work system ep11-20

บทที่ 11: เล็งเป้าหมายไปที่ร้านอาหารรัฐบาล


“ผู้อำนวยการเก๋อ คุณพูดเกินไปแล้ว”

 

สวีเถาเถาทนเห็นผู้อำนวยการเก๋อทำหน้าเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่ได้ จึงพูดว่า

 

“บอกตรงๆเลยนะคะผู้อำนวยการเก๋อ สูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขาย”

 

จ้าวซิ่วหลานตาโต รีบส่งสัญญาณให้ลูกสาว เด็กโง่เอ๊ย ไม่ขายได้ยังไง สูตรอาหารเดียวสำคัญกว่าเงินหรือไง!

 

สวีเถาเถาแอบขยิบตาให้แม่ บอกให้ใจเย็นเย็น

 

จ้าวซิ่วหลานจึงได้แต่เก็บความร้อนใจไว้ชั่วคราวแต่ก็กำหมัดแน่น

 

ผู้อำนวยการเก๋อเข้าใจ “เถาเถา มีข้อเสนออะไรก็บอกมาได้เลย ตราบใดที่ร้านอาหารรัฐบาลเราทำได้ ฉันจะพยายามทำให้เต็มที่ สูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศนี้ร้านอาหารรัฐบาลเราต้องได้มา”

 

เห็นปลาติดเบ็ด สวีเถาเถาจึงพูดขึ้นอย่างสุขุม

 

“ผู้อำนวยการพูดแบบนี้ฉันก็เกรงใจนิดหน่อย จริงๆแล้ว สูตรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกค่ะ แค่ฉันอยากไปเปิดหูเปิดตาที่ร้านอาหารรัฐบาล”

 

“ได้ยินมาว่าพ่อครัวของร้านอาหารรัฐบาลแต่ละคนฝีมือล้ำเลิศ ฉันอยากไปเรียนรู้

 

แต่ตอนนี้ฉันทำงานที่แผนกชำแหละของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน เลิกงานกลับบ้านก็เหนื่อยจนอยากจะนอนแผ่ ไม่มีเวลาไปเดินเล่นที่ร้านอาหารรัฐบาลเลย”

 

พูดวกไปวนมาตั้งนาน ในที่สุดก็ถึงประเด็นสำคัญ

 

“ฉันคิดว่า ถ้าฉันได้ไปเรียนรู้ทุกวัน ต่อให้เป็นแค่พนักงานชั่วคราวที่ร้านอาหารรัฐบาล ฉันก็ยินดีค่ะ!”

 

พูดจบ สวีเถาเถาก็ทำท่าเหมือนพูดความในใจออกมา บิดนิ้วด้วยความเขินอายก่อนจะส่งยิ้มให้ทุกคน

 

ผู้อำนวยการเก๋อ ไม่เห็นว่าเธอจะเขินตรงไหนเลย

 

ผู้อำนวยการก่วนและภรรยามองหน้ากัน ทุกคนล้วนเป็นคนฉลาด นอกจากพ่อสวีกับภรรยาที่คิดว่าลูกสาวอยากเรียนทำอาหารจนแทบจะร้องไห้แล้ว

 

ผู้อำนวยการเก๋อและอีกสองคนต่างก็เข้าใจความหมายของสวีเถาเถาดี

 

นี่คือการเอาสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศมาแลกงาน!

 

เด็กสาวตัวเล็กๆคิดได้ยังไงเนี่ย

 

ผู้อำนวยการเก๋อกัดฟัน อยากจะต่อรองกับสวีเถาเถา

 

“เถาเถา เธอดูสิ ลุงเป็นแค่รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ ไม่มีอำนาจไปยุ่งเกี่ยวกับบุคลากรของร้านอาหารรัฐบาล

 

คือลุงตั้งใจจะซื้อสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศของเธอด้วยเงิน200หยวน กับคูปองอาหาร50จิน แบบนี้ ลุงขอเพิ่มให้อีก20หยวนได้ไหม?”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีเถาเถาจางลง งานสมัยนี้ ต่อให้เป็นพนักงานชั่วคราว จะซื้อได้ด้วยเงิน200หยวนเหรอ?

 

ฝันไปเถอะ!

 

และสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศของเธอมีค่าแค่200หยวนหรือไง?

 

สวีเถาเถารู้สึกว่าเธอกำลังขายขาดทุน ขาดทุนย่อยยับ!

 

“คุณลุง คุณไม่จริงใจเลยนะคะ” สวีเถาเถาพูดออกมาอย่างใจเย็น


ผู้อำนวยการเก๋อแทบกระอักเลือด!

 

ใครกันแน่ที่ไม่จริงใจ เธออยากได้งานตั้งแต่แรก เด็กสาวอายุแค่นี้ ใจคอโหดร้ายเกินไปแล้ว!

 

แต่เขาก็ชอบสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศนี้จริงๆ ไม่อยากปล่อยมือ

 

“เถาเถา อย่าดูถูกที่ลุงเป็นรองผู้อำนวยการเลย ลุงก็ลำบากเหมือนกัน มีผู้อำนวยการหลายคนกดอยู่ ถึงอยากจะช่วยก็ช่วยไม่ได้”

 

ผู้อำนวยการเก๋อเล่นบทน่าสงสาร

 

สวีเถาเถากับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางอารมณ์ วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล

 

“อ้อ”

 

“ลองคุยกันใหม่ได้ไหม? ถ้าเธอคิดว่าเงินน้อยไป ก็เพิ่มได้!”

 

“เงินซื้อความฝันได้เหรอ?”

 

ผู้อำนวยการเก๋อพูดไม่ออก

 

นี่มันเข้าวงจรเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

พ่อสวีกับภรรยาไม่ได้พูดอะไรมาตลอด แต่คราวนี้ทนไม่ไหวแล้ว ผู้อำนวยการร้านอาหารรัฐบาลนี่มันเลวจริงๆ!

 

เป็นฝ่ายมาขอสูตรอาหารเอง ทำไมตอนนี้ ลูกสาวของพวกเขาแค่ขอแลกกับตำแหน่งพนักงานชั่วคราวก็ไม่ยอม!

 

ลูกสาวพูดถูก ตาแก่นี่ไม่จริงใจ!

 

จ้าวซิ่วหลานลุกขึ้นยืนทันทีสีหน้าบึ้งตึง “เถาเถา เราไม่ขายแล้ว ถ้าลูกอยากเรียนทำอาหาร ต่อไปแม่สอนเองก็ได้

 

พ่อครัวของร้านอาหารรัฐบาลฝีมือก็งั้นๆแหละ วันก่อนที่เรากินหมูตุ๋นน้ำแดง รสชาติก็แย่มาก มีแต่รสซีอิ๊ว! สงสัยทำซีอิ๊วหกใส่หม้อ!”

 

“เราไม่จำเป็นต้องเรียนกับเขา! ถ้าลูกกลัวว่าจะขโมยวิชาแม่ไปหมด แม่ก็จะหาพ่อครัวคนอื่นมาสอน พี่สะใภ้ของแม่ ลูกพี่ลูกน้องของแม่ ป้าของแม่ ญาติห่างๆของแม่ ทุกคนต่างบอกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาเคยเป็นพ่อครัวหลวง! แม่จะพาลูกไปฝากตัวเป็นศิษย์!”

 

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องโกหก แต่ท่าทางที่จ้าวซิ่วหลานดึงลูกสาวกลับห้องนั้นจริงจังมาก

 

ลูกสาวอยากได้เงินก็ต้องได้เงิน ลูกสาวอยากได้งานก็ต้องได้งาน ยังไงก็ต้องตามใจลูกสาว

 

ในเมื่อคนนี้ให้ไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรต้องคุย

 

สวีต้ากวงลูบมือ ทำหน้าขอโทษ “ขอโทษด้วยนะผู้อำนวยการเก๋อ ภรรยาผมใจร้อน เอาอย่างนี้ วันนี้ก็ดึกแล้ว ทุกคนกินข้าวเย็นที่บ้านผมก่อน พรุ่งนี้ผู้อำนวยการเก๋อลองไปคุยกับผู้เบื้องบนดู ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน!”

 

ถึงจะรู้ว่าสองคนนี้เล่นบทตบหัวแล้วลูบหลัง แต่ผู้อำนวยการเก๋อก็ปฏิเสธไม่ได้

 

ก็เขามีธุระกับคนอื่นนี่ เขาถอนหายใจ โบกมือ “ผมไม่กินข้าวเย็นที่นี่แล้ว ตอนนี้ยังพอมีเวลาจะไปบ้านผู้บริหารเพื่อลองคุยเรื่องของเถาเถาสักหน่อย พรุ่งนี้ถ้ามีข่าวดีผมจะมาบอกพวกคุณ!”

 

พูดจบเขาก็รีบร้อนออกไป

 

“ลำบากผู้อำนวยการเก๋อแล้ว! ผู้อำนวยการเก๋อเดินทางปลอดภัยนะครับ คราวหน้าต้องให้เกียรติผม ให้ผมเลี้ยงเหล้าสักมื้อ!”

 

สวีต้ากวงส่งผู้อำนวยการเก๋อออกไปอย่างกระตือรือร้น

 

จริงๆแล้วผู้อำนวยการก่วนกับภรรยาก็กำลังจะกลับเหมือนกัน แต่พอได้ยินว่าสวีเถาเถาเป็นคนทำอาหาร ขาก็ขยับไม่ได้ทันที

 

ผู้อำนวยการเจียงยิ้ม จับมือจ้าวซิ่วหลานเดินไปที่ครัว “โอ๊ย ซิ่วหลาน ฝีมือของเถาเถานี่สุดยอดจริงๆ วันนี้ฉันขอหน้าด้านกินข้าวบ้านเธอสักมื้อนะ”

 

“ผู้อำนวยการเจียงพูดอะไรแบบนั้นคะ หลายปีมานี้ได้คุณช่วยเหลือตลอด แถมยังมีเรื่องได้บรรจุเป็นพนักงานประจำอีก ฉันต้องขอบคุณคุณมากๆเลย”

 

ผู้หญิงสองคนเดินควงแขนกันเข้าครัวไปดูสวีเถาเถาทำอาหาร ส่วนสวีต้ากวงก็หยิบหมากรุกออกมาจากใต้โต๊ะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

“มาๆๆ ได้ยินมาว่าผู้อำนวยการก่วนเล่นหมากรุกเก่ง วันนี้ในที่สุดก็มีโอกาสประลองฝีมือกันสักที!”

 

พอเห็นกระดานหมากรุก ผู้อำนวยการก่วนตาเป็นประกาย พับแขนเสื้อขึ้นอย่างใจร้อน “ได้! วันนี้เราสองคนมาฆ่ากันสักตั้ง!”

 

ตอนเย็น อาหารหลายอย่างที่สวีเถาเถาทำก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เต้าหู้แห้งผัดขึ้นฉ่ายที่เธอทำเอง ผู้อำนวยการเจียงชอบมาก

 

นอกจากนั้นก็มีกระดูกหมูตุ๋น ผัดหัวใจหมู ไข่ตุ๋นต้นหอม ซุปมะเขือเทศไข่ และแน่นอนว่าต้องมีเครื่องในหมูตุ๋นรสเผ็ดของครอบครัวสวี!

 

อร่อยจนผู้อำนวยการก่วนกับภรรยาชมไม่หยุด

 

กระดูกหมูตุ๋นได้รับความนิยมมากที่สุด ถึงจะไม่มีเนื้อ แต่วิธีกินแบบถือแทะก็แปลกใหม่ บวกกับฝีมือของสวีเถาเถา รสชาติอร่อยขนาดไหน ดูจากเสียง “จั๊บๆๆ” ของสวีกั๋วเฉียงก็รู้แล้ว

 

“น้องเล็ก! ฝีมือทำอาหารของเธอ ถ้าร้านอาหารรัฐบาลไม่รับเธอ ถือว่าพวกเขาเสียหายอย่างใหญ่หลวง!”

 

สวีลี่ลี่พูดชมสวีเถาเถาจนตัวแทบจะลอย

 

ทุกคนรีบพูดเสริม “ใช่ๆๆ!”

 

สวีเถาเถาโบกมืออย่างถ่อมตัว “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่ทำอาหารบ้านๆเท่านั้น”

 

ผู้อำนวยการก่วนเช็ดมือที่มันเยิ้ม จิบเหล้าอย่างมีความสุข พูดอย่างใจเย็น

 

“เก็บกระดูกหมูตุ๋นไว้ให้ฉันชิ้นหนึ่ง พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปให้คุณเก๋อชิม เถาเถาเลิกงานแล้วก็กลับบ้านรอนข่าวดีได้เลย”

 

เมื่อเขาพูดแบบนี้ คนที่ฉลาดก็ย่อมฟังออก บ้านของครอบครัวสวีก็ยิ่งคึกคักมากขึ้น


บทที่ 12: ได้งาน ได้เงิน ได้คูปองอาหาร


ก่อนที่สองสามีภรรยาจะกลับ จ้าวซิ่วหลานก็ห่อกระดูกหมูตุ๋นเพิ่มให้อีกห้าชิ้นให้ผู้อำนวยการเจียงกับสามี

 

ผู้อำนวยการเจียงก็อยากได้ แต่ก็เกรงใจ ปฏิเสธว่า “ซิ่วหลาน เธอจะทำอย่างนี้ทำไม มีแขกมากินข้าวที่บ้าน กินแล้วยังให้ห่อกลับบ้านอีก!

 

วันนี้ฉันกับเหล่าก่วนมาบ้านเธอตัวเปล่า กินข้าวฟรีๆก็หน้าบางจะแย่อยู่แล้ว! ถ้าคนอื่นไม่รู้ จะคิดว่าฉันรับสินบนจากเธอได้นะ”

 

บ้านพักแถวนี้คนเยอะ ต้องระวัง อย่าให้คนพวกนั้นหาเรื่องใส่ความเธอได้

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ”

 

จ้าวซิ่วหลานยัดใส่กระเป๋าของเธอทันที พูดเสียงดังฟังชัด “พวกเราสนิทกัน ฉันให้กระดูกคุณสองสามชิ้นจะเป็นไรไป! กระดูกไม่มีเนื้อ ไม่ได้มีค่าอะไร ดูซิว่าใครจะกล้าพูดนินทา!”

 

จริงๆแล้วก็มีคนในละแวกบ้านแอบดูอยู่หลังประตู พอจ้าวซิ่วหลานพูดแบบนี้ ทุกคนก็หน้าเสีย ไม่กล้าแอบดูอีก

 

ผู้อำนวยการเจียงส่งสายตาให้จ้าวซิ่วหลาน จ้าวซิ่วหลานก็ขยิบตาให้เธอ ทั้งสองคนรู้กัน

 

ในที่สุด ผู้อำนวยการเจียงก็รับกระดูกหมูตุ๋นไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวสวีกับครอบครัวกวนก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น

 

วันรุ่งขึ้น พอสวีเถาเถากลับถึงบ้าน ก็เห็นผู้อำนวยการเก๋ออีก ก็รู้ทันทีว่า คราวนี้ได้แน่!

 

ดังนั้นผู้อำนวยการเก๋อจึงทำตัวกระตือรือร้นกับเธอมากขึ้น

 

“เถาเถา เธอพูดคำเดียว ลุงวิ่งจนขาขวิด แต่พอลุงไปพูดกับหัวหน้าหมดคำพูดไปตั้งเยอะกว่าจะยอมตกลง แต่เรื่องตำแหน่งพนักงานประจำให้ไม่ได้จริงๆ

 

ได้แค่ตำแหน่งพนักงานชั่วคราวที่ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียง แถมให้อีก150หยวน กับคูปองอาหารอีก50จิน เธอว่าไง?”

 

ตำแหน่งพนักงานชั่วคราวที่ร้านอาหารรัฐบาล แถมเงิน150หยวน และคูปองอาหาร50จิน!

 

สวีลี่ลี่ที่แกล้งทำเป็นกวาดบ้านแอบฟังอยู่ ก็รู้สึกอิจฉาแทบบ้า!

 

น้องสาวคนนี้เก่งเกินไปแล้ว สูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศสูตรเดียว แลกเงินแลกคูปองได้ตั้งเยอะ ยังได้งานอีก สุดยอด!

 

สวีเถาเถาวางของลง รับเงินกับคูปองจากผู้อำนวยการเก๋อ พูดอย่างยินดี

 

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะลุงเก๋อ ฉันจะเข้าไปเขียนสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศให้เดี๋ยวนี้เลย!”

 

“ได้ๆ! เขียนให้ละเอียดด้วยนะ ร้านอาหารรัฐบาลเราพ่อครัวเรื่องเยอะ”

 

ผู้อำนวยการเก๋อดีใจ ยังสั่งกำชับตอนที่สวีเถาเถาเข้าห้องไปอีก

 

สวีเถาเถาอดขำไม่ได้ ผู้อำนวยการเก๋อกลัวว่าเธอจะเขียนสูตรอาหารแบบมั่วๆ

 

ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ผู้อำนวยการเก๋อคิดมากไปเอง

 

สูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศที่สวีเถาเถาเขียนนั้นละเอียดมาก ระบุปริมาณของเครื่องปรุงแต่ละชนิดเป็นจิน เรียกว่าเป็นผู้ขายที่จริงใจ

 

ผู้อำนวยการเก๋อดูแล้วก็วางใจ แล้วพับสูตรอาหารที่สวีเถาเถาเขียนอย่างระมัดระวัง ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ

 

ทั้งยังลูบๆคลำๆอย่างทะนุถนอม

 

แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เถาเถา ไม่นับเงินหน่อยเหรอ?”

 

นั่นมันตั้ง150หยวน กับคูปองอาหาร50จิน เท่ากับเงินเดือนครึ่งปีของคนงานทั่วไปเลยนะ!

 

สวีเถาเถาทำท่าทางใจกว้าง “ไม่ต้องนับหรอกค่ะ! ถึงจะเพิ่งรู้จักกันสองวัน แต่ฉันเชื่อใจคุณลุงค่ะ!”

 

ผู้อำนวยการเก๋อถึงกับอึ้งไป จากนั้นก็ยิ้มออกมา

 

ถึงจะเจ้าเล่ห์ แต่ปากหวาน พูดแล้วก็รู้สึกดี!

 

ตกเย็น ผู้อำนวยการเก๋อก็ต้องอยู่กินข้าวที่บ้านสวี สวีเถาเถาก็ใช้ฝีมือทำอาหารอันโดดเด่นของเธอพิชิตใจผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของร้านอาหารรัฐบาลอีกครั้ง

 

ในที่สุดผู้อำนวยการเก๋อก็ได้กินกระดูกหมูตุ๋นที่เขาอยากกิน รู้สึกตัวเบาหวิว

 

เจ้าบ้าก่วนนั่น วันนี้เอาเรื่องกระดูกหมูตุ๋นมาอวด ถึงเขาจะยกให้ผู้หัวหน้าการแล้ว แต่ก็คิดถึงรสชาติของกระดูกหมูตุ๋นมาทั้งวัน

 

ตอนนี้ได้กินแล้ว ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง!

 

เขายอมรับในฝีมือของสวีเถาเถา ดูดนิ้วที่เปื้อนน้ำซอสจากกระดูกหมูตุ๋น แล้วยกนิ้วให้สวีเถาเถา

 

“เถาเถา เหล่าก่วนมันไม่ได้หลอกฉัน ฝีมือของเธอ เก่งกว่าพ่อครัวของร้านอาหารรัฐบาลอีก! พวกนั้นวันวันเอาแต่วางท่า ชอบดูถูกคนอื่น!

 

ควรให้พวกนั้นมาเห็น เด็กสาวตัวเล็กๆ ทำอาหารเก่งกว่าพวกเขาตั้งเยอะ ลุงรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ ที่ช่วยเรื่องตำแหน่งพนักงานประจำไม่ได้”

 

“แต่เธอวางใจ ตอนนี้เป็นแบบนี้ก่อน ถ้ามีโอกาส ลุงจะให้เธอได้บรรจุแน่นอน!”

 

เขาตบหน้าอกรับรองกับสวีเถาเถา แล้วก็หันไปชมสวีเถาเถากับพ่อสวีและภรรยา “พวกคุณมีลูกสาวคนนี้ โชคดีจริงๆ โชคดีจริงๆ”

 

เขาชมจนสวีต้ากวงกับภรรยาหุบยิ้มไม่ได้ ส่วนสวีกั๋วหัว สวีกั๋วเฉียง และสวีลี่ลี่ สามพี่น้องก็ภูมิใจ รู้สึกว่าน้องสาวทำให้พวกเขามีหน้ามีตา!

 

หลังจากส่งผู้อำนวยการเก๋อกลับไปแล้ว ครอบครัวสวีก็มานั่งนับเงินนับคูปองอย่างมีความสุข ส่วนใหญ่เป็นจ้าวซิ่วหลานที่นับ คนอื่นๆก็มองตาปริบๆ

 

จ้าวซิ่วหลานนับสองรอบถึงจะวางใจ ยิ้มแล้วพูดว่า “ครบทุกใบ ตาแก่นั่นคงไม่กล้าโกงเราหรอก!”

 

สวีลี่ลี่มองเงินกับคูปองในมือแม่พร้อมกลืนน้ำลาย “แม่ ฉันโตมาเพิ่งเคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ คงพอซื้อจักรยานได้คันนึงแล้วมั้ง!”


บ้านลุงเฉินนักบัญชีข้างบ้านมีจักรยานมือสองคันหนึ่ง ทุกวันฉินเหม่ยฟางต้องเช็ดจนเงาวับ

 

ทุกครั้งที่สวีลี่ลี่เห็นก็ได้แต่อิจฉา

 

“ซื้อจักรยานทำไม!”

 

สวีกั๋วเฉียง ยิ้มประจบให้สวีเถาเถา

 

“น้องเล็ก เราซื้อเนื้อมากินกันเถอะ 150หยวนนี่ซื้อเนื้อกินได้ครึ่งปี เธอผอมเกินไป ต้องบำรุงให้มีน้ำมีนวลหน่อย หน้าตาถึงจะดูดี!”

 

สวีเถาเถายังไม่ทันพูดอะไร สวีต้ากวงก็ตีทั้งคู่คนละที

 

“คนหนึ่งก็รู้จักแต่เล่น อีกคนก็รู้จักแต่กิน! จะซื้ออะไร! ไม่ต้องซื้อ! เก็บเงินไว้เป็นสินสอดให้น้องสาว! เป็นเงินที่เธอหามาเอง ใครก็อย่ามาอิจฉา!”

 

“พ่อ! พูดอะไร! พวกเราไม่ใช่คนแบบนั้นนะ!” สวีกั๋วเฉียง รีบแสดงความจงรักภักดี

 

สวีลี่ลี่อยากจะพูดอะไรแต่ก็เงียบ ถึงเธอจะอยากได้ แต่ก็รู้ว่าเงินนี้เป็นเงินที่น้องสาวขายสูตรอาหารตุ๋นเครื่องเทศได้มา ยังไงก็ไม่ใช่ของเธอ

 

ดังนั้นเธอจึงยกมืออย่างยินดี “ฉันก็เห็นด้วย!”

 

เหลือแต่พี่ชายคนโต ทุกคนในครอบครัวจ้องมองเขา

 

สวีกั๋วหัวเกาหัวอย่างงงๆ “มองฉันทำไม ก็ไม่ใช่เงินของฉัน เป็นเงินที่น้องเล็กหามา ก็ให้น้องเล็กสิ”

 

จ้าวซิ่วหลานพยักหน้าอย่างพอใจ ถึงแม้ลูกๆที่เธอให้กำเนิดจะมีข้อเสียคนละอย่าง หน้าตาก็ไม่ดี แต่ก็มีจิตใจที่ดี พี่น้องก็รักใครกัน

 

เธอยัดเงินใส่มือสวีเถาเถา “เถาเถา เก็บเงินไว้ อยากกินอะไรก็ซื้อ แต่เก็บไว้ดีกว่า ต่อไปเอาไปบ้านสามีก็มีหน้ามีตา”


พอถือเงินไว้ สวีเถาเถาก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาถึงไหลออกมา

 

อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องแต่งงาน ต่อให้แต่งงาน ทำไมเธอต้องเอาเงินไปบ้านสามีเพื่อให้พ่อแม่สามีพอใจ?

 

ครอบครัวในชาตินี้ของเธอ ทำให้หัวใจที่เปล่าเปลี่ยวของเธออบอุ่นขึ้น เงิน150หยวน เอาใช้ที่บ้านก็ได้ พี่ชายทั้งสองคนกำลังจะแต่งงาน เป็นช่วงที่ต้องใช้เงินพอดี

 

บอกให้เธอเก็บไว้ ก็ไม่มีใครคิดจะเอา ไม่รู้จะพูดอะไรดี

 

เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาความจริงใจแลกความจริงใจ สวีเถาเถาจึงยัดเงินคืนให้จ้าวซิ่วหลานแล้วหยิบออกมาแค่10หยวน

 

“แม่ ฉันเอาแค่10หยวนก็พอ ที่เหลือเอาไว้ใช้ในบ้านเถอะ”

 

“ไม่ได้” จ้าวซิ่วหลานปฏิเสธทันที

 

สวีเถาเถาขัด “แม่ ฉันก็เป็นคนในครอบครัวนี้นะ พ่อกับแม่เลี้ยงดูฉันกับพี่ๆมาตั้งนานมันไม่ง่ายเลย ตอนนี้ฉันโตแล้ว หาเงินได้แล้ว จะกตัญญูกับพ่อแม่จะเป็นไรไป ต่อไปพี่ๆก็ต้องเหมือนกัน จริงไหมพี่ใหญ่ พี่รอง พี่?”

 

สวีกั๋วหัว สวีกั๋วเฉียง และสวีลี่ลี่ ที่กำลังซึ้งใจถึงกับพูดไม่ออก

 

“จะ...จริง”

 

จ้าวซิ่วหลานดูออกว่าลูกๆพูดไม่จริงใจ แต่ลูกสาวคนเล็กจริงใจแน่นอน ทำให้หัวใจของเธออบอุ่น

 

“โอ๊ย ลูกสาวแม่ช่างน่ารักจริงๆ วางใจเถอะ เงินนี้แม่จะเก็บไว้ให้ ใครก็ห้ามใช้ ต่อไปจะเป็นสินสอดให้ลูก!”

 

สวีต้ากวงก็มองสวีเถาเถาแล้วน้ำตาคลอเบา ลูกสาวของเขาเป็นคนดีจริงๆ


บทที่ 13: คืนผิวขาวผ่องใส & เปิดระบบร้านค้า


กลางคืน สวีเถาเถานอนหลับตาบนเตียงเล็กๆของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ระบบ เริ่มได้”

 

“ติ๊ง! โฮสต์ได้งานเป็นพนักงานชั่วคราวที่ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงด้วยความสามารถของตัวเอง ได้รับแต้มสะสม1แต้ม”

 

คืน "ผิวขาวผ่องใส" ให้โฮสต์ ต่อไปนี้ผิวคล้ำๆของโฮสต์ก็จะหายไปเปลี่ยนเป็นสาวผิวขาวสวยแล้ว!”

 

“ตามสัญญา เริ่มกระบวนการเสริมความงาม!”

 

“เสริมความงามเสร็จสิ้น!”

 

หลังจากระบบพูดจบ สวีเถาเถาก็ลืมตา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

 

“แค่นี้เหรอ?”

 

ระบบพูดอย่างภาคภูมิใจ “หลังจากผิวขาวผ่องใสแล้ว ต่อไปนี้คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องสิว ฝ้า กระ ต่อให้คุณอายุ80ปี สภาพผิวก็ยังเหมือน18ปี”

 

“ทั้งความเนียนใส ยืดหยุ่น คอลลาเจนเต็มเปี่ยม เนียนกว่าไข่ที่ถูกปอก ผิวชุ่มชื้นตลอดกาล ขาวผ่องเป็นยองใย!”

 

สวีเถาเถาลูบหน้าตัวเอง ก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่เธอก็คิดว่าระบบคงไม่กล้าหลอกเธอ แต่เธอก็ยังไม่พอใจ

 

“ทำไมฉันทำงานหนักขนาดนี้ถึงได้แต้มสะสมแค่แต้มเดียว? ระบบลืมอะไรไปรึเปล่า ฉันไม่ใช่แค่ได้งานใหม่นะ ยังได้เริ่มอาชีพเสริมด้วย ทำไมไม่ได้แต้มสะสมเพิ่ม?”

 

“คิดใหม่ให้ฉันเเดี๋ยวนี้นะ!!”

 

เธอไม่ใช่คนที่จะยอมขาดทุน ต้องเคลียร์กับระบบให้ชัดเจน

 

จากนั้น สวีเถาเถาก็เถียงกับระบบอยู่ครึ่งคืน สุดท้ายระบบก็ยอมแพ้ ยอมถอยหนึ่งก้าว

 

“เห็นแก่ที่คุณเพิ่งเริ่มต้นแต้มสะสม ฉันจะเปิดระบบร้านค้าให้คุณก่อน ทั้งที่ปกติต้องมีแต้มสะสม5แต้มถึงจะเปิดได้ แต่แต้มสะสม ไม่มีทางเพิ่มให้อีกแล้ว!”

 

สวีเถาเถาก็ง่วงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ไม่มีแรงเถียงกับระบบอีก เธอหาว1ที แล้วยอมตกลง

 

“ก็ได้ ก็ได้ เห็นแก่ที่ยังต้องร่วมมือกันอีกนาน ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่อง เรื่องระบบร้านค้าอะไรนั่น ค่อยเปิดให้ฉันดูพรุ่งนี้”

 

พูดจบเธอก็หลับไป

 

ระบบเช็ดเหงื่อเงียบๆ ยัยนี่ น่ากลัวชะมัด!

 

พอตื่นมาเห็นแสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง เธอก็ยืดเส้นยืดสายอย่างสบายใจ

 

ชีวิตที่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน อย่าหวังว่าเธอจะกลับไปอีก!

 

เมื่อคืนตกลงกันไว้แล้ว วันนี้พ่อสวีก็เลยไปลาป่วยให้สวีเถาเถา อาทิตย์หน้าเธอจะไปทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาล สองวันนี้ที่บ้านให้เธอพักผ่อนอยู่บ้าน

 

สวีเถาเถาก็รีบลุกขึ้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ และวิ่งไปหากระจกบานเดียวในบ้าน ซึ่งเป็นกระจกกลมทำจากไม้ขนาดเท่าฝ่ามือ กรอบไม้ด้านขวาแตก และเป็นของเก่าของแม่

 

เธอยืนอยู่ใต้แสงแดด สวีเถาเถาส่องกระจกไปมา แล้วก็เบิกตากว้าง ตะโกนเรียกระบบด้วยความโกรธ

 

“ระบบ! ระบบ! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! ทำไมหน้าฉันยังดำอยู่ ไม่เห็นเปลี่ยนไปเลย! หลอกฉันรึไง!”

 

ไอ้ระบบบ้า กล้าหลอกเธอ!

 

สวีเถาเถาคิดในใจถึงวิธีทรมานระบบร้อยแปดวิธีทันที

 

ระบบที่ขยันขันแข็งรีบออกมาด้วยความกลัว “โฮสต์! ผมไม่กล้าหลอกคุณหรอก!”

 

“ลองคิดดู ผู้หญิงผิวคล้ำๆคนหนึ่ง อยู่ๆคืนเดียวก็ขาวขึ้น เหมือนดอกไม้อยู่ๆก็กลายเป็นนางไซซี! คนอื่นจะไม่ตกใจตายเหรอ

 

ระบบของเราบริการดีเยี่ยม ไม่มีทางทำพลาดแบบนั้นหรอก "ผิวขาวผ่องใส" ของคุณได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา หนึ่งอาทิตย์! หนึ่งอาทิตย์ค่อยรอดู! รับรองว่าจะต้องตกใจ!”

 

“จริงเหรอ?”

 

สวีเถาเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอก็รู้ว่าระบบพูดถูก เป็นเพราะเธอใจร้อนอยากสวยเร็วเกินไป

 

“ก็ได้ ฉันให้เวลาแกอีกหนึ่งอาทิตย์ ถ้าหนึ่งอาทิตย์แล้วฉันยังดำอยู่...ฮึ่มๆๆ...”

 

ถึงจะไม่มีตัวตน แต่ระบบก็รู้สึกหนาวสั่นเหมือนอยู่ในฤดูหนาว

 

รีบรับปากกับโฮสต์ “ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่นอน!”

 

สวีเถาเถาถึงพอใจ “ระบบร้านค้าที่เธอพูดถึง เปิดให้ฉันดูหน่อย”

 

ตอนนี้ระบบไม่กล้าขัดใจโฮสต์ รีบเปิดระบบร้านค้าให้ พูดอย่างประจบ “โฮสต์ ดูสิ ในนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการ!”

 

หน้าจอของระบบร้านค้าคล้ายกับหน้าจอแท็บเล็ตสมัยใหม่ แต่เป็นแบบโปร่งใส มีแค่สวีเถาเถาที่มองเห็น

 

สวีเถาเถาเลื่อนหน้าจอ ในใจรู้สึกทึ่งที่ระบบไม่ได้โกหก ในร้านค้านี้มีทุกอย่างจริงๆ

 

ข้าวสาร แป้งสาลี น้ำมัน เครื่องปรุงรสต่างๆ เนื้อสัตว์พื้นฐานต่างๆ หมู วัว แกะ และยังมีเนื้อสัตว์บางอย่างที่สวีเถาเถาไม่รู้จัก

 

เช่น เนื้อสัตว์กูก้า เนื้อสัตว์หกเหลี่ยม เธอเดาว่าน่าจะเป็น ของขึ้นชื่อของยุคอวกาศที่ระบบพูดถึง

 

แค่วัตถุดิบก็ตาลายแล้ว เสื้อผ้าก็มีหลากหลายแบบ เครื่องสำอางที่สวีเถาเถาสนใจก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง แบรนด์เครื่องสำอางดังๆ ในโลกก่อนของเธอมีครบ ลิปสติกยังขายเป็นเซ็ต!

 

สวีเถาเถาดูแล้วน้ำลายแทบไหล! เว็บขายของออนไลน์เทียบไม่ได้เลย ระบบร้านค้าของเธอรวบรวมสินค้าจากทั่วจักรวาล!

 

เพียงแต่...

 

สวีเถาเถาชี้นิ้วไปที่ลิงก์สินค้าบางอย่างที่เป็นสีเทา “นี่หมายความว่ายังไง?”

 

ระบบอธิบายให้เธอ “การเปิดใช้งานระบบร้านค้าต้องใช้แต้มสะสม แต้มสะสมของคุณมีไม่ถึง ดูได้อย่างเดียว ซื้อไม่ได้”

 

สวีเถาเถา “....” ไอ้ระบบบ้า

 

ความตื่นเต้นหายไปบ้าง ในเมื่อซื้อไม่ได้ ก็ดูของที่ซื้อได้ก็แล้วกัน

 

สวีเถาเถาเลื่อนหน้าจอไปที่หน้าแรก หน้าสินค้าพื้นฐาน แล้วก็โล่งใจที่เห็นว่า ถึงเธอจะมีแต้มสะสมแค่1แต้ม แต่ก็ซื้อของได้เยอะเหมือนกัน

 

เมื่อนึกถึงของที่ขาดแคลนในบ้าน สวีเถาเถาก็ซื้อข้าวสาร25จิน แป้งสาลี25จิน แป้งข้าวโพด10จิน ซี่โครงหมู10จิน เนื้อวัว25จิน เนื้อแกะ12.5จิน ขนมปังเนย ขนมเปี๊ยะไส้วอลนัท ขนมน้ำตาลปั้นอย่างละลัง

 

แน่นอนว่าต้องมีเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เธอขาดไม่ได้!

 

สุดท้าย เธอลูบหน้าตัวเอง

 

ก่อนหน้านี้หน้าตา "พอใช้" เธอก็ใช้ๆไป ใช้น้ำมันบำรุงผิวที่จ้าวซิ่วหลานซื้อให้ทา และเธอก็ไม่ชอบที่มันเหนียวเหนอะหนะ กลิ่นก็ฉุน เลยนานๆทาที

 

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว

 

หน้าของเธอตอนนี้ต้องบำรุงให้ดี ถึงจะยังใช้เครื่องสำอางไม่ได้เยอะเหมือนชาติที่แล้ว แต่ซื้อครีมบำรุงผิวสักกระปุกก็ยังดี

 

“ครีมบำรุงผิวสมุนไพร”

 

สวีเถาเถาดูครีมตัวหนึ่งที่รีวิวดี ดูปริมาณ “มีส่วนผสมของน้ำตาภูตพฤกษา 0.001% หือ? นี่มันอะไร?”

 

เธอถามระบบ

 

ภูตพฤกษาคืออะไร?

 

ระบบอธิบายให้เธอ “ในยุคอวกาศมีหลายเผ่าพันธุ์ ภูตพฤกษาเป็นภูตตัวเล็กๆ กินพืชเป็นอาหาร น้ำตาของพวกมันมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ

 

เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำตาภูตพฤกษาส่วนใหญ่มักจะมีราคาแพง ครีมบำรุงผิวตัวนี้ราคาถูกที่สุด และมีส่วนผสมของน้ำตาภูตพฤกษาน้อยมาก ถึงจะมีผลในการบำรุงผิว แต่ก็ไม่ได้มาก”

 

สวีเถาเถาไม่อยากจะเชื่อ “0.5แต้มสะสมยังถูกอีกเหรอ? ฉันซื้อของได้ตั้งเยอะด้วย0.5แต้มสะสมเมื่อกี้!”

 

“แต่เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำตาภูตพฤกษาแพงมากจริงๆนะ” ระบบพูดอย่างน่าสงสาร

 

สวีเถาเถา “......”

 

สุดท้าย สวีเถาเถาก็ยอมกัดฟันซื้อมาหนึ่งขวด ใช้แต้มสะสม0.5แต้มสุดท้ายของเธอไป

 

แต่ไม่นาน เธอก็ค้นพบข้อดีของระบบ

 

คือการซื้อของในระบบร้านค้า ถ้าไม่อยากเอาออกมา ก็เก็บไว้ในคลังเก็บของในระบบได้

 

“นี่มันเหมือนกับมีมิติเก็บของเลย!” สวีเถาเถาคิดอย่างมีความสุข


บทที่ 14: งานเป็นที่ต้องการ


สวีเถาเถาคอยแอบเอาข้าวสารกับแป้งสาลีที่ซื้อมาจากระบบร้านค้าออกมาผสมกับของที่บ้านเป็นระยะ

 

จ้าวซิ่วหลานไม่รู้เรื่อง ยังบ่นพึมพำว่า เดือนนี้ข้าวสารกับแป้งที่บ้านทำไมกินได้นานจัง

 

สวีเถาเถาผู้ปิดทองหลังพระก็แค่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร

 

ช่วงนี้มีคนได้ยินว่าลูกสาวคนเล็กบ้านสวีจะไปทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาล งานที่แผนกชำแหละก็เลยว่างลง หลายคนก็เลยมาสืบข่าว

 

อย่าดูถูกตำแหน่งพนักงานชั่วคราวที่แผนกชำแหละ ตอนนั้นบ้านสวีก็ต้องฝากคนอื่น ถึงจะยัดสวีเถาเถาเข้าไปได้ เสียเงินเสียคูปองไปเยอะ

 

ครั้งนี้จ้าวซิ่วหลานสาบานว่าจะต้องเอาทุนคืนให้ได้!

 

แต่แอบคุยกับหลายคนแล้วก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ

 

พอกลับถึงบ้าน จ้าวซิ่วหลานก็โมโห โยนกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วด่ากราด

 

“พวกหน้าด้าน! ฉวยโอกาส! คิดว่าฉันโง่หรือไง! ตอนนั้นบ้านเราเสียเงินไป35หยวน กับคูปองอาหารอีก5จิน แล้วยังต้องไปประจบคนอื่น ถึงจะได้งานนี้มา! ดีจริงๆ! คิดจะซื้องานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ด้วยเงิน20หยวน ฝันไปเถอะ!”

 

สวีลี่ลี่รีบเอาน้ำมาให้จ้าวซิ่วหลาน “แม่ใจเย็นๆ โมโหไปก็เท่านั้น ต่อรองไม่ได้ก็ไม่ต้องขาย”

 

เธอกินขนมที่สวีเถาเถาซื้อมาอย่างสบายใจ คิดในใจว่า น้องสาวนี่รวยจริงๆ ซื้อขนมที่อร่อยขนาดนี้มา ราคาคงไม่ถูกแน่!

 

“แม่ พี่สาวพูดถูก ตำแหน่งที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เป็นที่ต้องการมาก ไม่ต้องพูดถึงคนในโรงงาน ถ้าคนข้างนอกรู้ว่ามีตำแหน่งว่าง ต้องแย่งกันหัวแตกแน่!” สวีเถาเถาเตือน

 

การทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ จริงๆแล้วสวัสดิการแอบแฝงมีค่ามากกว่าเงินเดือน สมัยนี้ ใครๆก็อยากกินเนื้อเยอะๆ

 

เมื่อลูกสาวคนเล็กพูดแบบนี้ จ้าวซิ่วหลานก็ใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว

 

ตาเธอเป็นประกาย ลุกขึ้นตบโต๊ะ “เถาเถาพูดถูก! เป็นแม่ที่คิดผิดเอง จะไปหาในโรงงานทำไม ต้องออกไปหาข้างนอก ปล่อยเบ็ดเส้นยาว ตกปลาตัวใหญ่!”

 

พูดจบจ้าวซิ่วหลานก็ถือกระเป๋าเดินออกไปอย่างรีบร้อน

 

ก่อนไปได้แต่สั่งว่า “เย็นนี้พวกเธอลวกบะหมี่กินกันเองนะ ไม่ต้องรอแม่!”

 

ดูท่าทางเอาจริงเอาจังมาก


สวีเถาเถาเห็นแม่ฮึกเหิมขนาดนี้ ก็ปล่อยให้เธอจัดการ และก่อนที่สวีเถาเถาจะไปทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาล ก็มีข่าวดีจริงๆ

 

เป็นอย่างที่สวีเถาเถาพูดไว้ไม่ผิด งานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ต่อให้เป็นพนักงานชั่วคราว ก็ยังเป็นที่ต้องการมาก

 

พอจ้าวซิ่วหลานปล่อยข่าวออกไป ก็มีคนจำนวนมากติดต่อมาเหมือนได้กลิ่นเนื้อ

 

สุดท้าย จ้าวซิ่วหลานก็เลือกแล้วเลือกอีก ขายตำแหน่งพนักงานชั่วคราวของสวีเถาเถาให้กับลูกชายคนเล็กของหัวหน้ากองผลิตคนหนึ่งในชนบท

 

จ้าวซิ่วหลานนับเงินและคูปองไปด้วย พูดไปด้วย “ไม่น่าเชื่อ ชาวนาบางคนรวยกว่าคนเมืองแบบเราอีก บ้านเขามีสวนผัก มีสวนผลไม้ มีไร่นา ถึงพวกเราจะเป็นคนเมือง กินข้าวที่รัฐบาลแจก แต่มีคูปอง มีคูปองอาหาร ไปร้านสหกรณ์ก็ต้องแย่งของอยู่ดี!”

 

“เมื่อวานผู้อำนวยการเจียงยังบอกฉันอยู่เลยว่า มีคนตีกันที่ร้านสหกรณ์เพื่อแย่งซื้อถั่วลิสงเคลือบน้ำตาล2จิน!”

 

จ้าวซิ่วหลานเล่าด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

 

สวีต้ากวงนั่งเล่นหมากรุกอยู่ข้างๆถอนหายใจ “ตอนนี้ทั่วประเทศก็ขาดแคลนอาหาร พวกเรามีกินก็ดีแค่ไหนแล้ว”

 

“ก็จริง” จ้าวซิ่วหลานส่ายหัว เงยหน้าขึ้นมาทันที

 

“จริงสิ เพื่อนของผู้อำนวยการเจียงที่ร้านสหกรณ์บอกว่าพรุ่งนี้จะมีผ้าลายดอกชุดใหม่มา กั๋วหัว พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าไปต่อคิวนะ น้องสาวจะไปทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาลแล้ว ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย!”

 

สวีกั๋วหัวรีบตอบ “ครับแม่!”

 

เขาคิดในใจดีที่สวีลี่ลี่ไม่อยู่บ้าน ถ้าอยู่บ้านต้องโวยวายว่าแม่ลำเอียงแน่ๆ


วันรุ่งขึ้น จ้าวซิ่วหลานก็ปลุกสวีเถาเถา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะไปทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงแล้ว

 

เธอแปรงฟัน ล้างหน้า หยิบครีมบำรุงผิวออกมาทา นวดเบาๆรอบดวงตา ไม่มีอายครีม ก็ใช้ครีมบำรุงผิวแทนไปก่อน

 

สวีลี่ลี่มองน้องสาวเงยหน้าทาครีมอย่างสงสัย เธอลูบหน้าตัวเอง แล้วเข้าไปใกล้ๆ

 

“ฮิฮิ น้องสาว เธอทาอะไร ขอฉันทาบ้างสิ!”

 

สวีเถาเถายกคาง “นั่นไง! ทาเองสิ อย่าทาเยอะนะ”

 

ครีมตัวนี้ค่อนข้างชุ่มชื้น ถ้าทาเยอะไปจะดูเยิ้ม

 

สวีลี่ลี่หันไปมองก็เห็นกระปุกครีมวางอยู่บนหัวเตียง

 

เธอก็หยิบขึ้นมาด้วยความดีใจ มองอย่างอิจฉา “นี่มันครีมบัวหิมะที่ขายแพงๆ ที่ร้านสหกรณ์นี่ น้องสาวเธอนี่รวยจริงๆ” เธอตักครีมออกมาเล็กน้อย แล้วดม “หอมจัง!”

 

ตอนที่ทาลงบนหน้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองรึเปล่า เธอรู้สึกว่าผิวหน้าที่แห้งๆของเธอดูชุ่มชื้นขึ้นมาทันที

 

สวีลี่ลี่เหลือบมองเห็นว่าสวีเถาเถาไม่ได้สนใจ ก็เลยตักครีมออกมาเยอะๆ แล้วทาลง.บนหน้าอย่างมีความสุข!

 

พอดีสวีเถาเถาหันมาเห็น ก็ทั้งขำทั้งโมโห

 

พอโดนน้องสาวจับได้ สวีลี่ลี่ก็รู้สึกเขิน ตอนกินข้าวเช้าก็ไม่กล้ามองหน้าสวีเถาเถา ก้มหน้าก้มตากินโจ๊กอย่างเงียบๆ

 

“พวกเธอสองคนทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ? สวีลี่ลี่ ไม่ได้รังแกน้องใช่ไหม?” จ้าวซิ่วหลานถามอย่างสงสัย

 

สวีลี่ลี่ก้มหน้าลงไปอีก “ปะ เปล่า”

 

พอกินข้าวเสร็จเธอก็จะวิ่งหนี สวีเถาเถาเรียกเธอไว้ “พี่ รอเดี๋ยว!”

 

สวีลี่ลี่ใจเต้นรัว จับสายกระเป๋า “มะ มีอะไร ฉันจะไปทำงานสายแล้ว!”

 

“นี่ของพี่!”

 

จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างยัดใส่มือเธอ สวีลี่ลี่มองดูก็พบว่าเป็นกล่องเล็กๆที่ใส่ "น้ำมันบำรุงผิว"

 

สวีเถาเถาพูดว่า “เห็นพี่ชอบครีมบัวหิมะของฉัน ก็เลยแบ่งให้ ไม่มีกล่องอื่นแล้ว ก็เลยใส่กล่องนี้ให้ พี่เก็บไว้เถอะ”

 

สวีลี่ลี่ถือกล่องเล็กๆไว้ มองน้องสาวตาค้าง

 

ในใจก็รู้สึก.อบอุ่นขึ้นมาทันที

 

ฮือๆๆ น้องสาวใจดีกับเธอมาก เธอยังแอบขโมยครีมบัวหิมะของน้องตั้งเยอะ เธอมันเลวจริงๆ!

 

“เห็นแก่ที่เป็นพี่น้องกัน ฉันไม่คิดแพง5หยวน เดือนนี้ค่อยให้มาก็ได้”

 

พูดจบ สวีเถาเถาก็สะพายกระเป๋าสีเขียวทหาร พูดกับจ้าวซิ่วหลาน “แม่ ฉันอิ่มแล้ว ไปทำงานก่อนนะคะ”

 

ทิ้งให้สวีลี่ลี่ ยืนอึ้งอยู่คนเดียว

 

จ้าวซิ่วหลานไม่ได้มองว่าลูกสาวคนเล็กให้อะไรลูกสาวคนโต ได้ยินว่าลูกสาวคนเล็กจะไป ก็รีบวางชาม “วันนี้ไปทำงานวันแรก เดี๋ยวแม่ไปส่ง”

 

สวีเถาเถาโบกมือ “ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ฉันรู้ทาง!”

 

“เด็กคนนี้!” จ้าวซิ่วหลานส่ายหัวแล้วนั่งลงกินข้าวเช้าต่อ


“ฮือๆๆๆ...”

 

จ้าวซิ่วหลานตกใจ หันไปก็เห็นลูกสาวคนโต.กอดของในมือ นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่พื้น

 

“แกทำบ้าอะไร เหมือนผีเลย ยัยตัวซวยเอ๊ย ร้องไห้ทำไมแต่เช้า!”

 

สวีลี่ลี่เงยหน้าขึ้น น้ำตายังไหลอยู่พูดสะอื้น “น้องเล็ก น้องเล็กใจร้าย!”

 

“พูดบ้าอะไร น้องสาวแกน่ารักจะตาย!”

 

“เธอ เธอแบ่งครีมบัวหิมะให้ฉัน”

 

“ก็ดีแล้วนี่”

 

สวีลี่ลี่ ร้องไห้หนักกว่าเดิม “แต่เธอขอเงินฉัน5หยวน!!!”

 

จ้าวซิ่วหลานอึ้งไป แล้วก็ทำหน้าบึ้ง

 

“ก็ต้องขอเงินสิ! พี่น้องท้องเดียวกันยังต้องคิดเงินกันเลย ครีมบัวหิมะที่ร้านค้ามิตรภาพแพงจะตาย น้องสาวแกขอแค่5หยวน ฉันว่ายังน้อยไป น่าจะขอ10หยวน!”

 

สวีลี่ลี่ ...

 

เธอไม่มีเงิน5หยวน! ในกระเป๋าเธอไม่มีอะไรเลย!


บทที่ 15: ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียง


ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียง สถานที่ที่สวีเถาเถาตัวจริงเคยฝันถึงหลายต่อหลายครั้ง เป็นที่ที่เธอแทบจะเดินผ่านไปไม่ได้ทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นสวีเถาเถาจะไม่รู้จักได้ยังไง

 

มณฑลซีมีร้านอาหารรัฐบาลอยู่สามแห่ง แห่งหนึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมือง อีกแห่งหนึ่งอยู่ใจกลางเมือง และอีกแห่งหนึ่งคือร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงที่สวีเถาเถากำลังจะไปทำงาน

 

ในยุคนี้ ร้านอาหารรัฐบาลมีสถานะที่สูงส่ง แต่จริงๆแล้วหน้าร้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ในความคิดของสวีเถาเถา ขนาดก็พอๆกับร้านอาหารทั่วไป

 

ป้ายหน้าร้านมีตัวอักษรสีแดงสดสี่ตัวเขียนว่า "ร้านอาหารรัฐบาล" ด้านข้างประตูมีคำขวัญเขียนไว้ว่า "พึ่งพาตนเอง" และ "บากบั่นฝ่าฟัน"

 

เมื่อเดินเข้าไป จะเห็นห้องโถงขนาดประมาณห้าสิบตารางเมตร มีโต๊ะกลมขนาดใหญ่วางเรียงรายกันอยู่สิบกว่าตัว

 

บนโต๊ะมีกระบอกไม้ไผ่ใส่ตะเกียบ ส่วนโต๊ะยาวที่วางชิดผนังมีกระติกน้ำร้อนสามสี่ใบและถ้วยชาพอร์ซเลนสีขาวสำหรับให้ผู้บริหารระดับสูงดื่มชา

 

ผนังด้านทิศตะวันออกมีช่องหน้าต่างสำหรับรับอาหาร ด้านบนหน้าต่างมีป้ายไม้สีดำแขวนเรียงรายกันเป็นแถว เขียนบอกรายการอาหารที่มีในวันนี้

 

"รีบไป รีบไป พวกเรายังไม่ได้เริ่มงาน ไม่มีข้าวให้กินหรอก!" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างโบกมือไล่สวีเถาเถาเหมือนไล่สุนัข

 

"ใครกันเนี่ย ยังไม่ถึงเวลาอาหารก็มาแล้ว ทำให้คนอื่นมีภาระเพิ่มขึ้นอีก!"

 

ถึงจะรู้ว่าร้านอาหารรัฐบาลในยุคนี้มีอิทธิพลมาก แต่ก็ไม่คิดว่าพนักงานบริการจะมีกิริยามารยาทแย่ขนาดนี้ สวี่เถาเถาได้เห็นกับตาแล้ว

 

ไม่เป็นไร เธอเองก็จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยิ่งใหญ่นี้ในอนาคต

 

"ขอโทษนะคะ ฉันชื่อสวีเถาเถา เป็นผู้ช่วยพ่อครัวคนใหม่ที่จะมารายงานตัววันนี้ค่ะ ผู้อำนวยการเก๋อให้ฉันมาหาพ่อครัวซุน บอกว่าได้นัดกันไว้แล้ว"

 

สวีเถาเถายิ้มสดใสให้ผู้หญิงตรงหน้า

 

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอมาทำงาน ต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้กับเพื่อนร่วมงาน

 

เธอแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย ผมเปียสองข้างยาวถึงเอว รูปร่างผอมบาง หลังตรง เพียงแต่หน้าตาอาจจะธรรมดาไปหน่อย

 

เมื่อได้ยินว่าสวีเถาเถาเป็นผู้ช่วยพ่อครัวคนใหม่ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที

 

"โอ้ เป็นสหายใหม่นี่เอง เธอนี่ ถ้าบอกตั้งแต่แรก ฉันจะปล่อยให้เธอรอข้างนอกได้ยังไง!"

 

"เข้ามาเร็ว เข้ามาเร็ว พวกเราได้ยินชื่อเสียงของเธอแล้ว รอเธอมาหลายวันแล้ว!"

 

พูดจบเธอก็ แล้วดึงสวีเถาเถาเข้าไปในครัวเพื่อพบกับหัวหน้าพ่อครัว

 

"ทุกคนมาดูนี่ นี่คือสหายสวีที่ผู้อำนวยการเก๋อพูดถึง ต่อไปนี้เธอจะเป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงแล้ว ปรบมือต้อนรับหน่อย!"

 

เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า โดยเฉพาะเด็กสาวผมสั้นที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับสวีเถาเถา

 

ในที่สุดก็มีเพื่อนร่วมงานที่อายุใกล้เคียงกับเธอแล้ว!


สวีเถาเถาโค้งคำนับด้วยความตื่นเต้น "ขอบคุณ ขอบคุณทุกคนค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจเรียนรู้จากทุกคน และจะไม่ทำให้ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงต้องเสียชื่อเสียง!"

 

ก่อนมา สวีเถาเถาได้สอบถามผู้อำนวยการเก๋อแล้ว

 

ร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงแห่งนี้มีหัวหน้าพ่อครัวอยู่หนึ่งคน ผู้ช่วยพ่อครัวหนึ่งคน รวมเธอที่เพิ่งเข้ามาใหม่ด้วยก็เป็นสองคนแล้วและพนักงานบริการที่คอยเรียกลูกค้า รับเงิน และรับคูปองอาหารอีกสองคน

 

ในร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงทั้งหมด มีเพียงหัวหน้าพ่อครัวและอาหนิวเท่านั้นที่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

 

ส่วนสวีเถาเถา พี่ก่วงชุ่น ผู้ช่วยพ่อครัววัยกลางคน และสาวน้อยผมสั้นหนิวชิงเฉ่า ทั้งสามคนเป็นพนักงานชั่วคราว

 

หัวหน้าพ่อครัวเป็นบุคคลสำคัญของร้านอาหาร ทุกอย่างในครัวขึ้นอยู่กับคำสั่งของเขา เขาคือหัวหน้าของทุกคน


หัวหน้าพ่อครัวของร้านอาหารรัฐบาลเขตซีเจียงแซ่ซุน ทุกคนเรียกเขาว่าพ่อครัวซุน เป็นคุณลุงร่างท้วม อายุประมาณห้าสิบกว่าๆ ดูแข็งแรงดี แต่ชอบทำหน้าบึ้ง ไม่ค่อยยิ้ม

 

โดยเฉพาะกับสวีเถาเถา ดขามักจะทำหน้าบึ้งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

 

เขาเคาะกล้องยาสูบ สายตาขุ่นมัวมองสวีเถาเถาอย่างดูแคลน

 

"ในเมื่อมาแล้วก็ตั้งใจทำงาน เรื่องในครัวฉันเป็นคนดูแล ฉันไม่สนว่าเธอรู้จักผู้บริหารระดับสูงคนไหน ที่นี่ไม่มีผล!"

 

"วันนี้เธอเพิ่งมา ฉันจะไม่ทำให้ลำบาก ก่วงชุ่น พาเธอไป สอนเธอหั่นมันฝรั่งกะละมังนั้น แล้วก็จัดการปลาที่ส่งมาเมื่อเช้าให้เรียบร้อย อย่าให้ลูกค้ากินแล้วรู้สึกขมอีก

 

ถ้าทำความสะอาดไม่เรียบร้อย ฉันจะไล่กลับไปที่เดิม!"

 

ชายวัยกลางคนที่ชื่อก่วงชุ่นพยักหน้ารับคำพ่อครัวซุนอย่างนอบน้อม แล้วหันไปมองสวีเถาเถา "สหายสวี ไปกับฉัน"

 

สวีเถาเถารู้สึกได้ทันทีว่าพ่อครัวซุนกำลังจงใจกลั่นแกล้งเธอ

 

วันแรกที่ทำงานก็โดนหัวหน้ากลั่นแกล้ง ถ้าเป็นสมัยใหม่ สวีเถาเถาคงต้องกังวล แต่ในยุคนี้ แม้แต่พนักงานชั่วคราวอย่างเธอก็อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ

 

ถึงพ่อครัวซุนจะพูดจาโผงผาง แต่การไปหรืออยู่ของสวีเถาเถาไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถตัดสินใจได้

 

ดังนั้น หัวหน้าจะชอบหรือไม่ชอบเธอ สวีเถาเถาก็ไม่สนใจ เธอแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ

 

"ค่ะ"


สวีเถาเถาเดินตามพี่ก่วงชุ่นไปจัดการปลาและปอกมันฝรั่ง หนิวชิงเฉ่าทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกอาหนิวดึงไว้และพูดเสียงเบาว่า "อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน!"

 

"คุณอาแต่ว่า..." หนิวชิงเฉ่าทำหน้าสงสาร การกลั่นแกล้งของพ่อครัวซุนมันชัดเจนเกินไป!

 

อาหนิวรอจนพ่อครัวซุนเดินไปแล้ว จึงแอบกระซิบกับหลานสาว

 

"เด็กโง่เอ๋ย เธออย่าไปสนใจพ่อครัวซุนที่ชอบสั่งพวกเราเลย เวลาเจอหัวหน้าระดับสูงทีไรเขาก็ก้มหัวทุกที ส่วนสวีเถาเถาคนนั้น"

 

เธอชี้ไปทางครัวแล้วขยิบตาให้หลานสาว

 

"เธอมีเส้นสาย! ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการเก๋อมาบอกให้พ่อครัวซุนดูแลสหายสวีเป็นอย่างดี แต่เขากลับให้เด็กคนนั้นไปปอกมันฝรั่ง คอยดูเถอะ อีกหน่อยพอสวีเถาเถาไปฟ้องผู้อำนวยการเก๋อ พ่อครัวซุนได้ซวยแน่!"


"จริงเหรอ?" ดวงตาของหนิวชิงเฉ่าเป็นประกาย

 

พ่อครัวซุนมักจะถือตัวว่าเป็นหัวหน้าพ่อครัว ไม่เคยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตา ส่วนหนิวชิงเฉ่าเพราะอาหนิวเป็นอาของเธอ พ่อครัวซุนจึงต้องเกรงใจอาหนิวบ้าง

 

พี่ก่วงชุ่นอยู่กับพ่อครัวซุนมาตลอด ถึงจะบอกว่าเป็นลูกศิษย์ แต่ก็โดนด่าโดนตีประจำ

 

หนิวชิงเฉ่าเป็นเด็กสาวใจดี เธอมักจะรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนพี่ก่วงชุ่น และเกลียดพ่อครัวซุนมาก

 

ช่วงเช้า สวีเถาเถาใช้เวลาไปกับการปอกมันฝรั่ง หั่นผัก และจัดการปลา พี่ก่วงชุ่นเห็นว่าเธอทำงานคล่องแคล่ว จึงเปลี่ยนท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น ถามสวีเถาเถาว่า "เธอเคยเรียนทำอาหารมาก่อนหรือ?"

 

ความชำนาญในการจัดการปลาของเธอ แม้แต่เขาที่เป็นผู้ช่วยพ่อครัวมาห้าปียังทำไม่ได้ขนาดนี้ จัดการปลาได้ตัวละห้าวินาที ทั้งเกล็ดปลา เหงือกปลา และเครื่องในถูกทำความสะอาดหมดจด

 

สวีเถาเถายิ้มแล้วเงยหน้าขึ้น "ไม่เคยค่ะ ฉันฝึกฝนเองจากการช่วยแม่ทำอาหารที่บ้าน"

 

เพิ่งรู้จักกันวันแรก ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอกันดี อยากจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอแล้วเหรอ?

 

พี่ก่วงชุ่นเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

 

เพียงแต่หลังจากนั้น ไม่ว่าพ่อครัวซุนจะสั่งให้สวีเถาเถาทำงานอะไร เขาก็จะแอบช่วยอยู่เสมอ สวีเถาเถาได้แต่ยักไหล่ นายอยากจะช่วยเองนะ เธอไม่ได้ขอร้องสักหน่อย

 

สิบเอ็ดโมงครึ่ง ถึงเวลาอาหารกลางวัน หลังจากกินมื้อนี้แล้ว ก็จะเริ่มเปิดร้าน


พ่อครัวซุนเป็นคนทำ มีซุปผักรวมหม้อใหญ่และปลาเผาราเซอสจานหนึ่ง ทำเอาสวีเถาเถาตาเป็นประกาย

 

ปลาราดซอส! ตั้งแต่มาที่นี่ เธอเพิ่งได้กินปลาราดซอสเป็นครั้งแรก ตอนทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ถึงจะได้กินเนื้อเยอะ แต่ก็ไม่ค่อยได้ซื้อปลากิน

 

ไม่นึกว่าจะได้กินในวันแรกที่มาทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาล

 

สวีเถาเถาคิดในใจ การเปลี่ยนงานครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆกับอาหารแบบนี้ ถึงพ่อครัวซุนจะทำหน้าบึ้งใส่เธอกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร

 

ทั้งห้าคนกินอาหารกลางวันเสร็จด้วยความพึงพอใจ

 

เสียงระฆังดังขึ้นในเวลาเที่ยงตรง ร้านอาหารรัฐบาลเปิดทำการ!


บทที่ 16: พบกับหนุ่มหล่อสุดเย็นชาอีกครั้ง


ทันทีที่ประตูร้านอาหารรัฐบาลเปิดออก ผู้คนก็แห่กันเข้ามาแย่งที่นั่งตามโต๊ะกลมราวกับแข่งวิ่ง

 

ครู่เดียวร้านอาหารที่เคยเงียบสงบก็เต็มไปด้วยผู้คน เสียงจอแจดังเซ็งแซ่เหมือนหม้อน้ำเดือด

 

สวีเถาเถามองดูภาพตรงหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ

 

ขณะที่กำลังวุ่นอยู่หลังครัว เธอยังได้ยินเสียงอาหนิวและหนิวชิงเฉ่าตะโกนโหวกเหวกบอกให้ลูกค้ารีบจ่ายเงินและยื่นคูปองอาหาร ถ้ายังเสียงดังอีกจะไล่ออกไป...

 

สองสาวสุดแกร่งคุมทั้งร้าน!

 

เมื่อเก็บเงินและคูปองครบแล้ว พ่อครัวซุนจึงค่อยๆวางกล้องยาสูบลงและเริ่มทำอาหาร


ดูเหมือนจะไม่สนใจว่าลูกค้าจะรอนานแค่ไหน ถ้าเป็นร้านของตัวเอง สวีเถาเถาคิดว่าคงต้องปิดกิจการไปนานแล้ว

 

โชคดีที่พ่อครัวซุนแม้จะเชื่องช้า แต่พอเริ่มลงมือทำอาหารก็รวดเร็วมาก

 

ยิ่งมีพี่ก่วงชุ่นที่ฝึกฝนจากพ่อครัวซุนจนทำอาหารง่ายๆได้แล้ว ยิ่งช่วยได้มาก

 

ส่วนอาหารจานหลักอย่างหมูตุ๋นน้ำแดง ลูกชิ้นเนื้อยักษ์ กุ้งลวก และปลาเผาราดซอส ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อครัวซุนที่ลงมือทำเอง

 

หนิวชิงเฉ่าแอบกระซิบกับสวีเถาเถาว่า พ่อครัวซุนไม่ได้สอนอะไรพี่ก่วงชุ่นมากนัก แค่สอนทำอาหารพื้นๆไม่กี่อย่าง เวลาทำอาหารจานหลักก็ไม่ให้พี่ก่วงชุ่นยืนดู กลัวว่าจะแอบจำสูตร!

 

"วิชาทำอาหารของตระกูลพ่อครัวซุนเป็นมรดกตกทอด รุ่นนี้เป็นหลานชายของเขา เขาฝันอยากให้หลานชายได้เข้าทำงานที่ร้านอาหารรัฐบาล


ตอนแรกที่ตำแหน่งว่าง พ่อครัวซุนก็กะจะเอาหลานชายเข้ามา ใครจะไปรู้ว่าเธอจะมาตัดหน้า แบบนี้ จะให้พ่อครัวซุนยิ้มแย้มต้อนรับเธอได้ยังไง!"

 

สวีเถาเถาได้แต่หัวเราะในใจ ที่แท้ก็เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง ถึงได้หาเรื่องกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่วันแรก

 

แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ "พ่อครัวซุนเป็นถึงหัวหน้าพ่อครัวของร้านอาหารรัฐบาล จะหาให้หลานชายได้งานสักที่ไม่ใช่เรื่องยากเลยนี่!"

 

หนิวชิงเฉ่าเบะปาก "ตำแหน่งงานก็มีจำกัด ถึงพ่อครัวซุนจะเป็นหัวหน้าพ่อครัว แต่ถ้าผู้ใหญ่จะฝากคนเข้าทำงานก็ต้องเส้นสายเยอะเหมือนกัน ร้านอาหารรัฐบาลสวัสดิการดีจะตาย คนข้างนอกอยากเข้าแทบแย่"

 

พูดจบ เธอก็จ้องมองสวีเถาเถาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น "เธอรู้จักผู้อำนวยการเก๋อเหรอ?"

 

สวีเถาเถาพยักหน้า "รู้จักสิ"


หนิวชิงเฉ่าแสดงสีหน้าอิจฉาทันที

 

อาของเธอพูดถูก สวีเถาเถามีคนหนุนหลัง

 

"งั้นเธอก็ไม่ต้องห่วง คงไม่ต้องเป็นพนักงานชั่วคราวนานหรอก รอบรรจุเป็นพนักงานประจำได้เลย" พูดจบเธอก็ไปทำงานต่อ

 

ทิ้งให้สวีเถาเถาเต็มไปด้วยความสงสัย การที่เธอรู้จักผู้อำนวยการ


เก๋อมันเกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำ หรือหนิวชิงเฉ่าคิดว่าผู้อำนวยการเก๋อจะช่วยเธอ?

 

ถึงผู้อำนวยการเก๋อจะเคยพูดไว้ แต่สวีเถาเถาก็ไม่ได้ใส่ใจ

 

แค่ดูจากพนักงานในร้านอาหารไม่กี่คนก็ยังแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันได้ จะเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำได้ก็ต้องถามพวกผู้ใหญ่ก่อนว่าจะยอมหรือเปล่า

 

สวีเถาเถาคิดหาวิธีไต่เต้าไปพลางๆ ระหว่างที่ปอกมันฝรั่ง

 

การเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ ไม่ว่าต่อไปเธอจะเปลี่ยนงานหรือไม่

 

ตอนนี้เธอเป็นแค่พนักงานชั่วคราว เงินเดือน18.5หยวน คูปองข้าว6จิน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำ ถึงจะเป็นพ่อครัวระดับล่างสุด เงินเดือนก็27.5หยวน เพิ่มขึ้นเยอะมาก

 

แถมยังได้คูปองอาหารเสริม คูปองผ้า อะไรต่างๆมากกว่าพนักงานชั่วคราวเยอะ อย่างพ่อครัวซุนก็ได้คูปองบุหรี่ทุกเดือน

 

หลังจากส่งลูกค้ากลุ่มสุดท้ายออกไปตอนเที่ยง ร้านอาหารรัฐบาลก็ปิดประตู ต้องรอเปิดอีกทีตอนห้าโมงเย็นกว่า

 

เมื่อพ่อครัวซุนและอาหนิวกลับไปแล้ว สวีเถาเถาก็สะพายกระเป๋าเตรียมออกไปเดินเล่น หนิวชิงเฉ่าก็สะพายกระเป๋าเช่นกัน ถามเธอว่าอยากไปร้านสหกรณ์ไหม สวีเถาเถาส่ายหน้าปฏิเสธ เธอยังต้องหางาน


"งั้นก็ได้" หนิวชิงเฉ่าเดินจากไปด้วยความผิดหวัง

 

สวีเถาเถากล่าวลาพี่ก่วงชุ่นที่อยู่เฝ้าร้านแล้วออกไป

 

หลังจากวิ่งเต้นหางานตามโรงงานหลายแห่ง สวีเถาเถาก็เกือบสนิทสนมกับยาม ข้อดีคือยามบอกว่าถ้าโรงงานมีข่าวรับสมัครงานเมื่อไหร่จะรีบแจ้งเธอทันที

 

ถึงจะไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ สวีเถาเถาก็ยังคงกล่าวขอบคุณเป็นการใหญ่ก่อนจากมา

 

เมื่อเห็นว่าใกล้สี่โมงเย็นแล้ว สวีเถาเถาจึงเตรียมกลับร้านอาหารรัฐบาล ระหว่างทางที่กำลังเดินกลับดีๆ ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า "มีคนกระโดดน้ำ!"

 

การมุงดูเหตุการณ์เป็นนิสัยตามธรรมชาติของผู้คน คนในยุคนี้นิยมเรื่องซุบซิบนินทาเช่นกัน ต่างก็วิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ แม้สวีเถาเถาจะไม่อยากเข้าไปมุง แต่ก็ถูกฝูงชนเบียดให้เข้าไป

 

เธอรู้สึกหงุดหงิด พยายามเบียดตัวเองออกมาอย่างช้าๆ เเละหลบไปด้านข้าง เธอยังต้องรีบกลับไปทำงานนะ!

 

"อาจารย์กู้! ถ้าคุณไม่แต่งงานกับฉัน ฉันจะกระโดดลงไปจากตรงนี้! ฉันจะให้ทุกคนเห็นธาตุแท้ของคุณ! ให้คุณโดนสังคมลงโทษ!"

 

เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากข้างหลัง ทำให้สวีเถาเถาตกใจ เธอหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว

 

เธอเห็นผู้หญิงในชุดกระโปรงสีแดงยืนอยู่บนสะพานเหล็ก ผมยาวสยาย มองไม่เห็นหน้า

 

แต่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนสะพาน สวีเถาเถากะพริบตา รู้สึกว่าแผ่นหลังนั้นคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

 

เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

คนรอบข้างต่างก็พูดเกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มรีบปลอบโยนหญิงสาวให้ลงมา และให้เขารับปากว่าจะแต่งงานกับเธอ เพราะชีวิตคนอยู่ตรงหน้า เรื่องความเป็นความตายเป็นเรื่องใหญ่ ยังมีเงื่อนไขอะไรอีกที่รับปากไม่ได้

 

สวีเถาเถายังคงคิดว่าเคยเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยนี้ที่ไหนมาก่อน ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

 

เสียงนิ่งเรียบ ไร้อารมณ์ เย็นชาและห่างเหิน

 

เขาพูดว่า "คุณหนูจ้าว ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว ผมหวังว่าคุณจะคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ พ่อแม่ของคุณเลี้ยงดูคุณมา ไม่ใช่ให้คุณทิ้งขว้าง

 

ผมกับคุณเพิ่งพบกันแค่ครั้งเดียว อย่าว่าแต่ยังไม่ถึงขั้นจะแต่งงานกันเลย ถึงจะถึงขั้นนั้น ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณ ผู้หญิงที่ยอมทิ้งพ่อแม่และชีวิตตนเองเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง ผมคิดว่าคุณคงเป็นภรรยาที่ดีไม่ได้"

 

พูดจบ เขาก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังอันเย็นชา

 

ผู้คนรอบข้างต่างพากันโหวกเหวกโวยวาย

 

ดูเหมือนจะไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มคนนั้นจะใจดำอำมหิตขนาดนี้

 

นี่มันจะยืนดูให้ผู้หญิงตายต่อหน้าต่อตา แถมก่อนไปยังพูดจาทิ่มแทงใจดำขนาดนั้นอีก!

 

สวีเถาเถาอึ้งไปเล็กน้อย ตอนที่ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมา เธอเห็นหน้าเขา เป็นหนุ่มหล่อสุดเย็นชาที่เธอเคยเจอที่ห้างสรรพสินค้าคนนั้นนั่นเอง

 

เธอทำเสียง "หึ" และหมดความสนใจ

 

นึกว่าจะมีเจ้าของแล้ว ที่แท้ก็เจ้าชู้เหมือนกัน นิสัยเสียจริงๆ!

 

พึ่งบ่นในใจเสร็จ ก็ได้ยินเสียงร้องตกใจจากข้างหน้า สวีเถาเถามองไป เห็นชายหนุ่มคนเดิมที่กำลังจะเดินจากไป วิ่งกลับมาด้วยความเร็วสูงแล้วดึงผู้หญิงที่กำลังจะกระโดดลงมา

 

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะแสดงสีหน้าดีใจออกมา เขาก็ปล่อยมือทันที ถอยหลังหนึ่งก้าว ขมวดคิ้ว แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการเว้นระยะห่าง

 

"ผมจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ การกระทำของคุณหนูจ้าวรบกวนการทำงานของผมอย่างมาก ผมจะขอให้ทางหน่วยงานย้ายคุณออกจากมณฑลซี"

 

สวีเถาเถาได้ยินเสียงคนรอบข้างสูดหายใจด้วยความตกตะลึง ผู้ชายคนนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว หญิงแซ่จ้าวมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเขา

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายนี้ ตอนที่สวีเถาเถากลับมาถึงร้านอาหารรัฐบาล เธอยังคงมึนงง ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้เจ้าชู้ เธอเข้าใจผิดเอง?


บทที่ 17: สวีเถาเถาผู้แบกรับภาระครอบครัว


ก่อนที่จะเปิดร้านช่วงบ่าย สวีเถาเถากินข้าวอีกมื้อ ครั้งนี้เป็นฝีมือพี่ก่วงชุ่น เป็นข้าวสวย ผัดมันฝรั่งใส่พริก และผัดผักกาดขาวกับหมู ซึ่งอร่อยกว่ามื้อเที่ยงเสียอีก!

 

แต่เรื่องรสชาตินั้น อย่าได้คาดหวังอะไรเลย ได้กินเนื้อแล้วยังจะบ่นอีก เป็นคนอยู่หรือเปล่า?

 

ลึกๆในใจของสวี่เถาเถาที่ไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่งนั้น รู้สึกไม่ชอบอยู่จริงๆ แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวซุนจะพอดูได้ อย่างน้อยก็ยังพอกินลง

 

ส่วนฝีมือของพี่ก่วงชุ่นนั้น... แม้แต่เนื้อก็ยังช่วยกู้หน้าฝีมือที่ย่ำแย่ของเขาไม่ได้!

 

อาหนิวกับหนิวชิงเฉ่ากลับกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

 

หนิวชิงเฉ่ากินเนื้อคำโต พลางเร่งเธอว่า "เถาเถา รีบกินสิ นานๆจะได้กินเนื้อนะ!"

 

ร้านอาหารของรัฐใช่ว่าจะได้กินเนื้อทุกมื้อ ถ้าไม่รีบกิน เดี๋ยวเนื้อจะโดนพ่อครัวซุนกับคุณอาของเธอแย่งไปหมด

 

พ่อครัวซุนถือชามพูดจาแดกดันว่า "พ่อแม่ของเขาเป็นพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ จำนวนเนื้อที่เธอกินเข้าไปอาจจะไม่เท่ากับที่เขาได้กินเลยด้วยซ้ำ แล้วจะห่วงเขาไปทำไม!"

 

หนิวชิงเฉ่ามองสวีเถาเถาอย่างไม่เชื่อสายตา พี่ก่วงชุ่นเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน แม้แต่อาหนิวก็อ้าปากค้าง

 

"ตายแล้วเถาเถา! บ้านเธอเป็นพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เหรอ! ช่างโชคดีจริงๆ! มิน่าล่ะ ทำไมเธอถึงไม่หางานทำที่นั่นล่ะ มีคนมากมายอยากจะเข้าไปทำแต่ก็ไม่มีโอกาส!"

 

สวีเถาเถาไม่สนใจที่พ่อครัวซุนเปิดเผยเรื่องครอบครัวของเธอ เธอวางตะเกียบลงและยิ้ม

 

"บ้านเราทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้กินเนื้อกันง่ายๆ เหมือนกับที่ร้านอาหารของรัฐของเรา ที่ต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินของประชาชนทั้งมณฑลซานซี

 

แถมยังต้องบริการประชาชนอย่างซื่อสัตย์อีกด้วย ฉันคิดว่าไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ไม่ต่างกัน ฉันชอบร้านอาหารของรัฐบาล ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศวิถีชีวิต และก็อบอุ่นไปด้วยน้ำใจ!"

 

ระบบได้ยินแล้วแทบจะอาเจียนออกมา "โฮสต์ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณจะมีความสามารถในการพูดจาเหลวไหลได้หน้าตาเฉยขนาดนี้"

 

สวีเถาเถายิ้มแต่ไม่ตอบ

 

คำพูดของเธอเห็นผลอยู่บ้าง แม้แต่พ่อครัวซุนที่เคยไม่ชอบหน้าเธอก็ยังดูอ่อนโยนลง ส่วนอาหนิวกับหนิวชิงเฉ่ายิ่งเต็มไปด้วยความประทับใจ


ระหว่างช่วงเวลาทำงานตอนบ่าย สวีเถาเถาสังเกตเห็นได้ชัดว่าอาหนิวมีท่าทีกับเธอดีขึ้น

 

หรือว่าคนที่นี่ชอบฟังคำเยินยอ?

 

ไม่ใช่แน่นอน

 

ตอนบ่ายเปิดร้าน ก็เหมือนกับตอนเที่ยง มีฝูงชนจำนวนมาก

 

หลังเลิกงานตอนหกโมงเย็น อาหนิวแอบลากเธอไปพูดคุยด้วยสีหน้าที่อึดอัดใจ

 

"เถาเถา ต่อไปนี้เราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้วนะ เธอช่วยหน่อยได้ไหม ลูกชายคนรองของอา พี่ชายของชิงเฉ่า เดือนหน้าจะแต่งงาน จัดงานเลี้ยง เธอช่วยไปคุยกับพ่อเธอให้หน่อยได้ไหม ขอเนื้อสักหน่อย? อาจะจ่ายเงินให้ เพียงแต่ว่าตั๋วเนื้อมีไม่พอ"

 

นั่นไงล่ะ ที่แท้ก็รอจังหวะนี้อยู่นี่เอง


แต่อาหนิวกับหนิวชิงเฉ่าก็ดีกับเธอ การขอให้ช่วยเรื่องเล็กน้อยอย่างการเอาเนื้อจากภายในมาให้สวีเถาเถาจึงไม่ปฏิเสธ

 

เธอตอบรับอย่างตรงไปตรงมา "อาหนิวพูดอะไรอย่างนั้น เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน คุณเป็นผู้ใหญ่ และยังดูแลฉันอย่างดี มีอะไรให้ช่วย ฉันต้องช่วยอยู่แล้ว

 

พี่ชายของชิงเฉ่าจะจัดงานเลี้ยงเดือนหน้าวันที่เท่าไหร่ ตอนนั้นคุณค่อยบอกฉันแล้วกัน เดี๋ยวฉันให้พ่อเตรียมไว้ให้ มีเงินก็พอแล้ว เรื่องตั๋วเนื้อ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง!"

 

จะจัดการได้ยังไงกัน ที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์นั้น เอาเนื้อข้างในไม่ต้องใช้ตั๋ว

 

แต่คำพูดที่สวยหรูของสวีเถาเถา ก็ทำให้อาหนิวฟังแล้วรู้สึกยินดี

 

เธอจับมือสวีเถาเถาไว้พลางชมเชยไม่หยุด "อาขอบใจเธอมากนะ! เถาเถา เธอช่างเป็นเด็กดีจริงๆ! มิน่าล่ะชิงเฉ่าถึงได้ชอบเธอมาก! อาเองก็ชอบเธอ!"

 

สวีเถาเถาคิดในใจ ‘ฉันก็ชอบคนที่เอาเนื้อมาให้ฉันเหมือนกัน’

 

เมื่อสวีเถาเถากลับถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวก็รอเธอกินข้าวเย็นอยู่แล้ว แม้แต่พี่รองที่มักจะเข้าเวรดึกก็อยู่ด้วย ทุกคนจ้องมองสวีเถาเถาอย่างใจจดใจจ่อ

 

ในฐานะหัวหน้าครอบครัว สวีต้ากวงกระแอมและพูดเป็นคนแรก "นั่งลงกินข้าวก่อนเถอะ"

 

สวีเถาเถานั่งลง แต่ส่ายหน้า "พอดีฉันยังไม่หิวค่ะ ฉันทานที่ร้านอาหารมาแล้ว ตอนนี้ยังรู้สึกอิ่มจนแน่นไปหมด กินไม่ลงแล้ว"

 

สวีกั๋วหัวได้ยินก็อิจฉา "พี่ใหญ่ได้ยินคนอื่นบอกว่าอาหารที่ร้านอาหารของรัฐนั้นดี เมื่อก่อนพี่ยังไม่เชื่อ แต่ตอนนี้พี่เชื่อแล้ว น้องเล็กถึงกับกินจนอิ่มแปล้!"

 

สวีกั๋วเฉียงพยักหน้าเห็นด้วย "ร้านอาหารของรัฐนี่นะ กินกันไม่อั้นอยู่แล้ว น้องเล็กเธอยังผอมไปหน่อย ถือโอกาสนี้ไปบำรุงร่างกายที่ร้านอาหารของรัฐให้มากๆ!"

 

สวีต้ากวงถามสวีเถาเถาว่า "เป็นยังไงบ้าง เข้ากับเพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหารของรัฐได้ดีไหม?"

 

สวีเถาเถาเลือกเฉพาะเรื่องดีๆมาเล่า เช่น เพื่อนร่วมงานค่อนข้าง.อบอุ่น ทุกคนดูแลเธอเป็นอย่างดี

 

สวีต้ากวงจึงวางใจ "ลูกยังเด็ก และเพิ่งไปทำงาน ต้องเข้ากับเพื่อนร่วมงานให้ดี อย่าไปล่วงเกินหัวหน้าพ่อครัวเด็ดขาด"

 

สวีเถาเถาคิดในใจ ฉันคงทำให้พ่อผิดหวังเสียแล้ว วันแรกฉันก็ล่วงเกินหัวหน้าพ่อครัวไปแล้ว

 

ส่วนจ้าวซิ่วหลานก็เป็นห่วงเรื่องอาหารการกินของลูกสาว สวีเถาเถาเล่าเรื่องอาหารที่กินตอนกลางวันและตอนบ่ายให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด

 

เมื่อได้ยินว่ามีทั้งปลาและเนื้อ กินบะหมี่เสร็จแล้วยังได้กินข้าวสวยอีก ครอบครัวสวีต่างก็พากันกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา

 

สวีลี่ลี่ที่ตอนเช้ายังโกรธเรื่องเงินห้าหยวนกับสวีเถาเถาอยู่เลย พอได้ยินเรื่องนี้ ความโกรธก็หายไป เหลือเพียงความใฝ่ฝัน

 

เธอถามอย่างคาดหวังว่า "น้องเล็ก ร้านอาหารของรัฐของเธอยังรับคนอยู่ไหม? เธอดูพี่สิ พอไหวไหม?"


เธอพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวซิ่วหลานใช้ตะเกียบตีไปหนึ่งที

 

"ฝันหวานอะไรอยู่! ร้านอาหารของรัฐใช่ว่าอยากจะเข้าก็เข้าได้! งานของน้องเธอนี่ได้มาจากการขายสูตรอาหารนะ! ฉันได้ยินมาว่า ลูกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังเข้าไม่ได้เลย!"

 

สวีเถาเถาเห็นด้วย "แม่พูดถูก แม้แต่หัวหน้าพ่อครัวที่ร้านอาหารของรัฐของเรา เขายังอยากจะยัดเยียดหลานชายเข้ามา แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเลย"


ในเมื่อหลานชายของหัวหน้าพ่อครัวยังไม่มีโอกาส แล้วเธอที่เป็นเพียงพี่สาวของผู้ช่วยพ่อครัวจะมีโอกาสได้ยังไง?

 

สวีลี่ลี่รู้สึกสิ้นหวัง แต่ก็ยังพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "น้องเล็ก พยายามเข้านะ เลื่อนขั้นให้ได้เป็นหัวหน้าพ่อครัว ต่อไปก็เป็นหัวหน้า พี่จะได้มีชีวิตที่ดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว!"

 

สวีเถาเถา "...พี่ การที่พี่จะได้มีชีวิตที่ดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉัน แต่ขึ้นอยู่กับตัวพี่เองต่างหากล่ะ"


เธอยังไม่ได้กินอิ่มเลย ก็มีคนอยากจะกินอิ่มแทนเธอเสียแล้ว!

 

สวีลี่ลี่กลับพูดอย่างจริงจังว่า "พี่ไม่พึ่งตัวเองหรอก! พี่ทำไม่ได้! แม่บอกว่าเธอเป็นคนที่มีอนาคตที่สุดในบ้านเรา และในอนาคตก็จะต้องเป็นคนที่มีอนาคตที่สุด พวกเราทุกคนต้องพึ่งพาเธอ!"

 

จ้าวซิ่วหลานพยักหน้าเห็นด้วย สายตาที่มองไปยังสวีเถาเถาช่างอ่อนโยน

 

คนอื่นๆในครอบครัวก็มีสีหน้าเช่นเดียวกัน เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าสวีเถาเถาจะต้องมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่!

 

สวีเถาเถา "....."

 

ทุกคนคาดหวังในตัวฉันสูงมากจริงๆ!

 

หลังจากไปทำงานได้หลายวัน สวีเถาเถาก็คุ้นเคยกับขั้นตอนการทำงาน โดยปกติแล้วก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมาก แค่เตรียมผักและเนื้อที่จะใช้ทำอาหารให้พ่อครัวซุน

 

ส่วนใหญ่เธอและพี่ก่วงชุ่นจะไม่มีส่วนร่วมในการทำอาหาร พ่อครัวซุนจับตามองอย่างเข้มงวด กลัวว่าพวกเขาทั้งสองจะแอบเรียนรู้วิชา

 

ทุกครั้งที่พ่อครัวซุนไล่พวกเขาทั้งสองคนออกไป แล้วตัวเองอยู่ทำอาหารในครัวคนเดียว สวีเถาเถาก็มักจะเห็นกระแสความไม่พอใจในดวงตาของพี่ก่วงชุ่น

 

ในฐานะที่สังเกตการณ์มาหลายวัน สวีเถาเถายังรู้สึกว่าสิ่งที่หัวหน้าพ่อครัวทำนั้นไม่ถูกต้อง รับศิษย์มาแล้วแต่กลับไม่ยอมสอน นี่ไม่ใช่การขัดขวางอนาคตของคนอื่นหรอกหรือไง!


บทที่ 18: กอบกู้สถานการณ์เร่งด่วน หัวหน้าพ่อครัวสวีมาแล้ว


หนิวชิงเฉ่าเคยเล่าให้เธอฟังว่า บ้านของพี่ก่วงซุ่นอยู่ที่ชนบท ทั้งครอบครัวต่างรอคอยเงินเดือนของเขา พี่ก่วงซุ่นเองก็อดทนต่อความลำบากได้ดี ที่ร้านอาหารของรัฐ เขาทำงานหนักที่สุด

 

แต่ว่าพ่อครัวซุนนั้นดีแต่พูด พี่ก่วงซุ่นให้ของขวัญเขาก็รับไว้ แต่กลับไม่ยอมสอน นานๆทีจะสอนทำอาหารสักสองจาน ก็ด่าว่าพี่ก่วงซุ่นไม่มีพรสวรรค์!

 

หนิวชิงเฉ่าพึมพำอย่างเย็นชา "ไม่ใช่อะไรหรอก ก็แค่กลัวว่าพี่ก่วงซุ่นจะเรียนรู้ แล้วมาแทนที่เขา

 

อาฉันบอกว่าพ่อครัวซุนอาศัยว่าตัวเองมีฝีมือการทำอาหารที่ดี มักจะทำตัวกร่าง เบื้องบนเองก็เริ่มจะไม่พอใจเขาแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้พี่ก่วงซุ่นมีโอกาสมาแทนที่เขาเด็ดขาด"

 

สวีเถาเถาหันไปมองชายร่างกำยำที่กำลังก้มหน้าหั่นผักอยู่ในครัวหลัง อย่างคล่องแคล่ว สม่ำเสมอ ความเร็วก็ถือว่าใช้ได้ ดูออกว่าการเป็นผู้ช่วยพ่อครัวมาห้าปีไม่ได้เสียเปล่า อย่างน้อยก็ฝึกฝนทักษะการใช้มีดได้ดี

 

ส่วนพรสวรรค์ในการทำอาหารนั้น พอคิดถึงผัดผักกาดขาวกับหมูที่ได้กินในวันแรกที่มาทำงาน สวีเถาเถาก็พยายามกลั้นความรู้สึกอยากอาเจียนเอาไว้

 

ช่วงนี้สวีเถาเถาและหนิวชิงเฉ่าสนิทสนมกันดี ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน ทั้งสองคนจึงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

 

หนิวชิงเฉ่าเล่าว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอทำงานที่โรงงานทอผ้า ที่นั่นมักจะมีผ้าที่ย้อมสีเลอะหรือสีไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่ต้องใช้ตั๋วแลกซื้อ ถามสวีเถาเถาว่าอยากได้หรือไม่

 

"แต่ถึงจะบอกว่าย้อมสีเลอะ แต่เวลาใส่ก็มองแทบไม่ออก ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ตั๋ว ถ้าซื้อจากภายในโรงงานก็ยิ่งถูก!" หนิวชิงเฉ่าแอบกระซิบกับสวีเถาเถา

 

สวีเถาเถาเข้าใจทันที ก็เหมือนกับการเอาเนื้อออกมาจากโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์นั่นแหละ เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงยัดเงินสิบหยวนให้หนิวชิงเฉ่า ขอให้เธอช่วยดูให้

 

"ถ้าเป็นสีเข้มหน่อยก็จะดี ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง"

 

ตอนนี้เธอเองก็มีเสื้อผ้าใหม่ใส่แล้ว ก็อยากจะทำอะไรให้ครอบครัวบ้าง

 

หนิวชิงเฉ่าตอบรับอย่างเต็มใจ “ไม่มีปัญหา ลูกพี่ลูกน้องฉันมีผ้าสีพวกนั้นเยอะแยะ ฉันจะให้เธอช่วยเลือกให้อย่างดีแน่นอน แต่ก็ต้องมีตำหนิบ้างนะ ตอนที่รับของแล้วก็ดูให้ดีๆละกัน”

 

สวีเถาเถากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตื่นตระหนกของอาหนิว


"พ่อครัวซุน! พ่อครัวซุน! เป็นอะไรไป! ตื่นสิ! ก่วงซุ่น เร็วเข้า! พ่อครัวซุนเป็นลม!"

 

พี่ก่วงซุ่นทิ้งมีดหั่นผักแล้ววิ่งออกไป "อาจารย์!"

 

สวีเถาเถาและหนิวชิงเฉ่าสบตากัน ทั้งสองคนก็รีบวิ่งตามออกไป

 

ภาพที่เห็นคือ บนพื้นห้องโถง พ่อครัวซุนหน้าซีดเป็นลมอยู่บนพื้น อาหนิวกดจุดฝังเข็มก็ไม่ตื่น ตัวสั่นด้วยความตระหนก

 

"ทำยังไงดี ใกล้จะถึงเวลาเปิดร้านแล้ว พ่อครัวซุนเป็นแบบนี้ต้องรีบส่งโรงพยาบาล แต่เดี๋ยวลูกค้ามาแล้วไม่ได้กินข้าว ใครจะรับผิดชอบไหว!"

 

ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับร้านอาหารของรัฐ สวีเถาเถาและทุกคน ก็ต้องรับเคราะห์!

 

หนิวชิงเฉ่าเสนอความคิด "อาคะ เอาแบบนี้ไหม อาพาพ่อครัวซุนไปโรงพยาบาล ให้พี่ก่วงซุ่นเป็นพ่อครัวหลัก ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟ ให้เถาเถาเป็นผู้ช่วยพี่ก่วงซุ่น น่าจะพอประคองสถานการณ์ได้"

 

อาหนิวรีบหันไปมองก่วงซุ่น "ก่วงซุ่น ความคิดของชิงเฉ่าไม่เลว พ่อครัวซุนรอไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล ชิงเฉ่ากับเถาเถาก็ยังเด็ก โอ๊ย! ทำยังไงดี!"

 

"ไม่ได้ ฉัน..." พี่ก่วงซุ่นส่ายหัวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก "ฉันทำไม่ได้ ฉันทำอาหารเป็นแค่ไม่กี่อย่าง!"

 

แม้ว่าเขาจะติดตามพ่อครัวซุนมานาน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าสถานการณ์เป็นยังไง ทุกคนต่างก็เงียบลงทันที

 

"แล้วจะทำยังไงดี!" หนิวชิงเฉ่าใกล้จะร้องไห้แล้ว

 

เธอก็เพิ่งจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ได้ยินเสียงลูกค้าอยู่หน้าประตูแล้ว ใกล้จะเปิดประตูร้านแล้ว ลูกค้าก็รออยู่ จะไล่คนออกไปก็ไม่ได้!

 

อาหนิวด่าทออย่างโมโห "พ่อครัวซุนนี่มันทำร้ายคนอื่นชัดๆ!"


แต่เสียงด่าทอของเธอ พ่อครัวซุนที่นอนอยู่กลับไม่ได้ยิน พวกเขากลุ่มนี้ยังต้องมานั่งกลุ้มใจเพราะเขา

 

เมื่อเห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าของทุกคน สวีเถาเถาก็ถอนหายใจ และก้าวออกมา

 

"ฉันจะทำแทนพ่อครัวซุนเอง พี่ก่วงซุ่นเป็นผู้ช่วยฉัน ชิงเฉ่ายังคงเป็นพนักงานเสิร์ฟ อาหนิววางใจได้ ฝีมือการทำอาหารของฉัน... น่าจะใช้ได้

 

อารีบพาพ่อครัวซุนไปโรงพยาบาลเถอะ ทางนี้ใกล้จะเปิดประตูแล้ว จะไม่ให้เสียเวลาแน่นอน"

 

คนอื่นๆมองสวีเถาเถาอย่างตกตะลึง มีเพียงดวงตาของพี่ก่วงซุ่นเท่านั้นที่เปล่งประกาย

 

"เถาเถา เธอทำอาหารเป็นจริงๆเหรอ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ!" อาหนิวถามอย่างกังวล

 

ตอนนี้เธอไม่ได้คาดหวังว่าฝีมือการทำอาหารของสวีเถาเถาจะเทียบเท่ากับพ่อครัวซุน ขอแค่ให้ได้ระดับอาหารตามบ้านก็พอแล้ว

 

ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านมีแต่สามีทำอาหาร เธอที่เป็นแม่บ้านคงจะลงมือทำเองไปแล้ว ไม่ต้องมากังวลขนาดนี้

 

สวีเถาเถายืนยันกับอาหนิวอีกครั้งว่าเธอทำอาหารเป็นจริงๆ อาหนิวที่หันกลับมามองทุกๆคน ก่อนจะตัดสินใจก้าวออกไป

 

พ่อครัวซุนรอไม่ได้แล้ว ถ้าอาหนิวยังชักช้า สวีเถาเถาจะใช้มีดไล่เธอไป


ร้านอาหารของรัฐเหลือเพียงเธอ หนิวชิงเฉ่า และพี่ก่วงซุ่นสามคน ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทั้งสองคน สวีเถาเถาก็กระแอมเบาๆ "เอ่อ เปิดประตูเถอะ ให้ลูกค้าเข้ามา"

 

หญิงสาวหันหลังกลับไปที่ห้องครัว เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ทำอาหารในอีกสักครู่ ที่สำคัญคือต้องหาเครื่องปรุงให้ครบ

 

เรื่องนี้พี่ก่วงซุ่นชำนาญ ไม่ต้องให้สวีเถาเถาเป็นกังวล เขาก็เตรียมทุกอย่างให้เธอเสร็จแล้ว

 

"ขอบคุณค่ะ"

 

พี่ก่วงซุ่นมีสีหน้าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

 

สวีเถาเถามองเขา "พี่ก่วงซุ่น มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?"

 

เธอนึกว่าเขาจะพูดอะไร หลังจากกลั้นใจอยู่นาน เขาก็พูดเสียงอ่อย "ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าเธอทำอาหารเป็น!"


สวีเถาเถายิ้ม ไม่ยอมรับ และไม่ปฏิเสธ

 

เมื่อถึงเวลาสิบสองนาฬิกา ประตูของร้านอาหารของรัฐเขตซีเจียงก็เปิดออกตรงเวลา ผู้คนที่มารับประทานอาหารต่างเบียดเสียดกันเข้ามา

 

ส่วนใหญ่จะยิ้มแย้ม เพราะการได้มารับประทานอาหารที่ร้านอาหารของรัฐนั้น ถือเป็นหน้าเป็นตา! อย่างน้อยก็คุยโวได้เป็นเดือน!

 

แน่นอนว่าย่อมมีข้อยกเว้น ตอนที่หนิวชิงเฉ่ากำลังเก็บเงินและตั๋วแลกอาหารอยู่ ก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูแปลกประหลาด

 

ที่ว่าแปลกก็เพราะว่าผู้หญิงในคู่นั้น ไม่เพียงแต่หน้าตาดี สวมใส่เสื้อผ้าที่ดูทันสมัย รองเท้าส้นแหลม ยังดัดผมเป็นลอน และยิ้มแย้มอย่างสดใส ในขณะที่ผู้ชายคนนั้น กลับตรงกันข้าม

 

เขาสวมสูท ผูกเนคไทอย่างเรียบร้อย หน้าตาหล่อเหลา สวมแว่นตากรอบทอง ดูสุภาพเรียบร้อย เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ร้านอาหารของรัฐเขตซีเจียงที่แสนธรรมดาก็ดูเปล่งประกายขึ้นมาทันที

 

เมื่อมีชายหนุ่มที่หน้าตาโดดเด่นเกินไป ครึ่งหนึ่งของคนที่อยู่ในร้านอาหาร ต่างก็จ้องมองเขาในขณะที่รออาหาร

 

เพียงแต่ว่าสีหน้าของชายคนนี้ดูเย็นชาเกินไป เขาไม่พูดคุยกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเลย เมื่อฝ่ายหญิงพูดมากเกินไป คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนไม่พอใจ

 

ดูเหมือนจะรำคาญที่ผู้หญิงพูดมาก

 

คงไม่ใช่คู่รักกัน

 

หนิวชิงเฉ่ากลับมาที่ห้องครัวและเล่าเรื่องซุบซิบกับสวีเถาเถา เดิมทีเธอกังวลว่าสวีเถาเถาจะวุ่นวาย จึงคิดจะช่วย แต่ใครจะไปคิดว่าสวีเถาเถาจะทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ใช้ไฟแรง ผัดอาหาร การควงกระทะก็ดูดีกว่าพ่อครัวซุนเสียอีก

 

และเธอก็ไม่เพียงแต่เคลื่อนไหวได้ดูดีเท่านั้น กลิ่นของอาหารก็ค่อยๆโชยออกมา หนิวชิงเฉ่าและพี่ก่วงซุ่นทั้งสองคน ต่างก็ตกตะลึง

 

นี่มันหอมเกินไปแล้ว!


บทที่ 19: อาจารย์กู้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร


หนิวชิงเฉ่าถือจานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "สวรรค์ ขึ้นฉ่ายผัดเนื้อหั่นฝอยหอมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วเถาเถาก็ช่างพิถีพิถันเหลือเกิน จัดจานได้สวยงาม พริกชี้ฟ้าสีเขียวสีแดงพวกนี้ช่างน่ากินเหลือเกิน

 

ฮือๆๆ ฉันไม่อยากเอาไปให้ลูกค้าแล้ว ฉันอยากลองชิมเองสักคำ!"

 

พี่ก่วงซุ่นเองก็กลืนน้ำลายตาม แต่เขาสนใจวิธีการทำอาหารของสวี่เถาเถามากกว่า

 

ยังไงก็ตาม สวี่เถาเถาไม่สนใจเลยว่าพี่ก่วงซุ่นจะ 'แอบเรียนวิชา'

 

ฝีมือการทำอาหารที่เธอฝึกฝนมาหลายปี หากถูกแอบเรียนวิชาไปได้ง่ายๆแบบนี้ สูตรอาหารลับราชวงศ์ที่สืบทอดกันมาในตระกูลของเธอก็คงไร้ค่า!

 

พี่ก่วงซุ่นเองก็สังเกตเห็น เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจสวี่เถาเถา เขาจึงตั้งใจช่วยสวี่เถาเถาและเอาใจใส่มากขึ้น

 

หลายครั้ง เครื่องปรุงต่างๆ น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู สวี่เถาเถาเพียงแค่เอ่ยปาก


พี่ก่วงซุ่นก็หยิบมาวางไว้ที่มือ ช่วยให้เธอประหยัดเวลาไปมาก

 

วันนี้ผู้คนที่มากินอาหารที่ร้านอาหารของรัฐเขตซีเจียง ต่างรู้สึกว่าเวลานั้นช่างผ่านไปอย่างยากลำบาก

 

ตั้งแต่กลิ่นหอมของอาหารจานแรกโชยออกมา ความหิวโหยที่หลับใหลของลูกค้าในห้องโถงก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น จากนั้นก็มีอาหารจานต่อๆมา แต่ละจานล้วนส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

 

แต่ทว่า กลับยังไม่ถึงคิวของตัวเองเสียที

 

ไม่มีใครมีแก่ใจจะพูดคุยกันอีกแล้ว

 

ทุกคนต่างจับจ้องไปที่พนักงานเสิร์ฟหญิงคนนั้น รอฟังเธอขานชื่อ

 

เมื่อถูกเรียกชื่อ ก็ลุกขึ้นไปรับจานอาหาร ท่ามกลางสายตาของใครหลายคน ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง รับอาหารจานนั้นที่มีกลิ่นหอมกรุ่น เป็นของตัวเอง เพลิดเพลินกับสายตาอิจฉาริษยาของคนรอบข้าง

 

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ ก็แทบอดใจรอไม่ไหว รีบชิมอาหารกับคนโต๊ะเดียวกัน คิดไม่ถึงว่านอกจากจะกลิ่นหอมแล้ว รสชาติยังอร่อยด้วย

 

เมื่อได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังมาจากรอบข้าง ก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ!

 

"อาจารย์กู้ อาจารย์กู้"

 

กู้อวี้อวิ๋นขมวดคิ้วหันกลับมา ใบหน้าแฝงไปด้วยความหงุดหงิด

 

ผู้หญิงคนนั้นชื่อซูซินฮุ่ย เป็นคนที่แม่ของกู้อวี้อวิ๋นนัดให้มาดูตัวกับเขาในวันนี้ เป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับการบรรจุในปีนี้ของสำนักงานการก่อสร้างและพัฒนาเมือง


กู้อวี้อวิ๋นอายุ29ปี ปีหน้าก็จะสามสิบแล้ว ผู้ชายอายุเท่าเขา ส่วนใหญ่ก็มีลูกกันแล้วสองคน แต่กู้อวี้อวิ๋นยังไม่ได้แต่งงาน นี่ทำให้พ่อแม่ของกู้อวี้อวิ๋นร้อนใจมาก

 

นับตั้งแต่ที่กู้อวี้อวิ๋นกลับมารับตำแหน่งอาจารย์พิเศษจากต่างประเทศ พ่อแม่ของเขาก็จัดการดูตัวให้เขาเป็นระยะระยะ ลูกสาวของเพื่อนสนิท ลูกสาวของเพื่อนร่วมงาน ลูกน้องในหน่วยงานของพ่อแม่ หญิงสาวที่มีคุณสมบัติดีที่ญาติๆแนะนำ...

 

กู้อวี้อวิ๋นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมูตัวผู้ที่ถูกบังคับให้ผสมพันธุ์ ทุกวันจะมีคนคาดหวังให้เขาผสมพันธุ์กับหมูตัวเมีย เพื่อให้กำเนิดลูกหลานที่ทำให้พ่อแม่พึงพอใจ

 

แต่ความชอบส่วนตัวของเขากลับถูกละเลยเสมอ

 

นี่ทำให้กู้อวี้อวิ๋นไม่พอใจอย่างมาก และยังโกรธมากอีกด้วย

 

"อาจารย์กู้ พูดอะไรหน่อยสิ สนใจฉันหน่อยได้ไหม? คุณป้าซูบอกว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษที่สุด แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเลย"

 

ซูซินฮุ่ยยกมือขึ้นเท้าคางมองกู้อวี้อวิ๋น ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หัวใจมุ่งมั่นที่จะเอาชนะชายหนุ่มที่แสนยอดเยี่ยมคนนี้

 

กู้อวี้อวิ๋นเป็นอาจารย์ประจำวิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยซีหนาน หน้าตาหล่อเหลา และยังมีชาติตระกูลที่สูงส่ง

 

ได้ยินแม่ของเธอบอกว่า เขามีนิสัยที่ค่อนข้างแปลก


จนกระทั่ง หญิงสาวหลายคนที่ถูกแนะนำให้รู้จักกับกู้อวี้อวิ๋นก่อนหน้าเธอ ล้วนพ่ายแพ้กลับไปเพราะความไม่ประสีประสาเรื่องความรักของเขา

 

ยังไงก็ตาม ซูซินฮุ่ยมั่นใจมากว่าจะเอาชนะอาจารย์กู้คนนี้ได้

 

ฐานะทางบ้านของเธอเทียบกับตระกูลกู้ไม่ได้ แต่ตัวเธอเองก็เป็นคนเก่ง หน้าตาจัดว่าเป็นอันดับต้นๆในหมู่หญิงสาว ตั้งแต่เล็กจนโตก็มีผู้ชายมาตามจีบมากมาย

 

นี่ยิ่งทำให้เธอมั่นใจมาก เธอพึงพอใจกับคุณสมบัติทุกด้านของกู้อวี้อวิ๋น เธอจะต้องเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้

 

กู้อวี้อวิ๋นไม่รู้ถึงแผนการอันซับซ้อนของซูซินฮุ่ย เขารู้เพียงว่าผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญมาก

 

"คุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม คุณพูดมากเกินไปแล้ว"

 

รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของซูซินฮุ่ยแทบจะแตกสลาย

 

"อะไรนะ?"

 

เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

โลกนี้ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนบอกว่าเธอพูดมาก ผู้หญิงสวยออดอ้อนจะเรียกว่าพูดมากได้ยังไง?

 

"ผมจำเป็นต้องฟังชื่ออาหาร ถ้าอาหารของเราถูกเรียก แต่เพราะเสียงพูดคุยของคุณทำให้เราไม่ได้ยิน จะทำให้ร้านอาหารของรัฐเกิดความยุ่งยากมาก"

 

กู้อวี้อวิ๋นพูดอย่างจริงจัง ซึ่งนี่ก็ตรงกับบุคลิกของเขา

 

แต่ว่า ซูซินฮุ่ยก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

 

บางทีอาจเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิง เธอมักจะรู้สึกว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของอาจารย์กู้ที่พูดประโยคนี้ ไม่ใช่เพราะคิดว่าไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้กับร้านอาหารของรัฐ

 

เขาดูเหมือน... จะรังเกียจที่เธอทำให้เขาไม่ได้กินข้าว

 

ไม่ๆๆ!


อาจารย์กู้ ผู้ชายที่ดูเหมือนไม่สนใจโลกีย์วิสัยคนนี้ ไม่มีทางดุเธอด้วยเหตุผลที่น่าขันแบบนี้

 

เธอจึงยิ้มประจบประแจงให้กู้อวี้อวิ๋น

 

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่พูดแล้ว อาจารย์กู้ช่างเป็นคนละเอียดอ่อนและอบอุ่น แม้แต่ตอนทานอาหารที่ร้านอาหารของรัฐก็ยังคำนึงถึงผู้อื่น ฉันรู้สึกประทับใจมาก ฉันจะต้องเรียนรู้จากอาจารย์กู้!"

 

กู้อวี้อวิ๋นไม่แสดงความคิดเห็น ตั้งแต่กลับมาประเทศ เขาได้ยินคำเยินยอที่ไม่จริงใจแบบนี้มามาก ในใจคงจะคิดว่าเขาเป็นคนจู้จี้จุกจิก แต่ใบหน้ากลับต้องแสดงออกว่าเห็นด้วยกับเขา

 

ซูซินฮุ่ยไม่ใช่คนแรก และจะไม่ใช่คนสุดท้าย

 

เขาดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยออกมาจากหน้าต่างร้านอาหารของรัฐ ในใจยังคงมีความสุขและความหวังอยู่บ้าง

 

ในขณะที่กู้อวี้อวิ๋นอดใจไม่ไหวที่จะมองไปรอบๆ และอยากจะถามพนักงานเสิร์ฟว่าได้ทำอาหารให้พวกเขาหรือยัง ในที่สุดเขาก็ได้ยินชื่ออาหารที่เขาสั่ง

 

"ซี่โครงหมูตุ๋น! ใครสั่งซี่โครงหมูตุ๋น! รีบมารับไปเร็ว!"

 

"ของผมครับ!"

 

กู้อวี้อวิ๋นลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เดินไปที่หน้าต่างด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติสองเท่า

 

เขามองไปที่จานที่วางอยู่บนหน้าต่าง ซี่โครงหมูตุ๋นราดซอสสีแดงและโรยด้วยงาขาว เพียงแค่รู้สึกว่ากลิ่นหอมของเนื้อที่โชยเข้าจมูกนั้นหอมกรุ่นยิ่งขึ้น

 

"ขอบคุณ"

 

เขาไม่สนใจมารยาท รีบหยิบจานเดินกลับไปที่โต๊ะ


ด้วยสีสันและกลิ่นหอมแบบนี้ จากประสบการณ์ชิมอาหารอันหลากหลายของกู้อวี้อวิ๋น เขามีเหตุผลมากพอที่จะตัดสินว่า นี่คือซี่โครงหมูตุ๋นที่ยอดเยี่ยมทั้งสี กลิ่น และรสชาติ!

 

ซูซินฮุ่ยก็ตกตะลึงกับฝีมือของพ่อครัวใหญ่ร้านอาหารของรัฐ ซี่โครงหมูตุ๋นจะหอมขนาดนี้เชียวหรือ?

 

เมื่อก่อนเธอก็เคยมากินที่ร้านอาหารของรัฐกับเพื่อนร่วมงาน

 

เธออดใจรอไม่ไหว เมื่อเห็นว่าอาจารย์กู้ยังคงนั่งตัวตรง และไม่ขยับตะเกียบ จึงยิ้มถาม


"อาจารย์กู้ อาหารมาแล้ว พวกเรา เริ่มทานกันก่อนดีไหม?"

 

กู้อวี้อวิ๋นก็ร้อนใจเขากำหมัดแน่นมามานานแล้ว แต่มารยาทตั้งแต่เด็กสอนเขาว่า อาหารต้องรอให้ครบทุกจานก่อนถึงจะเริ่มทานได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่เป็นไปตามมารยาท

 

แต่ว่าวันนี้เขาเป็นคนเลี้ยง ซูซินฮุ่ยคือแขกของเขา เมื่อแขกเอ่ยปาก กู้อวี้อวิ๋นตาเป็นประกาย มอบรอยยิ้มชื่นชมให้ซูซินฮุ่ยเป็นครั้งแรก

 

"ด้วยความยินดี ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มทานกันเถอะ"

 

ไม่ใช่ว่าเขาเสียมารยาทแต่เป็นเพราะแขกขอ แขกมาก่อน เจ้าบ้านต้องตามใจ นี่ก็เป็นมารยาทเช่นกัน

 

ซูซินฮุ่ย "......"

 

ทำไมอาจารย์กู้พูดแปลกๆ หรือว่าจะเป็นมารยาทแบบตะวันตก?

 

ก่อนที่ซูซินฮุ่ยจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เธอก็เห็นว่า ชายหนุ่มหยิบตะเกียบคู่หนึ่งขึ้นมาเช็ดให้สะอาด จากนั้นก็คีบซี่โครงหมูหนึ่งชิ้นใส่ในชามเปล่า วางตะเกียบคู่นั้นลง แล้วหยิบตะเกียบอีกคู่หนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็คีบซี่โครงหมูในชามเข้าปาก

 

เธอไม่รู้เลยว่า ในเวลานี้ อาจารย์กู้ได้ตกตะลึงไปแล้ว

 

ซี่โครงหมูตุ๋นจานนี้ ทำให้อาจารย์กู้สงสัยว่า อาหารที่เรียกว่าของอร่อย ที่เคยกินมาในอดีต แท้จริงแล้วเป็นเพียงอาหารหมู!

 

เขาพยายามข่มความตกใจ ตั้งใจลิ้มรสอาหาร

 

ซี่โครงหมูที่ผ่านการทอดมาเล็กน้อย ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม น้ำซอสสีสันสดใส ดูดเข้าไปก็เต็มไปด้วยรสชาติของกระดูกหมู!

 

ในเวลานี้ เขาลืมมารยาท 'ผู้หญิงต้องมาก่อน' 'ดูแลผู้หญิง' ไปจนหมดสิ้น เขาดื่มด่ำอยู่กับซี่โครงหมูตุ๋นจานนี้อย่างลึกซึ้ง อร่อยจนโงหัวแทบไม่ขึ้น

 

ยังไม่ทันที่ซูซินฮุ่ยจะได้เอ่ยชมเรื่องความพิถีพิถันของอาจารย์กู้ เธอก็แทบน้ำลายหก เมื่อเห็นเขาจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย


บทที่ 20: ยอดกุ๊กไม่รับแขก


ความจริงพิสูจน์แล้วว่า หลังจากได้ลองชิมซี่โครงหมูตุ๋นคำแรก ซูซินฮุ่ยก็ไม่สามารถแบ่งใจไปสนใจอาจารย์กู้ที่อยู่ตรงหน้าได้อีก

 

เพราะว่ามันอร่อยมาก!

 

เธอไม่เคยกินซี่โครงหมูที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน!

 

อร่อยจนเธออยากจะเคี้ยวกระดูกให้แหลกแล้วกลืนลงท้องไป!

 

กู้อวี้อวิ๋นคิดว่า 'ซี่โครงหมูตุ๋น' เป็นเมนูเด็ดของหัวหน้าพ่อครัวร้านอาหารของรัฐอยู่แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าอาหารจานต่อๆมาจะทำลายความคิดของเขาจนหมดสิ้น

 

'ซุปสามสหาย' รสชาติกลมกล่อม 'ผัดพริกหยวกหมูเส้น' สดกรอบ 'เต้าหู้ผัดไข่ปู' ไข่ปูสดอร่อย เค็มกำลังดี ทุกจานล้วนอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว!


แม้แต่อาหารธรรมดาธรรมดา อย่าง 'ไข่เยี่ยวม้า' พ่อครัวคนนี้ก็ยังสามารถปรุงน้ำจิ้มที่ทำให้คนกินติดใจจนลืมไม่ลง!

 

อาจารย์กู้กินอาหารมื้อนี้อย่างเคลิบเคลิ้ม ซูซินฮุ่ยเรียกเขาหลายครั้งก็ยังไม่ได้สติ

 

“อาจารย์กู้ อาจารย์กู้”

 

เมื่อครู่มัวแต่กินจนไม่ได้พูดคุยกับอาจารย์กู้เลย พอกินอาหารอร่อยเสร็จ ซูซินฮุ่ยถึงได้รู้สึกเสียดาย อยากจะแก้ไขสถานการณ์ในช่วงสุดท้าย อย่างน้อยก็สร้างความประทับใจดีๆให้กับอาจารย์กู้

 

กู้อวี้อวิ๋นไม่รู้ว่าซูซินฮุ่ยคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เขารีบร้อนอยากจะทำอย่างหนึ่ง

 

เขาบอกลาซูซินฮุ่ยอย่างสุภาพ ไม่สนใจสีหน้าอับอายของอีกฝ่าย แล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเอง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปที่หน้าต่างของร้านอาหารของรัฐ


หนิวชิงเฉ่ากำลังมองดูเหมือนดูละคร ดูท่าทางของแขกในห้องโถงที่ทั้งร้องเสียงดังและยกนิ้วโป้งให้ขณะที่กินเสียงดังซู้ดซ้าด

 

เหมือนกับตอนที่เธออยู่ที่หมู่บ้าน เวลาให้อาหารหมู ลูกหมูจะทั้งแย่งทั้งชิงกันกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมา

 

สิ่งนี้มักจะทำให้คนเลี้ยงหมูรู้สึกอิ่มเอมใจ

 

ตอนนี้เธอก็มีความรู้สึกนั้น

 

“สวัสดีครับ”

 

ขณะที่กำลังเหม่อลอย เสียงหนึ่งก็ขัดจังหวะขึ้น

 

หนิวชิงเฉ่าหันไปอย่างหงุดหงิด แล้วก็สบตากับใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดของอาจารย์กู้ สาวน้อยที่ไม่เคยออกเรือนหน้าแดงก่ำทันที

 

“คะ คุณ สวัสดี มีอะไรเหรอคะ?”


เสียงเย็นชาของอาจารย์กู้เจือความอ่อนโยน “ขอโทษนะครับ ผมขอพบหัวหน้าพ่อครัวที่ทำอาหารวันนี้ได้ไหมครับ? ผมพอใจกับอาหารวันนี้มาก อยากขอบคุณเขาด้วยตัวเอง!”

 

หนิวชิงเฉ่ามีสีหน้าแปลกๆ หมายความว่าไง เธอเป็นพนักงานร้านอาหารของรัฐ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเรื่องแปลกแบบนี้

 

เธอตอบชายคนนั้นว่า “เอ่อ แขกพึงพอใจก็ดีแล้ว ร้านอาหารของรัฐของเรารับใช้ประชาชน ไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ”

 

ควันในครัวด้านหลังเยอะมาก อย่าทำให้เสื้อสูทราคาแพงของผู้ชายหล่อเหลาคนนี้มีกลิ่นควันจะดีกว่า ร้านอาหารของรัฐของพวกเขาชดใช้ไม่ไหวแน่

 

อาจารย์กู้คิดไม่ถึงว่าจะถูกปฏิเสธ รีบพูดอีกว่า “ช่วยแจ้งให้หน่อยเถอะครับ ผมอยากขอบคุณหัวหน้าพ่อครัวด้วยตัวเองจริงๆ”

 

“เฮ้ ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไง ทำไมนายดื้อแบบนี้ ฉันบอกแล้วไงว่า ที่นี่เราไม่ทำเรื่องแบบนี้!”

 

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาดี หนิวชิงเฉ่าคงไม่เก็บอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองไว้แล้ว

 

แต่หนุ่มหล่อคนนี้ก็กินดีหมีหัวใจเสือ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมไป ยืนยันจะให้หนิวชิงเฉ่าแจ้งหัวหน้าพ่อครัวให้ได้

 

หนิวชิงเฉ่าจนปัญญา แต่เพราะเขาหน้าตาดี เธอเลยด่าไม่ลง

 

เลยได้แต่พูดว่า “ก็ได้ ก็ได้ ฉันยอมแพ้แล้ว เดี๋ยวฉันไปถามหัวหน้าพ่อครัวให้ ถ้าเธอไม่ตกลงพบคุณ ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ”

 

อาจารย์กู้ดีใจมาก “ขอบคุณมากครับ รบกวนคุณแล้ว!”

 

เขาไม่เคยคิดว่าจะถูกปฏิเสธ

 

แต่ผลคือเขาถูกปฏิเสธจริงๆ

 

“หัวหน้าพ่อครัวของเราบอกว่า แขกพอใจก็ดีแล้ว เธอกำลังยุ่งกับการทำงาน ไม่มีเวลามาพบคุณจริงๆ พ่อรูปหล่อ คุณกลับไปเถอะ”

 

หนิวชิงเฉ่าไหล่ห่อ มีสีหน้า ‘เห็นไหม ฉันบอกแล้ว’

 

จริงๆแล้วเถาเถาพูดว่า ‘ให้เขากลิ้งไป บอกเขาว่ายอดกุ๊กไม่รับแขก’ หนิวชิงเฉ่ากลัวว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจแขกคนนี้ เลยพูดอ้อมๆ

 

อาจารย์กู้ที่กระตือรือร้นเต็มที่ถูกปฏิเสธอย่างน่าเสียดาย รู้สึกผิดหวังมาก แต่หัวหน้าพ่อครัวไม่ต้องการพบเขา เขาก็ไม่อาจบังคับ


“งั้นคราวหน้าผมจะมาอุดหนุนฝีมือหัวหน้าพ่อครัวอีก”

 

พูดจบเขาก็ไป

 

จึงไม่ได้เห็นหนิวชิงเฉ่าที่อยู่ข้างหลังเบ้ปากพูดว่า “แค่ครั้งเดียว ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ!”


พูดจบ เธอก็ทำท่าทางเสียดาย

 

เมื่อครู่ พวกเขากินอาหารกลางวันในครัวหลัง เป็นบะหมี่ง่ายๆ แต่ละคนมีไข่ดาวโปะหน้า รสชาตินั้น ตอนนี้เธอยังคิดถึงอยู่เลย!

 

พ่อครัวซุนยังอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนบ่ายสวีเถาเถาเลยมาแทนที่หัวหน้าพ่อครัว

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลิ่นหอมของอาหารหรือเปล่า วันนี้ร้านอาหารของรัฐคึกคักเป็นพิเศษ ข้างนอกมีแถวยาวเหยียด แขกก็ไม่ยอมไป

 

อาหนิวจัดการเรื่องพ่อครัวซุนเรียบร้อยแล้วก็รีบกลับมาจากโรงพยาบาล พอเห็นภาพนี้ก็ตกใจมาก

 

หนิวชิงเฉ่าเล่าเรื่องความยิ่งใหญ่ของร้านอาหารของรัฐในวันนี้อย่างตื่นเต้น รวมถึงเรื่องที่แขกทุกคนกินจนไม่ยอมเงยหน้า แล้วชมว่าอาหารของร้านอร่อยมากให้อาหนิวฟังอย่างภูมิใจ

 

“อา อาไม่รู้หรอก วันนี้ทุกคนเชื่อฟังมาก ฉันตะโกนทีเดียว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง ใครเสียงดังฉันไล่ออกไปเลย คนพวกนั้นกลัวจะไม่ได้กินอาหารที่เถาเถาทำ ทุกคนเชื่อฟังเหมือนลูกไก่เลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

 

อาหนิววางใจ ขณะเดียวกันก็มองสวีเถาเถาด้วยความชื่นชม

 

เธอก็ได้ชิมข้าวผัดฝีมือสวีเถาเถา จึงเข้าใจความรู้สึกของแขกพวกนั้นดี

 

อร่อยมาก! เธอโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นใครทำอาหารได้อร่อยเท่าสวีเถาเถา!

 

เมื่อนึกถึงพ่อครัวซุนที่ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล อาหนิวก็รู้สึกสะใจขึ้นมา

 

เธอก็บอกแล้วว่า โลกนี้ขาดใครไปก็ยังหมุนได้ พ่อครัวซุนมั่นใจในความสามารถของตัวเอง คิดว่าถ้าเขาไม่อยู่ ร้านอาหารของรัฐจะวุ่นวายเป็นหม้อต้มโจ๊ก

 

เขาไม่มีโอกาสได้เห็น เขาไม่อยู่ ร้านอาหารของรัฐคึกคักกว่าตอนที่เขาอยู่เสียอีก!

 

“เถาเถา วันนี้ต้องขอบใจเธอจริงๆ ถ้าไม่ใช่เธอ ฉัน ชิงเฉ่า และก่วงซุ่น ต้องโดนหัวหน้าตำหนิแน่ๆ เธอช่วยพวกเราไว้จริงๆ!”

 

สวีเถาเถาเช็ดมือจนสะอาดแล้วพูดอย่างถ่อมตัวว่า “อาหนิวพูดชมเกินไปแล้ว ฉันก็แค่มาช่วยชั่วคราว ถ้าเป็นคนอื่นเจอสถานการณ์แบบวันนี้ ก็คงอยู่เฉยไม่ได้เหมือนกัน”

 

พูดแล้วเธอก็ถามอาหนิวว่า “ใช่แล้ว พ่อครัวซุนเป็นยังไงบ้างคะ? อาหนิวก็รู้ ฉันมาช่วยเป็นครั้งคราวได้ แต่ร้านอาหารของรัฐก็ยังเป็นของพ่อครัวซุนอยู่ดี ถ้าทำให้เขาเข้าใจผิดว่าฉันแย่งงานเขา ฉันมีสิบปากก็แก้ตัวไม่ทันหรอก”

 

อาหนิวขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่านึกถึงนิสัยของพ่อครัวซุน

 

เพียงแต่ “ตอนนี้เขายังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเขาดื่มเหล้ามากเกินไป เพิ่งล้างท้อง ต้องอยู่โรงพยาบาลดูอาการอีกสองวัน

 

เถาเถา สองวันนี้คงต้องลำบากเธอหน่อยนะ แต่เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าแน่ พ่อครัวซุนดื่มเหล้าจนทำงานไม่ได้ เราไม่ต้องปิดบังให้เขา!”

 

ความหมายของอาหนิวคือ เธออยู่ข้างสวีเถาเถา

 

หนิวชิงเฉ่าและพี่ก่วงซุ่นก็พยักหน้าให้สวีเถาเถา ทั้งสี่คนรวมเป็นหนึ่งเดียวกันทันที

 

สวีเถาเถาพูดขอโทษในใจกับพ่อครัวซุนที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล และตอบรับข้อเสนอของอาหนิวด้วยรอยยิ้ม

 

“ขอแค่อาหนิวกับหัวหน้าพูดให้ชัดเจนก็พอ ฉันไม่ใช่คนชอบก้าวก่ายงานคนอื่น เดี๋ยวพอพ่อครัวซุนกลับมา เขาจะลำบากใจ ฉันเองก็จะลำบากใจด้วย”


ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวที่ได้มาแล้ว จะให้เธอคืนไป ไม่มีทาง

 

สวีเถาเถาไม่ใช่คนที่จะทำงานให้คนอื่นฟรีๆ คนที่คิดจะเอาเปรียบเธอในชาตินี้ยังไม่มาเกิดหรอก!


จบตอน

Comments