weiwei ep661-668

ตอนที่​ 661: เมื่อ​ตัดสินใจ​แล้ว​ ใคร​ก็​ยาก​จะเปลี่ยน​


“หาก​ข้า​มียาอายุวัฒนะ​ ยัง​ต้อง​แอบ​ให้​พี่เขย​เจ้ากิน​ลับหลัง​ด้วย​หรือ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ใส่น้องชาย​แล้ว​ใช้เท้า​สะกิด​หลานชาย​เบา​ๆ เพื่อให้​เขา​ไป​ฝึก​วิชา​ต่อสู้​ อย่า​แอบ​อู้​ “ที่​พวก​เจ้าดู​แก่​ เพราะ​การกระทำ​ของ​ตัวเอง​ทั้งนั้น​ ใคร​ใช้ให้​พวก​เจ้าทำงาน​ทั้งวันทั้งคืน​ ? ไม่รู้จัก​จัดสรร​เวลา​ให้​ถูกต้อง​ นอน​ดึก​ทำให้​แก่​ง่าย​ที่สุด​…ทำไม​ ? เจ้าเอง​ก็​มาพูด​โน้มน้าว​เหมือนกัน​หรือ​ ?”


หลิน​จื่อถิง​หัวเราะ​ “พี่​รอง​ ท่าน​ก็​อย่า​ตำหนิ​บุตร​ทั้งสอง​คน​ของ​ข้า​ว่า​เข้ามา​ยุ่ง​วุ่นวาย​เลย​ ท่าน​ไม่คิด​บ้าง​ว่า​ตน​กับ​พี่เขย​รอง​อายุ​เท่านี้​แล้ว​ ยัง​จะไป​ ‘ฮันนีมูน​’ อะไร​นั่น​อีก​ ? ถ้าระหว่าง​เดินทาง​เกิด​ล้ม​ป่วย​…จะไม่ให้​น้องชาย​และ​พวก​เด็ก​ๆห่วง​ได้​อย่างไร​ ?”


“ใช่เจ้าค่ะ​ ! ท่าน​แม่ ท่าน​อย่า​ทรมาน​ท่าน​พ่อ​เลย​ !” เจียง​รั่ว​เยียน​หรือ​เสี่ยว​หมี่​ลี่​บุตรสาว​คนโต​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ตั้งแต่​รู้​แผนการ​ของ​อาวุโส​ทั้งสอง​แล้ว​ นาง​ก็​กลับบ้าน​มารดา​แทบ​ทุกวัน​ เฮ้อ​ ! มารดา​คน​นี้​ของ​นาง​อยาก​จะไป​ก็​ไป​ทันที​ ท่าน​พ่อ​ก็​เป็น​พวก​ตามใจ​ภรรยา​ ไม่ว่า​อะไรก็ตาม​ใจท่าน​แม่ นี่​ก็​…ไม่ได้​ทำ​เพราะ​ความฝัน​อยาก​ออก​ไป​ท่องเที่ยว​ทั่วหล้า​ของ​ท่าน​แม่จน​แม้แต่​โฉวฝู่​ก็​ไม่เป็น​แล้ว​หรือ​ !


“ใคร​บอ​กว่า​ท่าน​แม่ของ​เจ้าทรมาน​พ่อ​ ? ออก​ไป​ท่อง​โลก​นั้น​เป็น​ความฝัน​ของ​พ่อ​ ส่วน​แม่เจ้าก็​แค่​ตาม​ไปเป็นเพื่อน​เท่านั้น​ !” เมื่อ​ไม่มีภาระ​งาน​ใด​ๆแล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​เดิน​ได้​เร็ว​ราวกับ​ติดปีก​


เจียง​รั่ว​เยียน​มุ่ย​ปาก​ “ท่าน​พ่อ​ ท่าน​เลิก​พูด​แทน​ท่าน​แม่เถิด​เจ้าค่ะ​ ! ใคร​ก็​บอ​กว่า​อยู่​บ้าน​สบาย​ ออก​นอกบ้าน​ลำบาก​กัน​ทั้งนั้น​ แล้ว​ท่าน​จะให้​ลูก​วางใจ​ได้​อย่างไร​เจ้าคะ​ ?”


เจียง​โม่หา​น​ให้​บ่าว​ขับ​รถม้า​แบบ​พิเศษ​เข้ามา​ มัน​เป็น​รถม้า​ที่​เขา​ปรับปรุง​ให้​กลายเป็น​รถม้า​ที่​สะดวกสบาย​ยิ่งกว่า​เดิม​ ยาง​ที่​เคลือบ​ล้อ​ไว้​ถูก​ซื้อ​มาจาก​หนาน​หยาง​ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้​) ผ่าน​กรม​การค้า​ วง​ล้อ​ทำ​ด้วย​เหล็ก​ เป็น​ของ​ที่​กรมโยธาธิการ​พัฒนา​ขึ้น​มาใหม่​…ล้อ​แบบนี้​ช่วย​ลด​แรง​กระแทก​ ทนทาน​และ​ทุ่นแรง​ที่​สัตว์​ต้อง​ใช้ ตัว​รถ​ก็​เป็น​เหมือน​ห้อง​เล็ก​ๆห้อง​หนึ่ง​ ความ​สะดวกสบาย​เพิ่มขึ้น​เยอะ​…


“พอแล้ว​ พอแล้ว​ ! เจ้าเพิ่ง​อายุ​เท่าไร​ก็​ทำตัว​เป็น​ป้า​แก่​ขี้บ่น​แล้ว​หรือ​ ?” หลิน​เว่ยเว่ย​ขัด​คำพูด​ของ​บุตรสาว​ “แม่ตัดสินใจ​แล้ว​ ใคร​ก็​ยาก​จะเปลี่ยน​ !”


ใน​เช้าของ​ฤดูใบไม้ผลิ​อัน​แสน​อบอุ่น​ อดีต​เจียง​โฉวฝู่​อยู่​ใน​ชุด​ผ้าฝ้าย​ธรรมดา​และ​กำลัง​ขับ​รถม้า​พา​คู่ชีวิต​ออก​ไป​ท่องเที่ยว​ น้องชาย​ทั้งสอง​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ บุตรสาว​คนโต​และ​บุตรชาย​คน​รอง​ก็​พา​หลาน​ๆมาส่งสอง​สามีภรรยา​เฒ่าคู่​นี้​ด้วย​ความ​เหนื่อยใจ​และ​กังวล​


เจียง​รั่ว​เยียน​กำชับ​องครักษ์​ใน​จวน​ว่า​จะต้อง​คุ้มครอง​นาย​ท่าน​และ​นาย​หญิง​ให้​ดี​ จากนั้น​ยัง​สั่งคนขับ​รถม้า​อี​กว่า​หาก​ท่าน​พ่อ​ขับรถ​เหนื่อย​แล้วก็​รีบ​เข้าไป​เปลี่ยน​ อย่า​ปล่อย​ให้​เขา​เหนื่อย​มากเกินไป​…


เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​สอง​สามีภรรยา​กำลัง​เดิน​ทางลง​ใต้​ ทุกครั้งที่​ไป​ถึงหัวเมือง​ใด​ก็ตาม​ พวก​นาง​มักจะ​ซื้อ​ผลิตภัณฑ์​ประจำ​ท้องถิ่น​หรือ​พวก​ของฝาก​แล้ว​ส่งกลับ​เมืองหลวง​ มีของ​คน​ทั้ง​ครอบครัว​ แม้แต่​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​และ​จวน​สกุล​หลิน​ก็​มีด้วย​ บางครั้ง​ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ที่อยู่​ใน​วัง​ก็​ได้รับ​ของขวัญ​เช่นกัน​


ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ “…” นี่​กำลัง​อยาก​อวด​พระองค์​แน่นอน​ !! สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​เกิด​มาเพื่อ​ทำให้​พระองค์​มีโทสะ​ !!


หลิน​เว่ยเว่ย​เดินทาง​พร้อม​ชิมอาหาร​ทุกอย่าง​ที่​ขวางหน้า​ นาง​เขียน​ถึงอาหาร​เลิศ​รส​ทั่วหล้า​ แน่นอน​ว่า​นาง​แค่​รับผิดชอบ​ใน​การ​ร่าง​เท่านั้น​ ส่วน​เรื่อง​วาดภาพ​หรือ​เขียน​บรรยาย​ล้วน​มีสามีที่​วาดภาพ​เก่ง​และ​เขียน​บทความ​ได้ดี​ผู้​นี้​ลงมือ​


ทุกครั้งที่​ไป​ถึงจุดชมวิว​ พวก​นาง​จะหยุดพัก​ตรงนั้น​หลาย​วัน​ หลิน​เว่ยเว่ย​ขึ้นเขาลงห้วย​เป็นเพื่อน​สามี กำลัง​ขา​และ​พละกำลัง​ของ​สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​ทำให้​องครักษ์​หนุ่ม​และ​สาวใช้​ตาม​ไม่ทัน​ เมื่อ​เหนื่อย​แล้ว​พวก​นาง​ก็​หยุดพัก​ หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​กระบอก​น้ำ​ออกมา​ หลัง​ดื่ม​น้ำ​แล้ว​พละกำลัง​ก็​กลับมา​อีกครั้ง​


เจียง​โม่หา​นอ​ด​ไม่ได้​ที่จะ​มอง​กระบอก​น้ำ​ของ​นาง​ เหมือน​ด้านใน​จะมีน้ำ​ที่​ดื่ม​แล้ว​ไม่มีวัน​หมด​ ทำให้​เขา​สงสัย​ว่า​กระบอก​น้ำ​เป็น​เหมือน​หีบ​มหา​สมบัติ​ หลิน​เว่ยเว่ย​เหลือบมอง​ด้วย​รอยยิ้ม​ นาง​ยื่น​กระบอก​น้ำ​ให้​เขา​เพื่อให้​พลิก​ดู​ตามใจชอบ​


หืม​ ? ก็​ไม่ได้​มีอะไร​พิเศษ​ ? เหมือน​กระบอก​น้ำ​ที่​สามารถ​หา​ซื้อ​ได้​ตาม​ข้างทาง​ ? เจียง​โม่หา​นอ​ด​ไม่ได้​ที่จะ​เบน​สายตา​ไป​ยัง​ตัว​ของ​ภรรยา​


หลิน​เว่ยเว่ย​หัวเราะ​พลาง​ขยับ​เข้าไป​ใกล้​เขา​แล้ว​ใช้โอกาส​ตอนที่​ร่างกาย​ของ​ทั้งสอง​ติดกัน​ หยิบ​แอปเปิล​ผล​ใหญ่​ออกมา​หนึ่ง​ผล​ “กิน​สิ เสริมสร้าง​วิตามิน​หน่อย​ !”


ช่วง​หลาย​วัน​มานี้​พวก​นาง​เดินทาง​ตลอด​ ผัก​ที่​นำมา​ด้วย​จึงหมด​นาน​แล้ว​ แต่​ข้าง​กาย​มีพวก​สาวใช้​และ​องครักษ์​อยู่​ด้วย​ตลอด​ นาง​จึงหา​จังหวะ​นำ​ผัก​จาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ออกมา​เติม​ไม่ได้​ นาง​จึงกิน​อะไร​ไม่สะดวกสบาย​เหมือนก่อน​


เจียง​โม่หา​น​รับ​แอปเปิล​มาถือ​ไว้​…นี่​คือ​แอปเปิล​ที่​เพิ่ง​เด็ด​มาจาก​ต้น​ แต่​…เหตุใด​ถึงมีแอปเปิล​สด​ใหม่​ใน​ฤดูกาล​นี้​ ?


“รีบ​กิน​ รีบ​กิน​ ! อย่า​ให้​คนอื่น​เห็น​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​องุ่น​ออกมา​หนึ่ง​พวง​แล้ว​ใช้แขน​เสื้อ​ป้อง​ปาก​ไว้​ นาง​หยิบ​องุ่น​เข้า​ปาก​เหมือน​หนู​แฮมสเตอร์​ สายตา​ยัง​จ้อง​พวก​ข้า​รับใช้​ที่อยู่​ห่าง​ไป​ไม่ไกล​ด้วย​


เจียง​โม่หา​น​จับ​แขน​เสื้อ​นาง​ จากนั้น​ก็​เริ่ม​พลิก​ดู​มือ​ของ​นาง​ราวกับว่า​มัน​มีอะไร​ หลิน​เว่ยเว่ย​คลี่​ยิ้ม​ ดวงตา​โค้ง​เป็น​เสี้ยว​พระจันทร์​…ตรง​หาง​ตา​มีรอย​ตีนกา​ขึ้น​แล้ว​ แต่​ท่าทาง​กลับ​ดู​เจ้าเล่ห์​และ​ไร้เดียงสา​เหมือน​ตอน​ยัง​เป็น​สาวน้อย​ไม่มีผิด​


เจียง​โม่หา​น​กัด​แอปเปิล​…ผลไม้​ฉ่ำน้ำ​มาก​ อร่อย​ยิ่งกว่า​ของ​ที่​ซื้อ​ได้​จาก​ตลาด​หรือ​ผลไม้​ใน​ไร่​เสีย​อีก​ เขา​เริ่ม​ย้อน​นึกถึง​ช่วง​หลาย​ปี​นี้​ ผลไม้​ที่​บ้าน​พวก​ตน​รับประทาน​ ไม่ว่า​จะเป็น​ชนิด​ใด​ก็​รสชาติ​สุดยอด​ทั้งนั้น​ เป็น​ของ​ที่​หา​ซื้อ​ไม่ได้​จาก​ข้างนอก​…


“คือ​อย่างไร​กัน​แน่​ ? ใน​เมื่อ​วันนี้​เจ้ายอม​เปิดเผย​แล้วก็​หมายความว่า​ยอม​เปิดใจ​คุย​กับ​ข้า​แล้ว​ใช่หรือไม่​ ?” เจียง​โม่หา​น​สังเกตเห็น​ใน​บางครั้ง​ แต่​นาง​ไม่พูด​และ​เขา​เอง​ก็​ไม่ถาม


หลิน​เว่ยเว่ย​เข้าไป​ซบ​ไหล่เขา​แล้ว​ป้อน​องุ่น​ให้​เขา​ ก่อน​จะพูด​เบา​ๆว่า​ “ข้า​มีห้วง​มิติ​ประหลาด​ชนิด​หนึ่ง​ ด้านใน​มีแอ่ง​น้ำพุ​วิญญาณ​ตั้งอยู่​ สามารถ​ทำให้​ร่างกาย​แข็งแรง​ได้​ พอ​ดื่ม​ไป​นาน​ๆก็​จะไม่ป่วย​ ตอนแรก​พื้นที่​ด้านใน​ปลูก​พืชผล​ไว้​แค่​5หมู่​เท่านั้น​ ต่อมา​ก็​เปลี่ยนเป็น​ร้อย​หมู่​ พัน​หมู่​…ถ้าใช้น้ำพุ​วิญญาณ​รด​ ผลไม้​ก็​จะลูกดก​และ​รสชาติ​ดี​…”


เจียง​โม่หา​น​เข้าใจ​แล้ว​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​ “ดังนั้น​…เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงที่​เจ้าไป​พบ​โดยบังเอิญ​ ความจริง​มาจาก​ห้วง​มิติ​ประหลาด​นั่น​ของ​เจ้า ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ใส่เขา​ “ตอนแรก​ก็​เป็น​แบบ​นั้น​ เพราะ​เมล็ดพันธุ์​ของ​โลก​นี้​ให้​ผลผลิต​แย่มาก​ ! แต่​เมล็ดพันธุ์​จาก​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ใน​แรกเริ่ม​ไม่ค่อย​มีความเสถียร​ หลัง​ผ่าน​ไป​สามรุ่น​แล้ว​ถึงจะให้​ผลผลิต​ที่​เสถียร​ดังเดิม​ ข้า​จึงคิด​ว่า​จะเอาแต่​พึ่งพา​เมล็ดพันธุ์​จาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ไม่ได้​ อย่างไร​ต้อง​คำนึงถึง​พวก​ลูกหลาน​บ้าง​ ดังนั้น​20กว่า​ปี​มานี้​ข้า​จึงวิจัย​และ​ปรับปรุง​เมล็ดพันธุ์​ใน​ไร่​มาโดยตลอด​…แล้ว​มัน​ก็​สำเร็จ​ด้วย​ล่ะ​ !”


พอ​พูดถึง​ตรงนี้​แล้ว​แววตา​ของ​นาง​ก็​เผย​ความภาคภูมิใจ​ออกมา​…ในที่สุด​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​1พันชั่งต่อ​หมู่​ของ​นาง​ก็​เป็นจริง​ การวิจัย​ใน​โลก​ยุค​โบราณ​นี้​ลำบาก​สุด​ๆ ! แต่​พวก​ลูกศิษย์​และ​ศิษย์​หลาน​ของ​นาง​ยังคง​วิจัย​ข้าว​พันธุ์ผสม​กัน​ต่อไป​ โดย​หวัง​ว่า​จะสร้าง​เมล็ดพันธุ์​ข้าว​พันธุ์ผสม​ชนิด​ใหม่​ขึ้น​มาแล้ว​ทำให้​ผลผลิต​ของ​ข้าว​ขาว​สูงขึ้น​กว่า​เดิม​ !


เจียง​โม่หา​น​จับ​ผม​ของ​นาง​ไป​ทัด​ข้าง​หู​ให้​แล้ว​ลูบ​เส้น​ผม​อัน​ยาว​สลวย​ของ​นาง​ “สิ่งที่​เจ้าทำให้​ต้าเซี่ย​เป็น​สิ่งที่​มีประโยชน์​ต่อ​มวล​มนุษยชาติ​ ทุกคน​ย่อม​รู้ดี​ว่า​เจ้าทำ​อะไร​ ราษฎร​ต่าง​จดจำ​ ใน​หนังสือประวัติศาสตร์​ก็​จะมีชื่อ​ของ​เจ้าอยู่​เช่นกัน​”


ตอนที่​ 662: คน​สูงวัย​ชอบ​รำลึก​ความหลัง​


“เจ้าก็​มอง​ข้า​สูงส่งเกินไป​ เป้าหมาย​ในเวลานั้น​ของ​ข้า​ง่าย​มาก​…คือ​ทำให้​ราษฎร​ได้​กิน​อิ่ม​ท้อง​” ตอน​หลิน​เว่ยเว่ย​ทะลุ​มิติ​เวลา​มา ใน​ภาคเหนือ​กำลัง​ประสบ​ภัยแล้ง​ แม้จะผ่าน​มาหลาย​สิบ​ปี​แล้ว​พอ​หวน​นึกถึง​ก็​ยัง​ทำให้​นาง​ปวดใจ​อยู่ดี​


“เป้าหมาย​นี้​เป็น​ความปรารถนา​ของ​คน​หลาย​รุ่น​มารวมกัน​ แต่​เจ้าทำสำเร็จ​ ! ข้า​ภูมิใจใน​ตัว​เจ้าจริงๆ​!” หลังจาก​รับประทาน​แอปเปิล​ใน​มือ​หมด​แล้ว​ เจียง​โม่หา​น​ก็​ขุด​หลุม​ฝังเมล็ด​องุ่น​ของ​ภรรยา​และ​แกน​แอปเปิล​ที่​ตัวเอง​รับประทาน​ลง​ไป​ “ข้างหน้า​มีหมู่บ้าน​อยู่​ ถ้าออกเดินทาง​ตอนนี้​แล้ว​ตอนเย็น​พวกเรา​น่าจะ​ได้​ไป​ค้างแรม​ที่นั่น​พอดี​กระมัง​ ?”


เนื่องจาก​สภาพอากาศ​กำลังดี​ ทั้งสอง​คน​จึงขี่ม้า​ตัว​เดียวกัน​ออก​ไป​ท่องเที่ยว​ต่อ​ ระหว่าง​นั้น​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​เล่าเรื่อง​สัตว์​ที่​นาง​เลี้ยง​ไว้​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ให้​สามีฟังด้วย​เสียง​แผ่วเบา​ นาง​พูดถึง​พืชผล​ที่​ปลูก​ใน​นั้น​ ผลไม้​และ​พืชผัก​ล้วน​เพียง​พอให้​พวก​นาง​กิน​ไป​หลาย​ชั่วอายุ​ สาเหตุ​ที่​มีคน​บอ​กว่า​พวก​นาง​เหมือน​คน​อายุ​40ปี​ต้น​ๆ แต่​ความจริง​อายุ​มาก​ถึง60ปี​แล้​วจะ​ต้อง​เกี่ยวข้อง​กับ​น้ำพุ​วิญญาณ​ใน​ห้วง​มิติ​แน่นอน​…


สอง​สามีภรรยา​ขอ​นอน​ค้างแรม​ใน​หมู่​บ้านเล็ก​ๆตรง​เบื้อง​หน้าที่​มีอยู่​แค่​สิบ​กว่า​หลังคาเรือน​ แม้หมู่บ้าน​จะเล็ก​แต่​เต็มไปด้วย​ชีวิตชีวา​และ​บรรยากาศ​อบอุ่น​ คนชรา​นั่ง​พูดคุย​กัน​อยู่​ใต้​ต้นไม้​ ส่วน​พวก​เด็ก​ๆก็​วิ่งเล่น​กัน​รอบ​หมู่บ้าน​ ไม่รู้​นั่น​คือ​ลูก​หมา​ของ​บ้าน​ไหน​ มัน​ก็​กำลัง​วิ่ง​ตาม​นาย​น้อย​อย่าง​มีความสุข​และ​ยัง​เห่า​เป็นระยะ​ด้วย​…มีชีวิตชีวา​มาก​เหลือเกิน​


ขณะที่​หลิน​เว่ยเว่ย​มอง​ภาพ​เหล่านั้น​ นาง​ก็​.อด​ไม่ได้​ที่จะ​หัวเราะ​ขึ้น​มาเบา​ๆ…นาง​คิดถึง​วัน​เวลา​ตอน​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​


“ทั้งสอง​ท่าน​มาขอ​พักแรม​กระมัง​ ?” ใน​เส้นทาง​หลาย​ร้อย​ลี้​มีเพียง​หมู่บ้าน​นี้​แห่ง​เดียว​จึงมีคน​มาขอ​พัก​ใน​หมู่บ้าน​บ่อยครั้ง​ ชาย​ชรา​สอง​สามคน​ที่​สนทนา​กัน​อยู่​ใต้​ต้นไม้​จึงไม่แปลกใจ​เมื่อ​เห็น​สอง​สามีภรรยา​ลง​จาก​หลัง​ม้า พวกเขา​ทักทาย​ด้วย​ความสุขุม​


ลูก​หมา​น้อย​ที่​ดูจะ​อายุ​ครบ​เดือน​ได้​ไม่นาน​ก็​ทำ​ใจกล้า​แล้ว​เดิน​เข้ามา​ดม​รองเท้า​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​พร้อม​หาง​ที่​สั่นระรัว​ เด็กน้อย​ไม่กี่​คน​ที่​วิ่งเล่น​กัน​อยู่​ก็​มอง​รถม้า​และ​ม้าด้านหลัง​ของ​พวก​นาง​กับ​บรรดา​บ่าว​รับใช้​…


เจียง​โม่หา​น​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ “ใช่ขอรับ​ เดิน​ทางผ่าน​มาฟ้าก็​มืด​แล้วจึง​อยาก​ขอ​พัก​ค้างแรม​สัก​คืน​ ขอ​ท่าน​ผู้อาวุโส​ได้​โปรด​เมตตา​ด้วย​…”


หลิน​เว่ยเว่ย​ “…” บทสนทนา​นี้​ทำให้​นาง​อด​นึกถึง​ละคร​การ​เดินทาง​สู่ทิศตะวันตก​เวอร์ชั่น​ปี​1983 ไม่ได้​ ตอน​เสวียน​จั้ง (พระ​ถังซัมจั๋ง) ขอ​พัก​ค้างแรม​ก็​เหมือน​จะพูด​แบบนี้​ ? นาง​เหลือบมอง​สามีตัวเอง​ แม้อายุ​มาก​แล้ว​สำหรับ​นาง​ยัง​เห็น​ว่า​เขา​รูปงาม​ยิ่งกว่า​เสวียน​จั้ง !


ชาย​ชรา​ผม​ขาว​คน​หนึ่ง​เคาะ​กระบอก​ยาสูบ​ที่​รองเท้า​ หลัง​ลุกขึ้น​แล้วก็​พยักหน้า​ให้​พวก​นาง​ “บ้าน​ข้า​เพิ่ง​สร้าง​ใหม่​ ส่วน​บ้านเก่า​มีห้อง​ว่าง​ เพียง​พอให้​พวก​ท่าน​นาย​บ่าว​เข้า​พัก​ได้​…ตาม​ข้า​มาเถิด​ !”


หลังจาก​เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​เดิน​ตามหลัง​ชาย​ชรา​คน​นั้น​ไป​แล้ว​ พวก​นาง​ก็​เริ่ม​หาเรื่อง​สนทนา​ “ท่าน​ผู้อาวุโส​ดู​แข็งแรง​มาก​ !”


“แต่​ผ่าน​ปี​นี้​ไป​ก็​อายุ​60แล้ว​ !” ชาย​ชรา​เดิน​เอา​มือ​ไพล่หลัง​ ทันใดนั้น​ก็​มีเด็กน้อย​ตัดผม​ทรง​ฝากา​น้ำชา​ครอบ​เดิน​เข้ามา​จับมือ​เขา​ ชาย​ชรา​จึงลูบ​ศีรษะ​เด็ก​คน​นั้น​ด้วย​รอยยิ้ม​


เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​หันมา​มองหน้า​กัน​ ‘เยี่ยม​ ! อายุ​รุ่น​เดียวกัน​เลย​’


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้สายตา​บอก​เจียง​โม่หา​น​ ‘ท่าน​เจียง​โฉวฝู่​ ท่าน​ดู​หนุ่ม​กว่า​มาก​ !’


เจียง​โม่หา​น​เผย​แววตา​แห่ง​รอยยิ้ม​ ก่อน​จะดึง​มือ​นาง​มาจับ​โดย​ใช้แขน​เสื้อ​บัง​ไว้​ เขา​พูด​ต่อ​ “ท่าน​ผู้อาวุโส​ ผลผลิต​ใน​ไร่​ช่วง​สอง​ปี​นี้​เป็น​อย่างไรบ้าง​ ?”


ชาย​ชรา​มีใบหน้า​เปื้อน​ยิ้ม​ทันที​ “ดี​ ดีมาก​! ปีก่อน​บ้าน​ข้า​ปลูก​ข้าวสาลี​5หมู่​ ข้าวโพด​3หมู่​ พอ​ถึงฤดูใบไม้ร่วง​ก็ได้​ข้าวสาลี​มา4พันกว่า​ชั่ง ข้าวโพด​อีก​3พันชั่ง! ต้อง​ขอบคุณ​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงของ​จ่างกง​จู่ (องค์​หญิง​ขั้น​หนึ่ง​) นี่​เป็นเรื่อง​ที่​ข้า​ไม่เคย​คิดฝัน​แม้แต่​ตอน​ยัง​หนุ่ม​ก็ตาม​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ผู้​เป็น​จ่างกง​จู่พูดว่า​ “อาหาร​มากมาย​ขนาด​นี้​ บ้าน​พวก​ท่าน​กินกัน​หมด​หรือ​?”


“กิน​ไม่หมด​อยู่แล้ว​ !” ชาย​ชรา​พูด​ “ที่​เขต​มีคน​รับซื้อ​ ข้าวสาลี​ชั่งละ​4อีแปะ​ ข้าวโพด​2อีแปะ​ ใน​หนึ่ง​ปี​ นอกจาก​ได้​กิน​แล้วก็​ยัง​ทำ​เงินได้​หลาย​สิบ​ตำลึง​ !”


สำหรับ​ราษฎร​แล้ว​ งาน​ที่​ทำ​มาตลอด​ทั้งปี​สามารถ​ทำให้​อิ่ม​ท้อง​ได้​นั้น​ก็​ถือว่า​ดีมาก​แล้ว​ ดังนั้น​ยิ่ง​ไป​ต้อง​พูด​ถึงว่า​ยัง​หารายได้​เพิ่ม​อีก​เลย​


“ตอน​สมัย​ข้า​ยัง​หนุ่ม​ หลังจาก​ใช้พืชผล​ส่งจ่าย​ภาษีและ​ค่าเช่า​ที่​แล้วก็​แทบ​ไม่เหลือ​ วันหนึ่ง​กิน​ได้​2มื้อ​ก็​มีแต่​บ้าน​ที่​ฐานะ​ดี​หน่อย​เท่านั้น​ แต่​ก็​ยัง​ต้อง​คอย​ประหยัด​ตลอด​ทั้งปี​ พอ​ลอง​คิดดู​แล้ว​…ความรู้สึก​อดมื้อกินมื้อ​ช่างทรมาน​เหลือเกิน​ ! สมัย​นั้น​แย่​สุด​ๆ เปลือกไม้​ราก​ไม้ถูก​คนอื่น​ขุด​กิน​หมด​ แม้แต่​ดิน​ก็​ยัง​กิน​…” คน​สูงวัย​ชอบ​รำลึก​ความหลัง​เป็นธรรมดา​


หลานชาย​คน​เล็ก​ก็​แกว่ง​แขน​เขา​ไปมา​ ขณะ​ถามด้วย​ความสงสัย​ “ท่าน​ปู่​ ดิน​อร่อย​หรือ​ขอรับ​ ?”


“อร่อย​อะไร​กัน​ ? กิน​มาก​ไป​ก็​ท้องอืด​ ท้องเสีย​ ได้​แต่​ตายทั้งเป็น​…” ชาย​ชรา​ลูบ​ศีรษะ​หลานชาย​แล้ว​ถอนหายใจ​ออกมา​ “พวก​เจ้าเกิด​มาใน​ยุค​สมัยนี้​ก็​เหมือน​ตก​มาใน​รัง​แห่ง​ความสุข​ !”


หลานชาย​พยักหน้า​แล้ว​พูด​ด้วย​ท่าทาง​เหมือน​ผู้ใหญ่​ “ข้า​รู้​ ! ชีวิต​ดีๆ​ของ​พวกเรา​เป็น​สิ่งที่​จ่างกง​จู่สร้าง​ให้​ ! ท่าน​ปู่​ เหตุใด​จ่างกง​จู่ถึงสร้าง​เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงออกมา​ได้​ขอรับ​ ? แล้ว​เมื่อก่อน​ไม่มีคน​สร้าง​ออกมา​ได้​หรือ​ ?”


ชาย​ชรา​ตอบ​ด้วย​น้ำเสียง​แผ่วเบา​แต่​แฝงไป​ด้วย​ความเคารพ​ “จ่างกง​จู่เป็น​พระโพธิสัตว์​ลงมา​ช่วยเหลือ​มนุษย์​ ใน​ปี​นั้น​ภาคเหนือ​ประสบ​ภัยแล้ง​อย่าง​รุนแรง​ ผู้คน​ไม่มีข้าวสาร​หรือ​น้ำ​ให้​ดื่ม​เลย​ ในขณะที่​กำลังจะ​อดตาย​แล้ว​ พระโพธิสัตว์​บน​สวรรค์​ก็​บังเอิญ​ลงมา​แดน​มนุษย์​และ​ทน​เห็น​ผู้คน​ทุกข์ทรมาน​ไม่ได้​จึงจำแลง​กาย​เป็น​หญิง​ชาวบ้าน​…เมล็ดพันธุ์​ให้​ผลผลิต​สูงนี้​จะต้อง​เป็น​ของ​ที่​พระนาง​นำ​มาจาก​สวรรค์​ด้วย​แน่นอน​”


หลานชาย​ยัง​ถามต่อ​ “แต่​ท่าน​ปู่​ขอรับ​ หาก​พระโพธิสัตว์​จำแลง​กาย​เป็น​หญิง​ชาวบ้าน​ แล้ว​เหตุใด​ถึงกลายเป็น​จ่างกง​จู่ได้​อีก​ขอรับ​ ?”


“พระโพธิสัตว์​ใน​ร่าง​หญิง​ชาวบ้าน​บังเอิญ​เป็น​บุตรสาว​ที่​พลัดพราก​ของ​เทพ​สงคราม​แห่ง​ต้าเซี่ย​ หลัง​ตามหา​กัน​จน​เจอ​แล้ว​ พระนาง​ยัง​ได้​ช่วยชีวิต​ฮ่องเต้​และ​องค์​รัชทายาท​ไว้​ อดีต​ฮ่องเต้​จึงแต่งตั้ง​นาง​เป็น​องค์​หญิง​” สิ่งที่​ชาย​ชรา​พูด​เหล่านี้​ล้วน​เป็น​สิ่งที่​ได้ยิน​มาจาก​คนใน​เมือง​ทั้งสิ้น​


จ่างกง​จู่ตัวจริง​ “…” เหตุใด​นาง​ถึงไม่รู้​ว่า​ตัวเอง​เป็น​พระโพธิสัตว์​ลงมา​จุติ​ ? ที่แท้​ต้นฉบับ​นิทานพื้นบ้าน​และ​ตำนาน​ต่างๆ​ก็​เกิดขึ้น​เพราะ​แบบนี้​เอง​ !


ระหว่าง​สนทนา​กัน​ พวก​นาง​ก็​มาถึงบ้าน​หลัง​ใหม่​ของ​ชาย​ชรา​ เขา​พูด​กับ​บุตรชายคนโต​ที่​กำลัง​ทำงาน​อยู่​ใน​แปลงผัก​ว่า​ “มีแขก​มา รีบ​ไป​จัด​การบ้าน​หลัง​เก่า​ !”


บุตรชายคนโต​หัวเราะ​ “ท่าน​พ่อ​ วันนี้​เครื่อง​นอน​ของ​บ้านเก่า​เพิ่ง​ซัก​เสร็จ​ น้องชาย​ น้องสาว​ ตาม​ข้า​มา !”


น้องชาย​ ? น้องสาว​ ? พวกเรา​อายุ​เท่า​บิดา​ของ​เจ้า ดังนั้น​เจ้าต้อง​เรียก​ท่าน​ลุง​กับ​ท่าน​ป้า​ต่างหาก​ ! มีตา​แต่​ไร้​แวว​จริงๆ​ !


บ้าน​หลัง​เก่า​ของ​ชาย​ชรา​เหมือน​บ้าน​ใน​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว​ไม่มีผิด​ ห้อง​หลัก​สามห้อง​ ห้อง​ปีก​อีก​ด้าน​ละ​หนึ่ง​ห้อง​ แม้พวกเขา​จะย้าย​ออกจาก​บ้านเก่า​แล้ว​ แต่​บ้าน​หลัง​นี้​ไม่ได้​ดู​ทรุดโทรม​ เห็นได้ชัด​ว่า​มีคน​เข้ามา​ทำความสะอาด​บ่อย​เพียงใด​


บุตรชายคนโต​อธิบาย​ “นี่​ไม่ใช่เพราะ​มีแขก​มาขอ​พัก​ค้างแรม​บ่อย​หรอก​หรือ​ ! อย่างไร​ก็​ต้อง​ดูแล​ไว้​หน่อย​ ไม่เช่นนั้น​ได้​ทำให้​แขก​ต้อง​รอ​แน่​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ถึงได้​เข้าใจ​ว่า​ ‘นี่​ก็​คือ​โฮมสเตย์​แบบ​ยุค​โบราณ​ ! คน​ที่มา​ขอ​พัก​ย่อม​เกรงใจ​เกิน​กว่า​จะพัก​โดย​ไม่จ่าย​เงิน​ ? อย่างไร​นี่​ก็​เป็น​อีก​หนึ่ง​ช่องทาง​หารายได้​กระมัง​ !’


นาง​มอง​หุบเขา​ตรง​หลังบ้าน​ คิด​ว่า​ภูเขา​ที่​หมู่บ้าน​ฉือห​ลี่​โก​ว.ง​ด​งามกว่า​ นาง​ส่ายหน้า​ก่อน​จะถามว่า​ “ใน​หุบเขา​มีสัตว์​ให้​ล่า​หรือไม่​ ?”


ตอนที่​: 663 จู่ๆก็​…หายตัว​ไป​ ?


“ทำไม​ ? หรือ​เจ้ายัง​อยาก​แสดงความสามารถ​เหมือน​ใน​วันวาน​ ? ไม่ดู​ตัวเอง​บ้าง​ เจ้าอายุ​เท่าไร​แล้ว​ ? คิด​ว่า​ตัวเอง​ยัง​เป็น​เด็กสาว​ตัวเล็ก​ๆอยู่​หรือ​ ?” เจียง​โม่หา​น​อ่าน​ความคิด​นาง​ออก​จึงได้​แต่​คลี่​ยิ้ม​และ​ส่ายหน้า​ด้วย​ความ​เหนื่อยใจ​


บุตรชาย​ผู้อาวุโส​ส่ายหน้า​ “ปีก่อน​ยังมี​ฝูงหมาป่า​ลงมา​บ้าง​ แต่​ทางการ​ช่วย​ขับไล่​ให้​พวกเรา​หลายครั้ง​แล้ว​ ถ้าไม่โดน​กำจัด​ พวก​มัน​ก็​หนี​ไป​อยู่​หุบเขา​ลูก​อื่น​แล้ว​ ช่วงนี้​ไม่ได้ยิน​ว่า​มีสัตว์​ใหญ่​อะไร​ให้​ล่า​ แต่​คนใน​หมู่บ้าน​ก็​ยัง​ได้​พวก​ไก่ป่า​หรือ​กระต่ายป่า​มาบ้าง​ หาก​พวก​ท่าน​อยาก​กิน​อะไร​แปลกใหม่​ ข้า​จะไปหา​จาก​คนใน​หมู่บ้าน​มาให้​พวก​ท่าน​ก็ได้​ !”


“ไม่ต้อง​หรอก​ อีก​ประเดี๋ยว​พอ​จัดการ​อะไร​เสร็จ​แล้ว​ ข้า​กับ​สามีจะขึ้นไป​เดินเล่น​บน​หุบเขา​สักหน่อย​ ลอง​เสี่ยงโชค​ดู​บ้าง​ ตอนนั้น​ ข้า​…พวกเรา​ก็​เป็น​นายพราน​ที่​มีชื่อเสียง​ของ​หมู่บ้าน​เช่นกัน​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​คิดถึง​ขุนเขา​ของ​บ้านเกิด​ นาง​คิดถึง​จ่าฝูงหมาป่า​เจ้าเทา​และ​ฝูงหมาป่า​ของ​มัน​ ยังมี​หมี​ควาย​ขี้ขลาด​ตัว​นั้น​…


ผ่าน​ไป​หลาย​สิบ​ปี​แล้ว​ พวก​มัน​จะต้อง​ไม่อยู่​บน​โลก​นี้​แล้ว​แน่นอน​ ลูก​หมา​น้อย​เจ้าดำ​ที่​จ่าฝูงหมาป่า​เจ้าเทา​ยก​ให้​นาง​ก็​แก่​ตาย​ไป​เมื่อ​30ปีก่อน​ ส่วน​รุ่นหลัง​ของ​เจ้าดำ​ก็​ไม่รู้​เกิด​มากี่​รุ่น​แล้ว​ แทบ​ไม่หลงเหลือ​สายเลือด​ของ​หมาป่า​อยู่เลย​ แม้แต่​เจ้านกแก้ว​หงส์แดง​ที่​อายุ​ยืน​ก็​เพิ่ง​จากไป​เมื่อ​ไม่กี่​ปีก่อน​…


วัน​เวลา​ล่วงเลย​ การ​เวียนว่ายตายเกิด​ก็​เช่นเดียวกัน​ พวก​นาง​สอง​คน​อายุ​60ปี​แล้ว​ ใน​สมัยโบราณ​แบบนี้​ถือว่า​เป็น​คน​อายุ​ยืน​มาก​ อาจ​มีสัก​วันที่​พวก​นาง​ต้อง​กลับ​เข้าไป​อยู่​ใน​วังวน​แห่ง​การ​เวียนว่ายตายเกิด​ก็ได้​…หลิน​เว่ยเว่ย​หันมา​สบตา​กับ​สามีพลาง​กุมมือ​เขา​ไว้​แน่น​…นาง​หวงแหน​ช่วงเวลา​ที่​เหลืออยู่​นี้​มาก​


ในขณะที่​พวก​บ่าว​รับ​ใช้กำลัง​ทำความสะอาด​ห้อง​ สาวใช้​ก็​นำ​ชุด​เครื่อง​นอน​ที่​นำมา​ด้วย​ปู​พื้นที่​ของ​ตน​ หลิน​เว่ยเว่ย​และ​เจียง​โม่หา​น​ก็​ไป​เดินเล่น​รอบ​ภูเขา​ที่อยู่​ใกล้​หมู่บ้าน​ ยัง​นำ​กระต่ายป่า​ตัว​อ้วน​3ตัว​และ​ไก่ป่า​อีก​สอง​ตัว​กลับมา​ด้วย​…‘เอา​ออก​มาจาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​’


พอ​ชาย​ชรา​และ​บุตรชาย​ของ​เขา​เห็น​แล้วก็​อด​ไม่ได้​ที่จะ​ตกใจ​…ดู​จาก​ท่าทาง​สูงส่ง รัศมี​ไม่ธรรมดา​ของ​สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​แล้วก็​รู้​ว่า​เป็น​ผู้มั่งคั่ง​ แต่​ใคร​จะไป​คาดคิด​ว่า​พวก​นาง​ล่าสัตว์​เก่ง​ขนาด​นี้​ หรือ​เกิด​ใน​ครอบครัว​นายพราน​จริง​ ? ไม่ถูก​ ! ครอบครัว​นายพราน​ที่​ไหนจะ​ออกจาก​บ้า​นที​หนึ่ง​แล้ว​ยก​ขบวน​กัน​มาเป็น​คาราวาน​ขนาด​นี้​ ไหนจะ​คน​คุ้มกัน​ สาวใช้​และ​ยังมี​พวก​บ่าว​รับใช้​อีก​ ?


“ผู้ชาย​ที่​ดู​อ่อนแอ​นั้น​คง​ไม่ได้​เกิด​มาใน​ตระกูล​แม่ทัพ​หรอก​กระมัง​ ?” ทำให้​คนอื่น​อด​มอง​แต่​รูปร่าง​ภายนอก​ไม่ได้​จริงๆ​ !


อดีต​เจียง​โฉวฝู่​ที่​โดน​คน​สงสัย​ว่า​เกิด​มาใน​ตระกูล​แม่ทัพ​ก็​อยู่​ใน​หมู่บ้าน​แห่ง​นี้​เพียง​วัน​เดียว​เท่านั้น​ นอกจากนี้​สอง​สามีภรรยา​ยัง​ลง​แป​ลงนา​เพื่อ​ช่วย​ชาย​ชรา​ถอน​หญ้า​ ใส่ปุ๋ย​…หลิน​เว่ยเว่ย​ให้​คำแนะนำ​เล็ก​ๆน้อย​ๆ ตอน​พวกเขา​เพาะปลูก​และ​ยัง​มอบ​หนังสือ​เกษตรกรรม​เล่ม​ใหม่​ให้​แก่​หมู่บ้าน​ด้วย​ เนื้อหา​ด้านใน​ครอบคลุม​ทุก​ด้าน​ !


ใน​วันรุ่งขึ้น​ที่​พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​จากไป​ บุตรชาย​ผู้ใหญ่บ้าน​ที่​เข้าไป​เรียนหนังสือ​ใน​เขต​ก็​กลับมา​ เมื่อ​เห็น​หนังสือ​เกษตรกรรม​เล่ม​นี้​รวมถึง​ลายเซ็น​พระนาม​บน​หน้าปก​ เขา​ก็​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ตื่นเต้น​ว่า​ “นี่​เป็น​หนังสือ​เล่ม​ใหม่​ของ​จ่างกง​จู่ ! ยังมี​ลายเซ็น​พระนาม​ด้วย​ ! ท่าน​พ่อ​ขอรับ​ ท่าน​ได้​หนังสือ​เล่ม​นี้​มาจาก​ไหน​ ? เวลา​อ่าน​จะต้อง​ระวัง​นะ​ขอรับ​ หนังสือ​เล่ม​นี้​จะกลายเป็น​มรดกตกทอด​ของ​ตระกูล​เรา​ !”


ผู้ใหญ่บ้าน​เล่า​ที่มา​ของ​หนังสือ​ให้​บุตรชาย​ฟัง จากนั้น​ยัง​เรียก​ชาย​ชรา​มาสอบถาม​อย่าง​ละเอียด​ บุตรชาย​ผู้ใหญ่บ้าน​หลั่ง​น้ำตา​ด้วย​ความตื่นเต้น​ “เป็น​จ่างกง​จู่กับ​ใต้เท้า​โฉวฝู่​ ! ข้า​ได้ยิน​อาจารย์ใหญ่​ที่​สำนักศึกษา​บอ​กว่า​หลัง​ลง​จาก​ตำแหน่ง​แล้ว​ ท่าน​โฉวฝู่​ก็​ออกมา​ท่องเที่ยว​เป็นเพื่อน​จ่างกง​จู่ คาดไม่ถึง​ว่า​พวก​พระนาง​จะมาเยือน​หมู่บ้าน​ของ​พวกเรา​ ! ท่าน​พ่อ​ขอรับ​ ข้า​จะคัดลอก​หนังสือ​เล่ม​นี้​ออกมา​ ส่วน​เล่ม​ต้นฉบับ​พวกเรา​เก็บ​ไว้​เป็น​สมบัติ​เถิด​ขอรับ​ !”


อดีต​เจียง​โฉวฝู่​และ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​เดิน​ทางลง​ใต้​ของ​แม่น้ำ​แยงซี​ก่อน​ ทั้งสอง​ไป​ยัง​พื้นที่​ที่​จ่งตู​อย่าง​บุตรชาย​คน​รอง​ปกครอง​อยู่​ พวก​นาง​แทบจะ​เดิน​จน​ทั่ว​ นายอำเภอ​คน​ไหน​สูบเลือดสูบเนื้อ​ราษฎร​ เจ้าหน้าที่​คน​ไหน​ทำงาน​ขยันหมั่นเพียร​หรือ​เจ้าหน้าที่​คน​ไหน​ทำงาน​ลวกๆ​…พวก​นาง​ต่าง​จด​ไว้​อย่าง​ละเอียด​แล้ว​ส่งไป​ให้​บุตรชาย​จัดการ​


หลิน​เว่ยเว่ย​เน้น​การพัฒนา​พื้นที่​การเกษตร​ใน​แถบ​นี้​ ตรงไหน​ต้อง​ปรับปรุง​ จุด​ไหน​ต้อง​ปรับ​ให้​เข้ากับ​สภาพ​ภูมิประเทศ​ใน​ท้องถิ่น​ นาง​ต่าง​ให้​คำแนะนำ​ได้​ทั้งนั้น​และ​ให้​คน​นำ​ไป​ส่งให้​บุตรชาย​เช่นกัน​…


เมื่อ​มีการ​ดูแล​และ​คำแนะนำ​ของ​พวก​นาง​แล้ว​ บุตรชาย​คน​รอง​ของ​บ้าน​สกุล​เจียง​ก็​ปกครอง​พื้นที่​ได้​ดีกว่า​เดิม​และ​ตามมา​ด้วย​ผลสำเร็จ​อัน​ยิ่งใหญ่​ ส่วน​พื้นที่​ที่​หลิน​จื่อเหยียน​ดูแล​อยู่​ พวก​นาง​ก็​ทำ​เหมือนกัน​…สามีภรรยา​คู่​นี้​เหมือน​สายฝน​ที่​ตก​ทันเวลา​ ไป​ที่ไหน​ก็​ร่มเย็น​ สร้าง​ประโยชน์​บางอย่าง​ให้​แก่​ราษฎร​และ​ขุนนาง​ที่​สุจริต​ก็ได้​สร้างชื่อเสียง​จาก​พวก​นาง​ด้วย​


มีขุนนาง​ไม่น้อย​ที่​อยาก​ให้​พวก​นาง​มายัง​เขต​ปกครอง​ของ​ตน​บ้าง​เพื่อ​มอบ​คำแนะนำ​อัน​แสน​ล้ำค่า​ออกมา​ แน่นอน​ว่า​ขุนนาง​กังฉิน​เหล่านั้น​ก็​ไม่อาจ​หลบซ่อน​อยู่​ภายใต้​สายตา​อัน​เฉียบคม​ของ​พวก​นาง​ได้​ ทั้งสอง​ส่งฎีกา​ไป​ถึงเมืองหลวง​ ทันใดนั้น​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ตรวจการ​ก็​ลงมา​ หลัง​รวบรวม​หลักฐาน​ได้​แล้ว​ ขุนนาง​กังฉิน​ก็​โดน​ปลด​จาก​ตำแหน่ง​ ริบทรัพย์​หรือ​ประหารชีวิต​ก็​ว่า​กัน​ไป​ตาม​ความผิด​…


ด้วยเหตุนี้​ขุนนาง​ชั้นผู้น้อย​จึงเริ่ม​หวาดกลัว​และ​ควบคุม​ความประพฤติ​ของ​คนใน​ครอบครัว​เพราะ​กลัว​ว่า​สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​จะจับ​จุดอ่อน​ได้​


และ​ก็​มีขุนนาง​บางคน​ที่​สืบหา​ร่องรอย​ของ​สอง​สามีภรรยา​ แต่​พวก​นาง​กลับ​ล่องหน​ได้​เหมือน​วิญญาณ​ ไม่เดิน​ทางใน​เส้นทาง​ปกติ​และ​ยัง​คอย​สวมบทบาท​ต่างๆ​ด้วย​ ประเดี๋ยว​ปลอมตัว​เป็น​พ่อค้า​ผ่าน​ทาง​ ซื้อ​ของ​ประจำ​ท้องถิ่น​จาก​เมือง​นี้​แล้ว​ส่งไป​ขาย​อีก​เมือง​หนึ่ง​ ประเดี๋ยว​ก็​แต่งตัว​เป็น​คู่สามีภรรยา​จาก​ชนบท​ที่​ขับ​เกวียน​เทียม​วัว​ไป​ขาย​ผัก​ผลไม้​ใน​เมือง​ อีก​เดี๋ยว​แต่งตัว​เป็น​สำนัก​คุ้มกัน​สิ่งของ​ หลิน​เว่ยเว่ย​ใน​ชุด​บุรุษ​และ​รองเท้า​เสริม​ความสูง​ยิ่ง​ดูเหมือน​บุรุษ​มากกว่า​บุรุษ​แท้ๆ​เสีย​อีก​ ส่วน​เจียง​โม่หา​น​โดน​ภรรยา​แปะ​เครา​ให้​ เรื่อง​ความสูง​พอแล้ว​ แต่​ผอม​ไป​หน่อย​สำหรับ​ผู้ชาย​ดิบ​เถื่อน​…


สถานที่​ที่​พวก​นาง​จะไปเที่ยว​ก็​ไม่แน่นอน​ บางคน​บอ​กว่า​เห็น​พวก​นาง​ที่​ตอน​ใต้​ของ​แม่น้ำ​แยงซี​ แต่​ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ที่​ภาค​ตะวันตกเฉียงใต้​ก็​มีคน​เห็น​พวก​นาง​สอง​คน​…สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​เป็น​หน่วย​สืบราชการลับ​หรือ​ไร​ ? ยัง​หา​คน​มาแต่งตัว​เป็น​พวก​ตน​ใน​ทุกหนทุกแห่ง​ ระหว่าง​นั้น​มีเรื่องราว​ของ​ทั้งสอง​เกิดขึ้น​มากมาย​ ยังมี​คน​ที่​ไม่เคย​เจอ​แล้ว​เข้าไป​ทัก​ผิด​คนจน​ทำให้​เกิดเรื่อง​ขำขัน​ขึ้น​ไม่น้อย​ !


เรื่อง​ก็​เป็น​เช่นนี้​ สอง​สามีภรรยา​เดินทาง​ไป​ทั่วหล้า​ ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ยัง​ให้​ฐานะ​พวก​นาง​ว่า​ ‘ผู้ตรวจการ​แทน​สวรรค์​’ เพราะ​แม้ว่า​ทั้งสอง​จะเดินทาง​ไป​ท่องเที่ยว​ แต่​ก็​มีส่วน​ร่วมกับ​ราชกิจ​ใน​ราชสำนัก​ไม่น้อย​


ทั้งสอง​คน​แทบจะ​ไปเที่ยว​ทุกที่​ที่​มีชื่อเสียง​ของ​แผ่นดิน​แล้ว​ หาก​เจอ​สถานที่​ชอบ​ก็​จะเช่าบ้านพัก​อยู่​กัน​ระยะ​หนึ่ง​ แต่​มีเพียง​ทั้งสอง​คน​เท่านั้น​ ข้า​รับใช้​อะไร​ต่างๆ​ไม่ได้​อยู่​ด้วย​ นาง​ทำอาหาร​ ทำความสะอาด​บ้าน​ ซักผ้า​…ใช้ชีวิต​ที่​แสน​จะธรรมดา​ เรียบง่าย​และ​เป็น​ชีวิตคู่​ที่​อบอุ่น​ที่สุด​ แน่นอน​ว่าด้วย​ฐานะ​และ​ความมั่งคั่ง​ของ​ทั้งสอง​คน​จึงไม่แตกตื่น​กับ​เงิน​จำนวน​ไม่กี่​ตำลึง​ที่​คนธรรมดา​มักจะ​หวงแหน​…


พวก​ลูกหลาน​ใน​เมืองหลวง​ได้รับ​จดหมาย​และ​ของ​ฝากประจำ​ท้องถิ่น​จาก​พวก​นาง​ทุก​เดือน​ หลัง​ได้​ทราบ​เรื่องราว​ต่างๆจาก​พวก​องครักษ์​และ​ข้า​รับใช้​ว่า​สอง​สามีภรรยา​สุข​สบายดี​ ซ้ำยัง​ดู​อ่อนเยาว์​ขึ้น​กว่า​เก่า​อีกด้วย​ พวก​ลูกหลาน​ก็​วางใจ​…ขอ​แค่​พวก​นาง​มีความสุข​ก็​พอ​


แต่​ไม่มีใคร​คาดคิด​มาก่อน​ว่า​ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​ที่​พวก​นาง​ทั้งสอง​อายุ​68ปี​นั้น​ จู่ๆจวน​สกุล​เจียง​ก็​ได้รับ​ข่าวร้าย​…องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​และ​เจียง​โฉวฝู่…​หายตัว​ไป​ !


คนใน​จวน​สกุล​เจียง​ จวน​สกุล​หลิน​และ​ตำหนัก​ห​มิน​อ๋อง​ต่าง​กรีดร้อง​คร่ำครวญ​กัน​ทันที​ แม้แต่​ฮ่องเต้​ก็​ยัง​ตก​พระทัย​ตาม​ไป​ด้วย​ ถึงขั้น​เสด็จ​ออกจาก​วัง​มาตรัส​ถามเรื่องราว​จาก​จวน​สกุล​เจียง​…จดหมาย​ฉบับ​ก่อน​บอ​กว่า​ทั้งสอง​คน​กลับ​ไป​เยี่ยม​ญาติ​ที่​ฉือห​ลี่​โก​ว​แล้ว​อยู่ดีๆ​จะหาย​ไป​ได้​อย่างไร​ ?


ตอนที่​ 664: ข้า​มาช่วย​เจ้าแล้ว​ จ่างกง​จู่ของ​ข้า​


พวก​ข้า​รับใช้​และ​องครักษ์​ที่​ตาม​ไป​ด้วย​ กว่า​จะกลับมา​ก็​ผ่าน​ไป​นาน​และ​บัดนี้​กำลัง​นั่งคุกเข่า​อยู่​ที่​ลานบ้าน​ พวกเขา​ไม่ยอม​ลุกขึ้น​มา จาก​ปาก​พวกเขา​คือ​อดีต​เจียง​โฉวฝู่​และ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​สอง​สามีภรรยา​ขับ​เกวียน​เทียม​ล่อ​ไป​ตาม​ถนน​เขต​เริ่น​อัน​เพื่อ​มุ่งหน้า​สู่หุบเขา​


หลาย​ปี​มานี้​ถนน​ระหว่าง​ฉือห​ลี่​โก​ว​และ​เขต​เริ่น​อัน​ถูก​ซ่อมแซม​แล้ว​ซ่อมแซม​อีก​ จึงถือว่า​เป็น​ถนน​ที่​ไม่เลว​ เป็น​ถนน​สอง​เลน​เหมือน​ยุค​อนาคต​ที่​รถม้า​สอง​คัน​สามารถ​สวนทาง​กัน​ไปมา​ได้​ สอง​สามีภรรยา​ชำนาญ​ทาง​และ​ขับ​เกวียน​เทียม​ล่อ​เก่ง​มาก​ด้วย​ ตัว​รถ​และ​ตัว​ล้อ​ถูก​ออกแบบ​ใหม่​ รถ​จึงวิ่ง​ได้​อย่าง​นิ่มนวล​และ​มั่นคง​ รถม้า​ของ​องครักษ์​และ​ข้า​รับใช้​ด้านหลัง​กำลัง​ขับ​ตาม​พวก​นาง​อยู่ห่างๆ​


แต่​ใคร​จะไป​คาดคิด​ว่า​ใน​ระหว่าง​ทางโค้ง​หนึ่ง​บน​หุบเขา​จะบังเอิญ​พบ​กับ​คุณชาย​เจ้าสำราญ​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​ไม่รู้​ฟ้าสูงแผ่นดิน​ต่ำ​ ควบม้า​บน​เส้นทาง​หุบเขา​ที่​ขรุขระ​อย่าง​บ้าคลั่ง​


พวกเขา​เอง​ก็​คาดไม่ถึง​ว่า​พอ​เลี้ยว​มาก็​จะเจอ​เกวียน​เทียม​ล่อ​จึงลด​ความเร็ว​ไม่ทัน​ โชคดี​ที่​ผู้นำ​กลุ่ม​มีทักษะ​ขี่ม้า​ค่อนข้าง​ดี​จึงเลี่ยง​ตอน​กำลังจะ​ชน​เกวียน​เทียม​ล่อ​ได้​


ทว่า​ล่อ​ของ​เจียง​โม่หา​น​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​ตื่นตกใจ​ มัน​วิ่ง​เบี่ยง​ไป​ด้าน​ข้าง​ตาม​สัญชาตญาณ​ อย่างไรก็ตาม​ด้าน​ข้าง​เป็น​หุบเหว​ลึก​จน​มองไม่เห็น​เบื้องล่าง​ ทันใดนั้น​ล่อ​ก็​เสีย​การทรงตัว​จึงทำให้​เกวียน​และ​สอง​สามีภรรยา​ร่วง​ตก​เหว​…


ซุ่นจื่อ​ที่​บัดนี้​ผม​ขาว​เต็ม​ศีรษะ​เรียบร้อย​แล้วก็​ตกใจ​จน​หายใจ​แทบ​ไม่ออก​ “เดิมที​นาย​ท่าน​ที่นั่ง​อยู่​ตรง​ตำแหน่ง​คนขับ​สามารถ​กระโดด​ออกมา​ได้​ แต่​พอ​หัน​ไปดู​ที่​เกวียน​ด้านหลัง​แล้ว​ ก่อนที่​เกวียน​จะร่วง​ลง​ไป​ ท่าน​ก็​ยัง​พยายาม​ดึง​เชือก​เพื่อ​ควบคุม​ล่อ​…ถ้าบ่าว​ไม่ฟังคำพูด​ของ​ฝูเห​ริน​คือ​เปลี่ยน​ม้าของ​เรา​เป็น​ล่อ​ที่​เพิ่ง​ซื้อ​มา เรื่อง​นี้​ก็​อาจ​ไม่เกิดขึ้น​…เป็น​ความผิด​ของ​บ่าว​ เป็น​ความผิด​ของ​บ่าว​ทั้งหมด​ !”


“ท่าน​ปู่​ ท่าน​ย่า​…”


“ท่าน​ตา​ ท่าน​ยาย​…”


“ท่าน​พ่อ​ ท่าน​แม่…”


“ท่าน​ลุง​ ท่าน​ป้า​…”

…....

จวน​สกุล​เจียง​ดังระงม​ไป​ด้วย​เสียงสะอื้น​ หลิน​จื่อถิง​สนิท​กับ​พี่​รอง​ ข้าวของ​ที่​ถูก​ส่งกลับมา​ทุก​เดือน​จะมีส่วน​ของ​เขา​ด้วย​เสมอ​ เวลา​เขา​เขียนจดหมาย​หา​พี่สาว​ก็​จะเป็น​ซอง​กระดาษ​ปึก​หนา​ๆทั้งนั้น​ หลัง​ได้ยิน​ข่าวร้าย​นี้​แล้ว​เขา​ก็​แทบ​ยืน​ไม่ไหว​ ด้านหน้า​มืดมิด​ หายใจไม่ออก​ แทบ​ล้ม​ลง​ไป​ทันที​ บุตรชาย​ทั้งสอง​คน​เข้ามา​ประคอง​เขา​ไว้​พร้อม​น้ำตา​นองหน้า​…ท่าน​ป้า​ท่าน​ลุง​จากไป​แล้ว​ ท่าน​พ่อ​ก็​จะตาม​ไป​ด้วย​ !


บุตรสาว​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ร้องไห้​จน​หมดสติ​ไป​หลาย​รอบ​ เมื่อวาน​นาง​ยัง​ได้รับ​เครื่องประดับ​ทำ​จาก​งาช้างและ​สร้อยข้อมือ​มรกต​จาก​มารดา​อยู่เลย​ แต่​วันนี้​คนใน​จวน​สกุล​เจียง​กลับมา​รายงาน​ว่า​บิดา​มารดา​ร่วง​ตก​เหว​ เป็น​หรือ​ตาย​ยัง​ไม่รู้​ ถ้าผู้รายงาน​ที่​ไป​ด้วย​นั้น​ไม่ใช่คนสนิท​ฝีมือดี​ที่สุด​ของ​น้องชาย​ นาง​จะต้อง​ทุบ​คน​ผู้​นั้น​จนตาย​แน่นอน​ ตอนแรก​เขา​มารายงาน​ว่า​พวก​ท่าน​จากไป​แล้ว​ด้วยซ้ำ​…สาปแช่ง​ใคร​กัน​ ? ท่าน​พ่อ​ท่าน​แม่ก็​แค่​หายตัว​ไป​ ! แล้ว​จะ…


บุตรชายคนโต​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​กัดฟัน​แน่น​ ดวงตา​แดงก่ำ​ พยายาม​กลั้น​ความเจ็บปวด​เอาไว้​แล้ว​ปลอบใจ​พี่สาว​กับ​พวก​เด็ก​ๆ…


จ้าว​จิน​เฉิงที่​ดำรงตำแหน่ง​ห​มิน​อ๋อง​คน​ปัจจุบัน​กำหมัด​แน่น​และ​ตรัส​ด้วย​สุรเสียง​เด็ดขาด​ว่า​ “ไม่ได้​บอ​กว่า​หา​ตัว​ไม่พบ​หรอก​หรือ​ ?…ไม่แน่​ว่า​อาจ​มีคนใจดี​ช่วย​ไป​แล้ว​ก็ได้​ ! อย่า​เพิ่ง​ร้องไห้​กัน​ ! เปิ่น​หวา​งจะไปดู​ที่​เขต​เริ่น​อัน​ !”


ท้ายที่สุด​ห​มิน​อ๋อง​ บุตรชายคนโต​สกุล​เจียง​และ​หลิน​จื่อถิง​ก็​เดินทาง​ไป​ยัง​ที่เกิดเหตุ​พร้อมกัน​ ฮ่องเต้​ก็​ส่งโอรส​ทั้ง​สี่ไป​ด้วย​


เมื่อ​ไป​ถึงโค้ง​นั้น​แล้ว​ ทุกคน​ก็​ลง​ไป​ที่​ก้น​หน้าผา​ แต่​สิ่งที่​ทำให้​ทุกคน​งุนงง​คือ​ซากศพ​ของ​ล่อ​มีให้​เห็น​ ซาก​เกวียน​ก็​ยังอยู่​ มีเพียง​สิ่งเดียว​ที่​หาย​ไป​คือ​ร่าง​ของ​สอง​สามีภรรยา​ โดยรอบ​เป็น​พงหญ้า​สูงเท่าตัว​คน​ ทว่า​ทุกคน​กลับ​ไม่พบ​รอย​เลือด​แต่อย่างใด​ หรือ​แม้แต่​ไม่เห็น​ร่องรอย​อะไร​เลย​…สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​ราวกับ​หาย​ไป​ใน​อากาศ​อย่างไร​อย่างนั้น​


พวกเขา​จึงไป​เกณฑ์ทหาร​และ​เจ้าหน้าที่​ใน​บริเวณ​นี้​มาตามหา​รอบ​หุบเขา​ที่อยู่​ใกล้​กัน​ แต่​ก็​ยัง​ไม่พบ​ร่องรอย​ของ​ทั้งสอง​คน​ ต่อมา​จึงขยาย​ขอบเขต​การ​ค้นหา​ไป​ยัง​เขต​และ​อำเภอ​ที่อยู่​โดยรอบ​…แต่​ท้ายที่สุด​ก็​ยัง​ไม่พบ​อะไร​


หลิน​จื่อถิง​และ​บุตรชายคนโต​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ตามหา​ด้วยตัวเอง​อยู่​หลาย​เดือน​ แต่​พวกเขา​ก็​ต้อง​เสียแรง​เปล่า​ พวกเขา​เป็น​ขุนนาง​คนสำคัญ​ใน​ราชสำนัก​จึงไม่สามารถ​หา​อยู่​แบบนี้​ได้​ตลอด​ เวลา​ครึ่ง​ปี​เป็นเวลา​มาก​สุด​ที่​ฮ่องเต้​จะให้​พวกเขา​ลางาน​ได้​แล้ว​ หลังจากนั้น​ครึ่ง​ปี​พวกเขา​จึงต้อง​กลับมา​ที่​เมืองหลวง​ แต่​ก็​ยัง​ไม่ยอมแพ้​ใน​การ​ตามหา​ ปี​แรก​ ปี​ที่สอง​…ต่อจากนั้น​อีก​2-3ปี​ก็​ยัง​ไม่มีข่าวคราว​ของ​สอง​สามีภรรยา​เหมือนเดิม​


ตำนาน​พื้นบ้าน​กล่าวว่า​อดีต​เจียง​โฉวฝู่​และ​องค์​หญิง​เว่ยเว่ย​เป็น​เทพ​เห​วิน​ฉวี่​ซิง (เทพ​แห่ง​การศึกษา​) กับ​เทพธิดา​ผู้ดูแล​งาน​เกษตรกรรม​จาก​สรวงสวรรค์​ อวี้​หวง​ต้าตี้​ (เง็ก​เซียน​ฮ่องเต้​) ส่งทั้งสอง​ลงมา​จุติ​ยัง​โลก​มนุษย์​เพื่อ​ช่วยเหลือ​ฮ่องเต้​หยวน​ชิงและ​ฮ่องเต้​จิ่งหมิง​ฟื้นฟู​แผ่นดิน​ต้าเซี่ย​ ตอนนี้​ครบกำหนด​เวลา​แล้วจึง​ถูก​เรียกตัว​กลับ​สวรรค์​…


ผู้คน​บน​แดน​มนุษย์​จึงสร้าง​วัด​และ​สร้าง​รูปปั้น​ให้​ทั้งสอง​พระองค์​ ธูป​หอม​ถูกจุด​พวยพุ่ง​มาก​เป็น​ทบ​ทวี​…

…....

โอ๊ย​ !


เจ็บ​ !


เจ็บ​ไป​ทั้งตัว​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ร้อง​โอดครวญ​…สติ​ค่อยๆ​กลับมา​แจ่มชัด​เพราะ​ความเจ็บปวด​…ความทรงจำ​สุดท้าย​ของ​นาง​คือ​ระหว่าง​ที่​เกวียน​เทียม​ล่อ​จะตก​เหว​ สามีก็​กระโจน​เข้า​มาหา​นาง​ซึ่งถูก​เหวี่ยง​ออกจาก​เกวียน​ ก่อน​ทุกอย่าง​จะดับ​วูบ​ นาง​ถูก​เขา​กอด​ไว้​แน่น​ สอง​มือ​ประสานกัน​พร้อมกับ​ข้าง​หู​ที่​มีเสียง​อ่อนโยน​แต่​หนักแน่น​ของ​เขา​ดัง​ว่า​ “ใน​เมื่อ​อยู่​คู่​กัน​จน​นิรันดร์​ไม่ได้​ เช่นนั้น​ก็​ตาย​ด้วยกัน​ได้​…”


เห็น​อยู่​ชัด​ๆว่า​ก่อนที่​เกวียน​จะตก​เหว​ เขา​มีเวลา​มาก​พอที่จะ​กระโดด​ออก​ไป​ได้​…เจ้าทึ่ม​…โอ๊ย​ ! เจ็บ​ ! หืม​ ? ถ้ารู้สึก​เจ็บ​ได้​ก็​แปล​ว่า​นาง​ยัง​ไม่ตาย​ !! แล้ว​ใต้เท้า​โฉวฝู่​ของ​นาง​อยู่​ที่ใด​ ? เขา​เอง​ก็​…


หลิน​เว่ยเว่ย​พยายาม​ลืมตา​ แต่​นาง​รู้สึก​เวียนหัว​ไป​หมด​…ศีรษะ​ของ​นาง​จะต้อง​กระแทก​แน่นอน​ สมอง​จึงได้รับ​ความกระทบกระเทือน​ ไม่ได้การ​ นาง​ต้อง​กลับมา​มีสติ​ให้ได้​ ไม่แน่​ว่า​ตา​เฒ่ารูปงาม​ของ​นาง​อาจ​กำลัง​รอ​ให้​นาง​ไป​ช่วยชีวิต​เขา​อยู่​ !


ทันใดนั้น​เอง​ จมูก​ของ​นาง​ก็​ได้กลิ่น​น้ำมัน​…ช้าก่อน​ เหตุใด​ถึงมีกลิ่น​น้ำมัน​ ? นาง​นั่ง​เกวียน​ไม่ใช่หรือ​ ไม่ได้​นั่ง​รถยนต์​สักหน่อย​ !! รถยนต์​ ? เจ้านี่​เกือบ​ถูก​ลืมเลือน​ใน​ช่วง​50กว่า​ปี​ที่​นาง​อยู่​ใน​โลก​ยุค​โบราณ​…


“เว่ยเว่ย​ ! เว่ยเว่ย​ !!” จู่ๆข้าง​หู​ก็​มีเสียง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​และ​ตาม​ด้วย​เสียง​ทุบ​กระจก​…


ไม่ถูก​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พยายาม​ลืมตา​ จาก​ความ​เลือนราง​สู่ความกระจ่าง​ชัด​…จาก​ภาพ​ล่อ​เทียมเกวียน​ตรง​เบื้องหน้า​กลายเป็น​ภาพ​ตัว​รถบัส​ที่​ผิด​รูปร่าง​ หน้าต่าง​แตก​กระจาย​ มีเศษกระจก​หล่น​อยู่​ทุกที่​ สัมภาระ​ใน​รถ​ก็​กระจัดกระจาย​…


นี่​คือ​…รถบัส​ที่​นาง​นั่ง​ไป​ฝึกงาน​คัน​นั้น​ ? หรือว่า​…นาง​จะกลับมา​แล้ว​ ?


เพราะ​รถบัส​ตก​เหว​ นาง​จึงทะลุ​เวลา​ไป​และ​ก็​ต้อง​กลับมา​เพราะ​เกวียน​เทียม​ล่อ​ตก​เหว​อย่างนั้น​หรือ​ ? สำหรับ​คนอื่น​แล้ว​ การ​ไม่ตาย​เพราะ​เกวียน​เทียม​ล่อ​ตก​เหว​ถือว่า​โชค​ดีมาก​ แต่​สำหรับ​นาง​แล้ว​ไม่อยาก​กลับมา​ เพราะ​ถ้านาง​กลับมา​ แล้ว​ตา​เฒ่าของ​นาง​จะทำ​อย่างไร​ ? ลูกหลาน​และ​คนใน​ครอบครัว​ของ​นาง​จะเสียใจ​มาก​ขนาด​ไหน​ ? ชีวิต​ที่​ไม่มีเขา​ นาง​จะอยู่​ต่อไป​ได้​อย่างไร​ ?


หยาด​น้ำตา​ค่อยๆ​ไหล​ลงมา​อย่าง​ช้าๆ…


“เว่ยเว่ย​ ! รีบ​ออกมา​ ! น้ำมัน​กำลัง​รั่ว​ออกจาก​ถัง มัน​ระเบิด​ได้​ตลอดเวลา​ เว่ยเว่ย​ ! เว่ยเว่ย​ !!” หลิน​เว่ยเว่ย​ค่อยๆ​หันไป​มอง​ ต้อง​ใช้เวลา​อยู่​พัก​หนึ่ง​นาง​ถึงจะนึกออก​ว่า​ผู้หญิง​ที่​เคาะ​กระจกรถ​อยู่​คือ​รูม​เมท​และ​เพื่อนสนิท​ใน​มหาวิทยาลัย​ของ​นาง​


ระเบิด​ ? บางที​การระเบิด​อาจ​ทำให้​นาง​ได้​ไป​เกิด​ใหม่​ ทำให้​นาง​ทะลุ​มิติ​เวลา​กลับ​ไป​ยัง​ต้าเซี่ย​ กลับ​ไป​อยู่​กับ​คนรัก​ แบบนี้​ก็ดี​เหมือนกัน​ เพราะ​ไม่ว่า​อย่างไร​นาง​ก็​ไม่อยาก​อยู่​บน​โลก​ใบ​นี้​อยู่แล้ว​ คนใน​ครอบครัว​นาง​ คนรัก​ของ​นาง​ล้วน​อยู่​อีก​โลก​หนึ่ง​ หาก​สูญเสีย​พวกเขา​ไป​แล้ว​ชีวิต​นาง​จะมีความหมาย​อะไร​อีก​ ?


มีใคร​บางคน​กำลัง​พยายาม​ถีบ​กระจกหลัง​รถ​อย่าง​สุด​ชีวิต​ นาง​นั่ง​อยู่​แถว​หลัง​สุด​ คน​ผู้​นั้น​คง​อยาก​จะช่วย​นาง​ออก​ไป​ พอ​มอง​ไป​ด้านหน้า​แล้วก็​พบ​ว่า​ใน​รถ​ไม่เหลือ​ใคร​สัก​คน​แล้ว​…คง​ถูก​ช่วย​ออก​ไป​หมด​แล้ว​กระมัง​ ? แบบนี้​ก็ดี​เหมือนกัน​…


“เว่ยเอ๋อร์​ เว่ยเอ๋อร์​ !” คน​ที่​ใช้เท้า​ถีบ​กระจก​อยู่​พลาง​ตะโกน​ออกมา​ด้วย​เสียง​ที่​ไม่คุ้นชิน​ แต่​คำ​ที่​ตะโกน​ออกมา​นั้น​กลับ​ฟังเหมือน​แฝงไป​ด้วย​ความห่วงใย​


ในที่สุด​กระจกหลัง​ที่​แตก​อยู่​แล้วก็​ถูก​ชายหนุ่ม​คน​นั้น​ถีบ​เป็น​รู​ขนาดใหญ่​ เขา​ถอด​เสื้อ​ชั้นนอก​ของ​ตัวเอง​ออก​แล้ว​คลุม​ที่​ปา​กรู​กระจก​เอาไว้​ จากนั้น​ก็​ย่อ​ตัว​มุด​เข้ามา​ เมื่อ​เห็น​ดวงตา​คู่​งามของ​นาง​มอง​มา เขา​ก็​คลี่​ยิ้ม​ให้​ “ข้า​มาช่วย​เจ้าแล้ว​ จ่างกง​จู่ของ​ข้า​ !”


ตอนที่​ 665: สารภาพ​มาเสีย​ดีๆ​ว่า​ไป​คบ​กับ​เทพบุตร​ตอน​ไหน​


หลิน​เว่ยเว่ย​ตาโต​ นาง​ยกมือ​ทั้งสอง​ข้าง​ที่​โชกเลือด​ขึ้น​มาปิดปาก​ตัวเอง​ น้ำตาไหล​ออกมา​ไม่หยุด​ราวกับ​เขื่อน​แตก​…เป็น​เขา​ ! เขา​ก็​มาด้วย​ ? ใต้เท้า​โฉวฝู่​รูปงาม​ของ​นาง​ก็​ตามมา​ด้วย​ ? วิเศษ​ไป​เลย​ !!


ชายหนุ่ม​รีบ​ปลด​เข็มขัดนิรภัย​ให้​นาง​ พยายาม​เลี่ยง​แขน​ข้าง​ซ้าย​ที่​มีเลือด​ออก​ของ​นาง​แล้ว​ค่อยๆ​อุ้ม​นาง​ออกมา​ทาง​กระจกหลัง​ที่​เป็น​รู​นั้น​ ในเวลานี้​ถังน้ำมันเชื้อเพลิง​ของ​รถบัส​เริ่ม​ลุกไหม้​


“รีบ​ถอย​ออกมา​ ! รถ​จะระเบิด​แล้ว​ !!” ชายหนุ่ม​อุ้ม​หลิน​เว่ยเว่ย​เอาไว้​ ขณะ​ตะโกน​ไป​ทาง​พวก​นักศึกษา​สาว​ หลังจากนั้น​ก็​อาศัย​ช่วง​ขา​ยาว​ๆของ​ตน​วิ่ง​ไป​ยัง​จุด​ที่​มีผู้บาดเจ็บ​อยู่​


วิ่ง​ออกมา​ได้​แค่​ไม่กี่​สิบ​ก้าว​เท่านั้น​ เสียง​ระเบิด​ก็​ดัง​ขึ้น​แล้ว​ รถบัส​ระเบิด​ไฟลุก​ท่วม​…ชายหนุ่ม​ถูก​แรง​กระแทก​ของ​ระเบิด​ ก่อน​จะล้ม​กระแทก​พื้น​ เขา​ใช้มือ​กอด​หลิน​เว่ยเว่ย​ไว้​แน่น​ ปกป้อง​เหมือน​สมบัติ​ล้ำค่า​ก็​ไม่ปาน​


จู่ๆพื้น​ก็​กลายเป็น​ชั้น​ใบไม้​ที่​กอง​ทับถม​และ​หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​ถูก​ปกป้อง​ไว้​อย่าง​ดี​ ตอน​กระแทก​กับ​พื้น​จึงไม่รู้สึก​เจ็บ​อะไร​ นาง​ใช้มือ​ข้าง​ที่​ไม่บาดเจ็บ​ของ​ตน​ผลัก​ชายหนุ่ม​ที่​กำลัง​นอน​ทับ​นาง​อยู่​ด้านบน​เบา​ๆ แล้ว​ถามว่า​ “เจ้า…ไม่เป็นไร​ใช่ไหม​ ? บาดเจ็บ​ตรงไหน​หรือเปล่า​ ?”


ชายหนุ่ม​ใช้มือ​ดัน​พื้น​ หลังจาก​ลุกขึ้น​แล้วก็​กลับมา​อุ้ม​หลิน​เว่ยเว่ย​อีกครั้ง​ “ไม่เป็นไร​ อย่าง​มาก​ก็​แค่​บาดแผล​ภายนอก​ เบา​กว่า​ของ​เจ้ามาก​”


เขา​วาง​หลิน​เว่ยเว่ยลงบน​แผ่น​หิน​ จากนั้น​ก็​เริ่ม​สำรวจ​บาดแผล​บน​ตัวนาง​อย่าง​ละเอียด​…โชคดี​ที่​นอกจาก​แขน​ซ้าย​ซึ่งมีแผล​ค่อนข้าง​ลึก​แล้วก็​ไม่มีบาดแผล​ตรงไหน​อีก​ เขา​เงยหน้า​ขึ้น​ ใช้ดวงตา​กระจ่าง​ใสมอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ ก่อน​จะใช้มือขวา​ลูบ​เส้น​ผม​อัน​ยุ่งเหยิง​ของ​นาง​ด้วย​ความอ่อนโยน​แล้ว​ถามเบา​ๆว่า​ “ยัง​รู้สึก​เจ็บ​ตรงไหน​เป็นพิเศษ​อีก​หรือไม่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ขยับ​ขา​ บิด​เอว​ จากนั้น​ก็​ส่ายหน้า​ “ไม่มีแล้ว​…” หลังจาก​พูด​จบ​นาง​ก็​มอง​ชายหนุ่ม​ด้วย​สายตา​ประหม่า​ ปาก​น้อย​ๆอ้า​ขึ้น​แต่​แล้วก็​ปิด​ลง​อีกครั้ง​…นาง​ไม่กล้า​ถาม เพราะ​กลัว​คำ​ว่า​ ‘จ่างกง​จู่ของ​ข้า​’ ที่​ได้ยิน​เมื่อ​ครู่​จะเป็น​เพียง​สิ่งที่​นาง​คิด​ไป​เอง​


“เจ้านั่ง​ก่อน​ อย่า​เพิ่ง​ขยับ​ ไม่อย่างนั้น​แผล​จะฉีกขาด​กว่า​เดิม​ ข้า​โทร​เรียก​รถพยาบาล​แล้ว​” ชายหนุ่ม​เห็น​นาง​ดู​นิ่ง​ไป​จึงบีบ​แก้ม​น้อย​ๆของ​นาง​แล้ว​หัวเราะ​ออกมา​เบา​ๆ “ทำไม​หรือ​ ? แค่​เปลี่ยน​หน้าใหม่​แล้ว​เจ้าก็​จำข้า​ไม่ได้​ ? หรือว่า​…ใบหน้า​นี้​ไม่ดูดี​เท่า​หน้าเก่า​ เจ้าจึงวางแผน​คิด​นอกใจ​ไป​มีคนอื่น​ ?”


“เหลวไหล​ ! ข้า​เปล่า​เสียหน่อย​ ! ใบหน้า​ของ​เจ้า…ก็​ดูดี​เหมือนเดิม​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​ใบหน้า​ของ​เขา​เปื้อน​เลือด​จึงหยิบ​ผ้าเช็ดหน้า​ออกจาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ ชุบ​น้ำพุ​วิญญาณ​ให้​ชุ่มแล้ว​ใช้มือ​ข้าง​ที่​ไม่บาดเจ็บ​ถือ​มัน​เช็ดหน้า​ให้​เขา​


ชายหนุ่ม​เลิกคิ้ว​ คำพูด​ไม่น่าฟัง​สัก​เท่าไร​แต่​ทำให้​คน​ใจเต้น​ได้​ เขา​เข้าไป​กระซิบ​ถามข้าง​หู​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ “ห้วง​มิติ​ลึกลับ​ของ​เจ้าก็​ตามมา​ด้วย​หรือ​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ เห็น​ริมฝีปาก​ของ​เขา​ค่อนข้าง​แห้ง​จึงให้​เขา​ยืน​บัง​สายตา​คนอื่น​ไว้​ แล้ว​นาง​แอบ​หยิบ​แก้วน้ำ​ที่​ใช้เป็นประจำ​ออกมา​ริน​น้ำ​จน​เต็ม​ ก่อน​จะยื่น​ให้​เขา​ดื่ม​


ตอน​เจียง​โม่หา​น​เพิ่ง​ฟื้น​ขึ้น​มา เขา​เห็น​สิ่งแปลกประหลาด​กำลัง​พัง​ย่อยยับ​อยู่​ตรง​เบื้องหน้า​และ​ด้านใน​สิ่งแปลกประหลาด​มีคนแปลกหน้า​กำลัง​บาดเจ็บ​เต็มไปหมด​ เขา​จึงอึ้ง​งัน​ไป​พัก​หนึ่ง​ ผ่าน​ไป​ไม่นาน​เขา​ก็​ได้รับ​ความทรงจำ​ดั้งเดิม​ของ​เจ้าของ​ร่าง​ รู้​ว่า​ตัวเอง​อยู่​บน​รถบัส​ที่เกิด​อุบัติเหตุ​


เขา​ปลด​เข็มขัดนิรภัย​ออก​…โชค​ดีมาก​ที่​ตก​จาก​ที่สูง​ขนาด​นี้​ แต่​ตัว​เขา​ไม่บาดเจ็บ​ตรงไหน​เลย​ ขณะ​มอง​ผู้โดยสาร​คนอื่น​ที่​กำลัง​ร้องไห้​ขอความช่วยเหลือ​ใน​รถ​ แม้จะคิดถึง​ภรรยา​ตัวเอง​แต่​ก็​ทำใจ​ทิ้ง​คน​ที่​บาดเจ็บ​มาก​ขนาด​นี้​ไม่ลง​…หืม​ ใจเขา​เปลี่ยน​มาอ่อนโยน​แบบนี้​ตั้งแต่​เมื่อใด​ ?


เขา​จึงเริ่ม​ขนย้าย​ผู้บาดเจ็บ​ไป​ยัง​สถานที่​ปลอดภัย​ทีละ​คน​ เด็กสาว​คน​หนึ่ง​เข้ามา​คว้า​แขน​เขา​ “คุณ​ ได้​โปรด​ช่วย​เพื่อน​ฉัน​ด้วย​ เธอ​นั่ง​อยู่​เบาะหลัง​สุด​ เมื่อ​ครู่​ฉัน​ตะโกนเรียก​เธอ​ตั้ง​หลาย​รอบ​ แต่​เธอ​ไม่ขานรับ​เลย​สักครั้ง​ ได้​โปรด​ล่ะ​ ช่วย​เธอ​ด้วย​ !”


หลังจาก​พูด​จบ​เธอ​ก็​วิ่ง​ไป​ที่​ท้าย​รถบัส​แล้ว​ออกแรง​ทุบ​กระจก​ที่​แตกร้าว​เหมือน​ใยแมงมุม​และ​ตะโกน​เสียง​ดังลั่น​ว่า​ “เว่ยเว่ย​ ! หลิน​เว่ยเว่ย​ ! เธอ​รีบ​ฟื้น​สิ รีบ​ฟื้น​เร็ว​เข้า​ !”


เจียง​โม่หา​น​ใจเต้น​แรง​ทันที​…หลิน​เว่ยเว่ย​ ? เป็น​นาง​อย่างนั้น​หรือ​ ? ทันใดนั้น​ความทรงจำ​แสน​เลือนราง​ก็​ผุด​ขึ้น​มาใน​สมอง​ของ​เขา​ ภรรยา​เคย​เล่า​ให้​เขา​ฟังว่า​เป็น​เพราะ​ระหว่าง​เดินทาง​ไป​ฝึกงาน​ รถบัส​ที่​นาง​นั่ง​เกิด​อุบัติเหตุ​พลัดตก​เหว​ นาง​ถึงได้​ทะลุ​มิติ​เวลา​มาที่นี่​ หรือว่า​…รถ​คัน​นี้​ก็​คือ​รถ​ที่​ภรรยา​นั่ง​มา ?


เขา​ขมวดคิ้ว​ขณะ​ตามหา​คำตอบ​ใน​ใจ ใช่จริงๆ​ เจ้าของ​ร่าง​เดิม​ตาม​นักศึกษาฝึกงาน​ของ​มหาวิทยาลัย​เกษตร​จีน​เข้า​หุบเขา​ เสียงหัวเราะ​ค่อยๆ​จางหาย​พร้อม​ดวงตา​ที่​ค่อย​ปิด​ลง​…เขา​มาที่​โลก​ของ​นาง​จริงๆแล้ว​ แต่​ไม่รู้​ว่า​…นาง​กลับมา​ด้วย​หรือเปล่า​ !


ขณะ​ดีใจ​และ​วิตกกังวล​ในเวลาเดียวกัน​ เขา​ก็​ถีบ​กระจกหลัง​รถ​แล้ว​ช่วย​สาวน้อย​ด้านใน​ออกมา​ ลอง​ใช้คำพูด​ที่ว่า​ ‘จ่างกง​จู่ของ​ข้า​’ หยั่งเชิง​นาง​ เป็น​อย่าง​ที่​คิด​คือ​นาง​ตกตะลึง​ทันที​ ยกมือ​ปิดปาก​และ​เริ่ม​ร้องไห้​อย่าง​ไร้​สุ้มเสียง​…นาง​จะต้อง​เหมือน​เขา​แน่นอน​ กลัว​ไม่ได้​เจอ​คู่ชีวิต​ ? แค่​ก​แค่​ก​ สาวน้อย​ยัง​ไม่จบ​มหาวิทยาลัย​เลย​ อย่าง​มาก​ก็​น่าจะ​อายุ20ปี​ต้นๆ เรียก​คู่ชีวิต​คง​ดู​ไม่ค่อย​เหมาะสม​เท่าไร​


เด็ก​คน​นี้​มัก​เก็บ​ซ่อน​อารมณ์​ไม่เก่ง​เสมอ​ ไม่เคย​ปกปิด​ใดๆเมื่อ​อยู่​ต่อหน้า​เขา​ ผู้บาดเจ็บ​ที่​เพิ่ง​ช่วย​ออก​มาจาก​รถ​ได้​ยัง​มีน้ำใจ​ยื่น​น้ำ​มาให้​หนึ่ง​แก้ว​ ถ้าให้​คนอื่น​มาเห็น​แล้​วจะ​คิด​อย่างไร​ ? โชคดี​ที่​เขา​เอง​ก็​ตามมา​ด้วย​ ถ้าให้​คนอื่น​เห็น​ความผิดปกติ​ของ​นาง​ คง​ได้​ถูกจับ​ไป​วิจัย​ใน​ห้องทดลอง​แน่นอน​ ?


เขา​ใช้แผ่น​หลัง​ของ​ตัวเอง​ปิดบัง​สายตา​ของ​ทุกคน​แล้ว​รีบ​ดื่ม​น้ำ​จน​หมด​…อืม​ ยัง​รสชาติ​เหมือนเดิม​ “รีบ​เก็บ​แก้ว​ไป​เถิด​ !”


เขา​กวาดสายตา​มอง​โดยรอบ​ก็​เห็น​กระบอก​เก็บ​ความร้อน​หล่น​อยู่​ห่าง​ออก​ไป​ไม่ไกล​ เขา​จึงเดิน​ไป​หยิบ​ ถาน​จิงจิงเพื่อนสนิท​และ​รูม​เมท​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​พุ่ง​เข้ามา​พร้อม​รอยยิ้ม​คลุมเครือ​ เธอ​ขยิบตา​พลาง​พูด​ “ไอ​โหย​ว​ ! มอง​ไม่ออก​เลย​ว่า​น้องสาว​ผู้​ไร้เดียงสา​ของ​พวกเรา​จะแอบ​มีความรัก​…สารภาพ​มาเสีย​ดีๆ​ว่า​เธอ​ไป​คบ​กับ​เทพบุตร​ของ​ฉัน​ตั้งแต่​ตอน​ไหน​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​กลอกตา​ใส่เพื่อน​ “เทพบุตร​ของ​เธอ​อะไร​กัน​ ? นั่น​คือ​เทพบุตร​ของ​ฉัน​ต่างหาก​”


ด้วยเหตุนี้​ทั้งสอง​สาว​จึงกลายเป็น​ ‘ไก่​จิก​กัน​’ ประเดี๋ยว​ก็​เถียง​กัน​ไปมา​ว่า​ ‘เทพบุตร​ของ​ฉัน​’ ต่างหาก​ ฉาก​นี้​เกิดขึ้น​ที่​หอพัก​ของ​พวก​เธอ​บ่อยๆ​ บางครั้ง​ก็​แย่ง​เน็ต​ไอดอล​ บางครั้ง​ก็​แย่ง​หนุ่ม​หล่อ​ใน​มหาวิทยาลัย​…อันที่จริง​ก็​ไม่ได้​แย่ง​อะไร​กัน​จริงจัง​หรอก​ เพราะ​เป็น​แค่​การแสดงออก​ว่า​พวก​เธอ​ชื่นชอบ​ผู้ชาย​พวก​นั้น​มาก​ขนาด​ไหน​ !


“ชู่ว…​เขา​มาแล้ว​ ว้าว​ ช่วง​ขา​ของ​เขา​ยาว​จัง ท่า​เดิน​ก็​หล่อ​มาก​ !” ถาน​จิงจิงจ้อง​เขา​จน​น้ำลาย​จะไหล​อยู่แล้ว​ “แขน​ของ​เขา​แข็งแรง​มาก​ รูปร่าง​จะต้อง​ดีมาก​แน่​เลย​ ! เขา​เป็น​ฮีโร่​ใน​ใจฉัน​ เทพบุตร​ขี่ม้า​ขาว​ที่​ช่วย​ฉัน​จาก​อันตราย​ อย่า​ห้าม​ฉัน​…ฉัน​จะใช้ร่างกาย​ตอบแทน​เขา​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้มือ​ข้าง​ที่​ไม่บาดเจ็บ​จิ้มหน้าผาก​เพื่อน​สาว​ “เดี๋ยวก่อน​ ! เก็บ​ความคิด​เพ้อฝัน​ของ​เธอ​ไป​เลย​ บอก​แล้ว​ไงว่า​เขา​เป็น​ของ​ฉัน​ ของ​ฉัน​คน​นี้​ !”


ถาน​จิงจิงถลึงตา​ใส่ “ยัย​น้อง​เล็ก​ เธอ​จะกิน​คนเดียว​ไม่ได้​ มีผู้ชาย​ดีๆ​ก็​ต้อง​แบ่ง​กัน​ ! พวกเรา​มาแย่ง​กัน​อย่าง​ยุติธรรม​ดีกว่า​ !”


“แย่ง​ ? เธอ​ไม่มีหวัง​แล้ว​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​คว้า​แขน​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​ของ​คน​เป็นเจ้าของ​ “สา..ของ​ฉัน​ ใคร​ก็​อย่า​คิด​จะแตะ​ ถ้าไม่อยาก​โดน​ฝ่าเท้า​พิฆาต​ !”


ตอนที่​ 666: ความ​หล่อเหลา​ของ​ลูกชาย​สามารถ​ฆ่าเด็กสาว​ตาย​ได้​ภายใน​ไม่กี่​วินาที​


“ระวัง​หน่อย​ ประเดี๋ยว​โดน​แผล​ที่​แขน​ของหล่อน​” เจียง​โม่หา​น​เปิด​กระบอก​เก็บ​ความร้อน​แล้ว​ยื่น​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​ซึ่งก็​เข้าใจ​จุดประสงค์​ของ​เขา​ได้​ทันที​ ใน​มุมที่​ถาน​จิงจิงมองไม่เห็น​ เธอ​นำ​กระบอก​เก็บ​ความร้อน​มาใส่น้ำพุ​วิญญาณ​ลง​ไป​


เจียง​โม่หา​น​รับ​มาถือ​ไว้​อีกครั้ง​ ก่อน​จะฉีก​แขน​เสื้อ​ของ​เธอ​ออก​เบา​ๆ แล้ว​ใช้น้ำพุ​วิญญาณ​ล้างแผล​ให้​ ทันใดนั้น​ความ​แสบ​ร้อนที่​บาดแผล​ก็​กลายเป็น​ความรู้สึก​เย็นสบาย​ขึ้น​มาทันที​


ถาน​จิงจิงอยากรู้อยากเห็น​สุด​ๆ ขณะ​มอง​หนุ่ม​หล่อ​ตรงหน้า​ราวกับ​กำลัง​ตรวจสอบ​บัญชี​ เธอ​ก็​ถามว่า​ “พี่ชาย​สุด​หล่อ​ชื่อ​อะไร​ ? เป็น​นักศึกษา​ใน​มหาวิทยาลัย​เกษตร​ของ​เรา​หรือ​ ? ทำไม​เมื่อก่อน​ไม่เคย​เห็น​พี่ชาย​มาก่อน​ ? พี่ชาย​รู้จัก​กับ​น้อง​เล็ก​ของ​เรา​ได้​อย่างไร​ ? บอก​มาดีๆ​นะ​ ไม่อย่างนั้น​อย่า​หวัง​ว่า​จะจีบ​เว่ยเว่ย​ที่​ทั้ง​เก่ง​และ​น่ารัก​ของ​เรา​เด็ดขาด​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​เอง​ก็​สงสัย​เช่นกัน​ คน​ที่​ตา​เฒ่ารูปงาม​ทะลุ​มิติ​มาเข้า​ร่าง​ เป็น​คน​แบบ​ไหน​กัน​แน่​ แต่​ไม่ว่า​จะทำ​อาชีพ​อะไร​หรือ​ยากไร้​เป็น​ขอทาน​ เธอ​ก็​จะเลี้ยงดู​เขา​…ใต้เท้า​โฉวฝู่​ชอบ​กินข้าว​นิ่ม​หรือไม่​ ?


เจียง​โม่หา​น​นำ​ผ้าเช็ดหน้า​ที่​หลิน​เว่ยเว่ย​เพิ่ง​ยื่น​ให้​มาชุบ​น้ำ​แล้ว​เช็ด​ใบหน้า​น้อยๆของ​ภรรยา​จน​สะอาด​ เมื่อ​เช็ด​คราบเลือด​และ​คราบ​สกปรก​บน​ใบหน้า​หมด​แล้ว​ ใบหน้า​อวบ​อิ่ม​ของ​เธอ​ก็​ถูก​เผย​ออกมา​ ขน​ตา​งอน​ยาว​ ปาก​นิด​จมูก​หน่อย​…ไม่จัด​ว่า​สวย​มาก​ แต่​ใน​สายตา​ของ​เขา​กลับ​ดู​น่ารัก​สุดๆ


เขา​หัวเราะ​เบาๆ “ฉัน​ชื่อ​เจียง​โม่หา​น​ เจียง​ มาจาก​เจียง​จื่อห​ยา​ (นัก​ยุทธศาสตร์​การสงคราม​ที่​เก่งกาจ​ที่สุด​ใน​ประวัติศาสตร์​จีน​) โม่ มาจาก​บี่โม่ (พู่กัน​และ​หมึก​) หา​น​ มาจาก​หา​นเฟยจื่อ​ (ยอด​ตำรา​ปรัชญา​ที่​ประกอบด้วย​บทความ​ทั้งสิ้น55บท​ เนื้อหา​ภายใน​มีความ​ยาว​กว่า​1เเสนตัวอักษร​) ปี​นี้​อายุ​24ปี​ เรียน​อยู่​ใน​สำนัก​วิชา​โบราณคดี​และ​พิพิธภัณฑ์​วิทยา​ มหาวิทยาลัย​ปักกิ่ง​ ที่​บ้าน​เปิดร้าน​ขายของ​เล็กๆใน​ตลาด​พาน​เจีย​หยวน​ ส่วน​รู้จัก​กับ​เว่ยเอ๋อร์​ได้​อย่างไร​…ฉัน​คิด​ว่า​คง​เป็น​เพราะ​วาสนา​จาก​ชาติก่อน​ !”


ถาน​จิงจิงยก​มือขึ้น​จับ​แก้ม​แล้ว​พูด​ด้วย​สีหน้า​หลงใหล​ “ว้าว​ ! นักศึกษา​หัวกะทิ​ของ​มหาวิทยาลัย​ปักกิ่ง​ หล่อ​กัน​แบบนี้​หมด​เลย​หรือ​ ? ได้​กลับมา​พบกัน​จาก​อดีตชาติ​อีกครั้ง​ พล็อต​เรื่อง​นี้​น่าตื่นเต้น​ยิ่งกว่า​ใน​นิยาย​เสีย​อีก​ !”


ดวงตา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ค่อยๆเบิก​โต​ขึ้น​ “นาย​ไม่ใช่นักศึกษา​มหาวิทยาลัย​ของ​เรา​ ? แล้ว​ทำไม​นั่ง​รถ​คัน​เดียว​กับ​เรา​ได้​ล่ะ​ ?”


เจียง​โม่หา​น​เกา​จมูก​เธอ​…การกระทำ​นี้​ เขา​ไม่ได้​ทำ​มานาน​มาก​แล้ว​ หลัง​หัวเราะ​แล้ว​เขา​ก็​พูด​ต่อ​ “พวก​อาจารย์ที่ปรึกษา​ของ​ฉัน​เจอ​วัตถุ​โบราณ​ใน​หุบเขา​ลึก​จึงโทร​เรียก​ให้​ฉัน​ไป​ช่วย​ดู​ พอดี​กับ​ที่​รถบัส​ของ​มหาวิทยาลัย​พวก​เธอ​ผ่าน​ไป​ทาง​นั้น​ ฉัน​จึงขอ​ติด​รถ​มาด้วย​…”


ขณะ​มอง​คน​บาดเจ็บ​ที่นั่ง​กระจัดกระจาย​ตัว​กัน​ออก​ไป​ ถาน​จิงจิงก็​ถอนหายใจ​ “คาดไม่ถึง​ว่าการ​ขอ​ติด​รถ​มานี้​เกือบ​พา​พี่ชาย​ไป​เยือน​นรก​ ?”


ขณะ​มอง​เศษซาก​รถบัส​ที่​ระเบิด​และ​ยัง​ติดไฟ​อยู่​ เธอ​ก็​เริ่ม​หวาดกลัว​ ถ้าไม่ได้คู่​ ‘วาสนา​’ ของ​เว่ยเว่ย​ช่วย​พา​ทุกคน​ออกจาก​รถ​ พวก​เธอ​ก็​คงจะ​ตาย​เพราะ​การระเบิด​เมื่อ​ครู่​แล้ว​


​ฮือ​ฮือ​ฮือ​ ถ้าช้าอีกหน่อย​ น้อง​เล็ก​ของ​พวก​เธอ​ก็​คง​…ถาน​จิงจิงเข้าไป​สวมกอด​หลิน​เว่ยเว่ย​เพราะ​เกือบจะ​ต้อง​สูญเสีย​เพื่อนสนิท​ไป​แล้ว​


เจียง​โม่หา​นพ​ยา​ยาม​อดทน​ แต่​สุดท้าย​ก็​ทน​ไม่ได้​อยู่ดี​ เขา​ดึง​มือ​ที่​ถาน​จิงจิงกอด​ภรรยา​ออก​ “แขน​ของหล่อน​บาดเจ็บ​ เธอ​ทำ​แบบนี้​จะทำให้​หล่อน​เจ็บ​กว่า​เดิม​”


“เธอ​ทำ​แบบนี้​จะทำให้​หล่อน​เจ็บ​กว่า​เดิม​…” ถาน​จิงจิงมุ่ย​ปาก​พลาง​พูด​ทวน​ประโยค​ของ​เขา​ด้วย​เสียง​แผ่วเบา​ ก่อน​จะเข้าไป​กระซิบ​ข้าง​หู​หลิน​เว่ยเว่ย​ว่า​ “ดูเถอะ​ว่า​เป็นห่วง​เธอ​ขนาด​ไหน​ ! เฮ้อ​…ฉัน​ไม่เล่น​ด้วย​แล้ว​ เทพบุตร​ของ​ฉัน​โดน​เธอ​แย่ง​ไป​แล้ว​ ยัย​น้อง​เล็ก​ เธอ​จะชดใช้​ให้​ฉัน​อย่างไร​ ?”


“หม้อไฟ​ที่​ตง​ไหล​ซุ่น​ หรือ​กิน​เป็ด​ย่าง​ที่​เฉวียน​จี้เต๋อ​ เธอ​เลือก​ได้​เลย​ !” หลิน​เว่ยเว่ย​พูด​แบบ​คนรวย​


“สุดยอด​ ! คน​ที่​มีแฟน​แล้ว​แตกต่าง​ไป​จริงๆ​ !” ถาน​จิงจิงมอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​ปลายเท้า​ เหมือน​น้อง​เล็ก​จะแตกต่าง​ไป​จาก​เดิม​…ส่วน​ต่าง​ไป​ตรงไหน​ เธอ​ก็​ไม่รู้​เหมือนกัน​ บางที​อาจ​ดู​ร่าเริง​และ​มั่นใจ​ใน​ตัวเอง​มากขึ้น​กระมัง​ ?


ถาน​จิงจิงไม่พูด​เรื่อง​พวก​นี้​อีก​ เธอ​โบกมือ​ “รอดพ้น​จาก​อันตราย​มาได้​ ย่อม​มีโชคดี​รอ​อยู่​ ควร​กิน​อะไร​ฉลอง​หน่อย​ ฉัน​คิด​ว่า​พวกเรา​คง​ไม่ได้​ไป​ฝึกงาน​แล้ว​ล่ะ​ ! รอ​กลับ​ถึงปักกิ่ง​แล้ว​เรียก​พี่ใหญ่​กับ​พี่สาว​มากินข้าว​ด้วยกัน​สัก​มื้อ​ ! โอย​ หิว​จัง…”


ขณะ​พูด​ ท้อง​ของ​เธอ​ก็​ร้อง​ เพียง​เพื่อ​ลดน้ำหนัก​แล้ว​เธอ​จึงไม่ได้​กินข้าว​เช้า ตอนนี้​เป็น​ยาม​บ่าย​แล้ว​ไม่รู้​ว่า​หน่วยกู้ภัย​จะมาเมื่อใด​ เธอ​คง​ไม่ได้​รอด​จาก​รถ​ตก​เหว​ แต่​ต้อง​มาตาย​เพราะ​หิว​แทน​หรอก​นะ​ ?


หลิน​เว่ยเว่ย​จำได้​ว่า​ก่อน​เกิดเหตุ​ ตัวเอง​กิน​บะหมี่​กึ่ง​สำเร็จรูป​ไป​หนึ่ง​ถ้วย​จึงไม่ได้​รู้สึก​หิว​เท่าไร​ เธอ​มอง​เพื่อนสนิท​ด้วย​ความเห็นใจ​…ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ของ​เธอ​มีอาหารสำเร็จรูป​อยู่​มากมาย​ แต่​หยิบ​ออกมา​ไม่ได้​ ! จึงได้​แต่​พูด​เบาๆว่า​ ‘ขอโทษ​นะ​ เพื่อนรัก​ !’


โชคดี​ที่​ผ่าน​ไป​ไม่นาน​ก็​มีเสียง​ไซเรน​ของ​รถพยาบาล​และ​รถ​กู้ภัย​ดัง​ขึ้น​ พวกเขา​มาพร้อมกัน​และ​ยังมี​พวก​นักข่าว​ที่​ได้ยิน​แล้ว​ตามมา​รายงาน​ข่าว​ด้วย​ ตอน​พวกเขา​รู้​จาก​พวก​อาจารย์​และ​นักศึกษา​มหาวิทยาลัย​เกษตร​ว่า​คน​ที่​ช่วย​พวก​ตน​ไว้​คือ​เจียง​โม่หา​น​ พวก​นักข่าว​ก็​เข้ามา​จ่อ​ไมค์​ใกล้​ปาก​เขา​ทันที​…เสียสละ​ ช่วยเหลือ​ผู้อื่น​ ใช้กำลัง​ของ​ตน​ช่วยเหลือ​อาจารย์​ นักศึกษา​และ​คนขับ​ไว้​ได้​หมด​ทั้ง​คัน​รถ​ นอกจากนี้​ยัง​ช่วย​ทำแผล​แบบ​ง่ายๆให้​พวก​ผู้บาดเจ็บ​ ไม่มีคน​เสียชีวิต​ใน​เหตุการณ์​นี้​สัก​คน​ นี่​เป็นความ​ยอดเยี่ยม​ขนาด​ไหน​ ! สมควร​แล้ว​ที่จะ​ทำ​ข่าว​และ​ได้​รับรางวัล​ !


เปล​พยาบาล​มีไม่เพียงพอ​จึงได้​แต่​ช่วย​คน​ที่​บาดเจ็บ​หนัก​ก่อน​ เจียง​โม่หา​น​ตอบคำถาม​นักข่าว​ไป​พลาง​มอง​หลิน​เว่ยเว่ย​ไป​ด้วย​ เมื่อ​เห็น​ว่า​ถาน​จิงจิงกำลัง​ประคอง​เธอ​ให้​ลุกขึ้น​ เขา​ก็​พูด​กับ​นักข่าว​ว่า​ “ขอโทษ​นะ​ครับ​ อาจารย์​และ​นักศึกษา​ที่​บาดเจ็บ​พวก​นั้น​ต้องการ​ผม​ ต้อง​ขอตัว​ก่อน​ !”


นักข่าว​เหล่านี้​มีทั้งที่​มาจาก​หนังสือพิมพ์​ปักกิ่ง​หรือ​จาก​สถานีโทรทัศน์​ นี่​เป็น​โอกาสดี​ที่จะ​ได้​สร้างชื่อเสียง​เชียว​นะ​ ! พวกเขา​คาดไม่ถึง​ว่า​นักศึกษา​หนุ่ม​คน​นี้​จะมีจิต​อาสา​มาก​เหลือเกิน​ เพียง​เพื่อ​ช่วย​คนเจ็บ​แล้ว​ถึงขั้น​ทิ้ง​โอกาส​สร้างชื่อเสียง​ตาม​หน้า​หนังสือพิมพ์​หรือ​สื่อโทรทัศน์​ ! เด็กหนุ่ม​ที่​ดี​ถึงขนาด​นี้​สมควร​ถูก​ยกย่อง​ให้​เป็น​แบบอย่าง​และ​เผย​ให้​โลก​ได้​รู้​…


เจียง​โม่หา​น​สาวเท้า​ไป​สอง​สามก้าว​แล้ว​อุ้ม​หลิน​เว่ยเว่ย​ขึ้น​มา เขา​พา​เธอ​ไป​ที่​รถพยาบาล​ ถาน​จิงจิงที่​เดิน​อยู่​ข้างหลัง​ก็​มีดวงตา​เป็นประกาย​…ว้าว​ ! ท่า​อุ้ม​องค์​หญิง​ แมน​มาก​ !


กล้อง​ของ​สื่อ​ก็​จับภาพ​ชายหนุ่ม​ผู้​ ‘ชอบ​ช่วยเหลือ​ผู้คน​’ คน​นี้​อยู่​เช่นกัน​ ใน​การ​ถ่ายทอดสด​ นักข่าว​ใช้คำพูด​ที่​สละสลวย​เพื่อ​บรรยาย​ความ​มีจิต​ใจดี​ของ​นักศึกษา​หนุ่ม​หล่อ​คน​นี้​

.........

ณ ตลาด​พาน​เจีย​หยวน​…ใน​ร้าน​ขาย​วัตถุ​โบราณ​ขนาด3ชั้น5ห้อง​และ​มีสวนดอกไม้​หลัง​ร้าน​ ปรากฏ​ผู้ชาย​อายุ40ปี​คน​หนึ่ง​กำลัง​ใช้มือจับ​ถ้วย​น้ำชา​สีม่วง​ไว้​และ​ถือ​รีโมท​โทรทัศน์​ไว้​ด้วยมือ​อีก​ข้าง​ เขา​กำลัง​กดปุ่ม​เลื่อน​ดู​รายการโทรทัศน์​ด้วย​ความเบื่อหน่าย​…เขา​เลี้ยง​ลูกชาย​สุดที่รัก​มาแบบ​เสียเปล่า​ เพราะ​อาจารย์ที่ปรึกษา​โทร​มาแค่​สาย​เดียว​ก็​สามารถ​เรียกตัว​ลูกชาย​ไป​ได้​แล้ว​ ปล่อย​ร้าน​ใหญ่ๆนี้​ให้​พ่อ​ดูแล​เพียง​คนเดียว​ ช่างอกตัญญู​จริงๆ​ !


ทันใดนั้น​เอง​ ท่า​นั่ง​ที่​ดู​สบาย​ของ​เขา​ก็​แปร​เปลี่ยนเป็น​นั่ง​ตัวตรง​…ใบหน้า​หล่อเหลา​ใน​โทรทัศน์​นั้น​ไม่ใช่ลูกชาย​อกตัญญู​ของ​เขา​หรือ​ ? เจ้าตัวแสบ​ ทำไม​ถึงไป​ออกโทรทัศน์​ได้​ ? หรือ​อยาก​เข้า​วงการ​บันเทิง​ ? ใช่ว่า​ตน​เข้าข้าง​ลูกชาย​นะ​ แต่​ใบหน้า​ของ​เจ้าลูกเนรคุณ​นี้​สามารถ​ฆ่าสาวๆให้​ตาย​ได้​ภายใน​ไม่กี่​วินาที​ ถ้าอยู่​ใน​วงการ​บันเทิง​จะต้อง​เป็นตัว​ท็อป​แน่นอน​…


รอเดี๋ยว​ ! อุบัติเหตุ​รถบัส​ตก​เหว​ ? จะ…เจ้าตัวแสบ​ทำตัว​ประมาท​เกินไป​หน่อย​แล้ว​ ?


แม้ปาก​จะด่า​เจ้าตัวแสบ​อย่าง​โน้น​อย่างนี้​ แต่​ใบ​หน้าที่​เคย​สง่างามของ​เขา​ก็​เปลี่ยนไป​ทันที​ เขา​รีบ​โยน​รีโมท​ทิ้ง​แล้ว​หยิบ​โทรศัพท์​ขึ้น​มา ขณะที่​มือ​กด​หมายเลข​ก็​เริ่ม​สั่น​อย่าง​ไม่อาจ​ควบคุม​ได้​


สาย​แรก​ ไม่มีคนรับ​ สาย​ที่สอง​ ยัง​ไม่มีคนรับ​ สาย​ที่สาม​ ก็​ยัง​ไม่รับ​…เจียง​เฉิงซู่กด​โทร​ออก​อย่าง​ไม่รู้จัก​เหน็ดเหนื่อย​ ในที่สุด​…ปลาย​สาย​ก็​มีเสียง​ที่​คุ้นเคย​ของ​เจ้าตัวแสบ​ดัง​ขึ้น​และ​เสียง​ไซเรน​ของ​รถพยาบาล​ด้วย​


ตอนที่​ 667: ผู้หญิง​ที่​สุรุ่ยสุร่าย​นี้​จะเป็น​ว่าที่​ลูกสะใภ้​ของ​เขา​


“เฮ้ เจ้าตัวแสบ​ แก​ยัง​อยู่ดี​ไหม​ ? บาดเจ็บ​ตรงไหน​หรือเปล่า​ ? อาการหนัก​ไหม​ ?” ไม่รอ​ให้​เจียง​โม่หา​น​ได้​พูด​อะไร​ เขา​ก็​รัว​คำถาม​ออกมา​ น้ำเสียง​ที่​ใช้ยัง​ดู​ร้อนรน​และ​เป็นห่วง​ด้วย​


เจียง​โม่หา​น​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​นั่ง​ซบ​ไหล่​ไว้​ ส่วน​คน​ที่นอน​ครอบ​ถุงสำรอง​ออกซิเจน​คือ​อาจารย์ที่ปรึกษา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ ตอน​รถบัส​ตก​หน้าผา​นั้น​ เพื่อ​ปกป้อง​นักศึกษา​ที่อยู่​รอบตัว​ อาจารย์​จึงได้รับ​บาดเจ็บสาหัส​ เจียง​โม่หา​น​แอบ​ป้อน​น้ำพุ​วิญญาณ​ให้​อาจารย์​แล้ว​ ดังนั้น​ไม่น่าจะ​เป็นอันตราย​ถึงชีวิต​


เจียง​โม่หา​น​พูด​กับ​บิดา​ว่า​ “ไม่ต้อง​กังวล​ ผม​ไม่ได้​บาดเจ็บ​…สัญญาณโทรศัพท์​กลาง​ป่า​กลาง​เขา​ไม่ดี​ อีก​ประเดี๋ยว​พอ​ถึงโรงพยาบาล​แล้ว​ผม​จะโทร​หา​พ่อ​อีกที​ วาง​แล้ว​นะ​ !” ชัดเจน​มากว่า​จู่ๆเขา​รู้สึก​ไม่ค่อย​คุ้นชิน​กับ​บิดา​ที่​เพิ่ง​มีคน​นี้​ ไม่รู้​จะชวน​อีก​ฝ่าย​สนทนา​อะไร​ ยิ่ง​พูดน้อย​ก็​ยิ่ง​ผิด​น้อย​ เอา​แบบนี้​ไป​ก่อน​แล้วกัน​ !


พอ​ได้ยิน​ว่า​ลูกชาย​ไม่ได้​เป็น​อะไร​ เจียง​เฉิงซู่ก็​สบายใจ​ขึ้น​พอสมควร​จึงด่า​ผ่าน​สายโทรศัพท์​สั้นๆว่า​ “ไอ้​ตัวแสบ​เอ๊ย​ !”


ทันใดนั้น​เอง​ สายตา​ของ​เขา​ก็​จับจ้อง​ไป​ที่​หน้า​จอโทรทัศน์​แล้ว​แววตา​ก็​เปล่งประกาย​ทันที​ มัน​เหมือนกับ​สายตา​อินทรี​ที่​กำลัง​จ้อง​เหยื่อ​แล้ว​กระโดด​ออกจาก​เก้าอี้หวาย​ “พระเจ้า​ ! ใคร​ช่างสุรุ่ยสุร่าย​ถึงขนาด​นี้​ ใช้ถ้วย​ชามีฝาปิด​แบบ​โบราณ​มาใส่น้ำดื่ม​ ? ให้​ตาย​เถอะ​ ! หรือ​…อีก​ฝ่าย​ไม่รู้​ว่า​ถ้วย​ชาใน​มือ​เธอ​เป็น​วัตถุ​โบราณ​ ? ฮ่าฮ่าฮ่า ! น้ำ​รั่ว​มาถึงฉัน​แล้ว​ !”


เจียง​เฉิงซู่รีบ​ออก​ไป​ที่​หน้า​ร้าน​แล้ว​พูด​กับ​พนักงาน​ใน​ร้าน​ว่า​ “เกิดเรื่อง​กับ​หา​นเอ๋อร์​ ฉัน​จะออก​ไป​สัก​สอง​สามวัน​ มีเรื่อง​อะไร​ก็​โทร​มา”


ต่อจากนั้น​ เขา​ก็​โทร​หา​ลูกชาย​อี​กรอบ​แล้ว​ถามถึงชื่อ​โรงพยาบาล​ที่​อีก​ฝ่าย​กำลัง​เดินทาง​ไป​ หลัง​พูด​คำ​ว่า​ “พ่อ​กำลัง​ไป​” แล้ว​เขา​ก็​รีบ​จอง​ตั๋วรถไฟ​จาก​อินเทอร์เน็ต​และ​เดินทาง​ไป​ยัง​เมือง​นั้น​ใน​ภาคเหนือ​ทันที​


ยาม​บ่าย​ พอ​มาถึงสถานีรถไฟ​แล้ว​ เจียง​เฉิงซู่ก็​เรียก​รถโดยสาร​ไป​ยัง​โรงพยาบาล​ของ​รัฐ​ ขณะ​กำลังจะ​โทร​ถามลูกชาย​ว่า​อยู่​ตรงไหน​และ​เพิ่ง​ก้าว​เท้า​เข้ามา​ใน​โรงพยาบาล​ก็​เห็น​ลูกชาย​กำลัง​ถือ​กล่อง​ใส่อาหาร​เก็บ​ความร้อน​อยู่​ใน​ลิฟต์​ที่​กำลังจะ​ปิด​


“เจ้าลูกชาย​ !” เจียง​เฉิงซู่วิ่ง​เหยาะๆเข้าไป​ ขณะ​มอง​ลูกชาย​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​เท้า​ เขา​ก็​จับ​แขน​ลูกชาย​พลาง​ลูบ​เพื่อ​สำรวจ​ พอ​เห็น​ว่าไม่ได้​บาดเจ็บ​ตรงไหน​จริงๆ​ เขา​ก็​โล่งใจ​


แม้เจียง​โม่หา​น​จะไม่ค่อย​ชอบ​ความกังวล​ของ​เขา​สัก​เท่าไร​ แต่​ก็​รู้สึก​ซาบซึ้ง​อยู่​บ้าง​…ใคร​บอ​กว่า​บิดา​ชอบ​เก็บ​ความรู้สึก​ บิดา​คน​นี้​ของ​เขา​ยัง​ถือว่า​เป็นห่วง​อย่าง​เปิดเผย​อยู่​บ้าง​ !


“เจ้าเด็ก​นี่​ ! พ่อ​ได้ยิน​จาก​ข่าว​ว่า​แก​ช่วย​คน​ทั้ง​รถ​เอาไว้​ สมแล้ว​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เจียง​เฉิงซู่ ! พ่อ​ภูมิใจใน​ตัว​แก​จริงๆ​ !!” เจียง​เฉิงซู่ตบ​ศีรษะ​ลูกชาย​เบาๆ น้ำเสียง​แฝงไป​ด้วย​ความภาคภูมิใจ​และ​ความชื่นชม​ สภาพ​แบบ​นั้น​ช่างเหมือน​นกยูง​รำแพน​


หลังจาก​พูด​เรื่อง​พวก​นี้​จบ​แล้ว​เขา​ก็​หันไป​กระซิบ​ข้าง​หู​เจียง​โม่หา​น​แบบ​ลับๆล่อๆ​ “เจ้าลูกชาย​ พ่อ​ไป​เห็น​ของดี​มาอีกแล้ว​ ประเดี๋ยว​แก​ร่วมมือ​กับ​พ่อ​ ไม่แน่​ว่า​พวกเรา​อาจ​เก็บ​ของดี​ได้​ !”


เมื่อ​ลิฟต์​หยุด​ เจียง​โม่หา​น​ก็​สาวเท้า​เดิน​ไป​ยัง​ห้อง​ผู้ป่วย​ เขา​เดิน​ไป​พลาง​ถามไป​ด้วย​ “ถ้าเจอ​ของดี​ พ่อ​ก็​ไป​คุย​กับ​เขา​สิ ทำไม​ต้อง​ให้​ผม​ร่วมมือ​ด้วย​ ?”


เจียง​เฉิงซู่อยาก​พูด​อะไร​บางอย่าง​ แต่​โดน​เสียงหวาน​ๆใน​ห้อง​ผู้ป่วย​ขัดจังหวะ​เสีย​ก่อน​ “สา…มี กลับมา​แล้ว​หรือ​ ? ฉัน​หิว​จะตาย​อยู่แล้ว​…”


สะ…สามี ? เจียง​เฉิงซู่หันไป​มอง​ลูกชาย​แล้ว​หันมา​มอง​ประตู​ห้อง​ผู้ป่วย​อี​กรอบ​ เห็นได้ชัด​ว่า​คำ​เรียก​สามีนี้​ไม่ได้​พูด​กับ​เขา​ ดังนั้น​เขา​จึงหันไป​ถลึงตา​ใส่ลูกชาย​…เจ้าตัวแสบ​ แก​มีแฟน​ตั้งแต่​เมื่อไร​ ? ไม่บอก​กัน​สัก​คำ​ เขา​มาเยี่ยม​มือเปล่า​ ไม่ได้​เอา​ของขวัญ​แรก​พบ​อะไร​มาสัก​ชิ้น​…


หลิน​เว่ยเว่ย​เห็น​ว่า​ด้านหลัง​ของ​โฉวฝู่​รูปหล่อ​มีคนแปลกหน้า​เดิน​ตามมา​ด้วย​ ใบหน้า​คล้ายคลึง​กัน​ แค่​มอง​ก็​รู้​ว่า​มีความเกี่ยวข้อง​ทาง​สายเลือด​


เธอ​ใช้มือ​ข้าง​ขวา​ที่​ไม่ได้​บาดเจ็บ​ช่วย​ยัน​ตัว​ให้​ลุกขึ้น​นั่ง​แล้ว​พูด​พร้อม​ยิ้ม​หวาน​ “สา…เจียง​โม่หา​น​ เขา​เป็น​พี่ชาย​ของ​นาย​หรือ​ ? พี่ชาย​ก็​หล่อ​เหมือนกัน​นะคะ​ !”


เจียง​เฉิงซู่โดน​คำพูด​สั้นๆของ​เธอ​ทำให้​ลืม​ความโกรธ​ไป​ทันที​ “ฮ่าฮ่า ! พ่อ​ไม่ใช่พี่ชาย​ แต่​เป็น​พ่อ​แท้ๆของ​เขา​ ! ลูกสะใภ้​บาดเจ็บ​มาก​ไหม​ ? เจ้าเด็ก​คน​นี้​ขี้อาย​เกินไป​หน่อย​ แม้แต่​แฟน​ตัวเอง​ก็​ยัง​ไม่ยอม​พา​มาแนะนำ​ !”


“คุณอา​ก็​หนุ่ม​เกินไป​หน่อย​ไหม​คะ​ ? โดน​คน​เข้าใจผิด​ว่า​เป็น​พี่ชาย​ของ​เจียง​โม่หา​น​บ่อยๆใช่ไหม​คะ​ ?” ถ้าหลิน​เว่ยเว่ย​อยาก​เอาใจ​ใคร​ คน​นั้น​ไม่มีทาง​ต้านทาน​ได้​แน่นอน​


เจียง​เฉิงซู่หัวเราะ​เสียง​ดังลั่น​อี​กรอบ​ แต่​แล้ว​ทันใดนั้น​สายตา​ของ​เขา​ก็​โดน​ถ้วย​ชามีฝาปิด​บน​โต๊ะ​ดึงดูด​ เหมือน​แม่เหล็ก​ปะทะ​กับ​เหล็ก​ ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​ละสายตา​ไม่ได้​


หลิน​เว่ยเว่ย​มองตาม​ทิศทาง​ที่​เขา​มอง​ ก่อน​จะถามว่า​ “คุณอา​หิว​น้ำ​หรือ​คะ​ ? อยาก​ดื่ม​น้ำ​หน่อย​ไหม​ ?”


“ลูกสะใภ้​ พ่อ​ขอ​ดู​สิ่งนั้น​หน่อย​ได้​ไหม​ ?” เจียง​เฉิงซู่กลืนน้ำลาย​ลงคอ​ แม้จะอยู่​ห่าง​กัน​ แต่​เขา​มั่นใจ​ว่า​สิ่งนั้น​เป็น​ถ้วย​ชามีฝาปิด​แบบ​โบราณ​แน่นอน​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​พยักหน้า​ “คุณอา​ เชิญตามสบาย​เถอะ​ค่ะ​…”


เจียง​โม่หา​น​เปิด​กล่อง​เก็บ​อาหาร​แล้ว​ตัก​น้ำแกง​ไก่​ป้อน​ให้​เธอ​ ขณะที่​หลิน​เว่ยเว่ย​กำลังกิน​เนื้อ​น่อง​ไก่​อย่าง​เอร็ดอร่อย​ เธอ​ก็​พูด​กับ​เจียง​เฉิงซู่ที่​กำลัง​พลิก​ดู​ถ้วย​ชาอยู่​ข้างๆว่า​ “คุณอา​จะกิน​อะไร​หน่อย​ไหม​คะ​ ?”


เจียง​เฉิงซู่ส่ายหน้า​แล้ว​ถามว่า​ “ลูกสะใภ้​…ถ้วย​ชาของ​เธอ​ได้​มาจาก​ที่ไหน​หรือ​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​ตอบ​ “ซื้อ​มาจาก​แผงลอย​ใน​หลิว​หลี​ฉ่างค่ะ​ คน​ขาย​บอ​กว่า​เดิมที​เจ้านี่​ใช้สำหรับ​ชงชา หนู​คิด​ว่า​เอา​มาใส่น้ำ​น่าจะ​ดี​จึงซื้อ​มา คุณอา​ มัน​มีอะไร​ผิดปกติ​หรือ​คะ​ ?”


นาง​พูด​ถูก​แล้ว​ เดิมที​ถ้วย​ชามีฝาปิด​ใบ​นี้​ก็​ใช้สำหรับ​ชงชาอยู่แล้ว​ สร้าง​ขึ้น​มาเพื่อให้​เก็บ​ความร้อน​โดยเฉพาะ​ แต่​ฝาถ้วย​ชาถูก​สร้าง​ขึ้น​มาแน่นหนา​อย่าง​ดี​ น้ำ​จะได้​ไม่หก​ออกมา​ง่ายๆ​


เจียง​เฉิงซู่ส่ายหน้า​ “เธอ​ซื้อ​ ‘ถ้วย​ชามีฝาปิด​’ ใบ​นี้​มาเท่าไหร่​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​คิดราคา​ตรงนั้น​แบบ​ง่ายๆ​ “ไม่แพง​ค่ะ​ แค่​50กว่า​หยวน​”


“ห้าสิบ​กว่า​หยวน​ ?” เจียง​เฉิงซู่ยกมือ​ทาบ​หน้าอก​ตัวเอง​…ของดี​ขนาด​นี้​ ทำไม​เขา​ถึงไม่เจอ​ก่อน​นะ​ ? เขา​หันไป​มอง​ลูกชาย​ที่​กำลัง​ป้อน​น้ำแกง​ให้​เด็กสาว​ด้วย​ความเอาใจใส่​ !


ทว่า​น้ำ​ไม่ได้​รั่ว​ออก​นอกบ้าน​ เพราะ​หลัง​มอง​ลูกชาย​แล้ว​เขา​ก็​มอง​เด็กสาว​ที่​ดู​น่ารัก​ข้างๆ​ จากนั้น​ถามว่า​ “ปีหน้า​พวก​เธอ​ก็​เรียน​จบกัน​แล้ว​ คิด​จะแต่งงาน​กัน​เมื่อใด​ ?”


หลิน​เว่ยเว่ย​หันไป​มอง​โฉวฝู่​ของ​ตน​ ‘พ่อ​นาย​เป็น​อะไร​ ? เพิ่ง​เจอกัน​ก็​ถามว่า​จะแต่งงาน​เมื่อใด​ ? ลูกชาย​ของ​ท่าน​คง​ไม่ได้​มีโรค​ร้าย​ซ่อน​อยู่แล้ว​กลัว​ลูกชาย​จะขายไม่ออก​หรอก​นะ​ ?’


เจียง​โม่หา​นก​ลับ​รู้สึก​ว่า​คน​ผู้​นี้​มาเพื่อ​ถ้วย​ชามีฝาปิด​โบราณ​ใน​มือ​ภรรยา​มากกว่า​ เพียง​เพื่อ​วัตถุ​โบราณ​แล้ว​ถึงขั้น​ขาย​ลูกชาย​ตัวเอง​ บิดา​แบบนี้​หา​คน​ที่สอง​ไม่ได้​แล้ว​จริง ๆ​ !


เจียง​เฉิงซู่ยื่นมือ​ไป​รับ​ถ้วย​ชาที่​หลิน​เว่ยเว่ย​หยิบ​ให้​ เห็น​เพียง​เขา​กำลัง​พลิก​ถ้วย​ชาใน​มือ​ไปมา​ด้วย​ความระมัดระวัง​ แถมตอน​ดู​ยัง​พูด​พึมพำ​อะไร​บางอย่าง​ด้วย​ ล้วน​เป็น​คำพูด​เฉพาะ​ของ​วัตถุ​โบราณ​ หลิน​เว่ยเว่ย​ฟังด้วย​ความ​งุนงง​ เธอ​หันไป​มอง​เจียง​โม่หา​น…​พ่อ​ของ​นาย​คง​ไม่ได้​มีปัญหา​อะไร​หรอก​นะ​ ?


“จาก​เนื้อ​สัมผัส​ด้านนอก​แล้ว​น่าจะเป็น​ถ้วย​ชามีฝาปิด​ใน​สมัย​ราชวงศ์​ซ่ง แต่​พ่อ​อยู่​กับ​วัตถุ​โบราณ​มาค่อน​ชีวิต​ ยัง​ไม่เคย​เห็น​อะไร​แบบนี้​มาก่อน​ ! โดยเฉพาะ​ฝาที่​ปิด​สนิท​มาก​ ออกแบบ​ได้​ทันสมัย​ เป็น​อะไร​ที่​ไม่เคย​ได้​เห็น​มาก่อน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​และ​เจียง​โม่หา​น​หันไป​สบตา​กัน​อย่าง​รู้ใจ​ ‘คุณ​ต้อง​ไม่เคย​เห็น​มาก่อน​อยู่แล้ว​ เพราะ​เจ้าสิ่งนี้​เป็น​ของ​ที่​โฉวฝู่​ของ​นาง​สั่งคน​มาทำให้​นาง​โดยเฉพาะ​ ตอนนั้น​เผา​ออกมา​แค่​20ใบ​เท่านั้น​ ครึ่งหนึ่ง​มอบให้​คนอื่น​ อีก​ครึ่ง​เก็บ​ไว้​ใช้เอง​…เพราะ​กระเบื้องเคลือบ​แตก​ง่าย​ ดังนั้น​เวลา​ออก​ไป​ข้างนอก​จึงต้อง​เตรียม​ไว้​หลาย​ใบ​หน่อย​’


ตอนที่​ 668: จุดจบ​ คือ​จุดเริ่มต้น​ของ​เรื่องราว​บท​ใหม่​


ทว่า​หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้มัน​อย่าง​ทะนุถนอม​ ส่วน​อีก9ใบ​ที่​เหลือ​ล้วน​เก็บ​ไว้​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​ ถ้าพ่อ​สามีชอบ​มาก​ขนาด​นั้น​ เธอ​จะยก​ให้​เขา​สัก​ใบ​ดี​ไหม​ ?


“เสี่ยว​เว่ย​ ของล้ำค่า​มาก​แบบนี้​ เธอ​ต้อง​เก็บรักษา​ดีๆนะ​ รู้​ไหม​ พอ​กลับ​ไป​แล้ว​พ่อ​จะซื้อ​แก้ว​เก็บ​ความร้อน​ใบ​ใหม่​ให้​เธอ​ ดังนั้น​ไม่ต้อง​เอา​ของโบราณ​ออกมา​ใช้อีก​ดีกว่า​” หาก​ผู้เชี่ยวชาญ​มาประเมินราคา​ เจ้าสิ่งนี้​มีค่า​เท่ากับ​บ้าน​หลัง​หนึ่ง​ใน​เมือง​ปักกิ่ง​เชียว​ล่ะ​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ใช้ถ้วย​ชามีฝาปิด​ใบ​นี้​จน​ชิน​แล้ว​ แม้จะทำใจไม่ได้​สัก​เท่าไร​ แต่​ก็​ ‘เชื่อฟัง​’ เป็น​อย่าง​ดี​ “ค่ะ​ หนู​ยัง​เรียน​ไม่จบ​ มีคน​เข้าออก​ห้องพัก​บ่อยๆ​ ยาก​ที่จะ​หลีกเลี่ยง​ผู้คน​ ถ้าอย่างไร​คุณอา​สุด​หล่อ​ช่วย​เก็บ​ไว้​แทน​หนู​ได้​ไหม​คะ​ ?”


เจียง​โม่หา​น​เหลือบมอง​ภรรยา​ ‘เด็ก​คน​นี้​เอาใจ​คนอื่น​เก่ง​จริงๆ​ คำพูด​ประโยค​นี้​ของ​นาง​ทำให้​บิดา​ดีใจ​จน​ลืม​แซ่ของ​ตน​ทันที​’


เป็น​อย่าง​ที่​คิด​ ดวงตา​ที่อยู่​หลัง​แว่นสายตา​ของ​เจียง​เฉิงซู่แทบ​กลายเป็น​เส้น​เดียว​ เขา​หัวเราะ​จน​เห็น​ฟันกราม​…เหมือน​คนโง่​ไม่มีผิด​ ไฉน​เลย​จะหลงเหลือ​ความสง่างาม​อยู่​อีก​ ?


เจียง​เฉิงซู่หยิบ​ผ้าไหม​ผืน​เล็ก​ที่​พก​ติดตัว​ออกมา​ ค่อยๆ​ห่อ​ถ้วย​ชามีฝาปิด​อย่าง​ระมัดระวัง​ จากนั้น​ก็​มอง​การ​ตกแต่ง​ของ​โรงพยาบาล​ด้วย​ความไม่พอใจ​แล้ว​พูด​ขึ้น​ว่า​ “ที่นี่​ไม่ดี​สัก​เท่าไร​ ประเดี๋ยว​พ่อ​เปลี่ยน​โรงพยาบาล​ให้​เธอ​เอง​ พวกเรา​กลับ​ไป​รักษาตัว​ที่​ปักกิ่ง​ แต่​วางใจ​ได้​ พ่อ​จะหา​โรงพยาบาล​ชั้นดี​ที่สุด​ให้​เธอ​แน่นอน​ !”


หลิน​เว่ยเว่ย​รีบ​พูด​ “ไม่ต้อง​หรอก​ค่ะ​คุณอา​สุด​หล่อ​ หนู​แค่​เป็นแผล​เล็กๆน้อยๆเท่านั้น​ ไม่ต้อง​ลำบาก​ถึงขนาด​นั้น​ แต่​…คุณอา​ช่วย​ย้าย​โรงพยาบาล​ให้​อาจารย์ที่ปรึกษา​ของ​หนู​ได้​ไหม​คะ​ ?”


เพื่อ​ปกป้อง​นักศึกษา​แล้ว​ อาจารย์ที่ปรึกษา​จึงได้รับบาดเจ็บ​มากกว่า​ใคร​และ​ตอนนี้​ก็​ยัง​ต้อง​อยู่​ใน​ห้อง​ICU!


เจียง​เฉิงซู่พยักหน้า​ “เด็กดี​ ไม่ต้อง​ห่วง​ เดี๋ยว​พ่อ​จัดการ​เอง​ !”


เขา​หยิบ​โทรศัพท์​เพื่อ​โทร​ไป​ขอยืม​เครื่องบิน​ส่วนตัว​จาก​เพื่อน​แล้วก็​พา​ว่าที่​ลูกสะใภ้​กับ​อาจารย์ที่ปรึกษา​บิน​มายัง​โรงพยาบาล​ปักกิ่ง​และ​ให้​เธอ​พักฟื้น​ใน​ห้อง​ผู้ป่วย​เดี่ยว​


เดิมที​หลิน​เว่ยเว่ย​ไม่ได้คิด​จะนอน​โรงพยาบาล​ แต่​ผล​ตรวจร่างกาย​พบ​ว่า​เธอ​ได้รับ​ความกระทบกระเทือน​ทาง​สมอง​เล็กน้อย​ เจียง​โม่หา​น​ไม่วางใจ​จึงอยู่​เป็นเพื่อน​เธอ​ที่​โรงพยาบาล​ถึงหนึ่ง​สัปดาห์​กว่าๆ กระทั่ง​ตัด​ไหม​ที่​แขน​ออก​แล้ว​ เขา​จึงทำ​เรื่อง​ออกจาก​โรงพยาบาล​ให้​เธอ​


ใน​รถบัส​คัน​นั้น​ นอกจาก​เจียง​โม่หา​น​แล้ว​ ก็​เป็น​นักศึกษา​กับ​อาจารย์​ของ​มหาวิทยาลัย​เกษตร​แทบ​ทั้งหมด​ เมื่อ​เกิดเรื่อง​เช่นนี้​ขึ้น​ สถานที่​ฝึกงาน​ของ​พวก​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​ถูก​เปลี่ยน​มาเป็น​โครงการนำร่อง​ใน​เขตเมือง​ปักกิ่ง​แทน​ ทว่า​เวลานี้​นอกจาก​หลิน​เว่ยเว่ย​และ​นักศึกษา​ไม่กี่​คน​ที่​บาดเจ็บ​ค่อนข้าง​เบา​แล้ว​ คนอื่น​ก็​ยังอยู่​ใน​โรงพยาบาล​


หลังจาก​รักษา​กัน​มาหลาย​วัน​ อาจารย์ที่ปรึกษา​ของ​หลิน​เว่ยเว่ย​ก็​พ้นขีดอันตราย​ ตอน​หลิน​เว่ยเว่ย​ออกจาก​โรงพยาบาล​ เขา​ได้​เข้า​พัก​ใน​ห้อง​ผู้ป่วย​ธรรมดา​แล้ว​ หลิน​เว่ยเว่ย​และ​พวก​นักศึกษา​ที่​หาย​ดี​จึงไป​เยี่ยม​เขา​ด้วย​ !


หลิน​เว่ยเว่ย​ยัง​สับสน​เล็กน้อย​ ‘ตอน​อยู่​ต้าเซี่ย​ ข้า​เป็น​องค์​หญิง​ที่​สร้าง​ผลงาน​ไว้​มากมาย​ ทุกอย่าง​ราบรื่น​ไร้​อุปสรรค​ แต่​พอ​กลับมา​แล้วก็​เป็น​เหมือน​คน​ที่​เพิ่ง​ตื่น​จาก​ฝัน​ ไม่รู้​ควร​ทำ​อย่างไร​ต่อไป​’


เจียง​โม่หา​น​ดึง​ตัว​เธอ​เข้ามา​ใน​อ้อมกอด​ที่​แสน​อบอุ่น​และ​มีพลัง​มาก​ผิดปกติ​ “วางใจ​เถิด​ ฉัน​ยังอยู่​ทั้งคน​ ! พวกเรา​สามารถ​เช่าหุบเขา​และ​ที่นา​ใน​เมือง​ทง​โจว​เพื่อ​ทำ​ฟาร์ม​ออร์แกนิค​ที่​เธอ​เคย​ทำ​ใน​สมัยก่อน​ได้​ เธอ​ไม่ได้​มีเทคนิค​ ‘ทำการเกษตร​แบบ​ผสมผสาน​’ อยู่​หรือ​ ? ยังมี​อะไร​ต้อง​กังวล​อีก​ ?”


จริง​สิ ! เธอ​ยัง​ทำ​เรื่อง​ที่​ถนัด​ได้​ ! นอกจาก​เทคนิค​ที่​มีอยู่แล้ว​ ยังมี​น้ำพุ​วิญญาณ​ที่​เป็น​ไอเทม​สุด​โกง​จาก​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​อยู่​ไม่ใช่หรือ​ ? เธอ​จะปลูก​ผัก​ผลไม้​ที่​อร่อย​และ​ดี​ต่อ​สุขภาพ​ที่สุด​ เธอ​จะเลี้ยง​หมู​ ห่าน​ เป็ด​ ไก่​ วัว​และ​แกะ​ ‘เชิงอนุรักษ์​’ ชนิด​ดี​ที่สุด​ขึ้น​มา…


หลิน​เว่ยเว่ย​ที่​มีเป้าหมาย​แล้วก็​เป็น​เหมือน​ผักกาด​ขาว​ได้รับ​น้ำ​ เต็มไปด้วย​ชีวิตชีวา​ทันที​ ทว่า​…เมื่อ​นึกถึง​เรื่อง​เงินทุน​แล้ว​ เธอ​ก็​หันไป​มอง​เจียง​โม่หา​น​ด้วย​ความลังเล​ “ถ้าอย่างไร​…ฉัน​เอา​เครื่องประดับ​กับ​เครื่องเคลือบ​ลายคราม​ที่เก็บ​ไว้​ใน​ห้วง​มิติ​น้ำพุ​วิญญาณ​มาขาย​ที่​ร้าน​นาย​ดี​ไหม​ ?”


เจียง​โม่หา​นบี​บ​แก้ม​เจ้าเนื้อ​ของ​เธอ​แล้ว​พูด​ด้วย​รอยยิ้ม​ว่า​ “ทำไม​ ? กลัว​ว่า​สามีจะเลี้ยง​ไม่ไหว​หรือ​ ? วางใจ​ได้​ ! สามีของ​เธอ​ยัง​พอ​มีเงินเก็บ​อยู่​บ้าง​ !”


ทั้งสอง​คน​เป็น​เด็ก​มหาวิทยาลัย​ที่​ยัง​เรียน​ไม่จบ​ ดังนั้น​เรื่องใหญ่​ขนาด​นี้​จึงจำเป็นต้อง​ปรึกษา​ผู้ใหญ่​ใน​ครอบครัว​ หลิน​เว่ยเว่ย​เป็น​เด็กกำพร้า​ที่​ถูก​ทอดทิ้ง​ใน​สถาน​รับ​เลี้ยง​ มารดา​ของ​เจียง​โม่หา​น​หย่า​กับ​บิดา​และ​ไป​อยู่​ต่างประเทศ​ตั้งแต่​เขา​ยัง​เด็ก​ ดังนั้น​ผู้ใหญ่​ใน​บ้าน​หลัง​นี้​จึงมีเพียง​เจียง​เฉิงซู่คนเดียว​เท่านั้น​


หลังจาก​เจียง​เฉิงซู่ได้​ฟังก็​คิด​ว่า​เป็น​ความคิด​ที่​ดี​ ! อาหาร​ออร์แกนิค​เป็น​สิ่งที่​ตลาด​ใน​ปักกิ่ง​ต้องการ​ ดังนั้น​ สอง​สามีภรรยา​คู่​นี้​จึงไม่ต้อง​ออก​เงิน​ เพราะ​บิดา​ควัก​เงินลงทุน​ให้​หลิน​เว่ยเว่ย​เอง​กับ​มือ​ โดย​เป็น​ผู้ถือหุ้น​กัน​แบบ​50/50 เนื่องด้วย​เขา​ใช้เส้นสาย​ของ​ตน​จึงเช่าที่นา​และ​ที่ดิน​บน​หุบเขา​ได้​อย่าง​รวดเร็ว​ โดย​ทำ​สัญญาเช่าเป็น​ระยะยาว​20ปี​ กล้าไม้​ เมล็ดพันธุ์​ ลูกไก่​และ​ลูก​หมู​…รวมถึง​ของ​อื่น​ๆ เขา​เอง​ก็​จัดการ​ให้​ทั้งหมด​ ทำให้​หลิน​เว่ยเว่ย​เริ่ม​รู้สึก​ผิด​กับ​การ​ถือหุ้น​50%นั้น​…


ตอน​เรียนจบ​ ฟาร์ม​ของ​พวก​เธอ​ก็​เริ่ม​เป็นรูปเป็นร่าง​แล้ว​…นอกจาก​เขียน​ป้าย​ว่า​ ‘ออร์แกนิค​ไร้​สารเคมี​’ แล้ว​ยัง​สร้าง​อาคาร​หลัง​เล็ก​ๆที่​ดู​แปลกตา​เพื่อ​ไว้​ให้​แขก​ได้​พักผ่อน​ รับประทาน​อาหาร​และ​รับ​ชมสื่อ​บันเทิง​ต่างๆ​


ที่นี่​ยังมี​กิจกรรม​ให้​ลูกค้า​แบ่ง​เช่าที่ดิน​เพื่อ​ลงมือ​เพาะปลูก​เอง​ ได้​สัมผัส​กับ​การ​ทำ​เกษตร​ด้วยตัวเอง​ ส่วน​ผลผลิต​ที่​เก็บเกี่ยว​ได้​ก็​ให้​ลูกค้า​กลับ​ไป​ทั้งหมด​…แม้ว่า​เงิน​ค่าเช่า​ที่จะ​เกิน​กว่า​มูลค่า​ของ​ผลผลิต​ที่​ได้รับ​กลับ​ไป​ แต่​การ​ได้​สัมผัส​กับ​ความสุข​ใน​การ​ทำ​เกษตร​ของ​พวก​ลูกค้า​นั้น​ไม่มีอะไร​มาแทนที่​ได้​


ไม่ไกล​จาก​ไร่​ก็​คือ​สถานที่​ผลิต​อาหารสัตว์​ อาหารสัตว์​ทุกชนิด​ใน​ฟาร์ม​ล้วน​ผลิต​ขึ้น​ที่นี่​ ถ้าลูกค้า​ไม่วางใจ​ก็​สามารถ​มาดู​ขั้นตอน​การผลิต​อาหารสัตว์​ได้​เอง​ ใน​สถานที่​ผลิต​จะมีคน​คอย​อธิบาย​เรื่อง​วัตถุดิบ​และ​ขั้นตอน​การผลิต​ให้​ลูกค้า​ฟังโดยเฉพาะ​…ออร์แกนิค​และ​ไม่มีสาร​ปรุงแต่ง​ใด​ๆ


ไกล​ออก​ไป​อีกหน่อย​คือ​สถานที่​ทำ​ปุ๋ยหมัก​ โดยหลัก​แล้​วจะ​ทำ​จาก​มูลสัตว์​ พืช​ หญ้า​หรือ​เถาวัลย์​ชนิด​ต่างๆ​…แน่นอน​ว่า​กลิ่น​แย่​จน​พูดไม่ออก​ ทว่า​หาก​ลูกค้า​คน​ไหน​อยาก​จะไปดู​ เหล่า​พนักงาน​ก็​ไม่ห้าม​เช่นกัน​


ผู้บริหาร​ของ​ฟาร์ม​เน้นย้ำ​สุด​ๆ ว่า​พืชผล​และ​ผัก​ใน​ฟาร์ม​ถูก​บำรุง​ด้วย​ปุ๋ย​ที่​ผลิต​เอง​ แม้ปริมาณ​ผลผลิต​จะได้​น้อยกว่า​การ​ใช้ปุ๋ยเคมี​ แต่​ก็ดี​ต่อ​สุขภาพ​ !


ใน​ฟาร์ม​แห่ง​นี้​เจียง​เฉิงซู่ลงทุน​ไป​กว่า​เก้า​ร้อย​ล้าน​หยวน​ ใช้คำพูด​ของ​เขา​มาอธิบาย​แล้วกัน​ เขา​บอ​กว่า​จะทำ​ก็​ต้อง​ทำให้​ดี​ที่สุด​ ! อันที่จริง​ ไม่ต้อง​กังวล​ว่า​ผลผลิต​ใน​ไร่​จะขายไม่ออก​ เพราะ​เพื่อน​ผู้ประกอบการ​ร้านอาหาร​ของ​เขา​รับซื้อ​ไป​กว่า​ครึ่ง​แล้ว​ ยังมี​พวก​หน่วยราชการ​ กองทัพ​ บ้านพัก​วัย​เกษียณ​…ล้วน​อยากได้​พืชผล​ออร์แกนิค​ของ​พวก​เธอ​ กลัว​แค่​จะมีไม่พอ​ขาย​ดีกว่า​ ไฉน​เลย​จะต้อง​กังวล​เรื่อง​ขายไม่ออก​ ?


ใน​ฤดูใบไม้ร่วง​ที่​เด็ก​ทั้งสอง​คน​เพิ่ง​เรียนจบ​ เจียง​เฉิงซู่จัด​งานแต่ง​สุด​อลังการ​ให้​พวก​เธอ​…ไม่ได้​ล้อเล่น​เลย​ด้วย​ ลูกชาย​รักษา​ระยะห่าง​จาก​ผู้หญิง​คนอื่น​มา20กว่า​ปี​ กว่า​จะมีหัวคิด​ย่อม​ไม่ใช่เรื่อง​ง่าย​ ตอนนี้​รู้จัก​เอาใจ​ผู้หญิง​แล้ว​ ดังนั้น​ไม่รีบ​แต่ง​ลูกสะใภ้​เข้า​บ้าน​ได้​อย่างไร​ ? ประเดี๋ยว​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน​เข้า​ เรื่อง​ยิบ​ย่อย​ก็​มาก​ตาม​ เพราะ​อย่างไร​เขา​ก็​พอใจ​กับ​ลูกสะใภ้​ที่​เก่ง​ มีหัวคิด​และ​มีชีวิตชีวา​คน​นี้​มาก​ !


พอ​เห็น​บรรดา​คนดัง​มารวมตัวกัน​ใน​งานแต่ง​ของ​ตน​ หลิน​เว่ยเว่ย​ถึงได้​รู้​ว่า​ตกถังข้าวสาร​แล้ว​ สามารถ​อธิบาย​ได้​เลย​ว่า​เพราะเหตุใด​ฟาร์ม​ของ​เธอ​ถึงได้​เติบโต​ไป​อย่าง​ราบรื่น​ขนาด​นั้น​


หลังจาก​เจียง​โม่หา​น​เรียนจบ​แล้ว​เดิมที​บิดา​คิด​จะยก​กิจการ​ที่​บ้าน​ให้​เขา​ แต่​ใคร​จะไป​รู้​ว่า​เด็ก​คน​นี้​วิ่ง​ไป​รับราชการ​ที่​สำนัก​งานบริหาร​มรดก​วัฒนธรรม​ของ​รัฐ​แทน​ ด้วย​ประสบการณ์​ที่​เคย​เป็น​โฉวฝู่​มากกว่า​20ปี​ ไม่ว่า​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ใด​เขา​ก็​ทำ​ออกมา​ได้ดี​ทั้งนั้น​…

…......

เริ่มต้น​พรหมลิขิต​แต้มสี​ชาด​ ไม่คลา​คลาด​ผูก​ชะตา​สามชาติ​ภพ​…ชาติ​นี้​ความ​พราก​จาก​ไม่ประสบ​ ชาติหน้า​พบ​เคียง​เจ้าชั่ว​นิรันดร​…



จบบริบูรณ์

Comments