​อีก​ฝ่าย​เรียน​รู้งาน​จาก​ตน​สัก​สอง​ปี​ แล้ว​ถึงจะยก​ตำแหน่ง​หัวหน้า​กรม​ให้​สานต่อ​


ส่วน​คนอื่น​ที่​เขา​แนะนำ​ไป​ก็​เป็น​คน​ซื่อสัตย์​เห็นแก่​ส่วนรวม​เช่นกัน​ บางคน​เป็น​คน​ที่​เขา​เคย​จัดการ​ใน​ชาติก่อน​ เนื่องจาก​ตำแหน่ง​ใน​ชาติที่แล้ว​ของ​ตน​ หาก​ใช้เพื่อ​ผล​ประโยชน์ส่วนตัว​แล้ว​ การ​จัดการ​คน​ที่​ต่อต้าน​เขา​ไป​หลาย​คน​หน่อย​ก็​ไม่ใช่เรื่อง​ยาก​อะไร​…บางที​ อาจ​เพราะ​เรื่อง​นี้​จึงเป็นหนึ่ง​ใน​สาเหตุ​ที่​ฮ่องเต้​ปฏิเสธ​เขา​ใน​เวลา​ต่อมา​กระมัง​ ?


สำหรับ​เจ้าหน้าที่​ในกรม​การค้า​ขั้น​เจ็ด​ เขา​เสนอ​เฉิน​หยุ​น​และ​ขุนนาง​ระดับ​ต่างๆ​ที่​เคย​ภักดี​ต่อ​เขา​ใน​ชาติก่อน​ คน​พวก​นี้​ต่าง​ได้​เป็น​จู่เห​ริน​ที่​พยายาม​กัน​อย่าง​หนัก​แต่​ก็​สอบ​จิ้น​ซื่อ​ไม่ผ่าน​สักที​ เมื่อ​ตกอับ​เขา​จึงกล้า​เรียก​ใช้ บางคน​เป็น​นัก​ปฏิบัติ​และ​มีความสามารถ​ใน​การทำงาน​ แต่​ไม่มีโชค​ใน​การ​สอบ​เท่านั้นเอง​ คน​พวก​นี้​ล้วน​เหมาะสม​กับ​สายงาน​ของ​กรม​การค้า​ทั้งนั้น​


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ กรม​การค้า​ก็​เริ่ม​ออกมา​ปฏิบัติหน้าที่​ ในที่สุด​คนต่างแดน​ที่​ออกมา​สำรวจ​และ​เริ่ม​การค้า​ใน​แดน​ตะวันออก​ก็ได้​มีที่​รวมตัว​และ​ไม่ต้อง​ออก​ไป​ประกาศ​ขาย​สินค้า​ของ​ตน​อีกแล้ว​ แม้รา​คาที่​กรม​การค้า​ให้​จะไม่ได้​สร้าง​กำไร​อย่าง​มหาศาล​ แต่​ก็​ยังมี​กำไร​ให้​จับต้อง​ จากนั้น​ยัง​ได้​ซื้อ​สินค้า​พิเศษ​ของ​ต้าเซี่ย​ใน​รา​คาที่​ยุติธรรม​จาก​กรม​การค้า​ เมื่อ​กลับ​ไป​ตะวันตก​แล้ว​ยัง​ทำกำไร​ได้​อีก​ก้อน​


คนต่างแดน​ที่มา​เยือน​ต้าเซี่ย​เริ่ม​มีมากขึ้น​เรื่อยๆ​ ต่อมา​เมือง​ตาม​ชายฝั่ง​และ​ชายแดน​ต่างๆ​ ก็​มีการ​สร้าง​สำนักงาน​กรม​การค้า​ขึ้น​ ขุนนาง​ที่​ผ่าน​การฝึกฝน​จาก​กรม​การค้า​ใน​เมืองหลวง​และ​ได้รับ​อนุมัติ​จาก​ฮ่องเต้​แล้ว​จะถูก​ย้าย​ไป​ประจำ​ยัง​สำนักงาน​กรม​การค้า​ใน​เมือง​ต่างๆ​ ส่วน​กรม​การค้า​ที่​เมืองหลวง​ก็​เหมือน​เป็น​แหล่งกำเนิด​ของ​ขุนนาง​กรม​การค้า​ เมื่อ​เข้าไป​แล้ว​ใช้เวลา​กว่า​สอง​สามปี​ก็​จะได้​เลื่อนขั้น​อีก​1-2ขั้น​ ยิ่ง​ไม่ต้อง​เอ่ยถึง​ผลประโยชน์​ที่​กรม​การค้า​ได้รับ​เลย​ !


เฝิงชิว​ฟาน​ก็​นำ​ขุนนาง​ฝ่าย​ตรวจการ​ทั้งหลาย​เริ่ม​ลงมือ​เช่นกัน​ พวกเขา​จดจ้อง​กรม​การค้า​ชนิด​ตา​เขม็ง​ เพราะ​อยาก​หา​การ​ทุจริต​ ติดสินบน​หรือ​ใช้อำนาจ​หา​ผล​ประโยชน์ส่วนตัว​ให้ได้​ จากนั้น​ก็​จะได้​โยนความผิด​ให้​เจียง​โม่หา​น​ แต่​พวกเขา​ต้อง​คว้าน้ำเหลว​เสมอ​


ตำแหน่ง​ในกรม​การค้า​ดี​ขนาด​นี้​ ปกติ​ได้​ปันผล​หนึ่ง​ส่วน​จาก​การค้า​เพื่อ​ถือ​เป็นกอง​ทุนสำรอง​ เงินพิเศษ​รายปี​ (โบนัส​) สูงยิ่งกว่า​เงินเดือน​ คง​มีแต่​คน​หน้ามืด​เท่านั้น​ถึงจะทำชั่ว​จน​ปล่อย​ให้​ตัวเอง​หลุด​ออกจาก​ถังข้าวสาร​ได้​ !


เจียง​โม่หา​นก​ระ​จาย​สินค้า​แปลกประหลาด​ไป​ตาม​หัวเมือง​ต่างๆ​ใน​เดือน​แรก​ เพียง​ปันผล​ของ​ตัวเอง​ก็​เหยียบ​หลัก​หลาย​หมื่น​ตำลึง​เงิน​แล้ว​ ตอน​เขา​เอา​ตั๋วแลกเงิน​ไป​ไว้​ตรง​เบื้องหน้า​หลิน​เว่ยเว่ย​ ภรรยา​ตัว​น้อย​ก็​ตาโต​ทันที​ “เหตุใด​จึงมากมาย​ขนาด​นี้​ ? เจ้าไป​ขโมย​เงิน​ของ​ราชสำนัก​มาหรือ​ ?”


เจียง​โม่หา​นก​ลอก​ตา​ใส่นาง​ “นี่​เป็น​ของ​ที่​ข้า​ควร​ได้​และ​ได้มา​อย่าง​ขาวสะอาด​ด้วย​ ! เจ้าเก็บ​ได้​อย่าง​สบายใจ​…ต่อไป​เจ้าก็​ไม่ต้อง​เหนื่อย​ขนาด​นั้น​แล้ว​ !” หลาย​ปี​มานี้​ เพื่อ​เขา​และ​บ้าน​หลัง​นี้​แล้ว​เว่ยเอ๋อร์​ต้อง​เสียสละ​อย่าง​มากมาย​…


หลิน​เว่ยเว่ย​เผย​ท่าทาง​ของ​นัก​โลภ​ตัว​น้อย​ นาง​พูด​ด้วย​น้ำ​เสียงแหลม​สูงว่า​ “ว้าว​! 5หมื่นตำลึง​เงิน​ ! ท่าน​พี่​ ท่าน​ร้ายกาจ​จริงๆ​ !”


หลังจาก​พูด​จบ​ นาง​ก็​ทำ​หน้า​จริงจัง​แล้ว​เดิน​เข้า​มาหา​เจียง​โม่หา​น​ จากนั้น​ก็​เริ่ม​ ‘ปากว่ามือถึง​’ กับ​เขา​ เจียง​โม่หา​นรี​บ​จับมือ​ที่​อยู่ไม่สุข​ของ​นาง​แล้ว​กระซิบ​เบา​ๆว่า​ “ไม่ได้​ ท่าน​หมอ​บอ​กว่า​ต้อง​รอ​อีก​3เดือน​ถึงจะ…”


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ใส่ “คิด​อะไร​อยู่​ ! ข้า​กำลัง​ดู​ว่า​เจ้าซ่อน​เงิน​ไว้​อีก​หรือเปล่า​ต่างหาก​ !”


ใบหน้า​ของ​เจียง​โม่หา​น​ร้อนผ่าว​ เขา​รีบ​ยืน​ตัวตรง​และ​กางแขน​ออก​เพื่อให้​ภรรยา​พลิก​แขน​เสื้อ​และ​กระเป๋าเสื้อ​ได้​ตามใจชอบ​ “ก่อน​แต่ง​ก็​ไม่ได้​ตกลง​กัน​แล้ว​หรือ​ ? ของ​ข้า​คือ​ของ​เจ้า…หรือ​ใน​ใจเจ้าเห็น​ข้า​เป็น​คน​ไม่น่าเชื่อถือ​ขนาด​นั้น​ ?”


หลัง​ลูบ​กระเป๋า​เงิน​ที่ว่างเปล่า​ของ​เขา​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​หยิบ​ตั๋วแลกเงิน​500ตำลึง​ออกมา​สอง​ใบ​เพื่อ​ยัด​ใส่กระเป๋า​เขา​ ก่อน​จะพูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ภรรยา​ที่​ดี​จะปล่อย​ให้​กระเป๋า​เงิน​ของ​สามีสะอาด​กว่า​ใบหน้า​ได้​อย่างไร​ ? พก​เงินติดตัว​ไว้​หน่อย​ เวลา​กินข้าว​กับ​คนอื่น​จะปล่อย​ให้​พวกเขา​จ่าย​อยู่​ฝ่าย​เดียว​ไม่ได้​หรอก​ ?”


ตอนที่​ 653: นี่​เรียก​ว่า​ยอม​เปิด​เผยความลับ​แก่​กันและกัน​หรือไม่​?


เจียง​โม่หา​น​เอง​ก็​ไม่ได้​ปฏิเสธ​…เพราะ​เวลา​ซื้อ​ของขวัญ​ให้​ภรรยา​ เขา​ต้อง​มีเงิน​อยู่​ใน​มือ​บ้าง​เช่นกัน​ เขา​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “มีใคร​หลาย​คน​เข้าแถว​อยาก​เชิญสามีของ​เจ้าไป​ดื่ม​ชาจริงๆ​ !”


“เฉิน​หยุ​น​ทำงาน​ที่​กรม​การค้า​เป็น​อย่างไรบ้าง​ ? ครอบครัว​ของ​เขา​กลับมา​ฟื้นฟู​ดังเดิม​แล้ว​ ด้วย​ความสามารถ​ของ​เขา​นั้น​การ​สอบ​ให้​ผ่าน​ก็​คง​ไม่ใช่ปัญหา​ เขา​จะอยาก​เป็น​ขุนนาง​ระดับ​เล็ก​ๆในกรม​การค้า​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ค่อนข้าง​ประหลาดใจ​ว่า​เหตุใด​สามีถึงยอม​ปล่อย​ผู้ช่วย​คน​นี้​ไป​ได้​


เจียง​โม่หา​น​ประคอง​นาง​มานั่ง​เก้าอี้​แล้ว​แกะ​ส้มให้​นาง​ “คน​ที่​มีความสามารถ​โดดเด่น​ ไม่จำเป็นต้อง​สอบ​ให้ได้​ลำดับ​ดีๆ​ เขา​อายุ​มากกว่า​พวกเรา​สอง​ปี​ ถ้าให้​เขา​เข้า​สอบ​ทีละ​สนาม​ เขา​ไม่มีความเชื่อมั่น​และ​ความอดทน​ขนาด​นั้น​หรอก​ ส่วนใหญ่​งาน​ที่​กรม​การค้า​รับผิดชอบ​ก็​เป็นงาน​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​ข้า​มาโดยตลอด​ เวลา​ปฏิบัติงาน​จริง​ก็​จัดการ​ง่าย​จะตาย​ ด้วย​ความสามารถ​ของ​เขา​แล้ว​ผ่าน​ไป​อีก​สอง​สามปี​จะเลื่อน​ไป​อีก​ขั้น​ก็​ไม่ใช่ปัญหา​


เจ้าอย่า​ดูแคลน​ขุนนาง​ขั้น​เจ็ด​ในกรม​การค้า​ พวก​ที่​สอบ​ได้​จิ้น​ซื่อ​เหล่านั้น​ยัง​เป็น​แค่​นายอำเภอ​ขั้น​เจ็ด​ของ​บาง​พื้นที่​ ยิ่งไปกว่านั้น​กรม​การค้า​เป็น​บ่อ​เงิน​บ่อ​ทอง​ใน​สายตา​ของ​คน​ไม่น้อย​ คนอื่น​อยาก​จะเข้า​ยัง​ไม่ได้​เข้า​เลย​ !”


“เฉิน​หยุ​น​ติดตาม​เจ้ามาตั้งแต่​อำเภอ​หนิง​ซี เจ้าแนะนำ​เขา​เข้าทำงาน​ก็​พอ​เข้าใจ​ได้​ แต่​อีก​5คน​ที่​เหลือ​นั่น​เล่า​ ? เจ้าไป​รู้จัก​พวกเขา​ตั้งแต่​เมื่อใด​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​กิน​ส้มรสเปรี้ยว​หมดเกลี้ยง​อย่าง​ไม่รู้ตัว​


ตอน​คิด​จะหยิบ​อีก​ลูก​ มือ​ก็​โดน​สามีห้าม​ไว้​ “กิน​ส้มมาก​ไป​แล้ว​จะเสียวฟัน​ วันหนึ่ง​กิน​ได้​แค่​ลูก​เดียว​เท่านั้น​…ส่วน​เรื่อง​ที่​รู้จัก​กับ​พวกเขา​ก็​เป็นเรื่อง​ที่ผ่านมา​นาน​มาก​แบบ​มาก​มาก​แล้ว​ !”


ผ่าน​มานาน​มาก​แบบ​มาก​มาก​แล้ว​ ? ต้อง​ผ่าน​ไป​นาน​เท่าไร​ ? คน​พวก​นั้น​มาจาก​ทุก​พื้นที่​ แต่​ไม่เคย​มาที่​ภาคเหนือ​ ส่วน​บัณฑิต​น้อย​ก่อน​จะอายุ​16ปี​ สถานที่​ไกล​ที่สุด​ก็​คือ​ตาม​นาง​ไป​ที่​เขต​เล็ก​ๆตรง​ชายแดน​ เวลา​ออกจาก​เขต​เริ่น​อัน​ก็​อยู่​กับ​นาง​ตลอด​ ทว่า​นาง​ไม่เคย​เห็น​คน​พวก​นั้น​มาก่อน​ แล้ว​ที่ว่า​นาน​มาก​แล้ว​มัน​คือ​เมื่อใด​กัน​…


“นาน​มาก​นั้น​…คือ​ชาติก่อน​อย่างนั้น​หรือ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ลูบ​เปลือกตา​ที่​ค่อนข้าง​ง่วงงุน​ของ​ตน​แล้ว​เอนตัว​นอน​ด้วย​ความ​เกียจคร้าน​


“…” เจียง​โม่หา​น​ก้มหน้า​มอง​ภรรยา​ที่​พูด​เรื่อง​ชาติ​ภพ​ ก่อน​จะพึมพำ​ขึ้น​มาเบา​ๆว่า​ “บางที​ อาจ​เป็น​ชาติก่อน​กระมัง​ ?”


“ถ้าเช่นนั้น​…ชาติก่อน​ของ​เจ้ามีข้า​อยู่​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​เริ่ม​ไม่ค่อย​เหลือ​สติ​แล้ว​ นาง​พยายาม​จะลืมตา​แต่​ก็​ยัง​ยาก​จะปฏิเสธ​คำเชิญ​ของ​เทพ​แห่ง​ความฝัน​ สภาพ​เหมือน​ลูก​แมว​ผล็อย​หลับ​ ทั้ง​น่าเอ็นดู​และ​ดู​โง่เขลา​


เจียง​โม่หา​น​ลูบ​เส้น​ผม​ของ​นาง​แล้ว​ถอนหายใจ​ออกมา​ “ชาติก่อน​จะมีเจ้าหรือไม่​นั้น​ไม่สำคัญ​ แต่​ความสุข​ที่สุด​ใน​ชาติ​นี้​คือ​การ​มีเจ้าอยู่​เคียงข้าง​ข้า​”


หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​อย่าง​สะลึมสะลือ​ ‘หมายความว่า​ไม่มี ? ชีวิต​ของ​บัณฑิต​น้อย​ใน​ชาติก่อน​ ไม่มีตัวนาง​ที่​ทะลุ​มิติ​มา บางที​หลิน​เว่ยเอ๋อร์​ตัวจริง​คง​ตาย​อยู่​ที่​แอ่งน้ำ​นั้น​แล้ว​…เพียงแต่​ไม่รู้​ว่า​ต่อมา​บัณฑิต​น้อย​แต่งงาน​กับ​ใคร​ ? เขา​หน้าตา​ดี​ขนาด​นี้​จะต้อง​เป็นที่​หมายปอง​ของ​คุณหนู​มากมาย​ใน​เมืองหลวง​แน่นอน​ ?’


“บัณฑิต​น้อย​ ข้า​อยาก​กิน​เฉ่าเหมย​ (สตรอเบอร์รี่​)…” หลัง​พ่น​ประโยค​นี้​ออกมา​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เริ่ม​กรน​…ตั้งแต่​ตั้งครรภ์​ นาง​ก็​กลายเป็น​แมว​ขี้เซา​ อยาก​นอน​ก็​นอนหลับ​ขึ้น​มาเสีย​ดื้อ​ๆ


เจียง​โม่หา​นม​อง​หิมะ​ที่​ปลิว​อยู่​ด้านนอก​…ใน​ฤดูกาล​แบบนี้​จะให้​เขา​ไปหา​เฉ่าเหมย​จาก​ที่ใด​ ? แม้แต่​ผล​ที่​โต​อยู่​ใน​เรือนกระจก​เวลานี้​ก็​ต้อง​รอ​อีก​หลาย​เดือน​ถึงจะกิน​ได้​ !


“ไม่มีเฉ่าเหมย​.สดๆ​…เป็น​แยม​เฉ่าเหมย​ได้​หรือไม่​ ?” เจียง​โม่หา​นก​ระ​ซิบ​ข้าง​หู​หลิน​เว่ยเว่ย​


ก่อนที่​สติ​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​จะหาย​ไป​อย่าง​สมบูรณ์​ นาง​พ่น​คำพูด​ประโยค​หนึ่ง​ออกมา​ “มีสิ…นี่​ไงเล่า​ ?” หลังจาก​พูด​จบ​ นาง​ก็​หลับ​ไป​อย่าง​สมบูรณ์​ ทันใดนั้น​เจียง​โม่หา​น​ก็​เห็น​เฉ่าเหมย​สด​ใหม่​หนึ่ง​จาน​อยู่​ข้าง​มือ​นาง​และ​ด้านบน​ยัง​ชุ่มไป​ด้วย​น้ำ​อีกด้วย​ !


กล้ามเนื้อ​ของ​เจียง​โม่หา​น​หยุด​ทำงาน​ทันที​ หลิน​เว่ยเว่ย​ขยับตัว​เพราะ​รู้สึก​ไม่สบาย​ตัว​เล็กน้อย​ เขา​จึงรีบ​ทำตัว​ให้​ผ่อนคลาย​ หลังจาก​ภรรยา​หลับสนิท​แล้ว​ เขา​ก็​ค่อยๆ​จับมือ​นาง​อย่าง​ระมัดระวัง​แล้ว​พลิก​ดู​ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​พลาง​บ่น​ใน​ใจว่า​ ‘ก็​ปกติ​ ? แล้ว​เฉ่าเหมย​ออก​มาจาก​ที่ใด​ ?’


แต่ไหนแต่ไร​มา เจียง​โม่หา​น​ก็​รู้​ว่า​ใน​ตัว​ภรรยา​มีความลับ​บางอย่าง​ซ่อน​อยู่​และ​ยัง​ไม่พูดถึง​ความคิด​ประหลาด​เหล่านั้น​ของ​นาง​ที่​รอบรู้​ยิ่งกว่า​เขา​ ยกตัวอย่างเช่น​ตอน​อยู่​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ จำนวน​เมล็ดพันธุ์​ที่​นาง​ให้ยืม​ก็​เห็นได้ชัด​ว่า​ไม่สอดคล้อง​กับ​ผลผลิต​ใน​ไร่​ของ​นาง​ แล้ว​จะปิดบัง​เขา​ได้​อย่างไร​ ? ทว่า​ดูเหมือน​นาง​จะไม่ค่อย​อยาก​ปิดบัง​เขา​มากขึ้น​เรื่อยๆ​แล้ว​ !


นอกจากนี้​ ตอน​อยู่​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ ใน​บ้าน​แทบ​ไม่เคย​ขาดแคลน​ผลไม้​สดๆ​เลย​ มีบาง​ชนิด​ที่​เห็นได้ชัด​ว่าไม่ได้​ออกผล​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ กอปร​กับ​เหตุการณ์​ใน​วันนี้​ที่​ภรรยา​สร้าง​ ‘เฉ่าเหมย​’ ออกมา​ต่อหน้าต่อตา​เขา​เพราะ​ความ​สะลึมสะลือ​…หรือว่า​นาง​เป็น​เทพธิดา​จาก​สรวงสวรรค์​ รู้​สรรพสิ่ง​ใน​ใต้​หล้า​นับ​สหัสวรรษ​ สามารถ​เด็ด​ผลไม้​จาก​สวน​บน​สวรรค์​ได้​ ?


วันรุ่งขึ้น​ หลิน​เว่ยเว่ย​ตื่นขึ้น​มาด้วย​ความ​สดใส​ ขณะ​มอง​สตรอเบอร์รี่​ที่​โดน​ล้าง​จน​สะอาด​แล้ว​ใน​จาน​ข้าง​เตียง​ นาง​ก็​พูด​อย่าง​อารมณ์ดี​ว่า​ “บัณฑิต​น้อย​ เจ้าเป็น​พยาธิ​ใน​ท้อง​ข้า​หรือเปล่า​ รู้​ว่า​ข้า​อยาก​กิน​เฉ่าเหมย​…แต่​ใน​ฤดูกาล​แบบนี้​ เจ้าเอา​เฉ่าเหมย​มาจาก​ที่ใด​ ? คง​ราคาแพง​มาก​กระมัง​ ?”


“พูด​ไป​เจ้าคง​ไม่เชื่อ​ เช้านี้​ตอนที่​ข้า​ตื่นขึ้น​มา ใน​ห้อง​ก็​มีจาน​เฉ่าเหมย​วาง​อยู่แล้ว​ เจ้าคิด​ว่า​แปลก​หรือไม่​?” เจียง​โม่หา​น​ตี​มือ​ที่​เอื้อม​จะไป​หยิบ​สตรอเบอร์รี่​ของ​นาง​ “กินข้าว​เช้าแล้ว​ค่อย​กิน​เฉ่าเหมย​! สาวใช้​เตรียม​น้ำ​ไว้​แล้ว​ เจ้าลุก​ไป​ล้างหน้า​แปรงฟัน​เถิด​!”


หลิน​เว่ยเว่ย​ตกใจ​พลาง​ย้อน​นึก​เข้าไป​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ ทันใดนั้น​นาง​ก็​พบ​ว่า​สตรอเบอร์รี่​ที่​ตน​เพิ่ง​เก็บ​ได้​เมื่อวาน​หาย​ไป​หนึ่ง​จาน​ นาง​แกล้ง​ทำเป็น​งุนงง​ “เฉ่าเหมย​ไม่รู้​ที่มา​ที่​ไป​ จะกิน​ได้​หรือเปล่า​ !”


“ข้า​ลอง​ชิมแล้ว​ เหมือน​เฉ่าเหมย​ธรรมดา​แต่​หวาน​กว่า​ของ​ฤดูใบไม้ผลิ​และ​ฤดูร้อน​เสีย​อีก​ !” เจียง​โม่หา​นม​อง​ดวงตา​ที่​เต็มไปด้วย​รอยยิ้ม​ของ​นาง​…เสแสร้ง​ เสแสร้ง​ต่อไป​เถิด​ !


พืชผล​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ถูกรด​ด้วย​น้ำพุ​วิญญาณ​ ถ้าไม่หวาน​ก็​แปลก​แล้ว​ ! หลิน​เว่ยเว่ย​บ้วน​ปา​ก.​..บัณฑิต​น้อย​ฉลาด​ถึงขนาด​นี้​จะต้อง​เดา​อะไร​ออก​บ้าง​แล้ว​กระมัง​ ? เขา​ไม่พูด​ นาง​ก็​แกล้งทำ​ไม่รู้ไม่เห็น​ต่อไป​!


“ท่าน​พี่​ พวกเรา​ปลูก​เฉ่าเหมย​และ​เซียง​กวา​ (แคนตาลูป​) ใน​เรือนกระจก​ไม่ใช่หรือ​ ? รอ​ให้​ถึงสิ้นปี​ที่​ไม่มีผลไม้​อะไร​ให้​กิน​ หาก​เรา​นำ​ไป​มอบให้​คนอื่น​ก็​ถือ​เป็นหน้าเป็นตา​ให้​เรา​ทั้งนั้น​” จู่ๆหลิน​เว่ยเว่ย​ก็​รู้สึก​ว่า​เรือนกระจก​เริ่ม​มีขนาดเล็ก​ไป​หน่อย​แล้ว​ พืชผัก​และ​ผลไม้​ใน​ห้วง​มิติ​ของ​นาง​มีมากเกินไป​ เรือนกระจก​นั้น​ไม่มีทาง​ปลูก​ได้​หมด​แน่นอน​ !


“ได้​ ! แต่​เจ้าห้าม​ลงมือ​ปลูก​เอง​ ถ้าหา​ต้นกล้า​ได้​แล้วก็​รอ​ให้​ข้า​กลับมา​ช่วย​เจ้าปลูก​” คน​ท้อง​นั่ง​ยอง​ไม่ได้​ ถ้าเบียด​ทารกในครรภ์​แล้​วจะ​เป็นเรื่อง​ดี​ได้​อย่างไร​ ?


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ลังเล​ “ท่าน​พี่​ เจ้ารู้​อะไร​มาหรือเปล่า​ ?”


“เจ้าเอง​ก็​ไม่ได้​เดา​บางอย่าง​ออก​แล้ว​หรือ​ ?” เจียง​โม่หา​นม​อง​นาง​ด้วย​ความเข้าใจ​แต่​ไม่พูด​ออกมา​เท่านั้น​


ตื่นเต้น​เหลือเกิน​ ! นี่​บัณฑิต​น้อย​จะสารภาพ​กับ​นาง​แล้ว​หรือ​ ? บัณฑิต​น้อย​กลับชาติมาเกิด​ใช่หรือไม่​ ? ฮ่าฮ่าฮ่า กลับชาติมาเกิด​กับ​ทะลุ​มิติ​ พวก​นาง​เป็น​คู่​ที่​สวรรค์​สร้าง​จริงๆ​เหมาะ​สมกัน​มาก​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พยายาม​ควบคุม​มาร​ที่​กำลัง​กรีดร้อง​ใน​ใจเอาไว้​แล้ว​มอง​เจียง​โม่หา​น​ด้วย​ดวงตา​เป็นประกาย​ “เจ้ากลับชาติมาเกิด​ใหม่​หรือเปล่า​ ? กลับมา​เกิด​ตอน​ไหน​ ? รอเดี๋ยว​นะ​ อย่า​เพิ่ง​เฉลย​ ให้​ข้า​เดา​ก่อน​…คง​ไม่ใช่ตอนที่​โดน​คน​แซ่อู๋​ตี​หัว​หรอก​กระมัง​ ? เพราะ​นับ​ตั้งแต่นั้นมา​ ท่าที​ที่​เจ้าปฏิบัติ​ต่อ​ข้า​ก็​ต่าง​ไป​จาก​เดิม​ เมื่อก่อน​จมูก​เชิด​ขึ้น​ฟ้า เหมือน​ไก่​ตัวผู้​ที่​เย่อหยิ่ง​ เห็น​ข้า​แล้วก็​เหมือน​เห็น​ก้อน​อุจจาระ​อย่างไร​อย่างนั้น​ !”


ตอนที่​ 654: เจ้านาย​ทั้งสอง​รัก​กัน​เหลือเกิน​


เจียง​โม่หา​น​หัวเราะ​ลั่น​ทันที​ “เจ้าพูด​เกินไป​หน่อย​หรือไม่​ ? แต่​ข้า​ยอมรับ​ว่า​นิสัย​ใน​อดีต​ของ​ข้า​ไม่น่ารัก​สัก​เท่าไร​” ที่แท้​นาง​ก็​สังเกตเห็น​ความผิดปกติ​ใน​ตัว​เขา​นาน​แล้ว​ เป็น​เด็กน้อย​ที่​ฉลาด​อย่าง​ที่​คิด​จริงๆ​


“การค้า​ของ​สกุล​อู๋​ เจ้าเป็น​คน​ทำลาย​ใช่หรือไม่​ ? แล้ว​ยังมี​การ​ทุจริต​ข้อสอบ​ของ​คน​แซ่อู๋​ เจ้าก็​มีส่วน​ด้วย​กระมัง​ ? ชาติก่อน​เขา​เคย​รังแก​เจ้าใช่หรือไม่​ ? พอ​กลับชาติมาเกิด​แล้ว​ต้อง​ตบหน้า​เขา​สินะ​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ไม่หยุด​เหมือน​นก​กระจิบ​ตัว​น้อย​ ราวกับ​คน​ที่​เซื่องซึม​เมื่อ​ครู่​ไม่ใช่นาง​ !


ถ้ารู้​ก่อน​ว่า​ผลลัพธ์​จะเป็น​เช่นนี้​ เขา​คง​สารภาพ​กับ​นาง​ตั้ง​นาน​แล้ว​ ปล่อย​ให้​นาง​อารมณ์ไม่ดี​มานาน​ขนาด​นั้น​ เป็น​เขา​ที่​ผิด​เอง​ !


เจียง​โม่หา​น​ปอกเปลือก​ไข่ต้ม​แล้ว​ยื่น​ให้​นาง​ “เจ้า…ไม่คิด​ว่า​มัน​น่า​เหลือเชื่อ​เลย​หรือ​ ?”


“ไม่ ! ข้า​เห็น​มัน​ใน​ละครโทรทัศน์​และ​หนังสือ​นิยาย​ของ​ชาติก่อน​ถมเถไป​…คิด​ว่า​มัน​เจ๋งดี​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​กิน​ไข่ต้ม​ที่​สามีป้อน​พร้อม​ดวงตา​เป็นประกาย​


“หืม​ ? โทรทัศน์​ ? เจ๋ง ?” เจียง​โม่หา​น​จับ​คำศัพท์​ใหม่​ๆได้​จาก​ปาก​นาง​อีกแล้ว​


“ใช่! ละครโทรทัศน์​…ก็​เหมือน​เอา​เนื้อเรื่อง​จาก​ใน​หนังสือ​หรือ​นิยาย​มาแสดง​แล้ว​ออกอากาศ​ผ่าน​สถานีโทรทัศน์​และ​อินเทอร์เน็ต​ ทำให้​ผู้คน​เห็น​ละคร​เรื่อง​นั้น​ได้​นับ​แสน​นับ​ล้าน​คน​ !” หลังจาก​กิน​ไข่ต้ม​หมด​แล้ว​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ดื่ม​นม​ใน​แก้ว​จน​หมด​ภายใน​ชั่ว​อึดใจ​ ทำให้​ปาก​เลอะ​คราบ​นม​เหมือน​เด็ก​


เจียง​โม่หา​น​ใช้มือ​เช็ด​ปาก​ให้​นาง​จน​สะอาด​ ก่อน​จะพูด​เบา​ๆว่า​ “นั่น​ไม่เหมือน​คณะ​ละคร​งิ้ว​ของ​พวกเรา​ที่นี่​หรือ​ มัน​ก็​สร้าง​มาเพื่อ​จุดประสงค์​เดียวกัน​ใช่หรือไม่​ ?”


“อือ​…จะพูดว่า​คล้าย​ก็ได้​กระมัง​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ค่อยๆ​ยื่นมือ​ไปหา​สตรอเบอร์รี่​…อื้อ​! หวาน​มาก​ !


ตอนนี้​ไม่ว่า​อะไร​ก็ดี​ทั้งนั้น​ ติด​ตรง​ที่​สาวใช้​ข้าง​กาย​มีมาก​ไป​หน่อย​ คอย​จับจ้อง​นาง​อยู่​ได้​ อยาก​ขโมย​กิน​ผลไม้​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​หน่อย​ก็​ต้อง​เปลือง​แรง​สุด​ๆ…หรือ​จะบอก​เรื่อง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ของ​ตน​ให้​บัณฑิต​น้อย​รู้ดี​ ?


“เล่าเรื่อง​ฝั่งนั้น​ของ​พวก​เจ้าให้​ข้า​ฟังได้​หรือไม่​ ?” หลังจาก​นาง​กิน​ไป​5ลูก​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​หยิบ​จาน​สตรอเบอร์รี่​ไป​วาง​อีก​ด้าน​หนึ่ง​แล้ว​ยื่น​ขนม​ให้​นาง​หนึ่ง​ชิ้น​


หลิน​เว่ยเว่ย​เหมือน​กระรอก​ตัว​น้อย​ที่​คว้า​จับ​ขนม​มาแทะ​ด้วยมือ​ทั้งสอง​ข้าง​ “ฝั่งของ​ข้า​ ? ก็​มีเครื่องมือ​ไถพรวน​แบบ​อัตโนมัติ​ ข้าวสาร​ให้​ผลผลิต​สูง เดินทาง​จาก​เมืองหลวง​ไป​ถึงเมือง​จงโจว​โดย​การ​บิน​แค่​ครึ่ง​ชั่ว​ยาม​กว่า​ๆเท่านั้น​…”


“บิน​ ?” เจียง​โม่หา​น​ตกตะลึง​ทันที​ หรือว่า​ภรรยา​ของ​ตน​จะเป็น​เทพธิดา​ลงมา​จุติ​จริง​ ?


ราวกับ​หลิน​เว่ยเว่ย​อ่าน​ความคิด​ของ​เขา​ออก​ นาง​หัวเราะ​เสียง​ดังลั่น​ “ไม่ใช่บิน​แบบ​นั้น​ แต่​หมายถึง​นั่ง​เครื่องบิน​ซึ่งเป็น​ยานพาหนะ​ที่​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น​แล้ว​ใช้บรรทุก​คน​ให้​สามารถ​เดินทาง​บน​ท้องฟ้า​ได้​ เวลา​เดินทาง​บน​บก​ก็​ไม่ต้อง​ใช้ม้า แต่​เร็ว​กว่า​รถม้า​ถึงสี่ห้า​เท่า​ มัน​เรียก​ว่า​ ‘รถยนต์​’ นอกจากนี้​ยังมี​รถไฟ​ รถไฟฟ้า​ความเร็ว​สูง…เวลา​จะออก​ไป​ไหน​คือ​สะดวกสบาย​มาก​เลย​ !”


ดวงตา​ของ​เจียง​โม่หา​น​ค่อยๆ​เบิก​โต​ขึ้น​เรื่อยๆ​ ราวกับ​ได้ยิน​นิทาน​พัน​หนึ่ง​ราตรี​ หลังจาก​เงียบ​ไป​สอง​สามช่วง​ลมหายใจ​เข้าออก​แล้ว​เขา​ก็​ถามขึ้น​มาอีกครั้ง​ว่า​ “เครื่องมือ​ไถพรวน​แบบ​อัตโนมัติ​คือ​อะไร​ ?”


“ก็​คือ​…เวลา​ไถดิน​ไม่ต้อง​ใช้วัว​เทียม​คันไถ​ สามารถ​สตาร์ท​เครื่อง​แล้ว​ขับ​ผ่าน​แป​ลงนา​ ดิน​ที่​ไถได้​ก็​ทั้ง​ลึก​และ​สม่ำเสมอ​ ตอน​หว่าน​เมล็ด​ก็​มีเครื่อง​หว่าน​ เวลา​ฉีด​พ่น​ยาฆ่าแมลง​มีโดรน​บิน​บน​ท้องฟ้า​โดย​ไม่ต้อง​ใช้แรง​คน​ สามารถ​เกี่ยวข้าว​และ​สีข้าว​ได้​ใน​เครื่องยนต์​ตัว​เดียวกัน​ ข้าวสาลี​ ข้าวโพด​แค่​ใช้กระสอบ​ใส่ก็​เก็บ​เข้า​โกดัง​ได้​แล้ว​…ผลผลิต​ของ​เรา​ที่นั่น​สูงกว่า​ที่นี่​มาก​ ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​ประมาณ​1,500ชั่ง สูงสุด​ได้​ถึง2พันชั่งต่อ​หมู่​ ข้าวสาลี​ก็ได้​ประมาณ​หนึ่ง​พัน​กว่า​ช่าง ข้าวโพด​ก็​ไม่ต่าง​อะไร​กัน​มาก​…”


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​แบบ​ไม่ค่อย​ปะติดปะต่อ​ คิด​อะไร​ได้​ก็​พูด​ ส่วน​ศัพท์​เฉพาะทาง​เหล่านั้น​ นาง​ก็​พยายาม​เลี่ยง​ที่จะ​พูด​ออกมา​ตรงๆ​ เพราะ​กลัว​บัณฑิต​น้อย​ไม่เข้าใจ​


เจียง​โม่หา​น​ฟังด้วย​ความตื่นเต้น​จน​อด​ไม่ได้​ที่จะ​บ่น​ขึ้น​มาว่า​ “ผลผลิต​สูงถึงขนาด​นั้น​…ราษฎร​ของ​ฝั่งพวก​เจ้าคง​ไม่มีใคร​อดอยาก​…เกิด​ที่​โลก​ของ​เจ้าจะต้อง​มีความสุข​มาก​แน่นอน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ ไม่เพียง​กิน​อิ่ม​ แต่​ยัง​กินดีอยู่ดี​อีกด้วย​ ! เหมือนกับ​ว่า​นาง​อดทน​มานาน​และ​ในที่สุด​ก็​มีคน​ให้​คุย​ได้​สักที​ หลิน​เว่ยเว่ย​เล่า​ไม่หยุด​อยู่​นาน​ เล่า​ถึงตึกสูง​30กว่า​ชั้น​ ห้างสรรพสินค้า​ที่​หา​ซื้อ​ของ​ได้​อย่าง​สะดวกสบาย​ พูดถึง​ประชากร​ที่​แออัด​ใน​เมือง​ใหญ่​และ​รถติด​ที่​นาง​เกลียด​ที่สุด​ พูดถึง​วิชาเอก​ที่​นาง​ศึกษา​…


ผ่าน​ไป​ไม่ทัน​รู้ตัว​ เวลา​ยาม​สาย​ของ​วัน​ก็​ผ่าน​พ้นไป​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​หยุด​คำ​พูดพล่าม​ของ​นาง​แล้ว​ประคอง​นาง​ออก​ไป​เดินเล่น​ที่​ระเบียง​โดย​มีพรม​ปู​รองพื้น​สอง​สามชั้น​ เขา​ยัง​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ถามว่า​ “เว่ยเอ๋อร์​ เจ้าบอ​กว่า​ตัวเอง​เรียน​ด้าน​เกษตร​มา เช่นนั้น​…แผ่นดิน​ต้าเซี่ย​ของ​พวกเรา​พอ​จะสร้าง​เมล็ดพันธุ์​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงถึงพัน​ชั่งได้​หรือไม่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ครุ่นคิด​ ก่อน​จะพูดว่า​ “ถ้าได้รับ​ปุ๋ย​มาก​พอ​และ​กำจัด​ศัตรูพืช​กับ​โรค​ได้​…มัน​ก็​อาจจะ​เป็นไปได้​ บัณฑิต​น้อย​ ข้า​จะนำ​การปรับปรุง​พันธุ์พืช​มาเป็น​งานวิจัย​ตลอดชีวิต​ของ​ข้า​ !”


นาง​ไม่เชื่อ​ว่าด้วย​ความ​เป็น​มืออาชีพ​ของ​ตน​และ​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​รวมถึง​สูตร​โกง​อย่าง​น้ำพุ​วิญญาณ​ นาง​จะสร้าง​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​ถึงพัน​ชั่งออกมา​ไม่ได้​


เจียง​โม่หา​นม​อง​นาง​ด้วย​สายตา​อ่อนโยน​และ​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ไม่ต้อง​รีบร้อน​ พวกเรา​มีเวลา​ทั้ง​ชีวิต​ อย่า​ให้​ตัวเอง​เหนื่อย​เกินไป​เพราะ​สุขภาพ​สำคัญ​ที่สุด​ ข้า​จะยืน​อยู่​ข้างหลัง​เจ้าเสมอ​ เมื่อ​เจ้าหันมา​ก็​จะเห็น​ข้า​ยืน​อยู่​ตรงนั้น​ !”


“แต่​ตอนนี้​เจ้าเดิน​ไป​ข้างหน้า​สัก​สอง​ก้าว​แล้ว​ช่วย​ประคอง​ข้า​หน่อย​ได้​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ยื่นมือ​ตัวเอง​ออก​ไป​…ไม่มีตา​หรือ​ไร​ ไม่เห็น​ระเบียง​ตรงหน้า​ดู​ลื่น​หรอก​หรือ​ ? อย่า​ให้​ข้า​กับ​ลูก​ใน​ครรภ์​ล้ม​ลง​ไป​เชียว​ !


วันแล้ววันเล่า​ผ่าน​พ้นไป​ สอง​สามีภรรยา​ที่​ยอม​เปิด​เผยความลับ​ของ​ตน​ออกมา​แล้ว​ยิ่ง​สนิท​กัน​มากกว่า​เดิม​ ใน​สายตา​ของ​พวก​สาวใช้​คือ​เจ้านาย​ทั้งสอง​รัก​กัน​เหลือเกิน​ สายตา​แทบจะ​ตรึง​กัน​ไว้​ คำพูด​ที่​ออกมา​ก็​ทำให้​คนอื่น​ได้​ฟังแล้ว​หน้าแดง​ไม่หยุด​


ใน​ระหว่าง​ที่ว่าง​จาก​งาน​ เจียง​โม่หา​น​ทำ​ตามที่​หลิน​เว่ยเว่ย​เอ่ย​ขอ​คือ​ปรับปรุง​เรือนกระจก​โดย​เสริม​ชั้น​วาง​ขนาด​สามชั้น​เข้าไป​ ผัก​ตามฤดูกาล​ล้วน​ถูก​ปลูก​อยู่​บน​ชั้น​วาง​ ลัง​ไม้ใบ​แล้ว​ใบ​เล่า​เต็มไปด้วย​ผักกาด​ขาว​ ปวยเล้ง​ ผักกาด​หอม​ โหย​ว​ม่าย​ฉ้าย​…


บน​พื้น​เรือนกระจก​ปลูก​แตงกวา​ มะเขือ​ มะเขือเทศ​และ​ผัก​อื่น​ๆครึ่งหนึ่ง​ อีก​ครึ่ง​ปลูก​เซียง​กวา​ แตงโม​ เฉ่าเหมย​และ​ผลไม้​ต่างๆ​…


ไม่รู้​ว่า​เพราะ​เขา​มอง​ผิด​ไป​ไหม​ แต่​ผัก​และ​ผลไม้​ใน​เรือนกระจก​ดู​ต่าง​ออก​ไป​ใน​แต่ละวัน​ ผักกาด​ขาว​และ​ปวยเล้ง​รอ​แค่​ครึ่ง​เดือน​ก็​กิน​ได้​แล้ว​ ส่วน​เฉ่าเหมย​ก็​โต​ขึ้น​จน​เห็น​ได้​ด้วย​ตา​…เจียง​โม่หา​น​เริ่ม​สงสัย​ว่า​ภรรยา​ใช้พลัง​วิเศษ​กับ​ผัก​และ​ผลไม้​เหล่านี้​


ฤดูหนาว​ผ่าน​ไป​ ฤดูใบไม้ผลิ​มาเยือน​ ตอน​ถอด​เสื้อกันหนาว​ออก​ ครรภ์​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​โต​ไป​ถึง5เดือน​แล้ว​ ใน​วัน​ไถพรวน​ดิน​ช่วง​ฤดูใบไม้ผลิ​ที่​สำคัญ​เช่นนี้​ นาง​ไม่มีทาง​นั่ง​อยู่​ใน​ตำหนัก​ได้​แน่นอน​ ท่าน​หมอ​เหลียง​บอ​กว่า​ขอ​แค่​นาง​ไม่ทำงานหนัก​จน​เกินไป​ก็ได้​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงออก​ไป​เหมือน​พยัคฆ์​กลับ​เข้า​ป่า​โดย​นั่ง​รถม้า​จาก​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ไป​ที่​ไร่​ทุกวัน​…อันที่จริง​นาง​ไม่ได้​ทำ​อะไร​มาก​เป็นพิเศษ​ แต่​นาง​กลับ​หวงแหน​ช่วงเวลา​ที่​ได้​ไป​ ‘ปลดปล่อย​’ จิตวิญญาณ​นี้​มาก​เหลือเกิน​


เจียง​โม่หา​น​ตาม​ไป​สอง​รอบ​เพราะ​ไม่วางใจ​ หลัง​พบ​ว่า​ภรรยา​แค่​ย้าย​เก้าอี้​ของ​เรือน​ไป​ไว้​ที่​ไร่​แล้ว​งาน​ต่างๆ​ ก็​แค่​ขยับ​ปาก​พลาง​ชี้นิ้ว​สั่งเท่านั้น​ เขา​จึงเริ่ม​วางใจ​


เมื่อ​ฤดู​เก็บเกี่ยว​ข้าวสาลี​เริ่มต้น​ขึ้น​ หลาย​หมู่บ้าน​แถบ​ชาน​เมืองหลวง​ส่งคน​ไม่น้อย​มา ‘สังเกตการณ์​’ และ​ยังมี​เศรษฐี​ใน​ชนบท​ที่​มีค่อน​ข้างมาก​ รวมถึง​พวก​พ่อบ้าน​ของ​ตระกูล​ชนชั้นสูง​…คาดไม่ถึง​ว่า​องค์​รัชทายาท​ก็​เสด็จ​มาด้วย​ ทรง​อยาก​เห็น​การ​เก็บเกี่ยว​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ครั้งแรก​ของ​เมืองหลวง​…เนื่องจาก​ที่ผ่านมา​มีไม่กี่​คน​ปลูก​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ใน​พื้น​ที่ทาง​ตอนเหนือ​ของ​เมืองหลวง​ เนื่องจาก​หนึ่ง​ ใช้เวลา​ปลูก​นาน​และ​สอง​ เพราะ​กลัว​ไม่ได้​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​เนื่องด้วย​อากาศ​ที่​เหน็บ​หนาว​เกินไป​


[1] โหย​ว​ม่าย​ฉ้าย​ คือ​ ผัก​ใบ​เขียว​สด​ อวบน้ำ​ ชาว​จีน​นิยม​ผัด​หรือ​ลวก​กิน​กับ​หม้อไฟ​


ตอนที่​ 655: หวัง​ว่า​ชาติหน้า​จะได้​พบกัน​อีก​


การทด​ลองของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ทำให้​ราษฎร​ทั่ว​ทั้ง​ภาคเหนือ​เห็น​ความหวัง​…ความหวัง​ใน​การ​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ได้​ปี​ละ​สอง​ครั้ง​ ! สำหรับ​ราษฎร​แล้ว​แม้ผลผลิต​ที่​เก็บเกี่ยว​ได้​จะน้อย​นิด​ แต่​นั่น​ก็​เป็น​ข้าว​ขาว​ที่​ช่วย​ให้​อิ่ม​ท้อง​ได้​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ยืน​ ‘ท้อง​โต​’ พลาง​โบกมือ​น้อย​ๆของ​ตน​แล้ว​ตะโกน​ด้วย​เสียง​อัน​ทรงพลัง​ว่า​ “เริ่ม​เกี่ยว​ได้​ !”


ทันใดนั้น​เกษตรกร​ผู้เช่า​ก็​เริ่ม​พับ​แขน​เสื้อ​พลาง​กวัดแกว่ง​เคียว​ใน​มือ​อย่าง​รวดเร็ว​ แม้แต่​ชาวบ้าน​ที่​พา​กัน​มาดู​รอบ​แป​ลงนา​ก็​ซึมซับ​บรรยากาศ​และ​พา​กัน​ไป​หยิบ​เคียว​ที่​เหลือ​แล้ว​เริ่ม​ช่วย​คนอื่น​ๆเกี่ยวข้าว​ด้วย​


เจียง​โม่หา​น​ที่​คอย​ยืน​อยู่​ข้าง​กาย​หลิน​เว่ยเว่ย​เพื่อ​ช่วย​ประคอง​เอว​ของ​นาง​เอาไว้​ก็​มอง​เหตุการณ์​ที่​คึกคัก​นี้​แล้ว​ถามว่า​ “ข้าวสาลี​หลาย​ร้อย​หมู่​ต้อง​ใช้เวลา​เกี่ยว​เท่าไร​ใน​โลก​ของ​เจ้า ?”


หลิน​เว่ยเว่ยยก​ยิ้ม​ที่​มุมปาก​ “ถ้าใช้รถ​เกี่ยวข้าว​สัก​ห้า​หก​คัน​ วัน​เดียว​ก็​เกี่ยว​เสร็จ​แล้ว​ !”


เจียง​โม่หา​นอ​ด​ไม่ได้​ที่จะ​อ้าปากค้าง​ ‘ขอ​แค่​มีเครื่องจักร​เพียงพอ​ ไม่ว่า​จะเป็น​ผลผลิต​กี่​หมู่​ก็​สามารถ​เก็บเกี่ยว​หมด​ได้​ภายใน​วัน​เดียว​ ถ้าอย่างนั้น​ก็​ไม่ต้อง​กังวล​ว่า​พืชผล​ที่​ปลูก​มาด้วย​ความยากลำบาก​จะเสียหาย​จาก​ฝน​ที่​ตกหนัก​ใน​ช่วง​ฤดู​เก็บเกี่ยว​…’


หลัง​ฟังเสียง​พึมพำ​ของ​เขา​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​หัวเราะ​ออกมา​ “โลก​ของ​เรา​ยังมี​การพยากรณ์อากาศ​อีกด้วย​ สามารถ​พยากรณ์อากาศ​ได้​ล่วงหน้า​เกือบ​ครึ่ง​เดือน​เชียว​ล่ะ​ !”


“พยากรณ์​คือ​อะไร​หรือ​ ?” หลิน​จื่อเหยียน​เข้ามา​พร้อม​เคียว​ใน​มือ​ เขา​ริน​น้ำต้ม​ถั่วเขียว​อัน​แสน​หวาน​และ​เย็น​หนึ่ง​แก้ว​แล้ว​ดื่ม​หมด​ภายใน​อึด​ใจเดียว​ เจ้าเด็ก​คน​นี้​จะถูก​พ่อ​หลิน​เรียก​ไป​ฝึก​วิชา​ต่อสู้​ทุก​เช้า ช่วง​หลาย​เดือน​มานี้​จึงมีร่างกาย​กำยำ​ขึ้น​มาก​ ส่วนสูง​ก็​จะเท่า​เจียง​โม่หา​น​ได้​แล้ว​


หลิน​เว่ยเว่ย​หันไป​มอง​เขา​ “ไม่มีอะไร​หรอก​ แค่​คุย​กับ​พี่เขย​รอง​ของ​เจ้าเรื่อง​สัตว์​ที่​คาดเดา​สภาพอากาศ​และ​ปรากฏการณ์​ทางธรรมชาติ​ได้​เท่านั้น​ ! เช่น​ แสงเช้าไม่ควร​ออกจาก​บ้าน​ แสงเย็น​แล้ว​ถึงเดิน​ทางได้​นับ​พัน​ลี้​ หาก​มด​ย้าย​รัง​เดิน​เป็น​ทาง​ยาว​ พรุ่งนี้​จะต้อง​มีฝน​ตกหนัก​แน่นอน​…เห็น​ก้อน​เมฆบน​ท้องฟ้า​หรือไม่​ ? มัน​บ่งบอก​ว่า​ใน​ช่วง​2วันนี้​จะมีแดดจัด​ !”


“พี่​รอง​ ท่าน​รอบรู้​เหลือเกิน​ ! พวกเขา​ต่าง​บอ​กว่า​เกษตรกร​ที่​เพาะปลูก​เก่ง​ที่สุด​ยัง​ไม่มีประสบการณ์​เท่ากับ​ท่าน​เลย​ พี่​รอง​ ท่าน​มีความลับ​อะไร​ซ่อน​อยู่​หรือเปล่า​ ?” หลิน​จื่อเหยียนยก​เสื้อ​ขึ้น​เพื่อ​นำมา​เป็น​พัด​ให้​ตัวเอง​


หลิน​เว่ยเว่ย​ยื่น​พัด​ใน​มือ​ให้​เขา​แล้ว​ชี้ไป​บริเวณ​ข้าง​กาย​เจียง​โม่หา​น​ “ถึงแม้ชาวบ้าน​พวก​นั้น​จะมีประสบการณ์​มาก​ขนาด​ไหน​ก็​ยัง​ไม่มาก​ไป​กว่า​ใน​ตำรา​ด้าน​การเกษตร​ ข้า​สามารถ​มอง​ได้​ไกล​ ก็​เพราะ​ข้า​ยืน​อยู่​บน​ไหล่​ของ​ยักษ์​และ​ได้​โชคดี​เสริม​อีก​เล็กน้อย​ เจ้าเตรียมตัว​สอบ​ฮุ่ย​ซื่อ​ของ​ปีหน้า​ไป​ถึงไหน​แล้ว​ ?”


“ท่าน​ไม่เชื่อใจ​ข้า​และ​ยัง​ไม่กล้า​เชื่อ​ใน​ตัว​พี่เขย​ของ​ข้า​หรือ​ ? ข้า​ได้รับ​การ​สอนสั่ง​จาก​เขา​ ถึงจะเป็น​เหมือน​ต้นแบบ​ไม่ได้​ แต่​ก็​ไม่ทำให้​เขา​ขายหน้า​แน่นอน​ ! พี่​รอง​ ข้า​ไม่คิด​จะอยู่​ที่​เมืองหลวง​ต่อ​ อยาก​ไป​ทำงาน​ต่างเมือง​ พอ​ถึงเวลา​นั้น​แล้ว​ท่าน​จะต้อง​สนับสนุน​งาน​ของ​น้องชาย​ให้​มาก​ๆด้วย​ !” หลิน​จื่อเหยียน​วางแผน​ในอนาคต​ไว้​แล้ว​…เขา​จะทำ​เหมือน​พี่เขย​รอง​คือ​ทำให้​ตัวเอง​ยกระดับ​จาก​คนยากจน​ไป​สู่คน​ร่ำรวย​ที่​ใคร​ต่าง​ก็​ใฝ่ฝัน​


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ “พอ​ถึงตอนนั้น​แล้ว​ข้า​จะพยายาม​หา​ตำแหน่ง​นายอำเภอ​ทาง​ภาคใต้​ให้​เจ้า เมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงพวก​นั้น​ของ​ข้า​จะได้​มีโอกาส​แพร่กระจาย​ออก​ไป​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​ตัดสินใจ​แล้ว​ว่า​จะพัฒนา​ผลผลิต​ของ​ข้าว​ขาว​ใน​ปีหน้า​ขึ้นไป​อีก​ !


หลิน​จื่อเหยียน​ยิ้ม​ยิงฟัน​ขาว​ หลัง​คืน​พัด​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​ เขา​ก็​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ทรงพลัง​ “ข้า​จะไป​เกี่ยว​ข้าวสาลี​ !” เขา​จะนั่ง​เป็น​นายอำเภอ​ไร้​สมอง​เฉยๆ​ โดย​ไม่เข้าใจ​เรื่อง​การ​เพาะปลูก​ไม่ได้​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ยิ้ม​อ่อน​ “ดูท่าทาง​แล้ว​คู่มือ​การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ของ​ข้า​คง​ถึงเวลา​ได้​เรียบเรียง​สักที​ !”


“จะเขียน​แต่​วิธี​ปลูก​ข้าว​ขาว​ไม่ได้​หรอก​ ข้า​แนะนำ​ให้​เจ้าเขียน​ตำรา​ทาง​การเกษตร​ขึ้น​มาเลย​ รวบรวม​วิธี​ทำการเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ของ​เจ้าไป​ด้วย​ มัน​จะเป็นประโยชน์​ต่อ​ราษฎร​ทั่วหล้า​ !” เจียง​โม่หา​นก​ลัว​ว่า​จะสร้าง​ความลำบาก​ให้​ภรรยา​จึงรีบ​พูด​เสริม​ “ประเดี๋ยว​ข้า​ช่วย​เจ้าเอง​ !”


เขียน​ตำรา​ ? จู่ๆหลิน​เว่ยเว่ย​ก็​รู้สึก​ว่า​ยังมี​หนทาง​อีก​ยาว​ไกล​ให้​เดิน​ มัน​ไม่ได้​แปล​ว่า​เป็นการ​สะสมบุญ​ไว้​ชาติหน้า​หรอก​หรือ​ ? หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​เจียง​โม่หา​น​ที่​กำลัง​ช่วย​ปอกเปลือก​ลูก​ท้อ​ให้​นาง​อยู่​ข้างๆ​…หวัง​ว่า​ชาติหน้า​จะได้​พบกัน​อีก​ !


ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ยังคง​ให้​ผลผลิต​สูงอย่าง​ไม่ต้องสงสัย​ หลัง​ไถพรวน​ดิน​แล้วก็​ปลูก​ถั่ว​ลง​ไป​ หลัง​เก็บเกี่ยว​ถั่ว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​เสร็จ​ก็​ค่อย​ปลูก​ข้าวสาลี​ฤดูหนาว​ต่อ​…หลัง​ทดลอง​ปลูก​แล้ว​พื้นดิน​แถว​ชาน​เมืองหลวง​ก็​สามารถ​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ได้​ปี​ละ​สอง​ครั้ง​ แน่นอน​ว่า​ปุ๋ย​จะต้อง​มีเพียงพอ​ด้วย​


หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ได้​เข้าร่วม​การ​เก็บเกี่ยว​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​เพราะ​เจ้าตัว​น้อย​ใน​ครรภ์​ถึงเวลา​คลอด​แล้ว​ บางที​อาจ​เพราะ​นาง​ไม่รู้สึก​ผิดปกติ​ระหว่าง​ตั้งครรภ์​และ​เดิน​ออกกำลังกาย​บ่อยครั้ง​ กอปร​กับ​ร่างกาย​ที่​แข็งแรง​จึงทำให้​ตอน​คลอด​เจ้าตัว​น้อย​ใช้เวลา​ไม่ถึงชั่ว​ยาม​ด้วยซ้ำ​ !


เพื่อนสนิท​ของ​นาง​และ​องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ที่​เป็น​หุ้นส่วน​ต่าง​มาหา​นาง​ทันที​ ขณะ​มอง​เจ้าตัว​น้อย​ที่นอน​ตัว​แดง​อยู่​ข้าง​นาง​ องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ก็​ตรัส​ด้วย​ความอิจฉา​ “ช่างเป็น​เสื้อ​บุ​นวม​ฝ้าย​ตัว​น้อย​ที่​น่ารัก​จริงๆ​ ไม่อยาก​ให้​ท่าน​แม่ทรมาน​จึงยอม​ออกมา​โดยง่าย​ แต่​เจ้าตัว​แสบของ​บ้าน​ข้า​ทำให้​ข้า​ทรมาน​อยู่​ตลอด​ทั้งคืน​ รอ​ให้​เขา​โต​อีกหน่อย​ก่อน​เถิด​ ข้า​จะทรมาน​เขา​ให้​เข็ด​ !”


แม้องค์​หญิง​เจียว​เจียว​จะออกเรือน​ช้ากว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​ แต่กลับ​คลอดลูก​ก่อนหน้า​ถึง2เดือน​ ขณะ​มอง​เจ้าตัว​น้อย​ที่​กำลัง​นอน​ทำ​หน้าตา​น่ารักน่าชัง​อยู่​ใน​ห่อ​ผ้าอ้อม​ จู่ๆองค์​หญิง​เจียว​เจียว​ก็​ตรัส​ขึ้น​มาว่า​ “พี่​เว่ยเว่ย​ พวกเรา​สอง​บ้าน​มาดอง​กัน​หรือไม่​ ? ข้า​จะต้อง​รัก​นาง​หนู​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เหมือน​บุตรสาว​แท้ๆ​ของ​ตน​แน่นอน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ตั้งชื่อ​ให้​บุตร​นาน​แล้ว​ ถ้าเป็น​ผู้ชาย​ชื่อ​เสี่ยว​โต้​ว​โต้​ว​ (ถั่ว​แดง​น้อย​) เป็น​ผู้หญิง​ชื่อ​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ ( ข้าวฟ่าง​น้อย​) หลัง​ได้ยิน​แบบ​นั้น​นาง​ก็.​อด​ไม่ได้​ที่จะ​กลอกตา​ใส่องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ “ข้า​ไม่สนับสนุน​การ​แต่งงาน​แบบ​คลุมถุงชน​ ! ถ้าวันหน้า​เด็ก​ทั้งสอง​คน​มีวาสนา​ต่อกัน​ ข้า​ก็​จะไม่ห้าม​ แต่​จะไม่บังคับ​ว่า​ต้อง​ทำ​ตามคำสั่ง​พ่อแม่​เด็ดขาด​ เพราะ​ชีวิต​เป็น​ของ​ลูก​ๆไม่ใช่ของ​พวกเรา​ !”


“เฮอะ​ เฮอะ​ แต่​ถ้าท่าน​อยาก​ย้าย​ไป​อยู่​ตำหนัก​องค์​หญิง​ด้วยกัน​ ข้า​ก็​ไม่ขัด​ อยาก​เห็น​บัณฑิต​น้อย​บ้าน​ท่าน​ไป​ตาม​ทวง​ภรรยา​คืน​เหลือเกิน​ !” องค์​หญิง​เจียว​เจียว​แย้มพระสรวล​เสียง​ดังลั่น​ ขณะ​ทอดพระเนตร​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ที่​ตัว​แดง​เหมือน​ก้น​ลิง​ นาง​ก็​รู้สึก​เสียดาย​…ถ้าพี่​เว่ยเว่ย​ดอง​กับ​บ้าน​นาง​ก็​คงจะ​ดี​ ใคร​ต่าง​ก็​บอ​กว่า​บุตรสาว​มัก​หน้า​เหมือน​บิดา​ ต่อไป​เสี่ยว​หมี่​ลี่​อาจ​กลายเป็น​สตรี​งามล่ม​เมือง​เลย​ก็ได้​ !


ห​ยาน​ชิงชิงที่​เพิ่ง​ตรวจ​พบ​ว่า​ตั้งครรภ์​ก็​เดิน​เข้ามา​ หลัง​ได้ยิน​แบบ​นั้น​นาง​ก็​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “พี่เขย​เจียง​ต้อง​ไป​รื้อ​ประตู​ตำหนัก​ของ​พระองค์​แน่​ เชื่อ​หรือไม่​เพ.คะ​ ? ไอ​โหย​ว​ นี่​ก็​คือ​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ของ​พวกเรา​ เกิด​มาหน้าตา​ดี​จริงๆ​ ดูดวง​ตา.กลม​โต​คู่​นี้​ ดู​จมูกโด่ง​ๆนั่น​…ข้า​ไม่สน​แล้ว​ พี่​เว่ยเว่ย​ ข้า​จะรับ​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เป็น​บุตรสาว​บุญธรรม​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ก้ม​มอง​บุตรสาว​ที่​กำลัง​นอนหลับ​เหมือน​หมู​ตาย​…ดวงตา​ปิด​สนิท​ ใบหน้า​ยับ​ย่น​…ไม่รู้​ว่า​น้อง​ชิงชิงเห็น​เป็น​ทารก​ตาโต​ได้​อย่างไร​ !


นาง​ยัง​ไม่ทัน​เอ่ยปาก​ปฏิเสธ​ องค์​หญิง​เจียว​เจียว​ก็​ช่วย​ตรัส​แทน​นาง​ว่า​ “ชิงชิง เจ้ามั่นใจ​ว่า​จะรับ​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เป็น​บุตรสาว​บุญธรรม​จริง​หรือ​ ? เจ้าไม่กลัว​ว่า​ต่อไป​บุตรชาย​จะโกรธ​เจ้าหรือ​ไร​ ?”


ห​ยาน​ชิงชิงเข้าใจ​คำพูด​ของ​อีก​ฝ่าย​ทันที​ นาง​จึงพูด​ด้วย​น้ำเสียง​ลังเล​ “ถ้าเช่นนั้น​…ค่อย​ว่า​กัน​ทีหลัง​” ถ้าท้อง​แรก​ของ​นาง​เป็น​บุตรชาย​ก็​อาจ​มีโอกาส​ได้​เกี่ยวดอง​กับ​บ้าน​พี่​เว่ยเว่ย​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ทำ​สีหน้า​เหนื่อยหน่าย​ ‘เหตุใด​มีแต่​คน​คิด​อยากได้​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ของ​นาง​ ?’


ตอนที่​ 656: หลิน​เว่ยเว่ย​สูญเสีย​ความ​โปรดปราน​


ตก​กลางคืน​ นาง​เล่าเรื่อง​อัน​น่า​ขำขัน​นี้​ให้​สามีฟัง แต่​ใคร​จะไป​รู้​ว่า​อีก​ฝ่าย​ครุ่นคิด​ด้วย​ความจริงจัง​ “ขอ​พูด​ตามตรง​ว่า​นิสัย​ของ​พี่น้อง​สอง​คน​นี้​ของ​เจ้าจัด​ว่า​ไม่เลว​ ต่อไป​น่าจะ​ไม่มีเรื่อง​บาดหมาง​ระหว่าง​แม่สามีลูกสะใภ้​เกิดขึ้น​ ถ้ามอง​จาก​ภาพลักษณ์​ของ​ครอบครัว​ ใน​ครอบครัว​ราชบุตร​เขย​เห​มิงและ​ครอบครัว​สกุล​หยวน​ไม่มีเรื่อง​น่า​ปวดหัว​อะไร​ เหลือ​แค่​ดู​นิสัย​ของ​เด็ก​ทั้งสอง​บ้าน​เท่านั้นเอง​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ทำ​สีหน้า​หดหู่​ทันที​ “บุตรสาว​เพิ่ง​ลืมตา​ดู​โลก​ เจ้าก็​อยาก​ให้​นาง​แต่ง​ออก​ไป​แล้ว​หรือ​ ? ระวัง​นาง​ได้ยิน​เข้า​แล้ว​จะไม่ชอบ​ท่าน​พ่อ​อย่าง​เจ้า !”


เจียง​โม่หา​นม​อง​บุตรสาว​ตัว​น้อย​ที่​กำลัง​มีเหงื่อ​ออก​ตรง​หน้าผาก​แล้​ว.อด​ไม่ได้​ที่จะ​ยิ้ม​ออกมา​ “นาง​เพิ่ง​คลอด​ได้​เท่าไร​เอง​ จะรู้เรื่อง​อะไร​ได้​ ? อีก​อย่าง​คือ​ข้า​คิด​เผื่อ​นาง​ตั้งแต่​เนิ่นๆ​ บุตร​เขย​และ​บ้าน​สามีที่​ดี​นั้น​ไม่ได้​หา​ง่ายๆ​เลย​ ต้อง​ลงมือ​ก่อน​ถึงจะดี​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ใส่เขา​ “เจ้ารู้​ได้​อย่างไร​ว่า​บุตรสาว​เรา​ฟังไม่รู้เรื่อง​ ? ไม่แน่​ว่า​นาง​อาจ​เป็น​คน​ที่​ทะลุ​มิติ​เวลา​มาก็ได้​ ! ทะลุ​มิติ​เข้าใจ​หรือไม่​ ? เหมือนกับ​ที่​ข้า​ทะลุ​มิติ​เวลา​มาพร้อม​ความทรงจำ​เดิม​…”


“ไม่หรอก​กระมัง​? แบบ​พวกเรา​น่าจะ​มีกัน​แค่​สอง​คน​ ไฉน​เลย​จะมีคน​แบบ​เรา​มากมาย​ น่ากลัว​จะตาย​ไป​!” แม้ปาก​ของ​เจียง​โม่หา​น​จะพูด​แบบ​นั้น​ แต่​เขา​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​หันไป​มอง​เจ้าตัว​น้อย​ซึ่งกำลัง​ออกแรง​ดิ้น​จน​ทำให้​หน้าแดง​อยู่​ ไม่รู้​ว่า​เขา​คิดมาก​ไป​หรือเปล่า​ เหตุใด​เขา​จึงรู้สึก​ว่า​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เพิ่ง​เหลือบมอง​บิดา​ด้วย​สายตา​เหยียดหยาม​ขั้น​สุด​ ?


พอ​คิด​ว่า​ใน​ตัว​บุตรสาว​มีจิตวิญญาณ​ของ​ผู้ใหญ่​คน​หนึ่ง​สถิต​อยู่​ เจียง​โม่หา​น​ก็​ใกล้​จะขนหัวลุก​อยู่แล้ว​


หลิน​เว่ยเว่ย​หัวเราะ​ขึ้น​มาเบา​ๆ “ดู​สภาพ​เจ้าเถิด​! เจ้าลอง​คิดดู​ว่า​ถ้าตนเอง​ไป​เกิด​เป็น​เด็กทารก​คน​หนึ่ง​ เจ้าจะกิน​นม​คนอื่น​ลง​โดย​ไม่คิด​อะไร​หรือ​? โดยเฉพาะ​มารดา​ผู้​นั้น​อายุ​น้อยกว่า​เจ้ามาก​ เจ้าจะกิน​ลง​หรือเปล่า​?”


เจียง​โม่หา​น​คิด​ตาม​นาง​ ทันใดนั้น​ก็​ขนลุก​ไป​ทั้งตัว​แล้ว​รีบ​ส่าย​ศีรษะ​เหมือน​ปอ​ล่าง​กู่​ (กลอง​ป๋อง​แป๋ง​) ขณะ​ก้ม​มอง​บุตรสาว​ที่​กำลัง​ดูดนม​มารดา​อย่าง​เอาเป็นเอาตาย​ เขา​ก็​รู้สึก​สบายใจ​ขึ้น​มาก​ !


ทว่า​หลัง​ผ่าน​ไป​สอง​สามเดือน​ เขา​ก็​ยัง​สังเกต​บุตรสาว​ตัวเอง​อย่าง​ใกล้ชิด​ ยิ่ง​มอง​เท่าไร​ก็​ยิ่ง​สบายใจ​…เพราะ​เจ้าตัว​น้อย​ที่​ตกใจ​แม้ตนเอง​ผายลม​จน​ร้องไห้​ได้​นี้​ ไม่มีทาง​เป็น​ผู้​ที่​ทะลุ​มิติ​เวลา​หรือ​กลับชาติมาเกิด​ใหม่​แน่นอน​ !


ตั้งแต่​เสี่ยว​หมี่​ลี่​คลอด​ออกมา​ หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​สูญเสีย​ความ​โปรดปราน​จาก​ฟู่หวา​งของ​นาง​ ห​มิน​อ๋อง​รัก​หลานสาว​ตัว​น้อย​คน​นี้​มาก​ แค่​กลับ​มาจาก​ค่ายทหาร​ที่​ชานเมือง​แล้วก็​เข้ามา​อุ้ม​หลาน​ชนิด​ไม่ยอม​วาง​ มัก​ขโมย​หลานสาว​ไป​ที่​สวน​จื่อถง​อยู่​บ่อยครั้ง​ หลัง​วาง​ไว้​ที่​แท่น​บรรทม​ของ​พระชายา​แล้วก็​บ่นพึมพำ​ว่า​ “เสวี่ยเอ๋อร์​ เจ้าคิด​ว่า​ตอนที่​บุตรสาว​เรา​เกิด​ นาง​งดงาม​และ​น่ารัก​แบบนี้​หรือไม่​ ?”


ไม่ได้​เกิน​จริง​เลย​ เพราะ​หลังจาก​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เติบโต​ขึ้น​มาอีกหน่อย​ ใบหน้า​อัน​งดงาม​ก็​เริ่ม​ปรากฏ​ให้​คนใน​ใต้​หล้า​ได้​รับรู้​ นาง​หนู​ตัว​น้อย​คิ้ว​โค้ง​มน​ ดวงตา​สองชั้น​ ขน​ตา​งอน​ยาว​ ปาก​น้อย​ๆก็​แดง​ระเรื่อ​เหมือน​ตุ๊กตา​ไม่มีผิด​ แถมเจ้าตัว​น้อย​ยัง​เลี้ยง​ง่าย​ นอกจาก​หิว​หรือ​ถ่าย​แล้ว​ถึงจะร้อง​ออกมา​ โดยปกติ​ก็​จะนอนหลับ​อย่าง​ว่าง่าย​เหมือน​ลูก​หมู​น้อย​


“ก็​ต้อง​เหมือน​สิเพ.คะ​” ห​มิน​หวา​งเฟย​ทอดพระเนตร​หลานสาว​ด้วย​สายตา​อ่อนโยน​ ขณะ​ลูบ​เส้น​ผม​อัน​นุ่มนิ่ม​ของ​หลานสาว​ นาง​ก็​เหมือน​กำลัง​ครุ่นคิด​อะไร​บางอย่าง​…ตอน​อยู่​ท่ามกลาง​สนามรบ​ นาง​ไม่ทัน​ได้​ดู​ให้​ดี​ก็​บอก​ให้​ปิง​เจี๋ย​อุ้ม​บุตร​ออก​ไป​แล้ว​ ตอน​เด็ก​ๆ หา​นเอ๋อร์​ของ​นาง​ก็​คง​งดงาม​และ​น่ารัก​เหมือน​เสี่ยว​หมี่​ลี่​กระมัง​


ห​มิน​อ๋อง​เห็น​นาง​มีความสุข​จึงตรัส​ว่า​ “เรา​อุ้ม​หลาน​มาเลี้ยง​ที่นี่​ดี​หรือไม่​ ? เจ้าคิดดู​นะ​ บุตรสาว​กับ​บุตร​เขย​ยุ่ง​กัน​ถึงขนาด​นั้น​ ยก​ให้​สาวใช้​ดูแล​แล้​วจะ​วางใจ​ได้​อย่างไร​ จริง​ไหม​ ?”


“ถ้าไม่กลัว​เสี่ยว​เว่ย​สู้กับ​พระองค์​สุด​ชีวิต​ ก็​ตรัส​ออก​ไป​สิเพ.คะ​ !” ห​มิน​หวา​งเฟย​เอาใจเขามาใส่ใจเรา​ หาก​บุตร​ที่​นาง​ตั้งครรภ์​มากว่า​9เดือน​ต้อง​ถูก​แม่สามีอุ้ม​ไป​ นาง​จะต้อง​หัวเสีย​แน่นอน​


ห​มิน​อ๋อง​ยัง​ตรัส​ด้วย​ความลังเล​ “เรา​ไม่ได้​ทำ​เพื่อ​พวก​นาง​กับ​หลาน​หรอก​หรือ​ ? ถ้าอย่างไร​…ตอนกลางวัน​ให้​มาอยู่​ที่​เรือน​เรา​ แล้ว​ตอนกลางคืน​ก็​อุ้ม​กลับ​ไป​ที่​เรือน​พวก​นาง​ ดี​หรือไม่​ ?”


ห​มิน​หวา​งเฟยถลึง​ดวง​เนตร​ใส่คนขี้ขลาด​ ตัวเอง​ไม่กล้า​พูด​กับ​เสี่ยว​เว่ย​ แต่​ให้​นาง​ไป​รับบท​ตัว​ร้าย​แทน​ ! ตอน​รับประทาน​อาหารเย็น​ นาง​ตรัส​เรื่อง​นี้​กับ​สอง​สามีภรรยา​ หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ได้​คัดค้าน​ เพราะ​แม้ตอน​อยู่ไฟ​ นาง​ก็​งาน​ยุ่ง​มาก​จริงๆ​ นอกจาก​ต้อง​ดูแล​เรื่อง​โรงงาน​แปรรูป​เนื้อ​แผ่น​แล้ว​ นาง​ยัง​ต้อง​สร้าง​โรงเรือน​ปลูก​ผัก​ขนาดใหญ่​ขึ้น​มา แม้จะปลูก​จำนวนมาก​ไม่ได้​ แต่​อย่าง​น้อย​ก็​แก้ปัญหา​เรื่อง​ผัก​ใน​ฤดูหนาว​ของ​ครอบครัว​ตนเอง​และ​พวก​ญาติมิตร​ทั้งหลาย​ได้​


ฤดูใบไม้ผลิ​มาเยือน​อีก​ครา​ หลิน​จื่อเหยียน​เดิน​เข้าสู่​สนามสอบ​ด้วย​ความมั่นใจ​เพื่อ​เข้าร่วม​การ​สอบ​ฮุ่ย​ซื่อ​อัน​โหดร้าย​ถึง9วัน​ติด​ เขา​โชค​ดีกว่า​เจียง​โม่หา​น​มาก​เพราะ​อากาศ​ดี​ แสงแดด.​อบอุ่น​ แผ่น​แปะ​เพิ่ม​ความ​ร้อนที่​หลิน​เว่ยเว่ย​เตรียม​ให้​เขา​จึงไร้ประโยชน์​ขึ้น​มาทันที​


ข้าว​สำเร็จรูป​และ​หม้อไฟ​ถ้วย​ร้อน​กลายเป็น​ของจำเป็น​สำหรับ​ผู้​เข้า​สอบ​ แม้ราคา​ค่อนข้าง​สูง แต่​เพื่อ​ได้​รับประทาน​อาหาร​ร้อน​ๆเวลา​สอบ​แล้ว​ หาก​เป็นไป​ตามที่​กฎ​การ​สอบ​กำหนด​ พวก​บัณฑิต​ก็​นำ​เข้าไป​ด้วย​หลาย​ถ้วย​ หนิง​ตง​เซิ่งถึงขั้น​ลงทุน​เช่าร้าน​ใกล้​สนามสอบ​เพื่อ​ขาย​อาหารสำเร็จรูป​เหล่านี้​โดยเฉพาะ​ ไม่ว่า​จะเดินทาง​ไป​ต่างเมือง​หรือ​ออก​ไป​ท่องเที่ยว​ หรือ​พวก​ที่​ไม่อยาก​ก่อ​เตา​ทำอาหาร​เอง​ก็​จะมาซื้อ​อาหาร​ตุน​จากร้าน​นี้​เพื่อ​พกพา​ไว้​รับประทาน​ระหว่างทาง​ หลิน​เว่ยเว่ย​เอง​ก็​พลอย​ได้​เงินก้อน​โต​ไป​ด้วย​


ช่วง​สอง​สามปี​นี้​หนิง​ตง​เซิ่งไม่เพียง​เปิดร้าน​ขนม​สามสาขา​ที่​เมืองหลวง​เท่านั้น​ เขา​ยัง​เปิดร้าน​สาขา​ตาม​หัวเมือง​ต่างๆอีกด้วย​ นอกจากนี้​สินค้า​ที่​ผลิต​ใน​โรงงาน​แปรรูป​เนื้อ​แผ่น​แถบ​ชาน​เมืองหลวง​ เช่น​ เนื้อไก่​แผ่น​ เนื้อ​หมูแผ่น​ เนื้อ​กระต่าย​เส้น​ หมู​ฝอย​ เนื้อ​อบ​และ​สินค้า​อื่น​ๆก็​มีเขา​เป็น​ผู้รับผิดชอบ​ใน​การจัดจำหน่าย​


ยัง​ไม่รู้​ว่า​หนิง​ตง​เซิ่งหา​วัว​มาจาก​ที่ใด​อีก​ เขา​เลี้ยง​พวก​มัน​ใน​ฟาร์ม​เพื่อ​รีด​นมวัว​มาแปรรูป​แล้ว​ใช้เป็น​วัตถุดิบ​ใน​การ​ทำ​ขนม​ต่างๆ​ หลิน​เว่ยเว่ย​จึงรู้สึก​ว่า​เขา​ดู​พึ่งพา​ได้​มากกว่า​เดิม​เล็กน้อย​


เพราะ​ชื่อเสียง​ของ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​วิธี​ทำการค้า​ของ​เขา​ แม้หนิง​ตง​เซิ่งจะยัง​อายุ​ไม่มาก​ แต่กลับ​มีชื่อเสียง​ใน​เมืองหลวง​สุด​ๆ ตอนนี้​แม้แต่​เรือน​หลัก​ของ​ตระกูล​หนิง​ที่​เมือง​เห​อ​โจว​ก็​ให้​ความเคารพ​ยำเกรง​เขา​มากกว่า​เดิม​…หนิง​ตง​เซิ่งไม่ใช่เด็กหนุ่ม​ที่​เพิ่ง​ก้าว​ออกจาก​บ้าน​สาขา​สกุล​หนิง​อีกต่อไป​ ตรงกันข้าม​คือ​บ้าน​สาขา​สกุล​หนิง​ยัง​ต้อง​พึ่งพา​เขา​อีกด้วย​ !


เมื่อ​ผลสอบ​ฮุ่ย​ซื่อ​ถูก​แปะ​ป้ายประกาศ​ หลิน​จื่อเหยียน​ก็​มีรายชื่อ​อยู่​ใน​นั้น​จริงๆ​ หลัง​ผ่านพ้น​การ​สอบ​หน้า​พระที่นั่ง​ไป​แล้ว​ เขา​ก็​ถูก​ฮ่องเต้​คัดเลือก​ให้​เป็น​ทั่น​ฮวา​ (สอบ​ได้​อันดับ​ที่สาม​) ใช่ว่า​ความรู้​ของ​เขา​จัด​อยู่​ใน​สามอันดับ​แรก​ แต่​เพราะ​ใน​10อันดับ​แรก​มีเพียง​เด็กหนุ่ม​อย่าง​เขา​คนเดียว​ นอกนั้น​เป็น​คน​ที่​อายุ​เกือบจะ​เท่า​แม่ทัพ​หลิน​ได้​อยู่แล้ว​ !


ตอนที่​ขบวนแห่​จอหงวน​เคลื่อน​ไป​ตาม​ถนน​ ขณะ​มอง​หลิน​ทั่น​ฮวา​บน​หลัง​ม้าแล้ว​ ติง​ห​ลิง​เอ๋อร์​ก็​รู้สึก​เสียใจ​เล็กน้อย​ ตอน​สมัย​ยัง​เยาว์​ บาง​ครา​ทั้งสอง​คน​อาจ​มีความรู้สึก​ดีๆ​ให้​แก่​กัน​ แต่​หลิน​จื่อเหยียน​ตาม​ไป​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ด้วย​และ​กินเวลา​นาน​กว่า​3ปี​ ตอนที่​เขา​กลับมา​เมืองหลวง​ ทาง​ครอบครัว​ก็ได้​หมั้น​หมาย​นาง​กับ​คนอื่น​ไว้​นาน​แล้ว​ ถ้าตอนนั้น​เขา​มีความกล้า​สักหน่อย​ นาง​เอง​ก็​เด็ดขาด​อีก​นิด​ ทั้งสอง​คน​ก็​อาจ​มีตอนจบ​ที่​แตกต่าง​ออก​ไป​กระมัง​ ?


ทว่า​ชีวิต​ในเวลานี้​ของ​นาง​ก็​ไม่เลว​ สามีเกิด​ใน​ครอบครัว​ชาวนา​ แม่สามีเป็น​คน​อบอุ่น​ใจดี​ สามีก็ช่าง​เอาอกเอาใจ​ สมาชิก​ใน​ครอบครัว​เป็น​คน​เรียบง่าย​ ไม่มีเรื่อง​น่า​ปวดหัว​อะไร​ ทำให้​นาง​มีน้ำหนัก​มากขึ้น​ไม่หยุด​หลัง​คลอด​ แม่สามีและ​สามีกลับ​บอก​นาง​ว่า​เป็น​แบบนี้​ก็​ดีแล้ว​ ดู​มีความ​เปล่งปลั่ง​ดี​ !


หลังจาก​หลิน​จื่อเหยียน​ได้​ตำแหน่ง​ทั่น​ฮวา​มาครอง​แล้วก็​มีเทียบเชิญ​ให้​นาง​หวง​ไป​เข้าร่วม​งานเลี้ยง​ต่างๆ​ แม้แต่​แม่ทัพ​หลิน​ก็ได้​รับเชิญ​ตาม​ไป​ด้วย​ สหาย​ที่​ชวน​เขา​ไป​ดื่ม​สังสรรค์​เริ่ม​มีมากขึ้น​กว่า​เดิม​ พวก​นาง​และ​พวกเขา​คิด​จะถามถึงเรื่อง​คู่ครอง​ของ​ทั่น​ฮวา​ เนื่องจาก​อีกไม่นาน​บุตรชายคนโต​ก็​จะเข้า​พิธี​สวม​กวาน​แล้ว​ ดังนั้น​เรื่อง​คู่ครอง​จึงต้อง​ไตร่ตรอง​ไว้​หน่อย​


ตอนที่​ 657: หลิน​ทั่น​ฮวา​มีความรัก​เหมือน​คนอื่น​แล้ว​


แต่​ใน​ช่วง​หลาย​ปี​นี้​ความคิด​ของ​หลิน​จื่อเหยียน​จดจ่อ​อยู่​ที่​การ​อ่าน​ตำรา​มาโดยตลอด​ ทุกครั้งที่​นาง​หวง​พูด​เรื่อง​นี้​ เขา​ก็​จะบ่ายเบี่ยง​ไป​โดย​ให้เหตุผล​ว่า​อยาก​ประสบความสำเร็จ​ก่อน​เสมอ​ ตอนนี้​ประสบความสำเร็จ​และ​มีชื่อเสียง​แล้วจึง​ถึงเวลา​ที่จะ​คิด​เรื่อง​คู่ครอง​


หลิน​จื่อเหยียน​แอบ​ไปหา​หลิน​เว่ยเว่ย​แล้ว​พูดถึง​สตรี​ที่อยู่​ใน​ดวงใจ​ออกมา​ด้วย​ความ​เขินอาย​ หลิน​เว่ยเว่ย​ตาโต​ทันที​ “เจ้า…แอบ​ไป​เกี้ยว​พา​ใคร​มา ?”


“ไม่มี ยัง​ไม่มี ! ข้า​แอบ​ชอบ​นาง​ แต่​นาง​ยัง​ไม่รู้​…” หลิน​จื่อเหยียน​กลัว​จะทำลาย​ชื่อเสียง​ของ​อีก​ฝ่าย​จึงโบกมือ​ปฏิเสธ​เป็น​พัลวัน​


สุดท้าย​ก็​แอบ​ชอบ​ชาวบ้าน​ ! หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​น้องชาย​ด้วย​สายตา​รังเกียจ​ “บอก​มา เจ้าไป​แอบ​ชอบ​ใคร​เข้า​ ? ข้า​จะให้​หมู่​เฟย​ช่วย​สืบ​ท่าที​ของ​คน​บ้าน​นาง​ให้​”


“เสี่ยว​หมี่​ลี่​ น้า​ชิงหลี​มาหา​เจ้าแล้ว​ !” โม่ชิงหลี​ยัง​ไม่ทัน​มาถึง เสียง​ก็​ดัง​มาก่อน​ตัว​แล้ว​


หลิน​เว่ยเว่ย​สังเกตเห็น​ความ​ลนลาน​และ​สายตา​ที่​เขินอาย​ของ​น้องชาย​ได้​…เวร​ล่ะ​! เจ้าเด็ก​นี่​ไป​ชอบ​จวิ้น​จู่น้อย​บ้าน​นั้น​ตั้งแต่​เมื่อใด​ ? แต่​ก็​นะ​ ถือว่า​สายตา​ดี​ใช้ได้​ !


“หืม​ ? หลิน​ทั่น​ฮวา​ก็​อยู่​ด้วย​หรือ​ ! พอดี​เลย​ ข้า​ขอแสดงความยินดี​กับ​ท่าน​ด้วย​ !” โม่ชิงหลี​ที่​อายุ​16ปี​ กำลัง​งดงาม​ราวกับ​ดอก​ฝูหรง​ แม้จะมีรูปโฉม​งดงาม​แต่​ก็​ไม่อวดดี​ ทั้ง​ร่าเริง​และ​เป็นธรรมชาติ​ ตาม​วัย​ของ​นาง​ควร​ได้​หมั้น​หมาย​แล้ว​ แต่​ใน​กาย​นาง​มีสายเลือด​ของ​ราชวงศ์​ก่อน​ไหลเวียน​อยู่​จึงไม่มีใคร​มาสู่ขอ​สักที​


หลิน​จื่อเหยียน​ถูมือ​ด้วย​ความ​เขินอาย​ หลังจาก​เหลือบมอง​อยู่​นานสองนาน​ เขา​ก็​ตอบกลับ​เบา​ๆว่า​ “ขอบใจ​มาก​…” ในเวลานี้​เด็กสาว​เข้าไป​อยู่​ข้าง​เตียง​ของ​พี่​รอง​แล้ว​ นาง​เข้าไป​แหย่​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ที่​เพิ่ง​ดื่ม​นม​เสร็จ​และ​กำลัง​จับ​เท้า​ตัวเอง​เล่น​ด้วย​ความ​สนุกสนาน​


หลิน​จื่อเหยียน​เห็น​เด็กสาว​ไม่ได้​สนใจ​เขา​จึงกล้า​มอง​นาง​ตรงๆ​ เฮอะ​ ขี้ขลาด​ชะมัด​ ! ไม่ได้​ความกล้า​จาก​พี่​รอง​ไป​เลย​สักนิด​…ชอบ​ก็​เกี้ยว​ ! จะอาย​อะไร​ ? !


“น้อง​หลี​เอ๋อร์​ หมู่​เฟย​ของ​เจ้ายัง​กระตุ้น​ให้​ไป​ดูตัว​อยู่​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​และ​โม่ชิงหลี​เปลี่ยน​สรรพนาม​เรียก​แทน​กัน​แล้ว​ บัดนี้​นาง​ช่วย​ถามแทน​น้องชาย​เพื่อ​ดู​ว่า​จะมีศัตรู​หัวใจ​ของ​เขา​อยู่​หรือเปล่า​


โม่ชิงหลี​หยิบ​กระดิ่ง​เงิน​ขึ้น​มาเล่น​กับ​นาง​หนู​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ หลัง​ได้ยิน​แบบ​นั้น​นาง​ก็​พูดว่า​ “พี่​เว่ยเว่ย​ เรา​ไม่พูดถึง​เรื่อง​น่ารำคาญ​นี้​ได้​หรือไม่​ ? ตอน​อยู่​ที่​ตำหนัก​ ข้า​ก็​โดน​หมู่​เฟย​บ่น​ใส่ไม่หยุด​แล้ว​ จน​ต้อง​หนี​มาซ่อนตัว​ที่​บ้าน​ท่าน​ ใคร​จะคิด​ว่า​ยัง​หลบ​หัวข้อ​นี้​ไม่พ้น​อีก​ !”


“บุรุษ​แต่งงาน​ สตรี​ออกเรือน​ ! หมู่​เฟย​ของ​เจ้าก็​แค่​เป็นห่วง​เท่านั้น​ !” หลัง​ได้​เป็น​แม่คน​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​ถึงได้​เข้าใจ​ว่าการ​ ‘เลี้ยงลูก​100ปี​ กังวล​ไป​แล้ว​99ปี​’ นั้น​เป็น​อย่างไร​


โม่ชิงหลี​มุ่ย​ปาก​ “พวก​ที่​ยอม​เกี่ยวดอง​กับ​บ้าน​ข้า​จะมีคน​ดีๆ​อยู่​กี่​คน​เชียว​ ? คน​ที่​หมู่​เฟย​ชอบ​ เขา​ก็​พยายาม​เลี่ยง​พวกเรา​อย่าง​กับ​เห็น​เป็น​อสรพิษ​ แล้ว​เหตุใด​ยัง​ต้อง​เร่งรีบ​กับ​มัน​อีก​ ? ใคร​บอ​กว่า​สตรี​จะต้อง​ออกเรือน​อย่าง​เดียว​ ? อย่าง​มาก​ข้า​ก็​แค่​โกน​ผม​บวชชี​ !”


‘พรืด​…’ หลิน​เว่ยเว่ย​สำลัก​น้ำชา​ที่​ดื่ม​เข้าไป​ “แม่ชีกิน​เนื้อ​ไม่ได้​ เจ้ารู้​หรือไม่​ !”


“ถ้าเช่นนั้น​…ข้า​ก็​จะย้าย​ไป​อยู่​ใน​ไร่​ ! พี่​เว่ยเว่ย​ ท่าน​ช่วย​ไปหา​ข้อมูล​ให้​ข้า​หน่อย​ว่า​ใกล้​กับ​ไร่​ของ​ท่าน​พอ​จะมีที่ดิน​ประกาศ​ขาย​หรือไม่​ อันที่จริง​ข้า​คิด​ว่าการ​ทำไร่ทำนา​ เลี้ยง​เป็ด​เลี้ยง​ไก่​ ชีวิต​แบบนี้​ก็​ไม่เลว​ !” โม่ชิงหลี​ไม่คิด​ว่าการ​แต่งงาน​เป็นเรื่อง​ดี​ ได้​แต่​นั่ง​เบื่อ​อยู่​ใน​เรือน​หลัง​และ​ยัง​โดน​แม่สามีกับ​พวก​พี่สะใภ้​หาเรื่อง​อีก​…


หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​บุตรสาว​ที่​กำลัง​เล่น​สนุก​นั้น​หยุด​ขยับตัว​ไป​เสีย​ดื้อ​ๆ จึงรีบ​เข้าไป​อุ้ม​ หลัง​เปลี่ยน​ผ้าอ้อม​ที่​เปื้อน​ปัสสาวะ​อุ่น​ๆแล้วก็​ยัด​ทารก​น้อย​กลับ​เข้า​อ้อม​อก​ของ​โม่ชิงหลี​ “น้อง​หลี​เอ๋อร์​ ข้า​มีบุรุษ​ที่​เหมาะสม​อยู่​ ไม่ทราบ​ว่า​เจ้าอยาก​ลอง​ศึกษา​หรือไม่​ ?”


“บุรุษ​ที่​เหมาะสม​ ? ถ้าเช่นนั้น​ก็​อย่า​ถามว่า​ข้า​ยินดี​หรือไม่​ ควร​ถามอีก​ฝ่าย​ดีกว่า​” โม่ชิงหลี​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ประชดประชัน​และ​ดูถูก​ตัวเอง​


หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​ต่อ​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ขอ​แค่​เจ้าเต็มใจ​ ทาง​ฝั่งบุรุษ​นั้น​ ข้า​จะรับประกัน​ให้​เอง​ !”


หลังจาก​โม่ชิงหลี​ได้ยิน​แบบ​นั้น​นาง​ก็​ถามด้วย​ความสงสัย​ว่า​ “ใคร​หรือ​ ? พี่​เว่ยเว่ย​ แตง​ที่​ฝืน​เด็ด​จะไม่หวาน​หรอก​นะ​ เรา​อย่า​บังคับใจ​เขา​ดีกว่า​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ลาก​หุ่นกระบอก​…ซึ่งก็​คือ​หลิน​จื่อเหยียน​ที่อยู่​ข้างๆ​เข้ามา​แล้ว​ทุบ​หน้าอก​ของ​เขา​เหมือน​เหล่า​หวา​งขาย​แตง​ “เจ้าคิด​ว่า​น้องชาย​ผู้​โง่เขลา​ของ​ข้า​เป็น​อย่างไร​ ? เจ้าดูตัว​เขา​นะ​ แม้จะเทียบ​กับ​พี่เขย​รอง​ของ​เขา​ไม่ได้​ แต่​ก็​ไม่ด้อย​ไป​กว่า​บุรุษ​คนอื่น​ ดู​ใบหน้า​รูปไข่​อีกที​สิ ถึงแม้จะดูดี​ไม่เท่า​พี่เขย​รอง​ของ​เขา​ แต่​คิ้ว​และ​ดวงตา​ก็​หล่อ​คม​ แถมยัง​พา​ไป​โอ้อวด​คนอื่น​ได้​ด้วย​ นอกจากนี้​ยังมี​ด้าน​ความรู้​ แม้จะห่าง​ชั้น​กับ​พี่เขย​รอง​อีก​ไกล​ แต่​อย่าง​น้อย​ก็​สอบ​ได้​ทั่น​ฮวา​เชียว​นะ​ หาก​ดู​ที่​ครอบครัว​อี​กรอบ​ พ่อแม่​รักใคร่​ น้องชาย​รู้ความ​ ครอบครัว​เรียบง่าย​ไม่ถือตัว​…”


โม่ชิงหลี​เห็น​หลิน​เว่ยเว่ย​ประเดี๋ยว​ก็​ตบ​หน้าอก​ทั่น​ฮวา​ อีก​ประเดี๋ยว​ก็​บีบ​แก้ม​ทั่น​ฮวา​จน​ทำให้​ใบหน้า​ของ​ทั่น​ฮวา​เริ่ม​แดง​และ​ดู​อึดอัด​ “ฮ่าฮ่า” นาง​จึงอด​ไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​ออกมา​ ทำให้​หลิน​ทั่น​ฮวา​ของ​เรา​หน้าแดง​กว่า​เดิม​ทันที​ เรียก​ว่า​แดง​ยัน​คอ​เลย​ก็ได้​ !


“หัวเราะ​อะไร​ ? ถ้าเช่นนั้น​ข้า​จะถือว่า​เจ้าตกลง​แล้ว​นะ​ พอ​กลับ​ไป​แล้ว​ข้า​จะให้​คน​หา​ฤกษ์​ดีแล้ว​หา​แม่สื่อ​ไป​สู่ขอ​เจ้า ตกลง​ตาม​นี้​แล้วกัน​ !”


“พี่​เว่ยเว่ย​ ทำ​แบบนี้​ไม่ได้​ !” โม่ชิงหลี​เหลือบมอง​หลิน​ทั่น​ฮวา​ด้วย​แววตา​เศร้าสร้อย​เล็กน้อย​…ตอนนี้​เขา​กำลัง​เนื้อ​หอม​ สตรี​ที่​มีฐานะ​ดี​และ​นิสัย​ดีกว่า​นาง​ก็​ชื่นชอบ​เขา​อยู่​มากมาย​ !


สีแดง​บน​ใบหน้า​ของ​หลิน​จื่อเหยียน​จางลง​ทันที​ เขา​อด​ถามไม่ได้​ว่า​ “เหตุใด​จึงไม่ได้​ ?”


“ท่าน​เอง​ก็​ทราบ​สถานการณ์​ของ​บ้าน​ข้า​แล้ว​ มัน​จะส่งผล​ต่อ​อนาคต​ของ​ท่าน​ !” แม้ว่า​โม่ชิงหลี​จะมีความรู้สึกช้า​ แต่​ก็​สัมผัส​ได้​ถึงสายตา​เปี่ยม​ความหมาย​ของ​อีก​ฝ่าย​ แม้นาง​ใจเต้น​แรง​แต่​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​มีน้ำตา​คลอ​เบ้า​


หลิน​เว่ยเว่ย​ส่ายหน้า​ด้วย​รอยยิ้ม​ “เจ้านี่​นะ​ ! คิด​มากเกินไป​แล้ว​ ! ทองคำ​แม้จะไป​อยู่​ที่ใด​ก็​ยัง​ส่อง​ประกาย​ ขอ​แค่​เขา​มีปัญญา​มาก​พอ​ ไฉน​เลย​ฮ่องเต้​จะไม่เรียก​ใช้คน​มีความสามารถ​ ? น้อง​หลี​เอ๋อร์​ หาก​เจ้าไม่รังเกียจ​น้องชาย​ผู้​โง่เขลา​ของ​ข้า​ พวกเรา​ก็​มาเกี่ยวดอง​กัน​เถิด​ !”


หลังจาก​เหลือบมอง​ใบหน้า​เปื้อน​ด้วย​ความหวัง​ของ​หลิน​จื่อเหยียน​แล้ว​ ใบหน้า​ของ​โม่ชิงหลี​ก็​ค่อยๆ​เปลี่ยนเป็น​สีแดง​เรื่อ​ นาง​ก้มหน้า​ลง​ ฟอง​แห่ง​ความสุข​ใน​ใจกำลัง​ผุด​ขึ้น​มาฟอง​แล้ว​ฟอง​เล่า​…


ต่อจากนั้น​ข่าว​การ​แต่งงาน​ของ​ทั่น​ฮวา​คน​ปัจจุบัน​กับ​จวิ้น​จู่ตำหนัก​หนิง​อ๋อง​ก็​แพร่สะพัด​ไป​ทั่ว​เมืองหลวง​ สตรี​ใน​เมืองหลวง​ถึงขั้น​ใจสลาย​กัน​เลย​ทีเดียว​…พวก​นาง​สู้ ‘เศษสวะ​’ ที่​มีสายเลือด​ราชวงศ์​ก่อน​อยู่​ใน​กาย​ไม่ได้​เลย​หรือ​ ? มีคนรู้จัก​แม่ทัพ​หลิน​ไม่น้อย​ที่​รู้สึก​เศร้าใจ​แทน​เขา​ เพราะ​คิด​ว่า​อนาคต​ของ​บุตรชาย​เขา​ต้อง​พัง​ย่อยยับ​แล้ว​ !


ตอนที่​จวน​สกุล​หลิน​ไป​สู่ขอ​ยัง​ตำหนัก​หนิง​อ๋อง​ ฝ่าย​หนิง​หวา​งเฟย​ทั้ง​แตกตื่น​และ​ดี​พระทัย​…พระนาง​เคย​เจอ​นาง​หวง​สอง​สามครั้ง​ พบ​ว่า​อีก​ฝ่าย​เป็น​คน​อ่อนโยน​และ​จิต​ใจดี​ เด็ก​ๆใน​สกุล​หลิน​ก็​โดดเด่น​กัน​ทั้งนั้น​ เป็น​บุตร​เขย​ที่​ใคร​ใน​เมืองหลวง​ก็​อยากได้​ แต่​คาดไม่ถึง​ว่า​เรื่อง​ดีๆ​เช่นนี้​จะตก​มาอยู่​กับ​พวก​ตน​ พระนาง​รู้สึก​เห​มือ​หทัย​จะหยุด​เต้น​ไม่มีผิด​


หลัง​ได้​รู้​ว่า​บุตร​เขย​ในอนาคต​คิด​จะออก​ไป​ทำงาน​ต่างเมือง​และ​หวัง​ให้​จัด​งานแต่ง​ทัน​ก่อน​ได้​รับมอบหมาย​ตำแหน่ง​คือ​จัด​งานแต่ง​กันที่​เมืองหลวง​เลย​ หลังจาก​ลังเล​พัก​หนึ่ง​ หนิง​หวา​งเฟย​ก็​เห็นด้วย​ เนื่องจาก​บุตรสาว​เอง​ก็​อายุ​ไม่น้อย​แล้ว​ ถ้าให้​รอ​ต่อไป​ก็​ไม่รู้​ว่า​ต้อง​รอ​ถึงเมื่อใด​ !


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ตำแหน่งงาน​ของ​หลิน​จื่อเหยียน​ก็​ถูก​กำหนด​ เป็นไปตาม​ที่หวัง​คือ​เขา​ได้​เป็น​นายอำเภอ​ที่อยู่​ใต้​ปกครอง​ของ​เมือง​หนึ่ง​ทาง​ภาคใต้​…แต่​สถานที่​แห่ง​นั้น​อยู่​ใน​หุบเขา​ สภาพแวดล้อม​ย่ำแย่​และ​ผู้​คนยากจน​อย่าง​กับ​อะไร​ดี​


ขุนนาง​ที่​เคย​คิด​จะเกี่ยวดอง​กับ​จวน​สกุล​หลิน​ต่าง​มีความสุข​บน​ความทุกข์​ของ​ผู้อื่น​ทันที​ ‘ไม่ชอบ​บ้าน​พวกเรา​ แต่​ไป​ดอง​กับ​ตำหนัก​หนิง​อ๋อง​แทน​ เป็น​อย่างไรบ้าง​เล่า​ ? โดน​ฮ่องเต้​รังเกียจ​แล้ว​สิท่า​ ? เข้าทำงาน​ใน​สำนัก​บัณฑิต​ฮั่น​หลิน​ไม่ได้​ก็​พอ​ว่า​ แต่​ถูก​ส่งไป​ยัง​สถานที่​รกร้าง​ห่างไกล​ความเจริญ​นั่น​อีก​ สมน้ำหน้า​ !’


[1] เหล่า​หวา​งขาย​แตง​ เปรียบเปรย​ว่า​ ขาย​เอง​ชมเอง​


ตอนที่​ 658: ขุนนาง​ขั้น​สอง​รูปงาม​


แต่​ยังมี​คน​ที่​สติ​ดี​อยู่​เหมือนกัน​ ‘ไป​ทำงาน​ใน​ชนบท​แล้ว​อย่างไร​ ? ไม่มอง​บ้าง​ว่า​พี่สาว​และ​พี่เขย​ของ​เขา​เป็น​ใคร​ ? ตอน​เป็น​นาย​ท่าน​จอหงวน​นั้น​พี่เขย​รอง​ของ​เขา​ก็​ถูก​ส่งไป​ยัง​อำเภอ​ยากจน​ใน​ตะวันตกเฉียงเหนือ​อัน​แสน​แร้นแค้น​ พวก​เจ้าก็​คิด​แบบนี้​ต่อ​เขา​เหมือนกัน​ แล้ว​ผลลัพธ์​เล่า​ ? อำเภอ​หนิง​ซีกลายเป็น​อำเภอ​มีชื่อเสียง​ที่สุด​ใน​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​และ​หลังจากที่​พัฒนา​การเกษตร​กับ​เศรษฐกิจ​ของ​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ แล้ว​เขา​ก็ได้​เลื่อนขั้น​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​สี่ใน​ชั่วพริบตา​ !


เมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงที่​พี่สาว​ของ​เขา​พัฒนา​ขึ้น​ใน​ฟาร์ม​หลวง​ยัง​ไม่มีโอกาส​ได้​ไป​ทดลอง​และ​ป่าวประกาศ​ที่​แดน​ใต้​อยู่​พอดี​ ถ้าเมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงพวก​นี้​เข้ากับ​สภาพอากาศ​ของ​แดน​ใต้​ได้​ เกรง​ว่า​ชนบท​ใน​สายตา​พวก​เจ้าก็​อาจ​กลายเป็น​อำเภอ​หนิง​ซีแห่ง​ที่สอง​ก็ได้​ ! และ​การ​ไป​ทำงาน​ใน​พื้นที่​แร้นแค้น​ก็​ไม่ใช่การ​ถูก​เนรเทศ​ แต่​เป็น​เพราะ​เห็นคุณค่า​และ​อยาก​ทดสอบ​ตัว​เขา​ต่างหาก​ หาก​ทั่น​ฮวา​อดทน​กับ​บท​ทดสอบ​ได้​ ในอนาคต​เวลา​กลับ​มายัง​เมืองหลวง​แห่ง​นี้​ ฮึ ไม่ต้อง​ใช้สมอง​ ใคร​ก็​คง​มองออก​ !’


ตอนที่​หลิน​จื่อเหยียน​แต่งงาน​ก็​กำลัง​อยู่​ใน​ช่วง​เกี่ยวข้าว​ขาว​ของ​ฟาร์ม​หลวง​พอดี​ ผลผลิต​สูงถึง500ชั่งต่อ​หมู่​ หลัง​รอ​ให้​เขา​แต่งงาน​และ​กลับ​ไป​อยู่​บ้าน​ได้​3วัน​ ทั้งสอง​สามีภรรยา​ก็​ขน​เมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ลง​ใต้​เพื่อ​ไป​รับ​ตำแหน่ง​แล้ว​


หลิน​เว่ยเว่ย​รู้​ว่า​น้องชาย​ต้อง​ไป​รับ​ตำแหน่ง​ใน​เขต​หุบเขา​จึงให้​เจ้าดำ​และ​เจ้าพยัคฆ์​ดำ​ (ลูก​ของ​เจ้าดำ​) ตาม​ไป​ดูแล​ ตอนที่​หลิน​จื่อเหยียน​ไป​เยือน​หมู่บ้าน​บน​หุบเขา​ แม่ทัพ​อย่าง​เจ้าดำ​และ​เจ้าพยัคฆ์​ดำ​ก็​คอย​ปกป้อง​ขนาบ​ข้าง​เขา​ไว้​ตลอด​ พูด​กัน​ว่า​เวลา​หมาป่า​ทั้งสอง​ตัว​ร่วมมือ​กัน​ยัง​สามารถ​ฆ่าเสือ​ที่​ดุร้าย​จนตาย​ได้​ !


หลิน​จื่อเหยียน​ได้​กิน​ของป่า​เสมอ​และ​ยัง​ชวน​เพื่อนร่วมงาน​กับ​ผู้​ที่อยู่​ใต้​บังคับบัญชา​มารับประทาน​อาหารเย็น​ที่​บ้าน​บ่อยๆ​ด้วย​ อาหาร​และ​ขนม​สอง​สามอย่าง​ที่​โม่ชิงหลี​เรียน​ทำ​จาก​หลิน​เว่ยเว่ย​จึงมีประโยชน์​สุด​ๆ นอกจากนี้​หลิน​จื่อเหยียน​ยัง​ใช้เนื้อ​หมูป่า​แผ่น​และ​เนื้อ​กวาง​แผ่น​จาก​เมืองหลวง​มาเป็น​ของขวัญ​เพื่อ​ผูกมิตร​กับ​ขุนนาง​คนอื่น​ใน​ที่ว่าการอำเภอ​ เวลาทำงาน​จึงราบรื่น​กว่า​เดิม​


เขา​สร้าง​นา​ขั้นบันได​ สร้าง​อ่างเก็บน้ำ​ ใช้กังหันน้ำ​ชัก​น้ำลง​จาก​ภูเขา​ รวม​กับ​เมล็ดพันธุ์​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงจึงได้ใจ​ของ​ราษฎร​อย่าง​รวดเร็ว​…


หลังจาก​พี่ชาย​สอบ​จิ้น​ซื่อ​ได้​แล้ว​ เสี่ยว​เอ้อร์ฮว๋า​ก็​ขยัน​อ่าน​ตำรา​มากกว่า​เดิม​ เพราะ​เดิมที​เขา​ก็​เป็น​คน​ฉลาด​อยู่แล้ว​ สามารถ​เชื่อมโยง​จาก​สิ่งหนึ่ง​ไป​อีก​สิ่งหนึ่ง​ได้​ง่าย​ ในขณะที่​เขา​อายุ​ได้​12ปี​ก็​เดินทาง​กลับ​ไป​สอบ​ระดับ​เซี่ยน​ซื่อ​โดย​มีแม่ทัพ​หลิน​เดินทาง​ไปเป็นเพื่อน​และ​ยัง​สอบ​เซี่ยน​ซื่อ​ ฝู่ซื่อ​ เยวี่ยน​ซื่อ​ผ่าน​ได้​ใน​ปี​เดียว​จึงกลายเป็น​ซิ่ว​ไฉได้​อย่าง​สมเกียรติ​ ทำตาม​คำมั่นสัญญา​ในเวลานั้น​ของ​ตน​ได้​สำเร็จ​…ทำลายสถิติ​ที่​พี่ชาย​เป็น​ซิ่ว​ไฉอายุ​น้อยที่สุด​ได้​สำเร็จ​อีกด้วย​ เขา​ยัง​กลายเป็น​ซิ่ว​ไฉอายุ​น้อยที่สุด​ใน​ประวัติศาสตร์​ของ​เมือง​จงโจว​…


เมื่อ​ช่วง​เวลาทำงาน​2ปี​ใน​เขต​ปกครอง​ซุ่น​เทียน​ของ​เจียง​โม่หา​นจบลง​แล้ว​ ช่างชูกรม​คลัง​และ​ช่างชูกรมโยธาธิการ​ก็​ต้อง​ทะเลาะ​กัน​เกือบ​เลือดอาบ​เพราะ​อยาก​ให้​เขา​มาเข้าทำงาน​ที่​กรม​ของ​ตน​ แล้ว​จะได้​เป็น​ผู้ช่วย​ให้​แก่​ตน​


ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​และ​ชื่อ​หลา​งก​รม​โยธา​ธิการ​ “…” พวก​ท่าน​ยัง​เห็น​หัว​พวก​ข้า​อยู่​หรือไม่​ ?


ต่อจากนั้น​ไม่นาน​ ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​ก็​ถูก​เฝิงชิว​ฟาน​กล่าวโทษ​และ​ถูก​ปลด​จาก​ตำแหน่ง​พร้อม​ยึดทรัพย์​ทั้ง​ตระกูล​ เจียง​โม่หา​น​ใน​ช่วงอายุ​21ปี​จึงได้​เลื่อนขั้น​เป็น​ครั้ง​ที่สอง​ โดย​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​ขั้น​สาม


ชื่อ​หลา​งกรม​โยธา​ธิการ​ใจสั่น​พลาง​มองหน้า​เจ้านาย​ด้วย​ความ​โล่ง.อก​ ‘โชคดี​ที่​ท่าน​ไม่ได้​แย่ง​ชนะ​ช่างชูกรม​คลัง​ เช่นนั้น​ก็​ไม่รู้​ว่า​ข้า​จะได้​รับโทษ​สถาน​ใด​เพื่อ​สร้าง​ตำแหน่งว่าง​ให้​เจียง​โม่หา​นค​น​นั้น​ !’


อนาคต​ของ​เจียง​โม่หา​น​เหมือน​ทาง​ที่​ถูก​โรย​ไว้​ด้วย​กลีบ​กุหลาบ​ ได้รับ​ไฟเขียว​ตลอดทาง​ ไร้​อุปสรรค​ใดๆ​ ระหว่าง​ที่​เขา​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​ได้​3ปี​ พื้น​ที่ทาง​ภาคเหนือ​และ​ภาค​กลาง​ต่าง​ปลูก​ข้าวสาลี​และ​ข้าวโพด​ที่​ให้​ผลผลิต​สูงทั้งหมด​ แสดงให้เห็น​ถึงแผ่นดิน​ต้าเซี่ย​ที่​กลายเป็น​แหล่งผลิต​อาหาร​ไป​แล้ว​


การ​ปลูก​ข้าว​ขาว​ให้​ผลผลิต​สูงของ​ภาคใต้​ก็​ประสบความสำเร็จ​ตั้ง​แต่ต้น​ เทคนิค​การ​ปลูก​แบบ​ขั้นบันได​เริ่ม​เข้าที่เข้าทาง​ อีกไม่นาน​ก็​จะถูก​ส่งเสริม​ให้​พื้นที่​ใน​แถบ​ภูเขา​ได้​เพาะปลูก​บ้าง​


องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ภรรยา​ที่​ดี​ของ​ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​ก็​ทำตาม​การเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​ นาง​เสนอ​ว่า​ดินแดน​แห่ง​สายน้ำ​อย่าง​แดน​ใต้​เหมาะ​แก่​การ​เพาะพันธุ์​ ‘หนอน​ไหม​ ข้าว​ขาว​และ​ปลา​’ สามารถ​ขุด​บ่อ​เก็บ​น้ำ​ เลี้ยง​หนอน​ไหม​เป็น​พื้นฐาน​โดย​ใช้ใบ​หม่อน​เป็น​อาหาร​ ใน​บ่อ​ก็​เลี้ยง​ปลา​ พอ​หนอน​ไหม​กิน​ใบ​หม่อน​แล้ว​ปลา​ก็​กิน​มูล​หนอน​ โคลน​ใน​บ่อ​เป็น​สารอาหาร​ให้​นา​ข้าว​และ​ต้น​หม่อน​ น้ำ​ที่​เหลือ​ใน​บ่อ​ยัง​นำมา​ทำ​เป็นระบบ​ชลประทาน​ได้​ วงจร​หมุนเวียน​มีแต่​ประโยชน์​


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงจึงย้าย​หลิน​จื่อเหยียน​ที่​เป็น​นายอำเภอ​อยู่​ใน​หุบเขา​นาน​ถึงสี่ปี​มาเป็น​จือ​โจว​ (ตำแหน่ง​รอง​จาก​เจ้าเมือง​) แห่ง​เมือง​ฉวี​โจว​ นอกจากนี้​ยัง​ประทาน​อนุญาต​ให้​นำ​พื้นที่​กว่า​800หมู่​มาใช้เป็น​ฟาร์ม​ทดลอง​เพื่อ​ทดลอง​การ​เพาะพันธุ์​ ‘หนอน​ไหม​ ข้าว​ขาว​และ​ปลา​’ โดยเฉพาะ​ เจียง​โม่หา​น​และ​ภรรยา​จึงได้​มีโอกาส​ไป​เยี่ยม​ญาติ​…เพื่อ​ช่วย​ชี้แนะ​วิธี​สร้าง​ฟาร์ม​หลวง​ ณ แดน​ใต้​


เสี่ยว​หมี่​ลี่​ที่​อายุ​เกือบ​ห้า​ขวบ​แล้ว​ก็ตาม​บิดา​มารดา​ไปเที่ยว​ แต่​อย่า​คิด​ว่า​นาง​จะได้​เที่ยว​สมใจ ! เพราะ​ต้อง​อยู่​แต่​ใน​ที่ว่า​การเมือง​ฉวี​โจว​เท่านั้น​เพื่อ​คอย​ดูแล​ลูกพี่ลูกน้อง​อย่าง​หลิน​กว่าง​หง​ (บุตรชาย​ของ​หลิน​จื่อเหยียน)​ ที่​เพิ่ง​หัด​คลาน​ แต่​ความเร็ว​ใน​การ​คลาน​นั้น​สูงมาก​ ใน​แต่ละวัน​เสี่ยว​หมี่​ลี่​ต้อง​คอย​ตามหลัง​น้องชาย​ ระวัง​ไม่ให้​เขา​คลาน​ออก​ไป​จาก​บ้าน​หรือไม่​ให้​เขา​คลาน​ลง​บันได​…ช่างน่า​เหนื่อยใจ​เหลือเกิน​


หลัง​รอ​ให้​วิธี​เพาะพันธุ์​ ‘หนอน​ไหม​ ข้าว​ขาว​และ​ปลา​’ แบบ​หมุนเวียน​นี้​เป็นที่​พิสูจน์​และ​ยอมรับ​แล้ว​ ข้าว​พันธุ์ผสม​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ให้​ผลลัพธ์​ จาก​ผลผลิต​ข้าว​ขาว​500ชั่งขึ้นไป​ถึง800ชั่งต่อ​หมู่​ คาด​ว่า​ใน​อีก​สอง​ปี​ข้างหน้า​ก็​คง​ทะลุ​1พันชั่งแล้ว​ ฮ่องเต้​หยวน​ชิงดี​พระทัย​มาก​จึงพระราชทาน​รางวัล​ให้​จวน​สกุล​เจียง​อย่าง​ต่อเนื่อง​


หลังจากที่​เจียง​โม่หา​น​เข้า​รับ​ตำแหน่ง​ชื่อ​หลา​งก​รม​คลัง​ได้​สามปี​แล้ว​ ช่างชูกรมโยธาธิการ​ก็​.ลง​จาก​ตำแหน่ง​ เขา​จึงได้​กระโดด​ขึ้นไป​อี​กรอบ​โดย​นั่ง​ใน​ตำแหน่ง​ช่างชูขุนนาง​ขั้น​สอง​ ตอน​เข้า​ประชุม​ราชสำนัก​ ใน​หมู่​ขุนนาง​ผม​ขาว​ทั้งหลาย​กลับ​มีขุนนาง​หนุ่ม​รูปงาม​ยืน​อยู่​อย่าง​สะดุดตา​ ทั้ง​ดู​น่า​เหลือเชื่อ​และ​เข้ากันได้ดี​


ขุนนาง​ขั้น​สอง​ที่​อายุ​ไม่ถึง25ปี​และ​ยัง​หล่อเหลา​เหมือน​เทพบุตร​ จึงทำให้​สตรี​ใน​เมืองหลวง​จำนวน​ไม่น้อย​อยาก​โดน​เขา​รับ​เป็น​อนุ​ แต่​บ้าน​ที่​เปิดเผย​ว่า​จะส่งบุตรสาว​มาเป็น​อนุ​เหล่านั้น​ ไม่บิดา​ก็​พี่ชาย​ของ​พวก​นาง​มักจะ​ต้อง​โดน​กระสอบ​คลุม​ศีรษะ​แล้ว​โดน​รุม​ทุบตี​ทุกราย​ไป​


บางครั้ง​เป็น​ฝีมือ​ของ​ห​มิน​อ๋อง​ บางครั้ง​เป็น​แม่ทัพ​หลิน​และ​ยังมี​บางครั้ง​ที่​พวกเขา​ร่วมมือ​กัน​…กล้า​คิด​ทำลาย​ชีวิตคู่​ของ​บุตรสาว​พวก​ตน​ ดังนั้น​การปกป้อง​บุตรสาว​โดย​ทุบตี​พวก​มัน​ก็​ถูกต้อง​แล้ว​ !


ขุนนาง​บางคน​บอ​กว่า​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ไร้​คุณธรรม​ แต่งงาน​จะครบ​10ปี​แล้วแต่​คลอด​บุตรสาว​ออกมา​แค่​คนเดียว​และ​ยัง​ไม่อนุญาต​ให้​เจียง​ช่างชูรับ​อนุ​ สร้างชื่อเสียง​ ‘สตรี​ขี้​อิจฉาริษยา​’ ออกมา​…


หลิน​เว่ยเว่ย​โมโห​จน​ซื้อ​ตัว​อาชา​ผอมแห้ง​หยาง​โจว​มาจำนวน​หลาย​คน​ จากนั้น​ก็​ส่งไป​ให้​บุตร​เขย​ของ​ขุนนาง​เหล่านั้น​…เจ้าไม่ได้​บอ​กว่า​ข้า​ขี้​อิจฉาริษยา​อย่างนั้น​หรือ​ ? ได้​ ! ถ้าเช่นนั้น​พวก​เจ้าก็​ทน​กับ​บุตร​เขย​ที่​โปรดปราน​อนุ​แล้ว​ทำลาย​ภรรยา​หลวง​อย่าง​บุตรสาว​พวก​เจ้าไป​เถิด​ ! นับแต่​นั้น​เป็นต้นมา​ ด้าน​ข้าง​ของ​ขุนนาง​เหล่านั้น​ หาก​ไม่มีภรรยา​มาร้องไห้​ให้​ฟัง ก็​เป็น​บุตรสาว​มาโวยวาย​จึงไม่มีเวลา​มาหาเรื่อง​นาง​พักใหญ่​


หลิน​เว่ยเว่ย​โกรธ​จน​มึนหัว​ตาลาย​ ข้าว​ก็​กินไม่ลง​…ขุนนาง​พวก​นี้​ว่าง​กัน​จริงๆ​ เอาแต่​จ้อง​เรือน​หลัง​ของ​คนอื่น​ เก่ง​จริง​ก็​ทำ​สิ่งที่​มีประโยชน์​สิ สร้าง​คุณ​ให้​แผ่นดิน​ ทำเป็น​หรือไม่​ !


เมื่อ​ภรรยา​อารมณ์เสีย​ก็​เป็นธรรมดา​ที่​หัวใจ​ของ​เจียง​โม่หา​น​ก็​จะลุกเป็นไฟ​เช่นกัน​ เขา​รวบรวม​สิ่งที่​ขุนนาง​เหล่านั้น​กระทำ​ทุจริต​และ​ติดสินบน​เจ้าหน้าที่​ รังแก​ชาวบ้าน​และ​ยัง​มีเรื่อง​สกปรก​ต่างๆ​ ส่งไป​ให้​ผู้​ตรวจราชการ​อย่าง​เฝิงชิว​ฟาน​โดยไม่เปิดเผย​ชื่อ​ของ​ตน​


เฝิงชิว​ฟาน​เป็น​เหมือน​หมา​บ้า​ที่​ได้กลิ่น​เหม็น​เน่า​ เขา​เพ่งเล็ง​ขุนนาง​เหล่านั้น​ทันที​ ท้ายที่สุด​ขุนนาง​พวก​นั้น​ก็​ต้อง​มีจุดจบ​แบบ​ร่วงหล่น​จาก​ตำแหน่ง​ ทรัพย์สิน​โดน​ริบ​…ฮ่องเต้​หยวน​ชิงโปรด​การ​ลงโทษ​แบบ​ยึด​ทรัพย์สมบัติ​ที่สุด​ เพราะ​สามารถ​เอา​ผลประโยชน์​ที่​ได้มา​โดย​ไม่ชอบ​ของ​อีก​ฝ่าย​เข้า​คลัง​หลวง​!


ฮ่องเต้​หยวน​ชิงยัง​แต่งตั้ง​ให้​เสี่ยว​หมี่​ลี่​เป็น​เสี้ยน​จู่เพื่อ​บ่งบอกถึง​ความรัก​อัน​แสน​ลำเอียง​ที่​มีต่อ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย…​เจียง​โม่หา​น​จะรับ​อนุ​หรือไม่​ก็​เป็นเรื่อง​ใน​ครอบครัว​ คนนอก​ไม่ต้อง​ยุ่ง​ !


ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ ข่าว​ที่​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ตั้งครรภ์​ก็​กระจาย​ออก​ไป​และ​ก็​ตั้งครรภ์​ได้​3เดือน​แล้วด้วย​ หมี่​ลี่​เสี้ยน​จู่โอ้อวด​คนอื่น​น่าดู​…ข้า​จะมีน้อง​แล้ว​ ! นาง​ถามมารดา​ด้วย​ความไร้เดียงสา​ว่า​ “น้อง​ชอบ​คลาน​ไป​ไหน​มาไหน​เหมือน​น้องชาย​ที่​บ้าน​ท่าน​น้า​หรือเปล่า​เจ้าคะ​ ? ลูก​ใช้เชือก​มัด​น้อง​ไว้​ได้​หรือไม่​ ? ไม่อย่างนั้น​ลูก​ได้​เอาแต่​คอย​ดู​น้อง​ทั้งวัน​แน่นอน​ แบบ​นั้น​ลูก​ต้อง​เหนื่อย​มาก​ไม่ใช่หรือ​เจ้าคะ​ ?”


[1] อาชา​ผอมแห้ง​หยาง​โจว​ หมายถึง​ หญิงสาว​ชาว​หยาง​โจว​ที่​ได้รับ​การ​ฝึกอบรม​พิเศษ​และ​พร้อม​ที่จะ​แต่งงาน​กับ​ผู้มั่งคั่ง​ใน​ฐานะ​อนุภรรยา​


ตอนที่​ 659: คน​ที่​กลับชาติมาเกิด​ใหม่​มัก​มีสูตร​โกง​ติดตัว​กัน​หมด​


หลิน​เว่ยเว่ย​ “…” นี่​เจ้ากำลัง​เลี้ยง​น้อง​หรือ​เลี้ยง​สุนัข​กัน​แน่​ ?


ใน​ชาติ​นี้​ เมื่อ​เจียง​โม่หา​น​ขึ้นไป​ถึงตำแหน่ง​โฉวฝู่​ (หัวหน้า​เหล่า​ขุนนาง​) เขา​เพิ่งจะ​อายุ​30ปี​ต้น​ๆเท่านั้น​ซึ่งเร็ว​กว่า​ชาติก่อน​ถึง10ปี​


ใน​ชาติที่แล้ว​ ตำแหน่ง​โฉวฝู่​ของ​เขา​ทำให้​ผู้คน​หวาดกลัว​ นอก​ราชสำนัก​ยิ่ง​แล้วไป​ใหญ่​ ใน​จวน​หนาวเหน็บ​จน​เขา​รู้ดี​แก่​ใจว่า​ปลาย​ดาบ​พร้อม​จ่อ​อยู่​ที่​ลำคอ​ตลอดเวลา​ ชีวิต​จะสุขสบาย​ได้​ก็​แปลก​แล้ว​ !


ใน​ชาติ​นี้​ ชีวิต​ของ​เขา​ถูก​เขียน​ด้วย​คำ​ว่า​ ‘สมบูรณ์แบบ​’ เบื้องบน​มีบิดา​มารดา​ ข้าง​กาย​มีภรรยา​ เบื้องล่าง​มีบุตรสาว​คอย​ออดอ้อน​ ฮ่องเต้​ให้ความสำคัญ​ ขุน​นางใน​ราชสำนัก​ให้​ความเคารพ​ ราษฎร​เลื่อมใส​…ความ​โศกเศร้า​จาก​ชาติก่อน​ถูก​เติมเต็ม​ เพียง​เพราะ​มีนาง​เข้ามา​…


หลิน​เว่ยเว่ย​อ้า​ปาก​หาว​ ขณะ​จัด​ชุด​ขุนนาง​ใหม่​ของ​เขา​ นาง​ก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​พูดว่า​ “ตำแหน่ง​ขุนนาง​ของ​เจ้าขึ้น​เร็ว​เหมือน​ติด​จรวด​ ฟิ้ว​ ! ตำแหน่ง​ที่​คนอื่น​ใช้ทั้ง​ชีวิต​ก็​ยัง​ขึ้นไป​ไม่ถึง แต่​เจ้ากลับ​นั่ง​ได้​ตั้งแต่​ยัง​หนุ่มแน่น​ คน​ที่​กลับชาติมาเกิด​ใหม่​มัก​มีสูตร​โกง​ติดตัว​กัน​หมด​ !”


เจียง​โม่หา​น​ยิ้ม​แล้ว​ก้มลง​จุมพิต​ที่​หน้าผาก​ของ​นาง​ “ก็​ไม่ใช่เพราะ​มีภรรยา​อย่าง​เจ้าหรือ​ ?” ที่​เขา​พูด​เช่นนี้​ไม่ได้​เพราะ​ถ่อมตน​และ​ไม่ใช่คำชม​เกิน​เหตุ​ ตำแหน่ง​โฉวฝู่​ของ​เขา​นี้​อย่าง​น้อย​ก็​เป็น​ผลงาน​จาก​นาง​ครึ่งหนึ่ง​ เพราะ​ความดี​ของ​นาง​แล้ว​ ราชสำนัก​จึงพระราชทาน​รางวัล​ให้​ไม่หยุด​ ให้​จน​ไม่รู้​จะให้​อะไร​นาง​แล้ว​ มัน​จึงย้าย​มาตก​ที่​ศีรษะ​เขา​จน​หมด​ไม่ใช่หรือ​ ?


“นั่น​เป็น​เพราะ​เจ้าก็​ลงมือ​ทำงาน​แบบ​จริงจัง​ บาง​เรื่อง​ข้า​แค่​พูด​โดย​ยัง​ไม่เข้าใจ​ด้วยซ้ำ​ แต่​เจ้าก็​ทำ​ออกมา​จนได้​ โฉวฝู่​หน้า​หยก​แบบ​เจ้าสมควร​ได้รับ​มัน​แล้ว​ !” คน​ที่อยู่​ด้านนอก​เอาแต่​บอ​กว่า​บัณฑิต​น้อย​ฟัน​ไม่ดี​ชอบ​กินข้าว​นิ่ม​…พวก​ขี้อิจฉา​ ! สามีของ​ข้า​มีฟัน​ที่​แข็งแรง​และ​เป็น​ฟัน​ทองคำ​ต่างหาก​ !!


ใน​ช่วง​ไม่กี่​ปี​ที่อยู่​กรมโยธาธิการ​นั้น​ เจียง​โม่หา​น​ใช้ศูนย์​ปฏิบัติงาน​ของ​กรม​สร้าง​เครื่อง​นวดข้าว​แบบ​มือ​หมุน​และ​เครื่อง​หว่าน​เมล็ด​ขึ้น​มา สามารถ​ช่วย​ประหยัด​แรง​ให้​ชาวบ้าน​ได้​มาก​ ซีเมนต์​ที่​เขา​เป็น​ผู้คิดค้น​ก็​ทำให้​ปราการ​ป้องกัน​เมือง​แข็งแกร่ง​ยิ่งกว่า​เดิม​ หรือ​แม้แต่​ดินปืน​ที่​เขา​ผสม​ออกมา​ก็​ถูก​นำ​ไป​ทดลองใช้​ใน​กองทัพ​ เมื่อ​ปืนใหญ่​หง​อี​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​สนามรบ​ ศัตรู​ฝ่ายตรงข้าม​ก็​พ่ายแพ้​ไป​โดยปริยาย​…


ในเวลานี้​ แม้เขา​จะขึ้น​นั่ง​ใน​ตำแหน่ง​โฉวฝู่​แล้วก็​ยัง​ดำรงตำแหน่ง​ผู้อำนวยการ​โรงงาน​ผลิต​อาวุธ​สงคราม​ซีซาน​อีกด้วย​ อันที่จริง​ใน​ชาติก่อน​ปืนใหญ่​หง​อี​ก็​ถูก​สร้าง​ออกมา​จน​เกือบ​เสร็จ​สมบูรณ์​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​จึงแค่​ปรับปรุง​เพิ่ม​เท่านั้น​ เขา​ค่อนข้าง​สนใจ​กับ​ปืนพก​ที่​ภรรยา​เอ่ยถึง​ ถ้านายทหาร​ใน​กองทัพ​ต้าเซี่ยพก​ไว้​สัก​กระบอก​ก็​คง​ทำให้​ยิง​ศัตรู​ร่วง​เป็นว่าเล่น​ !


เพราะ​เรื่อง​นี้​ เขา​จึงกลายเป็น​คน​เนื้อ​หอม​ในกรม​กลาโหม​อีก​แห่ง​ แม้แต่​ช่างชูกรม​กลาโหม​ก็​แทบจะ​ยก​ตำแหน่ง​แก่​เขา​เพื่อให้​เขา​ศึกษา​และ​พัฒนา​เจ้าสิ่งนี้​ต่อไป​ !


ในเวลานี้​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงกำลัง​นั่ง​ร่ำสุรา​อยู่​กับ​ห​มิน​อ๋อง​ ฝ่าย​ห​มิน​อ๋อง​ตะโกน​เสียง​ดังลั่น​ “ตรัส​ว่า​อย่างไร​นะ​ ? พระองค์​จะสละ​บัลลังก์​ ? ฝ่าบาท​ พระ​วรกาย​ก็​แข็งแรง​อยู่​ไม่ใช่หรือ​ ? ยัง​ทำ​ต่อไป​ได้​ตั้ง​สิบ​ยี่สิบ​ปี​ แล้ว​เหตุใด​ถึงจะเลิก​ทำ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


“ชู่ว​ ! เบา​เสียง​หน่อย​! เจ้านี่​นะ​ ชาติ​นี้​แก้​นิสัย​ชอบ​เอะอะโวยวาย​ไม่ได้​จริงๆ​ !” ฮ่องเต้​หยวน​ชิงที่​สูงวัย​แล้ว​คีบ​กระต่าย​ผัด​เผ็ด​ขึ้น​มาเคี้ยว​อย่าง​เพลิดเพลิน​ ก่อน​จะตรัส​ต่อ​ “คนเรา​น่ะ​ ! จะไม่ยอมรับ​ว่า​ตัวเอง​แก่​แล้ว​ไม่ได้​ ! ตอนนี้​เวลา​เจิ้น​อ่าน​ฎีกา​ พอ​อ่าน​ไป​ได้​ไม่กี่​เล่ม​ก็​ตาลาย​ เมื่อก่อน​ทำงาน​จน​ดึกดื่น​ แถมตอนเช้า​ยัง​ต้อง​มากำราบ​พยัคฆ์​มังกร​ใน​ราชสำนัก​อีก​ ตอนนี้​เจิ้น​ไม่ไหว​แล้ว​…”


ห​มิน​อ๋อง​ขมวด​พระ​ขนง​ “ฎีกา​ก็​ไม่ได้​มีรัชทายาท​ช่วย​อ่าน​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​ ?”


“ใช่ ตอนนี้​งาน​ส่วนใหญ่​มีรัชทายาท​เป็น​ผู้จัดการ​ ทุกคน​เห็น​ความสามารถ​ของ​เขา​แล้ว​ เจิ้นยก​บัลลังก์​ให้​เขา​ก็​ไม่มีอะไร​ให้​ห่วง​อีก​ ?” องค์​รัชทายาท​มีพระ​ชนมายุ​30ชันษา​แล้ว​ ส่วน​พวก​น้องชาย​ของ​เขา​ก็​เติบโต​เป็นผู้ใหญ่​หมด​แล้วด้วย​ บางคน​เริ่ม​มีความคิด​ไม่ซื่อ​ การ​ที่​พระองค์​สละ​บัลลังก์​ในเวลานี้​ยัง​ช่วย​รัชทายาท​กด​คน​ที่อยู่​เบื้องล่าง​ได้​ด้วย​


หลังจากนั้น​อีก​2-3ปี​ องค์​รัชทายาท​ก็​จะได้​นั่ง​ใน​ตำแหน่ง​ได้​อย่าง​มั่นคง​ มีเจียง​โฉวฝู่​เป็น​ขุนนาง​ฝ่ายบุ๋น​คอย​ช่วยเหลือ​ มีจ้าว​ซื่อ​จื่อ​เป็น​ขุนนาง​ฝ่ายบู๊​ พระองค์​ก็​จะได้​มีชีวิต​บั้นปลาย​อย่าง​สุขสงบ​ !


ใต้​หล้า​นี้​เป็น​แผ่นดิน​ที่​พี่น้อง​และ​พระองค์​ร่วมกัน​ต่อสู้​เพื่อ​แลก​มาด้วย​เลือดเนื้อ​ ใน​ช่วง​20ปี​มานี้​พระองค์​ไม่กล้า​ประมาท​แม้แต่​อึด​ใจเดียว​ เพียรพยายาม​ทั้งวันทั้งคืน​และ​ในที่สุด​ก็​สามารถ​สร้าง​แผ่นดิน​อย่าง​ปัจจุบันนี้​ขึ้น​มา พระองค์​กล้า​ตรัส​ได้​เลย​ว่า​ไม่มีฮ่องเต้​สร้าง​แผ่นดิน​พระองค์​ใด​จะทำได้​เทียบเท่า​ สามารถ​สร้าง​แผ่นดิน​ที่​เจริญรุ่งเรือง​ขึ้น​มา !


ยกตัวอย่างเช่น​เรื่อง​ข้าว​ปลา​อาหาร​ก็แล้วกัน​ เสบียง​ใน​คลัง​ของ​พื้นที่​ต่างๆ​ แม้จะข้าม​ปี​แล้วก็​ยัง​กิน​ไม่หมด​ แต่​ของ​ใหม่​ก็​เข้ามา​เพิ่ม​แล้ว​ ภาษีที่ดิน​เก็บ​15ต่อ​1 ลด​มาจาก​30ต่อ​1 ทว่า​ข้าว​ปลา​อาหาร​ที่เก็บ​มาก็​ยัง​เต็ม​คลัง​อยู่ดี​ เมื่อก่อน​มีภัยพิบัติ​ที่ใด​ก็​ต้อง​รวบรวม​เสบียงอาหาร​ทั้ง​แคว้น​ไป​ช่วย​ แต่​ตอนนี้​แค่​คลัง​ของ​หัวเมือง​ต่างๆ​ที่อยู่​รอบข้าง​ก็​พอให้​แจกจ่าย​เสบียง​บรรเทาทุกข์​แก่​ราษฎร​ได้​แล้ว​


เมื่อ​ข้าว​ปลา​อาหาร​มีพอ​ เสบียงอาหาร​ของ​กองทัพ​ก็​เพิ่มขึ้น​ด้วย​ กรม​คลัง​ไม่จำเป็นต้อง​กังวล​เรื่อง​การ​ทำสงคราม​ว่า​จะไป​รวบรวม​อาหาร​จาก​ที่ใด​ แค่​ทุ่งนา​ของ​กองทัพ​ตรง​ชายแดน​ก็​เพียง​พอให้​พวกเขา​กิน​ไป​ถึง2ปี​แล้ว​


ชายแดน​เปิด​ตลาด​การค้า​ข้าม​เขตแดน​ขึ้น​มา โดย​ใช้อาหาร​แลก​วัว​ม้าของ​อีก​ฝ่าย​ ใช้สัตว์​พวก​นั้น​มาเป็นกำลัง​เสริม​ของ​กองทัพ​ ส่งผล​ให้​พวก​ตง​หู​ หุย​เห​อ​และ​แคว้น​ทางใต้​ล้วน​ให้​ความเคารพ​ยำเกรง​ ไม่กล้า​มารุกราน​อีก​


ส่วน​เศษเสี้ยว​ของ​กบฏ​ราชวงศ์​ก่อน​ยิ่ง​ไม่มีโอกาส​ปลุกปั่น​ราษฎร​เข้าไป​ใหญ่​ ราษฎร​อยากได้​อะไร​ ? ก็​แค่​ปัจจัยสี่​เท่านั้น​ ราชวงศ์​ก่อน​เพิ่ง​ถูก​ล้มล้าง​ไป​20ปี​ จึงเป็นธรรมดา​ที่​ราษฎร​จะยัง​จด​จำได้​ว่า​ในเวลานั้น​พวก​ตน​มีชีวิต​อย่างไร​ ภาษีและ​การ​ขูดรีด​ต่างๆ​นานา​ ขุนนาง​ทุจริต​อย่าง​เปิดเผย​ ข้าว​ปลา​อาหาร​ที่​สร้าง​มาด้วย​ความยากลำบาก​ตลอดปี​ก็​มีไม่พอให้​จ่าย​ภาษีด้วยซ้ำ​ ถ้าเกิด​ภัยพิบัติ​ขึ้น​มาราษฎร​ก็​จะไม่มีโอกาส​รอดชีวิต​กัน​มากกว่า​เดิม​ !


ในเวลานี้​ หาก​ครอบครัว​หนึ่ง​เพาะปลูก​กันเอง​ประมาณ​2-3หมู่​ก็​เพียงพอ​จะเลี้ยง​พวกเขา​ได้​ทั้ง​ครอบครัว​แล้ว​ ถ้าขยัน​หน่อย​ก็​บุกเบิก​พื้นที่​รกร้าง​ สามปี​แรก​ไม่ต้อง​จ่าย​ภาษี หลัง​บำรุง​ด้วย​ปุ๋ย​ตามที่​คู่มือ​ของ​ราชสำนัก​บอก​แล้ว​อย่าง​น้อย​ใน​หนึ่ง​ฤดู​ก็​จะได้​ข้าว​ขาว​กลับมา​400-500ชั่ง ส่วน​ผืนดิน​ที่​อุดมสมบูรณ์​เหล่านั้น​ก็​ไม่ต้อง​พูดถึง​เลย​ ถ้าจัดการ​ดีๆ​แล้ว​อย่าง​น้อย​ก็ได้​ผลผลิต​700-800ชั่งหรือ​อาจ​มากกว่า​นั้น​ เมื่อ​ราษฎร​ได้​กิน​อิ่ม​นอน​อุ่น​ มีวิถีชีวิต​ที่​ดี​ ใคร​จะอยาก​ไป​เสี่ยงชีวิต​ให้​โดน​ตัดหัว​เสียบ​ประจาน​กับ​พวก​เจ้า ?


ตอนที่​ทางการ​ออก​ตามล่า​กบฏ​ราชวงศ์​ก่อน​ ราษฎร​ยัง​ให้ความร่วมมือ​สุด​ๆอีกด้วย​ บ้าน​ใคร​มีแขก​แปลกหน้า​มาเยือน​หรือ​ตรอก​ใด​มีคนแปลกหน้า​เพิ่ม​เข้ามา​ พวกเขา​ก็​จะไป​รายงาน​กับ​ทางการ​…พวก​ราษฎร​ไม่อยาก​ให้​ชีวิต​อัน​มั่น​คงที่​สร้าง​มาด้วย​ความยากลำบาก​ต้อง​ย่อยยับ​อีก​ครา​ และ​หลังจาก​ยืนยัน​ตัวตน​ของ​อีก​ฝ่าย​ได้​แล้ว​ พวกเขา​ก็​จะได้เงิน​รางวัล​นำจับ​อีกด้วย​


กรม​การค้า​ที่​ถูก​พัฒนา​อย่าง​ต่อเนื่อง​ยัง​ช่วย​เติม​เงิน​เข้า​คลัง​หลวง​ เมื่อ​ใน​คลัง​มีเงิน​แล้ว​ กรมโยธาธิการ​ก็​มีเงินทุน​มากกว่า​เดิม​ พวกเขา​พัฒนา​อาวุธ​ เครื่องมือ​การเกษตร​และ​เรือเดินสมุทร​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ก็ได้​วงจรชีวิต​ที่​ดีขึ้น​มา กองทัพ​ต้าเซี่ย​แข็งแกร่ง​กว่า​เดิม​ เกษตรกร​กระตือรือร้น​ใน​การ​เพาะปลูก​มากกว่า​เดิม​ การ​คุ้มกัน​ทางทะเล​ยัง​ช่วย​ให้​การค้า​ทางทะเล​เจริญรุ่งเรือง​มาก​ไป​อีก​…


“ใน​แผ่นดิน​ไม่มีราษฎร​หิวโหย​ นอก​แผ่นดิน​ไม่มีศัตรู​กล้า​รุกราน​” คง​เป็น​อุดมคติ​สูงสุด​ของ​ฮ่องเต้​พระองค์​นี้​กระมัง​ ? ในที่สุด​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงก็​สละ​อำนาจ​ใน​พระ​หัตถ์​ ทรง​หันไป​แย้ม​โอษฐ์​กับ​ห​มิน​อ๋อง​ “ท่าน​แม่ทัพ​”


ใน​รัชสมัย​หยวน​ชิงปี​ที่​20 ฮ่องเต้​หยวน​ชิงสละ​ราชบัลลังก์​ ฮ่องเต้​พระองค์​ใหม่​ขึ้น​ครองราชย์​แล้ว​เปลี่ยน​ชื่อ​ปี​เป็น​รัชสมัย​จิ่งหมิง​


รัชสมัย​จิ่งหมิง​ปี​ที่​28 เจียง​โฉวฝู่​ลา​ออกจาก​ตำแหน่ง​ ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ยื้อ​แล้ว​ยื้อ​อีก​ ทว่า​เจียง​โฉวฝู่​ตัดสินใจ​อย่าง​เด็ดขาด​แล้ว​ “ฝ่าบาท​ กระหม่อม​อายุ​มาก​แล้ว​ รับภาระ​หนัก​ๆไม่ไหว​ อย่างไร​ก็​เก็บ​โอกาส​ไว้​ให้​คนหนุ่ม​ไฟแรง​เถิด​พ่ะย่ะค่ะ​…”


ตอนที่​ 660: ใน​วัย​หกสิบ​แล้ว​ยัง​ไป​ฮันนีมูน​?


ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ทอดพระเนตร​เจียง​โฉวฝู่​ที่​ยังมี​เส้น​ผม​ดก​ดำ​และ​ใบหน้า​เต็มไปด้วย​เลือดฝาด​ด้วย​สาย​พระ​เนตร​เหนื่อยหน่าย​ แม้อายุ​ได้​60ปี​แล้ว​ยัง​ไม่ดู​แก่​แม้แต่น้อย​ เหตุใด​ถึงกล้า​เอา​ ‘อายุ​มาก​แล้ว​’ มาอ้าง​ ? ดู​อย่าง​รอง​โฉวฝู่​นั่นสิ​ อายุ​เกือบ​70ปี​แล้ว​ยัง​ไม่อยาก​ลง​จาก​ตำแหน่ง​เลย​ แต่​เจ้าอายุ​แค่​60ปี​ก็​อยาก​ลาออก​แล้ว​ คน​ที่​ไม่รู้​ก็​จะคิด​ว่า​เจิ้น​กดขี่​เจ้า !


“เอาเถิด​ ! ความจริง​เพราะ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​อยาก​ไปเที่ยว​พ่ะย่ะค่ะ​” เจียง​โฉวฝู่​ทูล​ตามตรง​ “ใน​ช่วง​หลาย​ปี​ที่ผ่านมา​นี้​กระหม่อม​ไป​ไหน​ก็​จะมีนาง​ตาม​ไป​ด้วย​ตลอด​ ไม่เคย​ห่าง​กัน​เกิน​ครึ่ง​เดือน​ กระหม่อม​กลัว​ว่า​ถ้าไม่มีกระหม่อม​อยู่​เคียงข้าง​แล้ว​ นาง​จะดูแลตัวเอง​ได้​ไม่ดี​…”


ดังนั้น​…พวก​เจ้าสอง​สามีภรรยา​บอ​กว่า​จะไป​ก็​ไป​กัน​เลย​สิท่า​ ทิ้ง​ให้​เจิ้น​เผชิญหน้า​กับ​ราชกิจ​ที่​แสน​น่าเบื่อ​และ​เหนื่อยหน่าย​คนเดียว​ ? ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ลูบ​พระ​หนุ​ (คาง​) ถ้าอย่างไร​…ทรง​สละ​ราชบัลลังก์​ให้​รัชทายาท​แล้ว​ออก​ไป​ท่องเที่ยว​ชมดินแดน​ที่​ถูก​สร้าง​ขึ้น​โดย​พระองค์​กับ​ฟู่หวง​ดี​หรือไม่​ ?


องค์​รัชทายาท​ที่​กำลัง​ช่วย​ฟู่หวง​สะสางฎีกา​อยู่​ที่​ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​พลัน​รู้สึก​เย็นวาบ​และ​อด​ไม่ได้​ที่จะ​วรกาย​สั่นสะท้าน​ ขันที​ที่​รับใช้​อยู่​จึงรีบ​ไป​หยิบ​เสื้อคลุม​มาให้​ทันที​


ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​พระองค์​นี้​ไม่ได้​บอ​กว่า​จะสละ​ก็​สละ​เลย​หรอก​ ทว่า​เจียง​โฉวฝู่​ตัดสินใจ​ลา​ออกจาก​ตำแหน่ง​ให้ได้​ทันที​ ภายใต้​ความ​จนปัญญา​จึงทำให้​ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ต้อง​เขียนหนังสือ​อนุมัติ​ให้​เขา​…ไม่เขียน​ก็​ไม่ได้​ ! เนื่องจาก​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​ยืน​จ้อง​อยู่​ด้าน​ข้าง​พร้อม​ดาบ​ยาว​40หมี่​ !

….....

หลิน​เว่ยเว่ย​กำลัง​กวัดแกว่ง​กระบอง​เหล็ก​นิล​ประดับ​พู่​แดง​หนัก​หลาย​ร้อยชั่ง​ของ​นาง​เพื่อ​แสดง​กระบวนท่า​หอก​สกุล​จ้าว​ให้​หลาน​ดู​ ! นาง​มีบุตรสาว​หนึ่ง​และ​บุตรชาย​สอง​คน​ เสี่ยว​หมี่​ลี่​บุตรสาว​คนโต​เพิ่ง​ผ่าน​วันเกิด​อายุ​ครบ​40ปี​ ตอนนี้​นาง​ก็ได้​เป็น​ย่า​และ​ยาย​เรียบร้อย​แล้ว​


บุตรชายคนโต​ของ​นาง​อายุ​35ปี​ ตอนนี้​เป็น​ช่างชูกรมโยธาธิการ​ ตอน​เขา​เด็ก​มาก​ๆ ก็​แสดงความสามารถ​ใน​การ​ลงมือทำ​สิ่งต่างๆ​ออกมา​อย่าง​ชัดเจน​แล้ว​ เมื่อ​โต​ขึ้น​อีกหน่อย​เจียง​โม่หา​น​ที่​ดำรงตำแหน่ง​ช่างชูกรมโยธาธิการ​ในเวลานั้น​ก็​ให้​เขา​คอย​อยู่​ใกล้​ๆตลอด​ สั่งสอน​ด้วยตัวเอง​ เรียก​ว่า​คัดลอก​สำเนา​มาจาก​บิดา​เลย​ก็​ว่า​ได้​


บุตรชาย​คน​เล็ก​อายุ​33ปี​ เขา​ฉายแวว​อัจฉริยะ​ตั้งแต่​อายุ​10ขวบ​คือ​สอบ​ได้​เสี่ยว​ซาน​หยวน​ (ได้​อันดับ​1ทุก​สนาม​ หมายถึง​ เซี่ยน​ซื่อ​ ฝู่ซื่อ​และ​เยวี่ยน​ซื่อ​) พอ​อายุ​13ปี​ก็​สอบ​เซียง​ชื่อ​ได้​อันดับ​หนึ่ง​ เดิมที​ตอน​อายุ​15ปี​จะเข้า​สอบ​ฮุ่ย​ซื่อ​แล้ว​ แต่​โดน​บิดา​ห้าม​ไว้​ก่อน​ โดย​ให้​เลื่อน​ไป​อีก​3ปี​ เขา​จึงไม่ได้​ทำลายสถิติ​สอบ​ได้​อันดับ​หนึ่ง​6สนาม​ติด​


สาเหตุ​ที่​เจียง​โม่หา​น​ไม่ให้​เขา​สอบ​ตอน​อายุ​15ปี​ ใช่เพราะ​กังวล​ใน​ความรู้​ความสามารถ​ของ​เขา​ แต่​กลัว​เรื่อง​จิตใจ​ของ​เขา​แทน​ เพราะ​การ​มีชื่อเสียง​ตั้งแต่​อายุ​น้อย​และ​ถูก​คน​ห้อมล้อม​ มัน​ไม่ใช่เรื่อง​ดี​กับ​อนาคต​ของ​เขา​ หลัง​สอบ​ได้​ตำแหน่ง​จอหงวน​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​ให้​เขา​ไป​ดำรงตำแหน่ง​นายอำเภอ​อยู่​ทาง​ภาค​ตะวันตกเฉียงใต้​ที่​เพิ่ง​แย่งชิง​มาจาก​แคว้น​หนาน​ซือ​ได้​


เมื่อ​มีต้น​แบบอย่าง​เจียง​โฉวฝู่​และ​น้าชาย​ใหญ่​ของ​เขา​แล้ว​ ใน​ราชสำนัก​ก็​ไม่มีใคร​กล้า​บอก​ว่าการ​ส่งจอหงวน​ออก​ไป​ทำงาน​ต่างเมือง​เป็น​เพราะ​ไม่ได้รับ​ความสำคัญ​อีก​ ดูเถิด​ว่า​บิดา​ของ​เขา​เป็น​ใคร​ ตอนนั้น​ก็​เป็น​จอหงวน​และ​ถูก​ส่งไป​ยัง​อำเภอ​ห่างไกล​ทาง​ภาค​ตะวันตกเฉียงเหนือ​เช่นกัน​ แต่​อายุ​ยัง​เยาว์​ก็ได้​เป็น​โฉวฝู่​แล้ว​ ดู​น้าชาย​ใหญ่​ของ​เขา​นั่น​อีก​ หลิน​ทั่น​ฮวา​ในเวลานั้น​ก็​ถูก​ส่งไป​อยู่​ใน​ป่า​ใน​เขา​ แต่​ตอนนี้​ได้​เป็น​จ่งตู​ (ผู้ตรวจการ​ระดับ​มณฑล​) ของ​ทั้ง​มณฑล​เจียง​ซีและ​เจียงซู​


มีคน​สรุป​เส้นทาง​แห่ง​ชื่อเสียง​ของ​พวกเขา​ไว้​ว่า​…สถานที่​ยากลำบาก​เท่าไร​ก็​ยิ่ง​สร้าง​ศักยภาพ​และ​ผลงาน​ให้​ง่าย​กว่า​ เป็นไป​ตามที่​คาด​ไว้​เพราะ​บุตรชาย​คน​รอง​ผู้​น่าทึ่ง​ของ​เจียง​โฉวฝู่​เพิ่ง​อายุ​30ต้น​ๆ ก็​ได้รับ​ตำแหน่ง​จ่งตู​ของ​ทั้ง​มณฑล​เจียง​ซีและ​เจียงซู​แล้ว​


สำหรับ​ตระกูล​เจียง​แล้ว​ ฮ่องเต้​ทรง​โปรดปราน​มาก​ เจียง​โฉวฝู่​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​หนึ่ง​ไม่ต้องสงสัย​ นอกจากนี้​ยัง​ได้รับแต่งตั้ง​เป็น​ราชครู​ของ​องค์​รัชทายาท​ด้วย​ บุตรชาย​ทั้งสอง​ก็​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​สอง​ แม้แต่​น้องชาย​ทั้งสอง​ของ​ภรรยา​ก็ได้​เป็น​ขุนนาง​ขั้น​หนึ่ง​และ​ขั้น​สอง​ ลือ​กัน​ว่า​หลังจาก​เจียง​โฉวฝู่ลง​จาก​ตำแหน่ง​แล้ว​ การ​ลงคะแนนเสียง​เก้า​ใน​สิบ​ส่วน​ของ​การคัดเลือก​ผู้​ดำรงตำแหน่ง​โฉวฝู่คน​ต่อไป​ล้วน​ตก​มาที่​หลิน​จื่อถิง​ เนื่องจาก​น้องชาย​ภรรยา​คน​นี้​มีเจียง​โม่หา​น​สอน​มาก​ับมือ​ สอน​แบบ​ใส่ใจยิ่งกว่า​ลูก​ !


ไม่รู้​ว่า​คำพูด​นี้​ไป​ถึงพระ​กรรณ​ของ​ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ได้​อย่างไร​ ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​กลอก​ดวง​เนตร​ทันที​พลาง​นินทา​ใน​หทัย​ว่า​ ‘ถ้าพวก​เจ้ามีความสามารถ​ได้​เหมือน​คน​สกุล​หลิน​และ​สกุล​เจียง​ เจิ้น​ก็​จะโปรดปราน​พวก​เจ้าเหมือนกัน​ !’


บุตรชายคนโต​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​มีบุตรชาย​2คน​และ​บุตรสาว​2คน​ บุตรชายคนโต​อายุ​16ปี​และ​สอบ​ได้​จู่เห​ริน​ บัดนี้​กำลัง​เตรียมตัว​สอบ​ฮุ่ย​ซื่อ​ใน​ปีหน้า​ ส่วน​บุตรชาย​คน​รอง​อายุ​14ปี​ แม้จะสอบ​ซิ่ว​ไฉติด​แล้วก็​ไม่ได้​อยาก​เดิน​ต่อ​ใน​เส้นทาง​นี้​ เพราะ​เขา​มีความสนใจ​ด้าน​การค้า​มากกว่า​ เขา​วิ่ง​ไป​ยัง​ร้านค้า​ต่างแดน​เร็ว​ยิ่งกว่า​อะไร​ดี​ !


บิดา​ของ​เขา​โมโห​จน​อยาก​จะคว้า​ไม้มาฟาด​ แต่​โดน​ท่าน​ปู่​หรือ​อดีต​เจียง​โฉวฝู่​ห้าม​ไว้​…ใน​บรรดา​360อาชีพ​ล้วน​มีจอหงวน​ซ่อน​อยู่​ใน​นั้น​ เนื่องจาก​ตอนนี้​ฐานะ​ของ​พ่อค้า​สูงขึ้น​มาก​แล้ว​ ไม่มีกฎเกณฑ์​ห้าม​ลูกหลาน​พ่อค้า​สอบ​รับราชการ​อยู่​อีก​ แล้ว​เหตุใด​ยัง​ต้อง​ไป​บังคับ​ให้​บุตรชาย​คน​รอง​ทำ​ใน​สิ่งที่​ไม่ชอบ​ ? อีก​อย่าง​คือ​ร้านค้า​ต่างแดน​ก็​อยู่​ภายใต้​การ​ดูแล​ของ​กรม​การค้า​ ฝึกฝน​ไป​สัก​สอง​สามปี​แล้ว​อาจ​มีงาน​ในกรม​การค้า​ให้​เขา​ทำ​ก็ได้​ !


บุตรสาว​สอง​คน​เป็น​ฝาแฝด​ เกิด​มาหน้าตา​ดี​ทั้งคู่​ งดงาม​สุด​ๆไป​เลย​ เด็กสาว​ทั้งสอง​ตัว​ติดกับ​ท่าน​ย่า​มาก​ๆ และ​ยัง​มีพรสวรรค์​ใน​การ​ทำอาหาร​กับ​ขนม​ต่างๆ​ หลิน​เว่ยเว่ย​คุย​กับ​สามีรูปงาม​ว่า​ จะยก​ ‘ร้าน​เถียน​มี่ฉือกวง’​ และ​ ‘ร้านอาหาร​ชาววัง​’ ให้​เป็น​สินเดิม​แก่​หลานสาว​ทั้งสอง​


บุตรชาย​คน​รอง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​แต่งงาน​ช้า บัดนี้​ใน​บ้าน​มีบุตรชาย​สอง​คน​ที่​อายุ​9ขวบ​และ​6ขวบ​ คนโต​ได้ความ​ฉลาด​มาจาก​บิดา​ อายุ​ยัง​น้อย​ก็​อ่าน​สี่ตำรา​ห้า​คัมภีร์​ได้​แล้ว​ ส่วน​เจ้าคน​เล็ก​ได้​พละกำลัง​มหาศาล​มาจาก​ท่าน​ย่า​ เพิ่ง​อายุ​6ขวบ​ก็​เผย​ความสามารถ​ด้าน​การต่อสู้​ออกมา​ ตอนนี้​ห​มิน​อ๋อง​…พี่ชาย​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เหมือน​ได้​สมบัติ​ไป​ครอง​ ใน​แต่ละวัน​ให้​คน​มารับ​เจ้าตัว​น้อย​ไป​ที่​ตำหนัก​อ๋อง​เพื่อ​ฝึก​การต่อสู้​กับ​พวก​หลาน​ๆของ​พระองค์​ แม้เจ้าตัว​น้อย​จะมีอายุ​น้อยที่สุด​ใน​กลุ่ม​ แต่​เรียน​ได้​เร็ว​ที่สุด​ ตอนนี้​พวก​ญาติ​ผู้​พี่​อายุ​มากกว่า​เขา​สามสี่ปี​ก็​ไม่ใช่คู่ต่อสู้​ของ​เขา​แล้ว​ !


“ท่าน​ย่า​ ท่าน​พา​ข้า​ไปเที่ยว​นอกเมือง​กับ​ท่าน​และ​ท่าน​ปู่​ได้​ไหม​ขอรับ​ ? ข้า​จะเป็น​คน​คุ้มกัน​ให้​ท่าน​เอง​ !” เจ้าตัว​น้อย​ใช้หอก​ของ​ตน​มาร่ายรำ​กระบวนท่า​หอก​สกุล​จ้าว​ ท่าทาง​น่าเกรงขาม​มาก​เลย​ เขา​วาง​หอก​ลง​แล้ว​เช็ด​เหงื่อ​ จากนั้น​วิ่ง​เข้า​มาหา​หลิน​เว่ยเว่ย​ ก่อน​จะฉีก​ยิ้ม​หวาน​เพื่อ​ประจบ​


หลิน​เว่ยเว่ย​ส่าย​นิ้วชี้​ใส่เขา​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “แน่นอน​ว่าไม่ได้​ ! นี่​คือ​ทริป​ฮันนีมูน​ของ​ย่า​กับ​ท่าน​ปู่​ เจ้าตาม​ไป​ก็​เสีย​เรื่อง​แล้ว​ยัง​ขัดหู​ขัดตา​ย่า​พอดี​ ! อีก​อย่าง​คือ​ย่า​แค่​ใช้นิ้ว​เดียว​ก็​ยก​เจ้าได้​แล้ว​ ใคร​จะปกป้อง​ใคร​กัน​แน่​ ?”


เจ้าตัว​น้อย​กลอกตา​ ก่อน​จะเข้าไป​เกาะ​แขนนาง​ “ท่าน​ย่า​ ข้า​คิดถึง​ท่าน​พ่อ​กับ​ท่าน​แม่แล้ว​ ท่าน​กับ​ท่าน​ปู่​ไม่ได้​ไป​ที่​กู​ซู (เขตเมือง​เก่า​ของ​ซูโจว​) หรือ​ขอรับ​ ? จะได้​พา​ข้า​ไป​ส่งไว้​ที่นั่น​ ท่าน​วางใจ​ได้​ ข้า​จะไม่รบกวน​โลก​ของ​ท่าน​ทั้งสอง​แน่นอน​ !”


“แบบ​นั้น​ก็​ไม่ได้​ ! เจ้าต้อง​เรียน​ต่อสู้​กับ​เสด็จ​ลุง​ทุกวัน​ ! วิชา​ต่อสู้​นี้​ต้อง​ฝึกฝน​อย่าง​ต่อเนื่อง​ ไฉน​จะหยุด​ไป​ดื้อ​ๆเช่นนี้​ ? เจ้ายัง​อยาก​เป็น​แม่ทัพ​ใหญ่​หรือไม่​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​สตรอเบอร์รี่​เข้า​ปาก​…หวาน​มาก​ !


“ฮ่าฮ่าฮ่า ! เจ้าเด็ก​นี่​ คำพูด​ที่​เจ้าใช้นั้น​ท่าน​น้า​ของ​เจ้าเคย​ใช้ตอน​เป็น​เด็ก​หมด​แล้ว​ ย่า​ของ​เจ้าชินชา​เช่นกัน​ นาง​ไม่หลงคารม​เจ้าหรอก​ !” เสี่ยว​เอ้อร์ฮว๋า…​หลิน​จื่อถิง​หรือ​นักปราชญ์​หลิน​ลูบ​เครา​พลาง​มอง​หลานชาย​พร้อม​รอยยิ้ม​


หลิน​เว่ยเว่ย​เหลือบมอง​เขา​แล้ว​พูด​ด้วย​ความรังเกียจ​ “อายุ​ไม่มาก​แต่กลับ​ไว้หนวด​ไว้​เครา​ แถมยัง​หลง​คิด​ว่า​มัน​สง่างามอยู่​ได้​ทุกวัน​ เจ้าไม่กลัว​ตอน​กินข้าว​อยู่แล้ว​เผลอ​กินเครา​เข้าไป​บ้าง​หรือ​ ?”


นักปราชญ์​หลิน​ปล่อยมือ​จาก​เครา​ตัวเอง​ด้วย​รอยยิ้ม​อัน​ขมขื่น​ ทั่ว​ทั้ง​ราชสำนัก​มีใคร​ไม่อิจฉา​ที่​เขา​มีเครา​สวย​ๆบ้าง​ แต่​พอ​มาอยู่​กับ​พี่​รอง​กลับ​โดน​รังเกียจ​เสียได้​ หลิน​จื่อถิง​หัวเราะ​กลบเกลื่อน​ “พี่​รอง​ ไม่ใช่ทุกคน​จะเหมือน​พี่เขย​รอง​ที่​แก่​แล้ว​ยัง​ดูดี​หรอก​นะ​ พี่เขย​รอง​อายุ​มากกว่า​ข้า​9ปี​ แต่​ยัง​ดู​อ่อนเยาว์​ยิ่งกว่า​ข้า​ ท่าน​บอก​มานะ​ ท่าน​แอบ​ให้​เขา​กิน​ยาอายุวัฒนะ​ใช่หรือไม่​ ?”


[1] ดาบ​ยาว​40หมี่​ มีที่​มาจาก​สำนักข่าว​เขียน​รายงาน​ข่าว​ผิด​ เดิมที​จะเขียน​ว่า​ดาบ​ยาว​40เซนติเมตร​ ( หลี​หมี่​ ) แต่​เขียน​เป็น​40เมตร​ ( หมี่​ ) ชาว​โซเชียล​จึงหยิบยก​มาเป็น​มุกตลก​



จบตอน

Comments